The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E-bookงานแกะสลักผลไม้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

E-bookงานแกะสลักผลไม้

E-bookงานแกะสลักผลไม้

07/10/63

สารบญั หนา้

เร่อื ง 1
2
- ความสาคัญของการแกะสลัก 3-5
- ประวตั ิเกีย่ วกบั การแกะสลกั 5-8
- การจกั หอมหัวใหญ่ 9-10
- การตัด การฝาน การเจยี น การเซาะ 11-13
- การปอกมะเขือเทศเป็นดอกกุหลาบ 14-15
- การกรีดพรกิ ช้ฟี า้ ดอกหนา้ ววั 16-17
- การคว้าน 18-21
- การแกะสลักแครอทดอกขา่ 22-24
- การแกะสลกั แครอทดอกรกั เร่ 25-27
- การแกะสลักผอบจากฝรัง่ 27-29
- การเกลา การแกะสลัก 30
- วสั ดอุ ปุ กรณ์งานแกะสลัก 31
- การเลอื กซ้อื การดูแลรักษาผกั -ผลไม้ 32
- รูปแบบการแกะสลักผลไม้
- ประโยชนข์ องงานแกะสลกั ผกั -ผลไม้

07/10/63

ความสาคญั ของการแกะสลกั 1

งานศลิ ปะดั้งเดมิ ของไทยน้ันมอี ย่มู ากมายหลายอย่างหลายแขนง การ

แกะสลกั ผกั ผลไมน้ นั้ เป็นงานทมี่ คี ณุ ค่า มคี วามสาคัญมากมายหลายประการ ซึง่
สามารถพอจะแยกเป็นหัวขอ้ ไดด้ ังนี้
1. นามาใชไ้ ดใ้ นชวี ติ ประจาวนั
- สามารถตดั แต่งผกั ผลไม้ เปน็ ชิน้ เป็นคามคี วามสวยงามและ เพื่อความสะดวกใน
การรับประทาน
2. นามาใชใ้ นโอกาสพเิ ศษ ตามงานเลย้ี งตา่ งๆ
- สามารถแกะสลกั ผัก ผลไม้ เพื่อนาไปจดั ตกแตง่ อาหารตา่ งๆ เช่น แกะสลักผักหรอื
ผลไม้เป็นผอบเพอ่ื ใส่อาหาร และใช้ในการตกแต่งสถานทใี่ หด้ สู วยงามน่าชมได้อีกด้วย
เช่น การแกะสลักแตงโมหรอื แคนตาลูปทั้งผลเพอื่ ตกแต่งสถานท่ีในงานใหส้ วยงาม
3. สรา้ งสมาธใิ หก้ บั ผทู้ ี่แกะสลกั
- การแกะสลกั ผัก ผลไมจ้ ะตอ้ งมีสมาธิ ไม่เช่นนัน้ อาจเกิดอบุ ตั เิ หตุจากมดี ทีใ่ ชใ้ นการ
แกะสลักได้ และชนิ้ งานทีไ่ ดจ้ ะมคี วามประณีตสวยงามไมม่ รี อยชา้ ตามตอ้ งการ
4. เสรมิ สรา้ งความคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์
- เมอ่ื ผู้แกะสลักเรยี นรวู้ ิธีการแกะสลักอยา่ งชานาญแล้ว จะมีความเขา้ ใจและสามารถ
สรา้ งสรรคล์ วดลายใหมไ่ ดต้ ามความต้องการ
5. สรา้ งความภาคภมู ใิ จแกต่ วั เอง
- การแกะสลักถือเปน็ งานทม่ี คี วามยากอยา่ งหนง่ึ แต่หากได้มกี ารเรียนรู้อย่างมรี ะบบ
มขี ้ันตอน และใช้ระยะเวลาในการฝกึ ฝน จะสามารถทาไดอ้ ยา่ งงา่ ยดายและเกิดความ
ภาคภมู ใิ จในตนเอง
6. อนุรกั ษส์ บื สานศลิ ปะการแกะสลกั ของไทย
- ปัจจบุ นั มีผู้สนใจงานดา้ นแกะสลกั ผกั และผลไมอ้ ยา่ งจริงจังน้อยลง เนอ่ื งจาก
คา่ นยิ มมกี ารเปล่ยี นแปลงไป แตย่ ังมผี ูส้ นใจทจี่ ะเรยี นรู้การแกะสลักผักและผลไม้

