The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rexciseoffice, 2024-02-23 02:30:32

จุลสาร 67_1

จุลสาร 67_1

จุลสารสามิต มิ ภาค 2 ปีที่ ปี ที่27 ฉบับ บั ที่ 1 ตุลตุาคม - ธันธัวาคม 2023 กิจกรรม Regional Excise Office 2 ESG Day สำ นักงานสรรพสามิตมิภาคที่ 2 จัดจักิจกรรม Regional Excise Office 2 ESG Day มีกมีารจัดจัตลาดนัดหมุนเวียวีน ( Circular Market ) เพื่อพื่ ให้เห้จ้าจ้หน้าที่นำ เอาเสื้อสื้ผ้าผ้สิ่งสิ่ของ ที่ใช้แช้ล้วมาจำ หน่าย เพื่อพื่หมุนเวียวีนกลับมาใช้ใช้หม่ และเป็นป็การลดการกำ จัดจัขยะ รวมถึงสร้าร้ง รายได้ใด้ห้แห้ก่เก่จ้าจ้หน้าที่ พร้อร้มมอบรายได้ส่ด้วส่นหนึ่งนึ่จากการจำ หน่าน่ยสินสิค้าค้และมอบสิ่งสิ่ของบริจริาค แด่มูด่มูลนิธิบ้ธิาบ้นนกขมิ้นมิ้ตามโครงการเหลือ - ขอ Regional 2


2 13 35 Tips Health • 29 38 40 42 53 แชร์ 4 ข้อผิดพลาด วิธีดื�มนํ�าที�ทําให้เสียส ุขภาพ English Today 48 Excise Law Corner • 46 32 • 3 เคล็ดลับช่วยค ุณผ่อนบ้านให้หมดเร็ว 44 • • การประชุมประเภทต่าง ๆ ภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง Statistic • Money & Business The Secret Of Work • สร้างความมั�นใจให้ตัวเองง่ายๆ ด้วยเทคนิคทางจิตวิทยา Statistic •ผลการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิต Knowledge • • ภาพกิจกรรม Prevention and Suppression • ภาพงานปราบปราม Activity • ข่าวกรมสรรพสามิต วิธีสร้างปฏิทินใน Excel ทําง่าย ๆ และใช้ได้ทันที เครียดได้ คลายเป็ น ผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปราม IT ประกาศกรมสรรพสามิต


--- ปีที่ 27 ฉบับที่ 1 เดือนตุลาคม – ธันวาคม 2566 สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ พบกับจุลสารสามิตภาค 2 ฉบับแรกของปีที่ 27 กันอีกครั้งครับ ซึ่งทีมงานผู้จัดทำ ยังคัดสรรเนื้อหาที่มีประโยชน์และน่าสนใจมาฝาก ท่านผู้อ่านอย่างเช่นเคย ในฉบับนี้เริ่มต้นด้วยข่าวกรมสรรพสามิต และประกาศกรมสรรพสามิตออกใหม่ประจำเล่ม พร้อม คอลัมน์สุขภาพที่นำมาแชร์กับ 4 ข้อผิดพลาด วิธีดื่มน้ำ ที่ทำให้เสียสุขภาพ เราควรดื่มน้ำอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ ติดตามอ่านได้ในคอลัมน์ครับ ต่อด้วยคอลัมน์การเงิน เกี่ยวกับ 3 เคล็ดลับช่วยคุณผ่อนบ้านให้หมดเร็ว มนุษย์เงินเดือนอย่างเราไม่ควรพลาดอ่านคอลัมน์นี้ อย่างยิ่ง สำหรับคนที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ครับ สำหรับในยุค ดิจิทัล การใช้ปฏิทินตั้งโต๊ะแบบเดิม ๆ อาจจะดูเชยไปหน่อย รู้ไหมครับว่า...Excel ก็สร้างปฏิทินได้ วิธีการก็แสนง่าย ท่านผู้อ่านศึกษาวิธีทำได้ในคอลัมน์ IT อีกคอลัมน์ ที่ไม่ควรพลาดกับการสร้างความมั่นใจให้ตัวเองง่าย ๆ ด้วยเทคนิคทางจิตวิทยา และมาทดสอบว่าคุณมีความเครียด มากแค่ไหนกับบททดสอบในคอลัมน์ เครียดได้ คลายเป็น พร้อมเทคนิคเฉพาะในการคลายเครียด ติดตามอ่านได้ ในเล่มครับ ก่อนจากกันส่งท้ายกับคอลัมน์ English Today กับคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการประชุมประเภทต่าง ๆ มีอะไรบ้าง และติดตามผลการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิต และผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต รวมทั้งการปฏิบัติงานของสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 2 ได้ในท้ายเล่มจุลสารครับ สุดท้ายนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจุลสารสามิตภาค 2 เล่มนี้ คงจะทำให้ท่านผู้อ่านเพลิดเพลิน แล้วพบกันใหม่ ในฉบับหน้านะครับ บรรณาธิการบริหาร ประธานที่ปรึกษา นายละนอง แก้วศรีช่วง ที่ปรึกษา นายนพดล พิพัฒน์นภาพร นางพงษ์ลดา หมู่ศิริ นางวราภรณ์ วรทรัพย์ นายสหพัฒน์ ศรีลาพัฒน์ บรรณาธิการบริหาร ดร. สมศักดิ์ สุวรรณสุขกุล บรรณาธิการ นายนิพนธ์ เจริญประพัฒน์ ผู้ช่วยบรรณาธิการ นางสาวกาญจนา ปิยะธรรมาภาพ กองบรรณาธิการ นายกฤดิกร รัตนพิสุทธิ์กิจ นายปณิธาน ศรประชุม นายรภัสสิทธิ์ กำจรอัครหิรัญ นางสาววาสนา อ่ำเจริญ ศิลปกรรม นายศุภสิทธิ์ ศรีแจ้ง นายอนุพงศ์ ราชิน บทความ ข้อเสนอ ความคิดเห็น หรือข้อเขียนใด ๆ ที่ลงพิมพ์ในจุลสารเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ผูกพันกับทางราชการแต่อย่างใด ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 2 Editorial Team


ฉบับที่ 16/2566 23 พฤศจิกายน 2566 สรรพสามิตแจงกรณีเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าย่านห้วยขวาง ระบุเป็นไปด้วยความชอบธรรม สรรพสามิตชี้แจงกรณีเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าย่านห้วยขวาง เป็นไปด้วยความชอบธรรม พร้อมก าชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบราชการ หากพบเจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ขัดต่อ จริยธรรม จะมีมาตรการลงโทษอย่างเด็ดขาด เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 นายภาคภูมิ ตันธนศรีกุล เลขานุการกรม ในฐานะรองโฆษก กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่าตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อออนไลน์เกี่ยวกับกรณีที่มีผู้ประกอบการร้านอาหารจีน ย่านห้วยขวาง เข้าร้องเรียนกับกองบังคับการปราบปราม หลังถูกชาย 4-5 คน อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่สรรพสามิต บุกมาตรวจที่ร้าน โดยมีการนำใบอนุญาตขายสุรายาสูบ กลับไปด้วยนั้น กรมสรรพสามิตขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้ จากการตรวจสอบพบว่าบุคคลที่ปรากฏในข่าวเป็นเจ้าหน้าที่สรรพสามิต สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 10 จำนวน 6 ราย ประกอบด้วย ข้าราชการ 2 ราย ลูกจ้างชั่วคราว 2 ราย และพนักงานขับรถ 2 ราย และภาพที่ ปรากฏในสื่อออนไลน์ คือ ภาพที่อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบใบอนุญาตขายสุราและยาสูบ ที่ร้านขายอาหารจีน (ร้านหมาล่า) ในเขตห้วยขวาง โดยในการปฏิบัติงานได้มีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจในร้าน 4 ราย และได้ขอตรวจ ใบอนุญาตขายสุราและยาสูบแล้วพบว่ามีใบอนุญาตถูกต้อง จึงได้มีการให้เจ้าของร้านเซ็นในใบอนุญาตตรวจค้น โดยไม่ได้มีการดำเนินคดีแต่อย่างใด สำหรับข้อสงสัยเรื่องการนำใบอนุญาตขายสุรายาสูบของร้านไปด้วย เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าไม่ได้มีเจตนา แอบแฝงแต่อย่างใด แต่เกิดจากเหตุสุดวิสัยระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ได้นำใบอนุญาตฯ ไปคืนเจ้าของร้าน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายอ้างว่าเจ้าหน้าที่มีการขึ้นไปชั้น 2 โดยไ ม่ได้รับอนุญาตนั้น กรมฯ ขอชี้แจงว่าร้านอาหารดังกล่าวมีลักษณะ 2 ชั้น ในขณะเข้าตรวจค้นแม้ว่าชั้นสองยังไม่ได้เปิดให้บริการ แต่อย่างไรก็ดีตามมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบ สิ่งของผิดกฎหมายได้ในเวลาทำการของสถานประกอบการโดยไม่ต้องมีหมายค้น และได้แจ้งให้เจ้าของร้านทราบ ก่อนแล้ว กรมฯ ขอยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานดังกล่าวเป็นไปด้วยความชอบธรรม และตามหลัก ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบราชการ ไม่ได้มีเจตนาให้ผู้ประกอบการเกิดความเสียหาย สำหรับข้อกังวลของ ผู้ประกอบการเรื่องที่ใบอนุญาตขายสุราและยาสูบที่ถูกเจ้าหน้าที่นำไปนั้น กรมฯ ขอชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ไม่สามารถ นำใบอนุญาตฯ ดังกล่าวไปดำเนินคดีใด ๆ ต่อผู้ประกอบการได้ เนื่องจากผู้ประกอบการปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย ทุกประการ [2]


ทั้งนี้กรมฯ ขอประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้ประกอบการว่า หากเกิดเหตุที่ใบอนุญาตขายสุราและยาสูบของ ท่านสูญเสีย ท่านสามารถขอออกใบอนุญาตใหม่ได้ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ร้านค้าตั้งอยู่ ในส่วนของกรณีที่มีเจ้าหน้าที่บางส่วนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการไม่สวมเครื่องแบบ ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ กรมฯ จะมีการลงโทษตามระเบียบของราชการโดยไม่มีข้อยกเว้น และจะมีการกำชับ เจ้าหน้าที่สรรพสามิตทั่วประเทศให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบของราชการอย่างเคร่งครัด หากพบเจ้าหน้าที่ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ขัดต่อจริยธรรม จะมีมาตรการลงโทษอย่างเด็ดขาด หากผู้ใดพบการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่สรรพสามิต หรือพบการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1713 หรืออีเมล์ [email protected] *********************************** [3]


ฉบับที่ 17/2566 26 พฤศจิกายน 2566 สรรพสามิตจับบุหรี่เถื่อนจากภาคใต้ ซุกมากับรถไปรษณีย์กว่า 36,440 ซอง ปรับกว่า 30 ล้านบาท กรมสรรพสามิตเดินหน้ายกระดับการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายเชิงรุก ตามยุทธศาสตร์ EASE Excise จับบุหรี่เถื่อนขนมากับรถไปรษณีย์จากภาคใต้กว่า 36,440 ซอง ค่าปรับกว่า 30 ล้านบาท เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2566 นายภาคภูมิ ตันธนศรีกุล เลขานุการกรม ในฐานะรองโฆษก กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ตามที่กรมสรรพสามิตได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อปราบปรามบุหรี่เถื่อน พร้อมยกระดับการปราบปรามการลักลอบขายบุหรี่ออนไลน์ด้วยการเปิดศูนย์ปราบปราบสินค้าผิดกฎหมาย ออนไลน์ พร้อมทั้งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ และนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการทำงานทั้งระบบ ตามยุทธศาสตร์ EASE Excise ในการยกระดับการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายที่มีการลักลอบนำเข้าโดยไม่ได้ เสียภาษีเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต อีกทั้งยังเป็นการดูแลผู้บริโภค ในเรื่องความปลอดภัยและได้สินค้าที่มีคุณภาพนั้น กรมสรรพสามิตได้มีการติดตามและทำงานในเชิงรุกมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 จากการลงพื้นที่สืบสวนของเจ้าหน้าที่สรรพสามิต ฝ่ายปราบปราม สำนักตรวจสอบ ป้องกัน และปราบปราม ทำให้ทราบเบาะแสว่าจะมีการลับลอบขนบุหรี่ที่มิได้ชำระภาษีสรรพสามิตมากับรถบรรทุกขนส่ง ไปรษณีย์ไทยจาก ปณ.มายา อ.มายอ จ.ปัตตานี ผ่านศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่ เพื่อทำการคัดแยกกระจายส่งให้ลูกค้า ที่สั่งซื้อในระบบออนไลน์ในเขตภาคกลาง จึงได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สงขลา และสาขาหาดใหญ่ เข้าตรวจสอบรถบรรทุกหกล้อขนส่งไปรษณีย์ไทย ณ ศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่ โดยมีเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์อำนวยความสะดวกในการตรวจสอบ สำหรับผลการตรวจสอบจากการใช้เครื่องเอกซเรย์พบยาสูบที่มิได้ชำระภาษีสรรพสามิต จำนวน 36,440 ซอง ประมาณการค่าปรับเป็นเงิน 34,326,480 บาท ประกอบด้วยบุหรี่ยี่ห้อ VESS , MILANO , JOHN , GOLD MOUNT , ASTRO , DEE , VOXX , MARLBORO , MOND , ASIA BLACK , L&M , SANTARA , TEXAS5 , CAPITAL และ FORT รวมทั้งสิ้น 15 ยี่ห้อ โดยมีการส่งดำเนินการตามกฎหมายต่อไป [4]


การดำเนินการปราบปราบและจับกุมการกระทำความผิดสินค้าที่อยู่ในการควบคุมของ กรมสรรพสามิตผ่านทางช่องทางออนไลน์ที่ผ่านมานั้น กรมฯ ได้มีการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายและ ปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามสินค้า ผิดกฎหมายที่มีการลักลอบนำเข้าโดยไม่ได้เสียภาษี ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ค้าขายและชำระภาษี อย่างสุจริตให้ได้รับความเป็นธรรม ทั้งนี้ หากประชาชนท่านใดทราบเบาะแสหรือพบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องเสีย ภาษีสรรพสามิต สามารถแจ้งโดยตรงได้ที่กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศหรือ สายด่วน 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรืออีเมล์ [email protected] ********************************* [5]


