อารยธรรม อีอี อี ยิ อี ยิปยิยิ ต์ต์ ต์ต์
เป็นหนึ่งในอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุด สุ ในโลก ตั้ง ตั้ อยู่ท ยู่ างตอนบนตะวันวัออกเฉียงเหนือของทวีปวี แอฟริกริา มีพื้ มี พื้ น พื้ ที่ตั้ง ตั้ แต่ตอนกลางจนถึง ปากแม่น้ำ ม่ น้ำ ไนล์ ปัจจุบันบัเป็นที่ตั้ง ตั้ ของประเทศอียิปยิต์ อารยธรรมอียิปยิต์โบราณสืบ สื เนื่องมา ตั้ง ตั้ แต่ยุคก่อนประวัติวั ติศาสตร์แร์ละเริ่มริ่ ปรากฏชัดชัเมื่อ มื่ประมาณ 3,150 ปีก่อน คริตริศักราช [1] จากการรวมอำ นาจทาง การเมือ มื งของอียิปยิต์ตอนเหนือและตอนใต้ ภายใต้ฟาโรห์นห์าร์เร์มอร์ซึ่ร์ซึ่ ง ซึ่ เป็นฟาโรห์อห์งค์ แรกแห่ง ห่ อียิปยิต์ อียิปต์โบราณ
ตลอดช่ว ช่ งประวัติวั ติศาสตร์ อียิปยิต์ถูก ถู รุกรานหรือรืยึด ยึ ครอง โดยต่างชาติหลายต่อหลายครั้งรั้กล่าวคือ โดยฮิกซอส ลิเบียบีนูเบียบีอัสซีเซีรียรีอคีเมนียะห์เห์ปอร์เร์ซียซีและมาเกโด เนียภายใต้การยึด ยึ ครองโดยพระเจ้า จ้ อเล็กซานเดอร์ มหาราชเมื่อมื่ 332 ปีก่อนคริสริต์ศักราช ซึ่ง ซึ่ ทำ ให้ค ห้ วามเป็น อาณาจักจัรอียิปยิต์โบราณล่มสลายลง และจัดจัอียิปยิต์เป็น เพียพีงจังจัหวัดวัหนึ่งของจักจัรวรรดิมาเกโดเนีย[3] แม้ กระนั้น นั้ เองความเป็นอารยธรรมอียิปยิต์โบราณก็ดำ รงอยู่ ต่อไปภายใต้ราชวงศ์ทอเลมีเมีชื้อชื้สายกรีกรีที่ตั้ง ตั้ ขึ้น ขึ้ ภายหลัง การสวรรคตของพระเจ้า จ้ อเล็กซานเดอร์ และปกครอง อียิปยิต์จนถึง 30 ปีก่อนคริสริตกาล ภายใต้พระนางคลีโอพัตพัรา กระทั่ง ทั่ ถูก ถู จักจัรวรรดิโรมันมัเข้า ข้ ยึด ยึ ครองและกลายมาเป็นจังจัหวัดวัหนึ่งของจักจัรวรรดิ โรมันมั [4] เกิดการผสมผสานเข้า ข้ กับอารยธรรมผู้ปผู้ กครอง เรื่อรื่ยมาจนเลือนหายไปในที่สุด สุ
ประวัติอียิปต์ ความอุดมสมบูรณ์ของบริเ ริ วณรอบแม่น้ำ ไนล์ เสมือนหนึ่งที่ธรรมชาติหยิบยื่นโอกาสให้แก่มนุษย์ ที่จะตั้งถิ่นฐาน พัฒนาการเกษตรกรรม เศรษฐกิจและสังคม และนับเป็นศูนย์กลางทางสังคม สำ คัญในประวัติ วัติศาสตร์อารยธรรมของ มนุษยชาติ[6] ที่ราบลุ่มที่อุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำ ไนล์ทำ ให้มนุษย์มีโอกาสพัฒนาเกษตรกรรม พร้อมกับการตั้งถิ่นฐานและสังคมที่มีการรวม ศูนย์ที่ซับซ้อนมากขึ้น อันเป็นรากฐานที่สำ คัญในประวัติ วัติศาสตร์อารยธรรมของมนุษย์[7] ชนร่อนเร่ ที่เก็บของป่าล่าสัตว์เ ว์ ริ่ม ริ่ เข้ามาอาศัยอยู่ในบริเ ริ วณหุบเขาไนล์ในช่วงกลางยุคไพลสโตซีนหรือ รื เมื่อ ประมาณ 120,000 ปีก่อน กระทั่งช่วงปลายยุค หินเก่า สภาพอากาศที่แห้งแล้งของแอฟริก ริ าตอนเหนือ เริ่ม ริ่ ร้อนและแห้งมากขึ้นเรื่อ รื่ ย ๆ ทำ ให้ ประชากรโยกย้ายมาตั้งถิ่นฐานตามแนวแม่น้ำ
ยุคก่อนราชวงศ์ ในยุคก่อนราชวงศ์และราชวงศ์แรก ๆ สภาพ อากาศของอียิปต์แห้งแล้งน้อยกว่าในปัจจุบันมาก พื้น พื้ ที่ส่วนใหญ่ของอียิปต์ปกคลุมไปด้วยทุ่งหญ้าสะ วันนาและมีฝูงสัตว์กีบเท้ากินหญ้า ใบไม้และสัตว์ ป่ามีความอุดมสมบูรณ์มากในทุกสภาพแวดล้อม ภูมิภาคไนล์เป็นที่อยู่อาศัยของนกน้ำ จำ นวนมาก คาดว่าการล่าสัตว์เป็นเรื่องปกติสำ หรับชาวอียิปต์ และนี่ก็เป็นช่วงเวลาที่สัตว์หลายชนิดถูกนำ มา เลี้ย ลี้ งเป็นครั้ง รั้ แรก
