เร ื่อง สุนัขจิง้จอกจอมตะกละ กาลคร้ังหน่ึ งนานมาแลว ้ ….มีสุนขัจิ้งจอกตวัหน่ึ งซ่ึ งกา ลงัหิวมาก มนัเห ็ นขนมปังและชิ้นเน้ื อที่คนเล้ียงแกะทิง้ไว ้ ในโพรงตน ้ โอ ๊ ค มนัจ ึ งยอ่งเขา ้ไปในโพรงและกินอาหารอยา่งเอร ็ ดอร่อยจนอิ่มหนา ส าราญกาลคร้ังหน่ึ งนานมาแลว ้….มีสุนขัจิ้งจอกตวัหน่ึ งซ่ึ งกา ลงัหิวมาก มนัเห ็ นขนมปัง และชิ้นเน้ื อที่คนเล้ียงแกะทิ้งไวใ้ นโพรงตน ้ โอค ๊ มนัจ ึ งยอ่งเขา ้ไปในโพรงและกินอาหาร อยา่งเอร ็ ดอร่อยจนอิ่มหนา สา ราม ื่อเจา ้ หมาจิ้งจอกตวัที่เดินผา่นมาไดร ู้้ ถ ึ งสาเหตุของสิ่งที่ เกิดข้ึ น มนัจ ึ งพดูต่อเจา ้ หมาจิ้งจอกตวัที่ติดอยใู่นโพรงตน ้ โอ ๊ ควา่ “ เจา ้ คงตอ ้ งอยตู่รงน้นัแห ล่ะเพ ื่อนเอ ๋ ยจนกระทงั่ร่างกายเจา ้ จะกลบัค ื นสู่สภาพปกติเหม ื อนตอนที่เจา ้ คลานเขา ้ไป แลว ้ เจา ้ จ ึ งจะคลานออกมาไดโ้ ดยง่าย” ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: 1. ความละโมบโลภมากยอ่มนา ทุกขม ์ าให ้ 2. จงรู้ จกัอดทนอดกล้นัแลว ้ เราผา่นพน ้ ปัญหาไปได ้
เร ื่องหนูเม ื องและหนูชนบท หนูนาตวัหน่ึ งอาศยัอยใู่นชนบทมนัชอบกินผลไม ้ มนัอยอู่ยา่งมีความสุข วันหนึ่งญาติของหนูนามาเยี่ยมจากในเมือง หนูนารวบรวมผลไมม ้ ากมายไวใ้ หห ้ นูบา ้ นกิน แต่หนูบา ้ นไม่ชอบกินผลไม ้ หนูบา ้ นบอกวา่ “อาหารพวกนี้น่าเบื่อเหลือเกิน” “เธอเข้าไปในเมืองกับฉันเถอะ… ช ี วติในเม ื องสนุกสนานกว่าท ี่น ี่มากนัก” ดังน้นัหนูนาจึงติดตามญาติของมนัเขา้ไปในเมือง พวกมันเดินทางมาถึงบ้านใหญ่หลังหนึ่ง พวกมันมุดลอดใต้ประตูหลังบ้านเข้าไปในบ้านหนูบ้านพาหนูนาเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร บนโต๊ะอาหารมีอาหารวางอยู่มากมายพวกมนัเริ่มกินอาหารเป็นการใหญ่ หนูนารู้สึกมีความสุข มันพูดว่า“อาหารพวกนี้ช่างอร่อยเหลือเกิน ทนั ใดน้นัมีเสียงบางอยา่งดงัแว่วเขา้มาหนูท้งัสองวิ่งไปหล ซ่อน อยู่หลังกองอาหารหนูบ้านบอกหนูนาว่า “อยู่เฉยๆไว้น่ะ”หนูนารู้สึกกลัวมาก แมวตัวหนึ่งเดินเข้ามาในห้องอาหาร มันหันไปมองรอบๆห้องแมวตวัน้นักระโดดข้ึนไปบนโต๊ะอาหารหนูบ้านร้องว่า “วิ่งหนี เร็ว!” หนูท้งัสองวิ่งเขา้ไปในรูหนู หนูนาพูดกับหนูบ้านว่า “ลาก่อนน่ะ ญาติที่รัก” เจ้าหนูนาเอ่ย “เฮ้ย ท าไมรีบกลับนักล่ะ” “อืมม์” เจ้าหนูนาตอบ เรื่องสิงโตกับกระต่ายป่ า