ฉบับที่ 18/2566 27 พฤศจิกายน 2566 สรรพสามิตเดินหน้าปราบบุหรี่เถื่อนต่อเนื่อง จับบุหรี่ลักลอบที่จังหวัดกระบี่ มูลค่าปรับกว่า 20 ล้านบาท สรรพสามิตเดินหน้าปราบบุหรี่เถื่อนลักลอบหนีภาษีต่อเนื่อง ล่าสุดจับบุหรี่เถื่อน ณ ศูนย์กระจาย สินค้าของเกาะลันตา จ.กระบี่ จ านวน 21,490 ซอง มูลค่าปรับกว่า 20 ล้านบาท นายภาคภูมิ ตันธนศรีกุล เลขานุการกรม ในฐานะรองโฆษกกรมสรรพสามิต กล่าวถึง ความคืบหน้าในการดำเนินมาตรการปราบปรามบุหรี่เถื่อน ตามนโยบายของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดี กรมสรรพสามิต ในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายที่มีการลักลอบนำเข้าโดยไม่ได้เสียภาษี ซึ่งส่งผลกระทบ ต่อผู้ประกอบการที่ค้าขายและชำระภาษีอย่างสุจริตให้ได้รับความเป็นธรรม รวมถึงเป็นการดูแลผู้บริโภคในเรื่อง ความปลอดภัยและได้สินค้าที่มีคุณภาพ โดยเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 8 และสำนักงานสรรพสามิต พื้นที่กระบี่ สืบทราบว่าจะมีการลักลอบส่งพัสดุเป็นบุหรี่หนีภาษีจำนวนมากในพื้นที่ เกาะลันตา จ.กระบี่ จึงได้ ลงพื้นที่ตรวจสอบพัสดุ ณ ศูนย์กระจายสินค้าของเกาะลันตา จ.กระบี่ ปรากฏว่าพบพัสดุต้องสงสัย เมื่อตรวจสอบ ภายในพบบุหรี่หนีภาษี ไม่ติดอาการแสตมป์ตามกฎหมาย จำนวน 21,490 ซอง มูลค่า 2,524,237 บาท ประมาณการ ค่าปรับ 22,931,254.50 บาท จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สำหรับบุหรี่เถื่อนจำนวนดังกล่าวนี้จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่าเป็นบุหรี่เถื่อนที่ลักลอบขนมาจาก ประเทศเพื่อนบ้านมาทางช่องทางธรรมชาติผ่านด่านบ้านแหลม จ.จันทบุรีจากนั้นนำเข้าระบบไปรษณีย์ไปศูนย์กระจาย สินค้า ปณ.ศรีราชา จ.ชลบุรีเพื่อส่งไปยังศูนย์ไปรษณีย์ชุมพร แล้วส่งไปยังปลายทาง ณ ไปรษณีย์เกาะลันตา จ.กระบี่ เพื่อขายให้ลูกค้าบนเกาะลันตาและกระจายต่อในเขตภาคใต้และภาคตะวันตก ในการนี้เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามขบวนการค้าบุหรี่เถื่อนข้ามประเทศ และผู้กระทำ ความผิดตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต 2560 อย่างเคร่งครัด กรมฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจทั่วประเทศ เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบปราบปรามตามพื้นที่เป้าหมาย รวมถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์คัดแยกกระจายสินค้า ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันการกระจายบุหรี่เถื่อนไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ตลอดจนการป้องกันและปรามปราบโดยการจับ ผู้ค้ารายใหญ่ เพื่อไม่ให้เกิดการกระทำผิดกฎหมายหรือหลีกเลี่ยงการเสียภาษีโดยจะมีการดำเนินการต่อเนื่อง อย่างสม่ำเสมอเพื่อลดผลกระทบที่มีต่อร้านค้าปลีกถูกกฎหมายและดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนให้ได้บริโภค สินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน [6]


ทั้งนี้ หากประชาชนท่านใดทราบเบาะแสหรือพบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องเสีย ภาษีสรรพสามิต สามารถแจ้งโดยตรงได้ที่กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศหรือ สายด่วน 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรืออีเมล์ [email protected] ********************************* [7]


ฉบับที่ 19/2566 7 ธันวาคม 2566 อธิบดีกรมสรรพสามิตรับรางวัล "ผู้น าองค์กรดิจิทัลดีเด่นแห่งปี" พร้อมอีก 2 รางวัล จากงาน DG Awards 2023 โดยส านักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เข้ารับรางวัลผู้นำองค์กรดิจิทัลดีเด่น แห่งปีนอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังคว้าอีก 2 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการใช้ธรรมาภิบาล ข้อมูลภาครัฐ (Data Governance) และรางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการเปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิด ภาครัฐ (data.go.th) จากงาน DG Awards (Digital Government Awards 2023) โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาล ดิจิทัล เป็นต้นแบบหน่วยงานขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลทั้งระบบ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรม สรรพสามิต เข้ารับมอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2566 หรือ DG Awards 2023 (Digital Government Award 2023) ประเภทรางวัลผู้นำองค์กรดิจิทัลดีเด่นประจำปี2566 สะท้อนถึงความเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมายกระดับหน่วยงาน ประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ ความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล หน่วยงานภาครัฐของประเทศไทยในทุกดัชนีธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ การเปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิด ภาครัฐ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA พร้อมกันนี้ กรมสรรพสามิตยังได้รับอีก 2 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการใช้ ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance) และรางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการเปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์กลาง ข้อมูลเปิดภาครัฐ (data.go.th) โดยกรมสรรพสามิตได้ดำเนินการยกระดับการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์สูงสุด โดยให้ความสำคัญในเรื่องธรรมาภิบาล ซึ่งได้มีระบบบริหารและกระบวนการจัดการและคุ้มครองข้อมูล อย่างครบถ้วน นอกจากนั้น กรมสรรพสามิตได้มีการเปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ (Open Data) ผ่านเว็บไซต์ data.go.th และ catalod.excise.go.th ซึ่งชุดข้อมูลเหล่านี้ ได้ถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อการให้บริการผู้เสียภาษีสรรพสามิต และการพัฒนาประเทศ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กล่าวว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่าน กรมสรรพสามิตได้นำนวัตกรรมและ เทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับการทำงานทั้งระบบ เพื่อช่วยตอบโจทย์ทั้งกับผู้ประกอบการที่เสียภาษีสรรพสามิต รวมถึงเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพของการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) สร้างมาตรฐานสากล เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืนตามยุทธศาสตร์ของกรมฯ [8]


ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งรางวัลผู้นำองค์กรดิจิทัลและหน่วยงานคุณภาพ อีก 2 รางวัล ถือว่าเป็นรางวัลของเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตทุกคนที่ได้ร่วมมือกันยกระดับการทำงาน เรียนรู้ สิ่งใหม่ๆ วิธีการใหม่ๆ ปรับมาตรฐานการทำงานให้เกิดความคล่องตัว รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เพื่อให้ กรมสรรพสามิตสามารถปฏิบัติภารกิจในการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต รวมถึงปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย โดยยึดหลัก ผู้เสียภาษีเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้จ่ายภาษีควบคู่ไปกับการให้ ความสำคัญกับการจัดการและคุ้มครองข้อมูลของประชาชนผู้เสียภาษีทุกคนไม่ให้ตกไปอยู่กับกลุ่มผู้ไม่หวังดี รวมถึง เผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศและการบริการประชาชนอีกด้วย สำหรับรางวัล Digital Government Awards 2023 เป็นรางวัลที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ (สพร.) มอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐเพื่อเป็นการให้เกียรติและเชิดชูหน่วยงานที่มีความมุ่งมั่น พัฒนาองค์กรไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน เชื่อมโยงการเข้าถึงข้อมูลระหว่างหน่วยงานของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส ส่งเสริมให้ประเทศไทยมีรัฐบาลดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชน และประเทศชาติ ********************************* [9]


ฉบับที่ 1/2567 12 มกราคม 2567 สรรพสามิตโชว์ผลงานปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย จับบุหรี่หนีภาษีมูลค่าความเสียหายกว่า 22 ล้านบาท ตามนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่มุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามสินค้า ผิดกฎหมายที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่เสียภาษี ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ค้าขายและจ่ายภาษีอย่างสุจริต ให้ได้รับความเป็นธรรม รวมถึงเพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนในประเทศ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมฯ มุ่งเน้นยกระดับการบังคับใช้ กฎหมายและเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าที่ยังไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิต โดยมีการลงนามความตกลงเพื่อบูรณาการความ ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมกันจับกุมผู้กระทำความผิด อย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของประชาชนในประเทศ ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ว่าที่ร้อยตรียงยุทธ ภูมิประเทศ รองอธิบดี และนายพยุง บุญสมสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม ดำเนินการเร่งรัดการ ปราบปรามอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม ได้ดำเนินการจัดทำแผนเพื่อปราบปราม การกระทำผิดตามเส้นทางการลักลอบตามแนวชายแดนและพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของสินค้าหนีภาษี จากการบูรณาการทำงานร่วมกันกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) บก.ปอศ. ทำให้ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2567 สามารถจับกุมบุหรี่หนีภาษีได้ ณ ศูนย์กระจายสินค้าเอกชน อำเภอวังน้อย จังหวัด พระนครศรีอยุธยา จากการตรวจสอบพบสินค้าบุหรี่ผิดกฎหมายซึ่งมีเส้นทางมาจากบริเวณแนวชายแดน ส่วนหนึ่ง พบว่าเป็นยาสูบยี่ห้อกรองทิพย์ 90 ซึ่งได้รับอนุญาตส่งออก แต่พบว่ามีการลักลอบนำกลับเข้ามาขายในประเทศ ตามแนวชายแดนในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อส่งขายให้กับในพื้นที่ภาคกลาง และอีกส่วนหนึ่งมีการลักลอบนำมาจาก ทางภาคใต้แล้วส่งขายในพื้นที่ภาคกลางต่อไป พบของกลางยาสูบที่ยังมิได้ชำระภาษีสรรพสามิต จำนวนกว่า 430,000 มวน มูลค่าสินค้า 2,320,000 บาท มูลค่าภาษีเป็นเงิน 1,498,040 บาท ประมาณการค่าปรับ 22,476,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่จะได้มีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯให้ความสำคัญกับ เรื่องนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้เสียภาษีที่ถูกต้อง และดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชนไม่ให้บริโภคของปลอม ซึ่งอาจส่งผลเสียและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามยุทธศาสตร์กรมสรรพสามิต ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาษี สรรพสามิต มุ่งเน้น สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล สร้างมาตรฐานสากล เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน ***************************** [10]


ฉบับที่ 2/2567 16 มกราคม 2567 ครม.เห็นชอบขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน ้ามันดีเซลลงลิตรละ 1 บาท ถึงวันที่ 19 เม.ย. นี เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน และภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2567 มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 1 บาท ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2567 ถึง วันที่ 19 เมษายน 2567 เพื่อไม่ให้ราคาขายปลีก น้ำมันดีเซลเพิ่มสูงขึ้นจนเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ และความเป็นอยู่ของประชาชนจากภาระ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมสรรพสามิตได้ดำเนินมาตรการทางภาษีเพื่อช่วยลดภาระ ค่าครองชีพของประชาชนและภาคธุรกิจจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการปรับลด อัตราภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันหลายประเภทและหลายครั้งมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันดีเซล เนื่องจากถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้เป็นต้นทุนในภาคการผลิตสินค้า ไฟฟ้า และภาคการขนส่งในทุกอุตสาหกรรม ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและ ภาคธุรกิจ รวมถึงเป็นการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ กรมสรรพสามิตเสนอต่อ ครม. และ ครม.มีมติ เห็นชอบในการขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีน้ำมันดีเซลลง 1 บาทต่อลิตร ต่อไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2567 ถึง วันที่ 19 เมษายน 2567 การลดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันในครั้งนี้จะเป็นการรักษา เสถียรภาพของราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศไม่ให้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของ ประชาชนและเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ แม้ว่าการลดอัตราภาษีในครั้งนี้ จะส่งผลให้กรมสรรพสามิต สูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ประมาณ 6,000 ล้านบาท หรือ 2,000 ล้านบาทต่อเดือน โดยการลดอัตราภาษีในครั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพของราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล ในประเทศไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้นในระดับที่จะเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศและช่วยให้ภาพรวม ในทุกมิติเติบโตได้ ตามยุทธศาสตร์ของกรมสรรพสามิตในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยภาษีสรรพสามิต มุ่งเน้น สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล สร้างมาตรฐานสากล เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน ********************************* [11]


ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง ก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (ฉบับที่ 3) ----------------------- เพื่อให้การด าเนินมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ สามารถสร้างความสามารถในการแข่งขันให้สอดรับกับทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต และความต้องการของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ สอดคล้องกับมติการประชุมครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติที่ตั้งขึ้นตามค าสั่งส านักนายกรัฐมนตรี ที่ 286/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2566 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบและเห็นชอบให้ด าเนินการตามมติดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 และเพื่อให้การรับจ่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ขอรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์มีความครบถ้วน ชัดเจน และกระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อธิบดีกรมสรรพสามิตจึงก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์เพิ่มเติมไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้ยกเลิกความในข้อ 3.1 และข้อ 3.2 ของข้อ 3 ของประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง ก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภท รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ลงวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2565 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “3.1 รถยนต์นั่งตามบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตท้ายพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ตอนที่ 6 และกฎกระทรวงก าหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตที่ออกตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) ที่มีราคาขายปลีกแนะน าไม่เกิน ๒ ล้านบาท และมีขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 10 กิโลวัตต์ชั่วโมงขึ้นไป หรือแบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) ที่มีราคา ขายปลีกแนะน าเกิน 2 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 7 ล้านบาท และมีขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 30 กิโลวัตต์ชั่วโมง ขึ้นไป ซึ่งผลิตในประเทศในปี พ.ศ. 2565 - 2568 หรือน าเข้ามาในประเทศในปี พ.ศ. 2564 (1 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม) และปีพ.ศ. 2565 - 2566 ทั้งนี้ กรณีน าเข้ามาในประเทศในปี พ.ศ. 2564 (1 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม) ต้องมีการจ าหน่ายแก่ผู้บริโภคหลังจากรถยนต์รุ่นนั้นได้รับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์แล้ว 3.2 รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ท้ายพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ตอนที่ 6 และกฎกระทรวงก าหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ที่ออกตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 แบบพลังงานไฟฟ้า จากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) ที่มีราคาขายปลีกแนะน าไม่เกิน ๒ ล้านบาท และมีขนาด [13]


ความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 10 กิโลวัตต์ชั่วโมงขึ้นไป หรือแบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) ที่มีราคาขายปลีกแนะน าเกิน 2 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 7 ล้านบาท และมีขนาดความจุของ แบตเตอรี่ตั้งแต่ 3๐ กิโลวัตต์ชั่วโมงขึ้นไป ซึ่งผลิตในประเทศในปี พ.ศ. 2565 - 2568 หรือน าเข้ามาในประเทศ ในปี พ.ศ. 2564 (1 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม) และปีพ.ศ. 2565 - 2566 ทั้งนี้ กรณีน าเข้ามาในประเทศ ในปี พ.ศ. 2564 (1 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม) ต้องมีการจ าหน่ายแก่ผู้บริโภคหลังจากรถยนต์รุ่นนั้นได้รับสิทธิ ตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์แล้ว” ข้อ 2 ให้ยกเลิกความในข้อ 10 ของประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง ก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ลงวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2565 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ 10 รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามข้อ 3.1 หรือข้อ 3.2 ที่น าเข้ามาในประเทศในปี พ.ศ. 2564 (1 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม) และปีพ.ศ. 2565 - 2566 หรือรถจักรยานยนต์ตามข้อ 3.4 ที่น าเข้ามาในประเทศในปี พ.ศ. 2565 - 2566 ต้องจ าหน่ายภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 และจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ภายในวันที่ 31 มกราคม 2567 แต่หากเป็น รถยนต์นั่ง รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน รถยนต์กระบะ หรือรถจักรยานยนต์ ตามข้อ 3.1 ข้อ 3.2 ข้อ 3.3 หรือข้อ 3.4 แล้วแต่กรณีที่ผลิตในประเทศในปี พ.ศ. 2565 - 2568 ต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย ว่าด้วยรถยนต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568” ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในข้อ 13 ของประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง ก าหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ลงวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2565 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง ก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ 13 ผู้ได้รับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และ รถจักรยานยนต์ตามข้อ 4 วรรคสอง ซึ่งเป็นผู้ขอรับสิทธิตามข้อ 2.4 ข้อ 2.5 ข้อ 2.6 หรือข้อ 2.7 ส าหรับ รถยนต์นั่ง รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน หรือรถจักรยานยนต์ ตามข้อ 3.1 ข้อ 3.2 หรือข้อ 3.4 แล้วแต่กรณี ต้องผลิตรถยนต์นั่ง รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน รถยนต์กระบะ หรือรถจักรยานยนต์ แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) หรือต้องด าเนินการเพื่อให้ผู้ประกอบ อุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิในขั้นตอนการขอรับสิทธิดังกล่าว ผลิตรถยนต์นั่ง รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน รถยนต์กระบะ หรือรถจักรยานยนต์แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) แล้วแต่กรณี เพื่อชดเชยการน าเข้าที่ได้รับสิทธิตามมาตรการสนับสนุน การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งมีการน าเข้ามาในประเทศในแบบส าเร็จรูปทั้งคัน (Completely Built Up : CBU) ในปี พ.ศ. 2564 (1 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม) และปีพ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๖ โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการผลิตเพื่อชดเชยการน าเข้า ดังนี้ 13.1 กรณีที่มีการน าเข้ารถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ที่มีราคา ขายปลีกแนะน าไม่เกิน ๒ ล้านบาท และมีขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 10 กิโลวัตต์ชั่วโมงขึ้นไป ตามข้อ 3.1 หรือข้อ 3.2 แล้วแต่กรณี ให้ผลิตรถยนต์นั่ง รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน หรือรถยนต์กระบะ รุ่นใดก็ได้ โดยต้องผลิตชดเชยจนครบตามจ านวนการน าเข้ามาในประเทศในแบบส าเร็จรูป [14]


ทั้งคัน ในอัตราส่วน ๑ : ๑ เท่า (น าเข้า 1 คัน ผลิต 1 คัน) ของจ านวนที่น าเข้ามาทั้งหมด ภายในวันที่ 31 ธันวาคม ๒๕๖๗ หากจ าเป็นต้องขยายระยะเวลาการผลิตชดเชยจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ๒๕๖8 ต้องผลิต ชดเชยการน าเข้าในอัตราส่วน ๑ : ๑.5 เท่า (น าเข้า 1 คัน ผลิต 1.5 คัน) ของจ านวนที่น าเข้ามาทั้งหมด 13.2 กรณีที่มีการน าเข้ารถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ที่มีราคา ขายปลีกแนะน าเกิน 2 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 7 ล้านบาท และมีขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 3๐ กิโลวัตต์ ชั่วโมงขึ้นไป ตามข้อ 3.1 หรือข้อ 3.2 แล้วแต่กรณี ให้ผลิตรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน รุ่นใดรุ่นหนึ่งที่ได้มีการน าเข้าแบบส าเร็จรูปทั้งคันในปี พ.ศ. 2564 (1 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม) และปี พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๖ ทั้งนี้ กรณีผลิตชดเชยรถยนต์รุ่นเดียวกับรถยนต์รุ่นที่ได้มีการน าเข้าและได้รับสิทธิ แม้จะมีเลขซีรีย์ที่ต่างกัน ก็ให้ถือว่าเป็นการผลิตชดเชยรถยนต์รุ่นเดียวกับรถยนต์รุ่นที่ได้รับสิทธิแล้ว โดยต้องผลิต ชดเชยจนครบตามจ านวนการน าเข้ามาในประเทศในแบบส าเร็จรูปทั้งคัน ในอัตราส่วน ๑ : ๑ เท่า (น าเข้า 1 คัน ผลิต 1 คัน) ของจ านวนที่น าเข้ามาทั้งหมด ภายในวันที่ 31 ธันวาคม ๒๕๖๗ หากจ าเป็นต้องขยายระยะเวลา การผลิตชดเชยจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ๒๕๖8 ต้องผลิตชดเชยการน าเข้าในอัตราส่วน ๑ : ๑.5 เท่า (น าเข้า 1 คัน ผลิต 1.5 คัน) ของจ านวนที่น าเข้ามาทั้งหมด 13.3 กรณีที่มีการน าเข้ารถจักรยานยนต์ตามข้อ 3.4 ให้ผลิตรถจักรยานยนต์รุ่นใดก็ได้ โดยต้องผลิตชดเชยจนครบตามจ านวนการน าเข้ามาในประเทศในแบบส าเร็จรูปทั้งคัน ในอัตราส่วน ๑ : ๑ เท่า (น าเข้า 1 คัน ผลิต 1 คัน) ของจ านวนที่น าเข้ามาทั้งหมด ภายในวันที่ 31 ธันวาคม ๒๕๖๗ หากจ าเป็นต้อง ขยายระยะเวลาการผลิตชดเชยจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ๒๕๖8 ต้องผลิตชดเชยการน าเข้าในอัตราส่วน ๑ : ๑.5 เท่า (น าเข้า 1 คัน ผลิต 1.5 คัน) ของจ านวนที่น าเข้ามาทั้งหมด” ข้อ 4 ให้ยกเลิกแบบบัญชีประจ าวันตามแบบแสดงการรับจ่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่ขอรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (แบบ ยฟ. 01-04) งบเดือนแสดงการรับจ่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ขอรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (แบบ ยฟ. 01-05) ข้อตกลงการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุน การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ส าหรับรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) และข้อตกลงการรับสิทธิ ตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ส าหรับรถจักรยานยนต์ แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) ท้ายประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง ก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภท รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ลงวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2565 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และให้ใช้บัญชีประจ าวัน แสดงการรับจ่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ขอรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภท รถยนต์และรถจักรยานยนต์ (แบบ ยฟ. 01-04) งบเดือนแสดงการรับจ่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ขอรับ สิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (แบบ ยฟ. 01-05) ข้อตกลงการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ส าหรับรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) และข้อตกลงการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภท รถยนต์และรถจักรยานยนต์ส าหรับรถจักรยานยนต์แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) ท้ายประกาศนี้แทน [15]


ข้อ 5 ข้อตกลงการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ส าหรับรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) และข้อตกลงการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ส าหรับรถจักรยานยนต์แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) ที่ได้มีการลงนามจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ตามประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง ก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ลงวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2565 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งขัดหรือแย้งกับความในข้อ 2 และข้อ 3 ของประกาศนี้ ให้ใช้ความในข้อ 2 และข้อ 3 ของประกาศนี้แทน ข้อ 6 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต ่วันออกประกาศเป็นต้นไป เว้นแต ่แบบบัญชีประจ าวัน แสดงการรับจ ่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที ่ขอรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (แบบ ยฟ. 01-04) และงบเดือนแสดงการรับจ ่ายรถยนต์และ รถจักรยานยนต์ที่ขอรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (แบบ ยฟ. 01-05) ตามประกาศนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖6 (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) อธิบดีกรมสรรพสามิต [16]


กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง บัญชีประจำวันแสดงการรับจ่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่ขอรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ สำหรับเจ้าหน้าที่ เลขที่รับ ........................................................................ วันเดือนปีที่รับ ......................................................... เจ้าหน้าที่ผู้รับ ........................................................... ยฟ. 01-04 (1) ชื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรม/ผู้นำเข้า .............................................................................. ทะเบียนสรรพสามิตเลขที่ -- (2) สินค้า รถยนต์ ประเภท รถยนต์นั่ง แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ รถยนต์กระบะ แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ รถจักรยานยนต์แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (3) กรณี ผลิตในประเทศ นำเข้า (4) ประจำเดือน........................ พ.ศ. ............... (5) วันเดือนปี (6) จำนวนรับ (คัน) (7) จำนวนจ่าย (คัน) (8) ยอดคงเหลือ (9) หมายเหตุ (6.1) ผลิตใน ประเทศ (6.2) นำเข้า (6.3) รับคืนจาก คลังสินค้าทัณฑ์บน (6.4) อื่น ๆ (6.5) รวมจำนวน รับ (7.1) จำหน่าย ในประเทศ (7.2) ส่งออก (7.3) ใช้ภายใน โรงอุตสาหกรรม (7.4) จ่ายไปยัง คลังสินค้าทัณฑ์บน (7.5) เสียหาย (7.6) อื่น ๆ (7.7) รวมจำนวน จ่าย (10) รวมเฉพาะเดือนนี้ (11) รวมตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนนี้ [17]


- 2 - ข้อมูลประกอบบัญชีประจ ำวันแสดงกำรรับจ่ำยรถยนต์และรถจักรยำนยนต์ ที่ขอรับสิทธิตำมมำตรกำรสนับสนุนกำรใช้ยำนยนต์ไฟฟ้ำประเภทรถยนต์และรถจักรยำนยนต์ วัน เดือน ปี ข้อมูลการรับยานยนต์ไฟฟ้า ข้อมูลการจ่ายยานยนต์ไฟฟ้า ยี่ห้อ แบบ รุ่น หมายเลข ตัวรถ หมายเลข มอเตอร์ ตามข้อมูลเอกสารหลักฐาน ยี่ห้อ แบบ รุ่น หมายเลข ตัวรถ หมายเลข มอเตอร์ ตามข้อมูลเอกสารหลักฐาน เอกสารหลักฐาน เลขที่ เอกสารหลักฐาน เลขที่ [18]


คำอธิบายบัญชีประจำวันแสดงการรับจ่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่ขอรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์(แบบ ยฟ. 01-04) ชื่อช่องรายการ คำอธิบาย (1) ชื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรม/ผู้นำเข้า ทะเบียนสรรพสามิตเลขที่ ชื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ/ ชื่อผู้ที่นำยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาในประเทศ เลขทะเบียนสรรพสามิต (2) สินค้า ประเภท ชื่อและประเภทของยานยนต์ไฟฟ้าที่ขอรับสิทธิตามมาตรการฯ (3) กรณี ยานยนต์ไฟฟ้าที่ขอรับสิทธิตามมาตรการฯ เป็นกรณีผลิตในประเทศ หรือนำเข้ามาในประเทศ (4) ประจำเดือน พ.ศ. ระบุเดือน และ ปี พ.ศ. ของบัญชีประจำวัน (5) วันเดือนปี วันเดือนปีที่เกิดรายการรับหรือจ่ายยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในเดือนนั้น โดยต้องแสดงไว้ตามลำดับก่อนหลัง และต้องมีการบันทึกบัญชีทุกวัน หากไม่มีรายการใดเกิดขึ้น ให้ใช้เครื่องหมาย “ - ” เพื่อแสดงว่าไม่มีรายการนั้น (6) จำนวนรับ (คัน) (6.1) ผลิตในประเทศ (6.2) นำเข้า (6.3) รับคืนจากคลังสินค้าทัณฑ์บน (6.4) อื่น ๆ (6.5) รวมจำนวนรับ จำนวนหน่วยที่เป็นคันของการรับยานยนต์ไฟฟ้า จำนวนที่ผลิตในประเทศ จำนวนที่นำเข้า จำนวนที่รับคืนจากคลังสินค้าทัณฑ์บน จำนวนที่รับในกรณีอื่น ๆ เช่น รับคืนจากลูกค้า เป็นต้น ผลรวมจำนวนรับตามช่อง (6.1) ถึง (6.4) (7) จำนวนจ่าย (คัน) (7.1) จำหน่ายในประเทศ (7.2) ส่งออก (7.3) ใช้ภายในโรงอุตสาหกรรม (7.4) จ่ายไปยังคลังสินค้าทัณฑ์บน (7.5) เสียหาย (7.6) อื่น ๆ (7.7) รวมจำนวนจ่าย จำนวนหน่วยที่เป็นคันของการจ่ายยานยนต์ไฟฟ้า จำนวนที่จำหน่ายในประเทศ จำนวนที่ส่งออกไปต่างประเทศ จำนวนที่นำไปใช้ภายในโรงอุตสาหกรรม จำนวนที่จ่ายออกไปยังคลังสินค้าทัณฑ์บน จำนวนที่เสียหาย จำนวนที่จ่ายในกรณีอื่น ๆ เช่น นำไปเก็บไว้ที่สถานแสดงรถยนต์เพื่อขาย เป็นต้น ผลรวมจำนวนจ่ายตามช่อง (7.1) ถึง (7.6) (8) ยอดคงเหลือ ผลต่างของยอดรวมจำนวนรับตามช่อง (6.5) และยอดรวมจำนวนจ่ายตามช่อง (7.7) (9) หมายเหตุ สำหรับบันทึกรายละเอียดข้อมูลในเรื่องอื่น ๆ (10) รวมเฉพาะเดือนนี้ ผลรวมของจำนวนรับและจำนวนจ่ายในแต่ละกรณีตามช่อง (6) และ (7) เฉพาะเดือนนี้ (11) รวมตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนนี้ ผลรวมของจำนวนรับและจำนวนจ่ายในแต่ละกรณีตามช่อง (6) และ (7) ตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนนี้ หมายเหตุ : ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าแล้วแต่กรณี ต้องกรอกข้อมูลประกอบบัญชีประจำวันแสดงการรับจ่าย รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ขอรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยให้ระบุ“วันเดือนปี” ที่มีการรับจ่ายยานยนต์ไฟฟ้า “ยี่ห้อ แบบ รุ่น หมายเลขตัวรถ หมายเลขมอเตอร์” ของยานยนต์ ไฟฟ้าที่มีการรับจ่าย พร้อมทั้งระบุข้อมูลรายละเอียดและเลขที่ของเอกสารหลักฐานที่แสดงถึงการรับยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามา หรือจ่ายยานยนต์ไฟฟ้าออกไป เช่น ใบขนสินค้าขาเข้า ใบรับสินค้า ใบรับสินค้าสำเร็จรูป ใบเบิกสินค้า ใบส่งสินค้า ใบส่งของ ใบกำกับภาษีขาย Commercial Invoice เป็นต้น [19]


กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง งบเดือนแสดงการรับจ่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่ขอรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ส าหรับเจ้าหน้าที่ เลขที่รับ ........................................................................ วันเดือนปีที่รับ ......................................................... เจ้าหน้าที่ผู้รับ ........................................................... ยฟ. 01-05 (1) ชื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรม/ผู้น าเข้า .............................................................................. ทะเบียนสรรพสามิตเลขที่ -- (2) สินค้า รถยนต์ ประเภท รถยนต์นั่ง แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ รถยนต์กระบะ แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ รถจักรยานยนต์แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (3) กรณี ผลิตในราชอาณาจักร น าเข้า (4) ประจ าเดือน ........................ พ.ศ. ............... รายการ (5) (5) (5) (5) (5) (5) (6) ยอดคงเหลือยกมา (7) ผลิตในประเทศ (8) น าเข้า (9) รับคืนจากคลังสินค้าทัณฑ์บน (10) อื่น ๆ (11) รวมจ านวนรับ (12) จ าหน่ายในประเทศ (13) ส่งออก (14) ใช้ภายในโรงอุตสาหกรรม (15) จ่ายไปยังคลังสินค้าทัณฑ์บน (16) เสียหาย (17) อื่น ๆ (18) รวมจ านวนจ่าย (19) ยอดคงเหลือยกไป ข้าพเจ้าขอรับรองว่ารายการที่แสดงไว้เป็นความจริงทุกประการ (ลงชื่อ) ...................................................... ผู้ประกอบอุตสาหกรรม/ผู้น าเข้า (....................................................) วันที่............................................................. ยี่ห้อ แบบ/รุ่น (คัน) [20]


ค ำอธิบำยงบเดือนแสดงกำรรับจ่ำยรถยนต์และรถจักรยำนยนต์ ที่ขอรับสิทธิตำมมำตรกำรสนับสนุนกำรใช้ยำนยนต์ไฟฟ้ำประเภทรถยนต์และรถจักรยำนยนต์(แบบ ยฟ. 01-05) ชื่อช่องรำยกำร ค ำอธิบำย (1) ชื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรม/ผู้น าเข้า ทะเบียนสรรพสามิตเลขที่ ชื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ/ ชื่อผู้ที่น ายานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาในประเทศ เลขทะเบียนสรรพสามิต (2) สินค้า ประเภท ชื่อและประเภทของยานยนต์ไฟฟ้าที่ขอรับสิทธิตามมาตรการฯ (3) กรณี ยานยนต์ไฟฟ้าที่ขอรับสิทธิตามมาตรการฯ เป็นกรณีผลิตในประเทศ หรือน าเข้ามาในประเทศ (4) ประจ าเดือน พ.ศ. ระบุเดือน และ ปี พ.ศ. ของงบเดือน (5) ยี่ห้อ แบบ/รุ่น (คัน) ระบุยี่ห้อ แบบ/รุ่น และจ านวนคัน ของยานยนต์ไฟฟ้าที่ขอรับสิทธิ ตามมาตรการฯ (6) ยอดคงเหลือยกมา จ านวนคันของยานยนต์ไฟฟ้าคงเหลือจากเดือนก่อน (7)ผลิตในประเทศ ผลรวมจ านวนคันของยานยนต์ไฟฟ้าจากการผลิตในประเทศในเดือนนี้ ตามที่ปรากฏในแบบ ยฟ. 01-04 ช่อง (10) ของรายการตามช่อง (6.1) (8) น าเข้า ผลรวมจ านวนคันของยานยนต์ไฟฟ้าจากการน าเข้าในเดือนนี้ ตามที่ปรากฏในแบบ ยฟ. 01-04 ช่อง (10) ของรายการตามช่อง (6.2) (9) รับคืนจากคลังสินค้าทัณฑ์บน ผลรวมจ านวนคันของยานยนต์ไฟฟ้าที่รับคืนจากคลังสินค้าทัณฑ์บนในเดือนนี้ ตามที่ปรากฏในแบบ ยฟ. 01-04 ช่อง (10) ของรายการตามช่อง (6.3) (10) อื่น ๆ ผลรวมจ านวนคันของการรับยานยนต์ไฟฟ้าในกรณีอื่น ๆ ในเดือนนี้ ตามที่ปรากฏในแบบ ยฟ. 01-04 ช่อง (10) ของรายการตามช่อง (6.4) (11) รวมจ านวนรับ ผลรวมจ านวนรับตามช่อง (6) ถึง (10) (12) จ าหน่ายในประเทศ ผลรวมจ านวนคันของการจ่ายยานยนต์ไฟฟ้าที่จ าหน่ายภายในประเทศในเดือนนี้ ตามที่ปรากฏในแบบ ยฟ. 01-04 ช่อง (10) ของรายการตามช่อง (7.1) (13) ส่งออก ผลรวมจ านวนคันของการจ่ายยานยนต์ไฟฟ้าที่ส่งออกไปต่างประเทศในเดือนนี้ ตามที่ปรากฏในแบบ ยฟ. 01-04 ช่อง (10) ของรายการตามช่อง (7.2) (14) ใช้ภายในโรงอุตสาหกรรม ผลรวมจ านวนคันของการจ่ายยานยนต์ไฟฟ้าที่น าไปใช้ภายในโรงอุตสาหกรรม ในเดือนนี้ ตามที่ปรากฏในแบบ ยฟ. 01-04 ช่อง (10) ของรายการตามช่อง (7.3) (15) จ่ายไปยังคลังสินค้าทัณฑ์บน ผลรวมจ านวนคันของยานยนต์ไฟฟ้าที่จ่ายไปยังคลังสินค้าทัณฑ์บนในเดือนนี้ ตามที่ปรากฏในแบบ ยฟ. 01-04 ช่อง (10) ของรายการตามช่อง (7.4) (16) เสียหาย ผลรวมจ านวนคันของการจ่ายยานยนต์ไฟฟ้าที่เสียหายในเดือนนี้ ตามที่ปรากฏในแบบ ยฟ. 01-04 ช่อง (10) ของรายการตามช่อง (7.5) (17) อื่น ๆ ผลรวมจ านวนคันของการจ่ายยานยนต์ไฟฟ้าในกรณีอื่น ๆ ในเดือนนี้ ตามที่ปรากฏในแบบ ยฟ. 01-04 ช่อง (10) ของรายการตามช่อง (7.6) (18) รวมจ านวนจ่าย ผลรวมจ านวนจ่ายตามช่อง (12) ถึง (17) (19) ยอดคงเหลือยกไป จ านวนยานยนต์ไฟฟ้าคงเหลือ ณ วันสิ้นเดือน โดยพิจารณาจากผลต่างของช่อง (11) และช่อง (18) [21]


ข้อตกลงการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ส าหรับรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) เขียนที่........................................................................ วันที่..............เดือน.........................พ.ศ. ................... ชื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรม/ผู้น าเข้า.............................................................................................................. โดย................................................................................................................. ............................................................. ผู้มีอ านาจกระท าการแทนนิติบุคคล ส านักงานใหญ่ตั้งอยู่ เลขที่..................ถนน............................................... ต าบล/แขวง...................................อ าเภอ/เขต……………………………………………จังหวัด…………………………………… โทรศัพท์....................................... ผู้ได้รับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และ รถจักรยานยนต์ส าหรับรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ได้รับสิทธิ” ตามประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง ก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ผู้ได้รับสิทธิและผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิให้สัญญา ต่อกรมสรรพสามิตโดยยินยอมตกลงปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ 1. ผู้ได้รับสิทธิจะวางหนังสือสัญญาค้ าประกันโดยธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย (Bank Guarantee) ที ่มีก าหนดระยะเวลาการค้ าประกันจนถึงวันที ่ 30 มิถุนายน 2569 โดยยื ่นต ่อ กรมสรรพสามิต ณ ส านักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 ภายใน 30 วัน นับแต ่วันที ่มีการลงนาม ข้อตกลงการรับสิทธิเสร็จสมบูรณ์โดยมีจ านวนเงินตามหนังสือสัญญาค้ าประกัน ดังนี้ วางหนังสือสัญญาค้ าประกันโดยธนาคารเป็นจ านวนเงิน 20 ล้านบาท (กรณีที่มีทุนจดทะเบียน บริษัทน้อยกว่า 5,000 ล้านบาท) วางหนังสือสัญญาค้ าประกันโดยธนาคารเป็นจ านวนเงิน 10 ล้านบาท (กรณีที่มีทุนจดทะเบียน บริษัทตั้งแต่ 5,000 ล้านบาท ขึ้นไป ) 2. ผู้ได้รับสิทธิจะแจ้งราคาขายปลีกแนะน าและโครงสร้างราคาขายปลีกแนะน า และแจ้งเปลี่ยนแปลง ราคาขายปลีกแนะน าและโครงสร้างราคาขายปลีกแนะน า ตามมาตรา 18 วรรคหนึ่งและวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ต่ออธิบดีกรมสรรพสามิต ณ ส านักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ หรือส านักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานประกอบการของผู้น าเข้าตั้งอยู่ ก่อนการน าสินค้าออกจาก โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนไม่น้อยกว่า 15 วัน หรือก่อนวันยื่นแบบรายการภาษีและช าระภาษี ไม่น้อยกว่า 15 วัน แล้วแต่กรณี โดยจะระบุข้อความ “(ยานยนต์ไฟฟ้า)” ต่อท้าย แบบ/รุ่น ของรถยนต์ที่ขอรับสิทธิ ในช่อง “แบบ/รุ่น” ของแบบแจ้งราคาขายปลีกแนะน าตามมาตรา 18 วรรคหนึ่งและวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 3. ผู้ได้รับสิทธิจะไม่กระท าการใด ๆ ต่อรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ที่ได้แจ้ง ราคาขายปลีกแนะน าและโครงสร้างราคาขายปลีกแนะน าไว้แล้ว อันมีลักษณะเป็นการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลง เล็กน้อย (Minor Change) ตลอดช่วงระยะเวลาที่ได้รับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภท รถยนต์และรถจักรยานยนต์เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการก าหนดหลักเกณฑ์และพิจารณา การขอรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ [22]


4. รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ที่น าเข้ามาในประเทศในปี พ.ศ. 2564 (1 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม) และปี พ.ศ. 2565 - 2566 ผู้ได้รับสิทธิจะจ าหน่ายภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 และจะด าเนินการเพื่อให้มีการจดทะเบียนตามกฎหมายว ่าด้วยรถยนต์ภายในวันที่ 31 มกราคม 2567 และรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ที่ผลิตในประเทศในปี พ.ศ. 2565 - 2568 ผู้ได้รับสิทธิ จะด าเนินการเพื่อให้มีการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 5. ผู้ได้รับสิทธิผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิตามที่ระบุไว้ ในขั้นตอนการขอรับสิทธิแล้วแต่กรณี จะผลิตรถยนต์นั่ง รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน หรือรถยนต์กระบะ แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) เพื่อชดเชยการน าเข้าที่ได้รับสิทธิตามมาตรการ สนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ส าหรับรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่ง ไม่เกิน 10 คน ซึ่งมีการน าเข้ามาในประเทศในแบบส าเร็จรูปทั้งคัน (Completely Built Up : CBU) ในปีพ.ศ. 2564 (1 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม) และปีพ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๖ (1) กรณีที่มีการน าเข้ารถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ที่มีราคาขายปลีก แนะน าไม่เกิน ๒ ล้านบาท และมีขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 10 กิโลวัตต์ชั่วโมงขึ้นไป ผู้ได้รับสิทธิผู้ประกอบ อุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิ ยินยอมที่จะผลิตรถยนต์นั่ง รถยนต์โดยสารที ่มี ที่นั่งไม่เกิน 10 คน หรือรถยนต์กระบะ รุ่นใดก็ได้ โดยผลิตชดเชยจนครบตามจ านวนการน าเข้ามาในประเทศ ในแบบส าเร็จรูปทั้งคัน ในอัตราส่วน ๑ : ๑ เท่า (น าเข้า 1 คัน ผลิต 1 คัน) ของจ านวนที่น าเข้ามาทั้งหมด ภายในวันที่ 31 ธันวาคม ๒๕๖๗ และหากจ าเป็นต้องขยายระยะเวลาการผลิตชดเชยจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ๒๕๖8 ยินยอม ที่จะผลิตชดเชยการน าเข้าในอัตราส่วน ๑ : ๑.5 เท่า (น าเข้า 1 คัน ผลิต 1.5 คัน) ของจ านวนที่น าเข้ามาทั้งหมด (2) กรณีที่มีการน าเข้ารถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ที่มีราคาขายปลีก แนะน าเกิน 2 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 7 ล้านบาท และมีขนาดความจุของแบตเตอรี่ตั้งแต่ 3๐ กิโลวัตต์ชั่วโมงขึ้นไป ผู้ได้รับสิทธิ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิ ยินยอมที่จะผลิตรถยนต์นั่ง หรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน รุ่นใดรุ่นหนึ่งที่ได้มีการน าเข้าแบบส าเร็จรูปทั้งคันในปีพ.ศ. 2564 (1 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม) และปีพ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๖ ทั้งนี้ กรณีผลิตชดเชยรถยนต์รุ่นเดียวกับรถยนต์ รุ่นที่ได้มีการน าเข้าและได้รับสิทธิ แม้จะมีเลขซีรีย์ที่ต่างกัน ก็ให้ถือว่าเป็นการผลิตชดเชยรถยนต์รุ่นเดียวกับรถยนต์ รุ่นที่ได้รับสิทธิแล้ว โดยผลิตชดเชยจนครบตามจ านวนการน าเข้ามาในประเทศในแบบส าเร็จรูปทั้งคัน ในอัตราส่วน ๑ : ๑ เท่า (น าเข้า 1 คัน ผลิต 1 คัน) ของจ านวนที่น าเข้ามาทั้งหมด ภายในวันที่ 31 ธันวาคม ๒๕๖๗ และหากจ าเป็นต้องขยายระยะเวลาการผลิตชดเชยจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ๒๕๖8 ยินยอมที่จะผลิตชดเชย การน าเข้าในอัตราส่วน ๑ : ๑.5 เท่า (น าเข้า 1 คัน ผลิต 1.5 คัน) ของจ านวนที่น าเข้ามาทั้งหมด หากผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิในขั้นตอน การขอรับสิทธิดังกล่าว ไม่ด าเนินการผลิตรถยนต์นั่ง รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน หรือรถยนต์กระบะ แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) แล้วแต่กรณี เพื่อชดเชยการน าเข้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ก าหนดไว้ข้างต้น ผู้ได้รับสิทธิยินยอมให้กรมสรรพสามิตเรียกคืนเงินอุดหนุน เป็นรายคันตามจ านวนที่ไม่สามารถด าเนินการผลิตชดเชยได้พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีโดยไม่คิดทบต้น และยินยอมที่จะให้บังคับตามหนังสือสัญญาค้ าประกันโดยธนาคารที่วางไว้เต็มจ านวน นอกจากนี้ หากไม่ปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการผลิตเพื่อชดเชยการน าเข้า ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุน หรือไม่ ผู้ได้รับสิทธิตลอดจนผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิ จะร่วมกันรับผิดโดยเสียค่าปรับในจ านวนเท่ากับภาษีสรรพสามิต เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม ตามกฎหมายว่าด้วย [23]