การปกครองและการค้า ระบบการปกครองของอียิปต์โบราณเป็นระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์โดยฟาโรห์ และอย่างน้อยในทาง ทฤษฎี ทรงสามารถควบคุมที่ดินและทรัพยากรได้อย่าง สมบูรณ์ ทั้งยังทรงเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดและเป็น หัวหน้ารัฐบาล ซึ่งต้องอาศัยระบบราชการและเจ้าหน้าที่ต่างๆ ในการปกครอง รองลงมาคือตำ แหน่ง "วิเ วิ ซียร์ (Vizier)"ผู้ซึ่งเสมือนเป็นตัวแทนของฟาโรห์ มีหน้าที่ในการประสาน งาน การสำ รวจที่ดิน การคลัง โครงการก่อสร้าง ระบบ กฎหมายและจดหมายเหตุ[64] ในระดับภูมิภาค ประเทศถูกแบ่งออกเป็นเขตการปกครอง 42 แห่ง เรีย รี กว่า ว่ "Nome" ปกครองโดย "Nomarch" มีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่ภายใต้ การปกครองของวิเ วิ ซียร์
ราชอาณาจักรกลาง บรรดาฟาโรห์แห่งราชอาณาจักรกลางได้ทำ การฟื้นฟูค ฟู วาม มั่นคงและความมั่งคั่งของประเทศ ด้วยการกระตุ้นให้เกิด การฟื้นตัวของงานศิลปะ วรรณกรรม และโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่[30] แต่เดิม ฟาโรห์เมนทูโฮเตปที่ 2 และผู้ สืบทอดราชวงศ์ที่สิบเอ็ดปกครองประเทศจากเมืองธีบส์ แต่ ฟาโรห์อเมเนมเฮตที่ 1 เมื่อขึ้นครองราชย์เป็นฟาโรห์พระองค์ แรกของราชวงศ์ที่สิบสองในราวปี 1985 ก่อนคริสริ ตกาล ได้ ทรงย้ายเมืองหลวงของอาณาจักรไปที่เมืองอิทจ์-ทาวี (Itjtawy) ซึ่งตั้งอยู่ในโอเอสิสไฟยุม (Faiyum Oasis) จากเมืองอิทจ์-ทาวีนี้ วีนี้ฟาโรห์แห่งราชวงศ์ที่สิบสองได้ดำ เนินโครงการถมดินและชลประทานเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการ เกษตรในภูมิภาค ยิ่งไปกว่า ว่ นั้น ยังได้ยกทัพเข้ายึดครอง นูเบียซึ่งอุดมไปด้วยเหมืองหินและเหมืองทองคำ ในขณะที่ ได้มีการสร้างป้อมป้องกันในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ตะวัน วั ออกเรีย รี กว่า ว่ "กำ แพงแห่งผู้ปกครอง" ไว้เ ว้ พื่อป้องกันการรุกรานจากต่างชาติ
ประมาณ 1785 ปีก่อนคริสริ ตกาล เมื่ออำ นาจของ ฟาโรหฺ์แห่งราชอาณาจักรกลางอ่อนแอลง ชาว เอเชียตะวัน วั ตกที่เรีย รี กว่า ว่ ฮิกซอส (Hyksos) ซึ่ง ตั้งรกรากอยู่บริเ ริ วณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ไนล์ได้ ยึดอำ นาจการปกครองของอียิปต์ และตั้งเมือง หลวงที่ "อวาริสริ" ส่งผลให้รัฐบาลกลางเดิมต้อง ล่าถอยกลับไปยังปกครองเมืองธีบส์ ฟาโรห์เอง ทรงถูกปฏิบัติในฐานะเป็นเมืองขึ้น พร้อมทั้งต้อง ส่งบรรณาการไปยังผู้ปกครองทางเหนือ[36] ใน ทางกลับกัน ฮิกซอส (หรือ รื "ผู้ปกครองชาวต่าง ชาติ") ยังคงรักษารูปแบบการปกครองเดิมของ อียิปต์และตั้งตนว่า ว่ เป็นกษัตริย์ ริย์ พร้อมทั้งผสม ผสานองค์ประกอบของอียิปต์เข้ากับวัฒ วั นธรรม ของพวกตนและของผู้รุกรานอื่น ๆ ได้นำ เสนอ เครื่อ รื่ งมือใหม่ ๆ ในการทำ สงครามเข้ามาใน อียิปต์ โดยเฉพาะธนูคอมโพสิทและรถม้าศึก
อาหารอียิปต์โบราณไม่ค่อยมีการ เปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลา อาหาร ของอียิปต์สมัยใหม่เองคงมีความ คล้ายคลึงกันอย่างโดดเด่นกับอาหาร ในยุคโบราณ อาหารหลัก ประกอบ ด้วยขนมปังและเบียร์ เสริม ริ ด้วยผัก เช่น หัวหอมและกระเทียม และผลไม้ เช่น อินทผาลัมและมะเดื่อ ทุกคนมี ความสุขกับไวน์และเนื้อในวัน วั ฉลอง ใน ขณะที่ชนชั้นสูงนิยม ปลา เนื้อ และไก่ ซึ่งสามารถใส่เกลือหรือ รื ตากแห้ง และ ปรุงเป็นสตูว์ห ว์ รือ รื ย่างบนตะแกรง อาหาร
