လ ောကနီတိ ခန ့်လ ော့်ဝင့််း ကကယ့်စင့်ဖ ြူ ခိိုင့်နှင့််းလ ောင့် ဖြန့်ြောစောဌောန၊ ူသော်းပညောြဟောဌောန၊ နောလေစွြ့် တကကသိို ့် โคลงโลกนิติไทย : ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร โลกนิติพม่า : โลกนิติ อังกฤษ-พม่า ของ ဆေောတက့်တိို်း (แต้ะโต) ထိိုင့််း - ဖြန့်ြောဘောသောစကော်း นายคารม คันทวี นางสาวภัสสร พรมนิล นางสาวบุญยานุช สืบแก้วหล้า
โคลงโลกน ิต ิ เป็นวรรณกรรมคำสอนที่คนไทยรู้จักกันมาช้านาน แต่งขึ้นตั้งแต่สมัยกรุง ศรีอยุธยาโดยนำมาจากคัมภีร์ของอินเดีย ซึ่งเขียนเป็นภาษาบาลี-สันสกฤต ชื่อว่า “โลกนิติ” มีเนื้อหาเป็นคติสอนใจและให้แนวทางที่ถูกต้องดีงามในการดำเนินชีวิต ตลอดจนเป็นหลัก ในการบริหารปกครองบ้านเมือง ต่อมาจึงมีผู้แปลคัมภีร์โลกนิติ เป็นภาษาไทยทั้งในรูปร้อยกรอง และร้อยแก้ว เช่น โคลงโลกนิติสำนวนเก่า โคลงโลกนิติพระราชนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์ เธอกรมพระยาเดชาดิศร โคลงโลกนิติสำนวนของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) โลกนิติคำฉันท์สำนวนของขุนสุวรรณสารวัตร ส่วนโลกนิติที่เป็นร้อยแก้วมีหลายสำนวน เช่น โลกนีติ ไตรพากย์ : คารม พ.ศ. 2461 สำนวนของพระสารประเสริฐ (ตรี นาคะประทีป) โลกนิติ ปกรณ์ สำนวนของแสง มนวิทูร เป็นต้น (กระทรวงศึกษาธิการ 2543 : 31-39) หนังสือมากมายหลายเล่ม ทั้งตัวบทที่เป็นภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และภาษาพม่า ล้วน แปลมาจากภาษาบาลี-สันสกฤต โดยตัวบทหลักที่ผู้จัดทำได้นำมาใช้เปรียบเทียบกับโคลงโลกนิติ ของไทย (ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร : 2559) คือ โลกนิติ ภาษาอังกฤษ-พม่า ของ สย่าแต้ะโต (တက့်တိို်း) และหนังสือที่เกี่ยวข้องกับโลกนิติ อีกจำนวน 2 เล่ม คือ โคลงโลกนิติ ของสมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร ปี 2545 และ โลกนีติ ไตร พากย์ : คารม พ.ศ. 2461 เพื่อนำมาเปรียบเทียบทั้งสำนวนเก่า สำนวนใหม่ 1
โคลงโลกน ิต ิของไทย และโลกนิติของพม่า มีตัวบทภาษาต้นทางเป็นภาษาเดียวกัน คือ ภาษาบาลี-สันสกฤต เมื่อแปลภาษาพม่าออกมาเป็นภาษาไทยแล้วนั้น จะพบได้ทั้งความแตก ต่างทางด้านการใช้ภาษา ไวยากรณ์ วัฒนธรรม การเปรียบเทียบสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เหมือน หรือ ต่างกันออกไปบางตัวบท อีกประการหนึ่งโลกนิติทั้งของไทยและของพม่า ได้บรรจุไว้ในระบบ การศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการเหมือนกับไทย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้จัดทำใคร่อยากรู้ว่าตัว บทภาษาพม่าที่จะยกตัวอย่างมาเปรียบเทียบกับโคลงโลกนิติของไทย จะมีความเหมือนกันมาก น้อยเพียงใด ประการต่อมาคือนำเอาตัวบททั้งไทยและของพม่า มาเปรียบเทียบกับสุภาษิตคำ พังเพยของไทย ประการสุดท้ายเพื่อฝึกฝนการแปลของผู้จัดทำ ในขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้ การใช้คำศัพท์ของตัวบทภาษาพม่า “นิติ” เป็นถ้อยคำโวหารบาลี โลกนิติเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทางโลก เป็นคัมภีร์ชี้แนะแนวทาง สำหรับการพัฒนาตนเอง และไม่ใช่บทสวดของเหล่าภิกษุ แต่เป็นหนังสือที่รวบรวมมาจาก ตำหรับตำรามากมายที่เกี่ยวกับทางโลก “คัมภีร์นิติ” มีจำนวน 5 เล่ม ที่โดดเด่น ได้แก่ “ทาส นิติ(ကျွန့််းနီတိ) โลกนิติ(လ ောကနီတိ) ราชนิติ(ေော နီတိ) ธรรมะนิติ(ဓြမနီတိ) และมหาราชนิติ (ြဟောေဟနီတိ) ซึ่งโลกน ิติ เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย และในประเทศอินเดีย ก็มีการเรียบเรียงไว้ เป็นภาษาสันสกฤต ( ที่มา : လ ောက့်နီတိ င်္ဂ ိပ့်-ဖြန့်ြောဘောသောစကော်း ) 2
โลกน ิต ิพม ่า เป็นคัมภีร์ของอินเดีย ที่เรียบเรียงเป็นภาษาสันสกฤต และ ในปี คริสต์ศักราช 704 ในสมัยพระเจ้า သီဟောသူေ และอำมาตย์ผู้มีความรู้ในราชสำนัก ยุคปินยะ เป็นผู้แปลแล้วประพันธ์เป็นภาษาพม่า เวลาต่อมาก็มีนักวิชาการบางท่านนำมาเรียบเรียงใหม่ “หนังสือนิติ” ของเจมส์ เกรย์ (James Gray) ที่แปลในลอนดอนและจัดพิมพ์เป็นหนังสือ ชื่อ The Niti Litera-ture of Burma ต่อมามีอาจารย์บางท่านแปลภาษาอังกฤษ ในหนังสือเล่มนี้ ได้รับการแปลเป็น ภาษาอังกฤษ อย่างง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยอ้างอิงจากข้อความต้นฉบับของพระภิกษุอูบุด (ဆေောလတော့်ဦ်းဗိုဓ့်) ซึ่งแปลจากภาษาบาลีเป็นภาษาพม่าคนแรก จุดมุ่งหมาย คือ การรวบรวม หนังสือที่กระชับสำหรับนักเรียนที่กำลังศึกษาในโรงเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ และ สำหรับบุคคลภายนอก โลกนิติพม่าในยุคปินยะ ของพม่านั้น มีปรากฏในยุคปินยะ (ပင့််းယလခတ့်) ซึ่งเป็นช่วง ระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 66 ปี ต่อจากยุคพุกาม (ပိုင်္ံလခတ့်) แต่ก็ยังมีความเจริญรุ่งเรืองทาง วรรณกรรม มีพี่น้องชาวฉาน 3 คน คือ သခဂယော ၊ ေော သင်္ကဂန့် และ သိဟသူ ต่อมา ได้ปลดพระเจ้า လက ော့်စွกษัตริย์พุกามที่ถูกแต่งตั้งจากชาวมองโกล ออกจากเอกราชบัลลังก์พุกาม 3
