The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เนื้อหาในเล่มนี้ประกอบด้วยความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจิตวิทยา พัฒนาการของมนุษย์ พฤติกรรมของมนุษย์ การเรียนรู้ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ ความจำของมนุษย์ ความคิดเเละเชาวน์ปัญญา การรับรู้ จิตวิทยาการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ เเรงจูงใจ การเเนะเเนวการศึกษา การให้คำปรึกษา การศึกษารายกรณี เเละการ
สร้างเเรงบันดาลใจใฝ่เรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-04-13 02:38:44

จิตวิทยาสำหรับครู

เนื้อหาในเล่มนี้ประกอบด้วยความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจิตวิทยา พัฒนาการของมนุษย์ พฤติกรรมของมนุษย์ การเรียนรู้ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ ความจำของมนุษย์ ความคิดเเละเชาวน์ปัญญา การรับรู้ จิตวิทยาการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กพิเศษ เเรงจูงใจ การเเนะเเนวการศึกษา การให้คำปรึกษา การศึกษารายกรณี เเละการ
สร้างเเรงบันดาลใจใฝ่เรียน

44

แรงจูงใจกับการเรียนการสอน

1. รางวัล
การให้รางวัลมีหลายอย่าง เช่น ให้รางวัลเป็นของ เมื่อให้รางวัลไปแล้ว


เด็กรู้สึกตื่นเต้นและเรียนดีขึ้น แต่นั กจิตวิทยาและนั กการศึกษาบางท่านไม่

เห็นด้วยกับการให้รางวัล โดยกล่าวว่า การให้รางวัลนั้ นมีทางทำให้เด็กเรียน

เพื่อเอารางวัล มากกว่าเรียนเพื่อให้เกิดความรู้จริง ๆ

2. ความสำเร็จในการเรียน
การที่เด็กได้รับความรู้และทักษะเพิ่มขึ้นจากการเรียน ก็เป็นแรงจูงใจให้เด็กเรียนดีขึ้น


กว่าเดิม อย่างไรก็ดีครูต้องคำนึ งถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลด้วย นั่ นคือ ครูต้องจัดการ

สอนให้สอดคล้องกับระดับความสามารถของเด็กทุกคน เพื่อให้เด็กแต่ละคนได้รับความสำเร็จ

ตามระดับของตน

PSYCHOLOGY

45
แรงจูงใจกับการเรียนการสอน

3. การยกย่องชมเชย
คำชมที่เหมาะกับโอกาสและเหมาะสมกับการกระทำของนั กเรียนย่อมเป็นแรงจูงใจให้แก่


เด็กเป็นอย่างดี ในแง่ของจิตวิทยามีผู้พบแล้วว่า การชมเชยเด็กที่เก็บตัวมักได้ผลดีในการจูงใจ

กว่าการชมเด็กเปิดเผย และการชมเด็กเก่งมากๆ มักได้ผลน้ อยกว่าการชมเด็กอ่อน

4. การตำหนิ
การตำหนิ ก็เหมือนกับการชมเชย ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับบุคคล ถ้าครูตำหนิ เด็ก


เรียนอ่อนมากๆ คำตำหนิ นั้ นจะไม่มีผลในการสร้างแรงจูงใจ ถ้าตำหนิ เด็กเรียนเก่งให้ตรงกับ

ข้อบกพร่องของเด็ก คำตำหนิ ของครูจะมีผลดีมาก

PSYCHOLOGY

46

5. การแข่งขัน
การแข่งขันในการเรียน ถ้าเป็นไปในทำนองเป็นมิตรก็เป็นการจูงใจในการเรียนที่ดี


อย่างหนึ่ ง ครูควรเปิดโอกาสให้เด็กแข่งขันหลายๆ ทาง การแข่งขัน นั กจิตวิทยาแบ่งออก

เป็น 3 วิธีคือ

1. แข่งขันระหว่างนั กเรียนทั้งหมด
2. แข่งขันระหว่างหมู่ต่อหมู่
3. แข่งขันกับตนเอง

6. ความช่วยเหลือ
ความช่วยเหลือก็นั บเป็นแรงจูงใจในการเรียนที่ดีอย่างหนึ่ ง เป็นการสนั บสนุนให้เด็ก


