The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by preamai1999, 2022-02-16 05:26:02

แบบฝึกทักษะการปฏิบัติขิมเบื้องต้น เล่ม 1

นวัตกรรม 1

แบบฝกึ ทักษะการ
บรรเลงขมิ เบ้ืองตน้

เล่ม 1

By Teacher MAI.

คำนำ

แบบฝึกทักษะการบรรเลงขิมเบ้ืองต้นนี้ จัดทา
ขึ้นเพื่ออานวยความสะดวกแก่นักเรียนและครูผู้สอน
ท่ีมักประสบปัญหาเรื่องการเรียนในชั่วโมงไม่เพียงพอ
อีกทั้งยังประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ
ไวรัสโควิด 19 อีกด้วย จึงได้จัดทาแบบฝึกทักษะชุดน้ี
ขน้ึ

อย่างไรก็ตาม แม้เทคนิคการสอนแบบวีดี
ทัศน์น้ีจะทาให้ผู้เรียนเรียนรู้และฝึกปฏิบัติตามได้อย่าง
ถูกต้อง แต่เป็นเพียงวิธีช่วยให้เรียนรู้ได้เร็วและเข้าใจ
ง่ายขึ้นเท่านั้น หากผู้เรียนขาดความใส่ใจและขยันซ้อม
ความสัมฤทธิ์ผลในการเรียนคงเป็นไปได้ยาก ด้ังนั้น
ผู้เรียนจึงตระหนักว่า ปัจจัยท่ีสาคัญที่สุดของวิธีการ
เรียนรู้ดว้ ยตนเองท่ีแท้จรงิ แลว้ คือ ตวั ผเู้ รยี นเอง

ผู้จัดทาจึงหวังเป็นอย่างย่ิงว่า แบบฝึกทักษะ
ท้ัง 3 เล่มนี้จะเป็น้ครื่องมือท่ีช่วยให้ผู้เรียนมีความตั้งใจ
สามารถประสบความสาเร็จในการฝึกหดั ไดเ้ ป็นอยา่ งดี

ผจู้ ดั ทา

สำรบัญ

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 1
ประวัตขิ ิม 2
ประเภทของขมิ 7
สว่ นประกอบของขิมผเี สอ้ื 13
ส่วนประกอบของขิมคางหมู 17
การบารุงรกั ษาขมิ 22
แบบทดสอบทา้ ยบทเรยี น 24

1

ประวตั ขิ ิม

ขิมจัดเป็นเคร่ืองดนตรีประเภทตี ซึ่งคน
ท่ัวไปมักคิดว่ามีต้นกาเนินมาจากประเทศจีน แต่แท้ท่ี
จึงแล้วชาวเปอร์เซียนเป็นผู้ริเร่ิมประดิษฐ์คิดคน้ ขึ้นมา
ก่อน จากนั้นจึงค่อยแพร่หลายไปทางทวีปยุโรปและ
เอเชียตามอิทธิพลของอาณาจักรเปอร์เซียในสมัยน้ัน
โดยทวีปเอเชียได้รับการเผยแพร่เข้าสู่ประเทศจีนโดย
พ่อค้าชาวเปอรเ์ ซยี นซง่ึ เดนิ ทางมาตามเส้นทางสายไหม
ชาวจีนจึงเรียกขิมว่า “หยางฉิน” (YangChin) ซ่ึง
แปลว่า “เคร่ืองดนตรีของชาวต่างชาติ” นั้นเอง ส่วน
ในทวีปยุโรปจะเรียกขมิ ว่า “Hammered Dulcimer”
ซึ่งหมายถงึ พิณท่บี รรเลงดว้ ยการใช้ฆ้อนตี

2

สำหรับประเทศไทยขิมเริ่มเป็นท่ี
รู้จักตั้งแต่ในช่วงต้นสมัยรัตนโกสินทร์
โดยชำวจีนเป็นผู้นำเข้ำมำบรรเลงเล่น
กันในหมู่ชุมชนของตนและตำมโรงง้ิว
คร้ันนักดนตรีไทยเห็นจึงเกิดควำมสนใจ
และนำมำเล่นร่วมกับวงเคร่ืองสำยเดิม
ของไทย จนกลำยเป็นวงเคร่ืองสำย
ผสมประเภทใหม่ข้ึนมำอีกประเภทหน่ึง
ขิมเป็นท่ีนิยมเล่นกันมำกในสมัยรัชกำล
ที่ 6 และยังเล่นต่อเน่ืองมำจนถึง
ปัจจุบัน