ในปี 1297 สถาปะนาอาณาจักร มินซาย (ဖြင့််းစ့်ိုင့််း) ขึ้นมาในบริเวณที่ราบ เจ้าก์แส่ (လက ောက့်ဆည့်) ที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของพม่าตอนบน และสถาปนาตนขึ้นเป็นกษัตริย์ ต่อมาปี 1310 กองทัพมองโกล เข้ารุกราน "มินซาย" สามกษัตริย์ดังกล่าว จึงตัดสินใจย้ายเมืองหลวงไป ตั้งที่ ปินยะ ใน พ.ศ. 1313 ในยุคนี้มีรูปแบบงานประพันธ์รูปแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย และมีลักษณะการประพันธ์ และการใช้ภาษาที่ซับซ้อนสละสลวยกว่าสมัยพุกาม ทั้งนี้ยังนิยมเลือกใช้คำยืมที่มาจากภาษา บาลี-สันสกฤตในการประพันธ์ งานประพันธ์ที่โดดเด่นในยุคปินยะ เช่น ကောခ င့််း และ ေတို และ ยังมีวรรณกรรมประเภทหนึ่งที่ เรียกว่า นิติส่าเป่ (နိတိစောလပ) ที่พัฒนาโดดเด่นขึ้นมา "နိတိ" เป็นคำบาลี มีความหมายว่า กฎ, แบบแผนปฏิบัติ, เครื่องแนะนำ ดังนั้น နိတိစောလပ มีความหมายว่า วรรณกรรมที่เป็นเครื่องแนะนำแนวทางการปฏิบัติตน ซึ่งในยุคนี้การศึกษา พระธรรมมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่งในวัดทุกวัดมีการเรียนการสอน “โลกนิติ” 4
ပညောေှိတိို ဆိိုလသော ခန့််း ူလကောင့််းတိို ကိို ဆိိုလသော ခန့််း ူြိိုက့်သူယိုတ့်တိို ကိိုဆိိုလသော ခန့််း ြိတ့်လဆွကိိုဆိိုေော ခန့််း ြ ိ ်းသြီ်းတိို ဆိိုေော ခန့််း ြင့််းနှင ့်ဆိိုင့်ေော ခန့််း ผู้รู้ คนดี คนพาล มิตร หญิง กษัตริย์ 5
၁။ ပညောေှိတိို ဆိိုလသော ခန့််း 6
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า ผู้เกียจคร้านจะไม่ได้มาซึ่งวิชาความรู้ ผู้ไม่มีวิชาจะไม่ได้มาซึ่งทรัพย์สิน ผู้ปราศจาก ทรัพย์สินจะไม่ได้มาซึ่งมิตรสหาย ผู้ไร้มิตรสหายจะไม่ได้มาซึ่งความสุข ผู้ไม่มีความสุขจะไม่ ได้มาซึ่งบุญกุศล ผู้ไร้บุญ จะไม่ได้มาซึ่งนิพพาน ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า มักคร้านรอบรู้ วิทยา คนรู้ถ่อยสินหา ไปได้ ไร้ทรัพย์อับผู้มา เป็นเพื่อน เว้นจากมิตรนั้นไซร้ สุขร้าง แรมโรยฯ (ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร : ๑๙๒) ถอดคำประพันธ์ เกียจคร้าน ก็หาวิชาความรู้ไม่ได้ ไร้วิชา ก็หาทรัพย์ไม่ได้ ไร้ทรัพย์ ก็หาเพื่อนไม่ได้ ไร้เพื่อน ก็หาความสุขไม่ได้ โคลงบทนี้สอนเรื่อง โทษของความเกียจค้าน ตรงกับสำนวน ที่ว่า “ขี้เกียจสันหลังยาว” “သူအာား အတတ်ပညာ အဘယ်မ ာတတ်အ ံ့နည်ား။ အတတ်ပညာ မရ ှိသသာသူအာား ဥစ္စာ အဘယ်မ ာ ရအ ံ့နည်ား။ ဥစ္စာမရ ှိသသာသူအာား အသ ွေခင်ပွေန်ား အဘယ်မ ာ ရအ ံ့နည်ား။ အသ ွေခင်ပွေန်ား မရ ှိသသာသူအာား ချမ်ားသာ အဘသ်မ ာ ရအ ံ့နည်ား။ ချမ်ားသာမရ ှိသသာသူအာား သ ာင်ားမှု အဘယ်မ ာ ရအ ံ့နည်ား။ သ ာင်ားမှုမရ ှိသသာသူအာား နှိဗ္ဗာန် အဘယ်မ ာ ရနှိိုင်အ ံ့နည်ား။” 7
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า ในโลกนี้ น้ำลึก น้ำตื้น รู้ได้จากการเห็นดอกบัว เผ่าพันธุ์ชาติเชื้อจะดีจะชั่วนั้น รู้ได้จาก พฤติกรรม กริยา วาจา ดินจะดีไม่ดีนั้น รู้ได้จากหญ้าเหี่ยวหรือไม่เหี่ยว ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ กิริยามารยาทบอกได้ถึงชาติตระกูลและอุปนิสัยของบุคคล เช่นเดียวกับความสั้น ยาวของก้านบัวย่อมบอกระดับความลึกของหนองบึงนั้น คำพูดสามารถแสดงระดับ สติปัญญาของบุคคลได้ เปรียบเหมือนหญ้าที่เหี่ยวแห้งย่อมบอกถึงคุณภาพหรือความ อุดมสมบูรณ์ของดินบริเวณนั้น กล่าวโดยสรุปว่า การแสดงออกทางพฤติกรรมและ คำพูดสามารถบอกตัวตนของบุคคลนั้นได้ ซึ่งมีความหมายตรงกับสำนวน "สำเนียงส่อ ภาษา กิริยาส่อสกุล” “သ ာ ၌ သရတှိမ်သရန ် ှိို ာား ပိုဒ္ဒမာက ာ ှိိုမမင်သမြငံ့် သှိအပ်၏။ အမျ ှိ ားယိုတ်မမတ် ှိို ာား ှိိုယ်အမူအရာ၊ နှုတ်အမူအရာအာားမြငံ့် သှိအပ်၏။ သမမသ ာင်ားမသ ာင်ား ှိို ာား မမ ်ည ှိ ားမည ှိ ား ှိိုမမင်သမြငံ့် သှိအပ်၏။” ก้านบัวบอกลึกตื้น ชลธาร มารยาทส่อสันดาน ชาติเชื้อ โฉดฉลาดเพราะคำขาน ควรทราบ หย่อมหญ้าเหี่ยวแห้งเรื้อ บอกร้าย แสลงดิน ฯ (ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร : ๒๐๒) 8
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า ในโลกนี้ ผู้ที่มีความรู้น้อย มักระลึกนึกถึงความรู้ที่มีน้อยเท่าที่เขารู้ มักหยิ่งผยองโอ้ อวดคิดว่าตนรู้มาก เฉกเช่นกบที่อาศัยอยู่ในบ่อน้ำ คิดว่าบ่อน้ำที่ตนอยู่มีน้ำมาก เพราะไม่เคย เห็นน้ำในมหาสมุทร ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ การมีความรู้มากนั้น หากเราหลงระเริงในความรู้ที่มีอยู่ ก็จะเหมือนกับกบที่เกิด อยู่ในสระเล็ก ๆ แล้วตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นทะเลหรือมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ แล้วกลับ หยิ่งผยองว่า น้ำในบ่อน้อยนี้ มีความลึกและกว้างใหญ่ที่สุด ซึ่งมีความหมายตรงกับ สำนวน “กบในกะลา” “သ ာ ၌ နည်ားသသာသိုတရ ှိသူသည် နည်ားသသာသိုတ ှိို အမျာားသအာ ်သမံ့တတ်၏။ မာန်မာန ရ ှိတတ်၏။ အဘယ်သှိိုို့နည်ားဟူမူ ာား သမိုဒ္ဒရာသရမပင် ှိို မမမင်ဘူားသသာ ြာားသူငယ်သည် တွေင်ားဝ၌ သရ ှိို အမျာားထင်သ ံ့သှိိုို့တည်ား။” รู้น้อยว่ารู้มาก เริงใจ กลกบเกิดอยู่ใน สระจ้อย ไป่เห็นชเลไกล กลางสมุทร ชมว่าน้ำบ่อน้อย มากล้ำ ลึกเหลือฯ (ประชุมโคลงโลกนิติสมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร : ๖๕) 9