สถาปัต ปั ยกรรมของอียิปยิต์โบราณประกอบ ด้วยสิงสิก่อสร้า ร้ งที่มีชื่ มี ชื่ อ ชื่ เสีย สี งที่สุด สุ ในโลก หลายแห่ง อาทิ มหาพีร พี ะมิดมิแห่งกิซา และ วิหวิารที่ ธีบ ธี ส์ ซึ่ง ซึ่ ได้รับ รั การจัด จั ระเบีย บี บและให้ ทุน ทุ สนับ นั สนุน นุ โดยรัฐ รั เพื่อ พื่ จุดประสงค์ทาง ศาสนา เป็น ป็ ที่ระลึก และเแสดงถึงอำ นาจ ของฟาโรห์ ชาวอียิปยิต์โบราณเป็น ป็ ช่า ช่ ง ก่อสร้า ร้ งที่มีฝีมี มื ฝี อ มื สถาปนิกนิสามารถสร้า ร้ ง อาคารหินขนาดใหญ่ที่ ญ่ ที่ แม่น ม่ ยำ โดยใช้เ ช้ พีย พี ง แค่เครื่อ รื่ งมือ มื ที่เรีย รี บง่ายแต่มีปมี ระสิทสิธิภธิาพ สถาปัตยกรรม
ศิลปะ ชาวอียิปต์โบราณผลิตงานศิลปะเพื่อวัต วั ถุประสงค์ใน การใช้งาน เป็นเวลากว่า ว่ 3,500 ปีที่ศิลปินยึดมั่นใน รูปแบบศิลปะและการยึดถือที่พัฒนาขึ้นในสมัยราช อาณาจักรเก่า โดยยึดหลักการที่เข้มงวดซึ่งต่อต้าน อิทธิพลจากต่างชาติและการเปลี่ยนแปลงภายใน [120] มาตรฐานทางศิลปะเหล่านี้ ที่ใช้เส้น รูปร่าง และพื้นที่สีเรีย รี บ ๆ รวมกับการฉายภาพแบน ที่เป็น ลักษณะเฉพาะโดยไม่มีการระบุความลึกเชิงพื้นที่ สร้างความรู้สึกเป็นระเบียบและสมดุลภายในองค์ ประกอบ รูปภาพและข้อความถักทออย่างแนบเนียน บนหลุมฝังศพและกำ แพงวัด วั โลงศพ ศิลา ไปจนถึง รูปปั้น ตัวอย่างเช่น จานสีนาร์เมอร์ (Narmer Palette) แสดงภาพที่สามารถอ่านเป็นอักษรอียิปต์ โบราณได้เช่นกัน
ความเชื่อทางศาสนา ความเชื่อในพระเจ้าและชีวิต วิ หลังค วามตายฝังแน่นในอารยธรรมอียิปต์ โบราณตั้งแต่เริ่ม ริ่ แรก การปกครอง แบบฟาโรห์ขึ้นอยู่กับ สิทธิอัน ศักดิ์สิทธิ์ของกษัตริย์ ริย์ เทพเจ้า อียิปต์โบราณ เต็มไปด้วยผู้ที่มีพลัง เหนือธรรมชาติ แต่ไม่ได้ถูกมองว่า ว่ เป็นผู้มีเมตตาเสมอไป และชาว อียิปต์เชื่อว่า ว่ พวกเขาต้องบูชา เทพเจ้าด้วยเครื่อ รื่ งเซ่นไหว้แ ว้ ละคำ อธิษฐาน เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือ หรือ รืปกป้อง
5 ตำ นานลึกลับของอารยธรรม อียิปต์โบราณ 1. พระนางคลีโอพัตรา กับรูปโฉมที่แท้จริง ริ พระนางคลีโอพัตรา (Cleopatra VII) นับได้ว่า ว่ เป็นผู้ ปกครองอียิปต์โบราณที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ซึ่งใน ความรู้สึกนึกคิดของคน ทั่วไป เธอคือพระราชินีผู้ทรงเสน่ห์ที่สุด มีรูปโฉมที่งดงาม เพียบพร้อมไปด้วย กลเม็ดเด็ดพรายในเชิงพิศวาส สามารถมัดใจชาย ได้ อย่างอยู่หมัด แต่แท้ที่จริง ริ แล้ว เสน่ห์ของพระนางคลี โอพัตราไม่ได้อยู่ที่เนื้อหนังมังสาหรือ รื ความงดงามแห่งใบหน้าและเรือ รื น กายเลย แต่อยู่ที่สติปัญญาและความเฉลียวฉลาดรู้เท่าทันคนต่างหาก
2. ความเชื่อเกี่ยวกับความตาย ชาวอียิปต์โบราณมีความเชื่อที่ว่า ว่ เมื่อคนตาย ดวงวิญ วิ ญาณจากร่างไปเพียงชั่วคราว เพื่อเดินทางไป พบกับพระเจ้าในโลกหน้า แล้ว จะกลับมาในวัน วั หนึ่งข้างหน้า ทั้งนี้ เมื่อวิญ วิ ญาณกลับมาแล้วก็ ต้องมีร่างกายอยู่ และร่างที่จะอาศัยอยู่ได้ต้อง เป็นร่างกายของตน เองเท่านั้น และด้วยความเชื่อนี้เองจึงทำ ให้เกิดวิธี วิธี การดูแลศพ หรือ รื ที่เรารู้จักกันอย่างดีกับการทำ "มัมมี่" (Mummy) เพื่อให้ สภาพศพ ยังอยู่ในสภาพที่ดี ไม่เน่าเปื่อยนั่นเอง