ภาษีสรรพสามิตที่ช าระขาดไป ส าหรับรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน เป็นรายคันตามจ านวน ที่ไม่สามารถด าเนินการผลิตชดเชยได้ 6. ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ผู้ได้รับสิทธิผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับ ผู้ได้รับสิทธิตามที่ระบุไว้ในขั้นตอนการขอรับสิทธิแล้วแต่กรณี จะใช้แบตเตอรี่หรือชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศเป็น ส่วนประกอบในการผลิตรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี ่ (Battery Electric Vehicle : BEV) ทุกคัน โดยเลือกด าเนินการตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งในกรณีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 จะใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศระดับเซลล์ (Battery Cell) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 จะใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศระดับโมดูล (Battery Module) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2573 จะใช้พีซียู อินเวอร์เตอร์ (PCU Inverter) ที่ผลิตในประเทศ และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2578 จะใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ โดยเลือกใช้ชิ้นส่วนอย่างใดอย่างหนึ่ง จากชิ้นส่วน 5 รายการ ประกอบด้วย มอเตอร์ขับเคลื่อน (Traction Motor) เกียร์ทดรอบ (Reduction Gear) คอมเพรสเซอร์ระบบปรับอากาศส าหรับ ยานพาหนะไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ระบบควบคุมการขับขี่ (DCU) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 จะใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศระดับการประกอบ (Battery Pack Assembly) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2573 จะใช้พีซียู อินเวอร์เตอร์ (PCU Inverter) ที่ผลิตในประเทศ และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2578 จะใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศโดยเลือกใช้ชิ้นส่วน 2 รายการ จากชิ้นส่วน 5 รายการ ประกอบด้วย มอเตอร์ขับเคลื่อน (Traction Motor) เกียร์ทดรอบ (Reduction Gear) คอมเพรสเซอร์ ระบบปรับอากาศส าหรับยานพาหนะไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ระบบควบคุม การขับขี่ (DCU) การเลือกด าเนินการตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการใช้แบตเตอรี่หรือชิ้นส่วนที่ผลิต ในประเทศในกรณีต่าง ๆ ดังกล่าวนั้น หากประสงค์จะเปลี่ยนแปลงการด าเนินการตามที่ได้เลือกไว้จะขอเปลี่ยนแปลง ต่อกรมสรรพสามิตก่อนครบก าหนดระยะเวลาที่จะต้องด าเนินการตามเงื่อนไขในแต่ละกรณีไม่น้อยกว่า 30 วัน หากผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิไม่ใช้แบตเตอรี่ หรือชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศเป็นส่วนประกอบในการผลิตรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) ทุกคัน ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ก าหนด ไว้ดังกล่าว ผู้ได้รับสิทธิตลอดจนผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธินั้น จะร่วมกันรับผิดโดยเสียค่าปรับ 2 เท่า ของจ านวนภาษีสรรพสามิตที่จะต้องเสียจากการผลิตรถยนต์นั่ง หรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) ตามจ านวนการผลิตที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังกล่าว 7. ผู้ได้รับสิทธิซึ่งมีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนรับทราบแล้วว่าหากกรมสรรพสามิตไม่ได้รับการจัดสรร เงินงบประมาณจากส านักงบประมาณ กรมสรรพสามิตจะสงวนสิทธิในการจ่ายเงินอุดหนุนตามมาตรการสนับสนุน การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยกรมสรรพสามิตจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับสิทธิ ซึ่งมีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนดังกล่าวทราบไม่น้อยกว่า 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากส านักงบประมาณ 8. ผู้ได้รับสิทธิผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิตามที่ระบุไว้ใน ขั้นตอนการขอรับสิทธิ ยินยอมให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตเข้าท าการตรวจสอบโรงอุตสาหกรรม สถานประกอบการ ส านักงาน สถานที่เก็บรถยนต์ ส านักงานสาขาทุกแห่งที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้น าเข้าเป็นเจ้าของหรือผู้มีสิทธิ [24]


ในสถานที่นั้น ๆ รวมทั้งเอกสารหลักฐานทางบัญชีที่เกี่ยวกับการรับ - จ่ายรถยนต์ และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การซื้อ การผลิต จ าหน่าย จ่ายหรือโอนรถยนต์ได้ในเวลาราชการ 9. ผู้ได้รับสิทธิผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิตามที่ระบุไว้ ในขั้นตอนการขอรับสิทธิยินยอมที่จะจัดท าบัญชีประจ าวันแสดงการรับจ่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่ขอรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (แบบ ยฟ. 01-04) ภายใน 3 วันนับแต ่วันที ่มีเหตุที่จะต้องลงรายการนั้นเกิดขึ้น และยินยอมที่จะจัดท างบเดือนแสดงการรับจ่าย รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ขอรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และ รถจักรยานยนต์ (แบบ ยฟ. 01-05) โดยยื่นต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ ส านักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ ที ่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่หรือส านักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานประกอบการของผู้น าเข้าตั้งอยู่ หรือยื่นผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่น าสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ปฏิบัติ พิธีการศุลกากรตรวจปล่อยสินค้า แล้วแต่กรณี และจะเก็บรักษาบัญชีประจ าวันและงบเดือนนั้นไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการ โดยจะเตรียมพร้อมให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตสามารถเรียกมาตรวจสอบ ได้ตลอดเวลา 10. ผู้ได้รับสิทธิผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิตามที่ระบุไว้ใน ขั้นตอนการขอรับสิทธิ ยินยอมปฏิบัติตามและอ านวยความสะดวก หากเจ้าพนักงานสรรพสามิตออกหนังสือเชิญ ให้ไปพบเพื่อสอบถาม ให้ถ้อยค า ตอบข้อซักถาม หรือให้ส่งบัญชีเอกสารหลักฐานหรือหลักฐานอื่นใดที่จ าเป็นต้อง น ามาใช้ประกอบการพิจารณา 11. ผู้ได้รับสิทธิผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิตามที่ระบุไว้ใน ขั้นตอนการขอรับสิทธิ ยินยอมปฏิบัติตามประกาศกรมสรรพสามิตเกี่ยวกับการก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมทั้งยินยอมที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และระเบียบปฏิบัติใด ๆ เกี่ยวกับการรับสิทธิ ตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จะออกใช้ภายหน้าโดยเคร่งครัด ลงชื่อ ........................................................ ผู้ได้รับสิทธิ (......................................................) ลงชื่อ ........................................................ ผู้เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิ (......................................................) ลงชื่อ ....................................................... กรมสรรพสามิต (......................................................) ต าแหน่ง................................................... ลงชื่อ ....................................................... พยาน (......................................................) ลงชื่อ ....................................................... พยาน (......................................................) [25]


ข้อตกลงการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ส าหรับรถจักรยานยนต์แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) เขียนที่........................................................................ วันที่..............เดือน.........................พ.ศ. ................... ชื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรม/ผู้น าเข้า.............................................................................................................. โดย................................................................................................................. ............................................................. ผู้มีอ านาจกระท าการแทนนิติบุคคล ส านักงานใหญ่ตั้งอยู่ เลขที่..................ถนน............................................... ต าบล/แขวง...................................อ าเภอ/เขต……………………………………………จังหวัด…………………………………… โทรศัพท์....................................... ผู้ได้รับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และ รถจักรยานยนต์ส าหรับรถจักรยานยนต์ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ได้รับสิทธิ” ตามประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง ก าหนด หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื ่อนไขการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และ รถจักรยานยนต์ ผู้ได้รับสิทธิและผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิให้สัญญา ต่อกรมสรรพสามิตโดยยินยอมตกลงปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ 1. ผู้ได้รับสิทธิจะวางหนังสือสัญญาค้ าประกันโดยธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย (Bank Guarantee) ที่มีก าหนดระยะเวลาการค้ าประกันจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยยื่นต่อ กรมสรรพสามิต ณ ส านักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการลงนามข้อตกลง การรับสิทธิเสร็จสมบูรณ์โดยมีจ านวนเงินตามหนังสือสัญญาค้ าประกัน ดังนี้ วางหนังสือสัญญาค้ าประกันโดยธนาคารเป็นจ านวนเงิน 15 ล้านบาท (กรณีที่มีทุนจดทะเบียน บริษัทน้อยกว่า 500 ล้านบาท) วางหนังสือสัญญาค้ าประกันโดยธนาคารเป็นจ านวนเงิน 10 ล้านบาท (กรณีที่มีทุนจดทะเบียน บริษัทตั้งแต่ 500 ล้านบาท แต่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท) วางหนังสือสัญญาค้ าประกันโดยธนาคารเป็นจ านวนเงิน 5 ล้านบาท (กรณีที่มีทุนจดทะเบียน บริษัทตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท ขึ้นไป) 2. ผู้ได้รับสิทธิจะแจ้งราคาขายปลีกแนะน าและโครงสร้างราคาขายปลีกแนะน า และแจ้งเปลี่ยนแปลง ราคาขายปลีกแนะน าและโครงสร้างราคาขายปลีกแนะน า ตามมาตรา 18 วรรคหนึ่งและวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ต่ออธิบดีกรมสรรพสามิต ณ ส านักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ หรือส านักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานประกอบการของผู้น าเข้าตั้งอยู่ ก่อนการน าสินค้าออกจาก โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนไม่น้อยกว่า 15 วัน หรือก่อนวันยื่นแบบรายการภาษีและช าระภาษี ไม่น้อยกว่า 15 วัน แล้วแต่กรณี โดยจะระบุข้อความ “(ยานยนต์ไฟฟ้า)” ต่อท้าย แบบ/รุ่น ของรถจักรยานยนต์ ที่ขอรับสิทธิในช่อง “แบบ/รุ่น” ของแบบแจ้งราคาขายปลีกแนะน าตามมาตรา 18 วรรคหนึ่งและวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 3. ผู้ได้รับสิทธิจะไม่กระท าการใด ๆ ต่อรถจักรยานยนต์ที่ได้แจ้งราคาขายปลีกแนะน าและโครงสร้าง ราคาขายปลีกแนะน าไว้แล้ว อันมีลักษณะเป็นการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย (Minor Change) ตลอดช่วง [26]