เย็นวันหนึ่ง มีสิงโตตัวหนึ่งตื่นจากการหลับใหลด้วยความหิวโหย มันเดินเข้าไปในป่ าเพื่อหาอาหาร และเพราะมันหิวมาก มันจึงพร้อมที่จะจับทุกอย่างกินเป็ นอาหารทนั ใดน้นัสิงโตตวัน้นัก็เห็นกระต่ายป่าตวัหน่ึงกา ลงัวิ่งอยบู่ริเวณน้นั สิงโตวิ่งไปดา้นหลงักระต่ายป่า และมนัก็จบักระต่ายนอ้ยตวัน้นั ได้ในเวลาต่อมา ในขณะที่มันก าลังจะกินกระต่ายป่ า มันก็เหลือบไปเห็นกวางตัวหนึ่ง และเพราะความตะกละของมัน สิงโตจึงคิดว่า… มนัควรกินกวางตวัใหญ่มากกว่าที่จะกินกระต่ายป่าตวัน้ี เมื่อคิดเช่นน้นัเจา้สิงโตจึงทิ้งกระต่ายป่าที่จบัได…้แลว้หนักลบัไปจบักวาง แต่กวางวิ่งหนีสุดชีวิตเท่าที่มนัจะวิ่งได้ และสิงโตก็ไม่สามารถวิ่งไล่จบัมนัทนั ในที่สุด สิงโตก็ตอ้งหยดุวิ่งเพราะความเหนื่อยอ่อน มันพูดกับตัวเองว่า “ข้ากลับไปกินกระต่ายป่ าดีกว่า” มันรีบกลับไปยังกระต่ายป่ า… แต่เมื่อไปถึง…กระต่ายป่าตวัน้นัก็…ไดห้ายไปแลว้ สิงโตรู้สึกเสียใจมาก เพราะความตะกละของตัวมันเองแท้ ๆ ถึงตอนน้ีมนัไมเ่หลืออะไรให้กินเป็นอาหารอีก… แมก้ระทงั่กระตายป่ าตัวน้อยก็ตาม ่ เร ื่องแมวกบัหนู
บา้นหลงัหน่ึงมีหนูชุกชุมมากเจา้ของบา้นจึงนา แมวมาเล้ียงไว้ เจ้าแมวขยันไล่จับหนูกินทุกวันจนลดจ านวนลงไปทีละตัว ๆ ด้วยความกลัวว่าจะถูกกินเป็ นรายต่อไป… พวกหนูจึงพากันเก็บตัวเงียบไม่ออกมาจากรูที่พวกมันอาศัยอยู่ แมวเฝ้ารอจบัหนูอยู่หลายวนัแต่ไม่เหน ็ หนูวิ่งเพ่นพ่านกแ ็ปลกใจ จึงวางแผนแกล้งนอนนิ่ง ๆ ซ่อนเลบ ็ แหลมคมไว้มิดชิด ทา ทีว่าตายเป็ นซากไร้วิญญาณให้พวกหนูตายใจจะได้ออกจากที่ซ่อนแล้วจบักิน หนูตัวหนึ่งเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงร้องออกมาว่า “เฮ้อ…คณุผ้หู ญิงผ้แูสนดี…แม้ว่าท่านจะมีความสามารถพิเศษ… นอนนิ่งได้นานแสนนาน…พวกเราก็จะไม่มีวันเข้าไปใกล้…ตัวเจ้าเด็ดขาด” นิทานเรื่องนี้สอนให้ร้วู่า 1). “คนฉลาดย่อมไม่ประมาทหลงกลอุบาย” 2). “จงหลีกเลี่ยงสภาวะที่เป็นอันตรายทั้งปวง” เรื่องหมาในรางหญ้า