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า มารดาที่ไม่สั่งสอนบุตร เป็นภัย บิดาที่ไม่สั่งสอนบุตร เป็นภัย ผู้ที่ไม่มีความรู้เปรียบดั่ง นกกระยางที่จับเจ่าอยู่ท่ามกลางฝูงหงส์ ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ บิดามารดานั้นจะเป็นเสมือนข้าศึกศัตรูของบุตร ถ้าไม่ปลูกฝังสั่งสอนให้บริสุทธิ์แต่ เล็กแต่น้อย ครั้นเติบใหญ่จะกล่าวถ้อยหรืออกที่ประชุมก็ไม่สง่างามดังผู้อื่นเขา ทำเหมือน นกยางจับเจ่าอยู่กลางฝูงหงส์ ตรงกับสำนวนที่ว่า “พ่อแม่รังแกฉัน” “အက င်အမှိသည် သာားငယ် ှိို အတတ်ပညာသင်မသပား။ အတတ်ပညာသင်၍ မသပားသသာ အမှိသည်ရန်သူ မည်၏။ အက င်အြသည် အတတ်ပညာသင်၍မသပား။ အတတ်ပညာ မရ ှိသသာသူသည် ဟသသာတှိိုို့အ ယ်၌ ဗ္ျ ှိ င်ား ံ့ သသင်အ ယ်တွေင် မတင်ံ့တယ်။” แม่เหมือนข้าศึกทั้ง บิดร ด้วยแฮ เหตุบ่สอนบุตรสอน เมื่อน้อย ครั้นใหญ่ไป่งามอร ออกที่ ประชุมนา เยียเยี่ยงยางเจ่าจ้อย จับจ้อ หมู่หงส์ ฯ (ประชุมโคลงโลกนิติ สำนวนเก่า : ๒๘๓) 10
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า หากคนโง่เขลาเข้าใกล้นักปราชญ์ แม้ตลอดชีวิตก็ตาม เขาก็ไม่สามารถเข้าใจธรรมมะได้ เปรียบเหมือนทัพพีตักแกง ที่ไม่รู้รสแกง ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ คนเลวที่แม้คบคนดี อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ก็ยังไม่สามารถปรับปรุงตัวได้ เป็น เสมือนจวักตักแกงที่แม้จะอยู่ในหม้อแกงแต่ไม่อาจรู้รสของแกงได้ ตรงกับสำนวนที่ว่า “ตักน้ำรดตอ” หรือ “สีซอให้ควายฟัง” “သူမှိို ်သည် အသ ်ထ ် ိုား ည်ား ပညာရ ှိ ှိိုအ ယ်၍ ည်ား ပ်မငာားအ ံ့၊ ထှိိုသူမှိို ်သည် တရာား ှိိုမသှိ။ အဘယ် ံ့သှိိုို့ နည်ားဟူမူ သယာ ်မသည် ဟင်ား၏အရသာ ှိို မသှိသ ံ့သှိိုို့တည်ား။” คนพาลผู้บาปแท้ ทุรจิต ไปสู่หาบัณฑิต ค่ำเช้า ฟังธรรมอยู่เนืองนิตย์ บ่ซาบ ใจนา คือจวักตักข้าว ห่อนรู้ รสแกง ฯ (ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร : ๒๕) 11
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า ช่างหม้อตีหม้อเพื่อต้องการให้สวยงาม มิใช่ตีให้แตก ครูบาอาจารย์ตีศิษย์เพราะจะให้ เจริญ มิใช่เพื่อให้ไปตกในที่ทุกข์ยาก ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ ช่างตีหม้อ ไม่ได้ตีหม้อให้แตกกระจุยกระจาย แต่ตีเพื่อให้เข้ารูปเข้าทรงกลายเป็น หม้อที่งดงาม เหมือนครูที่ตีลูกศิษย์ ไม่ได้ตีด้วยอารมณ์โกรธแค้นอาฆาตให้ตาย หากแต่ตี เพื่ออบรมสั่งสอนให้ศิษย์ได้ดี ไม่ให้ไปในทางอบาย ตรงกับสำนวนที่ว่า “รักวัวให้ผูก รัก ลูกให้ตี” “အှိိုားထှိန်ားသည်သည် အှိိုား ှိို ွေ စ္ှိမ်ံ့သသာင ာ မခတ်၊ တင်ံ့တယ်စ္ှိမ်ံ့သသာင ာ ခတ်၏။ ရာသည် တပည်ံ့တှိိုို့အာား အပယ် င်ားရ သှိိုို့ ျသစ္မခင်ားင ာ မဟိုတ်ခတ်၊ အတတ်ပညာ အစ္ ားအပွောားဟူသသာ အသက ာင်ားသက ာင်ံ့ပိုတ်ခတ်၏။” ช่างหม้อตีหม้อใช่ ตีฉาน แตกนา ตีแต่งเอางามงาร ชอบใช้ ดุจศิษย์กับอาจารย์ ตีสั่ง สอนแฮ ตีใช่ตีจักให้ สู่ห้องอบาย (ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร : ๑๗๕) 12
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า ใบทองกวาวที่ห่อด้วยกุหลาบพันปี กุหลาบพันปีไม่เพียงแต่ส่งกลิ่นหอมเท่านั้น ใบทองกวาวก็พลอยได้กลิ่นหอมติดมาด้วยฉันใด คนที่อยู่กับผู้มีความรู้ ก็ได้ความรู้ติดมา ด้วยฉันนั้น ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ การคบหาสมาคมกับนักปราชญ์ การมีมิตรดีมีคุณธรรม ย่อมชักนำให้เราประกอบ แต่คุณงามความดี มีแต่ความสุขความเจริญ เปรียบเช่นไม้กฤษณาซึ่งมีกลิ่นหอม นำใบพ้อ มาห่อหุ้ม กลิ่นหอมของไม้กฤษณายังหอมระรวยติดอยู่ที่ใบพ้อ ซึ่งมีความหมายตรงกับ สำนวนที่ว่า “คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล” “အက င်သူသည် သတာင်ဇ ပ်ပန်ား ှိို ျှင် သပေါ ်ြ ်န ငံ့် ထိုပ်၏။ ထှိိုသူ၏ သတာင်ဇ ပ်ပန်ားသည်သာ ျှင် သ ာင်ားသသာအန ို့ ှိို ှိှုင်သစ္သည် ာား မဟိုတ်။ သပေါ ်ြ ်တှိိုို့သည် ည်ား သ ာင်ားသသာအန ို့ ှိို ှိှုင် ိုန်၏။ ထှိိုို့အတူ ပညာရ ှိန ငံ့် သပေါင်ားြ ်မ ဝ ရသသာသူတှိိုို့ ှိို မ တ်အပ်၏။” ใบพ้อพันห่อหุ้ม กฤษณา หอมระรวยรสพา เพริศด้วย คือคนเสพเสน่หา นักปราชญ์ ความสุขซาบฤาม้วย ดุจไม้ กลิ่นหอมฯ (ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร : ๒๑) 13
၂။ ူလကောင့််းတိို ကိို ဆိိုလသော ခန့််း 14
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า ผลขนุนดูภายนอกเหมือนมีหนาม ด้านในเต็มไปด้วยรสชาติที่หอมหวานเอร็ดอร่อยฉัน ใด สาธุชนผู้ที่มีคุณงามความดีก็ฉันนั้น ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ ผลขนุนสุกอยู่ตามกิ่งก้านสาขาของต้น ดูภายนอกเห็นแต่หนามแหลมอยู่ตาม เปลือกผลไม่สะอาดตา แต่เนื้อขนุนซึ่งอยู่ภายในนั้น รสชาติหวานเอร็ดอร่อย เปรียบ เหมือนคน ภายนอกจะดูซอมซ่อ แต่ภายในจิตงดงาม เต็มเปี่ยมด้วยคุณธรรม ซึ่งมี ความหมายที่ตรงกับสำนวน “อย่ามองคนแค่ภายนอก” “ပှိန္န သ ားတှိိုို့သည် ာား အပ၌ ူားသာ ထင် ိုန်၏။ အတွေင်ား၌ ာား အမမှိန်အရသာ တှိိုို့န ငံ့် မပညံ့်စ္ ို ိုန်သည် မြစ္် ိုန်သ ံ့သှိိုို့ ထှိိုို့အတူ သူသတာ်သ ာင်ားတှိိုို့သည် ည်ား မြစ္် ိုန်၏။” ขนุนสุกสล้างแห่ง สาขา ภายนอกเห็นหนามหนา หนั่นแท้ ภายในย่อมรสา เอมโอช สาธุชนนั้นแล้ เลิศด้วย ดวงใจฯ (ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร : ๒๓) 15