ประวติ เิ กยี่ วกบั การแกะสลกั 2

งานศลิ ปะด้ังเดมิ ของไทยน้นั มอี ยู่มากมายหลายอยา่ งหลายแขนง การ

แกะสลกั ก็เป็นงานศิลปอยา่ งหนึ่งที่ถอื เปน็ มรดกมคี ่าทส่ี ืบทอดกันมาช้านาน เป็นงาน
ฝีมอื ที่ต้องใช้ความถนดั สมาธิ ความสามารถเฉพาะตัว และความละเอียดออ่ นมาก
การแกะสลักผกั และผลไม้ เป็นการแสดงออกทางวฒั นธรรมที่เปน็ เอกลักษณป์ ระจา
ของชาตไิ ทยเลยทเี ดยี ว ซ่งึ ไม่มีชาตใิ ดสามารถเทยี บเทยี มได้ แต่สง่ิ ท่ีนา่ เป็นหว่ งทส่ี ดุ ใน
ปจั จบุ ันน้คี งจะเปน็ เรื่องของการอนรุ ักษ์ ศิลปะแขนงน้ีทีม่ แี นวโนม้ จะสญู หายไปและลด
นอ้ ยลงไปเรือ่ ยๆ การแกะสลักผกั และผลไม้เดิมเปน็ วชิ าท่ีเรียนขั้นสงู ของ กุลสตรีใน
รวั้ ในวัง ที่ตอ้ งมกี ารฝึกฝนและเรียนรูจ้ นเกิดความชานาญ บรรพบรุ ษุ ของไทยเราไดม้ ี
การแกะสลักกนั มานานแลว้ แตจ่ ะเร่มิ กนั มาตง้ั แตส่ มยั ใดนน้ั ไม่มใี ครร้แู นช่ ัด
เนอ่ื งจากไม่มหี ลกั ฐานแนช่ ัด จนถึงในสมยั สุโขทยั เป็นราชธานี ในสมยั ของสมเดจ็ พระ
รว่ งเจ้า ไดม้ นี างสนมคนหน่งึ ช่ือ นางนพมาศ หรอื ท้าวศรีจฬุ าลักษณ์ ไดแ้ ตง่ หนังสือ
เล่มหน่ึงชอ่ื ว่า ตารบั ทา้ วศรีจฬุ าลกั ษณ์ข้ึน และในหนังสอื เล่มนี้ ไดพ้ ูดถงึ พิธตี ่าง ๆ
การสลักผกั ผลไม้นอกจากจะเป็นการฝกึ สมาธแิ ล้วยงั เปน็ การฝึกฝมี ือให้เกิดความ
ชานาญเป็นพิเศษ และต้องมีความมานะ อดทน ใจเย็น และมีสมาธิเป็นท่ตี งั้ รู้จักการ
ตกแต่ง มคี วามคิดสร้างสรรค์ การทางานจ้องใหจ้ ิตใจทาไปพร้อมกบั งานทีก่ าลังสลัก
อยู่ จึงได้งานสลักทส่ี วยงามเพริศแพร้วอยา่ งเป็นธรรมชาติ ดดั แปลงเปน็ ลวดลาย
ประดิษฐ์ต่างๆ ตามใจปรารถนาปัจจุบันวิชาการช่างฝีมอื เหลา่ นี้ ถกู บรรจอุ ยใู่ น
หลกั สตู ร ต้งั แต่ชนั้ ประถมศกึ ษา มัธยมศกึ ษามาจนถึงอุดมศึกษาเปน็ ลาดับ ประกอบ
กับรัฐบาลและภาคเอกชนได้ให้การสนบั สนนุ จงึ มกี ารอนรุ ักษศ์ ลิ ปะต่าง ๆ อย่าง
แพรห่ ลาย โดยเฉพาะการแกะสลกั ผลงานประเภทเคร่ืองจมิ้ จนกระท่ังงานแกะสลักได้
กลายเปน็ สง่ิ ท่ตี อ้ งประดษิ ฐ์ ตกแต่งบนโต๊ะอาหารในการจดั เลีย้ งแขกตา่ งประเทศ ตาม
โรงแรมใหญ่ ๆ ภตั ตาคาร ตลอดจนรา้ นอาหาร กจ็ ะใช้งานศิลปะการแกะสลกั เข้าไป
ผสมผสานเพือ่ ใหเ้ กดิ ความสวยงาม หรูหรา และประทับใจแกแ่ ขกในงาน หรือสถานท่ี
นั้น ๆ งานแกะสลักผลไม้ จงึ มสี ่วนช่วยตกแตง่ อาหารได้มาก คงเปน็ เช่นนตี้ ลอดไป

การจกั หมายถงึ 3

การจกั หมายถงึ การทาวสั ดใุ ห้เปน็ แฉกหรือฟันเลอื่ ย โดยใช้มแี กะสลกั

กดลงบนส่วนกลางของวัสดุนน้ั ใหแ้ ยกออกจากกนั หรือใชเ้ คร่อื งมือแหลมแทงตรงที่
ตอ้ งการ เช่นการจักหอมหัวใหญ่ การจักละมุด

การฝกึ ทักษะ การจกั (การจักหอมหวั ใหญ)่

1หอมหัวใหญ่ วัสดแุ ละอปุ กรณ์
2. มีดแกะสลัก 4. ถาดรอง
5. อา่ งใส่นา้
3. เขียง
6. ผา้ เชด็ ทาความสะอาด

ขั้นตอนการทา 4

1.ปอกหอมหัวใหญ่ ล้างใหส้ ะอาด

2.ใช้ปลายมดี แกะสลกั จักซิกแซก็ ตรงกลางหวั ตามขวางจนรอบหวั ใหม้ ีระยะท่ี
เท่าๆกัน

