Regional 2 จุลสารสามิตภาค 2 ปที่ 26 ฉบับที่ 4 กรกฎาคม - กันยายน 2023 EXCISE สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 2 ไดรับรางวัลชมเชย ประเภทหนวยงานระดับ สำนัก/ศูนย/กลุม/กอง/สำนักงานเลขานุการกรม/สำนักงานสรรพสามิตภาค ผลงานนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของกรมสรรพสามิต ชื่อผลงาน ระบบติดตามการชำระภาษี และการตรวจปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดเก็บภาษี (Excise Tax Monitoring - ETM) การประกวดรางวัลเพชรสรรพสามิต ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2566 (13th EXCISE INNOVATION AWARDS 2023)
2 17 46 Tips Health • 41 47 51 53 73 เรื�องต้องรู้ เมื�อจะ "ล้างจมูก" และ 6 ท่าพุงยุบ ลําตัวแข็งแรง English Today 62 Excise Law Corner • 60 44 • How To จดรับ-จ่ายอย่างไร ให้เกิดประโยชน์สูงส ุด 58 • • อยากให้กําลังใจคนป่ วย นอกจาก Get well soon แล้วพูดอะไรได้อีก Statistic • Money & Business The Secret Of Work • เรียนรู้การฝึ กคิดนอกกรอบ เมื�อชุดความคิดเดิม ๆ ที�มี ใช้แก้ปัญหาไม่ได้อีกต่อไป Statistic •ผลการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิต Knowledge • • ภาพกิจกรรม Prevention and Suppression • ภาพงานปราบปราม Activity • ข่าวกรมสรรพสามิต วิธีใช้ Emoji Kitchen สร้างอิโมจิใหม่ สไตล์ค ุณเอง รวมสัญลักษณ์ขยะรีไซเคิล แยกขยะช่วยเซฟโลก ลดมลพิษสิ�งแวดล้อม ผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปราม IT ประกาศกรมสรรพสามิต
--- ปีที่ 26 ฉบับที่ 4 เดือนกรกฎาคม – กันยายน 2566 สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ พบกับจุลสารสามิตภาค 2 ฉบับสุดท้าย ของปีที่ 26 กันอีกครั้งนะคะ จุลสารสามิตภาค 2 ไตรมาสที่ 4 นี้ พบกับข่าว กรมสรรพสามิต และประกาศกรมสรรพสามิตออกใหม่ ประจำเล่มอย่างเช่นเคยค่ะ สำหรับคอลัมน์สุขภาพเล่มนี้ ทีมงานคัดสรรเรื่องต้องรู้ เมื่อจะ “ล้างจมูก” ทำแล้ว ดีหรือไม่ ทำทุกวันได้ไหม และ 6 ท่าพุงยุบ ลำตัวแข็งแรง ไม่อยากมีพุงลองทำตามดูนะคะ ส่วนคอลัมน์การเงินน่ารู้นั้น ขอเสนอคอลัมน์เรื่อง จดรับ - จ่ายอย่างไร ให้เกิดประโยชน์ สูงสุด ตัวช่วยปรับวิธีใช้จ่ายและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วมาต่อด้วยเทคนิควิธีใช้ Emoji Kitchen สร้างอิโมจิใหม่สไตล์คุณเอง น่ารัก ๆ เอาไว้ใช้ งานแบบเฉพาะตัว พร้อมเรียนรู้การคิดนอกกรอบ เมื่อชุด ความคิดเดิม ๆ ที่มีใช้แก้ปัญหาไม่ได้อีกต่อไป ติดตามอ่าน ได้ที่คอลัมน์ The Secret Of Work ส่วนคอลัมน์สาระ น่ารู้ที่ไม่ควรพลาดเรื่องใกล้ตัวเรากับสัญลักษณ์ขยะ รีไซเคิล แยกขยะช่วยโลก ลดมลพิษสิ่งแวดล้อม ก่อนจากกันส่งท้ายกับคอลัมน์ English Today ขอเสนอประโยคภาษาอังกฤษให้กำลังใจคนป่วย ที่ นอกเหนือจาก Get well soon และติดตามผลการจัดเก็บ รายได้ภาษีสรรพสามิตและผลการปราบปรามผู้กระทำผิด กฎหมายสรรพสามิต รวมทั้งการปฏิบัติงานของสำนักงาน สรรพสามิตภาคที่ 2 ได้ในท้ายเล่มจุลสารค่ะ สุดท้ายนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจุลสารสามิตภาค 2 เล่มนี้ คงจะทำให้ท่านผู้อ่านเพลิดเพลิน แล้วพบกันใหม่ ในฉบับหน้าของปีที่ 27 นะคะ บรรณาธิการบริหาร ประธานที่ปรึกษา นายละนอง แก้วศรีช่วง ที่ปรึกษา นายนพดล พิพัฒน์นภาพร นายสหพัฒน์ ศรีลาพัฒน์ นายอนันต์ วงศ์ซิ้ม นางพงษ์ลดา หมู่ศิริ บรรณาธิการบริหาร นางสุภาพร วัฒนเจริญ บรรณาธิการ นายกฤดิกร รัตนพิสุทธิ์กิจ ผู้ช่วยบรรณาธิการ นางสาวกาญจนา ปิยะธรรมาภาพ กองบรรณาธิการ นายปณิธาน ศรประชุม นายรภัสสิทธิ์ กำจรอัครหิรัญ นางสาววาสนา อ่ำเจริญ ศิลปกรรม นายศุภสิทธิ์ ศรีแจ้ง นายอนุพงศ์ ราชิน บทความ ข้อเสนอ ความคิดเห็น หรือข้อเขียนใด ๆ ที่ลงพิมพ์ในจุลสารเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ผูกพันกับทางราชการแต่อย่างใด ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 2 Editorial Team
ฉบับที่ 11/2566 13 กรกฎาคม 2566 สรรพสามิตย ้า เดินหน้าต่อเนื่องกับคดีจับบุหรี่เถื่อน ขึ นแบล็กลิสต์เจ้าของร้าน และร้านขายบุหรี่เถื่อนที่สงขลานาน 5 ปี ตามที่สื่อมวลชนได้มีการกล่าวถึงกรณีการปราบปรามและเข้าจับกุมร้านขายบุหรี่เถื่อนที่จังหวัด สงขลาเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2566 ที่ทางเจ้าหน้าที่ส านักงานสรรพสามิตพื้นที่สงขลา สาขาหาดใหญ่ และส านักงาน สรรพสามิตภาคที่ 9 ได้บูรณาการร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมการปกครอง น าหมายค้นของศาลจังหวัดสงขลา เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ดูแลร้านค้าที่ลักลอบน าบุหรี่ต่างประเทศที่มิได้เสียภาษีมาขายให้กับประชาชนในพื้นที่ ยังไม่มีความคืบหน้านั้น กรมสรรพสามิตขอชี้แจงว่า กรมสรรพสามิตได้ด าเนินการตามกฎระเบียบ และมีบทลงโทษ ทั้งเจ้าของร้านและสถานที่ตั้งของร้าน ขึ้นแบล็คลิสต์ห้ามมิให้ขายสินค้าประเภทบุหรี่หรือเหล้าเป็นเวลา 5 ปี ในส่วนของการด าเนินคดีตามกฎหมายนั้น เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยผู้ต้องหาอยู่ระหว่าง การประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี นายเกรียงไกร พัฒนาภรณ์ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า จากการบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อท าการเข้าตรวจค้นร้านค้าที่ลักลอบจ าหน่ายบุหรี่หนีภาษี โดยพบว่ามี การกระท าผิดน าบุหรี่หนีภาษีมาจ าหน่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ จึงได้มีการจับกุมผู้ดูแลร้านค้าทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ร้านฟาสต์สโตร์ ตั้งอยู่ถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ 1 ร้าน GIN ตั้งอยู่ถนนตันรัตนาการ และร้านค้าไม่มีชื่อ ตั้งอยู่ ถนนตันรัตนาการ ต าบลหาดใหญ่ อ าเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยกรมสรรพสามิตได้ลงโทษผู้กระท าผิดด้วย การแบล็กลิสต์เจ้าของและสถานที่ตั้งของร้าน ไม่อนุญาตให้จ าหน่ายบุหรี่หรือเหล้าในระยะเวลา 5 ปีโดยผู้กระท า ผิดไม่สามารถเปิดร้านขายบุหรี่หรือเหล้าได้ไม่ว่าจะอยู่พื้นที่ใดก็ตาม และในส่วนของสถานที่ตั้งร้านค้า ก็ไม่สามารถจ าหน่ายสินค้าประเภทบุหรี่หรือเหล้าได้เป็นระยะเวลา 5 ปีเช่นกัน ทางด้านการด าเนินคดีตาม กฎหมายนั้น ขณะนี้อยู่ในอ านาจพนักงานสอบสวน สถานีต ารวจภูธรอ าเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นอกจากนี้ ทางส านักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 ได้สั่งการให้ส านักงานสรรพสามิตพื้นที่สงขลาเข้า ด าเนินการติดตามและตรวจสอบร้านค้าดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งร้านค้าทั้ง 3 แห่งไม่สามารถขายบุหรี่หรือเหล้าได้ อีกเป็นระยะเวลา 5 ปี ตามบทลงโทษของกรมสรรพสามิต โดยร้านฟาสต์สโตร์ ได้เปิดเป็นร้านรับบริการขนส่ง สินค้า ร้าน GIN และร้านค้าไม่มีชื่อซึ่งตั้งอยู่ใกล้กันได้เปิดเป็นร้านขายของช าแทน [2]
นายเกรียงไกรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมสรรพสามิตได้ให้ความส าคัญกับเรื่องดังกล่าวและ มีการติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งในเรื่องการลงโทษ การติดตาม และตรวจสอบอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต ที่ให้ความส าคัญและมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตในทุกระดับ อีกทั้งยังมีการรวบรวมและน าข้อมูลหรือปัญหาในทุก ๆ ส่วนมาวิเคราะห์ เพื่อหาแนวทางในการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันการทุจริตเชิงรุกและการยับยั้งปัญหาการทุจริตให้เกิดผลอย่าง เป็นรูปธรรมต่อไป นายเกรียงไกรฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สรรพสามิตนั้น ไม่เพียงแค่ ปราบปรามการกระท าผิดตามกฎหมายสรรพสามิต แต่ยังมีการแนะน าผู้ประกอบการขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ที่จ าหน่ายสินค้าในความควบคุมของกรมสรรพสามิตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติ ได้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยหากพบการกระท าผิดก็จะจับกุมด าเนินคดี รวมถึงมีแผนการตรวจติดตามต่อเนื่องด้วย เช่นกัน ทั้งนี้ หากประชาชนท่านใดทราบเบาะแสหรือพบเห็นการกระท าความผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องเสีย ภาษีสรรพสามิตสามารถแจ้งโดยตรงได้ที่กรมสรรพสามิต หรือส านักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศหรือ สายด่วน 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรืออีเมล์[email protected] *********************************** [3]
ฉบับที่ 12/2566 3 สิงหาคม 2566 สรรพสามิตจับกุมบุหรี่หนีภาษีล็อตใหญ่กว่า 5 แสนซอง มูลค่ากว่า 42 ล้าน ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา สรรพสามิตจับกุมผู้กระท าผิดบุหรี่หนีภาษีล็อตใหญ่ โดยส านักงานสรรพสามิตภาคที่9 และ ส านักงานสรรพสามิตพื้นที่สงขลา พร้อมบูรณาการร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองทัพเรือภาคที่ 2 ศร.ชล.ภาค 2 ฝ่ายปกครอง ศุลกากรภาคที่ 4 และ กอ.รมน. สงขลา ร่วมกันจับกุมผู้กระท าผิด พรบ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 บุหรี่หนีภาษียี่ห้อ Gold Mount ล็อตใหญ่จ านวน 532,500 ซอง ประมาณการมูลค่าสินค้า 42,000,000 บาท ประมาณการมูลค่าภาษี 33,400,000 บาท ณ สถานที่เกิด เหตุบริเวณท่าเทียบเรือ อ.จะนะ จ.สงขลา นายเกรียงไกร พัฒนาภรณ์ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า “วันที่ 3 สิงหาคม 2566 ภายใต้การอ านวยการของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดี กรมสรรพสามิต นายวิวัฒน์ เขาสกุล ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต โดยการผนึกก าลังใน การจัดการของผู้อ านวยการส านักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 สรรพสามิตพื้นที่สงขลา ผอ.สตป.สภ.9 รักษาการ หน.ฝ่ายป้องกันและปราบปราม ส านักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 หน.ฝ่ายป้องกันและปราบปราม ส านักงาน สรรพสามิตพื้นที่สงขลา และสรรพสามิตพื้นที่สาขาเมืองสงขลา สายตรวจส านักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 สายตรวจส านักงานสรรพสามิตพื้นที่สงขลา บูรณาการร่วมกับกองทัพเรือภาคที่ 2 ศร.ชล.ภาค 2 ฝ่ายปกครอง ศุลกากรภาคที่ 4 กอ.รมน. สงขลา ร่วมกันจับกุมผู้กระท าผิด พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ที่ลักลอบน าบุหรี่ต่างประเทศที่มิได้เสียภาษีแบบทันท่วงที ณ สถานที่เกิดเหตุบริเวณ ท่าเทียบเรือ อ.จะนะ จ.สงขลา” [4]