หมาตวัหน่ึง มนัชอบแอบเขา ้ไปงีบหลบัอยใู่นรางหญา ้ ของโรงนาอยเู่สมอ มนัไดก ้ ระโดดเขา ้ไปในรางหญา ้ ของววัแลว ้ ก ็ ขดตวัลงบนฟางในรางน้นั แต่ไม่นานเท่าไหร่ววัก ็ กลบัมาจากการทา งานในตอนบ่าย ก ็ไดเ ้ ขา ้ มาที่รางหญา ้ เพื่อตอ ้ งการกินฟางขา ้ ว เจา ้ หมาสะดุง ้ ตื่น มนัรู้สึกโกรธเดือดดาลเป็ นอยา่งมาก มนัยนืเห่าววัและเมื่อววัเขา ้ใกลม ้ นัก ็ ทา ท่าจะกดั ลุกข้ึนแยกเข้ียวเห่าไล่ววั ไม่ใหก ้ินหญา ้ ววัจึงพูดดว ้ ยความอดกล้นัวา่ “เจ้าหมาเกเรแม้แต่หญ้าที่เจ้าไม่กิน เจ้าก้ยังขัดขวางไม่ให้ข้ากินอีกรึ” สุดทา ้ ยววัจึงเดินออกไปจากที่ตรงน้นั แลว ้ไปกินฟางขา ้ วในรางอื่นรอบๆโรงนาแทน นิทานเร ื่องนีส้อนให้รู้ว่า “คนนิสัยพาล…มักขัดขวางให้ผู้อื่นเดือดร้อนเสมอ แมวกับคนใจคด
กาลคร้ังหน่ึงนานมาแลว้…มีหญิงชราคนหน่ึงไม่มีลูกหลาน อาศัยอยู่ในบ้านเพียงล าพังบา้นของเธอน้นั ใหญ่โตกวา้งขวางมาก จนหญิงชราไม่สามารถดูแลไดอ้ยา่งทวั่ถึง กระทงั่พวกหนูมากดัทา ลายขา้วของ จนเสียหายทุกวันหญิงชราทนความร าคาญไม่ไหว จึงไปขอร้องแมวตัวหนึ่งให้มาอยู่ด้วย และสัญญากับแมวว่าถ้าแมวช่วยจับหนู ใหห้มดบา้น นางจะใหแ้มวอยดู่ว้ยจนชวั่ชีวิต แมวน้นัดีใจมาก มนัจึงออกจบัหนูทุกวนัไม่ไดห้ยดุ จนกระทงั่หนูออกไปจากบา้นหญิงชราจนหมดวนัหน่ึง…ขณะที่แมวกา ลงันอนหลบัอยา่งสบายอารมณ์อยนู่้นั มันก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเพราะหญิงชรา ได้หวดไม้เรียวลงมาบนตัวของมันอย่างแรง “เจ้าจับหนูหมดแล้วก็ไม่มีประโยชน์กับข้าอีกต่อไป… ออกไปจากบ้านของข้าได้แล้วเจ้าแมวขี้เกียจ” หญิงชราตวาดแมว… แมวจ าใจออกจากบ้านของหญิงชรา ด้วยความเจ็บแค้น
เร ื่องส ุ น ั ขจง ิ ้ จอกหางด ้ วน สุนขัจิ้งจอกตวัหน่ึงหลุดออกจากกบัดกัของนายพรานมาได้ เพราะดิ้นหนีจนหางขาดติดอยทู่ ี่กบัดกัหมาจิ้งจอกรู้สึกอบัอายมากที่หางดว้น เมื่อกลบัเขา้ฝงูจึงพูดจาหวา่นลอ้มใหสุ้นขัจิ้งจอกทุกตวัตดัหางทิ้ง จะได้หางด้วนเหมือนกับตน “ข้าเพิ่งคิดออกว่า หางที่เป็ นพวงยาวนี่มันช่างเกะกะ รุ่มร่ามจริงๆ วิ่งก็ช้า ข้าจึงตัดหางทิ้งซะ…ท าให้สง่างาม..