ระยะเวลาที่ได้รับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์เว้นแต่จะ ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการก าหนดหลักเกณฑ์และพิจารณาการขอรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุน การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ 4. รถจักรยานยนต์ที่น าเข้ามาในประเทศในปี พ.ศ. 2565 - 2566 ผู้ได้รับสิทธิจะจ าหน่ายภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 และจะด าเนินการเพื่อให้มีการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ภายในวันที่ 31 มกราคม 2567 และรถจักรยานยนต์ที่ผลิตในประเทศในปี พ.ศ. 2565 - 2568 ผู้ได้รับสิทธิจะด าเนินการ เพื่อให้มีการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 5. ผู้ได้รับสิทธิผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิตามที่ระบุไว้ ในขั้นตอนการขอรับสิทธิแล้วแต่กรณี จะผลิตรถจักรยานยนต์แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) เพื่อชดเชยการน าเข้าที่ได้รับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ซึ่งมีการน าเข้ามาในประเทศในแบบส าเร็จรูปทั้งคัน (Completely Built Up : CBU) ในปีพ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๖ โดยยินยอมที่จะผลิตรถจักรยานยนต์แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) รุ่นใดก็ได้ โดยผลิตชดเชยจนครบตามจ านวนการน าเข้ามาในประเทศในแบบส าเร็จรูป ทั้งคัน ในอัตราส่วน ๑ : ๑ เท่า (น าเข้า 1 คัน ผลิต 1 คัน) ของจ านวนที่น าเข้ามาทั้งหมด ภายในวันที่ 31 ธันวาคม ๒๕๖๗ และหากจ าเป็นต้องขยายระยะเวลาการผลิตชดเชยจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ๒๕๖8 ยินยอมที่จะผลิต ชดเชยการน าเข้าในอัตราส่วน ๑ : ๑.5 เท่า (น าเข้า 1 คัน ผลิต 1.5 คัน) ของจ านวนที่น าเข้ามาทั้งหมด หากผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิในขั้นตอนการขอรับสิทธิ ดังกล่าว ไม่ด าเนินการผลิตรถจักรยานยนต์แบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) เพื่อชดเชยการน าเข้าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ก าหนดไว้ข้างต้น ผู้ได้รับสิทธิยินยอมให้กรมสรรพสามิต เรียกคืนเงินอุดหนุนเป็นรายคันตามจ านวนที่ไม่สามารถด าเนินการผลิตชดเชยได้พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยไม่คิดทบต้น และยินยอมที่จะให้บังคับตามหนังสือสัญญาค้ าประกันโดยธนาคารที่วางไว้เต็มจ านวน นอกจากนี้ หากไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการผลิตเพื่อชดเชยการน าเข้า ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่มีสิทธิได้รับ เงินอุดหนุนหรือไม่ ผู้ได้รับสิทธิตลอดจนผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ได้รับ สิทธิ จะร่วมกันรับผิดโดยเสียค่าปรับในจ านวนเท่ากับภาษีสรรพสามิต เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม ตามกฎหมายว่าด้วย ภาษีสรรพสามิตที่ช าระขาดไป ส าหรับรถจักรยานยนต์เป็นรายคันตามจ านวนที่ไม่สามารถด าเนินการผลิตชดเชยได้ 6. ผู้ได้รับสิทธิซึ่งมีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนรับทราบแล้วว่าหากกรมสรรพสามิตไม่ได้รับการจัดสรร เงินงบประมาณจากส านักงบประมาณ กรมสรรพสามิตจะสงวนสิทธิในการจ่ายเงินอุดหนุนตามมาตรการสนับสนุน การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยกรมสรรพสามิตจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับสิทธิ ซึ่งมีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนดังกล่าวทราบไม่น้อยกว่า 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากส านักงบประมาณ 7. ผู้ได้รับสิทธิผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิตามที่ระบุไว้ใน ขั้นตอนการขอรับสิทธิ ยินยอมให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตเข้าท าการตรวจสอบโรงอุตสาหกรรม สถานประกอบการ ส านักงาน สถานที่เก็บรถจักรยานยนต์ ส านักงานสาขาทุกแห่งที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้น าเข้าเป็นเจ้าของ หรือผู้มีสิทธิในสถานที ่นั้น ๆ รวมทั้งเอกสารหลักฐานทางบัญชีที ่เกี ่ยวกับการรับ - จ ่ายรถจักรยานยนต์ และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ การผลิต จ าหน่าย จ่ายหรือโอนรถจักรยานยนต์ได้ในเวลาราชการ [27]


8. ผู้ได้รับสิทธิผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิตามที่ระบุไว้ ในขั้นตอนการขอรับสิทธิยินยอมที่จะจัดท าบัญชีประจ าวันแสดงการรับจ่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่ขอรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (แบบ ยฟ. 01-04) ภายใน 3 วันนับแต ่วันที ่มีเหตุที่จะต้องลงรายการนั้นเกิดขึ้น และยินยอมที่จะจัดท างบเดือนแสดงการรับจ่าย รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ขอรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และ รถจักรยานยนต์ (แบบ ยฟ. 01-05) โดยยื่นต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ ส านักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ ที ่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่หรือส านักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานประกอบการของผู้น าเข้าตั้งอยู่ หรือยื่นผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่น าสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ปฏิบัติ พิธีการศุลกากรตรวจปล่อยสินค้า แล้วแต่กรณี และจะเก็บรักษาบัญชีประจ าวันและงบเดือนนั้นไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการ โดยจะเตรียมพร้อมให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตสามารถเรียกมาตรวจสอบ ได้ตลอดเวลา 9. ผู้ได้รับสิทธิผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิตามที่ระบุไว้ใน ขั้นตอนการขอรับสิทธิ ยินยอมปฏิบัติตามและอ านวยความสะดวก หากเจ้าพนักงานสรรพสามิตออกหนังสือเชิญ ให้ไปพบเพื่อสอบถาม ให้ถ้อยค า ตอบข้อซักถาม หรือให้ส่งบัญชีเอกสารหลักฐานหรือหลักฐานอื่นใดที่จ าเป็นต้อง น ามาใช้ประกอบการพิจารณา 10. ผู้ได้รับสิทธิผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิตามที่ระบุไว้ใน ขั้นตอนการขอรับสิทธิ ยินยอมปฏิบัติตามประกาศกรมสรรพสามิตเกี่ยวกับการก าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมทั้งยินยอมที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และระเบียบปฏิบัติใด ๆ เกี่ยวกับการรับสิทธิ ตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จะออกใช้ภายหน้าโดยเคร่งครัด ลงชื่อ ........................................................ ผู้ได้รับสิทธิ (......................................................) ลงชื่อ ........................................................ ผู้เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับสิทธิ (......................................................) ลงชื่อ ....................................................... กรมสรรพสามิต (......................................................) ต าแหน่ง................................................... ลงชื่อ ....................................................... พยาน (......................................................) ลงชื่อ ....................................................... พยาน (......................................................) ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข การรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใชยานยานตไฟฟา ประเภทรถยนต และรถจักรยานยนต ์ฉบับกอน ไดที่ QR Code ดานลาง [28]


• วิธีดื่มน้ำ ตาม 6 ไลฟ์สไตล์ เพิ่มความแข็งแรง นายแพทย์สันต์ ใจยอดศิลป์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านโรคหัวใจและเวชศาสตร์ครอบครัว ให้แนวคิดในการดื่มน้ำไว้ว่า “เครื่องดื่มมีเยอะแยะ” ส่วนใหญ่มีส่วนประกอบที่ให้แคลอรี่ เกลือ โซเดียม น้ำตาล ไขมันอิ่มตัว ซึ่งมีผลเสียต่อสุขภาพ ขณะที่น้ำเปล่ามีข้อดีที่ช่วยดับกระหายและ แก้ไขภาวะร่างกายขาดน้ำได้โดยร่างกายไม่ได้รับแคลอรีส่วนเกิน “ร่างกายสูญเสียน้ำตลอดเวลาไปทางเหงื่อ ลมหายใจ ปัสสาวะ อุจจาระ คุณจำเป็นต้องทดแทนน้ำที่เสียไปให้เหลือ เท่าเดิมอยู่เสมอ วิธีที่จะใช้น้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มประจำตัวได้ คือ 1. ดื่มน้ำเปล่าทั้งแบบเย็นและแบบร้อนตามใจชอบ 2. เมื่อกินอาหารนอกบ้านให้สั่งน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่ม อื่น ๆ เสมอ 3. พกพาขวดน้ำเปล่าแบบล้างใช้ซ้ำได้ 4. ดื่มผลไม้และสมุนไพรที่ปั่นหรือผสมในน้ำบ้างก็ได้ 5. ดื่มน้ำมากระหว่างและหลังทำกิจกรรมที่ต้องออกแรง 6. ตั้งเหยือกน้ำดื่มไว้ให้พร้อมบนโต๊ะ ในตู้เย็น และ ที่ต่าง ๆ ที่หยิบสะดวก” ไม่ใช่แค่กระดกให้หมดแก้ว แชร์ 4 ข้อผิดพลาด วิธีดืมน ่ า ที ้ ท าให้เสียสุขภาพ ่ [29]


• 4 ข้อผิดพลาดใกล้ตัวเรื่องการดื่มน้ำ นายแพทย์นันทพล พงศ์รัตนามาน อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาศัลยศาสตร์หลอดเลือด อธิบาย 4 ข้อ ผิดพลาดของการดื่มน้ำไว้ว่า 1. ดื่มน้ำเปล่ามากเกินไป ปกติเราควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร ยกเว้น กลุ่มคนที่ลดน้ำหนัก กินแป้งต่ำ กินคีโตไดเอต กลุ่มนี้ต้องการดื่มน้ำมากกว่าปกติอย่างน้อย 3–4 ลิตร เพื่อให้ร่างกายขับถ่ายของเสีย แต่ถ้าเป็นคนทั่วไป การดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียวจะทำให้สมดุลโซเดียมใน ร่างกายเสียไป เกิดภาวะ Hyponatremia หรือโซเดียม ต่ำลงผิดปกติ ซึ่งอันตราย ดังนั้น สำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก กินแป้งต่ำ ต้องดื่มน้ำมาก ๆ แนะนำให้ผสมเกลือชมพู ลงในน้ำดื่มให้ออก รสเค็มเล็กน้อย จะทำให้ร่างกายไม่ขาดโซเดียมในเวลาที่เราต้องดื่มน้ำเยอะ ๆ 2. ดื่มน้ำเร็วเกินไป การดื่มน้ำเร็วเกินไป ร่างกายจะไม่สามารถแลกเปลี่ยน เกลือแร่ต่าง ๆ เพื่อสร้างสมดุล เกลือแร่ เช่น โชเดียมให้เซลล์ได้ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือจะทำให้น้ำคั่งในเชลล์ เพราะฉะนั้นใคร ที่ดื่มน้ำเร็ว ๆ ปริมาณขวดใหญ่จะมีโอกาสตัวบวมสูง แนะนำให้ดื่มแบบเรื่อย ๆ ทั้งวันจะดีกับ สุขภาพมากกว่า 3. ดื่มน้ำผิดประเภท หลายท่านคิดว่าน้ำทุกชนิดจะสามารถดับกระหายได้ ซึ่งไม่ใช่ เช่น ถ้าเราดื่มน้ำอัดลม ชา กาแฟในปริมาณมากจนเกินไป โดยเฉพาะที่ต้อง ใส่น้ำตาล ใส่ครีมเทียม นอกจากไม่ช่วยดับกระหายแล้ว ยังส่งผลเสีย ต่อสุขภาพ ถ้าจะแนะนำ นอกจากน้ำอัดลมแล้ว เราเปลี่ยนเป็นน้ำ ที่ใส่ผลไม้ลงไปที่เรียกว่า อินฟิวล์วอเตอร์ (Infused Water) แบบนี้จะ ดีต่อสุขภาพมากกว่า เพราะว่าหากเป็นน้ำที่ใส่น้ำตาลลงไป เราจะยิ่ง กระหายน้ำมากขึ้น แล้วจะยิ่งทำให้เรื่องของการควบคุมน้ำหนักและ การดูแลสุขภาพแย่ลง 4. ดื่มน้ำพร้อมกินอาหาร ใครก็ตามที่ระบบย่อยอาหารมีปัญหา การดูดซึมมีปัญหา มีกรดไหลย้อน การดื่มน้ำขณะที่ กินอาหารไปด้วย จะทำให้การย่อยแย่ลง มีอาการเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการดื่มน้ำเย็นจัด ๆ ระหว่างมื้ออาหารจะทำให้การย่อยนั้นมีปัญหา ดังนั้น แนะนำให้ดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร 15–30 นาที [30]


มีงานวิจัยว่าทำให้ปริมาณการกินอาหารลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำและดื่มหลังมื้ออาหาร 15–30 นาที แบบนี้จะทำให้เราไม่มีปัญหาเรื่องของการดูดซึมและกรดไหลย้อน • Tips “น้ำดื่ม ที่เราดื่มกันทุกวันมีความสำคัญต่อการปั้นหุ่น” น้ำดื่ม จะช่วยให้เรามีกล้ามที่สวยงามได้อย่างไร แล้วน้ำมีความสำคัญต่อการออกกำลังกาย มากแค่ไหน เรามีคำตอบ หนังสือกีฬาเวชศาสตร์ โดยนายแพทย์วิรุฬห์ เหล่าภัทรเกษม อธิบายว่า ส่งผลให้ระบบการไหลเวียนโลหิตบกพร่อง เกิดผลกระทบโดยตรงต่อการลําเลียง สารอาหารและออกซิเจนไปยังเซลล์กล้ามเนื้อทําให้ประสิทธิภาพในการระบายของเสียและ ความร้อนของร่างกายลดลง ประสิทธิภาพลดลง หากดื่มน้ำน้อยจะทําให้ประสิทธิภาพในการทํางานของเซลล์ กล้ามเนื้อ ลดลง กล้ามเนื้ออ่อนล้า การสูญเสียน้ำประมาณ ร้อยละ 2 ของน้ำหนักตัว (ประมาณ 1-1.4 ลิตร) ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนล้าง่าย ร่างกายจะไม่ สามารถทนการออกกําลังกายได้นาน ๆ และถ้าเสีย น้ำไปมากกว่าร้อยละ 4 ของน้ำหนักตัว (ประมาณ 2-2.8 ลิตร) สมรรถภาพในการออกกําลังกาย จะลดลงอย่างชัดเจน กล้ามเนื้อเป็นตะคริวง่าย บิลล์ สตาร์ ผู้ฝึกสอนการบริหารร่างกาย มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ ได้อธิบายไว้ ในนิตยสาร MuscleMag ว่า ปฏิกิริยาเคมีต่าง ๆ ในร่างกายต้องใช้น้ำเป็นปัจจัย สําคัญ หากดื่มน้ำไม่เพียงพอ ร่างกายจะเสี่ยงต่อ ภาวะขาดน้ำ ซึ่งจะไปลดการสร้างเม็ดเลือด ทําให้ ระบบการทํางานของเลือดมีปัญหา ส่งผลไปถึง การทํางานของหัวใจ ไม่เพียงเท่านั้น หากร่างกายขาดน้ำจะทําให้การลําเลียงออกซิเจน น้ำ และสารอาหาร ไปสู่เซลล์กล้ามเนื้อมีปัญหาตามมาด้วย รู้จัก วิธีดื่มน้ำ ที่ผิดและถูกแล้ว อย่าลืมดื่มน้ำเติมพลังให้ร่างกายกันด้วยนะคะ ข้อมูลจาก : https://cheewajit.com/body/252731.html [31]