ส าหรับผลการจับกุมนั้น สามารถจับผู้ต้องหาได้จ านวน 15 คน โดยมีของกลางประกอบด้วย 1. รถยนต์กระบะตู้ทึบ จ านวน 8 คัน 2. เรือประมง จ านวน 1 ล า และ 3. ยาสูบต่างประเทศ ยี่ห้อ Gold Mount ที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิต จ านวน 532,500 ซอง โดยกรมสรรพสามิตได้ท าการจับกุม และได้มี การประมาณการมูลค่าสินค้า 42,000,000 บาท ประมาณการภาษี33,400,000 บาท โดยมีการส่ง ด าเนินการตามกฎหมายต่อไป นายเกรียงไกร กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมสรรพสามิตได้ให้ความส าคัญในการปราบปรามและ จับกุมผู้กระท าความผิดตาม พ.ร. บ.ภาษีสรรพสามิต 2560 อย่างเคร่งครัด โดยครั้งนี้เป็นการจับกุมล็อตใหญ่ ที่หากเล็ดลอดไปได้จะสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของความชอบธรรมที่ต้องมีให้กับ ผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต รวมถึงการดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพของพี่น้องประชาชนชาวไทย จากการได้รับสินค้าปลอมแปลงที่อาจเกิดปัญหาหรือส่งผลต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน” ทั้งนี้ หากประชาชนท่านใดทราบเบาะแสหรือพบเห็นการกระท าความผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ต้อง เสียภาษีสรรพสามิตสามารถแจ้งโดยตรงได้ที่กรมสรรพสามิต หรือส านักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่ง ทั่วประเทศหรือ สายด่วน 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรืออีเมล์ [email protected] ************************************ [5]
ฉบับที่ 13/2566 7 สิงหาคม 2566 สรรพสามิตย ้ายกระดับเดินหน้าการปราบปรามผู้กระท้าผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ พบในเดือนกรกฎาคม สุรามีจ้านวนคดีสูงสุด รองลงมาคือยาสูบ กรมสรรพสามิตเปิดเผยผลการปราบปรามผู้กระท้าผิดกฎหมายสรรพสามิต ในปีงบประมาณ 2566 พบการกระท้าผิด 1,812 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 38.84 ล้านบาท สถิติสูงสุดคือ สุรา รองลงมาคือ ยาสูบ ย ้าชัดพร้อมเดินหน้ายกระดับการปราบปรามเพื่อความชอบธรรมกับผู้สุจริตและดูแลความปลอดภัย ด้านสุขภาพให้พี่น้องประชาชน นายเกรียงไกร พัฒนาภรณ์ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผย ผลการปราบปรามผู้กระท าผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ ผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึงจากการยกระดับ การด าเนินงานของศูนย์ปราบปรามสินค้าออนไลน์นั้น พบว่าเดือนกรกฎาคม 2566 มีการกระท าผิด จ านวน 1,812 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 38.84 ล้านบาท โดยแยกเป็น 1. สุรา จ านวน 870 คดี ค่าปรับ 8.56 ล้านบาท จ านวนของกลาง 13,664.513 ลิตร 2. ยาสูบ จ านวน 641 คดี ค่าปรับ 18.37 ล้านบาท จ านวนของกลาง 154,305 ซอง 3. ไพ่ จ านวน 18 คดี ค่าปรับ 0.45 ล้านบาท จ านวนของกลาง 2,257 ส ารับ 4. น้ ามันและผลิตภัณฑ์น้ ามัน จ านวน 164 คดี ค่าปรับ 6.64 ล้านบาท จ านวนของกลาง 704,982 ลิตร 5. น้ าหอม จ านวน 7คดี ค่าปรับ 0.56 ล้านบาท จ านวนของกลาง 1,766 ขวด 6. รถจักรยานยนต์ จ านวน 68 คดี ค่าปรับ จ านวน 1.60 ล้านบาท จ านวน 77 คัน 7. สินค้าอื่น ๆ จ านวน 44 คดี ค่าปรับ 2.66 ล้านบาท [6]
นายเกรียงไกรฯกล่าวเพิ่มเติมว่า“กรมสรรพสามิตได้ให้ความส าคัญในการปราบปรามและจับกุม ผู้กระท าความผิดตาม พ.ร. บ.ภาษีสรรพสามิต 2560 อย่างเคร่งครัด โดยยกระดับการปราบปรามสินค้าเถื่อน ในทุกช่องทาง ทั้งการเปิดศูนย์ปราบปรามออนไลน์ และบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานภายนอก ซึ่งสินค้าเหล่านี้ หากเล็ดลอดไปได้จะสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของความชอบธรรมต่อผู้ประกอบการที่เสียภาษี โดยสุจริต รวมถึงการดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพของพี่น้องประชาชนชาวไทยจากการได้รับสินค้า ปลอมแปลงที่อาจเกิดปัญหาหรือส่งผลต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน” นอกจากนี้ นายเกรียงไกรฯ กล่าวว่า “หากพี่น้องประชาชนทราบเบาะแสการกระท าความผิด เกี่ยวกับสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต สามารถแจ้งได้ที่กรมสรรพสามิต หรือส านักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่ง ทั่วประเทศ หรือสายด่วน 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรืออีเมล[email protected]โดยกรมสรรพสามิต จะไม่เปิดเผยข้อมูลผู้แจ้งเบาะแส” [7]