3.คอ่ ยๆ ดงึ หอมหัวใหญใ่ หแ้ ยกออกจากกนั เปน็ 2 สว่ น

4.ปาดเนื้อดา้ นล่าง ออกเล็กน้อย ใหต้ ั้งได้และนาไปล้างนา้ เย็นจดั 5

การตดั การฝาน การเจยี น การเซาะ

การตดั หมายถึง การทาส่ิงใดสง่ิ หน่ึง ซึง่ ตอ้ งการใหเ้ ป็นทอ่ นสั้นยาวตามตอ้ งการ โดย
ใชม้ อื หน่งึ จบั มีด และอกี มอื หนงึ่ จับวัสดวุ างบนเขยี ง แลว้ กดมีดลงบนวัสดุให้ขาดออก
จากกนั
การฝาน หมายถึง การทาวสั ดุสิง่ ใดส่งิ หนงึ่ ให้เปน็ แผ่นหรือชิน้ บาง โดยใช้มือจบั ของไว้
ในฝ่ามือหรือวางบนเขียง แลว้ ใช้อีกมอื หนึ่งจับมดี กดลงบนของนน้ั ให้ตรง มีความบาง
มากหรือน้อยตามต้องการ
การเจยี น หมายถงึ การทาใหร้ อบนอกของวสั ดุสิ่งใดสงิ่ หนงึ่ เรยี บไม่ขรขุ ระ หรือเปน็
รปู ทรงต่างๆ
การเซาะ หมายถึง การทาใหเ้ ปน็ รอยลึกหรือรอยกว้าง เช่น เซาะเป็นรอยตามประสงค์
โดยใชม้ อื ขา้ งหนึ่งจบั วสั ดนุ ัน้ แลว้ ใชม้ อื อกี ข้างหนง่ึ จบั มดี ให้ทางคมกดกบั วสั ดุน้นั

6

การฝึกทักษะ การตัด การฝาน การเจยี น การเซาะ (แตงรา้ นเปน็ รปู ใบไม้
พลิว้ )

วัสดุและอปุ กรณ์

1. แตงรา้ น 4.ถาดรอง
2. มีดแกะสลกั 5. อ่างผสม
3. เขียง 6. ผา้ เช็ดทา
ความสะอาด

ข้ันตอนการทา 7

1.ตัดแตงรา้ นให้เป็นเส้นเฉียง (การตดั )

2.ตัดแตงรา้ นใหข้ าดออกจากกัน ฝานเมลด็ ออก (การฝาน)

3ตัดตกแตง่ แตงรา้ นให้เปน็ รปู ใบไม้ เจียนตกแต่งใบไม้ให้บาง (การเจยี น)
4.เซาะร่องเส้นกลางใบ ให้เปน็ แนวคู่

8

5.เซาะเสน้ กลางใบ ใหป้ ลายแหลม (การเซาะ)

6.หยักรมิ ใบทั้งสองขา้ ง

7.ใบไมท้ ี่พลิ้วท่ีสาเร็จ ใบจะมีลักษณะโค้งเลก็ นอ้ ย ปลายใบดอู ่อนไหว ตามธรรมชาติ

การปอกมะเขอื เทศเปน็ ดอกกุหลาบ 9

การฝึกทกั ษะ การปอก (การปอกมะเขือเทศเปน็ ดอกกหุ ลาบ)

วัสดุและอปุ กรณ์

1. มะเขือเทศ 4. ถาดรอง

2. มดี แกะสลกั 5. อา่ งใสน่ ้า

3. เขียง 6. ผา้ เช็ดทาความสะอาด

10

ข้ันตอนการทา

1.ใชม้ ีดแกะสลักปอกผิวมะเขือเทศเรมิ่ ต้นจากข้วั ของมะเขอื เทศ

2.ปอกมะเขือเทศ ให้ตัดเน้อื เลก็ น้อย ปลายโค้ง

3.ปอกรอบผล เส้นระยะใหเ้ ทา่ กนั จนถึงปลายผล

4.มว้ นกลบี กหุ ลาบโดยเรม่ิ ท่ีปลายผล ม้วนจนหมดใชส้ ว่ นทรี่ องผลรบั กลบี ดอกกุหลาบ
จัดกลีบใหเ้ ข้าท่ใี ห้สวยงาม

การกรดี หมายถงึ 11

การกรดี หมายถงึ การทาวสั ดสุ ง่ิ ใดสิ่งหนงึ่ ใหเ้ ปน็ รอยแยก หรือขาด

ออกจากกัน โดยใช้ของแหลมคมกดลงบนวสั ดุนน้ั แล้วลากไปตามความต้องการ

การฝกึ ทกั ษะ การกรดี (การกรดี พริกชฟี้ า้ เปน็ ดอกหน้าวัว)

