The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภาคใต้ 14 จังหวัด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by w.suchada07, 2021-11-14 10:52:54

ภาคใต้ 14 จังหวัด

ภาคใต้ 14 จังหวัด

Keywords: ภาคใต้

ร า ย วิ ช า 1 2 3 1 3 0 2 ภ า ษ า แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม สำ ห รั บ ค รู
(LANGUAGE AND CULTURE OF TEACHERS)

ภาคใต้

THE SOUTH

ม ห า วิ ท ย า ลั ย ร า ช ภั ฏ บ้ า น ส ม เ ด็ จ เ จ้ า พ ร ะ ย า
BANSOMDEJCHAOPRAYA RAJABHAT UNIVERSITY

สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความหลากหลายทางด้าน
ขนบธรรมเนยี มประเพณีและศลิ ปวัฒนธรรมเพราะได้มีการแบ่งภูมิภาค
การปกครองออกเป็น 4 ภูมิภาคหลักๆ คือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก
ภาคกลาง และภาคใต้ แต่ละภูมิภาคจะมีขนบธรรมเนียมประเพณีและ
วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่แตกต่างกันออกไป เช่น
วัฒนธรรมการแต่งกาย ภาษาถิ่น ประเพณี วิถีการด าเนินชีวิต
ศิลปะการแสดง และวัฒนธรรมด้านศาสนาและความเชื่อ เป็นต้น
ซึ่งแตกต่างออกไปตามลักษณะของพื้นที่ แม้กระทั่งในภูมิภาคเดียวกัน
ก็ยังคงมีความหลากหลายทางด้านขนบธรรมเนียมประเพณีและ
ศิลปวัฒนธรรมเช่นกัน นอกจากความแตกต่างด้านพื้นท่ี ที่ส่งผลให้
เกิดความหลากหลายของขนบธรรมเนียมประเพณี และศิลปวัฒนธรรม
อีกสาเหตุ คือ เนื่องมาจากความแตกต่างด้านศาสนาและความเชื่อ แม้จะ
มีความแตกต่างด้านศาสนาและความเชื่อซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและ
เป็นสิทธมิ นุษยชนส่วนบคุ คลแตก่ ็ยงั คงทาให้เราอยู่รว่ มกันได้ใน

ทั้งนี้ ภาคใต้นั้น มีจังหวัดทั้งหมด 14 จังหวัด ซึ่งในแต่ละจังหวัด
จะมีความแตกต่างทางขนบธรรมเนยี ม วฒั นธรรมการแตง่ กาย ภาษาถิ่น
ประเพณี วถิ กี ารดาเนินชีวิต ศิลปะการแสดง และวัฒนธรรมด้านศาสนา
และความเชือ่

https://www.google.co.th/search?q=%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5

แผนทภ่ี าคใต้%E0%B9%88%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89&sxsrf=AOa

emvKUHd43R01SiHrGoIjUbZ6kTlbaFA:1636855976578&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=2ahUKEwj
SyaDY45b0AhXe_XMBHfp1DD0Q_AUoAXoECAEQAw&biw=1920&bih=866&dpr=1#imgrc=iX6INzSegp2

2SM 14 จงั หวดั

ท่ีมา : https://bit.ly/3HmOVmm

ที่มา : https://bit.ly/3cco8ee

จังหวัดกระบี่

จังหวัดกระบี่

คำขวญั ประจำจงั หวดั

"กระบี่ เมอื งนำ่ อยู่ ผคู้ นนำ่ รกั "

วฒั นธรรมทเี่ ปน็ วตั ถุ (รปู ธรรม)

ปี่กำหลอ หรือ ปี่ห้อ เป็นเครื่องเป่ำชนิดหนึ่งของภำคใต้ของไทย

เลำปี่ทำดว้ ยไม้ยำวประมำณ 13 นิ้ว มีรูบังคับเสียง 7 รู และดำ้ นล่ำง
มีรูนิ้วหัวแม่มือ 1 รู ลิ้นปี่ทำด้วยใบตำล มีบังลมทำด้วยไม้หรือ
เปลือกหอยมุก ด้ำนล่ำงเป็นลำโพงปี่ทำด้วยไม้ปำกบำน เพื่อขยำย
เสียง (เช่นเดียวกับปี่ชวำ) นิยมใช้ลูกปัดสีต่ำง ๆ ร้อยห้อยที่เลำป่ี
เพื่อตกแต่งด้วย ปี่กำหลอใช้เป่ำบรรเลงในงำนศพ หรืองำนบวชทีผ่ ู้
บวชจะไม่สึก ปจั จบุ ันหำดูได้ยำกแลว้

หอยชักตีน ถือเป็นอำหำรที่ขึ้นชื่อของจังหวัดกระบี่ โดยกำร

นำหอยไปลวกในน้ำเดือด เพื่อให้ส่วนที่คล้ำยเท้ำของหอยโผล่
ออกมำ จิ้มกับน้ำจิ้มรสแซบ ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของนักชิมเป็น
อย่ำงยิง่ หำรับประทำนไดต้ ำมรำ้ นอำหำรในจังหวัด

เสื่อเตยปำหนัน เสื่อปำหนัน ผลิตขึ้นจำกเตยปำหนัน หรือต้น

ลำเจียก ทขี่ ึ้นตำมริมหำดชำยทะเล ปำ่ โกงกำง ลักษณะลำต้นเป็น
กอ และแตกกงิ่ ใบยำวเปน็ พุ่ม สงู ประมำณ 5 เมตรเสอ่ื ปำหนันของ
จ.กระบมี่ เี อกลกั ษณ์เฉพำะถ่ินท้งั วธิ ีกำรสำนและกำรใช้วัสดุท่ีมีใน
ท้องถิ่น มีควำมประสำนกลมกลืนกับประเพณีในพื้นที่ กล่ำวคือ
ผู้ทน่ี บั ถอื ศำสนำอิสลำมนิยมนำไปรองนงั่ ท่ีสุเหร่ำ และในอดีตใช้
เปน็ เสื่อปนู อนของคู่บ่ำวสำวทจ่ี ะแตง่ งำนกัน โดยท้ังค่ตู ้องชว่ ยกัน
สำนไวห้ ลำยๆ ผนื เพอื่ ใช้รองแทนท่ีนอน

จงั หวดั กระบี่

วฒั นธรรมทไ่ี มใ่ ชว่ ตั ถุ (นำมธรรม)

เทศกำลกระบเ่ี บิกฟำ้ อนั ดำมนั จดั ขึน้ ในชว่ งประมำณเดือน

พฤศจิกำยนของทุกปี ที่บริเวณใกล้กับท่ำเรือเจ้ำฟ้ำ ในเขต
อ.เมือง นับเป็นกำรเริ่มเปิดฤดูกำลกำรท่องเที่ยวของ จ.กระบ่ี
ภำยในงำนมีกำรแสดงต่ำงๆ เช่น กำรแสดง กิเกป่ำ รำรองเง็ง
กำรประกวดเทพี โดยเฉพำะกิจกรรมอย่ำงหลังนี้ ช่วยสร้ำง
สีสันและควำมสนุกสนำนให้แก่นักท่องเที่ยวได้เป็นอย่ำงมำก
นอกจำกนี้ยังมีกำรแข่งขันกีฬำทำงน้ำหลำยชนิด และมีกำรจัด
แสดงนิทรรศกำรเกี่ยวกับสถำนที่ท่องเที่ยวที่น่ำสนใจใจ
จ.กระบี่ ให้นกั ทอ่ งเทยี่ วได้ชมอีกดว้ ย

งำนวนั เหลอื งกระบบ่ี ำน ลเิ กปำ่ หรอื ลเิ กแขกแดง

จัดขึ้นเพอ่ื เทดิ พระเกียรตสิ มเด็จพระบรมรำชนิ ีนำถ ใน เ ป ็ น ก ำ ร ล ะ เ ล ่ น พ ื ้ น บ ้ ำ น ป ร ะ เ ภ ท ห น ึ ่ ง ข อ ง ภ ำ ค ใ ต ้ ที่
ฐำนะเป็นผู้ ริเริ่มในกำรอนุรักษ์กล้วยไม้นำรีเหลือง แพร่หลำยในพื้นที่ของจังหวัดชำยฝั่งทะเลตะวันตก
กระบ่ี มีจดุ มงุ่ หมำย เพื่อกระต้นุ จติ สำนึกในกำรอนุรักษ์ เช่น ตรัง พังงำ กระบี่ เป็นต้น กำรแสดงประเภทน้ตี รง
ทรัพยำกรธรรมชำติ และเพื่อส่งเสริมกำรท่องเที่ยว กับสมัยพระยำอิศรำธิชัย เป็นเจ้ำเมืองกระบี่ได้
ภำยในงำนฯจัดให้มีนิทรรศกำร กำรประกวดกล้วยไม้ สง่ เสริมใหม้ กี ำรละเล่นลิเกป่ำกนั อย่ำงกว้ำงขวำงในงำน
รองเท้ำนำรีเหลืองกระบ่ีและกล้วยไมต้ ระกูลต่ำงๆ กำร เทศกำลและงำนอื่นๆ โดยทั่วไป จำกนั้นจึงแพร่หลำย
ประกวดกำรจดั สวนหย่อมกล้วยไม้ กำรประกวดเสือ้ บำ ไปสู่จังหวัดใกล้เคียง แหล่งที่มีคณะลิเกป่ำในจังหวดั
ติกลำยกล้วยไม้รองเท้ำนำรีเหลืองกระบี่ กำรออกร้ำน กระบี่ในปัจจุบันอยู่ในอำเภอเหนือคลอง และอำเภอเขำ
จ ำหน่ำยกล้วยไม้พันธุ์ต่ำงๆ กำรจ ำหน่ำยสินค้ำ พนม กำรแสดงลิเกป่ำคณะหนึ่งมีผู้แสดงและนัก
ผลิตภณั ฑ์ชมุ ชนและทอ้ งถ่นิ ดนตรปี ระมำณ ๑๐-๒๐ คน นกั ดนตรที ำหน้ำท่ีเป็นลูก
คู่ดว้ ย ลูกคู่บำงคนอำจเป็นตวั แสดงด้วยในกรณีท่ีต้อง

ใช้ตัวแสดงมำก ตัวแสดงทส่ี ำคญั มแี ขกแดง ยำยี เสนำ

ท่มี ำ : https://bit.ly/3qx7D4Z และอำจมีตัวประกอบอ่ืนๆ เช่น นำยด่ำน เจ้ำเมือง ญำติ
: https://sites.google.com/site/looknampattalung/home
พีน่ ้อง ฝำ่ ยยำยี เปน็ ตน้

: https://bit.ly/3ostiZp

จังหวัดชุมพร

จงั หวัดชมุ พร

คำขวญั ประจำจงั หวดั

"ประตภู ำคใต้ ไหว้เสดจ็ ในกรมฯ ชมไรก่ ำแฟ
แลหำดทรำยรี ดกี ลว้ ยเลบ็ มอื ขน้ึ ชอื่ รงั นก"

วฒั นธรรมทเี่ ปน็ วตั ถุ (รปู ธรรม)

แกงสม้ ทเุ รยี นกงุ้ สด ข้ำวหลำมบำงลกึ เมย่ี งคำสมนุ ไพร

อำหำรคำวของคนในจังหวัด ข้ำวใส่กระบอกไม่ไผ่ เผำไฟ ใชก้ ินเลน่ เปน็ อำหำรวำ่ ง ปกติ
ชุมพร เนื่องจำกมีกำรปลูก ใหส้ กุ ซ่งึ ในอดีตคนไทยจะใช้ ใช้ใบทองหลำง ในที่นี้ใช้ใบ
ทุเรียนทุกอำเภอ ประชำชน กระบอกไม่ไผ่ในกำรหุงข้ำว รำงจืดเป็นใบไมห้ ่อเครอ่ื งปรงุ
ช ำ ว ต ำ บล ทะเล ทรั พย์ถือว่ำ ปัจจุบันมีกำรผลิตข้ำวหลำม ห่อเป็นค ำรับประทำน เพ่ือ
แกงส้มทุเรียนกุ้งสด เป็น ข ำ ย ก ั น อ ย ่ ำ ง ม ำ ก ม ำ ย จ น มี สขุ ภำพ รับประทำนสดๆ โดย
อำหำรคำวที่ข้ึนช่ือของตำบล ชื่อเสียงแพร่หลำย และนิยม กำรนำใบรำงจืด (ใบเพลำด)
ใครมำตำบลทะเลทรัพย์ต้อง ท ำกันมำกในชุมชนหลำย มำพับเป็นกรวย ตักส่วน
ได้กินแกงส้มทุเรียนกุ้งสด ชุมชนและมีชื่อเรียกเฉพำะ ประกอบทั้งหมดลงในกรวย
หรือหมูสำมชั้น เป็นเมนู ตำมชุมชนนั้นๆ จนชำวบ้ำน พอดีค ำ แล้วรำดน ้ำเมี่ยง
สำหรับรับแขกผมู้ ำเยอื น ยดึ เปน็ อำชพี สืบตอ่ กันมำ รบั ประทำนเปน็ คำ ๆ