3. การปรากฎตัวของเอเลี่ยน ในทุกวัน วั นี้กระแส "เอเลี่ยน" หรือ รื มนุษย์ต่าง ดาว ก็ยังคงมีให้เห็นอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่คุณรู้ หรือ รืไม่ว่า ว่ การปรากฎตัวของเอเลี่ยนมี ให้เห็น มาแล้วตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณเลยทีเดียว สิ่ง หนึ่งที่ยืนยันในเรื่อ รื่ งนี้ ก็มาจากภาพบนฝาผนัง ภายในสุสานในเมืองกิซ่า โดย หนึ่งในภาพบน ฝาผนังนั้นมีการวาดภาพของเอเลี่ยนปะปนอยู่ ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น
4. ที่สุดแห่งการค้นพบ อีกสิ่งหนึ่งที่น้อยคนนักจะนึกถึงและรู้จักเกี่ยวกับ ประวัติ วัติ ของอิยิปต์โบราณก็คือในเรื่อ รื่ งของการค้น พบที่ยิ่งใหญ่ เพราะนอกจาก มหาพีระมิดต่าง ๆ แล้ว ข้อมูลอันล้ำ ค่าทางประวัติ วัติศาสตร์ที่ค้นพบกัน นั้นก็คือ "เรือ รืโซล่าร์" (Solar Boat) หรือ รื เรือ รื แห่ง แสงอาทิตย์ ที่เชื่อกันว่า ว่ จะเป็นพาหนะที่นำ พา วิญ วิ ญาณขององค์กษัตริย์ ริย์ไปหาเทพเจ้าแห่งแสง อาทิตย์บนสวรรค์ได้ เรือ รืโซล่าร์นี้สร้างขึ้นจาก ไม้ มากกว่า ว่ 1,200 ชิ้น สันนิษฐานว่า ว่ สร้างตั้งแต่ 2500 ปีก่อนคริสริ ตกาล และอาจจะเป็นเพียง เครื่อ รื่ งบูชาพระศพในสุสาน ไม่ได้นำ ไปใช้ล่องใน แม่น้ำ จริง ริ ๆ
5. อักษรภาพอียิปต์โบราณ อักษรภาพอียิปต์โบราณหรือ รื ที่เรีย รี กกันว่า ว่ "ฮีโร กริฟริฟิค" (Hieroglyphs) ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งใน ความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ความชำ นาญทางศิลปหัตถกรรม งานช่าง และการทำ หนังสือ ของชาวอียิปต์โบราณถือเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง ความเชื่อของพวกเขาที่มี อำ นาจและอิทธิพลต่อพิธีกรรมและการดำ รงชีวิตวิอย่างสูง สำ หรับอักษรภาพอียิปต์โบราณนี้ เป็น ภาพ อักษรที่มักจะสลักเรื่อ รื่ งราวเกี่ยวกับองค์ ฟาโรห์ ราชวงศ์
อารยธรรมอียิปต์โบราณ สมัยก่อนราชวงศ์ สมัยก่อนราชวงศ์ (The Predynastic Period) เป็นช่วง 4,500 – 3,110 ปี ก่อนคริสริ กาล ใน สมัยนั้นยังไม่มีประเทศอียิปต์ แต่มี หัวหน้าผู้นำ ด้านการปกครอง อียิปต์ โบราณถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ
1.อียิปต์ตอนบน (The Upper Egypt) อยู่ทางทิศใต้ บริเ ริ วณนี้ เป็นบริเ ริ วณป่าทึบ มีเกาะแก่งน้ำ ตก พื้นที่ในแถบนี้ไม่เหมาะแก่การเพราะ ปลูก จึงมีผู้คนอาศัยอยู่น้อย 2.อียิปต์ตอนล่าง (The Lower Egypt) อยู่ทางทิศ เหนือบริเ ริ วณปากแม่น้ำ ไนล์ ที่ไหลลงสู่ทะเล เมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนอันอุดม สมบูรณ์รูปจันทร์เสี้ยว (Fertile Crescent) พื้นที่ บริเ ริ ณนี้เหมาะแก่การเพาะปลูก และอยู่อาศัย จึงทำ ให้ บริเ ริ วณนี้มีผู้คนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น และทำ ให้เกิด การพัฒนาจากมนุษย์ยุคหิน รู้จักการเพาะปลูก เลี้ยง สัตว์ มากขึ้น ซึ่งนับเป็นต้นกำ เนิด อารยธรรมอียิปต์ อย่างแท้จริง ริ
อารยธรรมลุ่มแม่น้ำ ไนล์ 1. ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ อารยธรรมลุ่มแม่น้ำ ไนล์หรือ รื อารยธรรมอียิปต์ โบราณก่อกำ เนิดบริเ ริ วณดินแดนสองฝั่ง แม่น้ำ ไนล์ ตั้งแต่ปากแม่น้ำ ไนล์จนไปถึงตอนเหนือของ ประเทศซูดานในปัจจุบัน ทิศเหนือ ติดกับ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและ คาบสมุทรไซนาย ทิศตะวัน วั ตก ติดกับ ทะเลทรายลิเบียและทะเล ทรายซาฮารา ทิศตะวัน วั ออกและทิศใต้ ติดกับทะเลทรายนูเบีย และทะเลแดง