ฉบับที่ 14/2566 31 สิงหาคม 2566 สรรพสามิตและกองบัญชาการต ารวจสอบสวนกลาง ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) บูรณาการข้อมูลและกระบวนการท างาน ยกระดับการปราบปรามผู้กระท าผิดกฎหมายภาษีสรรพสามิตออนไลน์ กรมสรรพสามิตลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับกองบัญชาการต ารวจสอบสวนกลาง ส านักงานต ารวจแห่งชาติ ยกระดับการท างานด้วยการบูรณาการความร่วมมือ ในการใช้ข้อมูล การท า Data Analytic การสืบสวนสอบสวน รวมถึงการป้องกัน วางแผนติดตาม และปราบปรามการกระท า ความผิดกฎหมายภาษีสรรพสามิตออนไลน์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี สร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการที่สุจริต และยังเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคที่อาจเกิด อันตรายจากการบริโภคสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ดิจิทัลในยุคปัจจุบัน ท าให้รูปแบบการกระท าผิดมีความซับซ้อนและติดตามยากขึ้น เนื่องจากผู้กระท าผิดบน เครือข่ายออนไลน์ส่วนใหญ่ปกปิดตัวตนโดยการใช้ตัวตนสมมติ มีการใช้บัญชีธนาคารบุคคลอื่น หรือบัญชีม้า ทั้งยัง มีการกระจายที่เก็บสินค้าผิดกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกติดตามไปยังเจ้าของสินค้าที่แท้จริง ส่งผลให้การกระท า ผิดผ่านเครือข่ายออนไลน์ขยายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว และยากแก่การควบคุม กรมสรรพสามิตตระหนักและให้ ความส าคัญกับปัญหาดังกล่าว รวมถึงความไม่ปลอดภัยจากการบริโภคสินค้า ที่ไม่ได้มาตรฐาน และความไม่เป็น ธรรมต่อผู้เสียภาษีโดยสุจริต กอปรกับในช่วงระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตและกองบัญชาการ ต ารวจสอบสวนกลาง ส านักงานต ารวจแห่งชาติ ได้มีการบูรณาการการท างานร่วมกัน ทั้งในเรื่องของการใช้ข้อมูล การท า Data Analytic การสืบสวนสอบสวน รวมถึงการป้องกัน วางแผนการติดตามและปราบปรามการกระท า ความผิดกฎหมายภาษีสรรพสามิตออนไลน์ ซึ่งจากความบูรณาการท างานร่วมกัน ท าให้เกิดประสิทธิภาพใน การท างานและเห็นผลในเชิงประจักษ์ โดยในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงสิงหาคม 2566 นั้น ด้วยการบูรณาการ ท างานร่วมกัน ท าให้สามารถปราบปรามการกระท าความผิดกฎหมายภาษีสรรพสามิตออนไลน์ เป็นจ านวนถึง [8]
6 คดีใหญ่ จึงเป็นที่มาของการร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง กรมสรรพสามิตและ กองบัญชาการต ารวจสอบสวนกลาง ส านักงานต ารวจแห่งชาติ ทั้งในเรื่องของข้อมูล การท า Data Analytic การสืบสวนสอบสวน รวมถึง การป้องกัน วางแผนการติดตามและปราบปรามการกระท าความผิดกฎหมายภาษี สรรพสามิตออนไลน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน สร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการที่สุจริต และ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค “กรมสรรพสามิตให้ความส าคัญกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และการน าข้อมูลมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการท างาน เพื่อช่วยวิเคราะห์ ประมวลผล และ คาดการณ์โอกาสที่จะเกิดจากการกระท าความผิดได้มากขึ้น การด าเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มศักยภาพ ของการสืบสวนปราบปราม จะน าไปสู่การสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้เสียภาษีโดยสุจริต คุ้มครองความปลอดภัย ของผู้บริโภค สร้างความมั่นคงให้กับระบบเศรษฐกิจการคลังของประเทศ ตามยุทธศาสตร์ของกรมฯ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาษีสรรพสามิต มุ่งเน้นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) สร้าง มาตรฐานสากล เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน” อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าว “ขอขอบคุณกองบัญชาการต ารวจสอบสวนกลาง ที่เล็งเห็นถึงความส าคัญในการร่วมกันแก้ไข ปัญหาการลักลอบซื้อขายสินค้าหนีภาษี และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีกับกรมสรรพสามิตมาโดยตลอด จนเกิดการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในวันนี้” อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวทิ้งท้าย พลต ารวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการต ารวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า กองบัญชาการต ารวจ สอบสวนกลาง เป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมที่มีความร้ายแรงและ สลับซับซ้อน มีหน้าที่ส าคัญในการรวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล เพื่อใช้ในการสืบสวนติดตามจับกุม คนร้าย โดยกองบัญชาการต ารวจสอบสวนกลางได้เตรียมความพร้อมเพื่อปรับตัวเข้าสู่ดิจิทัลไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ Big Data เพื่อยกระดับศักยภาพ ด้านการสืบสวน สอบสวน เพิ่มความสามารถในการอ านวยความยุติธรรมและให้บริการประชาชน “กองบัญชาการต ารวจสอบสวนกลางได้มีการร่วมมือกับหลากหลายหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้ง ภาครัฐ และเอกชน ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการบูรณาการร่วมกับกรมสรรพสามิตที่เล็งเห็นถึงความส าคัญและมี เจตจ านงร่วมกันในการใช้เทคโนโลยีเพื่อใช้ในการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหาอาชญากรรม หวังว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะน ามาซึ่งความสงบสุขของประเทศชาติ และยกระดับการให้บริการประชาชนของทั้งสอง หน่วยงานต่อไป” พลต ารวจโท จิรภพ กล่าว [9]
ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ทางกรมสรรพสามิต กับกองบัญชาการต ารวจสอบสวนกลาง จะเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเสียภาษี ข้อมูลเกี่ยวกับการกระท าความผิดและการ ด าเนินคดี ข้อมูลเกี่ยวกับการขอและการออกใบอนุญาต หรือข้อมูลอื่นใดที่มีการจัดท าและครอบครองโดยกรม สรรพสามิต ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับผู้กระท าความผิด ผู้ต้องสงสัย เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และเพื่อประโยชน์ในการสืบสวน สอบสวน รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการกระท าความผิด หรือการก่อ อาชญากรรม โดยจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับออกไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตด้วยวิธีการที่ตกลงกันจาก เจ้าของข้อมูลเท่านั้น ผลจากการบูรณาการระหว่างสองหน่วยงาน เมื่อเร็ว ๆ นี้ เจ้าหน้าที่สรรพสามิตสามารถตรวจยึด ของกลางบุหรี่ที่ลักลอบน าเข้าจากต่างประเทศ และบางส่วนเป็นบุหรี่ปลอมใช้ยี่ห้อต่างประเทศ โดยได้มี การโฆษณาจ าหน่ายบุหรี่หนีภาษีผ่านช่องทางออนไลน์คิดเป็นจ านวน 30,000 มวน มูลค่าความเสียหายต่อรัฐหลัก ล้านบาท ซึ่งสินค้าเหล่านี้หากเล็ดลอดไปได้จะสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของความชอบธรรม ต่อผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต รวมถึงการดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชนผู้บริโภค ร่วมกัน ดูแลผลประโยชน์ของประเทศ และปราบปรามผู้กระท าผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต ประชาชน สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กรมสรรพสามิต หรือส านักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสายด่วน 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรืออีเมล [email protected]โดยกรมสรรพสามิตจะปกปิดข้อมูลผู้แจ้งเบาะแส เป็นความลับ *********************** [10]
ฉบับที่ 15/2566 31 สิงหาคม 2566 สรรพสามิต เดินหน้าคว้ารางวัล “ระบบบัญชีข้อมูลหน่วยงานยอดนิยม ระดับดีเด่น Gold Award” ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลเปิดภาครัฐได้สะดวก รวดเร็ว ขับเคลื่อนสู่รัฐบาลอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ส านักงานสถิติแห่งชาติ ได้ด าเนินการคัดเลือกหน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นในการขับเคลื่อนบัญชีข้อมูลภาครัฐ (Government Data Catalog) ประจ าปีงบประมาณ 2566 โดยกรมสรรพสามิตได้รับรางวัล “หน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นด้านระบบ บัญชีข้อมูลหน่วยงานยอดนิยม ระดับดีเด่น (Gold Award)” ซึ่งเป็นรางวัลเชิดชูหน่วยงานที่มีความมุ่งมั่นในการ จัดท าบัญชีข้อมูลภาครัฐ ให้ประเทศขับเคลื่อนไปสู่การเป็นรัฐบาลอัจฉริยะ (Smart & Open Government) กรมสรรพสามิตได้ยกระดับการด าเนินงานภายใต้กลยุทธ์EASE Excise เพื่อยกระดับองค์กร สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเป็นการยกระดับทั้งในด้านนโยบายภาษี มุ่งเน้นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ยกระดับการท างานให้เกิดความคล่องตัว การให้บริการและการท างานที่มีมาตรฐาน และการบริการแบบไร้ รอยต่อ กรมฯได้มีการเชื่อมโยงการเข้าถึงข้อมูลเปิดภาครัฐที่ช่วยให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึง ข้อมูลภาครัฐได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว โดยข้อมูลที่เผยแพร่นั้นเป็นการแสดงข้อมูลด้วยภาพ (Visualization ) และพัฒนาให้เกิดการเชื่อมต่อไปใช้งานได้โดยผ่านเอพีไอ (API) แบบอัตโนมัติ ด้วยแนวทางการส่งเสริมให้ ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลภาครัฐได้สะดวกนี้ จะช่วยสร้างความโปร่งใส และ เป็นไปตามแนวทางของหลักธรรมาภิบาลข้อมูล ส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน รัฐ ตลอดจนการส่งเสริมให้มีการน าข้อมูลมาเปิดเผย และใช้ประโยชน์จากข้อมูลให้คุ้มค่า และที่ส าคัญคือเป็นไป ตามยุทธศาสตร์ของกรมสรรพสามิตที่ต้องการขับเคลื่อนภาษีสรรพสามิต มุ่งเน้นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมา ภิบาล ด้วยมาตรฐานสากล เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน “กรมสรรพสามิตได้ให้ความส าคัญกับ “ข้อมูลเปิดภาครัฐ” เนื่องจากการมีส่วนร่วมของ ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น จะช่วยสร้างความโปร่งใส และเป็นไปตามแนวทางของหลักธรรมาภิบาล ข้อมูล ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของกรมฯ และการส่งเสริมให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้เข้าถึงข้อมูลเปิด ภาครัฐได้สะดวก รวดเร็ว และขับเคลื่อนสู่การเป็นรัฐบาลอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม” ดร.เอกนิติ กล่าวทิ้งท้าย ***********************
[13]
[14]
[15]
[16]
[17]
[18]
[19]
[20]
[21]
[22]
[23]
[24]
[25]
[26]
[27]
[28]
[29]
[30]
[31]
[32]
[33]
[34]
[35]
[36]
[37]
[38]
[39]
[40]
