รปู แบบการสรา้ งแรงจงู ใจในการทางานของเครือข่าย
อาสาพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนุษย์ ในพืน้ ที่จงั หวดั นราธิวาสและปตั ตานี
ความสาคัญและที่มาของปัญหา
อาสาสมัครพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เป็นอาสาสมัครท่ีปฏิบัติงานด้านต่างๆ ใน
ชมุ ชน และการประสานความ รว่ มมอื กับหน่วยงานภายในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของ
มนุษย์ เพ่ือดูแลและพัฒนา ท้องถิ่นของตนเอง ประกอบกับท่ีผ่านมาสังคมไทยมีวิถีชีวิตท่ีเปล่ียนไปและปัญหา
สังคมก็เพิ่มมากขึ้น การแก้ไขปัญหาสังคมเป็นเร่ืองละเอียดอ่อน ต้องใกล้ชิดปัญหาและมีการดาเนินการ
ท่ีต่อเนื่อง จึงจาเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของเครือข่าย ประกอบกับปัจจุบันกาลังคนภาครัฐ ลดลง การมี
อาสาสมัครเขา้ มาชว่ ยบรรเทาปญั หาบา้ นเมอื ง จึงนับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิง่
จากการปฏิบัติงานที่ผ่านมา พบปัญหาด้านการให้ความรว่ มมือที่ได้รับความร่วมมือในการ ปฏิบัติงาน
ไม่เต็มท่ีเท่าท่ีควร อาจด้วยสาเหตุหลายประการ จึงสนใจท่ีจะศึกษาปัจจัยจูงใจท่ีส่งผลต่อการปฏิบัติงานของ
อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์จังหวัดนราธิวาสและปัตตานี เพื่อนาผลการศึกษาไปใช้ใน
การจูงใจให้อาสาสมัครฯ ปฏิบัติหนา้ ที่ด้วยความสมัครใจอย่างเต็มกาลังและความสามารถ และใช้ประกอบการ
เพ่ิมพูนความรู้ความสามารถ ด้านทักษะท่ีจาเป็น เพื่อให้อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ใน
จังหวัดนราธิวาส สามารถปฏบิ ัตหิ น้าที่ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
บทบาทหน้าท่ี อพม.
อาสาสมคั รพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นกลไกสาคญั ในการขบั เคล่ือนงานด้านสวัสดกิ าร
สังคมในระดับอาเภอ ตาบล และหมู่บ้าน โดยมีบทบาทหน้าที่และภารกิจ คือ คือการขับเคลื่อนงานด้านการ
ส่งเสรมิ การจัดสวัสดิการสังคม การให้คาแนะนาปรึกษา ประสานการช่วยเหลือผปู้ ระสบปัญหาความเดือดร้อน
ตดิ ตาม เฝ้าระวงั ตลอดจนปอ้ งกันและแก้ไขปัญหาเดก็ เยาวชน คนพิการ ผ้สู งู อายุ คนไรท้ ่ีพ่งึ และคนขอทาน
ปัจจุบันบทบาทอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ท่ีมีการปฏิบัติงานเพิ่มมาก
ข้ึนตามการปฏิรูประบบราชการ อาสาสมัครจึงต้องเป็นผู้ขับเคลื่อนการทางานของกระทรวงที่มีขอบเขตและ
ภารกิจกว้างขวางเก่ียวกับประชาชนทุกกลุ่ม จึงจาเป็นอย่างย่ิงท่ีกระทรวงฯ ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุก
ภาคส่วน เพื่อเป็นแรงขับเคล่ือนในการทางานด้านการพัฒนาสังคมในระดับอาเภอ ตาบลและหมู่บ้าน จาเป็น
อย่างย่ิงที่ต้องอาศัยอาสาสมัครเข้ามาช่วยเหลือในการปฏิบัติงานด้านสวัสดิการสังคม แต่ที่ผ่านมาพบว่าการ
ปฏิบัติงานของอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ยังประสบปัญหาในการดาเนินงาน
เช่น ไม่มีค่าตอบแทนหรือมีบ้างแต่เพียงเล็กน้อยซึ่งคิดเป็นตัวเงินแล้วไม่คุ้มค่า กระทรวงฯ ไม่มีงบประมาณ
สนับสนุนการดาเนินงานที่เพียงพอ จึงมีการปฏิบัติงานท่ีไม่สม่าเสมอ ปัญหาศักยภาพของอาสาสมัครพัฒนา
สังคมและความม่ันคงของมนุษย์ (อพม.) ข้อจากดั ของจานวนอาสาสมคั ร พบว่าอาสาสมัครน้อยคนนักทีจ่ ะเป็น