จงั หวดั ชมุ พร

วฒั นธรรมทไ่ี มใ่ ชว่ ตั ถุ (นำมธรรม)

ประเพณขี นึ้ ถำ้ รบั รอ่

นับแต่โบรำณกำลชำวอำเภอทำ่ แซะและอำเภอใกล้เคียงเชื่อกนั ว่ำ
วันแรม 14 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งเป็นวันจบปีจบเดือน หรือที่เรียกว่ำ “วันตรุษ
จบปีจบเดือน” หำกได้ทำบุญปิดทองพระหลักเมืองถือว่ำได้กุศลอย่ำง
ใหญห่ ลวงและได้แก้บนปีด้วยกำรปดิ ทองจุดลกู ประทัด เพ่ือขอบคุณพระ
หลักเมืองที่ได้คุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุขกำรทำบุญขึ้นถ้ำรับร่อ ในคืน
แรม 13 ค่ำ เดือน 5 บริเวณวัดถ้ำรับร่อมีมหรสพแสดงหลำยอย่ำงตอน
เช้ำของวันแรม 14 คำ่ เปน็ ประเพณขี น้ึ ถ้ำรับรอ่ เพอื่ นมสั กำรและปิดทอง
พระหลักเมือง ในวันเดียวกันเวลำกลำงวัน บริเวณหน้ำถ้ำจะมีกำรละเล่น
ต่ำง ๆ เช่น มโนรำห์ มวย ลิเก รำวง ฯลฯ เมื่อหมดงำนประเพณีแล้ว
ชำวบ้ำนก็เริ่มท่ีหวำ่ นกลำ้ ลงมือทำไร่ทำนำของปตี ่อไป นับเป็นจุดเริม่ ต้น
สำหรับชีวติ ใหมใ่ นปีถดั ไป ปัจจุบันนีเ้ ปน็ จดุ เริม่ ต้นสำหรับชีวติ ใหมใ่ นปี
ถัดไปปจั จบุ นั นีถ้ ึงแม้วำ่ เมอื งชุมพรจะเปลี่ยนแปลงแต่ประเพณีน้ียังดำรง
อยูม่ ไิ ดเ้ สื่อมคลำย

งำนประเพณแี หพ่ ระแขง่ เรอื (กำรขนึ้ โขนชงิ ธง)

งำนประเพณีแหพ่ ระแข่งเรอื อำเภอหลงั สวน เปน็ มรดกทำง
วฒั นธรรมท่ีสืบทอดกนั มำชำ้ นำน กอ่ ใหเ้ กิดสำมัคคีในกลุ่มชนและ
เปน็ เอกลกั ษณเ์ ฉพำะทอ้ งถน่ิ จัดขึ้นในวนั แรม 1 ค่ำ เดอื น 11 ของ
ทกุ ปี วนั ดังกล่ำวถอื เปน็ วันพระเสด็จ ชำวบ้ำนจะพำยเรือลำกพระจำก
วัดตำ่ งๆ ไปทีว่ ัดด่ำนประชำกร ในงำนน้มี กี ำรตกั บำตรทำบญุ
ทอดกฐินเมือ่ เสรจ็ งำนแล้วกม็ ีกำรแขง่ เรือกนั เมื่อถึงวนั เวลำแขง่ เรือ
จะมีฝีพำยมำกมำยแต่งกำยด้วย เสื้อผ้ำแพรพรรณ หลำกสีสัน
สวยงำมรอ้ งเพลงเรอื เป็นท่ีสนกุ สนำน ส่วนกำรแขง่ ขันเรือ จะจบั คแู่ ข่งกันผชู้ นะกไ็ ด้ผ้ำสีไปคล้องหัวเรอื เป็นรำงวัล
ลำไหนได้ผ้ำสีมำก ก็เป็นลำที่ชนะมำหลำยครั้ง เมื่อเลิกพำยแล้วก็จะนำผ้ำ แถบเหล่ำนั้น ไปเย็บติดเป็นผ้ำม่ำน
ถวำยวัดต่อไป ประเพณีงำนแห่พระแข่งเรือ หรือที่ชำวบ้ำนเรียกว่ำ กำรขึ้นโขนชิงธง จะจัดขึ้นที่บริเวณแม่น้ำ
หลังสวนทุกปี ซึ่งกำรเดินทำงใช้เส้นทำงหลวงหมำยเลข 41 จำกตัวเมืองชุมพรไปถึงอำเภอ หลังสวนรวม
ระยะทำงประมำณ 65 กม.

ที่มำ : https://bit.ly/3qx7D4Z
: https://sites.google.com/site/looknampattalung/home
: https://bit.ly/3ostiZp
: https://sites.google.com/site/supawadeetkp/haelng-thxng-theiyw/ngan-prapheni

จังหวัดตรัง

จังหวดั ตรงั

คำขวญั ประจำจงั หวดั

"เมอื งพระยำรษั ฎำ ชำวประชำใจกวำ้ ง หมยู ำ่ งรสเลศิ
ถน่ิ กำเนดิ ยำงพำรำ เดน่ สงำ่ ดอกศรตี รงั ปะกำรงั ใตท้ ะเล

เสนห่ ห์ ำดทรำยงำม นำ้ ตกสวยตระกำรตำ"

วฒั นธรรมทเ่ี ปน็ วตั ถุ (รปู ธรรม)

ผ้ำทอนำหมื่นศรี มีกำรทอหลำยรูปแบบตำมประโยชน์ใช้สอย

ได้แก่ ผ้ำเช็ดหน้ำ ผ้ำสำหรับนุ่งห่ม เช่น ผ้ำผืนยำวสำหรับโจง
กระเบน ผ้ำถุง ผ้ำโสร่ง ผ้ำขำวม้ำ ผ้ำเบี่ยงหรือผ้ำสไบ และผ้ำทอ
ดว้ ยจดุ ประสงคพ์ ิเศษ เช่น ผ้ำพำนชำ้ ง ผ้ำอำสนะ และผำ้ ตง้ั

ขนมเคก้ จงั หวดั ตรงั ถอื เปน็ อำหำรพนื้ เมืองที่มีรสชำตหิ อมหวำน

นุ่ม เนื้อละเอยี ด และมีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณเ์ ฉพำะ คือ รูปทรง
วงแหวนมีรูตรงกลำง สูตรกำรทำขนมเค้กที่ตกทอดสบื มำหลำยชั่ว
อำยุคน ลูกหลำนชำวตรังและนักท่องเที่ยวนิยมนำไปเป็นของฝำก
แก่เพื่อนฝูง ญำติมิตร ผู้หลักผู้ใหญ่ จนกลำยเป็นของฝำกประจำ
จงั หวัดตรัง

หัตถกรรมจักสำน นับเป็นภูมิปัญญำท้องถิ่นของประเทศไทย

จำกเครื่องจักสำนสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนนี้วัสดุสำนทอ
ได้รบั กำรดัดแปลงอยำ่ งโก้เก๋ร่วมสมัย พืชหลำยชนิดสร้ำงรำยได้
ให้หลำยชมุ ชนอย่ำงยงั่ ยืน ไมว่ ่ำจะเป็น กก กระจดู ปอกระเจำ และ
เตยปำหนัน พืชตระกูลปำล์มกอใหญ่ที่ขึ้นเองตำมธรรมชำติพบ
มำกในภำคใต้ ไมว่ ่ำจะริมหำด ชำยทะเลหรอื ป่ำโกงกำง

จงั หวดั ตรัง

วฒั นธรรมทไี่ มใ่ ชว่ ตั ถุ (นำมธรรม)

ววิ ำหใ์ ตส้ มุทร งำนเทศกำลขนมเคก้

จัดขึ้นเดือนกุมภำพันธ์ ทุกปี มีหนุ่มสำวทั้งชำว ชำวตรังมีชื่อเสียงในกำรท ำขนมเค้กมำช้ำนำน
ไทยและชำวต่ำงประเทศทั่วโลก มำเข้ำร่วมพิธี เทศกำลขนมเค้กจังหวัดตรัง จะจัดขึ้นในเดือน
วิวำห์ ใต้ทะเลตรัง ซึ่งจัดงำนยิ่งใหญ่ทุกปีประจำ สิงหำคมขอ ง ทุก ป ี โดย มี ว ัต ถ ุประ สง ค ์ เ พ่ื อ
จังหวดั ตรัง ประชำสัมพันธ์ขนมเค้ก ซึ่งเป็นสินค้ำที่มีชื่อเสียง
ของจังหวัดตรัง ให้เป็นที่รู้จักกันอย่ำงแพร่หลำย
ประเพณไี หวพ้ ระจนั ทร์ ตลอดจนช่วยสง่ เสริมด้ำนกำรท่องเท่ียวของจังหวดั
ตรัง อยำ่ งไรกต็ ำม จำกกำรจดั งำนตดิ ต่อมำเป็นเวลำ
กำรไหว้พระจันทร์ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ยำวนำนถึง 21 ปี ทำให้ประชำชนทั่วประเทศ และ
ตำมปฏิทินจันทรคติจีน โดยเกิดขึ้นสมัยมอง นกั ท่องเทย่ี วร้จู กั จังหวดั ตรังมำกขึน้ ขณะที่ขนมเค้ก
โกลเขำ้ มำปกครองแผน่ ดนิ จีน และได้กดขีท่ ำรำ้ ย เมืองตรัง ก็ไดก้ ลำยเป็นสินค้ำ และของฝำกท่ีขึ้นช่ือ
รำ่ งกำยชำวจีน ต่อมำท่ำนหลิวปว๋ิ เวิน ได้คิดวิธีนำ ของจังหวดั จนสำมำรถสร้ำงรำยไดใ้ หอ้ ย่ำงงดงำม
แผ่นกระดำษเขียนข้อควำมแล้วสอดไว้ในขนม
เพื่อให้ชำวจีนทุกคนลงมือสังหำรทหำรมองโกล ที่มำ : https://bit.ly/3qx7D4Z
ในวันเพ็ญเดือดแปด ชำวจีนที่มำซื้อขนมได้อ่ำน : https://sites.google.com/site/looknampattalung/home
ข้อควำมและกระจำยข่ำวออกไปจนสำมำรถโค่น : https://bit.ly/3ostiZp
ล้มอำนำจกำรปกครองของมองโกลได้ในทส่ี ดุ

จังหวัดนครศรีธรรมราช

จังหวดั นครศรธี รรมราช

คาขวญั ประจาจงั หวดั

"เราชาวนครฯ อยู่เมอื งพระ มน่ั อยใู่ นสจั จะศลี ธรรม
กอปรกรรมดี มมี านะพากเพยี รไมเ่ บยี ดเบยี นทาอันตรายผใู้ ด"

วฒั นธรรมทเ่ี ปน็ วตั ถุ (รูปธรรม)