สนองความต้องการทั้งสองอย่างนี้ ได้เป็นอย่างดี

PSYCHOLOGY

47

7. การรู้จักความก้าวหน้ าของตน
ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับความสำเร็จ แต่การที่เด็กจะทราบถึงความก้าวหน้ าของคน


นั้ นต้องอาศัยการบอกกล่าวของครู ถ้าเด็กทราบความก้าวหน้ าของตนอยู่เสมอ เด็กจะมี

กำลังใจที่จะเรียนมากขึ้น

8. การรู้จักวัตถุประสงค์ของการเรียน
การทราบวัตถุประสงค์ของการเรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่ ง จะทำให้เด็กเข้าใจแนวการเรียน


ได้ดีขึ้นและจะทำให้เด็กมีแรงจูงใจมากขึ้น

PSYCHOLOGY

48

บทที่ 12 การเเนะเเนว
การศึ กษา

ความหมายของการแนะแนวการศึ กษา

การแนะแนวการศึกษา คือ เป็นกระบวนการหนึ่ งที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา

ความสามารถ และความถนั ดของแต่ละบุคคล เช่น ช่วยให้นั กเรียนรู้จักวิธีการเรียน การศึกษา

ค้นคว้าความรู้เพิ่มเติม รู้จักเลือกวิชาเรียนให้สอดคล้องกับความสามารถ ช่วยให้สามารถวางแผน

ด้านการศึ กษาต่อในอนาคตได้

จุดมุ่งหมายของการจัดการบริการแนะแนว

คือ ทำให้บุคคลพัฒนาด้วยตัวเองอย่างดีที่สุดทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์สังคม

และจิตใจและช่วยให้บุคคลช่วยเหลือตัวเองได้ในทุกเรื่อง เรียนรู้ที่จะดำรงอยู่อย่างมีความสุข

PSYCHOLOGY

49
วัตถุประสงค์การแนะแนว

1. เพื่อช่วยให้นั กศึกษาได้รับข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับการเรียนและสามารถเข้าใจคุณสมบัติ

ของบุคคลที่จะศึ กษาต่อ

2. เพื่อช่วยให้นั กศึกษาสามารถปรับตนเองไห้เข้ากับการเรียนในแต่ละสาขาวิชา และวางแผน

ทางการศึ กษาได้อย่างเหมาะสม
3.เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านของนั กศึกษาทั้งทางร่างกาย สติปัญญา
อารมณ์ และสังคม

4.เพื่อสร้างเสริมและแก้ไขพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของนั กศึกษา ให้เปลี่ยนแปลง
ไปในแนวทางที่ดี
5.เพื่อช่วยเหลือ ดูแลนั กศึกษาให้รู้สมรรถภาพของตนเอง มองเห็นคุณค่าความสำคัญ
ของตนเอง มองเห็นชีวิตในอนาคต

PSYCHOLOGY

50

ประเภทของการแนะแนว
แบ่งออกเป็น 3 ประเภท

1.1) แนะแนวทางการศึกษา (Education Guidance) เป็นกระบวนการของการให้

ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับทางด้านการศึกษา ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเลือกแนวทางการ

ศึกษาได้อย่างเหมาะสมกับความสามารถทางสติปัญญา ความถนั ด ความสนใจ

1.2) แนะแนวทางอาชีพ (Vocational Guidance)

เป็นกระบวนการของการให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ

โลกของงานอาชีพ จะช่วยให้ผู้เรียนรู้จักศึกษาโลกของ

งานอาชีพ รู้จักเตรียมตัวทางด้านอาชีพ และช่วยให้ผู้เรียน


หรือผู้รับบริการเลือกงานอาชีพที่เหมาะสมกับตนเอง

1.3) การแนะแนวทางด้านสังคมส่วนตัว

(Personal Social Guidance) เป็นกระบวนการของการ

ให้ความช่วยเหลือผู้เรียนให้รู้จักปฏิบัติตนที่เหมาะสมเพื่อ

ให้สามารถดำเนิ นชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

PSYCHOLOGY

51
การบริการแนะแนว

1) บริการศึกษาและรวบรวมข้อมูล หมายถึง การศึกษาสำรวจ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียน

ทางด้านการศึกษา อาชีพ บุคลิกภาพ และสิ่ งแวดล้อม
2) บริการสนเทศ หมายถึง การให้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนา
3) บริการให้คำปรึกษา หมายถึง การให้ความช่วยเหลือ ความใกล้ชิด ความอบอุ่น ความมั่นใจ

สติปัญญา
4) บริการจัดวางตัวบุคคล หมายถึง บริการที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถดำเนิ นการตามที่

ตัดสิ นใจเลือกไว้

5) บริการติดตามและประเมินผล จัดทำขึ้นเพื่อดำเนิ นการติดตามผลผู้เรียนภายหลังจากที่ได้รับ

บริการแนะแนวไปแล้วว่าได้ประโยชน์ มากน้ อยเพียงไร

PSYCHOLOGY

52

รูปแบบการให้บริการ
แนะแนว

3.1) การให้บริการทางโทรศัพท์
3.2) การให้บริการทางเครือข่าย INTERNET
3.3) การให้บริการโดยสื่อเอกสารและอิเล็กทรอนิ กส์
3.4) การให้บริการโดยสื่อประชาสัมพันธ์
3.5) การให้บริการเป็นรายกลุ่ม-รายบุคคล

3.5.1) ศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำ
3.5.2) หน่ วยงานแนะแนวเคลื่อนที่

PSYCHOLOGY

53

บทที่ 13 การให้คำปรึกษา

ความหมายของการให้การปรึกษา

เป็นกระบวนการที่ผู้ให้การปรึกษาใช้ทักษะต่างๆ เพื่อช่วยเหลือและเอืออํานวยให้

ผู้รับการปรึกษาสํ ารวจและทําความเข้าใจปัญหาสาเหตุของปัญหาและความต้องการ

ของตน ตลอดจนสามารถหาวิธีแก้ไขปัญหาเหล่านั นด้วยตนเอง

บทบาทหน้ าที่ของผู้ให้คำปรึกษา

1. ทำหน้ าที่ให้บริการ (Service) ในการปฏิบัติงานของผู้ให้คำปรึกษา
2. ทำหน้ าที่ผู้ไกล่เกลี่ย (Mediator) ผู้ให้คำปรึกษาจะต้องแสดงบทบาทเกี่ยว

กับการไกล่เกลี่ยให้เกิดความสั มพันธ์ของบุคคลหรือกลุ่ม
3. ทำหน้ าที่ผู้ประสานงาน (Coordinator) ผู้ให้คำปรึกษาแนะนำทำงาน

เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก

PSYCHOLOGY

54

วัตถุประสงค์ของการให้คำปรึกษา

การให้คำปรึกษาแก่นั กเรียนมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยนั กเรียนในเรื่อง
1.สำรวจตนเองและสิ่ งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ และเข้าใจในตนเองและสิ่ งแวดล้อม
2.ลดระดับความเครียด และความไม่สบายใจที่เกิดจากการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่ งแวดล้อม
3.พัฒนาทักษะทางสังคม ทักษะการตัดสินใจ และทักษะการจัดการกับปัญหาให้มี


ประสิ ทธิภาพมากยิ่งขึ้น
4.เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทิศทางที่พึงประสงค์ เช่น มีความรับผิดชอบในหน้ าที่ต่างๆ


มากขึ้น มีพฤติกรรมการเรียนที่ดี และสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่นได้ดีขึ้น

ประเภทของการให้คำปรึกษา

การให้คำปรึกษาสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. การให้คำปรึกษารายบุคคล คือ การให้ความช่วยเหลือแก่นั กเรียนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง

ครั้งละ 1 คน
2. การให้คำปรึกษากลุ่ม คือ การให้การช่วยเหลือแก่นั กเรียนจำนวนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ที่มี

พฤติกรรมเสี่ยงในเรื่องที่คล้ายคลึงกัน หรือมีความต้องการที่จะพัฒนาตนในเรื่องเดียวกัน