โดดเด่น.. และวิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย พวกเจ้าก็น่าจะตัดหางทิ้งเหมือนข้านะ” แลว้เพื่อนๆของมนัท้งัหมด ต่างก็คลอ้ยตามไปกบัวาจาที่เจา้เล่ห์นนั่สุนขัจิ้งจอกอาวุโสตวัหน่ึง ที่คอยเฝ้าดู เหตุการณ์อยใู่กลๆ้จึงพูดข้ึนว่า “พวงหางที่ดูสวยงามของพวกเราเป็นสิ่งที่มีค่า เราควรภาคภูมิใจกบัมัน แล้วข้ากเ็ห็นว่าสุนัขจิง้จอกหางด้วนไม่เห็นมีอะไรวิเศษตรงไหน! เจ้าอย่าพยายามมาหลอกพวกเราให้ยากเลยดีกว่า… เจ้าอับอายที่ไม่มีหางก็เลยคิดจะให้พวกเราตัดหางทิ้งเหมือนอย่างเจ้าใช่ไหมล่ะ” ในเวลาน้นัสุนขัจิ้งจอกหางดว้นรู้สึกสมเพชตวัเองและอบัอายเป็นอยา่งมาก ส่วนเพื่อนสุนขัจิ้งจอกตวัอื่นๆ…เมื่อไดฟ้ ัง…ก็พากนัเมินหนา้หนี ไม่มีตวัใดหลงเชื่อและและคิดอยากคบคา้สมาคมกบัสุนขัจิ้งจอกหางดว้นอีกเลย…
เรื่องชาวหนุ่มกบัดวงดาว นานมาแล้วมีชายหนุ่มผู้หนึ่งชอบดูดาวบนท้องฟ้าเป็นชีวิตจิตใจ ทุกคืนเขาจะเดินแหงนหนา้มองข้นึไปบนทอ้งฟ้าที่ระยิบระยบัไปดว้ยดวงดาว ระหว่างน้นัเขาก็เฝ้าขบคิดว่า ดวงดาวเกิดมาจากอะไรและข้นึไปอยบู่นทอ้งฟ้าไดอ้ยา่งไร เขาแต่เหม่อมอง โดยไม่สนใจว่าก าลังจะเดินไปทางไหน เพื่อน ๆ ของเขาต่างขบขนัที่เห็นอาการเช่นน้นัของเขา “นี่ฉันคิดว่าแกน่าจะไปดูดาวที่หอดูดาวที่ไหนสักแห่ง… ดีกว่าจะมาเดินเหม่อลอยแบบนี้นะ” เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยเตือนเขา “นั่นน่ะซิเดี่ยวก็เดินตกหลุมตกร่องเข้าสักวันหนึ่งหรอก” เพื่อนอีกคนเสริม ชายหนุ่มไม่สนใจต่อคา เตือนน้นัและยงัคงเดินแหงนดูดาวเช่นน้นัต่อไป และแล้วในคืนหนึ่ง เขาก็ก้าวตกลงไปในหลุมแห่งหนึ่งเข้าจนได้ หลุมน้นัลึกมากจนเขาไม่สามารถปีนข้นึไปได้ ชายหนุ่มจึงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือเสียงดงัลนั่ โชคดีที่เพื่อน ๆ ของเขาเดินผ่านมาได้ยินเสียงเข้า จึงร้องถามลงไปว่า “นนั่ใครน่ะ?” “ฉันเอง นักดูดาวไงล่ะ!” ชายหนุ่มตอบด้วยความดีใจ เพื่อน ๆ ของเขาพากันหัวเราะร่า “ฉันว่าแล้วไง เจอดีเข้าจนได้ไหมล่ะ” นบัต้งัแต่ไดร้ับความช่วยเหลือใหข้้ึนมาแลว้ชายหนุ่มก็เลิกเดินเหมอ่เช่นน้นัอีกต่อไป