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า ผลมะเดื่อเมื่อสุกงอมจะมีสีแดง แต่ภายในผลเดื่อ เต็มไปด้วยแมลงฉันใด ก็เปรียบ เหมือนคนที่มีจิตใจชั่วช้าฉันนั้น ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ ผลมะเดื่อเมื่อสุก มีสีแดง แต่ภายในผลมะเดื่อนั้น เต็มไปด้วยหนอนและแมลง หา ความสวยงามดั่งภายนอกไม่มี เปรียบเช่นคนภายนอกดูเป็นคนดีน่าคบหา แต่จิตใจที่ซ่อน อยู่ภายในกายโหดร้ายนัก การคบการคบคนอย่ามองเพียงความงดงามภายนอก ตรงกับ สำนวน “รู้หน้าไม่รู้ใจ” หรือ “ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง” “သရသြန်ားသ ားမ ညံ့်တှိိုို့သည် န စ္ွောသာ ျှင် တည်ား။ အတွေင်ား၌ ာား ပှိိုားအတှိမပညံ့် ိုန်သည်မြစ္်သ ံ့သှိိုို့ ထှိိုို့အတူ သူယိုတ်တှိိုို့၏ န ိုားတှိိုို့သည် မြစ္် ိုန်၏။” ผลเดื่อเมื่อสุกไซร้ มีพรรณ ภายนอกแดงดูฉัน ชาดบ้าย ภายนอกย่อมแมลงวัน หนอนบ่อน ดุจดั่งคนใจร้าย นอกนั้น ดูงามฯ (ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร : ๒๒) 16
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า ในโลกนี้ ต้นจันทน์ถึงแม้จะแห้ง ก็ยังไม่ทิ้งความหอม ช้างที่งดงามถึงแม้จะอยู่ในสนาม รบ ก็ไม่ทิ้งความงดงาม อ้อยถึงแม้จะผ่านเครื่องคั้น (เครื่องหีบ) ก็ไม่ละทิ้งความหวาน ปราชญ์ ถึงแม้จะตกทุกข์ได้ยาก แต่ก็ไม่ละทิ้งธรรมะ ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ ไม้จันทน์แม้แห้งแล้วก็ยังหอม อ้อยเข้าเครื่องหีบแล้วชานอ้อยก็ยังหวาน ช้างเมื่อ เข้าทำศึกก็ยังมีลีลาสง่างาม ดั่งผู้มีปัญญาแม้มีทุกข์มากมายก็ไม่ทิ้งคุณงามความดี “သ ာ ၌ စ္န္ဒ ူားပင်သည် သမခာ ်သသွေံ့သသာ် ည်ား အန ို့ ှိို မစ္ွေန်ို့။ င်သမပာင်သည် စ္စ္်သမမမပင်သှိိုို့ သရာ ်သသာ် ည်ား ူတှိိုို့၏ မျ ်သမ ာ ်၌ တင်ံ့တယ်မခင်ား ှိို မစ္ွေန်ို့။ က သည် ယန္တရာားစ္ ်၏ အဝသှိိုို့ သရာ ်သသာ် ည်ား ချ သသာအရသ ှိို မစ္ွေန်ို့။ ပညာရ ှိသူသတာ်သ ာင်ားသည် င်ားရ မခင်ားသှိိုို့ သရာ ်သသာ် ည်ား သူသတာ်သ ာင်ားတရာား ှိို မစ္ွေန်ို့သာ ျှင် တည်ား။” จันทน์แห้งกลิ่นห่อนได้ ดรธาน อ้อยหีบชานยังหวาน โอชอ้อย ช้างเข้าศึกเสี่ยมสาร ยกย่อง งามนา บัณฑิตแม้นทุกข์ร้อย เท่ารื้อลืมธรรม (ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร : ๔๗) 17
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า มารดาผู้มีวาจาที่ไม่ดี พ่อที่มีกริยาที่ไม่ดี บิดามารดาทั้งสองอย่างนี้ มีกริยาวาจาที่ไม่ดี ย่อมทำให้ลูกกระทำตาม ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ ลูกย่อมไม่แตกต่างจากพ่อแม่มากนัก คุณลักษณะหรือพฤติกรรม ของพ่อแม่เป็น แรงบันดาลใจให้ลูกซึมซับนำไป เป็นต้นแบบดำเนินรอยตาม หากทำสิ่งดีๆ ลูกจะ ซึมซับ สิ่งที่ดี หากทำสิ่งชั่วเลวทราม ลูกจะทำสิ่งชั่ว เลวทรามตามอย่างพ่อแม่ ฉะนั้น พ่อแม่ควร เป็นต้น แบบคุณธรรมให้ลูกเห็น ซึ่งตรงกับสำนวน “ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น” “အမှိယိုတ်သသာသူ ာား မသ ာင်ားသသာစ္ ာားရ ှိသည်မြစ္်၏။ အဘယိုတ်သသာသူ ာား မသ ာင်ားသသာ အမူအ ျင်ံ့ ရ ှိသည်မြစ္်၏။ မှိဘန စ္်ပေါား စ္ ိုယိုတ်မူ ာား မသ ာင်ားသသာစ္ ာား ရ ှိသည် ည်ားမြစ္်၏။ မသ ာင်ားသသာ အမူအ ျင်ံ့ရ ှိသည် ည်ား မြစ္်၏။” แม่ต่ำบุตรเบิกถ้อย หยาบนา พ่อต่ำบุตรกริยา ชั่วร้าย พ่อต่ำแม่พงศา เสมอดุจ กันนา บุตรถ่อยถ้อยหยาบย้าย ยับทั้ง กริยา (ประชุมโคลงโลกนิติ สำนวนเก่า : ๒๙๘) 18
၃။ သူယိုတ့်တိို ကိိုဆိိုလသော ခန့််း 19
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า โทษของคนอื่นนั้น แม้เล็กเท่าเมล็ดงา คนพาลก็สอดเห็น โทษของตนใหญ่เท่า มะพร้าว ตนก็ไม่เห็น ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ ธรรมชาติของคนมักจะมองเห็นแต่ความผิดของผู้อื่น ขณะเดียวกันความผิดพลาด ของตนแม้ใหญ่หลวง แต่ก็พยายามจะปกปิด ตรงกับสำนวนที่ว่า “ความผิดคนอื่นเท่า ภูเขา ความผิดตัวเท่าเส้นผม” “ယိုတ်သသာ သသဘာရ ှိသသာသူသည် သူတစ္်ပေါားတှိိုို့၏ န မ်ားသစ္ံ့ခန်ို့မျှဘာရ ှိသသာ အနည်ားငယ်သသာ အမပစ္် ှိိုသာ ျှင် မမင်တတ်၏။ အိုန်ားသ ားသ ာ ်ရ ှိသသာ မှိမှိအမပစ္် ှိို ာား မမမင်တတ်။” โทษท่านผู้อื่นเพี้ยง เมล็ดงา ปองติฉินนินทา ห่อนเว้น โทษตนเท่าภูผา หนักยิ่ง ป้องปิดคิดซ่อนเร้น เรื่องร้าย หายสูญ (ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร : ๑๓๙) 20
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า ไม่ควรหมายปองสิ่งที่ไม่ควรหมายปอง หรือคิดสิ่งที่ไม่ควรคิด ควรคิดเเต่สิ่งที่เป็น หน้าที่ของตน ไม่ควรหวังเวลาที่เปล่าผล ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ อย่าหมายปองสิ่งที่เกินวาสนาของตนเอง เรื่องที่เขาไม่คิดกันก็อย่าคร่ำเคร่งคิดไป เหมือนคนบ้า ถ้าจะคิดก็คิดค้นคว้าในเรื่องที่ควรคิดพอได้เค้า ทำอะไรสูญเปล่าอย่าไปมัว หวังปองให้คืนมา ตรงกับสำนวนที่ว่า “ใฝ่สูงจนเกินศักดิ์” ไม่เจียมตัวหวังในสิ่งที่เกินตัว “မသတာင်ံ့တအပ်သည် ှိို မသတာင်ံ့တရာ။ မက အပ်သည် ှိို မက ရာ။ တရာားသသဘာန င်ံ့ သတာင်ားစ္ွော ယ ဥ်သူတှိိုို့သာ သ ာင်ားစ္ွော က ရာ၏။ အချည်ားန ားသသာ ာ ှိို အ ှိိုမရ ှိရာ။” อย่าปองสิ่งแก้วไป่ ควรปอง เขาบ่จารึกหย่าตรอง ตริบ้า เร่งคิดคิดเเต่ของ ควรคิด นะพ่อ การที่ศูนย์เปล่าอ้า หย่าได้ ควรปอง (ประชุมโคลงโลกนิติ สำนวนเก่า : ๓๐๔) 21
၄။ ြိတ့်လဆွကိိုဆိိုေော ခန့််း 22
