The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สนุกนิ์นึก_20240303_171428_0000

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Padoru Doropa, 2024-03-03 05:14:49

สนุกนิ์นึก_20240303_171428_0000

สนุกนิ์นึก_20240303_171428_0000

สนุกนิ์นึก


สนุกน์นึก อ่านว่า สนุก-นึก ส่วนนี้ อาจจะถูกใส่มาเพื่อให้ชื่อเรื่องมันดูเท่ขึ้น สนุกน์นึก หมายถึงอะไร "เราคิดว่าคือการนึกเรื่องสนุกๆ" เพราะว่าคนที่เป็นคนเชียนเรื่องนี้อย่าง คุณ พระบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคัดณางดยุคลกรมหลวงพิชิตปรีชากร ก็กำ ลังนึก เรื่องสนุกๆ และเขียนลงมาใส่ในกระดาษ จนกลายมาเป็นเรื่อง สนุกน์นึก ที่ทุกคน กำ ลังอ่านกันอยู่ แต่สนุกน์นึกกลับเป็นเรื่องที่... เรื่องสนุกน์นึก นั้นได้ตีพิมพ์เป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2428 และถือเป็นนวนิยายเรื่องสั้น เรื่องแรกของประเทศไทย "แต่กลับไม่เป็นที่ยอมรับของผู้คนสักเท่าไหร่" ต่อไปนี้เรามาหาคำ ตอบกันกับเรื่อง สนุกน์นึก แต่นึกแล้ว... คำ นำ


แนะนำ ตัวละคร พระสมบุญ ตัวเอกของเรื่องสนุกนิ์นึก กำ พร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ถูกอุปฐากโดยป้าอิน มีหน้าตาหล่อเหลา และเป็นคนขยันขันแข็ง ผู้ที่ยัง ไม่รู้เส้นทางชีวิตของตัวเองในอนาคต ป้าอิน จันทร์ เป็นหญิงม่ายที่มั่งมีมาก เป็นอุบาสิกาอยู่ในวัด มีความรักความประพฤติและจึงรับอุปฐากพระ สมบุญมาจนได้อุปสมบท ป้าอินมีบุตรสาวคน หนึ่งชื่อแม่จันอายุได้ 16 ปี ลูกสาวแท้ๆของป้าอิน สวยน่ารัก อายุ 16 ปี


วันหนึ่งมีพระสงฆ์หนุ่ม ๔ รูป นั่งสนทนากันอยู่ขั้นบันได น่าพระอุโบสถวัด บวรนิเวศ ก่อนเวลาลงพระอุโบสถ พอเด็กมาบอกกับพระองค์ ๑ ว่า คุณแม่ อินกลับมาแล้ว พระองค์นั้นตอบว่า เออ แล้วเด็กก็ไป พระองค์ ๑ จึ่งถามว่า คุณสมบุญจะสึกเมื่อไร กำ หนดแล้วรึยัง พระสมบุญจึงตอบว่า ยังไม่แน่คอย โยมอินอยู่ พรุ่งนี้จะไปปรึกษาแกดูจึงจะตกลงได้ ก็คุณล่ะ จะออกวันสิบสอง ค่ำ นี้แน่รึ สึกแล้วจะไปเข้าที่ไหน ทำ อะไรบอกกันบ้างสินะ ผมเองนี่ยังลังเล ที่สุด ไม่รู้ว่าเข้าที่ไหน พระเข็มจึงตอบว่า คุณก็เหมือนกันและไปไหนไม่พ้นหละ อีก ๖ วัน ก็แต่งตัวแห่เสด็จไปเมื่อวานซืนนี้อีก ผมก็ต้องขอสัญญามั่งน่ะเผื่อ ถูกตีได้ฎีกาเข้าบ้าง และเป็นที่พึ่งบ้างนาขอรับ คุณเหลงอย่างไร ยิ้มไปทีเดียว กริ่มใจที่ได้เปรียบเพื่อน มะรืนนี้ละก็ ฮึฮึ อย่านะขอรับ เขาว่าถ้าใจยังไม่ขาดละ ยังเป็นปาราชิกได้นะขอรับ คุณพระครูท่านว่าอย่างนั้น จริง ๆ นะ สนุกนิ์นึก พระนิพนธ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคคณางค์ กรมหลวงพิชิตปรีชากร