ปัจจุบันนี้การเป็นเจ้าของบ้านสักหลังหนึ่งไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ต้องรอเก็บเงินก้อนใหญ่ ก็สามารถซื้อ บ้านได้ด้วยการขอสินเชื่อ แค่เพียงมีรายได้ถึงเกณฑ์ขั้นต ่า อาชีพการงานที่มั่นคง มีความสามารถในการ ช าระหนี้ หรือมีประวัติการช าระหนี้ที่ผ่านมาดี ก็มีโอกาสได้รับพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ แต่เมื่อซื้อบ้านด้วยการขอสินเชื่อแล้ว สิ่งที่ตามมา ก็คือ ดอกเบี้ย ซึ่งรู้หรือไม่ว่า กว่าจะผ่อนบ้าน หมดสักหลังหนึ่ง ต้องจ่ายดอกเบี้ยเป็นเงินเท่าไร แล้วถ้าไม่อยากจ่ายดอกเบี้ยเยอะ ๆ หรืออยากให้ภาระหนี้ ก้อนนี้หมดเร็ว ๆ จะท าอย่างไรได้บ้าง มีค าแนะน ามาฝาก สมมติกู้ซื้อบ้าน 3 ล้านบาท ถ้าเลือกผ่อนสัก 10 ปี จะจ่ายดอกเบี้ยประมาณ 900,000 บาท แล้ว ถ้าเลือกผ่อนนานขึ้นเป็น 20 ปี คิดเป็นดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดประมาณ 2.5 ล้านบาท จะเห็นได้ว่า ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในการกู้ซื้อบ้านหลังหนึ่ง เทียบได้กับราคารถยนต์คันหนึ่ง หรือ สามารถซื้อบ้านได้อีกหลังหนึ่งเลยทีเดียว แต่เราสามารถประหยัดดอกเบี้ยจากการผ่อนบ้านได้ด้วย 3 เคล็ด ลับที่น ามาฝากดังนี้ ➢ เคล็ดลับที 1 เพิ่มยอดผ่อนในแต่ละงวด่ แทนที่จะผ่อนบ้านตามยอดผ่อนปกติ ก็เพิ่ม เงินผ่อนแต่ละงวดให้มากขึ้นอีกสักหน่อย ก็ช่วยให้หนี้ หมดไวขึ้น จากตัวอย่าง กู้ซื้อบ้าน 3 ล้านบาท ถ้าผ่อน 20 ปี จะผ่อนเดือนละ 22,300 บาท และคิดเป็ น ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดประมาณ 2.5 ล้านบาท 3 เคล็ดลับช่วยคุณผ่อนบ้านให้หมดเร็ว [32]


ถ้าเราเพิ่มเงินผ่อนอีกเดือนละ 10% หรือ 2,230 บาท ระยะเวลาผ่อนบ้านจาก 20 ปีจะเหลือ 17 ปี และจ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดประมาณ 1.9 ล้านบาท ประหยัดดอกเบี้ยได้เกือบ 6 แสนบาท แต่ถ้าเราเพิ่มเงินผ่อนอีกเดือนละ 30% หรือ 6,690 บาท ระยะเวลาผ่อนบ้านจาก 20 ปีจะเหลือ 12.5 ปี และจ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดประมาณ 1.4 ล้านบาท ประหยัดดอกเบี้ยได้ถึง 1.1 ล้านบาท จะเห็นได้ว่า เพิ่มเงินผ่อนบ้านเพียงหลักพันในแต่ละเดือนช่วยให้ประหยัดดอกเบี้ยได้หลักแสนถึง หลักล้าน และหมดหนี้ได้เร็วขึ้น ซึ่งการที่เราจะมีเงินมาผ่อนบ้านในแต่ละเดือนมากขึ้นได้นั้น เพียงแค่ลดค่า สังสรรค์ ค่าช้อปปิ้ง เพียงเดือนละไม่กี่พัน ก็จะช่วยให้ผ่อนบ้านหมดไวขึ้นได้แล้ว ➢ เคล็ดลับที 2 โปะบ้านด้วยเงินก้อน่ เมื่อได้รับเงินก้อน เช่น เงินโบนัส อย่าเพิ่งเอาไปเที่ยว หรือช้อปปิ้งจนหมด แบ่งมาสร้างอิสรภาพ ทางการเงินให้ตัวเอง ด้วยการโปะบ้านเพื่อให้ยอดหนี้ลดลง จากตัวอย่างเดิม กู้ซื้อบ้าน 3 ล้านบาท ถ้าผ่อน 20 ปี จะจ่ายดอกเบี้ยทั้งหมด 2.5 ล้านบาท สมมติเงินเดือนของเราอยู่ที่ 50,000 บาท ได้รับโบนัส 3 เดือน เท่ากับ 150,000 บาท ถ้าแบ่งมา โปะบ้าน 100,000 บาท โดยโปะบ้านเมื่อผ่อนไปแล้ว 1 ปี และโปะเพียงครั้งเดียว คิดเป็นดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ ตลอดระยะเวลาที่เหลือเกือบ 300,000 บาท และ ระยะเวลาผ่อนบ้านลดลงเกือบ 1.5 ปี จะเห็นได้ว่า โปะบ้านเพียงครั้งเดียวด้วยเงิน 100,000 บาท ยังประหยัดดอกเบี้ยได้หลายแสน แล้วถ้าโปะบ้านทุกครั้งที่มีเงินก้อนหรือได้เงินโบนัส จะประหยัดดอกเบี้ยได้มากขนาดไหน เมื่อพูดถึงการโปะบ้าน หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้ามีเงินก้อนควรเอาไปโปะบ้านหรือเอาไปลงทุน ดีกว่ากัน ขอแนะน าว่า ถ้าสามารถลงทุนได้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยบ้านที่จ่ายอยู่ ก็คุ้มที่จะน าเงินก้อน ไปลงทุน แต่โดยทั่วไปดอกเบี้ยบ้านเฉลี่ยอยู่ที่ 6-7% ต่อปี ซึ่งการลงทุนที่สามารถให้ผลตอบแทนสูงกว่านี้ มักเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง เช่น หุ้น โดยมีโอกาสขาดทุนที่สูงได้ ดังนั้น ถ้าไม่มั่นใจเรื่องผลตอบแทนที่ จะได้รับ การน าเงินก้อนไปโปะบ้านก็จะคุ้มค่ากว่า [33]


➢ เคล็ดลับที 3 รีไฟแนนซ์เพื่อลดดอกเบี่ย้ รีไฟแนนซ์เป็นการย้ายสถาบันการเงิน หรือขอปรับลดดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินที่เราผ่อนบ้านอยู่ โดยทั่วไปจะท าให้เราจ่ายดอกเบี้ยลดลงจากอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายอยู่ในปัจจุบัน แต่ถ้ารีไฟแนนซ์โดยการย้าย สถาบันการเงิน อย่าลืมเปรียบเทียบดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ กับค่าใช้จ่ายที่ตามมาจากการรีไฟแนนซ์ ได้แก่ 1. ค่าธรรมเนียมในการจ านอง (จ่ายกรมที่ดิน) 1% ของวงเงินกู้ใหม่ 2. ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่ 3. ค่าประเมินหลักประกันประมาณ 2,700 บาท (ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร) ยกตัวอย่างเช่น วงเงินกู้ใหม่ 3 ล้านบาท จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 30,000 + 1,500 + 2,700 = 34,200 บาท สมมติ เดิมผ่อนบ้านที่อัตราดอกเบี้ย 7.1% ต่อปี คิดเป็นดอกเบี้ยจ่ายในช่วง 3 ปี ประมาณ 600,000 บาท แต่ถ้ารีไฟแนนซ์โดยอัตราดอกเบี้ยใหม่อยู่ที่ 5.5% ต่อปี ดอกเบี้ยจ่ายในช่วง 3 ปี รวมกับค่าใช้จ่าย ในการรีไฟแนนซ์ จะอยู่ที่ประมาณ 500,000 บาท เห็นได้ว่า รีไฟแนนซ์ช่วยประหยัดเงินได้ถึงหลักแสน โดยทั่วไปเราสามารถรีไฟแนนซ์ได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับเมื่อผ่อนบ้านไปแล้วอย่าง น้อย 3 ปีนับตั้งแต่วันที่เริ่มกู้ ซึ่งค่าธรรมเนียมในการรีไฟแนนซ์ก่อนก าหนดอยู่ที่ 2-3% ของวงเงินกู้ครั้งแรก หรือวงเงินกู้คงเหลือ ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร เชื่อว่า ถ้าทุก ๆ ท่านที่ผ่อนบ้านอยู่ท าตามเคล็ดลับ 3 ข้อที่แนะน าข้างต้น จะสามารถประหยัดเงิน ในกระเป๋ าที่ต้องจ่ายไปในส่วนของดอกเบี้ยได้เป็นหลักแสนหรือหลักล้าน ที่ส าคัญระยะเวลาที่เป็นหนี้ก็ ลดลง ท าให้เราได้เป็นเจ้าของบ้านอย่างเต็มตัวได้เร็วขึ้นด้วย ข้อมูลจาก : https://www.ddproperty.com/คู่มือซื้อขาย/ผ่อนบ้านอย่างไรให้หมดเ-9346 [34]


วิธีสร้างปฏิทินใน Excel สร้างง่ายๆ และพร้อมใช้ได้ทันที ที่ส าคัญมีหลายแบบให้เลือก ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะฟรี มาดูกันว่าท ากันอย่างไร วิธีสร้างปฏิทินใน Excel ท าง่าย ๆ และใช้ได้ทันที 1. เปิดโปรแกรม Excel 2.จากหน้าแรกนี้ ให้คลิกที่เทมเพลตเพิ่มเติม [35]


4. ในตัวอย่างจะเลือกลายนี้ ก็คลิก สร้าง เพื่อเริ่มสร้างปฏิทินตามลายที่เลือก 5. ก็ได้ปฏิทินนี้ออกมาแล้ว แต่วันและปียังไม่ตรงกันเพราะให้มาในปี 2021 นั่นเอง ให้พิมพ์แก้ไขปี และวันเริ่มต้นสัปดาห์ ตามภาพ 3. พิมพ์ค าว่า ปฏิทิน ในช่องค้นหาเทมเพลต จะพบปฏิทินดีไซต์ต่างๆ มากมาย คุณสามารถเลือกลายปฏิทินที่คุณชื่นชอบได้เลย [36]


ข้อมูลจาก : https://www.it24hrs.com/2024/make-calendar-with-excel/ 6.แค่นี้ก็จะได้เป็นปฏิทิน Excel ที่ตรงกับปฏิทินมาตรฐานแล้ว 7. พอมาคลิกเดือนกุมภาพันธ์ ก็จะมีจ านวน 29 วันซึ่งตรงกับปฏิทินมาตรฐาน เรียบร้อย นอกจากได้ปฏิทินบน Excel แล้ว ยังสามารถใส่ภาพ หรือใส่ข้อความ บนวันได้ด้วย นี่คือเคล็ดลับง่าย ๆในการสร้างปฏิทินด้วย Excel [37]


สร้างความมั่นใจใ มั่ ห้ตัวเองง่าย ๆ ด้วยเทคนิคทางจิตวิทยา บางคนอาจจะมีเป้าหมายในชีวิตที่ใฝ่ฝันไว้ แต่ก็ยังไม่กล้าเริ่มต้นลองทำ เพราะกลัวว่าจะ ล้มเหลวหรือกลัวว่าตัวเองจะทำออกมาได้ไม่ดีพอ หรือบางคนก็อาจจะอยากรู้จักคนใหม่ ๆ แต่ไม่กล้าเข้าไปเริ่มต้นพูดคุย เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน จะทักทายอย่างไรดี 1 - เลิกเปรียบเรีทียบที ตัวเองกับคนอื่น ให้เราตระหนักไว้เสมอว่า ทุกคนต่างก็มีเส้นทางชีวิต เป็นของตัวเอง เจออุปสรรคที่ไม่เหมือนกัน และชีวิตก็ไม่ใช่การแข่งขัน กับคนอื่น มันจึงไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่เราจะต้องเอาตัวเองไป เปรียบเทียบกับคนอื่น แค่เราพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิมในทุก ๆ วัน ก็เพียงพอแล้ว 2 - เลือกอยู่กับคนที่มี ที่ ทั มีศนคติดี การอยู่กับคนที่มีทัศนคติดี จะช่วยให้ผลักดันให้เรา มีทัศนคติที่ดีขึ้น มีมุมมองในเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นไปในทางบวก ขึ้นด้วย แต่ในทางกลับกัน การอยู่กับคนที่เอาแต่มองโลก ในแง่ร้าย ชีวิตเต็มไปด้วยทัศนคติลบ ๆ ก็มีแต่จะยิ่งบั่นทอนเรา และทำให้เรารู้สึกหวาดกลัวต่อสิ่งต่าง ๆ ไปด้วย การเลือกอยู่ กับคนที่มีทัศนคติดีจึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้เราเกิดความมั่นใจ ในตัวเองได้มากกว่า แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในสังคมปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทุก ๆ วัน ทำให้เรา หลายคนรู้สึกไม่มั่นคงและกลัวที่จะก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซนของตัวเอง แต่เชื่อไหมว่า ความมั่นใจในตัวเอง สามารถช่วยให้เรามีความกล้ามากขึ้น และเข้าใกล้ความสำ เร็จในชีวิตได้ มากขึ้นด้วย เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกิดขึ้นในชีวิตอาจเป็นสัญญาณอย่างหนึ่ง ที่บ่งบอกได้ว่าเรา อาจจะเป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไหร่นัก ซึ่งความมั่นใจในตัวเองก็เรียกได้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ สำ คัญในการใช้ชีวิตเป็นอย่างมากเลยทีเดียว วันนี้เราจึงอยากมาแนะนำวิธีง่าย ๆ ในการสร้างความมั่นใจให้ตัวเองด้วยเทคนิค ทางจิตวิทยา ให้ทุกคนได้ไปลองทำตามกัน เพราะมันคงจะดีกว่า ถ้าเรามีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และกล้าที่จะออกจากคอมฟอร์ทโซนของตัวเองไปเริ่มลองทำอะไรใหม่ ๆ ที่เราอยากทำ ชัยยะชั ฤดีนิ ดียมวุฒิ [38]