กบสองตวัอาศยัอยใู่นหนองน้า ดว้ยกนั แต่ในช่วงฤดูร้อนหนองน้า แห่งน้ี…กลบัแห้งขอด พวกมนัจึงออกจากบริเวณน้ี และมองหาสถานที่อาศยัแห่งใหม่ซ่ึงพวกมนัชอบอาศยัอยใู่นที่ที่ช้ืน เวลาผา่นไปจนกระทงั่พวกมนัมาพบบ่อน้า ลึก กบตัวหนึ่งมองลงไปในบ่อ และเอ่ยกับเพื่อนกบของมันว่า “บ่อน ้านี้ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง พวกเรากระโดดลงไปอยู่ในน้ันกันเถอะ” พูดยงัไม่ทนัจบ…เจา้กบตวัน้นักก็ระโดดลงไปในบ่อทนัที โดยที่ยังไม่ทนัไดฟ้ ังเพื่อนของมนั…ที่กา ลงัพูดอยนู่้นัเลย กบอีกตวัน้นั ไดพู้ดข้ึนว่า “ช้าก่อน เพื่อน!… แล้วถ้าบ่อน ้านี้…เกิดแห้งเหมือนกับหนองน ้าขึ้นมาล่ะ …พวกเราจะออกจากที่นี้ไปได้อย่างไร…” เมื่อเจา้กบกระโดดลงไป ก็พบว่าบ่อน้า น้นแห้งเช่นค าที่เพื่อนกบบอกม ัา แต่ก็พอมีน้า …ให้มนัไดก้ินอยบู่า้ง แต่ทว่าคงเป็นเรื่องยาก…ที่มนัจะข้ึนมาจากบ่อน้า ลึกน้นั ได…้ !
วั นหนึ่ง มีสุนัขตัวหนึ่ง เดินหาของกินมาตามทางด้วยความหิวโซ ในระหว่างทาง มนัไดแ้ลเห็นลกูสุนขัทา่ทางอ่อนแอมากตวัหน่ึงกา ลงัยืนคาบกอ้นเน้ือชิ้นใหญ่ที่ดูน่าอร่อยมากยืนอยู่ที่ตรงดา้นหนา้ มนัจึงเห่าข้ึนและแยกเข้ียวเขา้ใส่ทนัที” โฮ่งๆๆๆๆ “ ลูกสุนขัตกใจกลวัจึงปล่อยชิ้นเน้ือชิ้นน้นัออกจากปากแลว้วิ่งหนีไปในทนัที “มันจะต้องอร่อยอย่างมากเลยนะนี่…” เจ้าสุนัขกล่าว แลว้ก็ตรงเขา้ไปคาบชิ้นเน้ือน้นัทนัทีแลว้มนัก็เกิดคิดข้ึนมาว่า ถ้าหากมีหมาตัวอื่นได้กลิ่นชิ้นเน้ือน้ีอาจเขา้มาแย่งมนัไปได้ “ไปหาที่อื่นที่เงียบ ๆกินดีกว่า” และเมื่อเจา้สุนขัคิดไดด้งัน้นั มนัจึงไดอ้อกวิ่ง…แลว้มนัก็ไดว้ิ่งมา…จนถึงที่สะพานขา้มแม่น้า สายหน่ึง ขณะที่มนักา ลงัเดินอยบู่นสะพานน้นัมนั ไดช้า เลืองลงไปในน้า เบ้ืองล่าง มนัไดเ้ห็นหมาอีกตวัหน่ึงซ่ึงจริงๆ แลว้เป็นเงาของตวัมนัเองกา ลงัคาบกอ้นเน้ืออีกกอ้นหน่ึง มนัเกิดความโลภข้ึนจนทนไม่ไหวจึงไดก้ระโจนลงไปในน้า เพื่อที่จะแยง่กอ้นเน้ืออีกกอ้นหน่ึงจากเงาของมนัเอง แน่นอนมนัยอ่มหมดหวงัที่จะไดก้อ้นเน้ือกอ้นน้นั ซ้า ร้ายกอ้นเน้ือที่มนัคาบมาดว้ยน้นัยงัตกลงไปในแม่น้า และจมลงสู่กน้แม่น้า ในที่สุด ในที่สุด มนักเ็ดินจากไปจากที่ตรงน้นัอยา่งชา้ๆ…พร้อมกบัความหิวโหย