PSYCHOLOGY

55

ลักษณะของการให้คำปรึกษา

ผู้ที่จะทำหน้ าที่ให้คำปรึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพควรมีลักษณะส่วนตัวดังต่อไปนี้
1. รู้จัก และยอมรับตนเอง
2. อดทน ใจเย็น
3. จริงใจ และตั้งใจช่วยเหลือผู้อื่น
4. มีท่าทีที่เป็นมิตร และมองโลกในแง่ดี
5. ไวต่อความรู้สึกของผู้อื่น และช่างสังเกต
6. ใช้คำพูดได้เหมาะสม
7. เป็นผู้รับฟังที่ดี
นอกจากนี้ ยังควรมีคุณลักษะที่สำคัญ คือ มีบุคลิกภาพที่ดี และการรักษาความลับ

ทักษะการให้คำปรึกษา

1. ทักษะการใส่ใจ
2. ทักษะการนำ
3. ทักษะการถาม
4. ทักษะการเงียบ
5. การซ้ำความ/การทวนความ
6. ทักษะการให้กำลังใจ
7. ทักษะการสรุปความ
8. ทักษะการให้ข้อมูลและคำแนะนำ
9. ทักษะการชี้ผลที่ตามมา

PSYCHOLOGY

56

ขั้นตอนการให้คำปรึกษา

ขั้นที่ 1 สร้างสัมพันธภาพ
การเริ่มต้นพบกันที่เป็นไปด้วยความอบอุ่นเป็นกันเอง จะช่วยให้นั กเรียนเกิดความรู้สึก

ประทับใจและไว้วางใจ

ขั้นที่ 2 สำรวจ ทำความเข้าใจปัญหา
อาจต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก เนื่ องจากนั กเรียนผู้รับคำปรึกษา ส่วนใหญ่มีความสับสน

ทางอารมณ์ หรือมีการรับรู้ที่บิดเบือนจากความเป็นจริง

ขั้นที่ 3 แนวทางแก้ไขปัญหา
ครูผู้ให้คำปรึกษาควรสนั บสนุนให้นั กเรียนผู้รับคำปรึกษา คิดเองให้มากที่สุด และให้

สามารถตัดสิ นใจเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด

ขั้นที่ 4 วางแผนเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ
ช่วยให้การให้คำปรึกษามีคุณค่า และจะเป็นประโยชน์ มากขึ้น ถ้ามีการทำข้อตกลงกับ

นั กเรียนผู้รับคำปรึกษา เพราะจะช่วยให้นั กเรียนผู้รับคำปรึกษา เกิดความตั้งใจ และพร้อมที่

จะลงมือปฏิบัติตาม

ขั้นที่ 5 ยุติการให้คำปรึกษา
เมื่อการให้คำปรึกษาดำเนิ นไปจนหมดเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละครั้ง ในแต่ละราย หรือ ผู้รับ

คำปรึกษามีท่าทีต่อต้าน ก็ให้ยุติการให้คำปรึกษา โดยให้ดำเนิ นการด้วยความอบอุ่น เป็นมิตร

และแสดงความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือต่อไป

PSYCHOLOGY

57

บทที่ 14
การศึ กษารายกรณี

ความหมายของการศึ กษารายกรณี

การศึกษารายกรณี หมายถึง การศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับบุคคล อย่างลึกซึ้งและ

วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้บุคคลมีพฤติกรรมเช่นนั้ น หรือมีพฤติกรรมแปลกไปว่ามีสาเหตุ

มาจากอะไร รวมทั้งแปลความหมายของพฤติกรรมนั้ นๆ

ความมุ่งหมายของการศึ กษารายกรณี

1. เพื่อสืบค้นหาสาเหตุที่ทำให้ผู้เรียนมีพฤติกรรมที่ผิดปรกติ ซึ่งทางโรงเรียนจะได้ให้ความช่วย

เหลือและแก้ไขได้อย่างถูกต้อง
2. เพื่อสืบค้นรูปแบบของพัฒนาการของนั กเรียน ทั้งในด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม

และจิตใจ
3. เพื่อช่วยให้นั กเรียนได้เกิดความเข้าใจในตนเอง สามารถพัฒนาวางแผนชีวิต และตัดสินใจ

เลือกแนวทางการศึกษาต่อ และเลือกอาชีพที่เหมาะสม
4. เพื่อช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจในตัวเด็กของตนได้ดีขึ้น
5. เพื่อช่วยให้ครูเข้าใจนั กเรียนได้อย่างละเอียด ลึกซึ้ง และถูกต้อง