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า เมื่อยามทรัพย์เสื่อม มิตรสหายก็จะทอดทิ้ง บุตรภรรยาก็ดี ต่างทอดทิ้ง ผู้ที่มีทรัพย์ เท่านั้นที่จะสามารถพึ่งพาได้ ฉะนั้นในโลกนี้ จึงมีเพียงทรัพย์เท่านั้น ที่เป็นมิตร ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ นกติดบ่วงหลุดไปได้ถึงสามหน พระภิกษุซุกซนร่อนเร่ย้ายมาหลายวัด สตรีมัก กำหนัดรู้รสมาแล้วสามสี่ชาย สามพวกนี้มีมายามากหลาย อย่าประมาท “န စ္် င် သ ိုား င် ွောမပ ားသသာ မှိန်ားမသည် ည်ားသ ာင်ား၊ န စ္်သ ျာင်ား သ ိုားသ ျာင်ား သမပာင်ားမပ ားသသာ ရဟန်ားသည် ည်ားသ ာင်ား၊ သ ျာံ့ ွေင်ားမ န စ္်က ှိမ် သ ိုားက ှိမ် ွေတ်မပ ားသသာ င ်သည် ည်ားသ ာင်ား မပ အပ်သသာ မာယာမျာားသည်သာ ျှင်တည်ား။” นกรอดหลุดบ่วงแร้ว ราวสาม คาบนา ชีหลีกหลายอาราม เร่เร้น สตรีเตร่จิตตาม ชายสี่ สามแฮ อย่าประมาทใช่เหล้น มากด้วยมายา ฯ (ประชุมโคลงโลกนิติ สำนวนใหม่ : ๓๒๓) 23
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า อย่าไว้ใจศัตรู อย่าไว้ใจมิตรสหาย เมื่อมิตรโกรธ ก็เผยความผิดของท่านออกมา ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ อย่าคลุกคลีชิดใกล้กับเพื่อนที่เป็นคนเลวให้มากนัก เพราะคนเลวจะไม่มีความเป็น เพื่อน นึกเคืองเราเมื่อใดก็จะหาเรื่องเรา รู้ความลับใดของเราก็จะเอาไปเปิดเผยให้คนอื่น ๆ รู้หมด โคลงบทนี้สอนให้อยู่ห่างไกลจากคนชั่ว เพราะหากคบคนชั่วเป็นมิตร เมื่อถึงเวลา ผิดใจกันเขาก็อาจกล่าวโทษแก่เราได้ ตรงกับสำนวนที่ว่า “รู้หน้าไม่รู้ใจ” “ရန်သူန င်ံ့ ည်ား အ ျွမ်ားမဝင်ရာ။ အသ ွေခင်ပွေန်ားန င်ံ့ ည်ား အ ျွန်ားမဝင်ရာ။ အသ ွေခင်ပွေန်ားသည် အမျ ်ထွေ ် တ်သသာ် ခပ်သှိမ်ားသသာ အမပစ္် ှိိုထင်ရ ာားမပသ၏။” อย่าพึงเยียคู่คุ้น ข้าศึก มาตรมิตรความอันลึก อย่าแจ้ง บางคาบโกรธโหมฮึก ฤาคิด มิตรแฮ ความลับกลับกลายแกล้ง โทษร้ายลำเค็ญ (ประชุมโคลงโลกนิติสำนวนเก่า : ๓๑๒) 24
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า ผู้มีวาจาไพเราะอ่อนหวาน จะมีมิตรมาก ผู้มีวาจาหยาบร้าย จะมีมิตรน้อย ควรระลึก ถึงพระอาทิตย์พระจันทร์เป็นแบบอย่าง ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ คนที่พูดจาสุภาพไพเราะย่อมมีเพื่อนมาก เปรียบได้กับดวงจันทร์ที่มีดาวจำนวน มากรายล้อมประดับ ต่างกับคนพูดจากระด้างหยาบคาย ทำให้มีไม่ใครปรารถนาจะคบ หรือสมาคมด้วย เปรียบได้กับดวงอาทิตย์แสงร้อนแรงที่บดบังแสงของดาวดวงอื่น โคลง บทนี้สอนให้เป็นคนมีวาจาอ่อนหวาน ตรงกับสำนวนที่ว่า “พูดดีเป็นศรีแก่ตัว พูดชั่วพา ตัวเสียหาย” หรือ “ปลาหมอตายเพราะปาก” “နှုတ်ခွေန်ားချ ှိ သသာ စ္ ာားရ ှိသသာသူသည် မျာားသသာ အသ ွေခင်ပွေန်ားရ ှိ၏။ က မ်ားက တ်သသာသူသည် နည်ားသသာ ခင်ပွေန်ားရ ှိ၏။ သနမင်ား မင်ားတှိိုို့၏ ဥပမာ ှိို ဤသနရာ၌ သှိအပ်၏။” อ่อนหวานมานมิตรล้น เหลือหลาย หยาบ บ่ มีเกลอกราย เกลื่อนใกล้ ดุจดวงศศิฉาย ดางดาษ ประดับนา สุริยส่องดาราราไร้ เพื่อร้อน แรงแสง (ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร : ๒๕๘) 25
၅။ ြ ိ ်းသြီ်းတိို ဆိိုေော ခန့််း 26
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า ความงามของนกกาเหว่านั้น คือเสียงร้องที่ไพเราะ ความงามของหญิงนั้น คือการ เทิดทูนสามี ความงามของผู้ที่มีรูปลักษณ์ไม่งดงามนั้น คือความรู้ ความงามของฤาษีนั้น คือ ความอดทน ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ นกกระเหว่าหรือนกดุเหว่า มีสีดำ ลายพร้อยไปทั้งตัว ไม่สวยงาม แต่เป็นสัตว์ที่ ผู้อื่นรักใคร่ เพราะมีเสียงร้องอันไพเราะ หญิงได้รับการสรรเสริญว่าเป็นหญิงดี เพราะมี ความซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อสามี บุคคลจะได้รับการยกย่องว่าเป็นนักปราชญ์ เพราะเป็นผู้ สมบูรณ์ด้วยความรู้ มีปัญญา มีคุณงามความดี มีคุณธรรมของปราชญ์ มิใช่เป็น นักปราชญ์ได้เพราะรูปร่างหน้าตา “ဌကသတှိိုို့၏ အ င်ား ာား အသ ျှင်တည်ား။ မှိန်ားမတှိိုို့၏ အ င်ား ာား င် ှိိုမမတ်နှိိုားမခင်ားတည်ား။ မသ ာင်ားသသာရုပ်သဏ္ဌာရ ှိသသာသူ၏ အ င်ား ာား အတတ်တည်ား။ ရသသံ့တှိိုို့၏ အ င်ား ာား သည်ားခ မခင်ားတည်ား။” กระเหว่าเสียงเพราะแท้ แก่ตัว หญิงเลิศเพราะรักผัว แม่นหมั้น นักปราชญ์มาตรรูปมัว หมองเงื่อน งามนา เพราะเพื่อรสธรรมนั้น ส่องให้ เห็นงาม (ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร : ๘๘) 27
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า นักเล่นพิณที่ชำนาญ ถ้าห่างจาการซ้อมพิณห้าวันความรู้ก็จะหาย นักเล่นธนูที่ ชำนาญ ถ้าห่างธนูเจ็ดวันความรู้ก็จะหาย ภรรยาที่ดี ถ้าห่างกับสามีหนึ่งเดือน สามีก็เป็นอื่น นักเรียนลูกศิษย์ก็เช่นกัน หากไม่ได้อยู่กับอาจารย์ เดือนครึ่ง นิสัยก็จะเสีย ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ หากขาดซ้อมดนตรีไป 7 วัน ก็ลืมการเล่น ลืมท่วงทำนอง การเรียนถ้าหยุดเรียน เขียนอ่านไปสัก 5 ก็ลืมความรู้ที่ได้เรียนมา ผู้หญิงนั้นถ้าห่างหายไปแต่ 3 วัน ก็เปลี่ยนใจ ได้ แต่หน้าตานั้นหากไม่ล้างแค่วันเดียวก็หม่องหม่นหมดราศี โดยรวมแล้วโคลงบทนี้สอน ให้คนมีความสม่ำเสมอ มีความเพียรพยายาม มีความอดทนในสิ่งที่เรากำลังทำ และไม่ ควรทำอะไรไว้แค่ครึ่งเดียว ซึ่งมีความหมายตรงกับสำนวนที่ว่า “คงเส้นคงวา” “တတ် စ္ွောသသာသစ္ာင်ားသမာားသည် ငေါားရ ်မျှ သစ္ာင်ားန င်ံ့ င်ားမူ ပျ ်၏။ တတ် စ္ွောသသာသ ားသမာားသည် ခိုနစ္်ရ ်မျှ သ ားန င်ံ့ င်ားမူ ပျ ်၏။ သတာ်မ န် စ္ွောသသာမယာားမြစ္် ျှင်မူ ည်ား င်န င်ံ့ တစ္် င်ားမူ ပျ ်၏။ တပည်ံ့တှိိုို့ ာား ခွေ င်ားမူ ပျ ်၏။” ห้าวันเว้นหัดซ้อม เสียพิณ พาทย์แฮ เจ็ดวันเสียษาศิลปะ น่าไม้ เดือนหนึ่งจากเมียผิน พักต์อื่น ไปนา ครูจากกึ่งเดือนได้ ศิษย์นั้นโลเล ฯ (ประชุมโคลงโลกนิติ สำนวนเก่า : ๓๒๑) 28