ผา้ ยกเมอื งนคร ผลติ ภณั ฑห์ างอวน พดั ใบกะพอ้

ผ ้ า พื ้ น เ มื อ ง เ อ ก ล ั ก ษ ณ ์ ท ้ อ ง ถ่ิ น เกิดมาจากชาวบ้านที่มีอาชีพการ ประดิษฐ์จากพืชตระกูลปาล์มท่ี
ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ประมง ได้ร่วมกันคิดค้นหา เรียกกันตามภาษาถิ่นว่าต้นพ้อ
ได ้ รั บ ก า รย ก ย่ อง แ ต ่ โบ ร า ณ ว่ า เครื่องมือมาใช้ในการประกอบ หรอื ต้นกะพอ้ อันเปน็ ทม่ี าของชื่อ
สวยงามแบบอย่างผ้าชั้นดีในหมู่ อาชีพที่ทามาตั้งแต่ดั้งเดิม เพื่อ พดั ใบพ้อ ชาวบา้ นโคกยางอาเภอ
คนชั้นสูง มีชื่อเสียงด้านฝีมือใน จับสัตว์น้า โดยเฉพาะจับกุ้งเคย ร่อนพิบูลย์ใช้เวลาว่างจากงาน
การทอผ้ายกเป็นเลิศมาตัง้ แต่ใน ที่นามาใช้ในการทากะปิ และ อาชีพประจาผลิตพัดใบพ้อ ด้วย
อดีต อัตลักษณ์ส าคัญของผ้า ต่อมาเมื่อมีเครื่องมือที่ใช้ในการ การนาใบพ้อมาตากแห้งและสาน
ทอยกดอกเมืองคอน คือ ดอกผา้ ประกอบอาชีพสะดวกกว่า คือ เปน็ พดั บา้ งกย็ อ้ มสีวัตถุดิบที่ใช้
จะยกนูนขึ้นเห็นลายชัดเจน และ ไนล่อน ชาวบ้านจึงนาหางอวน สานทาให้งานหัตถกรรมที่ได้มี
มคี วามละเอยี ดประณีต จนใครท่ี มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใน สีสันสดใสและสวยงาม พัดใบ
ไปจะต้องหาซื้อผ้ายกเมืองนคร รูปแบบต่างๆ กะพ้อมีจาหน่ายในบริเวณร้านคา้
เอามาไว้ในครอบครอง วดั พระมหาธาตุวรมหาวหิ าร

จงั หวดั นครศรธี รรมราช

วฒั นธรรมทไี่ มใ่ ชว่ ตั ถุ (นามธรรม)

ประเพณแี หผ่ า้ ขนึ้ ธาตุ ประเพณสี ารทเดอื นสบิ

- แ ส ด ง ใ ห ้ เ ห ็ น ล ั ก ษ ณ ะ ส ั ง ค ม ข อ ง จั ง ห วั ด พระพุทธศาสนา ซ่งึ เขา้ มาในภายหลัง โดยมีจดุ มุ่งหมาย
นครศรีธรรมราช ที่ยึดมั่นอยู่ในพระพุทธศาสนาการ สาคัญ เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศล ให้แก่ดวงวิญญาณ
ทาบุญเพื่ออุทิศเป็นพุทธบูชาเพื่อประสงค์ใหใ้ กล้ชดิ ของบรรพชนและญาติที่ล่วงลับ ซึ่งได้รับการปล่อยตัว
กบั พระพทุ ธเจ้า มาจากนรก ที่ตนต้องจองจาอยู่ เนื่องจากผลกรรมที่ตน
- แสดงใหเ้ ห็นวา่ องคพ์ ระบรมธาตุเจดยี ์ เป็นศูนย์รวม ไดเ้ คยทาไว้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยจะเรมิ่ ปล่อยตัวจาก
จิตใจ ศูนย์รวมความศรัทธา พุทธศาสนิกชนท่ัวไป นรกในทุกวันแรม 1 ค่าเดือน 10 เพื่อมายังโลกมนุษย์
ทกุ ทศิ จึงประสงคม์ าหม่ ผ้าพระธาตุพร้อมเพรยี งกนั โดยมีจดุ ประสงคใ์ นการมาขอส่วนบุญจากลูกหลานญาติ
พี่น้อง ที่ได้เตรียมการอุทิศไว้ให้เป็นการแสดงความ
ประเพณลี ากพระ กตัญญูกตเวทีต่อผู้ล่วงลับ หลังจากนั้นก็จะกลับไปยัง
นรก ในวันแรม 15 ค่า เดือน 10 ช่วงระยะเวลาในการ
- เป็นประเพณีที่ให้ความส าคัญกับสังคม ประกอบพธิ กี รรม ของประเพณสี ารทเดอื นสบิ จะมขี น้ึ ใน
เกษตรกรรม ด้วยความเชื่อว่าอานิสงฆ์แห่งการลาก วันแรม 1 ค่า ถึงแรม 15 ค่าเดือนสิบของทุกปี แต่
พระจะทาให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล การทาบุญเพ่ือให้ สาหรับวันที่ชาวใต้มักจะนิยมทาบุญกันมากคือ วันแรม
ฝนตกต้องตามฤดูกาล จึงเป็นที่ปรารถนาอย่างย่ิ ง 13-15 ค่า ประเพณีวันสารทเดือนสิบโดยในส่วนใหญ่
การลากพระแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง แลว้ จะตรงกับเดอื นกนั ยายน
ประเพณกี บั วิถีชวี ิตของคนในสงั คมเกษตรกรรม - เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษ โดย
- เป็นการปฏิบัติตามความเชื่อว่า การทาบุญจะส่งผล ราลกึ ถงึ คณุ ความดขี องบรรพบรุ ษุ ที่ลว่ งลบั แล้ว
ใหผ้ ู้ท่ที าไดร้ บั บุญกศุ ลให้ประสบความสาเร็จในชีวิต - เป็นโอกาสได้รวมญาติที่อยู่ห่างไกลและได้โอกาส
จงึ มีการปฏิบัติตามประเพณแี ละความเชือ่ ตลอดมา ทาบญุ รว่ มกัน
- เป็นการแสดงออกถึงความพร้อมเพรียง ความ - เป็นการเกบ็ เสบยี งอาหารมที ั้งพืชผักอาหารแห้ง อาหาร
สามัคคีพร้อมใจในการทาบุญทาทาน และเกิดความ สาเร็จรูปจดั นาไปถวายในรปู หมรู่ ับหรือสารับ เพื่อท่ีทาง
สนุกสนาน วัดจะได้เก็บรักษาไว้เป็นเสบียงสาหรับพระภิกษุสงฆ์ใน
ฤดฝู น

ท่ีมา : https://bit.ly/3qx7D4Z
: https://sites.google.com/site/looknampattalung/home
: https://bit.ly/3ostiZp
: http://www.nakhonsithammarat.go.th/prapanee.php

จังหวัดนราธิวาส

จงั หวดั นราธวิ าส

คาขวญั ประจาจงั หวดั

"ทกั ษณิ ราชตาหนกั ชนรกั ศาสนา นราทศั นเ์ พลนิ ตา
ปาโจตรงึ ใจ แหลง่ ใหญแ่ รท่ อง ลองกองหอมหวาน"

วฒั นธรรมทเี่ ปน็ วตั ถุ (รปู ธรรม)

กรือโต๊ะ เป็นเครื่องดนตรีประเภทคล้ายกลอง ทาจากลูกมะพร้าวแห้ง

กับไม้ใช้ตีให้เกิดเสียงดังเป็นจังหวะแต่เป็นกลองชนิดที่ไม่ได้หุ้มหน้า
กลองด้วยหนังสตั ว์ กาเนิดขึ้นจากเดก็ เลย้ี งควายคิดทาขึ้นตเี ล่นก่อน คือ
ครัง้ แรกขุดหลุมแล้วเอาไม้ไผผ่ ่าซกี ปิดปากหลุม เอาไม้ตีก็เกิดเสียงดัง
ตอ่ มาผู้ใหญม่ าพฒั นาเปลย่ี นเปน็ ไหดนิ เผาและเปลีย่ นเปน็ เครอ่ื งไมเ้ นือ้
แข็งทั้งหมด นามาขุดให้เป็นหลุมอย่างตัวกลองและมีไม้ปีกบางปิดปาก
กลอง ไมต้ พี ันหมุ้ ดว้ ยเศษยางพารา

ข้าวยาน้าบูดู

เป็นอาหารจานเดียว มีเครื่องปรุง ผ้าบาติก คือ ศิลปหัตถกรรมบนผืนผาอันงดงาม เกิด
สาคัญคือ ข้าวสวย น้าบูดูหวาน และ
ผักเครื่องปรุงประกอบต่างๆ นามา จากฝีมือและความคิดสร้างสรรค์มนุษย์ที่เขียนลวดลาย
คลุกเคล้าหรือ “ยา” ให้ผสมเข้ากัน สีสันและเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมความ
แล้วจึงรับประทาน เป็นชาตินั้น ๆเช่น การน าเสนอภาพธรรมชาติ ภาพ
วัฒนธรรม และภาพจากจินตนาการของผู้เขียนเป็น
ภาพเขียน Free Hand 1 ตวั 1 ลาย 1 เดียวในโลก

จงั หวดั นราธิวาส

วฒั นธรรมทไ่ี มใ่ ชว่ ตั ถุ (นามธรรม)

มโนราห์ งานประเพณแี ขง่ เรอื กอและ

เป็นศิลปะการแสดงทานองเดียวกับมะโยง่ คณะมโนราห์ งานประเพณีแข่งเรือกอและปัจจุบันเรือกอและเป็น
มจี านวนผแู้ สดงไมน่ อ้ ยกว่า 10 คน คือ ทาหน้าที่เป็นตัว เรือที่มีลวดลายสีสันสวยงาม ซึ่งจัดการแข่งเรือกอ
พระตัวนาง และตัวตลก เครื่องดนตรี มโนราห์มีกลอง และ เพอ่ื ชงิ ถว้ ยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระ
ฆ้อง โหม่ง ไม้แตระ ไม้กรับ แต่ปัจจุบันผสมผสานกับ เจ้าอยู่หัวและสมเดจ็ พระนางเจา้ ฯพระบรมราชนิ นี าถ
เครอื่ งดนตรสี ากล เชน่ กตี า้ ร์ กลองชุด เชน่ มกี ารแสดง
ปีละ 1 ครั้ง ในเดือน 6 โดยแสดงหน้าวัดทุ่งคา เป็น
มโนราห์ที่ขับ 2 ภาษา คือ ภาษาไทย และภาษามลายู
ทอ้ งถิ่น

ดเี กฮลู ู

เปน็ การแสดงแบบรบั รอ้ งโต้ตอบ หรอื รอ้ งเด่ยี วโดยใช้
ปฎิภาณไหวพรบิ เช่นเดียวกบั ลาตัดดเี กฮูลูคณะหนึ่ง
จะมีลกู คู่ประมาณ 10 คน ผรู้ อ้ งเพลงประจาคณะจะมี 2-3 คน
ในขณะลกู คจู่ ะนั่งลอ้ มวงรอ้ งรับและตบมือโยกตวั ให้เข้าจังหวะ
ดนตรี ประกอบการแสดง ได้แก่ กลองรามะนา ฆ้อง โหม่ง
และลูกแซ็ก บทบาทของการแสดงดีเกร์ฮูลู นอกจากจะทา
หน้าที่ เป็นสื่อให้ความบันเทิงแก่สังคมแล้ว ขนบในการแสดง
และการใช้ภาษามลายู ในการแสดงยังสะท้อนให้เห็นถึง
เอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของชาวไทยมุสลิมในแถบจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ของไทย

ท่ีมา : https://bit.ly/3qx7D4Z
: https://sites.google.com/site/looknampattalung/home
: https://bit.ly/3ostiZp
: http://sasikarnb.blogspot.com/p/blog-page_95.html

จังหวัดปัตตานี

จงั หวดั ปตั ตานี

คาขวญั ประจาจงั หวดั

"เมอื งงามสามวัฒนธรรม ศนู ยฮ์ าลาลเลศิ ลา้ ชนน้อมนาศรทั ธา
ถิ่นธรรมชาตงิ ามตา ปตั ตานสี นั ตสิ ขุ แดนใต"้

วฒั นธรรมทเ่ี ปน็ วตั ถุ (รปู ธรรม)

ผ้าจวนตานี หรือผ้าลีมา หรือผ้ายกตานี หรือผ้าล่องจวน เป็นผ้า

พื้นเมืองดั้งเดิมของปัตตานี มีแหล่งผลิต คือ ชุมชนทรายขาว
อ.โคกโพธิ์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทอด้วยเส้นใยไหม ส่วนชุมชนบ้าน
ตรงั อ.มายอ ทอด้วยเสน้ ใยฝ้าย ตอ่ มามโี ครงการพัฒนาผลติ ภัณฑ์
ผ้าท้องถิ่น พัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชนจึงพัฒนาต่อยอดทอผ้า
จวนตานี ดว้ ยเส้นใยฝ้าย

เครื่องทองเหลืองปัตตานี หัตถกรรมช่างฝีมือประเภทเครื่อง

ทองเหลือง มีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านความประณีต ความสวยงาม
และมีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ผสมผสานศิลปะของชาติต่าง ๆ เช่น
จีน อาหรับ ยุโรป สยาม ผสมผสาน เข้ากับศิลปะแบบมลายูท้องถิ่น
แหล่งผลิตเครื่องทองเหลืองปัตตานีแหล่งใหญ่ได้แก่ที่ จะบังติกอ
ปัจจุบันอย่ใู นเขตเทศบาลเมืองปัตตานี