3

ขิมรุ่นแรกท่ีมีกำรนำเข้ำมำจำก
ประเทศจีนนิยมเรียกว่ำ “ขิมโป๊ยเซียน”
เพรำะหน้ำฝำขิมมีกำรเขียนลวดลำยเป็น
รูปเซียนแปดองค์ ต่อมำช่ำงไทยได้ทำ
กำรสร้ำงเลียนแบบและปรับปรุงให้มี
ควำมเป็นไทยมำกข้ึน เช่น เปล่ียน
ลวดลำยจำกรูปเซียนเป็นรูปเทพนม
และปรับเปล่ียนรูปร่ำงรูปทรง วัสดุ และ
กลไกต่ำง ๆ ให้เหมำะสมขึ้น

4

ในปัจจุบันขิมไทยมีการเปล่ียนแปลงไป
อย่างมาก แต่ขิมชนิดมาตรฐานท่ียังคงเป็นท่ี
นิยมเสมอมาก็คือ ขิมผีเส้ือ (หรือขิมหยัก) ท่ี
เรียกว่าขิมผีเสื้อก็เพราะเมื่อเวลายกฝาครอบ
ออกมาวางคู่กันพร้อมกับไม้ตีขิมแล้ว จะดู
เหมือนผีเสื้อท่ีกางปีก ขิมผีเส้ือจะมีขนาด
มาตรฐานเดิม คอื 7 หยอ่ ง

ขิ ม ผี เ ส้ื อ

5

ต่อมำได้มีกำรเปล่ียนแปลงรูปทรงไป
เป็นส่ีเหล่ียมคำงหมู และได้มีกำรสร้ำง
จำนวนหย่องเพ่ิมขึ้นอีก เป็นขิม 9 หย่อง
และขิม 11 หย่อง เป็นต้น เพ่ือให้
ส ำ ม ำ ร ถ ร อ ง รั บ สี ย ง โ น้ ต ไ ด้ ม ำ ขึ้ น
โดยเฉพำะเม่ือต้องกำรนำไปบรรเลง
ร่วมกั บเคร่ืองด นต รีสำ กล พร้ อม
เ ป ลี่ ย น ไ ป ใ ช้ ส ำ ย แ ส ต น เ ล ส แ ท น ส ำ ย
ทองเหลือง ทำให้เสยี งกังวำนใสข้นึ ด้วย

6

7

เ ป็ น แ บ บ ที่ พ บ ไ ด้ ท่ั ว ไ ป รู ป ร่ า ง ค ล้ า ย
พระจันทร์คร่ึงซีกมีหยักโดยรอบ มักมีล้ินชักใส่ค้อน
ปรับเสียง และมีช่องให้เสียงออกสองช่องท่ีหน้าขิม มี
ตุ๊กตาขิมแปะไว้ เม่ือนาฝาขิมมาประกอบเรียงกับไม้
ขิม และล้ินชักท่ีว่าน่ัน จะได้รูปร่างคล้ายผีเสื้อ ถ้าเป็น
แบบเก่ามีการเขียนลายแบบจีนท่ีฝาขิมเป็นรูปแปดเทพ
ของจนี จะเรยี กขมิ โปย๊ เซยี น

8

เป็นขิมท่ีการลดทอนรายละเอียดท่ีเป็น
หยักโดยรอบของขิมผีเสื้อให้กลายเป็นไม้
เรียบ ๆ สัณฐานโดยรวมเป็นรูปส่ีเหลี่ยม
คางหมูจึงเรียกขิมคางหมู เจาะช่องให้เสียง
ออกดา้ นขา้ งเปน็ แนวยาว

9

เป็นขิมท่ีใช้แถบโลหะขนาดต่างกัน
แปะวางบนหน้าขิมแทนตาแหน่งเสียง
บนขิมใช้ไม้เป็นพลาสติกหัวกลมแข็ง
เหมาะสาหรับฝึกเล่นในเบื้องต้นให้รู้จัก
เสยี ง ตีใหต้ ายยังไงกไ็ ม่มปี ญั หาสายขาด