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า ชายแก่ อยากได้หญิงสาวเนินอกเท่าลูกพลับ ไม่ระงับความต้องการหญิงได้ เป็นเช่นนี้ แล้วคือทางสู่ความพินาศ ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ โคแก่ชอบกินหญ้าอ่อนใบระบัด สาวใหญ่มักกำหนัดในหนุ่มน้อย คนฟันหักเคี้ยว ค่อย ๆ ชอบของนุ่ม ๆ เฒ่าร้อยปียังกระชุ่มกระชวยอยากมีเมียสาว ตรงกับสำนวนที่ว่า วัวแก่กินหญ้าอ่อน “အရွယ် ွေန်မပ ားသသာ သယာ ်ျာားသည် တည်သ ားမျှငယ်သသာ သာားမမတ်ရ ှိသသာ မှိန်ားမပျ ှိ ှိို ယူသ ာင်သှိမ်ား ည်ား၏။ မှိမှိအ ှိို ရှိုရာ သပေါသည်မြစ္်၍သစ္ာင်ား သမမာင်ားမငြူစ္ူတတ်၏။ င်အှိိုတစ္်သယာ ်၌သာသမွေံ့သ ျာ် တတ ဟို မယ ိုကယည်၊ ထှိိုို့သက ာင်ံ့ ထှိိုငယ်သသာမယာား ှိို သှိမ်ား ည်ားမခင်ားသည် ပျ ်စ္ ားအ ံ့သည်၏အသက ာင်ားတည်ား။” ชายเฒ่าหญิงเด็กเลี้ยง เป็นเมีย นมเท่าลูกพลับเยีย ขึ้นไว้ ตนแก่หญิงเด็กเสีย ความรัก หญิงนา มันเอาใจออกได้ อ้างว่า ฉิบหาย (ประชุมโคลงโลกนิติ สำนวนเก่า : ๓๓๐ ) 29
ြင့််းနှင ့်ဆိိုင့်ေော ခန့််း ၆။ 30
แปลจากบทประพันธ์ภาษาพม่า กษัตริย์ พึงเข้าบรรพมชั่วยามหนึ่ง (18.00 - 21.00 น.) บัณฑิตนอนสองยาม (21.00 - 00.00 น.) ฆราวาสนอนยามสาม (00.00 - 03.00 น.) ยาจกขอทานจึงนอนครบ สี่ยาม ตรงกับโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จากหนังสือ ประชุมโคลงโลกนิติ ที่ว่า ถอดคำประพันธ์ พระราชา บรรทมชั่วหนึ่งยาม (๓ ชั่วโมง) บัณฑิต (ผู้มีปัญญา, นักปราชญ์) นอน เพียงสองยาม (๖ ชั่วโมง) ชาวบ้านหรือพวกพ่อค้าแม่ค้า นอนเพียงสามยาม (๙ ชั่วโมง) ส่วนเดียรฉาน หรือ หมู หมา กา ไก่ (อาจหมายรวมถึงคนเกียจคร้านที่ไม่คิดจะทำมาหา กินอะไรเลย) นอนตลอดทั้งสี่ยาม (๑๒ ชั่วโมง) “မင်ား ာား တစ္်ယာမ်သာ အှိပ်ရာ၏။ ပညာရ ှိ ာား န စ္်ယာမ်သာ ျှင် အှိပ်ရာ၏။ အှိမ်ရာင်သထာင်သသာ ူအသပေါင်ား ာား သ ိုားယာမ်သာ အှိပ်ရာ၏။ ြိုန်ားသတာင်ားယာစ္တာ ာား သ ားယာမ် ိုားသာ ျှင် အှိပ်ရာ၏။” บรรทมยามหนึ่งไท้ ทรงฤทธิ์ หกทุ่มหมู่บัณฑิต ทั่วเเท้ สามยามพวกพานิช นรชาติ นอนสี่ยามนั้นแล เที่ยงเเท้ เดียรฉาน (ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร : ๑๔๔) 31
ลักษณะคำประพันธ์โลกนิติพม่า จากตัวบทที่ผู้จัดทำได้นำมาเป็นหลักในการแปลและ เทียบบทกลอนในครั้งนี้มีรูปแบบการเขียนแบบร้อยแก้ว ไม่มีฉันทลักษณ์ ตายตัวเหมือนไทย แต่จะสังเกตุได้ว่า ในบางบทจะมีการใช้สำนวนในการเปรียบเทียบ และมีคำกริยาที่เหมือนกัน เช่น သူ ော်း တတ့်ပညော ဘယ့်ြှော တတ့် ံ နည့််း။ တတ့်ပညော ြေှိလသောသူ ော်း ဥစစော ဘယ့်ြှော ေ ံ နည့််း။ ဥစစောြေှိလသောသူ ော်း လဆွခင့်ပွန့််း ဘယ့်ြှော ေ ံ နည့််း။ လဆွခင့်ပွန့််း ြေှိလသောသူ ော်း ခ ြ့််းသော ဘသ့်ြှော ေ ံ နည့််း။ ခ ြ့််းသောြေှိလသောသူ ော်း လကောင့််းြှု ဘယ့်ြှော ေ ံ နည့််း။ လကောင့််းြှုြေှိလသောသူ ော်း နိဗဗောန့် ဘယ့်ြှော ေနိိုင့် ံ နည့််း။ ผู้เกียจคร้านจะไม่ได้มาซึ่งวิชาความรู้ ผู้ไม่มีวิชาจะไม่ได้มาซึ่งทรัพย์สิน ผู้ปราศจาก ทรัพย์สิน จะไม่ได้มาซึ่งมิตรสหาย ผู้ไร้มิตรสหายจะไม่ได้มาซึ่งความสุข ผู้ไม่มีความสุขจะไม่ ได้มาซึ่งบุญกุศล ผู้ไร้ บุญ จะไม่ได้มาซึ่งนิพพาน ----------------------------------------------------------------------------------- “လ ောက၌ လေတိြ့်လေနက့်ကိိုကော်း ပိုဒ္ဒြောကကောကိို ဖြင့်သဖ င ့် သိ ပ့်၏။ ြ ိ ်းယိုတ့်ဖြတ့်ကိိုကော်း ကိိုယ့် ြူ ေော၊ နှုတ့် ြူ ေော ော်းဖ င ့် သိ ပ့်၏။ လဖြလကောင့််းြလကောင့််းကိိုကော်း ဖြက့်ည ိ ်းြည ိ ်းကိို ဖြင့်သဖ င ့် သိ ပ့်၏။” ในโลกนี้ น้ำลึก น้ำตื้น รู้ได้จากการเห็นดอกบัว เผ่าพันธุ์ชาติเชื้อจะดีจะชั่วนั้น รู้ได้จาก พฤติกรรม กริยา วาจา ดินจะดีไม่ดีนั้น รู้ได้จากหญ้าเหี่ยวหรือไม่เหี่ยว 32
------------------------------------------------------------------- “လ ောက၌ စနဒကူ်းပင့်သည့် လဖခောက့်လသွွေ့လသော့် ည့််း နံ ကိို ြစွန့် ။ ဆင့်လဖပောင့်သည့် စစ့်လဖြဖပင့်သိို လေောက့်လသော့် ည့််း ူတိို ၏ ြ က့်လြှောက့်၌ တင့် တယ့်ဖခင့််းကိို ြစွန့် ။ ကကံသည့် ယနတေော်းစက့်၏ ဝသိို လေောက့်လသော့် ည့််း ခ ံ လသော ေသကိို ြစွန့် ။ ပညောေှိသူလတော့်လကောင့််းသည့် ဆင့််းေဲဖခင့််းသိို လေောက့်လသော့် ည့််း သူလတော့်လကောင့််းတေော်းကိို ြစွန့် သော ျှင့်ကတည့််း။” ในโลกนี้ ต้นจันทน์ถึงแม้จะแห้ง ก็ยังไม่ทิ้งความหอม ช้างที่งดงามถึงแม้จะอยู่ใน สนามรบ ก็ไม่ทิ้งความงดงาม อ้อยถึงแม้จะผ่านเครื่องคั้น (เครื่องหีบ) ก็ไม่ละทิ้งความหวาน ปราชญ์ ถึงแม้จะตกทุกข์ได้ยาก แต่ก็ไม่ละทิ้งธรรมะ -------------------------------------------------------------------------------------- “ ြိယိုတ့်လသောသူကော်း ြလကောင့််းလသောစကော်းေှိသည့်ဖ စ့်၏။ ဘယိုတ့်လသောသူကော်း ြလကောင့််းလသော ြူ က င့် ေှိသည့်ဖ စ့်၏။ ြိဘနှစ့်ပ ်း စံိုယိုတ့်ြူကော်း ြလကောင့််းလသောစကော်း ေှိသည့် ည့််းဖ စ့်၏။ ြလကောင့််းလသော ြူ က င့် ေှိသည့် ည့််း ဖ စ့်၏။” มารดาผู้มีวาจาที่ไม่ดี พ่อที่มีกริยาที่ไม่ดี บิดามารดาทั้งสองอย่างนี้ มีกริยาวาจาที่ ไม่ดี ย่อมทำให้ลูกกระทำตาม ------------------------------------------------------------------------- 33