อาสาสมัครเพียงประเภทเดียว ซึ่งจะต้องรับผิดชอบงานหลายด้าน หลายหน่วยงาน ทาให้เป็นอุปสรรคในการ
จัดสรรเวลา มีการหมุนเวียนเข้าออกของอาสาสมัครและการดาเนินงานที่ไม่ต่อเนื่อง การมีระดับอายุและ
การศึกษาท่ีแตกต่างกันทาให้เกิดช่องว่างในการปฏิบัติหน้าที่ การประสานงาน การส่งต่อ และยงั ขาดเครือข่าย
ในการทางานและการเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มต่างๆ ขาดการประสานงานกับหน่วยงานใกล้เคียงเพื่อการทางาน
ดา้ นสวสั ดิการสงั ตม โดยเฉพาะเทศบาล องค์การบริหารสว่ นตาบลและกลุ่มต่างๆ ในชุมชนและทอ้ งถนิ่
ปจั จยั จงู ใจในการปฏิบตั งิ าน
1. การมจี ิตสาธารณะ มีความเอ้ืออาทรและช่วยเหลอื ผู้ประสบปัญหาในชุมชนและสงั คม มคี วามสุขใจ
และความภาคภูมิใจกับการได้ช่วยเหลือผู้ท่ีเดือดร้อน รวมถึงการให้ความสาคัญและร่วมมือกับทุกภาคส่วนใน
การเขา้ ไปมีส่วนร่วมจดั การปัญหาทีเ่ กดิ ขนึ้ ในสงั คม
2. การฝึกอบรมเพ่ิมพูนทักษะความชานาญในการปฏิบัติงานและทัศนคติที่ดีต่อการปฏิบัติงานอย่าง
ต่อเนื่อง ตลอดจนการศึกษาดูงานเพ่ือเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์ การแลกเปลี่ยนความรู้ ความเข้าใจ
ทิศทางการทางานของกระทรวงฯ
3. เน้นการทางานเป็นทีม ก่อให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างเพ่ือนร่วมงาน เห็นน้าใจและมติ รภาพจาก
ผู้ท่ีเกยี่ วขอ้ งทกุ คน
4. การมอบรางวัลหรือใบประกาศให้กับอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ท่ี
ปฏิบตั งิ านไดด้ ี เพอื่ เปน็ แรงจูงใจและสรา้ งความภาคภมู ิใจในการทางาน
แนวทางการสรา้ งเครอื ขา่ ยอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมนั่ คงของมนุษย์ (อพม.)
1. ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้คนในชุมชนได้เห็นประโยชน์ของการจัดทาแผนและกิจกรรมในชุมชน
เพ่ือเป็นการกาหนดรูปแบบการพัฒนาด้านต่างๆ โดยให้คนในชุมชนได้รู้และเข้าใจแผนการปฏิบัติหน้าท่ีของ
อาสาสมัครพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนุษย์ (อพม.)
2. ควรผลักดันให้เครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เกิดการทางาน
อยา่ งตอ่ เนือ่ ง ตลอดจนการตดิ ตอ่ ประสานงานกับอาสาสมัครพฒั นาสงั คมและความม่นั คงของมนษุ ย์ (อพม.)
3. การสร้างเครือข่าย จาเป็นต้องอาศัยการมีเครือข่ายและการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน งบประมาณ
วสั ดุอปุ กรณ์ ครุภณั ฑต์ า่ งๆ ไมจ่ ากดั อยกู่ บั งบประมาณของแผ่นดินท่ีไดร้ ับจดั สรร
4. ควรส่งเสริมการเชื่อมกลุ่มเดิมเสริมสร้างกลุ่มใหม่ โดยให้ชุมชมสร้างเครือข่ายท่ียังไม่มีให้เกิดข้ึนใน
ชมุ ชนเพื่อชว่ ยเหลอื สวัสดกิ ารสังคมรว่ มกบั หน่วยงานภาครัฐ
ดังนั้น อาสาสมัคร เป็นผู้สมัครใจทางานให้ส่วนร่วมหรือสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทนที่เป็นวัตถุหรือ
เงนิ ทเี่ ป็นรูปธรรมแต่ผลตอบแทนอาสาสมัครจะไดร้ ับ ความสุขทางกาย ทางใจ และความเคารพนับถือของคน
ในชุมชน การเป็นอาสาสมัครต้องมีความเป็นอิสระพร้อมท้ังภาระหน้าท่ีของอาสาสมัครต้องไม่เป็นงานประจา
เพื่อประโยชน์แห่งประชาชนและสังคม การไม่หวังผลตอบแทน การสละเวลา แรงกายสติปัญญา เพื่อ
สาธารณประโยชน์ เปน็ จิตแห่งความสุข