10

ขิมกระเป๋า เรียกขิมที่ยึดตัวขิมไว้
กับกระเป๋าอย่างแน่นหนาถือห้ิวไปมา
ได้ มีรูปทรงคล้านขิมคางหมูปัจจุบัน
ไมม่ ีผลิตเพอ่ื จาหน่ายแล้ว

11

ตั ว ขิ ม มี ลั ก ษ ณ ะ เ ป็ น ส่ี เ ห ลี่ ย ม ผื น ผ้ า
เหมือนขิมแผ่น แต่หน้าขิมใช้ไม้แผ่นบางตีปิด
เป็นกล่องเสียงเช่นเดียวกับขิมสาย บริเวณ
หย่องขิมวางพาดช้ินไม้ 3แถว เจาะรูขนาด
พอดีกับท่ออลูมิเนียมจานวน 7ท่อ ต่อหน่ึง
แถว และวางแผ่นฟองย้าบางๆรองรับท่อ
อลูมิเนียม เพ่ือให้เกิดเสียงท่ีดังกังวาน ใช้ไม้
ขมิ ธรรมดาตีได้

12

1 4
87

3

6
2

5

13

1. ฝาขิม ทามาจากไม้แผ่นขึ้นขอบ
โดยรอบ ใช้ปิดครอบตัวขิมเหมือนฝา
กลอ่ งเวลาเก็บ และนามาหนุนรองใต้ตัวขิม
เวลาเล่น

2. ตัวขิม มีลักษณะเป็นกล่องไม้
ภายในกลวง ทาหน้าที่คล้ายตู้ลาโพงขยาย
เสียง

3. หมุดยึดสายขิม อยู่ด้านซ้ายของตัว
ขิม มีจานวน 42 หมุด ลักษณะเป็นแท่ง
โลหะตอกลงบนตัวขิม ใช้สาหรับผูกปลาย
สายขมิ ขา้ งหนึ่ง

4. หมุดต้ังสาย มีลักษณะคล้ายหมุด
ต้ังสายขิม แต่อยู่ทางด้านขวา เป็นแท่ง
โลหะเกลียวขันลงไปบนตัวขิม สามารถ
หมุนข้ึนลงได้ เพื่อใช้ปรับความตึงของสาย
ขิม มีจานวน 42 หมดุ

14

5. หย่องหนุนสายขิม เป็นแท่งไม้รูป
สามเหลี่ยม หนุนสายขิมใช้เป็นระนาบ
เดียวกันท้ังสองข้าง ขิมบางตัวจะมีแท่ง
โลหะเสรมิ อยู่ด้านบนอีกชั้นหนงึ่

6. หย่องขิม ลักษณะเป็นแผนไม้ฉลุ
เซาะเปน็ รอ่ งสลับกับแทง่ หยอ่ งแผน่ หน่ึงจะ
มี 7 หย่อง หย่องขิมจะวางติดอยู่บนหน้า
ขิมด้วยแรงกดของสายขิมเท่าน้ัน ไม่มีการ
ติดยึดกับตัวขิมแต่อย่างใด ท้ังน้ีสามารถ
เลื่อนปรับระดับความตึงสายทั้งสองข้าง
ของหย่องได้

15

16

5 1
3
4
2 8
6 7

17

กล่องใส่ขิม หุ้มด้วยหนังสีดา
ภายในบุทับด้วยกามะหย่ี มีช่องเก็บ
อปุ กรณ์ และไมต้ ีขมิ อยู่ภายในกล่อง

2. ตัวขิม มีลักษณะเป็นรูปทรง
สี่เหลยี่ มคางหมู ทาจากไม้เนอื้ แขง็

3. หมุดยึดสายขิม อยู่ด้านซ้ายของ
ตัวขิม ลักษณะเป็นแท่งโลหะตอกลงบน
ตวั ขิม ใช้สาหรับผูกปลายสายขมิ ขา้ งหนึ่ง

4. หมดุ ตง้ั สาย มีลักษณะคล้ายหมุด
ตั้งสายขิม แต่อยู่ทางด้านขวา เป็นแท่ง
โลหะเกลียวขันลงไปบนตัวขิม สามารถ
หมุนข้ึนลงได้ เพื่อใช้ปรับความตึงของ
สายขมิ