สบถไม่สบถมันก็เหมือนกัน คนที่มีใจซื่อถือสัตย์ด้วยกัน รักกันแล้วมันไม่ ต้องสบถดอก (นี่ เป็นคำ พระสมบุญแลพูดต่อไปว่า) ที่จริงการรักกัน ชอบกัน ช่วยกันนี้เป็นประโยชน์มากเหมือนกับเกลียวเหนียวกว่าด้ายเส้น เรารู้จักเห็นใจ กันทั้งนั้น ถ้าสึกหาออกไป ภายหน้ามีทุกข์สุขอย่างไร พอช่วยกันได้ต้องช่วย กันทั้ง ๔ คนเรานี้ หละนะขอรับ พอถึงเวลาลงโบสถ์ ก็พากันไปสวดในพระ อุโบสถ คำ พูดที่เล่ามาข้างต้นนี้ ผู้อ่านคงเข้าใจว่า พระสงฆ์ทั้ง ๔ คนนี้ จะสึก พรรษาเดียวพร้อมกัน แสดงเข้าใจกันว่าพระทรัพย์เป็นคนอยู่ในกรมพระตำ รวจ พระเข็มเป็นเสมียนความ พระเหลงเป็นลูกจีน แต่พระสมบุญนั้นได้ความแต่ว่า อาศัยแม่อิน แต่ไม่รู้ว่าเป็นคนอย่างไร พระเหลงจึ่งว่า พูดอะไรอย่างนั้นผมนะเหลาสิตหลอก ว่าแต่คุณอีกจะ ลืมกัน ทำ ไมกับผมคนค้าขายมันก็ได้แค่พอกิน มีแต่ผมจะพึ่งคุณ เป็นถ้อย ร้อยความสารพัด เอามาเรามาสบถกันเสียต่อหน้าพระก็ยังเอา อยางไรท่าน เข็ม คนสมบุญว่าอย่างไรละ ฮะ เอา แหมละ ...


เพราะฉะนั้นต้องอธิบายกันน้อยหนึ่ง พระสมบุญนี้เป็นบุตรคนมี ตระกูลแต่ตกยาก ด้วยติดมากับมารดาซึ่งต้องออกมาจากตระกูล แต่ พระสมบุญยังเล็กๆอยู่ มาบวชเณรอยู่วัด มารดาตายไปก็เป็นคนสิ้น ญาติที่อุปถัมภ์ แต่ญาติฝ่ายบิดานั้นไม่รู้จัก ฤๅเขาทำ ไม่รู้จัก แม่อินเป็น หญิงม่ายที่มั่งมีมาก เป็นอุบาสิกาอยู่ในวัด มีความรักความประพฤติ และสติปัญญาพระสมบุญ จึงรับอุปฐากมาจนได้อุปสมบท แม่อินมีบุตร สาวคนหนึ่งชื่อแม่จันอายุได้ 16 ปี แม่อินจึงคิดอ่านในการที่พระสมบุญ จะสึก และจะรับไว้ที่บ้าน ความเป็นดังนี้