PSYCHOLOGY

58
ประโยชน์ ของ
การศึ กษารายกรณี

ประโยชน์ ต่อครูหรือผู้แนะแนว
ที่เป็นผู้ศึ กษาโดยตรง

1.ช่วยให้ครูหรือผู้แนะแนวได้ทราบรายละเอียด เกี่ยวกับตัวนั กเรียนอย่างกว้างขวาง
2.ช่วยให้ครูและผู้แนะแนวเข้าใจถึงสาเหตุและเงื่อนไขต่างๆ ที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่เป็น

ปัญหา ทำให้ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับนั กเรียนได้อย่างเหมาะสม
3.ช่วยให้ครูและผู้แนะแนวมีความรู้และมีทักษะในการใช้เครื่องมือและกลวิธีต่างๆ ในการ

เก็บข้อมูลเกี่ยวกับตัวนั กเรียน

ประโยชน์ ต่อนั กเรียน
ที่เป็นผู้ไดรับการศึ กษา

1.ช่วยให้นั กเรียนได้เกิดความเข้าใจตนเอง ยอมรับความเป็นจริงเกี่ยวกับตัวเองมีการ

ปรับปรุงตนเองหรือแก้ไขปัญหาของตน เพื่อช่วยให้มีสภาพชีวิตที่ดีขึ้น
2.ช่วยให้นั กเรียนมีกำลังใจและมีความเต็มใจที่จะดำเนิ นชีวิตต่อไปอย่างมีความหวัง

PSYCHOLOGY

59

ประโยชน์ ต่อคณะครู
และโรงเรียน

1.ช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจนั กเรียนของตนดีขึ้น
2.ช่วยให้โรงเรียนได้ทราบเกี่ยวกับปัญหาและความต้องการของตัวเด็ก ทำให้สามารถนำข้อ

เท็จจริงเหล่านั้ นมาใช้ในการปรับปรุงการเรียนการสอนแก่นั กเรียนได้อย่างเหมาะสม

ประโยชน์ ต่อผู้ปกครองของนั กเรียน
ที่ได้รับการศึ กษา

1.ช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจเด็กของตนดีขึ้น ทำให้สามารถปฏิบัติต่อบุตรได้อย่างเหมาะสม
2.ช่วยให้ผู้ปกครองเกิดความสบายใจ ในการที่โรงเรียนมีความตั้งใจและจริงใจในการ

ป้องกัน ช่วยเหลือ แก้ไขและส่งเสริมพัฒนานั กเรียน

การเลือกนั กเรียนเพื่อทำการศึกษารายกรณี

สามารถจำแนกได้ดังนี้
1) นั กเรียนที่ประสบผลสำเร็จในด้านการเรียนดีเยี่ยม
2) นั กเรียนที่มีความสามารถพิเศษบางอย่าง เช่น ศิลปะ ดนตรี ฯลฯ
3) นั กเรียนที่มีปัญหามาก
4) นั กเรียนที่มีความทะเยอทะยานมีกำลังใจเข้มแข็งที่จะเอาชนะอุปสรรค
5) นั กเรียนที่เรียนอ่อนไม่สมารถที่จะทำงานในระดับที่เรียนอยู่ได้
6) นั กเรียนที่มีพฤติกรรมดีเด่นสมควรเอาเป็นตัวอย่าง
7) นั กเรียนที่มีพฤติกรรมปรกติธรรมดาทั่วๆ ไป

PSYCHOLOGY

60

บทที่ 15 การสร้างแรงบันดาล
ใจใฝ่เรียน

ความหมายของแรงบันดาลใจ

แรงบันดาลใจ (Inspiration) หมายถึง พลังที่เราทุกคนใช้ในการผลักดัน

ตนเอง ไม่ว่าจะเป็นจากความคิดหรือการกระทำ เพื่อให้เราเดินไปถึงเป้าหมายที่ตั้ง

ไว้ได้สำเร็จ

8 เทคนิ คสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ที่สามารถเปลี่ยน
ให้เราประสบความสำเร็จ