เรือกอและ เป็นเรือต่อแบบไม้ขุดทั้งลา (ยุคหลังอาจต่อแบบไม้

กระดาน) มีรูปพรรณสัณฐานเพียวลม ไม่ต้านลม หัวเรือและหรือท้าย
เรือสูง (บางลาท้ายเรือต่า) และยื่นออกไป แนวตัวเรือโค้งเป็นรูปวง
เดือน เขียนลวดลายสีสันต่างๆ ไว้อย่างสวยงาม ท้องเรือกลมรับกัน
กับลักษณะของคลื่นในทะเล จึงสามารถที่จะแล่นบนน้าทะเลได้อย่าง
มัน่ คง มคี วามคล่องตัวสูง โต้คลืน่ ไดด้ ี และคว่ายาก ใช้เป็นเรอื ประมง
ชายฝ่งั ทะเลทางภาคใตแ้ ถบจงั หวดั ปัตตานีและนราธิวาส

จงั หวัดปัตตานี

วฒั นธรรมทไี่ มใ่ ชว่ ตั ถุ (นามธรรม)

ประเพณีลาซัง หรือที่เรียกว่า บูยอบือแน เป็นพิธีฉลองนาซังหรือนาข้าว

ปจั จบุ ันประเพณีนี้เหลืออยู่เฉพาะท่ตี าบลควน อาเภอปะนาเระ โดยจะจัดให้มีข้ึน
ภายหลังการเก็บเกี่ยวข้าวเรียบรอ้ ยแลว้ จะมีการทาหุน่ รปู ผูช้ าย ผู้หญิงจากฟาง
ข้าวของแต่ละหมู่บ้านแล้วนามาจับคู่กัน และจัดเป็นขบวนแห่ไปวางไว้บนศาล
เพยี งตาพรอ้ มเครื่องสงั เวยต่างๆ เชน่ ขา้ วเจา้ ขา้ วเหนียว ข้าวต้ม ไขต่ ม้ หลงั จาก
นั้นผู้อาวุโสจะกล่าวคาบวงสรวงแต่งงานให้กับรูปซังข้าว เป็นการแสดงความ
ขอบคณุ เจ้าแม่โพสพ หรอื พระเจา้ ทดี่ ลบันดาลให้พชื ผลอุดมสมบรู ณ์

งานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นงานประเพณที ่ีจดั กันทุกปี ในวัน

ข้นึ 15 คา่ เดอื นอ้าย ตามจนั ทรคติของจนี คือหลงั วนั ตรุษจนี 15 วันของทุกปี
(หรอื ตรงกบั วันเพ็ญ เดอื น 3 ตามจันทรคติของไทย) มกี ารสมโภชแห่แหนรูป
สลกั ไมม้ ะมว่ งหิมพานต์ของเจ้าแม่ล้ิมกอเหนี่ยว และรูปพระอน่ื ๆ โดยอัญเชิญ
ออกจากศาล มาประทบั บนเกี้ยวตามด้วยขบวนแห่ตา่ งๆ มกี ารลยุ ไฟและแสดง
อภินิหารต่างๆ เพื่อพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่ โดยผู้ร่วมพิธีจะต้องถือ
ศีลกินเจอย่างน้อย 7 วันก่อนทาพิธี ในงานนี้จะมีชาวปัตตานีและชาวจังหวัด
ใกลเ้ คียงมาร่วมพิธกี ันเป็นจานวนมาก มีการเซ่นไหวแ้ ละเฉลิมฉลองกันเป็นที่
สนุกสนาน

เทศกาลฮารีรายอ ในรอบปีหนง่ึ ชาวมุสลิม มวี ันฮารรี ายอ 2 ครง้ั

1) วนั ตรษุ อีด้ิลฟติ รี ตรงกับวันข้นึ 1 คา่ เดอื นเชาวาล ซ่งึ เป็นเดือน
10 ตามปฏทิ ินอิสลาม ซึง่ เปน็ วนั ออกบวช (ชาวไทยมุสลมิ จะถอื
ศลี อดในช่วงเดอื น 9 ถึงเดือน 10 เป็นเวลา 30 วัน)

2) วันตรุษอีดิ้ลอัฎฮา ตรงกับวันที่ 10 เดือน ซุลฮิจญะ หรือตรงกับเดือน 12 ของปฏิทินอิสลาม ซึ่งเป็นการ
ฉลองวนั ออกฮจั ญ์ วนั ฮารรี ายอ เปน็ วนั ร่นื เรงิ ประจาปี ชาวมสุ ลิมจะไปเยย่ี มเยยี นพอ่ แม่ ญาตพิ นี่ อ้ ง เพ่ือนบ้าน
เพื่ออภยั ต่อกนั ในส่ิงท่ีผ่านมา เปน็ วนั ท่ที ุกคนมีความสุขมาก มุสลิมจะมีการประกอบพธิ ีกรรมพร้อมเพรียงกัน
ทั่วโลก ในวนั ตรษุ อดี ล้ิ ฟติ รี มสุ ลมิ ทกุ คนจะตอ้ งจ่ายซะกาตฟติ เราะห์ บรจิ าคทานแกค่ นยากจนอนาถา ส่วนใน
วันตรษุ อีดิล้ อฎั ฮา จะมกี ารเชือดสตั วพ์ ลี แล้วจะทากุรบัน แจกจา่ ยเนอ้ื เพอ่ื เป็นทานแก่ญาติมติ ร สตั ว์ท่ใี ชใ้ นการ
เชอื ดพลี ได้แก่ อูฐ ววั แพะ เปน็ การขดั เกลาจิตใจของมนุษยใ์ ห้เป็นผ้บู ริจาค เปน็ การเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่ต่อเพื่อน
มนษุ ย์ และจะมงี านฉลองลักษณะคลา้ ยเทศกาลปใี หม่ของไทย

ท่มี า : https://bit.ly/3qx7D4Z
: https://sites.google.com/site/looknampattalung/home
: https://bit.ly/3ostiZp
: http://www.pattani.go.th/aseanptn/content/Th/thcontent=4.html

จังหวัดพังงา

จงั หวัดพังงา

คาขวญั ประจาจงั หวดั

"แรห่ มนื่ ลา้ น บา้ นกลางนา้ ถา้ งามตา ภผู าแปลก
แมกไมจ้ าปนู บรบิ ูรณด์ ว้ ยทรพั ยากร"

วฒั นธรรมทเี่ ปน็ วตั ถุ (รปู ธรรม)

สาหรา่ ยช่อพรกิ ไทย เรอื ประมงพน้ื บา้ น บะหมพี่ งั งา
หรอื สาหรา่ ยพวงองนุ่ (เรอื หวั โทง)
คนพังงาส่วนหนึ่งมีสายเลือด
แหลง่ ผลติ จากศนู ย์วิจยั ประมง เป็นเรือไม้ที่ออกแบบและต่อ มังกร (คนจีน) อยู่ "บะหมี่"
ชายฝั่งทะเลพังงา ร้านอาหาร กันเองในทองถิ่น มีขนาดยาว เป็นอาหารท่ขี าดไมไ่ ด้ในเกือบ
มักเอามาทาเปน็ ส้มตา รสเดด็ ๆ ตั้งแต่ 7-10 เมตร ติดเครื่อง ทุกตาบล และ บะหมี่พงั งา โดย
เคี้ยวกรุบกริบเหมือนไข่ปลา ท้ายเรือ หัวเรือเชิดชี้ฟ้า นิยม ส่วนใหญ่จะเป็นบะหมี่ทาเอง
กัดปุ้บแตกปั้บรสเค็มนดิ ๆ เข้า ใช้กันมากในจังหวัดชายทะเล เจียวหอมเอง ทาหมูแดงเอง
กินดีกับเครื่องเคียงส้มตารส ฝั่งอันดามัน พบมากที่สุดท่ี ทาเกี้ยวเอง ทาน้อยๆ เพื่อคง
เปรี้ยวหวาน หารับประทานกัน จงั หวดั กระบี่ และจังหวัดพงั งา รสชาติของสูตรบะหมี่ประจา
ได้ที่ร้านอาหารทั่วไป ณ หาด ตระกูล รสชาติกจ็ ะแตกต่างกัน
ท้ายเหมือง อาเภอท้ายเหมือง ออกไป และ แน่นอนว่าแต่ละ
จังหวัดพังงา ตร ะ ก ูลแต่ละ สูตร ย่อ มไม่
เหมือนใคร การตามล่าหา
บ ะ ห ม ี ่ พ ั ง ง า อ ร ่ อ ย ๆ คื อ
ความสุขของคนพงั งา

จังหวดั พังงา

วฒั นธรรมทไ่ี มใ่ ชว่ ตั ถุ (นามธรรม)

งานประเพณลี อยเรือ

เป็นประเพณีของชาวเลเผา่ มอแกน ซง่ึ อาศยั อยู่บรเิ วณ
เกาะสรุ ินทร์ จดั ข้ึนในช่วงประมาณเดือนเมษายน –พฤษภาคม
ของทกุ ปี ทีบ่ รเิ วณหมูบ่ ้านชาวเลบนเกาะสุรนิ ทรใ์ ต้
เปน็ ประเพณีการประกอบพิธีฉลองเสาวิญญาณบรรพบุรุษ
(เหนียะเอนหล่อโปง) ในระหว่างนี้ชาวเผ่ามอแกนจะหยดุ
การทากจิ กรรมตา่ งๆ เพ่ือให้ทุกคนได้มสี ่วนรว่ มในงาน
ในวันงานจะมีการเข้าทรง การเซ่นไว้วิญญาณบรรพบุรุษ การเสี่ยงทาย การเล่นดนตรี การร่ายรา
และการลอย “ก่าบาง” ซึ่งถือว่าเป็นการลอยความทุกข์และโรคภัยไข้เจ็บให้พ้นไปจากครอบครวั
และชุมชน นิยมจัดขึ้นปีละ 2 ครั้งๆ ละ 3 วัน คือในวันขึ้น 14, 15 ค่า และแรม 1 ค่า ของเดือน 6
กบั เดือน 11 ส่วนวนั ลอยเรอื ชาวเลบางแหง่ จะพากันไปเซน่ ไหวผ้ ีหมบู่ า้ นกอ่ นเพอ่ื ความเปน็

สิริมงคล

งานประเพณเี ทกระจาด

จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่า เดือน 10 หรือประมาณวันที่ 13
กันยายนของทุกปีที่วัดอินทภมู ิ ในเขต อ.กะปง มีการจัด
กิจกรรมทางศาสนา และการประกอบพิธีเทกระจาด เป็น
ประเพณีที่พุทธศาสนิกชนร่วมกันอุทิศส่วนกุศลให้แก่
ดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นการสร้างความเอ้ือ
อาทรต่อกันในชุมชนงานทิ้งกระจาด เป็นประเพณีของ
พุทธศาสนาทางฝา่ ยมหายานเป็นการจาเรญิ เมตตาธรรม
แก่ดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นการทาพิธีอุทิศ
เครอ่ื งอุปโภคเป็นทานแก่ฝงู เปรตทั้งปวงจงึ จะรอดและมี
อายมุ นั่ ขวญั ยืนดว้ ย

จงั หวดั พังงา

วฒั นธรรมทไ่ี มใ่ ชว่ ตั ถุ (นามธรรม)

งานประเพณถี อื ศลี กนิ ผกั จงั หวดั พงั งา

งานประเพณีถอื ศลี กินผกั จงั หวัดพังงา กาหนดจัดในวัน ขนึ้ 1 ค่า
ถึง 9 ค่า เดอื น 11 จะอยู่ในชว่ งเดือนกันยายน – ตุลาคมของทุกปี
ระหวา่ งถือศีลกินผกั ชาวบ้านจะไปรับอาหารจากศาลเจา้ แต่งกาย
ชุดขาว มพี ธิ กี รรมตามความเช่อื เช่น พิธีลยุ ไฟ พิธบี วงสรวง
ดาวประจาวนั ทัง้ เจด็ พิธีสะเดาะเคราะห์ ฯลฯ และมพี ธิ ีแห่เจ้ารอบ
ตัวเมอื งไปตามถนนต่างๆ เพือ่ อวยพรเสริมสริ มิ งคลใหช้ าวบา้ น
อยู่เยน็ เปน็ สุขตลอดไป