เรื่องห่านกับไข่ทองค า กาลคร้ังหน่ึงนานมาแลว้…ชาวนาคนหน่ึงไดไ้ปยงัรังห่านของเขา แล้วพบไข่ฟองหนึ่งเป็ นสีเหลืองส่องแสงแวววาว เมื่อเขาหยิบมนัข้ึนมา… ก็รู้สึกว่ามนัหนกัพอๆ กบัตะกวั่ เขาน ามันกลับบ้าน… และทันใดก็พบว่ามันเป็ นไข่ทองค าบริสุทธิ์ ทุกเชา้เหตุกาลเดียวกนัก็เกิดข้นึ และในไมช่า้เขาก็กลายเป็นคนมงั่ม…ี จากการขายไข่ทองค า เมื่อเขายิ่งร่ ารวยข้ึน…เขาก็ยิ่งโลภมากข้ึน และคิดหาทางที่จะได้ขายไข่ท้งัหมด… ที่ห่านสามารถให้ได้ในคราวเดียว เขาจึงฆ่ามัน…ผ่าทองมัน แล้วเขาก็พบแต่ความว่างเปล่า…!
เรื่อง สุนัขกบัจระเข ้ มีฟาร์มแห่งหน่ึง ต้งัอยใู่กล้ๆ กบัแม่น้า สายหน่ึง ที่ฟาร์มแห่งน้ีเล้ียงสัตวต์ ่าง ๆ ไวม้ากมายหลายชนิด วนัหน่ึง มีจระเขต้วัหน่ึงข้ึนมาจากน้า แลว้ตรงเขา้จบัลูกสุนขัไปกินเป็นอาหารก่อนที่จะคลานกลบัลงน้า ไป แม่สุนัขเสียใจมาก มันแน่ใจว่า จระเข้จะต้องกลับมากินลูกของมันที่เหลืออีก แม่สุนขัจึงรีบวิ่งเขา้ไปในโรงนาแลว้ร้องออ้นวอนว่า “ได้โปรดช่วยฉันด้วยเจ้าจระเข้คงจะมากินลูกๆ ของฉันอีกเป็ นแน่” ไม่มีสัตว์ตัวใดยอมช่วยแม่สุนัข “ข้าช่วยเจ้าไม่ได้หรอกเจ้าจระเข้มีรูปร่างใหญ่โต และดุร้ายมาก” ม้าบอก “ใช่แล้วๆ” พ่อวัวก็เห็นด้วย แม่สุนขัจึงไปหาลาแต่ลาก็ปฏิเสธเช่นกนัทา ให้แม่สุนขัรู้สึกสิ้นหวงั มันจึงไปยืนร้องไห้อยู่ใต้ต้นไม้ ขณะน้นัมีสุนขัดา ตวัหน่ึงเดินผา่นมา “ท่านร้องไห้ท าไมหรือ” สุนัขด าถาม แม่สุนขัจึงเล่าเรื่องท้งัหมดให้สุนขัดา ฟัง “อย่ากลัวไปเลย ข้าจะไปพาเพื่อน ๆ มาช่วยท่านเอง” สุนัขด าบอก วันต่อมา เมื่อจระเข้กลับมาเพื่อจะกินลูกสุนัขอีก แม่สุนัขจึงเห่าขอความช่วยเหลือ สุนขัดา ไดย้ิน จึงรีบวิ่งมาช่วยพร้อมกบัเพื่อน ๆ ของมนั แม้จระเข้จะตัวโตและดุร้าย แต่พวกของสุนัขด าก็เข้าต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัว สุนัขบางตัวต้องตายไปในระหว่างการต่อสู้แต่ตัวที่เหลืออยู่ก็คงต่อสู้กับจระเข้ต่อไปอย่างกล้าหาญ จระเขถู้กพวกสุนขักดัไดร้ับบาดเจ็บสาหสัจนทนไม่ไหวจึงหนีลงน้า กลบัไป “ฉันและลูกๆจะไม่ลืมบุญคุณของพวกท่านในครั้งนี้เลย ต่อไปนี้พวกเราคงได้อยู่อย่างปลอดภัยซะที” แม่สุนขักล่าวอยา่งซาบซ้ึงใจ