วัสดุและอปุ กรณ์

1. พรกิ ชี้ฟ้า 4. ถาดรอง

2. มดี แกะสลัก 5. อา่ งใส่น้า

3. เขียง 6. ผา้ เช็ดทาความสะอาด

12

ขั้นตอนการทา

1.ลา้ งพรกิ ใหส้ ะอาด ใช้มดี คว่ันโดยรอบข้ัวพริก อยา่ ใหข้ าด

2.กรีดตามยาว จากโคนจรดปลาย

3.ใชป้ ลายมดี แคะเมล็ดพรกิ ออก ระวงั อยา่ ให้กลบี ขาด

4.ดงึ เมด็ พริกท่ตี ดิ กับก้านออก

5. เจียนพรกิ ช่วงโคนใหม้ นและเวน้ ตรงกลาง แช่นา้ ให้กลบี แขง็ 13

6.ใช้ปลายมีด เจาะพริก ให้ตา่ จากรอยเว้าเลก็ นอ้ ย

7.นาเมล็ดพรกิ ท่ตี ดิ กับก้านมาใส่เป็นเกสร

8. เกสรเมื่อเสยี บเสร็จแล้วดังรปู

14

การควา้ น

การควา้ น หมายถึง การทาวสั ดุซ่งึ มีส่วนเปน็ แกนหรอื เมล็ดให้ออกจาก

กนั โดยใชเ้ ครื่องมือทมี่ ปี ลายแหลมและคมแทงลงตรงจุดทตี่ ้องการควา้ น แลว้ ขยับไป
รอบๆ จนแกนหลดุ ค่อยๆ แคะหรอื ดนุ ออก เช่นการคว้านเงาะ

การฝกึ ทักษะ การควา้ น (การแกะสลักแตงร้านเป็นดอกทวิ ลปิ )

วสั ดแุ ละอปุ กรณ์

1. แตงรา้ น 2. เขียง 3. อ่างใสน่ า้
4. มดี แกะสลกั
6. ถาดรอง 5. ผา้ เชด็ ทาความสะอาด

15

ขั้นตอนการทา

1.ตัดแตงรา้ นสว่ นปลาย แบ่งออกเป็น 3 กลีบ ใช้มดี คว้านไสอ้ อก (การคว้าน)

2.ใช้มีดเจยี นกลีบให้ปลายมน
3.เจาะกลีบเลก็ ในกลบี ใหญ่ ให้โคง้ ตามกลีบรอบนอก
4.ใช้ปลายมีดกดกลีบเล็กเขา้ ด้านใน นาไปแชน่ า้ ใหก้ ลบี บาน

16

การแกะสลกั แครอทดอกขา่
ลายดอกขา่ เป็นลายพื้นฐานในการแกะสลัก เพราะการ

แกะสลักให้เป็นกลบี ดอกเกือบทุกชนดิ หรอื ภาชนะ รูปสตั ว์ และอน่ื ๆ จะ
ประยกุ ต์ดัดแปลงมาจากลายดอกขา่ ท้ังส้นิ มวี ธิ ีแกะ คือ ใชม้ ีดกรีดโค้งกลีบ
บรรจบกบั ปลายกลีบแหลม แซะเนือ้ ใตก้ ลีบออกท้งั สองขางให้กลบี เด่นชดั
จากนัน้ ใชม้ ดี สักตรงกลางกลีบดอกให้เ้ป็นร่องลึก แกะสลกั เป็นชน้ั ๆ โดยให้
กลีบ แตล่ ะกลบี ช้นั สบั หว่างกนั ทุกชน้ั ลายดอกขา่ สามารถแกะไดห้ ลาย
รูปแบบ

การฝึกทักษะ การแกะสลกั แครอทดอกข่า/รวงขา้ ว
วัสดอุ ปุ กรณ์

1. มีดแกะสลัก/แครอท 2. ถาดรอง 3. อา่ งผสม
4. ผ้าเช็ดทาความสะอาด 5.เขียง

17

ขนั้ ตอนการทา

1. เลือกแครอทท่สี ด ผิวเรียบไมม่ รี อยช้าหรือรอยแมลงกินล้างใหส้ ะอาดเกลาแครอท
เปน็ รูปหยดน้า

2. วาดกลีบตรงสว่ นโคนกลบี โดยใหก้ ลบี เท่ากนั และเซาะเนือ้ ระหว่างกลีบออก

3. ชั้นที่2 วาดกลีบสบั หวา่ งกบั ชั้นแรกและเซาะเนือ้ ระหว่างกลบี ออก

4. แกะสับหว่างกนั ไปเร่ือย ลักษณะกลบี จะเลก็ ลงระวงั ส่วนปลายอยา่ ใหป้ ลายดอกหัก
แกะจนถงึ ปลายสุดของดอกอยา่ งเบามอื เรากจ็ ะได้ดอกรวงข้าวตามต้องการ