1. มีความเชื่อมั่น
ก่อนอื่นเราควรมีความเชื่อมั่นในตัวเองก่อน โดยการสร้าง


ทัศนคติดีๆ เช่น เชื่อมั่นว่าตนเองทำได้และสามารถผ่านปัญหาที่

กำลังเจออยู่ตอนนี้ ไปได้ ซึ่งหากเรามีความเชื่อมั่นในตัวเองแล้ว

เราก็จะเกิดความมั่นใจและสามารถเอาชนะปัญหาได้ในที่สุด

2. มีเป้าหมายที่ชัดเจน
การวางแผนและตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนก็เป็นอีกทางที่ช่วยให้


เราประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น เพราะจะช่วยให้เราไม่ไขว้เขว

ทำให้เรามีแรงจูงใจที่จะไปให้ถึงเป้าหมายได้

PSYCHOLOGY

61

3. หาแบบอย่างหรือบุคคลตัวอย่าง
ลองหาแบบอย่างหรือบุคคลตัวอย่างที่เราชื่นชอบมาเป็น


แรงบันดาลใจของเรา โดยเราอาจชื่นชมบุคคลเหล่านั้ นจาก

การกระทำ แนวคิด หรือประสบการณ์ต่างๆ ที่บุคคลเหล่านั้ นได้

ถ่ายทอดออกมา ถือเป็นการให้กำลังใจตัวเองอีกทาง

4. เรียนรู้จากความผิดพลาด
"ไม่มีใครไม่เคยทำพลาด" คนทุกคนย่อมเคยผ่านความผิด


พลาดมาแล้วทั้งนั้ น เพียงแต่เราควรนำความผิดพลาดนั้ นมาเป็น

ประสบการณ์ และเตือนตัวเองว่าไม่ควรทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าใน

เรื่องเดิมๆ

5. รู้จักบริหารเวลา
ในบางครั้งเราก็จำเป็นต้องทำอะไรหลายๆ อย่างในเวลาจำกัด


ซึ่งเราจะไม่สามารถทำให้สำเร็จได้เลยหากไม่รู้จักบริหารจัดการ

เวลาที่ดี การเรียงลำดับว่าสิ่ งใดควรมาก่อนและสิ่ งใดควรทำ

ทีหลัง เป็นส่วนหนึ่ งของคนที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งหากเรา

อยากจะประสบความสำเร็จก็ควรฝึกตนเองให้มีนิ สยแบบนี้ ด้วย

PSYCHOLOGY

62

6. เปิดใจ ลองทำสิ่ งที่ไม่เคยทำ
การติดอยู่กับความเคยชินเก่าๆ ทำให้เราไม่มีประสบการณ์ที่หลาก


หลาย ซึ่งหากเราอยากเป็นคนที่เรียนรู้อะไรหลายๆด้าน ก็ควรจะเปิดใจ

ทดลองทำอะไรใหม่ๆ หรือเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะ

ประสบการณ์ ที่หลากหลายจะช่วยเราให้รับมือกับอุปสรรคในรู ปแบบ

ต่างๆได้

7. มองโลกในแง่ดี
ลองยิ้มรับกับปัญหาและมองว่านั่ นคือประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ทำให้


เราเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้น เราควรเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่มอง

โลกในแง่ดีเสียก่อน เพราะเมื่อมองทุกอย่างเป็นไปในด้านบวกแล้ว

จะช่วยทำให้เรามีจิตใจโปร่งใสและเกิดแรงบันดาลใจที่ดีเกิดขึ้นมาได้

8. อย่าเสียเวลากับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง
เรื่องบางเรื่องหรือแม้แต่คนบางคนก็ไม่ควรที่เราจะไปเสี ยเวลา


ด้วย เพราะนอกจากจะไม่ได้ประโยชน์ อะไร กลับมีแต่เสียกับเสีย ซึ่ง

หากเรารู้อย่างนี้ แล้ว เราก็ควรจะเอาเวลาที่มีไปทำสิ่ งที่มีประโยชน์ จะ

ดีกว่า

PSYCHOLOGY

Hi!

THANK YOU
FOR

COMING TO STUDY,

RESEARCH AND SEEK


KNOWLEDGE


Click to View FlipBook Version