โคลงโลกนิติของไทย โคลงโลกนิติที่เปรียบเทียบ นำมาจาก หนังสือประชุมโคลงโลกนิติ ของสมเด็จพระบรม วงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร ที่รวบรวมโคลงโลกนิติของเก่ามาชำระแก้ไขใหม่ ให้ประณีตและ ไพเราะ เพราะของเก่าที่คัดลอกต่อ ๆ กันมา ปรากฎว่ามีถ้อยคำที่วิปลาสคลาดเคลื่อนไปมาก ภาษิตที่ปรากฎในโคลงโลกนิติ ล้วนเป็นภาษิตที่นิยมนับถือกันว่า เป็นภาษิตที่เหมาะสม ที่จะใช้เป็นหลักประพฤติปฏิบัติ และนำไปสั่งสอนกันต่อไป ซึ่งโคลงโลกนิติของไทย มีลักษณะเด่นในการประพันธ์คือ เป็นการแต่งโคลงสี่สุภาพที่ เข้าใจง่าย เมื่ออ่านแล้วคนธรรมดาทั่วไปสามารถเข้าใจได้ทันที ลักษณะคำประพันธ์ โคลงโลกนิติ มีลักษณะคำประพันธ์คือเป็นโคลงสี่สุภาพ คือ 1 บท มีทั้งหมด 4 บาท 1 บาทมี 2 วรรค บาทที่ 1 สัมผัสกับ คำที่ 5 ของบาทที่ 2 กับบาทที่ 3 และคำ สุดท้ายของบาทที่ 2 ต้องสัมผัสกับ คำที่ 5 ของบาทที่ 4 โดยจะบังคับตำแหน่งวรรณยุกต์ เอก 7 โท 4 34
ข้อสังเกตและความแตกต่างของตัวบททั้งสองภาษา ❖ ตัวอย่างการเปรียบเทียบที่แตกต่างจากตัวบทไทย “အက င်သူသည် သတာင်ဇ ပ်ပန်ား ှိို ျှင် သပေါ ်ြ ်န ငံ့် ထိုပ်၏။ ထှိိုသူ၏ လတောင့် ပ့်ပန့််းသည့်သော ျှင့်သ ာင်ားသသာအန ို့ ှိို ှိှုင်သစ္သည် ာား မဟိုတ်။ သပေါ ်ြ ်တှိိုို့သည် ည်ား သ ာင်ားသသာအန ို့ ှိို ှိှုင် ိုန်၏။ ထှိိုို့အတူ ပညာရ ှိန ငံ့် သပေါင်ားြ ်မ ဝ ရသသာသူတှိိုို့ ှိို မ တ်အပ်၏။” แปลตัวบทพม่า ใบพ้อที่ห่อด้วยกุหลาบพันปี กุหลาบพันปีไม่เพียงแต่ส่งกลิ่นหอมเท่านั้น ใบทองกวาวก็ พลอยได้กลิ่นหอมติดมาด้วยฉันใด คนที่อยู่กับผู้มีความรู้ ก็ได้ความรู้ติดมาด้วยฉันนั้น ถอดคำประพันธ์ การคบหาสมาคมกับนักปราชญ์ การมีมิตรดีมีคุณธรรม ย่อมชักนำให้เราประกอบแต่คุณงามความดี มีแต่ ความสุขความเจริญ เปรียบเช่นไม้กฤษณาซึ่งมีกลิ่นหอม นำใบพ้อมาห่อหุ้ม กลิ่นหอมของไม้กฤษณายังหอม ระรวยติดอยู่ที่ใบพ้อ โลกนิติข้างต้น ตัวบทภาษาพม่า จะเปรียบเทียบระหว่าง กุหลาบพันปี(သတာင်ဇ ပ်ပန်ား) กับ ใบทองกวาว (သပေါ ်ြ ်) ส่วนตัวบทของไทยจะเปรียบเทียบระหว่างใบพ้อ กับ กฤษณา ที่เป็นไม้หอมชนิด หนึ่ง ทำให้เราเห็นว่า วัฒนธรรมของคนพม่าก็มีความแตกต่างจากของไทย เพื่อความเข้าใจของผู้อ่าน จึง จำเป็นต้องเปลี่ยนสิ่งที่ต้องเปรียบเทียบให้เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จัก ความแตกต่างทางด้านรูปแบบการเขียน ของไทยเป็นรูปแบบการเขียนที่มีฉันทลักษณืกำหนด ชัดเจน คือ “โคลงสี่สุภาพ” โดยกำหนดคำเอก คำโท ส่วนของตัวบทภาษาพม่านั้น จะเป็นการเขียน เปรียบเทียบเหมือนกับของไทย แต่รูปแบบการเขียนไม่ได้เขียนเป็นร้อยกรอง เป็นเพียงร้อยแก้ว ตามตัวบทที่สาธกยกตัวอย่างมาข้างต้น ใบพ้อพันห่อหุ้ม กฤษณา หอมระรวยรสพา เพริศด้วย คือคนเสพเสน่หา นักปราชญ์ ความสุขซาบฤาม้วย ดุจไม้ กลิ่นหอมฯ (โคลงโลกนิติ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร : ๒๑) 35
❖ ตัวอย่างเปรียบเทียบโลกนิติของพม่าและไทยที่เหมือนกัน “သရသြန်ားသ ားမ ညံ့်တှိိုို့သည် န စ္ွောသာ ျှင် တည်ား။ အတွေင်ား၌ ာား ပှိိုားအတှိမပညံ့် ိုန်သည်မြစ္်သ ံ့သှိိုို့ ထှိိုို့အတူ သူယိုတ်တှိိုို့၏ န ိုားတှိိုို့သည် မြစ္် ိုန်၏။” แปลตัวบทพม่า ผลมะเดื่อเมื่อสุกงอมจะมีสีแดง แต่ภายในผลเดื่อ เต็มไปด้วยแมลงฉันใด ก็เปรียบเหมือนคนที่มีจิตใจ ชั่วช้าฉันนั้น ถอดคำประพันธ์ ผลมะเดื่อเมื่อสุก มีสีแดง แต่ภายในผลมะเดื่อนั้น เต็มไปด้วยหนอนและแมลง หาความสวยงามดั่ง ภายนอกไม่มี โลกนิติข้างต้น ตัวบทภาษาพม่า จะเปรียบเทียบทั้งภาษาพม่าและไทย มีความหมายที่ เหมือนกัน แต่ความแตกต่างทางด้านรูปแบบการเขียน ของไทยเป็นรูปแบบการเขียนที่มีฉันทลักษณื กำหนดชัดเจน คือ “โคลงสี่สุภาพ” โดยกำหนดคำเอก คำโท ส่วนของตัวบทภาษาพม่านั้น จะเป็นการ เขียนเปรียบเทียบเหมือนกับของไทย แต่รูปแบบการเขียนไม่ได้เขียนเป็นร้อยกรอง เป็นเพียงร้อยแก้ว ตามตัวบทที่สาธกยกตัวอย่างมาข้างต้น โดยใช้คำว่า “ သ ံ့သှိိုို့ ” เป็นคำที่แสดงให้เห็นถึงการเปรียบ สิ่งหนึ่งให้เหมือนอีกสิ่งหนึ่ง ในภาษาไทยใช้คำว่า ดุจ เฉกเช่น ดั่งเป็นต้น ผลเดื่อเมื่อสุกไซร้ มีพรรณ ภายนอกแดงดูฉัน ชาดบ้าย ภายนอกย่อมแมลงวัน หนอนบ่อน ดุจดั่งคนใจร้าย นอกนั้น ดูงามฯ (โคลงโลกนิติ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร : ๒๒) 36
➢ ปัญหาของตัวบทโลกนิติทั้งไทยและพม่า ตัวบทภาษาไทยและภาษาพม่าที่ศึกษาออกมาแล้วนั้น มีทั้งสำนวนเก่า และใหม่ จึงทำให้ตัวบทภาษาไทยต้องใส่สำนวนเก่า เพื่อให้คลอดคล้องกับตัวบทของภาษาพม่า ผู้ศึกษาจึงใช้หนังสือ “โคลงโลกนิติของไทย (ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร : 2559) คือ โลกนิติ ภาษาอังกฤษ-พม่า ของ สย่าแต้ะโต (တက့်တိို်း) และหนังสือที่เกี่ยวข้องกับโลกนิติอีกจำนวน 2 เล่ม คือ โคลงโลกนิติ ของสมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร ปี 2545 และ โลกนีติ ไตรพากย์ : คารม พ.ศ. 2461 เพื่อนำมาเปรียบเทียบทั้งสำนวนเก่า สำนวนใหม่ โดยตัวบทที่ต้องใช้สำนวนเก่าเปรียบเทียบ ได้แก่ “အက င်အမှိသည် သာားငယ် ှိို အတတ်ပညာသင်မသပား။ အတတ်ပညာသင်၍ မသပားသသာ အမှိသည်ရန်သူ မည်၏။ အက င်အြသည် အတတ်ပညာသင်၍မသပား။ အတတ်ပညာ မရ ှိသသာသူသည် ဟသသာတှိိုို့အ ယ်၌ ဗ္ျ ှိ င်ား ံ့ သသင်အ ယ်တွေင် မတင်ံ့တယ်။” สำนวนใหม่ของ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร มีความหมายไม่เข้ากับตัวบทของพม่า เพราะ ตอนท้ายของตัวบทพม่า ได้กล่าวถึงนกยางและหมู่หงส์ แต่ตัวบทของไทยที่เป็นสำนวนใหม่ ตอนท้าย ไม่ได้กล่าวถึงนกยางและหงส์ แต่ยังเค้าความหมายเดิม คือ บิดามารดาต้องพึงสอนลูกและฝึกลูกให้ เป็นคนดีในสังคม ผู้จัดทำจึงได้นำ “สำนวนเก่า” มาใช้เทียบกับตัวบทภาษาพม่า เพื่อความหมายของ ทั้งสองตัวบทจะเหมือนกัน แม่เหมือนข้าศึกทั้ง บิดร ด้วยแฮ เหตุบ่สอนบุตรสอน เมื่อน้อย ครั้นใหญ่ไป่งามอร ออกที่ ประชุมนา เยียเยี่ยงยางเจ่าจ้อย จับจ้อ หมู่หงส์ ฯ (ประชุมโคลงโลกนิติ สำนวนเก่า : ๒๘๓) พ่อแม่ผูกเคียดแค้น ไพรี บุตไฉน สอนไป่สอนให้ดี เมื่อน้อย ยามใหญ่อยู่กลางชี คฤหัสถ์ ก็ดี ตัวนกยางย่างค้อย แข่งเข้าฝูงหงส์ (ประชุมโคลงโลกนิติ สำนวนเก่า : ๒๘๓) รักบุตรสิไป่ให้ พากเพียร ปราศจากวิทยาเรียน เริดร้าง พ่อเหมือนศัตรูเบียน บุตรอีก เล่านา แม่ดั่งไพรีมล้าง ลูกให้เสียสกนธ์ (ประชุมโคลงโลกนิติ สำนวนใหม่ : ๒๘๓) 37