18

การแกะสลกั แครอทดอกรกั เร่

วธิ ีแกะเหมือนกบั การแกะสลกั ลายดอกข่า แต่ต้องแกะสลกั กลางร่อง
กลีบให้ลกึ เพอื่ ให้กลบี เดน่ ข้นึ วิธีเกลารู ปดอกให้เปน็ รูปกลมหรือคร่งึ วงกลม
ควรใชส้ ่วนนูนของผกั หรือผลไมข้ ้นึ แลว้ เร่ิมตน้ แกะจากยอดสุด ลงมาเปน็ ช้ัน ๆ โดย
ใหก้ ลีบแตล่ ะชั้น สับหว่างกนั

การฝึกทกั ษะการแกะสลัก ดอกรกั เร่

วสั ดอุ ปุ กรณ์

1.มีดแกะสลัก/แครอท 2. ถาดรอง 3. อา่ งผสม
4. ผ้าเชด็ ทาความสะอาด 5.เขียง

19

ขน้ั ตอนการทา

1. เลือกแครอททสี่ ด ผิวเรยี บไมม่ รี อยช้าหรอื รอยแมลงกินล้างให้สะอาด

2. หน่ั แครอทออกเปน็ ทอ่ นหนาประมาณ 1.5 น้วิ
3. เกลาให้มนเกลาแครอทเปน็ รูปครง่ึ วงกลม
4. เซาะตรงกลางดอกใหเ้ ป็นรูปวงกลม โดยลบเหลยี่ มวงกลมเกสรตรงกลางให้โคง้ มน

20

5. เซาะร่องตรงขอบของเกสร เว้นระยะของแตล่ ะร่องให้เทา่ กนั

6. ลากกลีบให้ปลายแหลมพร้อมเซาะเน้อื ขา้ งกลีบออก และแกะเกสรชนั้ ต่อไปให้สบั
หว่างกบั ช้ันแรก แกะไปจนถึงตรงกลางเกสร

7. เซาะรองของกลีบดอกช้ันที่ 1 เว้นระยะหา่ งเท่ากนั
8. ลากกลบี ใหแ้ หลมโดยมรี อ่ งอยู่ตรงกลางกลีบ และเซาะเน้ือขา้ งกลบี ออก

21

9. เซาะร่องชัน้ ท่ี 2 ให้สับหวา่ งกับชนั้ แรก

10. ลากกลีบให้แหลมโดยมีร่องอยตู่ รงกลางกลบี และเซาะเน้อื ขา้ งกลบี ออก ไปเรื่อยๆ
โดยกลบี สบั หว่างกนั

11. ปาดเศษแครอทที่เปน็ ฐานรองดอกออก ก็จะไดด้ อกรกั เร่ตามต้องการ

22

การแกะสลกั ผอบจากฝรงั่

ผอบ หมายถงึ ตลบั ทม่ี ีเชงิ มยี อด การแกะสลักผอบมรี ูปแบบในการ
แกะสลักแตกต่างกันทั้งแบบกลม รี ปอ้ ม และสงู ยาว จะแกะสลักรูปแบบอย่างไรนน้ั
ขึ้นอยูก่ ับการออกแบบวัสดุทน่ี ามาแกะสลกั และวัตถปุ ระสงค์การใช้ผอบท่แี กะสลกั มัก
นา มาใส่ไดท้ ง้ั อาหารคาว เช่น แกง น้า พรกิ หรอื บรรจุสงั ขยาแลว้ นาไปนึ่งเป็นขนม
หวานได้

วัสดุและอปุ กรณ์

1. ฝร่ัง 2. เขียง 3. อา่ งใส่นา้
4. มีดแกะสลัก
6. ถาดรอง 5. ผ้าเชด็ ทาความสะอาด

ข้ันตอนการทา 23

1. เลือกฝรง่ั ผลสดเกลี้ยงไมม่ รี อยช้า

2. วาดฝาผอบเปน็ รปู ใบไมส้ ใี่ บ เซาะใหอ้ อกจากผลฝร่งั และควา้ นเมลด็ ออก

3. วาดเสน้ กลางใบบรเิ วณฝา
4. เซาะรอ่ งใบและขอบใบทง้ั สี่

24

5. วาดเสน้ ขอบบริเวณผอบ

6. เซาะรอ่ งแล้ววาดกลบี พรอ้ มปาดเนื้อใหก้ ลีบชดั ขนึ้ ชน้ั ท่ี 1 หนึ่งกลบี ช้นั ท่ี 2 สับ
หว่างกบั ชัน้ ที่ 1

7. วาดกลีบสบั หว่างกันแต่ละชอ่ ง

8. วาดกลบี สบั หวา่ งกันโดยรอบผลฝร่งั และนานาฝาของผอบมาคู่กนั กจ็ ะไดผ้ อบจาก
ฝรั่งที่สวยงาม

การเกลา การแกะสลกั 25

การเกลา หมายถงึ การตกแต่งวัสดทุ ย่ี งั ไม่เกลยี้ งให้เรียบรอ้ ยยิ่งขึ้น

โดยใชม้ ีดนอนหนั คมออก ฝานรอยท่ขี นึ้ เปน็ สันและขรุขระใหเ้ กลย้ี ง
การแกะสลกั หมายถงึ การทาวสั ดุสิ่งใดสงิ่ หน่งึ ออกจากกัน หรอื ใช้