4 - ใจดีกั ดีบตัวเองให้มากขึ้น 6 - เอาชนะความกลัวที่เ ที่กิดขึ้นภายในใจ ความกลัวเป็นอุปสรรคสำ คัญที่ทำให้เราเกิดความไม่มั่นใจได้ มากที่สุด ดังนั้น การกล้าเผชิญหน้ากับความกลัวจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะช่วยให้เรามั่นใจในตัวเองมากขึ้น ค่อย ๆ ฝึกฝนที่จะเอาชนะ ความกลัวทีละนิด และสุดท้ายเราก็จะได้ความมั่นใจของเรากลับคืนมา การกล้าเริ่มต้นลองทำอะไรใหม่ ๆ หรือกล้าที่จะก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซนของตัวเอง อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะทำได้ถ้าเรายังขาดความมั่นใจในตัวเองอยู่ความมั่นใจในตัวเอง จึงเป็นส่วนหนึ่งที่สำ คัญในการใช้ชีวิต อย่างไรก็ตาม สำ หรับใครที่รู้สึกว่าตัวเองยังมั่นใจในตัวเอง ไม่มากพอ หรืออยากจะเป็นคนที่มั่นใจมากกว่าเดิม เทคนิคที่เราแนะนำไปน่าจะพอช่วยคุณได้อยู่บ้าง ถ้าใครลองทำตามแล้วได้ผลยังไงก็ลองเอามาแชร์ให้เราฟังได้นะ ! การใจดีกับตัวเองในที่นี้ หมายถึง การที่เรารู้จักให้อภัยตัวเองเมื่อทำผิดพลาด หรือยอมรับ ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นในชีวิตได้ซึ่งจากผลการศึกษาในวารสารบุคลิกภาพ ก็ได้ระบุไว้ว่า การที่เราใจดีกับตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเกิดความมั่นใจในตัวเองได้มากขึ้นด้วย 5 - พยายามมองโลกในแง่ดีและดี ฝึกพูดคุยคุกับตัวเองในทางบวก ความคิดในทางลบ ทำให้เราเกิดความกลัวและเกิดความคิดในใจ อยู่ตลอดเวลาว่า ‘เราไม่สามารถทำได้’ หรือ ‘มันคงยากเกินไปสำ หรับเรา’ ซึ่งความคิดเหล่านี้ทำให้เราต้องสูญเสียความมั่นใจไปการพูดคุยกับตัวเอง ในทางบวก จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เรากล้าเริ่มต้นลองทำอะไรใหม่ ๆ มากขึ้น อ้างอิง How to Be More Confident. 6 Ways to Build Self-Confidence. https://bit.ly/3HOfctn ข้อมูลจาก : brandthink.me/content/confidence เราจะรู้สึกมั่นใจในตัวเองไม่ได้เลยถ้าเรายังเอาใจใส่ตัวเองไม่มากพอ การดูแลตัวเอง ทั้งในเรื่องของการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย การออกกำลังกายเพื่อให้ เรามีรูปร่างในแบบที่เรารัก การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และการเข้าใจตัวเอง นับว่าเป็น ส่วนสำ คัญที่จะช่วยให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น เพราะเมื่อเราดูแลตัวเองดีพอแล้ว เราก็จะรู้สึก รักตัวเองมากขึ้น 3 - ดูแลตัวเองอยู่เสมอ [39]


การประชุมประเภทต่างๆ ภาษาอังกฤษมีอะไรบ้าง คําศัพท์ภาษาอังกฤษที่น่าสนใจเกี่ยวกับการประชุมประเภทต่างๆ [40]


[41]


[42]


[43]


จัดเก็บได้ เป้าหมาย (598,000 ล้านบาท) สูง (ต ่า) จัดเก็บได้ สูง (ต ่า) ไตรมาสที่ 1 ร้อยละ ไตรมาสนี้ปี ก่อน ร้อยละ 1 น ้ามันและผลิตภัณฑ์น ้ามัน 33,019.864 40,303.718 (18.07) 21,293.027 55.07 2 รถยนต์ 21,421.343 26,774.344 (19.99) 26,613.651 (19.51) 3 เบียร์ 51.315 47.800 7.35 44.759 14.65 4 ยาสูบ 906.938 955.090 (5.04) 954.869 (5.02) 5 สุรา 1,528.273 1,528.895 (0.04) 1,556.264 (1.80) 6 เครื่องดื่ม 1,612.603 1,832.421 (12.00) 1,538.515 4.82 7 เครื่องไฟฟ้า - - - - - 8 รถจักรยานยนต์ 512.143 514.343 (0.43) 485.920 5.40 9 แบตเตอรี่ 716.159 638.464 12.17 614.949 16.46 10 สนามกอล์ฟ 57.264 63.964 (10.47) 50.979 12.33 11 สถานอาบน ้า อบตัวหรือนวด 2.920 2.874 1.61 1.578 85.09 12 เครื่องหอมและเครื่องส าอาง 96.999 132.464 (26.77) 108.684 (10.75) 13 ไนท์คลับและดิสโก้เธค 7.4960 12.0877 (37.99) 5.029 49.07 14 แก้วและเครื่องแก้ว - - - - - 15 ไพ่ 0.00002 - 100.00 0.00002 7.78 16 พรม - - - - - 17 เรือ - - - - - 18 สารท าลายชั้นบรรยากาศ 0.650 - - - - 19 อื่นๆ 18.099 - - 10.519 72.06 20 รายได้เบ็ดเตล็ด 27.350 31.818 (14.04) 24.376 12.20 59,979.416 72,838.282 (17.65) 53,303.117 12.53 แผนภูมิการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิต ไตรมาสที่ 1 (ตุลาคม - ธันวาคม 2566) ปี งบประมาณ 2567 สถิติผลการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิต ส านักงานสรรพสามิตภาคที่2 แยกตามประเภทสินค้า ไตรมาสที่ 1 (ตุลาคม - ธันวาคม 2566) ปี งบประมาณ 2567 เปรียบเทียบกับเป้าหมาย เปรียบเทียบกับจัดเก็บได้ไตรมาสนี้ ปี ก่อน ประเภท รวมทั้งสิ้น ข้อมูลจากระบบ BI ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ ์ 2567 น ้ำมัน รถยนต์ 55.05% 35.71% สุรำ 2.55% เครื่องดื่ม 2.69% ยำสูบ 1.51% รำยได้อื่นๆ 2.49% 0 10,000 20,000 30,000 40,000 50,000 60,000 70,000 80,000 59,979.416 72,838.282 53,303.117 ล้ำนบำท ปี นี้เป้ ำหมำย ปีก่อน [44]


จัดเก็บได้ เป้าหมาย (598,000 ล้านบาท) สูง (ต ่า) จัดเก็บได้ สูง (ต ่า) ไตรมาสที่ 4 ร้อยละ ไตรมาสนี้ปี ก่อน ร้อยละ 1 ชลบุรี 1 800.531 948.464 (15.60) 938.387 (14.69) 2 ชลบุรี 2 21,579.112 23,920.866 (9.79) 18,212.853 18.48 3 ระยอง 1 17,239.168 22,627.630 (23.81) 8,340.015 106.70 4 ระยอง 2 5,896.844 6,255.346 (5.73) 6,627.237 (11.02) 5 สมุทรปราการ 1 4,300.386 6,128.348 (29.83) 6,124.590 (29.78) 6 สมุทรปราการ 2 2,417.392 2,843.391 (14.98) 2,905.865 (16.81) 7 จันทบุรี 7.063 7.222 (2.20) 6.945 1.71 8 ฉะเชิงเทรา 6,057.141 7,842.718 (22.77) 7,888.663 (23.22) 9 ตราด 2.209 1.960 12.68 1.966 12.38 10 ปราจีนบุรี 1,674.786 2,256.163 (25.77) 2,251.941 (25.63) 11 สระแก้ว 2.513 3.277 (23.31) 2.489 0.99 12 นครนายก 2.271 2.896 (21.57) 2.168 4.77 59,979.416 72,838.282 (17.65) 53,303.117 12.53 สถิติผลการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิต ส านักงานสรรพสามิตภาคที่ 2 แยกตามพืนที้ ่ ไตรมาสที่ 1 (ตุลาคม - ธันวาคม 2566) ปี งบประมาณ 2567 แผนภูมิรายได้เปรียบเทียบกับเป้ าหมายและจัดเก็บได้ปี ก่อน ไตรมาสที่ 1 (ตุลาคม - ธันวาคม 2566) ปี งบประมาณ 2567 เปรียบเทียบกับเป้าหมาย เปรียบเทียบกับจัดเก็บได้ไตรมาสนี้ ปี ก่อน พื้นที่ รวมทั้งสิ้ น ข้อมูลจากระบบ BI ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ ์ 2567 0 5,000 10,000 15,000 20,000 25,000 ล้ำนบำท ปีนี้ เป้าหมาย ปีก่อน [45]


ประมาณการ เป้าหมาย จับกุมได้ ร้อยละ เป้าหมาย ปรับจริง ร้อยละ ศาลปรับ สุรา 241 354 46.89 4,334,999.00 5,100,129.73 17.65 585,672.95 ยาสูบ 201 470 133.83 13,370,934.00 21,525,020.41 60.98 316,588,567.59 ไพ่ 1 4 300.00 3,000.00 9,594.00 219.80 - สินค้าและบริการ 23 47 104.35 1,068,567.00 2,752,201.39 157.56 - - น ้ำมันฯ - 3 - - 652,980.00 - - เครื่องดื่ม - 4 - - 10,071.31 - - เครื่องไฟฟ้ำ - - - - - - - รถยนต์ - 6 - - 643,340.00 - - รถจักรยำนยนต์ - 12 - - 502,888.35 - - เครื่องหอมฯ - 2 - - 125,312.85 - - แบตเตอรี่ - 13 - - 787,608.88 - - ไนต์คลับ/ดิสโก้เธค - 3 - - 6,000.00 - - อำบอบนวด - - - - - - - สนำมกอล์ฟ - - - - - - - อื่น ๆ - 4 - - 24,000.00 - รวมทั้งสิ้ น 466 875 87.77 18,777,500.00 29,386,945.53 56.50 317,174,240.54 ประเภท พ.ร.บ. จ านวนคดี (ราย) ค่าเปรียบเทียบปรับ (บาท) ผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปราม ส านักงานสรรพสามิตภาคที่ 2 แยกตามสินค้า ไตรมาสที่ 1 (ตุลาคม - ธันวาคม 2566) ปี งบประมาณ 2567 0 50 100 150 200 250 300 350 400 450 500 รำย แผนภูมิจ ำนวนคดีที่จับได้ เปรียบเทียบกับเป้ ำหมำย แยกตำม พ.ร.บ. เป้าหมาย จับกุมได ้ 0 5,000,000 10,000,000 15,000,000 20,000,000 25,000,000 บำท แผนภูมิค่ำเปรียบเทียบปรับ เปรียบเทียบกับเป้ ำหมำย แยกตำมสนค้ำ ิ เป้าหมาย ปรับจริง [46]


ประมาณการ เป้าหมาย จับกุมได้ ร้อยละ เป้าหมาย ปรับจริง ร้อยละ ศาลปรับ ชลบุรี 1 30 72 140.00 1,965,000.00 2,978,758.43 51.59 - ชลบุรี 2 45 84 86.67 2,265,667.00 3,275,383.33 44.57 48,871,450.00 ระยอง 1 30 56 86.67 745,000.00 990,801.10 32.99 19,468.00 ระยอง 2 21 88 319.05 969,500.00 3,528,923.41 263.99 816,400.00 สมุทรปราการ 1 74 171 131.08 2,552,000.00 3,732,015.44 46.24 12,722,580.40 สมุทรปราการ 2 54 84 55.56 1,260,000.00 2,964,231.63 135.26 480,000.00 จันทบุรี 69 78 13.04 3,419,167.00 4,539,260.10 32.76 1,089,508.15 ปราจีนบุรี 22 54 145.45 531,333.00 2,428,527.77 357.06 74,861,179.37 ตราด 21 27 28.57 399,999.00 616,111.04 54.03 96,712,040.40 สระแก้ว 57 105 84.21 3,561,500.00 3,065,608.54 (13.92) 81,226,698.22 นครนายก 4 12 200.00 36,666.00 348,496.12 850.46 374,916.00 ฉะเชิงเทรา 39 44 12.82 1,071,668.00 918,828.62 (14.26) - รวมทั้งสิ้ น 466 875 87.77 18,777,500.00 29,386,945.53 56.50 317,174,240.54 พื้นที่ จ านวนคดี (ราย) ค่าเปรียบเทียบปรับ (บาท) ผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปราม ส านักงานสรรพสามิตภาคที่ 2 แยกตามพืนที้ ่ ไตรมาสที่ 1 (ตุลาคม - ธันวาคม 2566) ปี งบประมาณ 2567 0 50 100 150 200 ชลบุรี 1 ชลบุรี 2 ระยอง 1 ระยอง 2 สมุทรปราการ 1 สมุทรปราการ 2 จันทบุรี ปราจีนบุรี ตราด สระแก ้ว นครนายก ฉะเชงเทราิ รำย ผลจ ำนวนคดีปรำบปรำมของแต่ละพืนที่เปรียบเทียบกับเป้ ำหมำยแยกตำมพื ้ นที่ ้ เป้าหมาย จับกุมได ้ 0 500,000 1,000,000 1,500,000 2,000,000 2,500,000 3,000,000 3,500,000 4,000,000 4,500,000 5,000,000 บำท ค่ำเปรียบเทียบปรับของพืนที่เปรียบเทียบกับเป้ ำหมำยแยกตำมพื ้ นที่ ้ เป้าหมาย ปรับจริง [47]


ภาพกิจกรรม กิจกรรมสภากาแฟ จังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 1 วันที ่ 25 ตุลาคม 2566 สำนักงานสรรพสามิตภาคที ่ 2 ร ่วมกิจกรรมสภากาแฟ จังหวัดชลบุรี ครั้งที ่ 1 โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อการเสริมสร้างบูรณาการร่วมมือระหว่างหน่วยงาน แลกเปลี่ยนข้อราชการระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีกับ หน่วยงานภายในจังหวัดชลบุรีอย่างไม่เป็นทางการ ณ โรงเรียนชลกัลยานุกูล อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (วันปิยมหาราช) 23 ตุลาคม 2566 วันที ่ 27 ตุลาคม 2566 ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสังกัดสำนักงานสรรพสามิตภาคที ่ 2 และสำนักงานสรรพสามิตพื้นที ่ชลบุรี 1 ร ่วมกับหน ่วยงานราชการอื ่น เข้าร ่วมกิจกรรมจิตอาสาเนื ่องในวันสำคัญของชาติไทย วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (วันปิยมหาราช) โดยร่วมกันปลูกต้นไม้และกิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาด ณ บริเวณสระน้ำประปาหนองรี หมู่ที่ 8 ตำบลมาบโป่ง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี [48]


Click to View FlipBook Version