ส่วนพระสมบุญ มีความรู้สึกตัวแต่ว่าเขารักเหมือนลูกเหมือนเต้า ใจก็ยังลังเลไม่รู้ ว่าจะคิดอย่างไร อยากเปนคนดี คนวิเษศ มียศ มีทรัพย์ มีชื่อ ที่สุดก็เพียงเสมอหน้าพี่ น้องที่ชั้นเดียวกัน แต่ทำ อย่างไรถึงจะได้อย่างนั้น นั่นแหละเป็นความยากที่หนักที่ติดตัว ก็ตัวคนเดียวทุนรอนและที่สนับสนุนก็ไม่มีหลักฐาน อันใด และแม่อินก็เป็นแต่มีทรัพย์ มี ทรัพย์อย่างเดียวไม่มีอื่น ถึงเขาจะรักอย่างไร ก็ใครเล่าเป็นอย่างพระสมบุญ ที่มุ่งหมาย ว่าเขาจะทุ่มให้สักเพียงใด เพราะอย่างนั้นจึงไม่อยากสึก ด้วยเหํนแท้แน่แก่ใจว่า ผ้ากาษาวพัตร์เป็นที่พึ่งของคนยาก ถึงไม่ทำ ให้ดีก็ไม่ทำ ให้ฉิบหายไม่ดิ้นขวนขวาย แล้ว ไม่มีทุกข์ เป็นที่พักที่ตั้งตัวของผู้แรกจะตั้งตัวดังนี้ แต่แม่อินก็มาพูดจาชักชวนอยากจะให้ สึกไม่อาจขัด ประการหนึ่งพวกพ้องเพื่อนฝูงก็จะสึกไปหมดพร้อมกัน นั่นแหละความดู ตาม ๆ กัน มันก็แรงกล้าพาให้สึกกับเขาบ้างตามนิสัยของคนหนุ่ม ๆ ครั้นพูดไปกันเมื่อ หัวค่ำ กลับมานอนนึก ๆ ก็รำ คาญ ด้วยไม่รู้สึกไปทำ ไม ใครๆ เขาก็มีที่หมายทางเดิน แต่ ตัวคนเดียวไม่มีที่มุ่งหมายแห่งช่องใดช่องทางที่จะทำ นั้นก็มีถมไป แต่ทำ อย่างไรถึงจะดี ยิ่งกว่าทางอื่น นั้นแลเป็นเครื่องรำ คาญใจอย่างยิ่งด้วย ด้วยเปนสิ่งจะได้เสียโดยเร็ว อยู่แล้วก็นอนตรองอยู่


พระเข็มจึงว่า ถ้าอย่างนั้นผมจะกลับคำ พูดใหม่ว่า วิชาใดๆ ย่อมเป็นของดี แท้หลายอย่างแต่ความรักของผู้เรียนแลผู้ใช้เป็นสำ คัญ ถ้ารักจริงเรียนจริงก็ใช้เป็น ประโยชน์จริงตามคำ โบราณว่า คนรู้จริงก็ให้จริงถึงสิ่งเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะ เกิดผล ความข้อนี้เป็นความจริงแท้ ถ้าคุณปรารถนาดีคงได้ดี ผมเห็นอย่างนี้แล แต่เรายังเป็นเด็กกันสอนกันยังไม่ได้ เพียรไปด้วยกันก็คงจะได้เห็นหน้ากันต่อไป เอาเถิดขอรับ เอาเถิดขอรับ พระสมบุญเตือนและพูดต่อไปว่า ผมไม่ว่า คำ เดียวถ้าถูกถ้าจริงแล้วก็ดีเสีย กว่าคุณตอบผมสักสามวันอีก พระเข็มยิ้มแล้วจึ่งตอบว่า ถ้าคุณเห็นดังนั้นละผมจะตอบคำ เดียวว่า ตามแต่ใจ คุณเท่านั้นและขอรับ อา พระสมบุญคราง ก็สั้นแท้สั้นจริงและกว้างจริงด้วย ผมอยากจะให้แคบเข้าอีกสักหน่อย ขออีกทีเถอะขอรับ พระเข็มมาหา พระสมบุญก็ยกเอาปั้นน้ำ ชาหมากพลูมาตั้งแล้วก็ชวนพูด ด้วยความร้อนใจว่า คุณๆ บัดนี้ผมมีความทุกข์หนัก ด้วยเรื่องราวของผมเป็น อย่างไรคุณก็รู้อยู่แล้ว เดี๋ยวนี้ผมจะสึกออกไป คนอย่างผมนี้จะทำ อย่างไรอะไร จึงจะดีเป็นที่ตั้งตัวสืบไป พระเข็มจึงว่า ฮา คุณถามความที่ง่าย ใครๆ ก็ตอบคุณ ได้ทุกคน แต่เป็นข้อความที่คุณจะฟังเอาเป็นแน่ไม่ได้สักคน คุณถามไปร้อยคนก็ ร้อยอย่าง ผมรู้ที่จะตักเตือนอย่างไร ถ้าจะตอบให้เป็นประโยชน์จริงแก่คุณ ๆ ก็ ว่าจะเหมือนกับไม่ตอบอีกนะแหละ