เครอ่ื งมอื ที่แหลมคม กดทางคมลง บนวตั ถนุ ั้นตามความประสงค์เปน็ ลวดลายสวยงาม
ต่างๆ หรือการใช้เล็บมือคอ่ ยๆแกะเพ่ือใหห้ ลดุ ออก

การฝกึ ทักษะ การเกลา การแกะสลกั (การแกะสลักฟกั ทองเปน็ ดอกรกั เร่)

วสั ดุและอปุ กรณ์

1. ฟักทอง 4. ถาดรอง

2. มีดแกะสลัก 5. อ่างผสม

3. เขยี ง 6. ผ้าเชด็ ทาความสะอาด

ขัน้ ตอนการทา 26

1.ตดั ฟกั ทองให้เป็นชนิ้ สีเ่ หลย่ี มจัตุรสั ตัดเหลี่ยมท้งั 4 ดา้ นออก

2.เกลาชนิ้ ฟกั ทอง ใหม้ ีลักษณะเป็นรปู คร่งึ วงกลม

3.แกะสลกั เกสรโดยใชม้ ดี ปกั 90 องศา และปาดเนอ้ื ออก

4.แกะสลกั เกสรหนั ปลายกลบี เขา้ หาจดุ ศนู ยก์ ลาง ปาดเนอ้ื กลางกลีบใหเ้ ป็นรอ่ ง

27

5.แบง่ ระยะกลบี ปาดเนื้อกลางกลีบใหเ้ ปน็ ร่อง และแกะสลักกลบี ให้ปลายแหลม

6.ดอกรักเร่กลบี ดา้ นข้าง จากโคง้ เล็กน้อย มปี ลายแหลม ปาดเนื้อใตก้ ลบี ออกทุกคร้ัง
กลีบจงึ จะเดน่ และ แกะสลกั กลบี ช้นั ตอ่ ไป ใหส้ บั หว่าง เชน่ นจ้ี นจบ

วสั ดุอปุ กรณใ์ นงานแกะสลกั

มดี ควา้ น
ใชค้ ว้านเมล็ดผลไม้ออก ควรมคี วามคม ควรเลอื กทท่ี าจากสแตนเลส

มีดตดั หรือหัน่ 28

มดี ตดั และห่นั ใชส้ าหรบั ตัด ห่นั และเกลาผักและผลไม้ ควรมคี วามคม

และมีดห่นั ควรมีความยาวของใบมีด 5-7 นิว้

ที่ตกั ผลไมท้ รงกลม ใชส้ าหรบั ตกั ผักหรือผลไมใ้ ห้เป็นทรงกลม ช้อนกลมใชส้ าหรับควกั
ไส้ผกั และผลไม้ ควรเลอื กท่ีทาจากสแตนเลส

เขยี งไม้ ใชส้ าหรบั รอง เวลาหน่ั ตดั ผกั และผลไม้ ควรเลือกเขียงไม้หรอื เขยี ง
พลาสตกิ ที่มีขนาดเหมาะสมในการใชง้ านและมีนา้ หนกั เบา

อ่างนา้ ใช้สาหรับใสน่ ้าเพอ่ื แช่ผักและผลไมท้ แ่ี กะสลกั แล้ว ให้สดข้นึ ควรเลอื กใหเ้ หมาะ 29
กับปรมิ าณผกั และผลไม้ที่จะแช่

ผ้าเชด็ มอื ใช้สาหรับเชด็ มอื และอุปกรณต์ ่างๆในการแกะสลกั ควรเลือกทซ่ี ับนา้ ไดด้ ี
อาจเป็นผ้าขาวบางหรือผ้าขนหนูผนื เล็ก

ถาด ใช้สาหรับรองเศษผกั และผลไม้เวลาแกะสลัก ควรเลอื กให้เหมาะกบั ขนาดของผกั
หรอื ผลไม้ทแี่ กะสลกั

มีดปอก ใช้สาหรับปอกเปลือกผกั และผลไม้ ควรเลอื กขนาดใหเ้ หมาะสมกับผักและ
ผลไม้ท่จี ะใช้