งานแหพ่ ระศาลเจา้ หมา่ จ้อโป๋

เปน็ งานเฉลิมฉลองทช่ี าวพังงาเชอื้ สายจีนได้ร่วมกันจัดขึ้น
ในชว่ งประมาณเดอื น กุมภาพันธ์ - มีนาคมของทกุ ปี งานนีจ้ ะ
จัดข้ึนบริเวณรมิ ถนนสายในในเขตตาบลถ้าน้าผุดใกล้กบั
ตลาดใหญ่ ชาวเมืองจะนารูปปัน้ ของเจ้าแม่ใสเ่ กย้ี วโบราณ
แลว้ เดนิ ขบวนแห่ไปรอบเมอื งร่วมกบั การแห่สรรพอาวธุ
ประจาเทพตา่ งๆ ในศาลเจ้าพร้อมกบั บรรเลงดนตรจี นี อยา่ ง
ครึกครื้น เซียนแต่ละองค์จะมีบุคลิกแตกต่างกันไปชาวบ้านจะต้อนรับขบวนแห่โดยการตั้งโต๊ะ
บูชาไว้หน้าบ้าน ปูผ้าแดงแบบจีน ปักธูปเทียนมีขนมและผลไม้วางไว้บนโต๊ะ ถ้าเทพเจ้าในร่าง
ทรงหยิบผลไม้หรือขนมของบ้านใดเจา้ ของบ้านจะดีใจมาก เพราะถือว่าเปน็ นิมติ ทดี่ ีและจะโชคดี
ตลอดไป ส่วนในศาลเจ้าจะมีพิธีฉลอง 7 คืนแต่ละคืนคนทรงจะทาพิธีต่างๆ นอกจากน้ียังมกี าร
ออกรา้ นจาหน่ายสินค้าและการแสดงมหรสพตา่ งๆ เชน่ การแสดงหนังตะลงุ มโนราห์ ลิเก เปน็ ตน้

ทม่ี า : https://bit.ly/3qx7D4Z
: https://sites.google.com/site/looknampattalung/home
: https://bit.ly/3ostiZp
: https://sites.google.com/site/phatsara41/home/5-ngan-prapheni-kickrrm-khxng-canghwad-phangnga

จังหวัดพัทลุง

จังหวัดพทั ลุง

คำขวญั ประจำจงั หวดั

"เมอื งหนงั โนรำห์ อนู่ ำขำ้ ว พรำวน้ำตก แหลง่ นกนำ้
ทะเลสำบงำม เขำอกทะลุ นำ้ พรุ อ้ น"

วฒั นธรรมทเ่ี ปน็ วตั ถุ (รปู ธรรม)

ลูกปัดมโนรำห์ เครื่องแต่งกำยของมโนรำห์ ตกแต่งประดับประดำ

ดว้ ยลูกปดั หลำกสสี ันท่ีมีควำมประณตี วิจิตบรรจงไดร้ ับกำรยอมรับว่ำ
เป็นอีกหนึ่งงำนหัตถศิลป์ขึ้นชื่อของพัทลุงถิ่นกำเนิดมโนรำห์ เพรำะ
จะตอ้ งใช้ควำมพยำยำมในกำรร้อยลูกปดั จำนวนมำก แล้วนำมำตกแต่ง
ให้เกิดเปน็ ลวดลำยต่ำงๆ ในแตล่ ะชดุ ให้สมกับควำมขลังของชดุ

ผลิตภัณฑ์จำกกระจูด มีลักษณะที่โดดเด่น คือ จะมีควำมนุ่มและ

สวยงำมคงทนทำจำกวัสดุท้องถิ่นซึ่งหำได้ในธรรมชำติ ย้อมสีตำม
ต้องกำร เน้นดอกและลวดลำยของผลิตภัณฑ์ ตำมควำมต้องกำรของ
ตลำด ฝีมือปรำณีต รปู แบบสวยงำมทนั สมยั มีคุณภำพคงทน

หนังตะลงุ เกิดขึ้นครัง้ แรกที่บ้ำนควนมะพรำ้ ว อ.เมอื ง จ.พัทลุง โดย

มีตำหนูนุ้ย และตำหนักทอง ได้เป็นผู้คิดนำหนังวัวมำแกะเป็นรูปและ
เชิดเล่ำเรื่องรำวพูดคุยกันโดยใช้เสำหลักซึ่งใช้ล่ำมช้ำง ที่เรียกว่ำ
“ตะลงุ ”

จงั หวัดพทั ลุง

วฒั นธรรมทไ่ี มใ่ ชว่ ตั ถุ (นำมธรรม)

ประเพณีแห่ผ้ำขึ้นธำตุวัดพระบรมธำตเุ จดยี ์เขียนบำงแก้ว

พระมหำธำตเุ จดยี ์บำงแกว้ เปน็ เจดยี ก์ อ่ อิฐ ฐำนแปดเหลี่ยม วดั โดยรอบ
ยำว 16.50 เมตร สูงถงึ ยอด 22 เมตร รอบพระมหำธำตบุ รเิ วณฐำนมี
ซ้มุ พระพุทธรปู โค้งมน 3 ซ้มุ แตล่ ะซมุ้ กว้ำง 1.28 เมตร สงู 1.63 เมตร
ภำยในซ้มุ มีพระพทุ ธรปู ปูนป้นั ปำงสมำธิ รอบพระเศียรมปี ระภำรศั มีรูปโค้ง
ขนำดหนำ้ ตกั กว้ำง 0.94 เมตร สงู 1.25 เมตร ระหวำ่ งซุ้มพระมีเศียรช้ำง
ปนู ป้ันโผล่ออกมำ เหนือพระเจดยี ท์ รงส่ีเหล่ียม อทิ ธพิ ลศิลปะจนี
ดำ้ นตะวันออกมีบันไดสูฐ่ ำนทักษิณ เหนือบนั ไดทำเปน็ ซมุ้ ยอดอยำ่ งจีน
มมุ บันไดทัง้ สองขำ้ ง มีซุ้มลกั ษณะโคง้ แหลม ภำยในประดิษฐำน
พระพุทธรูปปนู ปน้ั นูนสงู ปำงสมำธิ ประทับน่ังขัดสมำธิเพชร ฐำนทักษิณ
และฐำนรองรับองค์ระฆังเป็นรูปแปดเหลี่ยม มีลวดลำยปูนปั้นรูปดอกไม้ แต่เดิมเป็นรูปมำรแบก เหนือฐำนทักษิณ
มีเจดีย์ทิศตัง้ อยู่ท้ังสี่มุม องค์ระฆังเป็นแบบโอคว่ำ ถัดจำกองค์ระฆังเป็นบัลลังก์รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ป ระดับด้วยเคร่อื ง
ถ้วยชำม ทั้งสี่มุมของบัลลังก์ก็มีรูปกำปูนปั้นมุมละ 1 ตัว ซึ่งหมำยถึงสมณศักดิ์ของคณะสงฆ์ทั้ง 4 (พระมหำพันธ์
ธมฺมนำโก สร้ำงไว้เมื่อ พ.ศ.2515) ส่วนยอดเป็นพำนขนำดเล็ก 1 ใบ ภำยในมีดอกบัวทองคำ จำนวน 5 ดอก 4 ใบ
(ทองค ำถูกขโมยไป เมื่อวันที่ 7 กรกฎำคม 2521) ลักษณะศิลปกรรมได้รับอิทธิพลจำกพระบรมธำตุเจดีย์
นครศรีธรรมรำชน่ำจะสร้ำงขึ้นในสมัยอยุธยำตอนต้น ควำมเชื่อที่เกี่ยวข้องกำรได้แห่ผ้ำบูชำพระบรมธำตุเจดีย์
พุทธศำสนิกชนเช่อื ว่ำกำรไดห้ ม่ ผำ้ รอบองคพ์ ระบรมธำตุเจดยี ์ เปรียบกบั ได้กำรบูชำองคพ์ ระสมั มำสัมพุทธเจ้ำ และจะได้
กศุ ลแรงตำยไปจะไดเ้ กดิ เป็นนำงฟ้ำหรอื เทวดำ

ประเพณีกำรทำขวัญขำ้ ว

ประเพณีทำขวญั ข้ำว หรอื พิธีทำขวญั ขำ้ วมีมำตงั้ แตส่ มัยโบรำณ เปน็ พิธที ีช่ ำวนำ
ทำกัน จะทำกำรเมอื่ ชำวนำเกี่ยวข้ำวในนำเสรจ็ แลว้ เพ่อื ทจ่ี ะเรียกขวัญในนำทต่ี ก
หล่นอยบู่ ำ้ งกลบั มำขึน้ บ้ำนให้หมดเพรำะเขำถือวำ่ แม่โพสพตอ้ งเชิญมำข้นึ ฉำงข้ำว
ให้หมด(ภำษำใต้เรยี กวำ่ ลอมข้ำวหรอื เรินขำ้ ว) เมื่อขำ้ วสกุ เหลืองพรอ้ มทีจ่ ะเก็บ
ได้แล้ว ก่อนทจ่ี ะเกยี่ วขำ้ วตอ้ งทำพิธรี วบขำ้ วกอ่ น แต่กอ่ นรวบขำ้ วตอ้ งดฤู กษ์
เสยี ก่อนว่ำจะรวบได้วันใด วธิ ีกำรรวบข้ำวต้องรวบกลำงแปลงนำข้ำว โดยนำข้ำว
สำมกอมำรวบมัดไวด้ ้วยกัน เวลำรวบข้ำวต้องใช้คำถำว่ำด้วยคำถำรวบข้ำว ประเพณีทำขวัญข้ำว ทำกันทุกท้องท่ีและแทบ
ทุกครัวเรือนที่มีกำรทำนำ ทำแล้วอุ่นใจว่ำเป็นสิริมงคล ไม่ประสบภำวะอดอยำก ทำนำไดผ้ ล มีข้ำวกินตลอดปี พิธีกรรมน้ี
เกิดขึ้นมำจำกควำมเชื่อของคนโบรำณ ที่เมื่อครั้งอดีตยังไม่มีคำอธิบำยถึงปรำกฏกำรณ์ต่ำงๆทำงธรรมชำติมำกนัก กำร
เกิดน้ำท่วม น้ำแล้ง ฝนตกไม่เป็นไปตำมฤดูกำลเมื่อไม่ทรำบว่ำมีสำเหตุจำกสิ่งใด ก็เชื่อเอำว่ำน่ำจะมีสิ่งเหนือธรรมชำติ
บันดำลให้เกิดขึ้น กำรที่ยังไม่เข้ำถึงควำมรู้จึงทำให้ไม่ทรำบว่ำเหตุใดข้ำวบำงปีผลผลิตงอก งำม ในขณะที่บำงปีผลผลิต
เสียหำย จงึ เชื่อว่ำเทวดำประจำผนื นำไมช่ ่วยดูแลด้วยเหตตุ ำ่ งๆ

ท่มี ำ : https://bit.ly/3qx7D4Z
: https://sites.google.com/site/looknampattalung/home
: https://bit.ly/3ostiZp
: https://www.m-culture.go.th/phatthalung/ewt_news.php?nid=3313&filename=slider

จังหวัดภูเก็ต

จงั หวัดภเู ก็ต

คำขวญั ประจำจงั หวดั

"ไขม่ กุ อนั ดำมนั สวรรคเ์ มอื งใต้ หำดทรำยสที อง
สองวีรสตรี บำรมหี ลวงพอ่ แชม่ "

วฒั นธรรมทเ่ี ปน็ วตั ถุ (รูปธรรม)

หมผ่ี ดั ฮกเกย้ี นภเู กต็
(หมคี่ ว่ั )

ลักษณะเป็นหมี่เหลืองเส้นกลม (เส้นฮกเกี้ยน) ขนำด ป่ำวหล้ำง คือข้ำวเหนียวปิ้งไส้
ใกล้เคียงกับเส้นโซบะของญี่ปุ่น วัตถุดิบหลักของจำน
ได้แก่ เนื้อหมู ผักกวำงตุ้งและวัตถุดิบสดใหม่จำกท้อง มะพร้ำวผสมกับกุ้งแห้งป่นและ
ทะเลตำมแบบฉบับภูเกต็ นำมำผัดพอขลกุ ขลกิ ไม่แห้ง พริกไทย ห่อด้วยใบตองโดยกำร
เหมือนยำกโิ ซบะ ม้วนแล้วใช้ไม้กลัด กลัดทั้งหัว
และท้ำย