เรื่อง กบเลือกนาย กาลคร้ังหน่ึงนานมาแลว้…มีกบฝูงหน่ึงอาศยัอยใู่นหนองน้า ใหญ่แห่งหน่ึง อย่างอิสระเสรี และมีความสุข ไม่มีใครบังคับเคี่ยวเข็ญ กิน นอน เล่น ไปวันวัน ท าให้รู้สึกว่าพวกตนช่างมีความสุขสบายเหลือเกินต่อมาวนัหน่ึง พวกกบไดม้านงั่ลอ้มวงคุยกนัต่างปรึกษากนัว่า… การอยู่รวมกันเป็ นฝูงใหญ่ น่าจะมีหัวหน้า หรือพระราชาปกครองพวกเราสักคน นอกจากจะท าให้เกิดความเป็ นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ยังช่วยคุ้มครองอันตราย ให้กับพวกกบได้อีกด้วย กบท้งัหลายต่างมีความเห็นตรงกนัจึงพากันไปขอหาเทวดาขอพรให้เทวดาช่วยส่งหัวหน้า หรือพระราชามาให้เทวดารู้ว่าพวกกบสุขสบายกันจนเคยตัว ก็เลยนึกอยากมีหวัหนา้ไปอย่างน้นัเองไม่ไดค้ิดจริงจงัอะไรจึงเสกท่อนซุงให้หล่นจากฟ้าตกลงสู่หนองน้า เสียงดงัโครมใหญ่ พวกกบพากันตกใจกลัวรีบด าหนีไปหลบก้นสระ เมื่อเห็นว่าปลอดภยัแลว้จึงพากนั โผล่ข้ึนมาพวกกบท้งัหลายไดเ้ห็นซุงท่อนใหญ่ก็รู้ว่าเป็ นพระราชาที่เทวดาประทานมาให้ต่างพากันดีใจและให้ความ เคารพท่อนซุงน้นัต่อมาไม่นานมีกบตวัหน่ึงใจกลา้กระโดดข้ึนไปเกาะบนท่อนซุงใหญ่ กบตวัอื่นๆเห็นว่าพระราชาของตนไม่ว่าอะไรก็พากนักระโดดตามข้ึนไปบา้ง “พระราชาของเราองค์นี้ท่านก็ใจดีอยู่หรอกแต่อ่อนแอไม่เอาไหน วันๆ ได้แต่ลอยไป ลอยมา…น่าเบื่อ” กบตัวหนึ่งกล่าวอย่างหมดความย าเกรง “พวกเราน่าจะไปร้องขอพระราชาองค์ใหม่ที่เข้มแข็งกว่านี้ มาปกครองพวกเราดีกว่า” กบอีกตัวพูดพวกกบจึงพากนั ไปร้องขอต่อเทวดา เทวดาเห็นว่าพวกกบทา แบบน้นั จึงโกรธพวกกบ…ที่ไม่รู้จักพอใจ…ในความเป็ นอยู่ที่แสนสุขสบายของตน คราวน้ีเลยส่งนกกระสาไปแทนท่อนซุง เมื่อนกกระสาลงไปก็จับพวกกบกิน เป็นอาหาร ตัวแล้วตัวเล่า พวกกบหายไปทีละตัวทีละตัว เมื่อได้รับความเดือดร้อน พวกกบที่เหลืออยจู่ ึงพากนัขอพระราชาองคใ์หม่จากเทวดาอีกคร้ัง “เมื่อเจ้าไม่พอใจสภาพความเป็นอยู่เดิมของตัวเอง ก็จงทนอยู่กับสภาพที่พวกเจ้าร้องขอไปเถอะ… ”เทพเจ้าตวาดเสียงดังลงมาจากฟากฟ้า