การเลอื กซอ้ื ตามชนดิ และการดแู ลรกั ษาผกั -ผลไม้ 30

แตงกวา เลอื กผิวสดสีเขียวปนขาวไมเ่ หลอื ง สามารถนามาแกะสลักไดห้ ลายรปู แบบ
เชน่ กระเชา้ ใส่ดอกไม้ ดอกไม้ ใบไม้ เมื่อแกะเสรจ็ ใหล้ า้ งดว้ ยน้าเย็นใส่กลอ่ งแช่เยน็
ไว้ หรอื ใช้ผ้าขาวบางชบุ นา้ คลุมไว้จะได้สดและกรอบ
มะเขอื เทศ เลือกผลที่มผี วิ สด ข้ัวสเี ขียว นามาแกะสลกั เป็นดอกไม้ หรือปอกผิว
นามามว้ นเปน็ ดอกกหุ ลาบ เม่อื แกะเสร็จควรลา้ งดว้ ยน้าเย็น ใส่กล่องแชเ่ ยน็
มะเขอื เลอื กผลทม่ี ผี วิ เรยี บ ไมม่ รี อยหนอนเจาะ ขัว้ สเี ขยี วสด นามาแกะเป็นใบไม้
ดอกไมเ้ ม่อื แกะเสร็จควรแชใ่ นนา้ มะนาวหรอื นา้ มะขาม จะทาให้ไมด่ า
แครอท เลือกสสี ม้ สด หวั ตรง นามาแกะเปน็ ดอกไม้ ใบไม้ สัตวต์ ่างๆ เมอ่ื แกะ
เสรจ็ ให้แชไ่ ว้ในนา้ เยน็
ขงิ เลือกเหง้าท่มี ลี ักษณะตามรูปร่างท่ตี ้องการ แกะเป็นช่อดอกไม้ ใบไม้ สัตว์ เมอ่ื
นาขิงอ่อนไปแช่ในน้ามะนาวจะเปล่ียนเป็นสชี มพสู วย
มันเทศ เลือกหัวท่ีมีผวิ สด ไมม่ ีแมลงเจาะ แกะเป็นรปู สัตว์ต่างๆ แกะเสร็จแล้วนาไป
แช่ในน้ามะนาวหรือน้ามะขาม ผิวจะไดไ้ ม่ดา
เผอื ก เลอื กหัวใหญ่กาบสีเขยี วสด นามาแกะเป็นภาชนะใสข่ อง หรืออาหาร ดอกไม้
ใบไม้ เม่อื แกะเสร็จให้นาไปแช่ในนา้ มะนาวหรอื น้ามะขามจะทาให้มสี ขี าวข้ึน
ฟกั ทอง เลือกผลแกเ่ น้ือสีเหลืองนวล นามาแกะเปน็ ภาชนะ ดอกไม้ ใบไม้ หรือสตั ว์
ต่างๆ แกะเสร็จแลว้ ให้ล้างนา้ แล้วใชผ้ า้ ขาวบางชบุ น้าคลุมไว้
มันฝรงั่ เลือกผิวสด นามาแกะเปน็ ใบไม้ ดอกไม้ สตั ว์ต่างๆ เมอ่ื ปอกเปลือกแล้ว
ให้แช่ไว้ในน้ามะนาวจะได้ไม่ดา
แตงโม เลอื กผลใหเ้ หมาะกบั งานท่ีออกแบบไว้ นามาแกะเปน็ ภาชนะแบบตา่ งๆ เม่ือ
แกะเสรจ็ ให้ใชผ้ ้าขาวบางชบุ นา้ คลมุ ไว้
เงาะ นามาคว้านเอาเมลด็ ออก ใช้วุ้นสสี ันตา่ งๆ หรือสับปะรด หรอื เนอื้ แตงโม ยัด
ใสแ่ ทน เม่อื แกะเสรจ็ ให้นาไปแช่เยน็
ละมดุ เลือกผลขนาดพอดี ไมเ่ ลก็ หรอื ใหญเ่ กินไป ไมส่ กุ งอม แกะเสร็จให้นาไปแช่
ในตู้เย็น
สบั ปะรด เลอื กผลใหญ่ ไม่ช้า แกะเปน็ พวงรางสาดไดส้ วยงาม แกะเสรจ็ ใหล้ า้ ง
ด้วยน้าเย็นและนาไปแชเ่ ยน็
ส้ม เลือกผลใหญ่ แกะเปน็ หน้าสตั ว์ เช่น แมวเหมียว
น้อยหนา่ เลือกผลใหญ่ไมง่ อม นามาคว้านเอาเมล็ดออก แกะเสร็จนาไปแชเ่ ยน็

31

รปู แบบการแกะสลกั ผกั และผลไม้

รูปแบบการแกะสลกั ผักและผลไม้ในปจั จบุ ัน มีผ้ชู านาญการแกะสลัก
มากมายท่ีคิดประดิษฐ์ผลงาน เพอื่ ปรบั รปู แบบให้มคี วามหลากหลายซึ่งมจี านวนชนดิ
ของวสั ดุทน่ี ามาใช้แกะสลักเพิม่ มากขน้ึ และหาไดงา่ ยสามารถเลือกมาแกะสลักได้
มากกวา่ ในอดีต แตร่ ปู แบบของการแกะสลกั ยงั ยึดการเลยี นแบบสง่ิ ต่าง ๆ จาก
ธรรมชาติหรือเพอ่ื ใชแ้ ทนเคร่อื งใช้ต่าง ๆ สามารถแยกรูปแบบการแกะสลกั ผักและ
ผลไม้ ได้ 4 ประเภท ดังน้ี