พระสมบุญว่า เอาเป็นใช้ได้ตามคุณว่า แต่ตัวคุณเอง จะรักวิชาสิ่งใด จะเดินทางไหนละขอรับ พระเข็มตอบว่า อ้าว คำ ถามของคุณเป็นอย่างอื่นไป ละ เดิมคุณถามถึงตัวคุณ เดี๋ยวนี้ถามถึงผมผิดกันมาก คุณกับผมคนละคน ผมก็คนละอย่าง ส่วนผมเห็นง่ายคือผมเดินทางเรียนกฎหมายอยู่ คุณก็รู้จัก แล้วผมไม่เห็นว่าวิชาใดจะดีกว่า และผมรักสุดใจจึงจับเรียน เวลานั้นพอพระทรัพย์และพระเหลงมาถึงเข้าพร้อมกัน เห็นพระเข็มพูดจา ท่าทางปลาดจึงถามว่า พูดอะไรกัน พระเข็มก็เล่าให้ฟ้ง พระทรัพย์ก็ขัดคอ ขึ้นว่า คุณสมบุญอย่าเชื่อเอาพระเข็มนะ ไม่ได้เรื่องดอก อ้ายวิชากฎหมาย นั่นแหละ บ๊ะแขนอย่างนี้เอามือทุบพื้นดังกระเทือนไปทั้งกุฏิ ฮะ แขนอย่างนี้ ไปเรียนกฎหมายละไม่มีใครไปทัพละ เรียนอะไรไม่เรียน ๆ หลอกเขากิน จบพระนิพนธ์ของกรมหลวงพิชิตปรีชากรเพียงเท่านี้


คุยกับผู้เขียน จากผู้เรียบเรียง "วิชาใดๆ ย่อมเป็นของดีแท้หลายอย่างแต่ความรักของผู้เรียนแลผู้ใช้เป็นสำ คัญ ถ้ารัก จริงเรียนจริงก็ใช้เป็นประโยชน์จริงตามคำ โบราณว่า คนรู้จริงก็ให้จริงถึงสิ่งเดียว แต่ให้ เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล ความข้อนี้เป็นความจริงแท้ ถ้าคุณปรารถนาดีคงได้ดี" -จบริบูรณ์- จากข้อความนี้ อยากให้ผู้อ่านที่มีชีวิตหรือเป็นแบบพระสมบุญ ได้รับรู้และเข้าใจถึงเส้นทางตัวเองนั้นที่ไม่แน่นอนและยังไม่แน่ใจ หรือคิดไม่ออก ได้เข้าถึงการเรียนรู็ และก้าวไปข้างหน้าถึงแม้จะไม่รู้หรือไม่เข้าใจเลยก็ตาม ถ้าเรา ยังมีความรักและความตั้งใจ ความไม่แน่ใจ และไม่แน่นอนนั้นย่อมไม่เป็นปัญหา


สนุกนิ์นึก ได้รับการบันทึกให้เป็น นวนิยาย เรื่องแรกของประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2488 แต่กลับ "ไม่เป็นที่ยอมรับจากผู้คนในสมัยนั้น" ทั้งที่มันเป็น นวนิยายเรื่องแรก มีชื่อเรื่องที่น่าสนใจ และมีคนแต่ง ชื่อ พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าคัดณางคยุคล กรมพลวงพิชิตปรีชากร ที่มีผลงานมากมาย "แต่ไม่ได้เป็นที่นิยมและเป็นที่ยอมรับจากผู้คนในสมัยนั้น" เรามาหาคำ ตอบกันดีกว่า ว่าทำ ไม มันเกิดอะไรขึ้น กับ เรื่อง สนุกนิ์นึก แต่นึกแล้ว.... ผู้เรียบเรียง อนุพงศ์ ตัถยวัฒนา ม.6/5 เลขที่ 2


Click to View FlipBook Version