สภาพภูมิประเทศของลุ่มแม่น้ำ ไนล์ก่อนที่จะรวมเป็นปึกแผ่น ได้แบ่งออกเป็นบริเ ริ วณลุ่มน้ำ ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ เป็นบริเ ริ วณอียิปต์ล่าง (Lower Egypt) อยู่บริเ ริ วณที่ราบลุ่ม ปากแม่น้ำ ไนล์ ซึ่งเป็นบริเ ริ วณที่ แม่น้ำ ไนล์แยกเป็นแม่น้ำ สาขา ที่มีลักษณะเป็นรูปพัด แล้วไหล ลงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ชาว กรีก รีโบราณเรีย รี ก บริเ ริ วณนี้ว่า ว่ เดลตา และบริเ ริ วณอียิปต์บน (Upper Egypt) ได้แก่ บริเ ริ วณที่แม่น้ำ ไนล์ไหลผ่าน หุบเขา เป็นที่ราบแคบๆ ขนาบ ด้วยหน้าผาที่ลาดกว้า ว้ งใหญ่ ถัดจากหน้าผา คือ ทะเลทราย ต่อมาเมเนส (Menes) ประมุข แห่งอียิปต์ล่างจึงได้รวมดิน แดนทั้งสองเข้าด้วยกัน
อาชีพอารยธรรมอียิปต์ ชาวอียิปต์โบราณไม่ได้เป็นเพียงแต่ เกษตรกรหรือ รื ช่างก่อสร้าง แต่ยังเป็นนัก คิด, นักปรัชญา ผู้ได้มาซึ่งความรู้ในศาสตร์ ต่าง ๆ มากมายตลอดพัฒนาการของ อารยธรรมกว่า ว่ 4,000 ปี ทั้งคณิตศาสตร์ วิธี วิธี การสร้างพีระมิด วัด วั โอเบลิสก์ ตัวอักษร และเทคนิคโลยีด้านกระจก
พระนางฮัตเซปสุต เป็นพระราชธิดา ของฟาโรห์ธุตโมสิสที่ 1 ((Thutmosis I ครองราชย์ ระหว่า ว่ งปี 1504-1492 ก่อน คริสริ ตกาล) แต่งงานกับพี่ชาย (หรือ รื น้องชาย) ของพระนางเอง คือ ธุตโม สิสที่ 2 (ซึ่งครองราชย์อยู่ระหว่า ว่ ง 1492-1479 ก่อนคริสริ ตกาล) ฮัตเชปสุต “ฟาโรห์หญิง” แห่ง อียิปต์ บุคคลสำ คัญมากๆ อีกพระองค์หนึ่งซึ่งเป็นที่ หมายปองของนักโบราณคดีคือ พระนางฮัตเช ปสุต (Hatshepsut) ฟาโรห์หญิง ผู้ครอง ราชย์อยู่นานกว่า ว่ 20 ปี และเป็นยุคสมัยที่จัดว่า ว่ เจริญ ริ รุ่งเรือ รื งที่สุดสมัยหนึ่ง
ฟาโรห์หญิง 4 พระองค์ นิโตคริสริ (Nitocris) ครองราชย์อยู่ ประมาณ 3 ปี ระหว่า ว่ ง 2218-2216 ก่อน คริสริ ตกาลไม่มีประวัติ วัติ ชัดแจ้ง ยกเว้น ว้ ถูก กล่าวถึงโดยเฮโรโดตัส (Herodotus)
เป็น ฟาโรห์ แห่ง อียิปต์โบราณ พระองค์สุดท้ายแห่ง ราชวงศ์ที่สิบสอง ในช่วงสมัยราชอาณาจักรกลาง ซึ่ง ทรงเป็นสตรีเ รี พศ พระองค์อาจเคยได้เป็น ผู้สำ เร็จ ราชการแทนพระองค์ ร่วมกับ ฟาโรห์อเมนเอมฮัตที่ 4 มาก่อน ที่จะได้ครองพระราชบัลลังก์โดยสมบูรณ์ภาย หลังจากการสวรรคตของฟาโรห์อเมนเอมฮัตที่ 4 ผู้ซึ่ง เป็นพระเชษฐาและพระสวามีของพระองค์ ถึงแม้ว่า ว่ ความสัมพันธ์ของทั้งสองพระองค์จะไม่ได้รับการยืนยัน แต่ พระองค์กลับยืนยันความชอบธรรมบนพระราชบัลลังก์ ผ่านพระราชบิดาของพระองค์ ฟาโรห์โซเบกเนเฟรู
พระนางเป็นอิสตรีผู้ รีผู้ที่ครองบัลลังค์เป็นฟาโรห์ องค์ที่สามแต่กลับเป็นที่รู้จักอย่างมากในฐานะ "ราชินีมีเครา" มาจากการที่พระนางได้สวมเครา ปลอมเหมือนบุรุษฟาโรห์ทำ กัน พระนางได้แต่ง ตำ นานเกี่ยวกับประสูติกาลของพระนางว่า ว่ "เมื่อ เทพอามุนผู้ยิ่งใหญ่แห่งนครธีบส์ หลงรักหญิง งามนามว่า ว่ อาโมส อามุนได้เข้าหานางและมี สัมพันธ์กับนาง โดยที่พระองค์อามุนแต่งตั้งบุตรี ในครรภ์ของอาโมสเป็นผู้นั่งบัลลังค์ฮอรัสตลอด ไป แฮตเชปซุต