เรื ่ องต้องรู้ เมื ่ อจะ “ล้างจมูก” เรื่องต้องรู้ เมื่อจะ “ล้างจมูก” ท าแล้วดีไหม ท าทุกวันได้ไหม เรามีค าตอบ ฝุ่ นละอองและมลภาวะอากาศ ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้อากาศ หรือท าให้ผู้ป่ วยโรคในระบบทางเดินหายใจมีอาการก าเริบ หลายคนเริ่มดูแลตัวเองด้วยการ ล้างจมูก เพื่อชะล้างสิ่งสกปรก หรือสารก่อภูมิแพ้ในโพรงจมูกออกด้วยน ้าเกลือ แม้จะท าได้ด้วยตัวเองที่บ้าน แต่การล้างจมูกมีประโยชน์และโทษอย่างไร สามารถล้างบ่อย ๆ ทุกวันได้หรือไม่ จะเป็น อันตรายไหม เรามีค าตอบ ❖ ข้อดีของการล้างจมูก การล้างจมูกช่วยช าระสิ่งสกปรก มลพิษหรือสารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในโพรงจมูก โดยเฉพาะสิ่งแปลกปลอมที่รวมตัว เป็นน ้ามูกข้นเหนียวที่ไม่สามารถระบายออกได้เอง ท าให้อาการคัดจมูก ภูมิแพ้ น ้ามูกไหล คันจมูก หรือจาม ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดปัจจัยกระตุ้นและความรุนแรงของโรค เช่น ลดจ านวนเชื้อโรคที่อยู่ในจมูกหรือโพรงไซนัส ซึ่งช่วยลด ความรุนแรงของโรคทางจมูก ลดหรือระบายหนองจากโพรงไซนัสซึ่งท าให้กลุ่มผู้ป่ วยไซนัสอักเสบมีอาการดีขึ้น ช่วยท าให้ เยื่อบุจมูกมีความชุ่มชื้น บรรเทาการระคายเคืองและลดการอักเสบภายในโพรงจมูก และการล้างจมูกก่อนใช้ยาพ่นทางจมูก หรือยาหยอดจมูกยังท าให้ยาสัมผัสกับเยื่อบุโพรงจมูกได้ดี เพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ยามากขึ้น ❖ เมื่อไรทีควรล้างจมู่ก เมื่อมีอาการคัดจมูก มีน ้ามูกข้นเหนียว เริ่มมีอาการของไซนัสอักเสบ (เช่น มีเสมหะในล าคอ หรือรู้สึกมีกลิ่นเหม็นภายในจมูก) หายใจเอาฝุ่ นควัน หรือสูดดมมลพิษหรือสารก่อภูมิแพ้เข้าไป หรือผู้ที่ต้องใช้ยาพ่นหรือยาหยอดจมูก ก็สามารถล้างจมูก ก่อนใช้ยาดังกล่าวได้ ❖ ค าแนะน าในการล้างจมูก หากล้างจมูกอย่างถูกวิธีและใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมจะท าให้เกิด ประสิทธิภาพในการล้างจมูกเพิ่มขึ้น โดยทั่วไปแนะน าให้ล้างจมูกวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อนนอน หรือมากกว่านั้นกรณีที่มีอาการทางจมูก เช่น มีน ้ามูกมาก คัดจมูก หรือช่วงเวลาก่อนใช้ยาพ่นหรือยาหยอดจมูก ควรเลือกสารละลาย ส าหรับล้างจมูกให้เหมาะสม ซึ่งแนะน าให้ใช้ น ้าเกลือปราศจากเชื้อความเข้มข้น 0.9% ของเกลือโซเดียมคลอไรด์ เนื่องจากเป็ นความเข้มข้นของเกลือ ที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองบริเวณเยื่อบุโพรงจมูก ❖ ผลข้างเคียง พบผลข้างเคียงในผู้ป่ วยที่ล้างจมูกด้วยน ้าเกลือค่อนข้างน้อย ผลข้างเคียงที่อาจพบ ได้แก่ แสบเยื่อบุโพรงจมูก หูอื้อ และเลือดก าเดาไหล (ซึ่งพบได้น้อย) ยังไม่มีการรายงานอาการข้างเคียงรุนแรงจากการล้างจมูก อาการข้างเคียงเหล่านี้เกิดขึ้นได้น้อยลงหากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นของน ้าเกลือที่เหมาะสมและล้างจมูก ด้วยเทคนิคและขั้นตอนที่ถูกต้อง หากล้างจมูกด้วยเทคนิคที่ไม่ถูกต้องอาจเกิดอันตรายอื่น ๆ ได้ เช่น ส าลัก หรือหาก [41]
มีการสั่งน ้ามูกแรง ๆ อาจท าให้เยื่อแก้วหูบาดเจ็บได้ ส าหรับการใช้ผลิตภัณฑ์ล้างจมูกไม่เหมาะสม เช่น ใช้น ้าประปา ล้างจมูก อาจพบเชื้อแบคทีเรียหรือโปรโตซัวในน ้า และพัฒนาเกิดเป็นโรคติดเชื้อรุนแรงได้ ❖ ล้างจมูกติดต่อกันเป็ นประจ าจะอันตรายหรือไม่ ถึงแม้การล้างจมูกจะมีผลข้างเคียงน้อยและพบได้ไม่บ่อยหากท าอย่างถูกวิธีและใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม แต่ข้อมูล การศึกษาในปัจจุบันและความคิดเห็นของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ยังไม่แนะน าให้ล้างจมูกติดต่อกันทุกวัน เป็นระยะเวลานาน เนื่องจากมีการศึกษาบ่งชี้ว่าการล้างจมูกด้วยน ้าเกลือติดต่อกันทุกวันในผู้ที่มีโรคโพรงจมูกไซนัสอักเสบ เป็นระยะเวลานานกว่า 12 เดือน ท าให้การเกิดโรคโพรงจมูกไซนัสอักเสบซ ้าเพิ่มขึ้นถึง 60% ซึ่งคาดว่าเกิดจากการล้างจมูก ด้วยน ้าเกลือเป็นเวลานานอาจรบกวนหรือลดระบบป้องกันทางภูมิคุ้มกันที่สะสมในน ้ามูกหรือเมือกที่ปกป้องโพรงจมูก เนื่องจากน ้ามูกในโพรงจมูกเป็นด่านแรกในการปกป้องและดักจับเชื้อโรคของระบบทางเดินหายใจ ข้อมูลจาก หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ข้อมูลจาก : https://cheewajit.com/body/249767.html [42]
ข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/search/top?q=มนุษย์ตึง
➢ การจดบันทึกรายรับรายจ่ายเป็นประจำ จะทำให้เห็นพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เป็นต้นเหตุ ของปัญหา เพื่อนำมาปรับวิธีใช้จ่ายและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อค่าใช้จ่ายน้อยลง ก็จะมีเงินเหลือออมมากขึ้น ➢ รายได้มาจากทั้งเงินเดือน ค่าเช่า ค่านายหน้า โบนัส จ๊อบพิเศษ รวมถึงรายได้ที่เป็นรายการพิเศษต่าง ๆ อย่างเงินคืนภาษี เงินคืนจากประกันชีวิต หรือเช็คของขวัญในโอกาสต่าง ๆ ➢ ค่าใช้จ่ายแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ค่าใช้จ่ายเพื่อการออมและการลงทุน ค่าใช้จ่ายคงที่ และค่าใช้จ่ายผันแปร “เงินเดือนออกแล้ว เย็นนี้ไปไหนกันดี ไปกินปิ้ งย่าง ไปดูหนังหรือชอปปิ งดีนะ” หลายคนคงเคยตั้งคำถามว่า สงสัยจัง เงินหายไปไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มสาววัยทำงาน ที่หลังเงินเดือนออกแค่ไม่กี่วัน แต่เงินในบัญชีกลับหายเกลี้ยงไปซะเฉย ๆ พยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก ว่าเงินหายไปไหน ไม่ว่าเราจะมีเงินเดือนหลักหมื่นหรือเรือนแสน แต่หากขาดการวางแผนจัดการเงินทองที่ดี เงินเดือนก็จะเป็นแค่ตัวเลขที่ผ่านมาทักทายบัญชีเงินฝาก แล้วก็จากไปไม่ร่ำลากัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างนี้ ทุกเดือน ถึงเวลาที่จะรื้อ ปรับ ขยับวิถีชีวิตแบบเดิม