ขนมเต่ำพอ้ ตอ่ หรือท่เี รียกวำ่ อง่ั กู๊ เรยี กไดว้ ่ำเปน็ เอกลักษณ์ของ

งำนนี้เลยซึ่งประชำชนจะทำมำเซ่นไหว้ ทำด้วยแป้งข้ำวสำลี ผสม
กับน้ำตำล ปั้นเป็นตัว หรือเข้ำพิมพ์อัดเป็นรูปเต่ำ ขนำดเล็กบ้ำง
ใหญ่บ้ำง แล้วย้อมด้วยสีแดง บ้ำงคนที่มีฐำนะทำมำถวำยมีขนำด
ใหญ่มำกๆ ถ้ำคนทั่วๆไปก็จะทำอันเลก็ ๆมำถวำย เต่ำเป็นสัตว์อำยุ
ยืน กำรทำพิธีต่ำงๆ จึงนิยมนำเต่ำมำเป็นส่วนหนึ่ง ของพิธีด้วย
นั่นเอง ซึ่งหลังจำกเซ่นไหว้แล้ว ผู้คนก็มักนิยมนำมำรับประทำน
นยั ว่ำจะทำให้อำยุยนื เหมอื นเต่ำ

จังหวัดภเู กต็

วฒั นธรรมทไ่ี มใ่ ชว่ ตั ถุ (นำมธรรม)

ประเพณกี ำรแตง่ งำนฮกเกยี้ นบำ้ บำ๋

เป็นกำรแต่งงำนแบบจีนในภูเก็ต ที่สืบทอดกันมำกว่ำ 100 ปี และยังเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของชำวภูเก็ต
เชือ้ สำยจนี โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พ่อื เป็นกำรสืบทอดประเพณโี บรำณ รวมท้ังเปน็ กำรให้เกียรติแก่ฝำ่ ยเจ้ำสำวและ
ครอบครวั ใหม้ ีควำมมั่นใจในตวั เจ้ำบ่ำวท่จี ะสำมำรถดูแลเจำ้ สำวอยำ่ งมีควำมสุขด้วยกำรทำบทำม สู่ขอ หมั้นหมำย
หรือที่เรียกว่ำ "ผ่ำงเต๋" คือ กำรเชิญญำติผู้ใหญ่จิบน้ำชำ และ "เวียนสำดเวียนหมอน" คือ พิธีส่งตัวบ่ำวสำวเข้ำ
หอ้ งนอน โดยมี "อม่ึ หลำง" หรือ "แม่ส่ือ" และ "แมก่ ำร" เป็นผดู้ ำเนนิ พธิ ีกำรต่ำง ๆ ให้ เพรำะในสมัยก่อนคู่สมรส
มกั ไม่เคยเหน็ หนำ้ กันมำก่อน จนกวำ่ จะถึงวนั แต่งกัน

งำนพอ้ ตอ่

เปน็ งำนประเพณขี องชำวภเู ก็ตที่มีเช้ือสำยจีน จะมีพธิ ใี นช่วงเดือน
7 ของจีนหรือเดอื น 9 ของไทย โดยมีพธิ ีเซ่นไหว้บรรพบรุ ุษ และ
วิญญำณศกั ดสิ์ ิทธด์ิ ว้ ยเครอื่ งบวงสรวง เปน็ ขนมชนดิ หนึ่งทำด้วย
แปง้ เป็นรูปเตำ่ ขนำดใหญ่บ้ำงเลก็ บำ้ ง ทำสแี ดง ซึง่ คนจนี เชือ่ ว่ำ
เตำ่ เป็นสตั ว์ทม่ี ีอำยยุ ืน ดงั นน้ั กำรไหวเ้ ต่ำ จงึ เป็นกำรตอ่ อำยใุ ห้
ตนเองและถือกศุ ลทยี่ ิง่ ใหญ่

ท่ีมำ : https://bit.ly/3qx7D4Z
: https://sites.google.com/site/looknampattalung/home
: https://bit.ly/3ostiZp

จังหวัดยะลา

จงั หวัดยะลา

คาขวญั ประจาจงั หวดั

"ใตส้ ดุ สยาม เมอื งงามชายแดน"

วฒั นธรรมทเี่ ปน็ วตั ถุ (รปู ธรรม)

กลว้ ยหนิ ลองกอง สม้ โชกุน

กล้วยหินมีมากเขตตาบลบาเจาะ เป็นลางสาดพันธ์หุ นึ่งชนิดที่เปลือก มีถนิ่ กาเนิดที่ จ.ยะลา โดยครั้ง
อาเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา หนาและยางน้อย โดยลางสาดเป็น แรกมีชาวจีนแผ่นดินใหญ่เป็น
นอกจากผลของกล้วยหินจะใช้ ไมต้ ้นชนิด Lansium domesticum เพ่ือนของเกษตรกรชาวไทยใน
ท าเป็นอาหารหวานคาวที่มี Corrêa ใ น ว ง ศ์ Meliaceae ผ ล พื้นที่ดังกล่าวเดินทางมาเยี่ยม
รสชาติอร่อยแล้ว ส่วนต่าง ๆ กลม ๆ ออกเป็นพวง กินได้ เม็ดใน พร้อมนาเอาผลส้มเขียวหลาน
จาก ร าก ถึงใบ มีปร ะโ ยชน์ ขม ลางสาด นั้นเชื่อว่าเป็นผลไม้ จากประเทศจีนมาฝากด้วย
มากมายเช่น ราก นามาต้มด่ืม ที่มีถิ่นกาเนิดมาจากบรเิ วณหมู่เกาะ รับประทานแล้วอร่อยมาก จึง
แก้ไข้ แก้ร้อนในกระหายน้า แก้ มลายู อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และ เอาเมล็ดเพาะเป็นต้นกล้าปลูก
ท้องเสีย แก้บิด แก้ผื่นคัน ภาคใต้ของไทย มีหลายชื่อ อาทิ เล้ียงจานวนหลายต้น จนต้นโต
สมานภายใน ผลดิบ ใช้เป็นยา ลงั สาด, ดกู ู โดยช่อื "ลางสาด" หรอื มีดอกและติดผล ปรากฏว่า
ฝาดสมาน "ลังสาด" นั้นมาจากภาษามาเลย์ รูปทรงของผลสวย เนื้อสุก
ว่า "langsat", ชื่อ "ดูกู" มาจาก หวานหอมไม่แพ้ส้มเขียวหวาน
ภาษาอนิ โดนเี ซยี วา่ "duku" และช่ือ ท่วั ไป
"ลองกอง" มาจากภาษ า ยา ว ี ว่ า
"ดอกอง"

จังหวดั ยะลา

วฒั นธรรมทไี่ มใ่ ชว่ ตั ถุ (นามธรรม)

งานสมโภชเจา้ พอ่ หลกั เมอื ง

งานสมโภชหลักเมืองยะลาเดมิ จังหวัดยะลาเป็นอาณาเขตหนง่ึ ในบริเวณ 7 หัวเมือง
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดปัตตานี เมื่อแยกออกเป็นเมืองหนึ่งต่างหาก ในสมัย
รัตนโกสินทร์ (ในรัชกาลที่ 1 พ.ศ. 2333) มีเจ้าเมืองปกครองนับตั้งแต่แยกเป็น
จงั หวดั มาจนกระทั่งปจั จบุ ัน (พ.ศ.2505) ยอดเสาหลกั เมอื งแกะเป็นรูปพระพรหม
มี 4 หน้า อนั เปน็ หลักแห่งความเมตตา กรุณ มทุ ติ า และอุเบกขา ส่วนศาลหลักเมือง
ก่อสรา้ งด้วยคอนกรีตเสรมิ เหลก็ ตบแต่งด้วยหินขดั ทง้ั หลังเปน็ รปู จัตุรมุข หันหน้า
ไปตามทิศทั้ง 4 มีบันได้ขึ้นทั้ง ภ ทิศ รูปลักษณ์สี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สอบสอง
หลงั คามงุ ดว้ ยกระเบ้ืองเคลอื บสลบั สี ตัวศาลากวา้ ง 6 เมตร สูง 6.50 เมตร มีถนน
ทางเขา้ 4 ทิศ รอบ ๆ ตัวศาลมีสระน้าและปลูกไม้ประดับพนั ธ์ุไม้ไทย

เทศกาลตกั บาตรเทโวโรหณะ

ในวันแรม 1 ค่า เดือน 11 เป็นวันสาคัญทางพระพุทธศาสนาที่องค์พระศาสดา
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าลงจากเทวโลก หลักจากเสด็จขึ้นไปจาพรรษาอยูใ่ น
ดาวดึงส์ และตรัสพระอภิธรรมเทศนาโปรดพระพุทธมารดาในเทวโลกมาตลอด
ระยะเวลา 3 เดือน เมื่ออกพรรษากเ็ สด็จกลับมายังโลกมนษุ ย์ โดยเสด็จลงมาทาง
บันไดสวรรคท์ ปี่ ระตูเมืองสังกัสนครวนั เสด็จลงมาจากเทวโลกนั้น เรยี กว่า “วันเท
โวโรหะณะ” เป็นวันบุญกุศลที่สาคัญวันหนึง่ ทางพระพุทธศาสนา พุทธศาสนิกชน
จึงพร้อมใจกันทาบุญ ตักบาตรแก่พระสงฆ์ และถือเป็นประเพณีสืบต่อกันมาจนถงึ
ปจั จบุ นั

ศลิ ปะการตอ่ สปู้ อ้ งกนั ตวั ของชาวไทยมสุ ลมิ (ซลี ะ)

เป็นศลิ ปะการต่อสู้ป้องกันตัวของชาวไทยมุสลมิ คล้ายมวยไทยแสดงกันเป็นคู่ ๆ
ผู้แสดงเป็น ชายล้วนแต่งกายด้วยเสื้อคอกลมแขนสั้น นุ่งกางเกงขายาว นุ่งผ้าซอ
แกะสั้นเหนือเข่าทับข้างนอก โพกศีรษะ การแสดงเริ่มด้วยการประโคมดนตรี
จากนั้นผู้แสดงไหว้ครูพร้อมกัน เสร็จจากการต่อสู้จะร่ายราตามแบบซีละ เพื่ออวด
ฝีมือและหาจังหวะเข้าทารา้ ยคู่ต่อสู้ สู้กันจนฝ่ายหนึง่ ฝา่ ยใดพิชิตคูต่ ่อสู้ไดเ้ ปน็ อัน
จบการแสดง เมื่อจบการแสดงแล้วคู่ต่อสู้จะซลามัดซึ่งกันและกัน การแสดงซีละ
อาจจะตอ่ สกู้ ันด้วยมอื เปลา่ หรอื ต่อสกู้ นั ด้วยกริชที่เรยี กวา่ “ซีละบวู อฮ์”

ท่มี า : https://bit.ly/3qx7D4Z
: https://sites.google.com/site/looknampattalung/home
: https://bit.ly/3ostiZp
: https://www.m-culture.go.th/yala/ewt_news.php?nid=378&filename=index
: https://www.baanjomyut.com/76province/south/yala/costom.html

จังหวัดระนอง

จงั หวดั ระนอง

คำขวญั ประจำจงั หวดั

"คอคอดกระ ภเู ขำหญำ้ กำหยหู วำน ธำรน้ำแร่ มกุ แทเ้ มอื งระนอง"

วฒั นธรรมทเ่ี ปน็ วตั ถุ (รปู ธรรม)

กำหยูหรือมะม่วงหิมพำนต์ คือพืชที่ขึ้นชื่อทีสุดของจังหวัด

ระนอง ตอนกลำงของเกำะเป็นสวนกำหยู พบมำกที่เกำะพยำม
ขบวนกำรผลิตเม็ดมะม่วงหิมพำนต์นี้ทำได้ลำบำกตั้งแต่เก็บผล,
ตำกแดด, คัดเม็ด, อบ, เผำ, กะเทำะเม็ด, แล้วอบก่อนจำหน่ำย ใช้
วิธีเผำแบบด้ังเดมิ โดยใชฟ้ ืน เมลด็ ทไี่ ด้จึงหอมกวำ่ ปกติ