เนเฟอร์ติติ เป็นราชินีของ ฟาโรห์ อาเมนโฮเทป ที่ 4 แห่ง อียิปต์ (ภายหลังได้เปลี่ยนพระนามมาเป็นแอเคนา เทน) และพระสัสสุของ ฟาโรห์ตุตันคามุน กล่าวกัน ว่า ว่ เนเฟอร์ติติอาจเคยขึ้นเสวยราชสมบัติครอง บัลลังก์อียิปต์เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ หลังจากพระราช สวามีสวรรคต และก่อนที่ฟาโรห์ตุตันคามุนจะเถลิง ราชสมบัติ แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นัก วิช วิ าการ ชื่อของพระนางอาจแปลได้โดยสังเขปว่า โฉมงามผู้มาสู่ และยังพ้องกับคำ เรีย รี กเครื่อ รื่ ง ประดับชนิดหนึ่งที่เป็นลูกปัดทองคำ รูปยาวรี ดังที่ เราเห็นรูปปั้นของเธอสวมใส่อยู่เสมอ
สังคม สังคมอียิปต์มีการแบ่งชนชั้นและ สถานะทางสังคม อย่างชัดเจน ประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรหรือ รื ชาวนา แต่ผลิตผลทางการเกษตรเป็นของรัฐ วัด วั หรือ รื ตระกูลขุนนาง ที่เป็นเจ้าของที่ดิน กษตรกรยังต้องเสียภาษีแรงงานและต้องทำ งานในโครงการชลประทานหรือ รื ก่อสร้างจาก การ เกณฑ์แรงงาน
ระบบกฎหมาย ฟาโรห์ทรงมีหน้าที่รับผิดชอบในการออก กฎหมาย ให้ความยุติธรรม รักษากฎหมายและ ความสงบเรีย รี บร้อย ซึ่งเป็นแนวคิดที่ชาวอียิปต์ โบราณเรีย รี กว่า ว่ แม้ว่า ว่ จะไม่มีประมวลกฎหมายใด จากอียิปต์โบราณที่หลงเหลือให้ค้นคว้า ว้ได้ใน ปัจจุบัน เอกสารการตัดสินของศาลแสดงให้เห็น ว่า ว่ กฎหมายของอียิปต์มีพื้นฐานจากสามัญสำ นึก เกี่ยวกับความถูกต้องและความผิด ในคดีที่ร้ายแรงเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม การ ทำ ธุรกรรมทางที่ดินครั้งใหญ่ และการโจรกรรม หลุมฝังศพ ซึ่งวิเ วิ ซียร์หรือ รืฟาโรห์จะเป็นประธาน มีกล่าวถึงใน Great Kenbet
เกษตรกรรม การผสมผสานของลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เอื้อ อำ นวยมีส่วนในความสำ เร็จของอารยธรรมอียิปต์ โบราณ ที่สำ คัญที่สุดคือดินอันอุดมสมบูรณ์ซึ่ง เป็นผลมาจากน้ำ ท่วมประจำ ปีของ แม่น้ำ ไนล์ ชาวอียิปต์โบราณจึงสามารถผลิตอาหารได้ มากมาย ทำ ให้ประชากรมีเวลาและทรัพยากรมากขึ้นในการแสวงหาวัฒ วั นธรรม เทคโนโลยี และ ศิลปะ
สัตว์ ชาวอียิปต์เชื่อว่า ว่ ความสัมพันธ์ที่สมดุลระหว่า ว่ งคนกับ สัตว์ เป็นองค์ประกอบสำ คัญของระเบียบ จักรวาล ดังนั้นมนุษย์ สัตว์ และพืชจึงเชื่อว่า ว่ เป็น สมาชิกของทั้งมวล สตว์ทั้ ว์ ทั้ ง สัตว์เ ว์ ลี้ยง และ สัตว์ ป่า จึงเป็นแหล่งสำ คัญของจิตวิญ วิ ญาณ ความ เป็นเพื่อน และการยังชีพของชาวอียิปต์โบราณ วัว วั เป็น ปศุสัตว์ ที่สำ คัญที่สุดเพราะผู้ปกครองจะ เก็บภาษีปศุสัตว์ใว์ นสำ มะโนเป็นประจำ
ทรัพยากรธรรมชาติ แผ่นดินอียิปต์อุดมไปด้วยหินที่ไว้สำว้สำหรับ การก่อสร้างและประดับ ทองแดงและแร่ ตะกั่ว ทอง และหินสังเคราะห์ ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ส่งเสริม ริให้ชาว อียิปต์โบราณสร้างอนุสาวรีย์ รีย์ปั้นรูปปั้น ทำ เครื่อ รื่ งมือ และเครื่อ รื่ งประดับ
การค้า ชาวอียิปต์โบราณทำ การค้าขายกับเพื่อนบ้านต่างชาติเพื่อซื้อของหายากที่หาไม่ได้ในอียิปต์ ในยุค ก่อนราชวงศ์ พวกเขาค้าขายกับนูเบียเพื่อทองคำ และธูป พวกเขายังค้าขายกับปาเลสไตน์ เห็นได้ จากเหยือกน้ำ มันแบบปาเลสไตน์ที่พบในหลุมฝัง พระศพของฟาโรห์แห่งราชวงศ์ที่หนึ่ง อาณานิคมของอียิปต์บริเ ริ วณตอนใต้ของ คานา อัน มีอายุก่อนราชวงศ์ที่หนึ่งเล็กน้อย ฟาโรห์นาร์ เมอร์ ทรงให้ผลิตเครื่อ รื่ งปั้นดินเผาอียิปต์ที่ผลิตในคานาอันและส่งกลับมายังอียิปต์