ๆ พร้อมเริ่มต้นวางแผนใช้จ่ายเงินกันแล้ว! อันดับแรก... เราต้องสะกดรอยตามเงินให้เจอด้วยการ “จดบันทึกรายรับรายจ่าย” อย่างสม่ำเสมอ ทุกครั้งที่ได้รับเงินมาหรือใช้เงินไป ไม่ว่าเงินก้อนนั้นจะเล็กน้อยขนาดไหนก็ตาม ยิ่งเดี๋ยวนี้มีแอปพลิเคชัน บันทึกรายรับรายจ่ายมากมายให้เลือกใช้บนมือถือ ทำให้สะดวกขึ้นสุด ๆ เพราะเราสามารถจดได้ทุกที่ทุกเวลา เริ่มจดบันทึกรับจ่าย ด้วย >> Happy Money Application เริ่มด้วยการจดตัวเลขรายได้ที่ได้มาในแต่ละวัน สัปดาห์ หรือเดือนลงไป ทั้งเงินเดือน ค่าเช่า ค่านายหน้า โบนัส จ๊อบพิเศษ รวมถึงรายได้ที่เป็นรายการพิเศษต่าง ๆ อย่างเงินคืนภาษี เงินคืนจากประกันชีวิต หรือเช็คของขวัญในโอกาสต่าง ๆ คราวนี้ลองมาดูฝั่งค่าใช้จ่ายกันบ้าง โดยควรแบ่งหมวดหมู่เป็น 3 ส่วน คือ ค่าใช้จ่ายเพื่อการออม และการลงทุน ค่าใช้จ่ายคงที่ และค่าใช้จ่ายผันแปร เพื่อให้ง่ายในการวางแผนจัดการต่อไป [44]
“ค่าใช้จ่ายเพื่อการออมและการลงทุน” คือ ค่าใช้จ่ายส่วนแรกที่ต้องกันไว้ทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นการจ่ายเพื่อตัวเองในการเดินตามความฝันหรือเป้าหมายที่ตั้งไว้ เช่น เงินออมเพื่อดาวน์รถ ดาวน์บ้าน ท่องเที่ยว แต่งงาน ค่าเล่าเรียนลูก หรือเงินออมเพื่อเกษียณอายุ ที่สำคัญ... อย่าลืมแยกบัญชีเงินออมและลงทุน ออกจากบัญชีใช้จ่ายส่วนตัว เพื่อป้องกันความสับสนและเผลอถอนเงินออมออกมาใช้ “ค่าใช้จ่ายคงที่” คือ ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นจำนวนเงินที่แน่นอน ทุกเดือน เช่น ค่าผ่อน (เช่า) บ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าเบี้ยประกัน ค่าผ่อนสินค้า หรือเงินกู้ต่าง ๆ “ค่าใช้จ่ายผันแปร” คือ ค่าใช้จ่ายที่มีจำนวนไม่เท่ากันในแต่ละ เดือน มีบ้าง ไม่มีบ้าง ไม่แน่นอน ยืดหยุ่นไปตามกิจกรรมที่ทำในเดือนนั้น ๆ ส่วนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะการดำรงชีวิตของแต่ละคน เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าเสื้อผ้า ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล บันเทิงเริงใจ เงินทำบุญ หลังจาก จด จด จด สะกดรอยตามเงินครบ 4 สัปดาห์ ลองบวกลบคูณหารค่าใช้จ่ายทั้งหมดในเดือนนั้น แล้วเราก็จะเห็น “รูรั่ว” ของกระเป๋าสตางค์อย่างชัดเจน ว่าเงินหายไปไหนหมด! เอาเป็นว่า... เมื่อมีเงินไม่พอใช้ในแต่ละเดือน ก็อย่าเพิ่งตกอกตกใจไป ยังพอมีหนทางแก้ไขสถานการณ์ได้ ทางแรกคือ “ลดรายจ่าย” อีกทางคือ “เพิ่มรายได้” ซึ่งทางเลือกที่น่าจะง่ายกว่าก็คือ “การหั่นรายจ่าย ผันแปรที่ไม่จำเป็น” อย่างการซื้อของฟุ่มเฟือย ลดการเที่ยวเตร่ ดูหนังฟังเพลง หรือทานอาหารนอกบ้าน ให้น้อยลง ฯลฯ ส่วนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์มักจะตัดออกไม่ค่อยได้ ทำได้แค่ลดปริมาณการใช้ลง และเอาบิลไปจ่าย ให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันค่าปรับจากการชำระล่าช้าเท่านั้น แต่ใครอยากท้าทายกว่านั้น ลองพิจารณาลดค่าใช้จ่ายคงที่ เพราะแม้จะทำได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ซะหน่อย ยกตัวอย่างเช่น การรีไฟแนนซ์เพื่อให้ภาระดอกเบี้ยลดลง หรือบางครั้งอาจต้องแลกกับการเปลี่ยนแปลงชีวิต ความเป็นอยู่ของเรา เช่น หาบ้านใหม่ที่ค่าเช่าถูกลง หรือขายรถแล้วหันมาใช้บริการรถสาธารณะแทน หากเรา “เขียม” สุด ๆ แล้ว เงินก็ยังไม่พอใช้อยู่ดี ก็อาจถึงเวลาที่ต้องมองหางานที่ให้ค่าตอบแทน สอดคล้องกับรายจ่ายหรือหางานพิเศษทำ เชื่อเถอะว่า... การจดบันทึกรายรับรายจ่ายเป็นประจำ นอกจากจะทำให้เห็นถึงพฤติกรรมการใช้จ่าย ที่เป็นต้นเหตุของปัญหาแล้ว ยังช่วยให้เราปรับวิธีใช้จ่ายเงินและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น เมื่อค่าใช้จ่ายน้อยลง เราก็จะมีเงินเหลือออมมากขึ้น นอกจากนี้ ยังทำให้เราสามารถวางแผนใช้จ่ายเงินได้อย่างเป็นระบบระเบียบมากขึ้นด้วย เช่น ในแต่ละปี เรารู้ว่าตอนเดือนตุลาคม จะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตปีละ 20,000 บาท ฉะนั้น ก่อนจะถึงช่วงเดือนตุลาคม เราก็ทยอยสะสมเงินเตรียมไว้ทุกเดือนก่อนได้ ถ้าเห็นข้อดีของการจดบันทึกรายรับรายจ่ายแล้ว ก็ควรทำอย่างจริงจังเสียตั้งแต่วันนี้ เพราะการใช้ จ่ายเงินทองอย่าง “รอบคอบ” และ “ระมัดระวัง” เท่ากับว่าเรากำลังแง้มประตูไปสู่ “ความมั่งคั่ง” ในอนาคต ภาพจาก : Pngtree ภาพจาก : Pngtree ข้อมูลจาก : https://www.set.or.th/th/education-research/education/happymoney/knowledge/article/14-how-to-doledger-account-to-get-the-most-bang-for-your-buck [45]