❖ปัญหาของตัวบทโลกนิติทั้งไทยและพม่า บางตัวบทสำนวนใหม่ของ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร ไม่มีปรากฏอยู่ในหนังสือประชุม โคลงโลกนิติ แต่มีสำนวนเก่า ผู้จัดทำจึงได้นำ “สำนวนเก่า” ที่เข้าใจง่ายที่สุด มาใช้เทียบกับตัวบท ภาษาพม่า นอกจากนี้ยังมีตัวบทของไทยในทำนองเดียวกัน คือไม่มีสำนวนใหม่ เช่น “အမှိယိုတ်သသာသူ ာား မသ ာင်ားသသာစ္ ာားရ ှိသည်မြစ္်၏။ အဘယိုတ်သသာသူ ာား မသ ာင်ားသသာ အမူအ ျင်ံ့ ရ ှိသည်မြစ္်၏။ မှိဘန စ္်ပေါား စ္ ိုယိုတ်မူ ာား မသ ာင်ားသသာစ္ ာား ရ ှိသည် ည်ားမြစ္်၏။ မသ ာင်ားသသာ အမူအ ျင်ံ့ရ ှိသည် ည်ား မြစ္်၏။” แม่ต่ำบุตรเบิกถ้อย หยาบนา พ่อต่ำบุตรกริยา ชั่วร้าย พ่อต่ำแม่พงศา เสมอดุจ กันนา บุตรถ่อยถ้อยหยาบย้าย ยับทั้ง กริยา (ประชุมโคลงโลกนิติ สำนวนเก่า : ๒๙๘) มารดาหฤโหดห้วน วาจา พ่อชั่วมักหึงสา พวกพ้อง บิดามารดาชา ตรีเผ่า สุทธินา ใจสื่อสัจคำพร้อง เพราะพร้องเอาใจ (ประชุมโคลงโลกนิติ สำนวนเก่า : ๒๙๘) พงศ์แม่ต่ำต้อบุตร วาจา ชั่วแฮ พ่อชั่วบุตรกิริยา หยาบย้าย พ่อแม่ส่ำพงศา ส่องชั่ว ฝ่ายบุตรไขคำร้าย อีกร้ายกิริยา (ประชุมโคลงโลกนิติ สำนวนเก่า : ๒๙๘) 38
❖ปัญหา ภาษาและสำนวนที่ใช้ของตัวบทพม่า เป็นภาษาเขียนและการใช้คำศัพท์บางคำค่อนข้าง โบราณ ถึงแม้จะเป็นการเขียนร้อยแก้ว แต่ก็ยังยากที่จะทำความเข้าใจได้สำหรับคนไทยที่อ่านตัว บท ภาษาพม่า ไวยากรณ์ในตัวบทภาษาพม่านั้น เป็นภาษาเขียนทั้งหมด และไวยากรณ์บางคำยังยาก สำหรับผู้จัดทำ เพราะ เป็นการเปรียบเทียบจากสิ่งหนึ่งเป็นสิ่งหนึ่ง และไม่เข้าใจคำศัพท์และการ ใช้ ไวยากรณ์บางตัว เนื่องจากผู้จัดทำไม่เคยพบเจอในบทเรียน ในขณะเดียวกันบางตัวบทผู้จัดทำ ก็ สามารถอ่านได้โดยไม่ต้องไตร่ตรองและคำนึงถึงไวยากรณ์มากเท่าบทอื่น ๆ เนื่องจาก เป็นการ เขียน ที่เข้าใจง่าย เรียงประโยค คำศัพท์ ไวยากรณ์ ที่ไม่สลับซับซ้อน ทำให้คนไทยที่เรียน อ่าน-เขียน ภาษา พม่ามาก่อน อ่านแล้วก็สารถทำความเข้าใจได้ทันที แต่ยังต้องแปลคำไวยากรณ์ ที่ผู้จัดทำไม่ทราบ ว่าต้องใช้อย่างไร 39
กระทรวงศึกษาธิการ. (2543). ประชุมโคลงโลกนิติ. กรุงเทพฯ: สถาบันภาษาไทย กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. โลกนีติ ไตรพากย์ : คารม พ.ศ.2461. (ม.ป.ป.). กรุงเทพฯ: สถาบันลือธรรม. สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร. (2559). ประชุมโคลงโลกนิติ จารึกวัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม. นนทบุรี: สำนักพิมพ์ศรีปัญญา จำกัด. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร. (2545). โคลงโลกนิติ. เรือนปัญญา จำกัด. ဆေောင်္ကီ်းတက့်တိို်း.တတိယ င်္ကိြ့်.(n.d.). လ ောကနီတိ င်္ဂ ိပ့်-ဖြန့်ြောဘောသောစကော်း. 40
ตัวบท ဆေောင်္ကီ်းတက့်တိို်း โคลงโลกนิติ สมเด็จฯ กรมพระยาเด ชาดิศร, 2545 ประชุมโคลงโลกนิติ สมเด็จฯ กรมพระยาเด ชาดิศร, 2559 โลกนีติ ไตรพากย์ : คารม พ.ศ.2461 มักคร้านรอบรู้ บทที่ 3 บทที่ 249 หน้า 192 บทที่ 3 ก้านบัวบอกลึกตื้น บทที่ 14 บทที่ 271 หน้า 202 บทที่ 14 รู้น้อยว่ารู้มาก บทที่ 15 บทที่ 54 หน้า 65 บทที่ 15 แม่เหมือนข้าศึก บทที่ 18 บทที่ 423 หน้า 283 บทที่ 18 คนพาลผู้บาปแท้ บทที่ 25 บทที่ 6 หน้า 25 บทที่ 25 ช่างหม้อตีหม้อใช่ บทที่ 39 บทที่ 223 หน้า 175 บทที่ 39 ใบพ้อพันห่อหุ้ม บทที่ 40 บทที่ 2 หน้า 21 บทที่ 40 ขนุนสุกสล้างแห่ง บทที่ 44 บทที่ 4 หน้า 23 บทที่ 44 ผลเดื่อเมื่อสุกไซร้ บทที่ 43 บทที่ 3 หน้า 22 บทที่ 43 จันทน์แห้งกลิ่นห่อนได้ บทที่ 45 บทที่ 28 หน้า 47 บทที่ 45 แม่ต่ำบุตรเบิกถ้อย บทที่ 52 ไม่ปรากฏ หน้า 298 บทที่ 52 โทษท่านผู้อื่นเพี้ยง บทที่ 75 บทที่ 165 หน้า 139 บทที่ 75 อย่าปองสิ่งแก้วไป บทที่ 65 บทที่ 415 หน้า 304 บทที่ 65 นกรอดหลุดบ่วงแร้ว บทที่ 100 บทที่ 401 หน้า 312 บทที่ 100 อย่าพึงเยียคู่คุ้น บทที่ 84 ไม่ปรากฏ หน้า 323 บทที่ 84 อ่อนหวานมานมิตรล้น บทที่ 93 บทที่ 403 หน้า 258 บทที่ 93 กระเหว่าเสียงเพราะ บทที่ 94 บทที่ 88 หน้า 88 บทที่ 94 ห้าวันเว้นหัดซ้อม บทที่ 97 ไม่ปรากฏ หน้า 321 บทที่ 97 ชายเฒ่าหญิงเด็กเลี้ยง บทที่ 111 ไม่ปรากฏ หน้า 330 บทที่ 111 บรรทมยามหนึ่งไท้ บทที่ 112 บทที่ 171 หน้า 144 บทที่ 112 ตารางที่มาของตัวบทของไทยและพม่า 41
นายคารม คันทวี นางสาวภัสสร พรมนิล นางสาวบุญยานุช สืบแก้วหล้า เปรียบเทียบ “โลกนิติ” ของภาษาไทย และภาษาพม่า ถอด คำประพันธ์โคลงโลกนิติของไทย แปลโลกนิติภาษาพม่า เปรียบเทียบสำนวนของภาษาไทย แล้วนำมาสรุปลักษณะของตัวบท ทั้งสองภาษา ปัญหาอุปสรรคในการแปล จำนวนทั้งหมด 20 บท ” “