พัฒนาการ ภาษาอียิปต์ เป็นภาษาใน ตระกูลภาษา แอโฟรเอชีแอติก ตอนเหนือ ใกล้เคียง กับ ภาษาเบอร์เบอร์ และ ภาษาเซมิติก มีประวัติ วัติ ยาวนานที่สุดเป็นอันดับสอง (รองจาก ภาษาซูเมอร์ ) โดยเริ่ม ริ่ มีการ เขียนกันตั้งแต่ราว 3200 ปีก่อน คริสริ ตกาลถึงยุคกลาง ไม่นับระยะเวลา ที่เป็นภาษาพูดที่นานกว่า ว่ นั้น ช่วงเวลา ของภาษาอียิปต์โบราณ ประกอบด้วย ภาษาอียิปต์โบราณเก่า ภาษาอียิปต์ โบราณกลาง
การเขียน อักษรอียิปต์โบราณประกอบด้วยตัวอักษรใน รูปแบบสัญลักษณ์นับร้อย เริ่ม ริ่ใช้ตั้งแต่ราว 3000 ปีก่อนคริสริ ตกาล สามารถแทนคำ เสียง และ silent determinative และ สัญลักษณ์เดียวกันสามารถสื่อได้หลายความ หมายตามวัต วั ถุประสงค์ที่แตกต่างกันในบริบ ริ ท ที่แตกต่างกัน อักษรไฮเออโรกลีฟเป็นอักษรที่ เป็นทางการ มีให้เห็นได้ตามอนุสาวรีย์ รีย์ หินและ ในสุสานเสมือนผลงานศิลปะชิ้นหนึ่ง ในการ เขียนแบบวัน วั ต่อวัน วั
ชีวิตประจำ วัน ชาวอียิปต์โบราณส่วนใหญ่เป็นชาวนาที่ผูกติดอยู่ กับที่ดิน ที่อยู่อาศัยของพวกเขาถูกจำ กัดให้อยู่แต่ เฉพาะสมาชิกในครอบครัว และสร้างด้วย อิฐ โคลน ซึ่งออกแบบให้ยังคงความเย็นท่ามกลาง ความร้อนระหว่า ว่ งวัน วั บ้านแต่ละหลังมีห้องครัว พร้อมหลังคาเปิดซึ่งมีหินบดสำ หรับบดเมล็ดพืช และเตาอบขนาดเล็กสำ หรับอบขนมปัง เครื่อ รื่ ง ดินเผาทำ หน้าที่เป็นเครื่อ รื่ งใช้ในครัวเรือ รื นสำ หรับ การจัดเก็บ การเตรีย รี มการ
ธรรมเนียมการฝังศพ ชาวอียิปต์โบราณมีประเพณีการฝังศพที่ซับซ้อนซึ่งพวกเขาเชื่อว่า ว่ มีความจำ เป็นเพื่อให้ แน่ใจว่า ว่ ผู้วายชนม์จะเป็นอมตะหลังความ ตาย ประเพณีเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการรักษา ศพโดยการทำ มัมมี่ จัดพิธีฝังศพ และฝัง สิ่งของเพื่อให้ผู้ตายใช้ในชีวิต วิ หลังความตาย
การทหาร กองทัพอียิปต์โบราณมีหน้าที่ปกป้องอียิปต์ จากการรุกรานจากต่างชาติ และรักษา อำ นาจของตนในภูมิภาคตะวัน วั ออกใกล้ โบราณ กองทัพได้ปกป้องการสำ รวจเหมือง ที่ซีนายในช่วงราชอาณาจักรเก่า และสู้รบใน สงครามกลางเมืองในช่วงต่อระยะกลางที่ หนึ่งและสอง กองทัพยังมีหน้าที่รักษาป้อม ปราการตามเส้นทางการค้าที่สำ คัญ เช่น เมืองบูเฮนระหว่า ว่ งทางไปนูเบีย ป้อม ปราการยังถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นฐานทัพ ทหาร เช่น ป้อมปราการที่เมืองไซล์
เครื่องปั้นดินเผาและ แก้ว แม้กระทั่งก่อนสมัยราชอาณาจักรเก่า ชาวอียิปต์ โบราณได้พัฒนาวัสวั ดุที่เป็นแก้วที่เรีย รี กว่า ว่ faience ซึ่งพวกเขาถือว่า ว่ เป็นหินเทียมกึ่งมีค่า ชนิดหนึ่ง Faience คือ เซรามิกที่ไม่ใช่ดิน เหนียว ทำ มาจาก ซิลิกา ผสม แคลเซียม ออกไซด์ และ โซดา เล็กน้อย และสารแต่งสีซึ่ง โดยทั่วไปแล้วจะเป็นทองแดง
สรุป อียิปต์โบราณ หรือ รื ไอยคุปต์ เป็นหนึ่งในอารยธรรมที่เก่า แก่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทาง ตอนตะวัน วั ออกเฉียงเหนือ ของทวีปวี แอฟริก ริ า มีพื้นที่ ตั้งแต่ตอนกลางจนถึงปาก แม่น้ำ ไนล์ ปัจจุบันเป็นที่ตั้ง ของประเทศอียิปต์
1.ที่ราบลุ่มของอียิปต์โบราณ อุดมสมบูรณ์เพราะอะไร ก.ฝนตกตลอดปี ข.บำ รุงที่ดินโดยการใช้ปุ๋ย ปุ๋ ค.น้ำ ท่วมล้นฝั่งแม่นำ้ ไนล์ ง.เนื้อดินซุย เหมาะแก่การไถคราด
2.นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก โบราณ กล่าวถึงอียิปต์ไว้อย่างไร ก.Egypt is the gift of the Nile ข.Egypt is the life ค.Egypt is the light ง.Egypt is the Lucky Land.