ซำลำเปำทับหลี เป็นของฝำกที่มีชื่อเสียงของจังหวัดระนอง

เนื่องจำกเป็นอำหำรที่มีรสชำติอร่อยที่สุดแห่งหนึ่ง จำก
ประวัติศำสตร์พบวำ่ เป็นสูตรอำหำรทีบ่ รรพบุรษุ ทีช่ ำวจนี ได้นำมำ
โดยปัจจุบันตั้งอยู่ที่บ้ำนทับหลี ตำบำมะมุ อำเภอกระบุรี จังหวัด
ระนอง

ไข่มุก ผลงำนอันล้ำค่ำของหอยจำกท้องทะเล ไข่มุกเป็นอัญมณี

ชนิดเดียวที่กำเนิดจำกสิ่งมีชีวิต และเป็นหนึ่งในรัตนชำติ ที่นำมำ
เป็นเครื่องประดับมำช้ำนำน ไข่มุกเกิดจำกหอยชนิดหนึ่ง เรียกวำ่
หอยมุก ซึ่งมีทั้งหอยฝำเดียวและหอยสองฝำ แบ่งได้เป็น
2 ประเภท คือ 1.ไข่มุกธรรมชำติ ซึ่งเกิดเองตำมธรรมชำติ
2.ไข่มุกเลยี้ ง

จังหวดั ระนอง

วฒั นธรรมทไ่ี มใ่ ชว่ ตั ถุ (นำมธรรม)

ระบำรอ่ นแร่

เป็นกำรแสดงประกอบท่ำทำงขั้นตอนกำร
ประกอบอำชีพของชนชำวภำคใต้ท่อี อกจำก
บ้ำนไปหำแร่ ร่อนแร่ และ ตำกแร่ แล้วพำ
กนั กลบั บำ้ น ผูแ้ สดง จะเป็นผู้หญงิ ล้วน

ลเิ กปำ่

ลิเกปำ่ ของจังหวัดระนองเปน็ กลิ่นอำยของกำรสืบ
ทอดศิลปวัฒนธรรม กำรแสดงกำรละเลน่ ที่ติดตวั
มำกบั ชุมชนด้ังเดิม จนปรำกฏมำถึงยคุ ปัจจุบัน
ลิเกป่ำระนองเปน็ ทีน่ ิยมตั้งแต่ยุคใดสมัยไหน ไมม่ ี
หลักฐำนกำรบนั ทึกเขียนปรำกฏไว้ กำรสบื ค้นจึง
ได้มำจำกกำรคน้ หำตัวบุคคล บทสัมภำษณข์ องเหล่ำ
ศิลปินพื้นบำ้ น ที่ยังมีชวี ิตอยู่ ที่เกดิ ก่อนสมัยสงครำมโลกคร้ังที่ 2 และเร่ืองรำวในกำรแสดงบท
ออกแขก จะบอกเลำ่ ถงึ ควำมสมั พันธ์ ชนในทอ้ งถิน่ ดั้งเดมิ กับชำวต่ำงชำติในอดีต ท่มี ีกำรติดต่อ
ค้ำขำย กำรเดินทำงโดยเรือสำเภำ ผ่ำนน่ำนน้ำทะเลอนั ดำมัน มหำสมุทรอินเดีย กับเมืองกัลกตั
ตำ (เมืองลังกำ) มีขนบธรรมเนยี ม วัฒนธรรม ประเพณี ควำมเชือ่ ผ่ำนตัวละครสำคญั ท้งั ตวั เอก
แขกเทศ (แขกชำวเปอรเ์ ซยี ) หรือ ตัวนำงเอก ยำหยี สำวไทยในทอ้ งถน่ิ มีรูปแบบกำรปกครอง
บ้ำนเมือง ผ่ำนตัวแสดงเจำ้ เมอื ง และตัว เสนำหรอื ตัวตลกทีส่ ร้ำงควำมครื้นเครง บทกำรแสดงจะ
สื่อถงึ ชวี ติ ชมุ ชนในชนบททีม่ ีควำมรกั ควำมสนุกสนำน ควำมเบกิ บำน พรอ้ มภมู ิปัญญำลิเกป่ำจะ
เปน็ ทนี่ ยิ มของชุมชนทอี่ ำศยั อยู่ตำมชำยฝง่ั ทะเล โดยเฉพำะอย่ำงย่งิ ในชมุ ชนชำวไทยมสุ ลมิ

ท่มี ำ : https://bit.ly/3qx7D4Z
: https://sites.google.com/site/looknampattalung/home
: https://bit.ly/3ostiZp
: https://www.m-culture.go.th/ranong/ewt_news.php?nid=24&filename=index

จังหวัดสงขลา

จังหวัดสงขลา

คาขวญั ประจาจงั หวดั

"นกน้าเพลนิ ตา สมหิ ลาเพลนิ ใจ เมอื งใหญส่ องทะเล
เสนห่ ส์ ะพานปา๋ ศนู ยก์ ารคา้ แดนใต"้

วฒั นธรรมทเ่ี ปน็ วตั ถุ (รูปธรรม)

ขนมบอก เป็นขนมพื้นบ้านของสงขลา ขนมบอก คาว่า บอก มาจาก

คาว่า "กระบอก" คือการนาแป้งข้าวจ้าว แป้งข้าวเหนียว ผสมกับ
น้าตาลโตนด แล้วนาแป้งหยอดใส่กระบอก แล้วไปนึ่งจนสุก แล้วน้า
มาคลุกกบั มะพรา้ วขูด

เต้าคั่ว เป็นอาหารว่าง คล้ายยาสลัด มีรสเปรี้ยว เค็ม หวาน

ประกอบด้วยเส้นหมี่ เต้าหู้ทอด หมูหั่นเป็นชิ้น กุ้งฝอยสดผสมแป้ง
และน้ากะทิทอดกรอบ ไขต่ ้ม ผกั บุ้งลวก ถ่วั งอกลวก แตงกวา่ หน่ั ฝอย
ราดด้วยนา้ ยา ซึง่ ทาจากน้าสม้ สายชูผสมนา้ ตาลปบ๊ี

กรงนกเขา แหล่งผลิตกรงนกเขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอยู่ท่ี

อาเภอจะนะ จังหวัดสงขลา กรงนก เป็นงานฝีมือที่ทากันมาตั้งแต่
โบราณ และการทากรงนกข้ึนมา เพือ่ ใช้เลย้ี งนก ภายใน ครวั เรือน และ
ได้มีการทาขายอีกด้วย จึงเป็นอีกภูมิปัญญาหนึ่งที่เราควร อนุรักษ์ถึง
วัฒนธรรมของชุมชนได้สะท้อนความเป็นอยู่ของชาวบ้านในท้องถ่ิน
จังหวัดสงขลา

จังหวดั สงขลา

วฒั นธรรมทไ่ี มใ่ ชว่ ตั ถุ (นามธรรม)

งานประเพณลี ากพระและตักบาตรเทโว

จัดขึ้นเป็นประจาทุกปีในวันแรม 1 ค่า เดือน 11 ประมาณเดือนตุลาคม
ณ อาเภอเมือง พิธีจะเร่ิมกอ่ นวันงานด้วยห่มผ้าพระเจดีย์บนยอดเขาตังกวนในวัน
งานเวลาเช้าจะเป็นพธิ ีตักบาตรเทโวบริเวณเชิงเขาตังกวนพระสงฆห์ ลายร้อยรปู
จะเดินลงมาจากเขาตังกวนเพื่อรับบิณฑบาตรจากพุทธศาสนิกชนตอนสายจะมี
เรอื พระจาก วดั ตา่ งๆในเขตจังหวัดสงขลาเคลอ่ื นผ่านให้พทุ ธศาสนิกชนได้ร่วม
ทาบุญและลากพระ ตามความเชื่อที่ว่าจะได้บุญกุศลสูง เรือพระจะมารวมกันท่ี
บริเวณสระบวั เพือ่ ร่วมประกวดการตกแต่งเรือพระ นอกจากนี้ภายในงานยงั มีการ
แสดงศิลปวัฒนธรรม

งานเทศกาลโคมไฟไหวพ้ ระจนั ทร์

ตานานการไหว้พระจันทร์ ยังได้กล่าวขานมาถึงราชวงศ์หยวน แผ่นดินฮั่นได้ถูกมองโกลปกครองและ
ได้วางระเบียบไวว้ า่ ชาวฮ่ัน 10 ครอบครัว จะมนี ายทหารมองโกลปกครอง 1 คนและใน 10 ครอบครัวจะมีมีด
ไว้ทากิจกรรมต่างๆ ได้เพียงเล่มเดียวเท่านั้น ทาให้ชาวฮั่นทั้งหลายโดยเฉพาะกลุ่มปัญญาชนได้คิดแผนการ
ปฏิวัตลิ ม้ ล้างอานาจมองโกล โดยกระทาในวันขน้ึ 15 ค่า เดือน 8 ซึ่งเป็นวันไหวพ้ ระจนั ทรห์ ลังจากตัดขนมไหว้
พระจันทร์เสร็จแล้ว ฮั่น10 ครอบครัวจะฆ่าทหารมองดกล 1 คนและยึดอาวุธของทหารไว้ลุกฮือขึ้นจนยึดการ
ปกครองคืนมาได้ ประเพณีไหว้พระจันทร์ได้ถือปฏิบัติเป็นประจาทุกปีทั้งชาวจีนและชาวไทย โดยการ
ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับสถาบัทักษิณคดศี ึกษาสงขลา หอการค้าจังหวัดสงขลา สถาบันราชภัฏ
สงขลา บรษิ ทั การบินไทย สมาคมโรงแรมหาดใหญ่ – สงขลา สมาคมธุรกิจทอ่ งเทยี่ วจังหวัดสงขลา มูลนิธิท่ง
เ ซ ี ย เ ซ ี ย ง ต ึ ้ ง ช ม ร ม 1 3 ส ม า ค ม ม ู ล น ิ ธ ิ จ ี น ห า ด ใ ห ญ ่ อ า เ ภ อ ห า ด ใ ห ญ ่ เ ท ศ บ า ล เ ม ื อ ง ใ ห ญ่
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และทุกหน่วยราชการในจังหวัดสงขลา ได้ร่วมกันจัดงานฟื้นฟูเทสกาลไหว้
พระจันทรท์ ีย่ ิง่ ใหญ่ท่ีสุดของประเทศทห่ี าดใหญ่ และมชี ุมชนชาวไทยเช้ือสายจีนอยู่เปน็ จานวนมาก ภายใต้ช่ือ
งานว่า “เทศกาลโคมไฟไหว้พระจันทร์” ขึ้นเป็นประจาทุกปีกาหนดงาน เทศกาลโคมไฟไหว้พระจันทร์ของ
จังหวดั สงขลา จัดข้ึนประมาณเดือนตลุ าคม ทบี่ ริเวณเขตเทศบาล อาเภอหาดใหญ่

ท่ีมา : https://bit.ly/3qx7D4Z
: https://sites.google.com/site/looknampattalung/home
: https://bit.ly/3ostiZp
: https://sites.google.com/site/tanapol159632/home/5-prapheni-wathnthrrm-kickrrm-khxng-canghwad-sngkhla

จังหวัดสตูล

จังหวัดสตูล

คำขวญั ประจำจงั หวดั

"สตลู สงบ สะอำด ธรรมชำตบิ รสิ ทุ ธ"์ิ

วฒั นธรรมทเี่ ปน็ วตั ถุ (รูปธรรม)

โปะ๊ ซอ่ น

เ ป ็ น ก ำ ร จ ั บ ป ล ำ อ ี ก ว ิ ธ ี ห น่ึ ง เป็นเครื่องมือดักสัตว์น้ำ มีลักษณะทำจำก
โดยใช้ไม้ไผ่กั้นเป็นคอก ซี่ไม้ไผ่ หรือทำงกะพ้อ หรือทำงจำก ยึดด้วย
เปิดช่องทำงให้ปลำไหลเข้ำ เชือกหรือหวำยเป็นทรงกระบอก รูปทรง
ไปแล้วใช้อวนดัก เป็นวิธีกำร คล้ำยไซ แต่ขนำดเล็กกว่ำ และใช้ดักปลำ
ที่อำศัยธรรมชำติของลม เมื่อ ตรงทม่ี นี ้ำไหล เช่น คู หรือรอ่ งนำ้ หรอื บริเวณ
ลมพดั ทำใหเ้ กดิ คล่ืน คล่นื ทำ คนั นำ
ให้ไม้ไผ่ที่ปักไว้เป็นคอกดัก
ปลำนั้นเกิดกำรสั่นไหว ปลำ ฝำขัดแตะ หรือฝำผนังของเรือน
เห็นแสงและเงำของไมไ้ ผ่เกิด
ควำมกลัวและหลงกล จึงว่ำย ไทยที่ทำด้วยไม่ไผ่ผ่ำซีกและสำน
ไปตำมชอ่ งทำงของโป๊ะทเี่ ปิด ขัดกัน กำรทำฝำขัดแตะเป็นงำนจัก
ไว้ ปลำก็จะเขำ้ ไปตดิ อวน สำนท่ตี ้องคำนึงถึงเร่อื งควำมแข็งแรง
ทนทำน อีกทั้งต้องมีควำมสวยงำม
ด้วย ไมไ้ ผ่ท่ีเหมำะสมทีส่ ุดในกำรทำ
ฝำขดั แตะไม้ไผ่ คือ ไม้ผำก ท่ีไม่แก่
หรืออ่อนเกินไป ใช้ทำผนัง ทำฝ้ำ
เพดำน เป็นต้น สำมำรถยดึ เปน็ อำชีพ
ไดเ้ ปน็ อยำ่ งดี เพรำะยังคงนิยมใชก้ ัน
อยำ่ งแพร่หลำยในจงั หวดั สตูล