วิธีใช้ Emoji Kitchen สร้างอิโมจิใหม่สไตล์คุณเอง วิธีใช้ Emoji Kitchen การผสมอิโมจิ 2 แบบมารวมกันเป็นอิโมจิใหม่ได้ สื่ออารมณ์ ได้มากขึ้น ซึ่งฟีเจอร์ Emoji Kitchen นี้อยู่ในแอปคีย์บอร์ดอย่าง Gboard ซึ่งใช้ได้บนมือถือ Android เท่านั้นสำหรับฟีเจอร์ Emoji Kitchen บน Gboard แต่ถ้าคุณใช้ iPhone iPad หรือบนคอมอย่าง Windows , Mac หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ละก็ มีข่าวดีคือคุณสามารถสร้างอิโมจิใหม่ โดยใช้ Emoji Kitchen บนเว็บไซต์ Google Search ได้แล้ว วิธีการใช้ Emoji Kitchen สร้างอิโมจิใหม่สไตล์คุณเอง ผ่าน Google Search เปิดเว็บเบราว์เซอร์เข้าเว็บGoogle.com แล้วพิมพ์คำว่า Emoji Kitchen ในช่อง Search จะเข้าสู่หน้าผลลัพธ์มีปุ่ม เริ่มใช้งาน Emoji Kitchen นั่นเอง ให้ทำการคลิกที่ เริ่มใช้งาน ก็โชว์ตัวอย่างอิโมจิ 2 อิโมจิ ผสมกันได้ อิโมจิใหม่เป็นต้น คุณสามารถเลือกอิโมจิ 2 อย่างนี้ เพื่อมารวมกันเป็นอิโมจิใหม่ได้ ไม่ว่าจะเลือกเอง หรือคลิกสุ่ม ก็จะสร้างเป็นอิโมจิแปลกใหม่ให้ เมื่อได้อิโมจิลายใหม่แบบเฉพาะตัวแล้ว สามารถคลิกที่ไอคอน copy เพื่อคัดลอก อิโมจิใหม่ที่สร้างไว้เมื่อสักครู่ มาวางบนโปรแกรมพิมพ์งาน , แชท หรือโซเชียลต่าง ๆ ได้เลย ไม่ว่าคุณใช้อุปกรณ์ไหนก็สร้างอิโมจิใหม่ ๆ ได้บน Google.com อ้างอิง : Makeuseof cover Google ข้อมูลจาก : https://www.it24hrs.com/2023/create-emoji-kitchen-with-google-search/ [46]
‘เวลา 07.00 น.’ เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นดึงเราให้ตื่นขึ้นมาจากความฝันในเวลาเดิมทุก ๆ วันตอนเช้า เมื่อลุกขึ้นมา จากที่นอนก็เกิดความคิดหนึ่งที่เหมือนกับหลาย ๆ วันที่ผ่านมาว่า “ถึงเวลาต้องเตรียมตัวไปท างานแล้วสินะ” เมื่อคิดดังนั้นเราก็ลุกขึ้นไปอาบน ้าแต่งตัว เพื่อเตรียมพร้อมไปท างานแต่เช้า พอเวลาล่วงเลยมาถึงประมาณ 09.00 น. ก็ถึงเวลาที่เราต้องเริ่มท างานกันแล้ว ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้น ในการท างานก็จะเป็นภาพเดิม ๆ ที่เราเห็นในทุก ๆ วัน ตอนเช้านั่งท างานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ตอนสาย ๆ ก็ต้องคุยเรื่องงานกับลูกค้า พอบ่าย ๆ หน่อยก็ต้องประชุมกับทีม ท าแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ตลอดหนึ่งวัน หนึ่งเดือน และหนึ่งปี เมื่อเราท าแต่งานเดิม ๆ คุยกับเพื่อนร่วมงานและลูกค้าด้วยวิธีเดิม ๆ และแก้ปัญหาด้วยวิธีเดิม ๆ มาเรื่อย ๆ ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะเราท ามาจนรู้สึกชินและสบายใจกับกิจวัตรประจ าวัน เหล่านี้ไปเสียแล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราทุกคนอาจก าลังท าสิ่งส าคัญอย่างหนึ่งหล่นหายไประหว่างทาง สิ่งนั้นคือ “Lateral Thinking” หรือ “การคิดนอกกรอบ” “การคิดนอกกรอบ” พลังแห่งความคิดทีส าคัญต่อชีวิตและการท างาน่ การคิดนอกกรอบ เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่พยายามหาแนวทางอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ทางตรงเพียงอย่างเดียว โดยการปรับกรอบความคิดเช่นนี้จะช่วยให้เราหาวิธีการท างานและการแก้ปัญหาได้กว้างขึ้น แต่เมื่อเราท า แต่อะไรเดิม ๆ ซ ้าๆ มันจะลดความสามารถตรงนี้ของเราลง เรียนรู้การฝึกคิดนอกกรอบ เมื่อชุดความคิดเดิม ๆ ที่มี ใช้แก้ปัญหาไม่ได้อีกต่อไป [47]
ขอเล่าย้อนกลับไปก่อนว่า Lateral Thinking ถูกพัฒนามาจากนักจิตวิทยาที่ชื่อว่า Edward de Bono ผ่านหนังสือ The Use of Lateral Thinking ในปี 1967 โดยเขาได้บอกไว้ว่า การคิดนอกกรอบ คือวิธีในการก้าวข้ามอคติทางความคิดของเรา รวมถึงยังช่วยให้เรามีความคิดสร้างสรรค์ขึ้นด้วย หากอธิบายให้เห็นความส าคัญของการคิดนอกกรอบมากขึ้น ก็คงจะต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าโลกของเรามีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไป อย่างรวดเร็วอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะถ้าเราลองมองโลกในปัจจุบันที่มี เทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT, Blockchain หรือระบบ Automation ต่างๆ ก็คงจะเห็นกันแล้วว่าเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้น ก็ย่อมมีอะไรบางอย่างที่ล้าสมัยลงอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น ถ้าเราพัฒนาตัวเองให้มีวิธีคิดใหม่ ๆ หรือ คิดนอกกรอบเป็น มันก็จะช่วยให้เราแก้ปัญหาใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นได้ดียิ่งขึ้น เพราะถ้าเราน าแต่ชุดความคิดเดิม ๆ มาแก้ปัญหา ผลลัพธ์ก็จะไม่ได้มีอะไรต่างจากเดิมมาก หรือบางทีมันอาจจะแย่กว่าเดิมด้วยซ ้า เพราะชุดความคิด ที่เราเคยใช้แล้วได้ผลเมื่อก่อน อาจน ามาใช้ไม่ได้แล้วในปัจจุบัน ซึ่งก็มีหลายคนเหมือนกันที่มองข้ามความส าคัญของการคิดนอกกรอบไป โดยจากการส ารวจความคิดเห็น 200 องค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรมของ McKinsey พบว่า ผู้บริหาร 90% เชื่อว่าวิธีการท าธุรกิจของตัวเอง จะเปลี่ยนไป แต่ในขณะเดียวกัน กลับมีผู้บริหารเพียงแค่ 21% เท่านั้น ที่เตรียมพร้อมเปิดรับโอกาสการ เติบโตใหม่ๆ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างน้อยเลยทีเดียว 5 วิธีพัฒนาตัวเองให้ “คิดนอกกรอบ” เป็น เมื่อการคิดและแก้ปัญหาแบบเดิม ๆ ไม่สามารถช่วยแก้บางปัญหาใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นได้ เราก็ต้อง พยายามฝึกและพัฒนาตัวเองให้คิดนอกกรอบเป็น เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ ด้วยวิธีต่อไปนี้ 1. ทำความเข้าใจรูปแบบความคิดของตัวเอง จริง ๆ แล้วมนุษย์เรามีอคติทางความคิดรูปแบบหนึ่งที่ท าให้เราติดอยู่กับกรอบความคิดเดิม ๆ สิ่งนั้นก็คือ Anchoring Bias หรือการยึดติดกับความเชื่อเดิม ๆ ของตัวเอง โดยเราจะชอบน าข้อมูลเดิม ๆ ภาพจาก : https://www.strategyzer.com/library/12-mistakes-to-avoid-when-turning-an-idea-into-a-business ภาพจาก : https://www.freepik.com/ [48]