3.ภาพที่เห็นเป็นเทพของชาวอียิปต์โบราณชื่อว่าเทพอะไร ก.เทพรา (Ra) ข.เทพโอซีริสริ (Osiris) ค.เทพฮอรัส (Horus) ง.เทพอานูบิส (Anubis)
4.ความคิด คิ ในการทำ มัม มั มี่ข มี่ องอียิ อีปยิ ต์โบราณเกิด กิ จากเหตุผ ตุ ลในข้อ ข้ ใด ก.เชื่อว่า ว่ ร่างกายที่ไม่เน่าเปื่อยผุพังมีความ ศักดิ์สิทธิ์เทียบได้กับเทพเจ้า ข.เชื่อว่า ว่ คนที่ตายแล้วจะกลับฟื้นคืนมา ใหม่ได้ ค.เพื่อให้ผู้ตายไปสู่สรวงสวรรค์พบ กับพระผู้เป็นเจ้า ง.ต้องการเก็บซากศพของคนที่ ตายแล้วเอาไว้สัว้ สั กการะบูชา
5.คำ ว่า เฮียโรกลิฟฟิค มี ความหมายตรงกับข้อใด ก.อักษรของฟาโรห์ ข.อักษรศักดิ์สิทธิ์ ค.อักษรภาพ ง.อักษรภาพแบบเขียนหวัด วั
6.ข้อ ข้ ใดเกี่ย กี่ วข้อ ข้ งกับ กั ความเชื่อ ชื่ เรื่อ รื่ งชีวิ ชี ตวิหลัง ลั ความตายน้อยที่สุ ที่ ด สุ ก.หนัง นัสือ สื“บัน บั ทึก ทึ ผู้วผู้ายชนม์”ม์ ข.เสาโอเบลิสลิ ก์ ค.พีร พี ะมิด มิ ง.มัม มั มี่
7.วรรณกรรมที่สำ คัญ ใน อียิปต์มีชื่อว่าอะไร ก. คัม คั ภีร์ ภีร์ ผู้ตผู้ าย ข. อีเ อี ลีย ลี ด ค. โอติก ติสรีย์ รีย์ ง. บัน บั ทึก ทึสงครามกอล
8.ฟาโรห์พ ห์ ระองค์แ ค์ รกที่ รวบรวมอียิ อีปยิ ต์แ ต์ ละสร้า ร้ ง ราชวงศ์ที่ ศ์ ที่ 1 คือ คื ใคร ก.นาร์เมอร์ ข.อเมนโฮเทปที่4ที่ ค.ฮัต ฮั เซปซุส ซุ ง.รามาเสสที่ 2
9.ข้อใดคือจุดเริ่มต้นของการ ศึกษาอิยิปต์โบราณ ก.การค้น ค้ พบพิร พิ ะมิด มิ กีซ่ กี า ซ่ ข.การแปลแผ่น ผ่ หิน หิโรเซสตา ค.การค้น ค้ พบวิห วิ ารอาบูซิ บู ม ซิ เบล ง.การค้น ค้ พบสุส สุ านมัม มั มี่ตุ มี่ ตั ตุ น ตั คาเมน
10.ในสมัย มั อาณาจัก จั รสุด สุ ท้า ท้ ย อิยิ อิปยิ ต์ถู ต์ ก ถู ชนชาติใติ ดเข้า ข้ ยึด ยึ ครอง ข้อ ข้ ใดเรีย รี งลำ ดับ ดั ถูก ถู ต้อ ต้ ง ก.ฮิก ฮิโซส คาลเดีย ดี น เปอร์เซีย ซี โรมัน มั ข.เปอร์เซีย ซี กรีก รี บาบิโบิ ลน โรมัน มั ค.อัสอั ซีเ ซี รีย รี เปอร์เซีย ซี ฮิก ฮิโซส กรีก รี ง.อัสอั ซีเ ซี รีย รี เปอร์เซีย ซี กรีก รี โรมัน มั