เรื่องจ าปาสี่ต้น สมัยหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชาพระองค์หนึ่งซึ่งตามภาษาลาวเรียกกันว่า เจ้ามหาชีวิต พระองค์ปกครองไพร่ฟ้าด้วยความร่มเย็น เป็ นสุข พระองค์มีมเหสี 2 องค์ คือ มเหสีฝ่ ายขวาและฝ่ ายซ้าย วันหนึ่งมีพรานได้เข้ามากราบทูลว่ามีโขลงช้างป่ าเข้ามาในพระ ราชอาณาเขต ซึ่งตามปกติแล้วก็มกัจะตอ้งเสด็จออกไปคลอ้งชา้งดว้ยพระองคเ์องแตใ่นระยะน้นัมเหสีฝ่ายขวากา ลงัจะประสูติ พระองคท์รงเป็นห่วงแต่ในที่สุดก็ทรงตดัสินใจออกจากพระนครไปคลอ้งชา้งป่าโขลงน้นั เมื่อพระองค์เสด็จไปได้เพียงสามวัน มเหสีฝ่ ายขวาก็ประสูติโอรสออกมาถึงสี่องค์ มเหสีฝ่ ายซ้ายทราบเรื่องก็อิจฉา คิดอุบายโดย สั่งให้คนสนิทไปหาลูกสุนขัที่ออกใหม่มาสี่ตวัแลว้ลอบเขา้ไปสับเปลี่ยน ส่วนโอรสท้งัสี่น้นันางใหเ้อาไปใส่แพลอยน้า ไป เมื่อ เจ้ามหาชีวิตเสด็จกลับพระนครได้ทราบเรื่องไม่ได้ทรงสอบสวนเรื่องราว ทรงขับไล่มเหสีฝ่ ายขวาออกจากพระนคร เพราะถือว่า เป็ นกาลีบา้นกาลีเมืองจะทา ใหบ้า้นเมืองวุ่นวายฝ่ายโอรสท้งัสี่ไดถู้กหญิงชราชื่อ”แม่ค าพา” พบเขา้และนา กลบัไปเล้ียงดว้ย ความยินดีเนื่องจากนางไม่มีบุตร นางไดเ้ล้ียงดูโอรสท้งัสี่อยา่งดีเหมือนกบับุตรของนางเอง
เรื่องสังข์ทอง “ท้าวยศวิมล” มีมเหสีชื่อ”นางจันท์เทวี” มีสนมเอกชื่อ “นางจันทาเทวี” …พระองค์ไม่มีโอรสธิดาจึงบวงสรวง และรักษาศีลหา้เพื่อขอบุตร …และประกาศแก่พระมเหสีและนางสนมวา่ถา้ใครมีโอรสก็จะมอบเมืองใหค้รอง อยู่มานางจันท์เทวีทรงครรภ์ เทวบุตรจุติมา เป็ นพระโอรสของนาง แต่ประสูติมาเป็ น”หอยสังข์” …นางจันทา เทวีเกิดความริษยาจึงติดสินบนโหรหลวงให้ท านายว่าหอยสังข์จะท าให้บ้านเมืองเกิดความหายนะ ท้าวยศวิมล หลงเชื่อนางจันทาเทวี จึงจ าใจต้องเนรเทศนางจันท์เทวีและหอยสังข์ไปจากเมือง …นางจันท์เทวีพาหอยสังข์ไป อาศัยตายายช่าวไร่ ช่วยงานตายายเป็ นเวลา 5 ปี พระโอรสในหอยสังข์แอบออกมาช่วยท างาน เช่น หุงหาอาหาร ไล่ไก่ไม่ใหจ้ิกขา้วเมื่อนางจนัทเ์ทวีทราบก็ทุบหอยสังขเ์สีย