1.1 การแกะสลักเปน็ ใบไม้ ใบไมท้ ่มี ีอยตู่ ามธรรมชาติม2ี ชนดิ คือใบเล้ียง
เดยี่ วกับ ใบเลีย้ งคู่ การประดษิ ฐ์การแกะสลกั ท่ีเลียนแบบธรรมชาติเพ่ือใหเ้ กดิ ลวดลาย
บนใบไมท้ ี่สวยงามส่วนมากจะนิยมแกะสลักเลียนแบบธรรมชาติใบเลี้ยงคู่ เน่ืองจากมี
รปู แบบของเส้นใบ ลายใบท่ีมีอยูม่ ากมายหลายแบบท่สี ามารถนา มาแกะสลักได้ผกั ที่นา
มาแกะสลัก เปน็ ใบไมส้ ามารถนามาแกะสลกั ไดท้ ุกชนิด

1.2 การแกะสลกั เป็นดอกไม้ การแกะสลกั ผกั และผลไม้เปน็ ดอกไม้
จัดเป็นศิลปะการแกะสลกั ประเภทลอยตวั สามารถมองเหน็ ได้โดยรอบทุก ๆ ด้าน
ประดิษฐข์ น้ึ เพื่อเลยี นแบบดอกไมช้ นิดต่าง ๆ จากธรรมชาตเิ พราะฉะนน้ั วธิ ีการแกะสลกั
จึงมีหลักเกณฑ์ทไี่ ม่แน่นอนหรือตายตวั มากนัก เชน่ จา นวลกลีบดอกและจา นวลของ
ดอกไม้ ทงั้ นัน้ ข้ึนอยู่กับรูปแบบและขนาดของดอกไม้ดว้ ย ส่วนการแกะสลกั ลายดอกไม้
อย่ดู ้วยกันหลายแบบ เช่น ดอกบวั ดอกรกั เร่ ดอกกุหลาบดอกบานช่นื ดอกคารเ์ นชั่น
ดอกบวบ เป็นตน้

1.3 การแกะสลกั ผกั และผลไม้เปน็ รปู สัตว์การแกะสลักผักและผลไม้เป็น
รปู สัตว์ มีความจาเป็นจะตอ้ งละเอียดอ่อน ตง้ั แต่ข้นตอนการเลือกชนิดของผักและผลไม้

1.4.1 ผอบ หมายถงึ ตลับทมี่ ีเชิงมียอด การแกะสลกั ผอบมรี ปู แบบใน
การแกะสลกั แตกต่างกันทง้ั แบบกลม รี ปอ้ ม และสูงยาว จะแกะสลกั รูปแบบอย่างไรนัน้
ขน้ึ อย่กู บั การออกแบบวัสดุท่นี ามาแกะสลักและวัตถุประสงค์การใช้ผอบที่แกะสลกั มักนา
มาใส่ได้ทงั้ อาหารคาว เช่น แกง นา้ พริก หรือบรรจุสงั ขยาแล้วนาไปนึง่ เป็นขนมหวาน
ได้

32

ประโยชนข์ องงานแกะสลกั ผกั และผลไม้

1. เพอ่ื ใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั เชน่
1.1 จดั ตกแตง่ ผักและผลไมใ้ ห้สวยงามนา่ รบั ประทาน
1.2 จัดแต่งให้สะดวกแก่การรับประทาน

2. เพอื่ ใชใ้ นโอกาสพเิ ศษ เช่น
2.1 งานประเพณตี ่างๆ นิยมจดั ตกแตง่ อาหารคาวหวานใหส้ วยงาม เพอื่ เล้ยี งพระหรอื
รบั รองแขก เช่น งานบวชนาค งานแตง่ งาน งานวนั เกิด งานฉลองแสดงความยินดี
2.2 งานวันสาคัญ เช่น งานปีใหม่ หรือแกะสลกั ผลไม้เชอ่ื ม/แชอ่ ิ่ม ใสภ่ าชนะท่ี
เหมาะสมใชเ้ ป็นของขวญั ของฝาก ไปกราบญาตผิ ู้ใหญท่ เี่ คารพนับถือ

3. เพอ่ื ใชใ้ นการประกอบอาชพี เช่น เป็นชา่ งแกะสลกั ผกั และผลไม้ตามร้านอาหาร
ภัตตาคาร โรงแรม หรอื บนสายการบนิ ระหว่างประเทศ
4. เพ่ือเปน็ แนวทางในการดารงไว้ซ่ึงเอกลักษณ์ไทย

5. เพ่ือเผยแพรศ่ ลิ ปวฒั นธรรมไทย
6. เพอื่ ใหเ้ กิดความคดิ รเิ รมิ่ สร้างสรรค์ในการคดิ รูปทรง และลวดลายทีแ่ ปลกใหมโ่ ดย
จัดประกวดการแกะสลกั ผกั และผลไม้ในหัวข้อต่างๆ
7. ทาใหผ้ ูแ้ กะสลักเกดิ ความภาคภูมใิ จในผลงานและได้รบั การยกย่องสร้างงานและ
รายได้

07/10/63

07/10/63


Click to View FlipBook Version