18

5. หย่องหนุนสายขิม เป็นแท่งไม้รูป
สามเหลี่ยม หนุนสายขิมใช้เป็นระนาบ
เดียวกันทั้งสองข้าง ขิมบางตัวจะมีแท่ง
โลหะเสรมิ อยู่ดา้ นบนอีกช้นั หนึง่

6. หย่องขิม ลักษณะเป็นแผนไม้ฉลุ
เซาะเป็นร่องสลับกับแท่งหย่องแผ่นหนึ่ง
จะมี 7 หย่อง หย่องขิมจะวางติดอยู่บน
หน้าขมิ ด้วยแรงกดของสายขมิ เท่าน้นั ไม่
มีการติดยึดกับตัวขิมแต่อย่างใด ทั้งนี้
สามารถเลื่อนปรับระดับความตึงสายท้ัง
สองข้างของหย่องได้

19

5. หย่องหนุนสายขิม เป็นแท่งไม้รูป
สามเหลี่ยม หนุนสายขิมใช้เป็นระนาบ
เดียวกันทั้งสองข้าง ขิมบางตัวจะมีแท่ง
โลหะเสรมิ อยู่ดา้ นบนอีกช้นั หนึง่

6. หย่องขิม ลักษณะเป็นแผนไม้ฉลุ
เซาะเป็นร่องสลับกับแท่งหย่องแผ่นหนึ่ง
จะมี 7 หย่อง หย่องขิมจะวางติดอยู่บน
หน้าขมิ ด้วยแรงกดของสายขมิ เท่าน้นั ไม่
มีการติดยึดกับตัวขิมแต่อย่างใด ทั้งนี้
สามารถเลื่อนปรับระดับความตึงสายท้ัง
สองข้างของหย่องได้

20

7. ขาตั้งขิม ทาจากไม้เนื้อแข็ง แบ่ง
ออกเป็น 3 สว่ นประกอบกนั

8. ไม้ตีขิม ทาด้วยไม่ไผ่เหลาให้เรียว
แบนจากโคนด้ามจนถงึ ปลายสว่ นตรงปลาย
ที่ใช้ตีจะทาเป็นสันไม้นูน นิยมมหุ้มด้วย
หนังเพื่อให้เสียงนุ่มข้ึนเสียงขิมจะดังหรือ
เบา จะแหลมหรือทุ้ม ขึ้นอยู่กับไม้ตีขิมตรง
ส่วนนี้เป็นสาคัญ

1
5

3

4
8
2

67

21

1. เมอื่ บรรเลงเสรจ็ ควรปิดฝาขิม
ให้สนิท

2. การเกบ็ ไม้ขิมควรมีกลอ่ งใส่ที่
มดิ ชดิ หรือถ้าเปน็ ถุงตอ้ งระมัดระวัง
จากการกระทบกระเทือนเพราะไมต้ มี ี
ความอ่อนแอมาก

3. การทาความสะอาดขมิ เมอื่ ขมิ มี
ฝุ่นเกาะ ควรใชผ้ ้าแหง้ นมุ่ ๆค่อยๆเช็ด
หรอื ใชท้ ีป่ ัดฝนุ่ แปรงขนาดเล็กปัด

22

4. ไม่ควรไว้ขิมในกล่องตลอด เพราะจะ
ทาให้เสียงอับ และ อาจจะเกิดความเสียหาย
ต่อตัวขิม เช่น เกิดอาการแตก (เกิดจากความ
ร้อนในกล่องสูง)

5. ไม่ควรไว้ขิมใกล้ท่ีที่มีความชื้น เช่น
ห้องน้า หรอื หอ้ งท่มี ีความชื้นสงู

6. ไม่ควรไว้ขิมในห้องที่เปล่ียนอุณหภูมิ
บ่อย เช่น ไว้ในห้องแอร์ตอนเช้า และตอนบ่าย
ปิดแอร์ทาให้ห้องมีความร้อนสูง ในกรณีนี้
อาจจะทาให้ตัวขิมแตก เพราะไม้มีการหดตัว

23

24

28


Click to View FlipBook Version