นาฏศิลป์ ไทย
สมาชิก นายธนภัทร พรมทอง ม.4/5เลขที่ 16 นางสาวนับดาว คงจันทร์ เลขที่ 32 นางสาวณัฎฐณิชา นวลศรี เลขที่ 35 นางสาวศศิวิมล ศรีษะสมุทร เลขที่ 39
• ละครกรีก ได้เริ่มมาจากการประกวดการร้องร าท าเพลงแบบหมู่ในเทศกาลบวงสรวง เทพเจ้า เรียกว่า Dithyramb ละครกรีกที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบันมี 2 ประเภท คือ - ละครโศกนาฏกรรม ~ แสดงให้เห็นการดิ้นรนต่อสู้ การเอาชนะ ~ แสดงถึงความโศกเศร้า ทุกข์ทรมาร -ละครนาฏกรรม ~ แสดงถึงความตลกขบขัน ~ พัฒนามาจากการขับร้องเพลงเพื่อความสนุก ละครยุคแรก • ละครโรมัน ได้รับอิทธิพลมากจากละครกรีก แต่พัฒนาให้เข้ากับชาวโรมัน -ละครโศกนาฏกรรม ~ เรื่องราวเกี่ยวกับความรุนแรง ความสยดสยอง ~ มีการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับภูตผีปีศาจ - ละครตลกขบขันแบบโรมัน ~ Fabula Attenlana เน้นการตบตีแย่งชิง ใช้ค าหยาบ แต่งตัวน้อยชิ้น เน้นฉากตลกแบบเจ็บตัว
ละครยุคกลาง →นับตั้งแต่อาณาจักรโรมันล่มสลาย นับเป็นยุคมืดของการละคร และเมื่อปี พ.ศ.1400 ได้กลับมาฟื้นฟูอีกครั้งและถูกยับยั้งในการต่อสู้ทางศาสนาจนกระทั่งใน ศตวรรษที่ 10 การแสดงได้ถูกน ามาเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนา จึงได้รับการ ยอมรับอีกครั้งหนึ่ง ละครในยุคกลางสามารถแบ่งได้3ประเภท คือ 1.การแสดงละครในวัด เป็นการดึงความสนใจทางละคร ให้ผู้ที่สนใจศาสนา 2. ละครที่เกี่ยวกับศาสนา แสดงเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เรียกว่า Liturgical Play เล่าเรื่องราวที่มีอยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิล เรียกว่า Mystery Play 3.การแสดงประเภทอื่นๆ Folk play แสดงเรื่องราวผจญภัยของวีรบุรุษที่มีชื่อเสียง เช่น โรบินฮูด ความสนุกสนานอยู่ที่การต่อสู้เนื้อหาในละครได้มาจากความเชื่อนอกศาสนา และมัก แสดงในเทศกาลใหญ่ ๆ - Farce ละครตลกที่ไม่เกี่ยวกับศาสนา ไม่มีจุดประสงค์ที่จะสั่งสอนทางศีลธรรม - ละคร interlude แสดงโดยคณะละครเร่ ได้รับการว่าจ้าง มักแสดงคั่นระหว่าง งานเลี้ยงฉลอง แต่ไม่เกี่ยวกับศีลธรรมทางศาสนา
ละครย ุ คฟื ้ นฟ ู ศ ิ ลปวท ิ ยา →ละครยุคนี้มีทั้งละครTradegyและละครแบบComedy ซึ่งได้ อิทธิพลมาจากละครโรมัน ละครยุคนี้ส่วนใหญ่จะมีฉากเดียวแต่ใหญ่โต และแต่ง การหรูหรา • อินเตอร์เมทซี (Intermezzi) เป็นการแสดงสลับฉาก มักเป็นเรื่องราวจาก ต านานกรีกและโรมัน • โอเปร่า (Opera) เป็นการน าดนตรี การขับร้อง การระบ าเข้ามารวมกันเป็น รูปแบบใหม่ ละครสมัยใหม่ • ละครแนวสัจธรรม เป็นการแสดงแบบสมจริง สะท้อนความจริงของสังคมในยุคนั้นซึ่งตัวเอก ของเรื่องจะเป็น ชาวนา ขอทาน โจรเป็นต้น ซึ่งจะแตกต่างจากยุคก่อนๆ • ละคนแนวต่อต้านสัจธรรม - ละครสัญลักษณ์นิยม เป็นละครที่ใช้วัตถุหรือการกระท าที่เป็นสัญลักษณ์ ซึ่งละคร ประเภทนี้พยายามให้มองลึกลงไปถึงสัจธรรมที่ไม่อาจจับต้องได้ - ละครเอ็กซ์เปรสชั่นนิสม์ เป็นละครที่เสนอความเป็นจริงตามความคิดของตัวละคร ซึ่ง อาจไม่ตรงกับความคิดเห็นของผู้อื่น - ละครเพื่อสังคม เป็นละครที่กระตุ้นความส านึกทางสังคม น าไปสู่การเปลี่ยนแปลง แก้ไขทางสังคมให้ดีขึ้น
-ศึกษาหาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับรูปแบบประเภทและชนิดของ การแสดงที่ชม •ศึกษาเอกสารและข้อมลูต่างๆที่เกี่ยวกบกับแสดงตลอดจน สถานภาพของผู้มาชม •เมื่อการแสดงจบลงผู้ชมควรให้เกียรติผู้แสดงด้วยการปรบมือ มีจิตใจผ่อนคลาย หลักการวิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์ • เป็นการพูด หรือเขียนถึงก ารรับรู้สิ่งที่เห็นและรู้สึก การรับรู้ คุณสมบัติ ต่างๆของการเเสดง • บรรยายหรือแจกแจงส่วนประกอบต่างๆ • การวิเคราะห์องค์ประกอบต่างๆในผลงานการแสดงนาฏศิลป์ ไทย • รูปแบบของนาฏศิลป์ ไทยภาษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้นาฏศิลป์ แบบ มาตรฐานและนาฏศิลป์ พื้นบ้าน • ความเป็นเอกภาพมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การชมวิจารณ์ และการประเมินการแสดง การบรรยาย
• ตอนต้นเป็นการปูพื้นให้ผู้ชมทราบ เกี่ยวกับวันเวลาสถานที่ การ การวิจารณ์โครง เรื่อง มีข้อที่ควรพิจารณา • เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในละครชัดเจน หรือไม่ •เหตุการณ์ที่จะนาไปสู่จดุวิกฤตเข้มข้น กระทาของตัวละคร เพียงพอหรือไม่เร้า อารมณ์ผู้ชมได้มาก •ตอนกลางมีการสร้างอปุสรรค น้อยแค่ไหน ความขัดแย้งทาให้ตัวละครเอกเกิด •การจบของเรื่องเหมาะสมหรือไม่ ปัญหาจนถึงจดุวิกฤตดาเนินต่อไป •ละครเรื่องนี้น่าสนใจชวนติดตามตลอด จนถึงขั้นแตกหัก เรื่องหรือไม่ •ตอนอวสานเรื่องค่อยๆคลี่คลาย •สิ่งใดที่ทาให้เรื่องมีความน่าสนใจมาก ปัญหาในตอนปลายของเรื่อง หลักเกณฑ์ที่ควรน ามาใช้ในการประเมินคุณภาพของการแสดง •การน าเสนอการแสดงต้องชัดเจนในเรื่องประเภท •ผู้แสดงมีเอกลักษณ์ในการเคลื่อนไหวร่างกาย •ลักษณะการแสดงมีความงามทั้งในระดับพื้นฐานและมาตรฐาน •ผลงานควรมีประโยชน์ ให้คุณค่าต่อสังคม ทั้งในด้านสติปัญญา อารมณ์ และจิตใจ หลักการวิจารณ์การแสดงละคร โครงเรื่อง แบ่ง ออกเป็น ๓ ตอน คือ หลักการประเมินคุณภาพของการแสดงนาฏศิลป์ และ ละคร
เป็นศิลปะการแสดงแขนงหนึ่งที่ใช้การเคลื่อนไหวและการจัดระเบียบร่างกาย ของ มนุษย์อย่างมีจังหวะลีลาท าให้เกิดภาษาท่าทางที่สามารถสื่อความหมายแทน ภาษาพูด •ลีลาในการเคลื่อนไหวถูกต้องตามแบบแผน -นาหลักงความสมดุลมาใช้โดยใช้เวที เป็นจุดศูนย์กลางตาแหน่งของผู้แสดง ให้มีสัดส่วนจานวนเท่ากันไม่ควรไปรวมกลุ่มอยู่ ด้านใดด้านหนึ่งจนมากเกินไป - มีการเคลื่อนไหว การแปรแถวมีความหลากหลายไม่ น่าเบื่อ •ดนตรีการขับร้องท่วงทานองจังหวะของเพลงเครื่องแต่งกายและ ลีลาในการ เคลื่อนไหวต้องมีความสอดคล้องสัมพันธ์กัน หลักการประเมินการแสดงนาฏศิลป์