จังหวดั สตูล

วฒั นธรรมทไี่ มใ่ ชว่ ตั ถุ (นำมธรรม)

งำนวนั เมำลดิ กลำง กำรทำประมงของชำวสตลู

เปน็ งำนทีจ่ ดั ขนึ้ เพือ่ เป็น กำรรำลกึ ถงึ หลักธรรมคำ เป็นวิถีชีวิตของชำวสตูลที่มีกำรประกอบอำชีพประมง
สอน และผลงำนของท่ำนนบีมูฮัมมัด เพื่อเป็นกำร เนื่องจำกจังหวัด สตูลมีชำยฝั่งทะเลที่อุดมสมบูรณ์
ส่งเสริมสถำบันศำสนำอิสลำมและเพื่อผนึกกำลัง ด้วยสัตว์น้ำ มีกำรทำหัตถกรรมพื้นบ้ำนด้วยวัตถุดิบ
ของพี่น้องมุสลิมใน กำรร่วมกันแก้ปัญหำที่สำคัญ จำกธรรมชำติที่มีป่ำไม้และทรัพยำกรมำก มำย
ของจังหวดั จัดเดือน พฤษภำคม ของทุกปี ลักษณะบ้ำนเรือนผสมผสำนแบบบ้ำนเรือนท้องถิ่น
ภำคใต้และไทยมุสลิม และควำมเป็นอยู่ของชำวเลท่ี
เป็นคนท้องถิ่นสตูลกลุ่มหนึ่งที่มีควำมเชื่อเป็น ของ
ตนเอง

ภำษำถน่ิ ชำวสตลู

ภำษำถน่ิ ของชำวจงั หวดั สตูลมีลักษณะสำเนยี งคล้ำยกับชำวพัทลุงและสงขลำ เน่อื งจำกมีพรมแดนติดต่อกัน ไป
มำหำสู่กันจึงได้รับอิทธิพลของจังหวดั นี้ ส่วนภำษำถิ่นมลำยนู ั้น เนื่องจำกผู้ปกครองเมืองสตูลในอดตี นัน้ สืบเช้อื
สำยมำจำกไทรบุรี มีกำรใชภ้ ำษำมลำยูในชวี ิตประจำวัน ชำวสตลู จงึ ใชภ้ ำษำถน่ิ ใต้ปนกับภำษำมลำยู ดงั ตัวอยำ่ งคำ
ตอ่ ไปนี้

คำแสดงกริ ิยำอำกำร คำเรียกชือ่ เครอ่ื งใช้ / ส่งิ ของ
ซำบน หมำยถึง สบู่
ตำโหระ , โกระ หมำยถงึ อำกำรหนกั ตีหมำ หมำยถงึ ถงั สำหรับตักนำ้ จำกบ่อ
ผ้ำตอหลำ หมำยถึง ผำ้ เช็ดตัว ผ้ำขนหนู
แปแหลด หมำยถงึ เพ้ยี น พูดเพีย้ น ตำหลำ หมำยถงึ ถำดควำม

รำหมงั หมำยถงึ ถูกใจ พอใจ ดี

ไมป่ ำหยำ หมำยถึง ไม่ไหว

แลแก๊ะ หมำยถึง ไมส่ วยงำม ไมไ่ ดค้ วำม

ทีม่ ำ : https://bit.ly/3qx7D4Z
: https://sites.google.com/site/looknampattalung/home
: https://bit.ly/3ostiZp
: https://bit.ly/3FiljET

จังหวัดสุราษฎร์ธานี

จังหวัดสรุ าษฎร์ธานี

คาขวญั ประจาจงั หวดั

"เมืองรอ้ ยเกาะ เงาะอรอ่ ย หอยใหญ่ ไข่แดง แหลง่ ธรรมะ"

วฒั นธรรมทเี่ ปน็ วตั ถุ (รูปธรรม)

เงาะ เป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ

ของประเทศ เปน็ เงาะทม่ี รี สชาตหิ วานและกรอบ ปลูกกนั มากในจงั หวดั
สุราษฎร์ธานี ผลมีลักษณะโต เปลือกบาง แม้สุกจัดปลายเสน้ ขนยงั มี
สเี ขยี ว

หอยนางรมสุราษฎร์ธานี เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เป็นอาหาร

ทะเลที่รสชาติขึ้นชื่อ คุณสมบัติที่สร้างคุณค่าหอยนางรมคือ เนื้อใน
ขาวสะอาด รสออกหวาน ไม่มีกลิน่ คาว มีคุณคา่ ทางอาหารสงู

ผ้าไหมพุมเรียง เป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านภาคใต้ของตาบล

พุมเรียง อาเภอไชยา จังหวัดสุราษฎรธ์ านี โดยชาวไทยมสุ ลิม ผ้าไหม
พุมเรียง เป็นผ้ายกที่มีลวดลายสวยงามและมีเอกลักษณ์ต่างไปจากผ้า
ยกของภาคอื่นๆ คอื มีการทอยกดอกด้วยไหม หรอื ดิ้นเงนิ ด้ินทอง

ไขเ่ ค็มไชยา เปน็ ของฝากขึ้นชอ่ื อยา่ งหน่ึงของอาเภอไชยา จังหวดั

สรุ าษฎร์ธานี เนือ่ งจากใช้ไข่เป็ดธรรมชาตมิ าทาดว้ ยเทคนิคที่แตกต่าง
จากไขเ่ ค็มถ่ินอื่น จึงเป็นไขเ่ ค็มท่ไี ข่แดงสแี ดงจดั มีรสชาติกลมกล่อม
ไมเ่ ค็มจัด และอร่อยตดิ ปากผู้ทีไ่ ดล้ องลิม้ ชมิ รสมาเป็นเวลายาวนาน

จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี

วฒั นธรรมทไี่ มใ่ ชว่ ตั ถุ (นามธรรม)

การชนควาย ประเพณสี ารทเดอื นสบิ

ชนควายเป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่ขึ้นชื่อของ เป็นงานบุญประเพณีของคนภาคใต้ ของ
จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะในท้องที่อาเภอ ประเทศไทย โดยเฉพาะ ชาวนครศรีธรรมราช ท่ี
เกาะสมุยเป็นที่นิยมกันมาก การชนควายเริ่มมี ได้รับอิทธิพลด้านความเชื่อ ซึ่งมาจากทางศาสนา
ขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด ทราบแต่ว่า พราหมณ์ โดยมีการผสมผสานกับความเชื่อทาง
สมัยที่เกาะสมุยขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช ที่ พระพุทธศาสนา ซึ่งเข้ามาในภายหลัง โดยมี
เกาะนี้มีควายมากกว่าสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ เม่ือ จุดมงุ่ หมายสาคัญ เพอื่ เปน็ การอุทศิ สว่ นกุศล ให้แก่
เป็นเช่นนี้การที่ราษฎรเห็นควายเพริดเที่ยวชน ดวงวิญญาณของบรรพชนและญาติที่ล่วงลับ ซึ่ง
กัน ขวิดกัน จึงน่าจะเป็นต้นเค้าของการนาควาย ได้รับการปล่อยตัวมาจากนรก ที่ตนต้องจองจาอยู่
มาชนกันเกดิ เป็นกฬี าชนควายอยา่ งเช่นปจั จบุ นั เน่อื งจากผลกรรมที่ตนไดเ้ คยทาไว้ตอนท่ียังมีชีวิต
การเลี้ยงควายชน ผู้เลี้ยงจะต้องรู้จักลักษณะ อยู่ โดยจะเริ่มปลอ่ ยตวั จากนรกในทุกวันแรม 1 ค่า
ของควาย เช่น ลักษณะของควายชนโดยทั่วไป เดือน 10 เพ่ือมายงั โลกมนษุ ย์ โดยมจี ุดประสงคใ์ น
ถ้าเป็นควายดาจะต้องมีหางพวง มีขวัญเป็นเอก การมาขอส่วนบุญจากลูกหลานญาติพี่น้อง ที่ได้
เท้าหน้า เท้าหลัง แข็งแรง หน้าใหญ่ โคนหาง เตรียมการอุทิศไว้ให้เป็นการแสดงความกตัญญู
ใหญ่ สีกายดาสนิท เป็นต้น ถ้าเป็นควายขาว กตเวทีต่อผู้ล่วงลับ หลังจากนั้นก็จะกลับไปยงั นรก
(เผือก) จะต้องมีหางสั้น หน้าผากนูน และผิวกาย ในวันแรม 15 ค่า เดือน 10 ช่วงระยะเวลาในการ
สดใส ประกอบพิธีกรรม ของประเพณีสารทเดือนสิบ จะมี
ข้ึนในวนั แรม 1 คา่ ถึงแรม 15 คา่ เดือนสบิ ของทุกปี
แต่สาหรับวันที่ชาวใต้มักจะนิยมทาบุญกันมากคือ
วนั แรม 13-15 คา่ ประเพณวี ันสารทเดอื นสิบโดย

ในส่วนใหญ่แล้ว จะตรงกบั เดอื นกนั ยายน

ท่มี า : https://bit.ly/3qx7D4Z
: https://sites.google.com/site/looknampattalung/home
: https://bit.ly/3ostiZp
: https://sites.google.com/site/arsan2107/5-prapheni-wathnthrrm-kickrrm-khxng-canghwad-su-rastr-thani

สังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันจะมีความเชื่อเรื่อง
ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อ ศาสนารวมถึงวัฒนธรรมที่เป็นมีมา
แต่ช้านานซึ่งสิ่งเหล่านี้อยู่คู่กับคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและ
ยังคงมีการสืบทอดลงไปสู่รุ่นหลานในอนาคต เช่น ภาคใต้ จะมี
วฒั นธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวดั

ซึ่งทั้ง 14 จังหวัดของภาคใต้ จะมีความเชื่อ ค่านิยม เอกลักษณ์
ภูมิปัญญาประจาท้องถิ่นที่ต่างกัน จึงเป็นการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยว
ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ลงมาสัมผัสประเพณีความเชื่อต่างๆ
รวมถึงภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมาตั้งแต่อดีต ได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยน และ
ลงมือปฏิบัติกับชาวบ้านในท้องถิ่น ถึงจะต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา
ต่างความเชื่อ แต่ทุกอย่างสามารถหล่อหลอมได้อย่างลงตัวท าให้
ภาคใต้น้ันมีมนต์เสน่ห์ไดอ้ ยา่ งไม่น่าเชื่อ

ภาคใต้ (The South)

เสนอ




ผศ.ดร.ลักษณา เกยุราพันธ์

จัดทำโดย

1.นายเสฏฐวุฒิ


ใบดำรงศักดิ์ รหัส 6353102125 เลขที่ 5

2.นางสาวอาธิตา จิวะสมบูรณ์กุล รหัส 6353102137 เลขที่ 17

3.นางสาวฤดี เรืองแสง รหัส 6353102138 เลขที่ 18

4.นางสาวสุชาดา วงษ์แดง รหัส 6353102140 เลขที่ 20

5.นางสาวสุภาพร ยิ่งดัง รหัส 6353102143 เลขที่ 23

6.นางสาวปรัญญรัตน์ พิมพลดิษฐ์ รหัส 6353102145 เลขที่ 25

นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู กลุ่มเรียนที่ 5
มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา


Click to View FlipBook Version