The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โศรยา ว30246 ส่วนหน้าแผน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

โศรยา ว30246 ส่วนหน้าแผน

โศรยา ว30246 ส่วนหน้าแผน

ประมวลรายวิชา (Course Syllabus)
รหัสวิชา ว30246 รายวชิ า ชวี วทิ ยา 6 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โรงเรยี นกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุราษฎร์ธานี
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 จานวน 1.5 หนว่ ยกติ เวลาเรยี น 60 ช่ัวโมง

ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564

หน่วยการเรยี นรแู้ ละเวลาเรียน

ท่ี ชื่อหน่วยการ ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลาเรยี น
เรียนรู้ (ช่วั โมง)
1. อภิปรายความสาคัญ • ความหลากหลายทางชวี ภาพ
1 ความหลากหลาย ของความหลากหลาย ประกอบด้วย ความหลากหลายทาง 28
ทางชีวภาพและความ พนั ธุกรรม ความหลากหลายของสปชี ีส์
ทางชีวภาพ เช่ือมโยงระหว่างความ และความหลากหลายของระบบนเิ วศ
หลากหลายทาง • การแปรผนั ทางพันธกุ รรมทาใหเ้ กิด
พนั ธุกรรม ความ ความหลากหลายทางพันธกุ รรม ซ่ึง
หลากหลายของสปชี สี ์ สง่ิ มชี ีวิตใดทมี่ ีความหลากหลายทาง
และความหลากหลาย พนั ธกุ รรมมากย่อมทาให้
ของระบบนเิ วศ มโี อกาสอยู่รอดเพ่ิมข้ึนและสืบทอด
ลูกหลานต่อไปได้
• ส่ิงมีชีวติ ทด่ี ารงชวี ติ อยใู่ นสงิ่ แวดลอ้ ม
ตา่ ง ๆ ไดผ้ า่ นกระบวนการคัดเลอื กโดย
ธรรมชาตหิ รอื โดยมนุษยม์ าเป็นระยะเวลา
ยาวนานหลายช่วั รุ่นซง่ึ อาจเกิดเปน็ สปีชสี ์
ใหมส่ ง่ ผลใหเ้ กดิ ความหลากหลายของ
สปชี สี ์

ท่ี ชื่อหน่วยการ ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลาเรียน
เรยี นรู้ (ชั่วโมง)

• แหลง่ ที่อยู่อาศยั แตล่ ะแหล่งท่สี ิ่งมชี วี ติ

อาศยั อยูน่ ัน้ จะมอี งค์ประกอบของปัจจยั

ทางกายภาพและปัจจยั ทางชีวภาพท่ี

แตกต่างกัน ทาให้เกดิ ความหลากหลาย

ของระบบนิเวศ

2. อธิบายการเกิดเซลล์ • จดุ เร่มิ ตน้ ของวิวัฒนาการของเซลล์เกดิ

เริ่มแรกของสง่ิ มชี ีวิต จากโมเลกลุ ของสารอินทรีย์โดยเซลล์

และววิ ฒั นาการของ รปู แบบแรกทเ่ี กิดขน้ึ คือ เซลล์โพรคารโิ อต

สง่ิ มชี วี ติ เซลลเ์ ดียว และมีววิ ัฒนาการขนึ้ มาเปน็ เซลลย์ คู าริ

โอต และจากสง่ิ มีชีวติ เซลลเ์ ดยี ว เป็น

สงิ่ มีชีวติ หลายเซลลท์ ม่ี โี ครงสร้างแบบงา่ ย

ๆ จนกลายมาเปน็ ส่งิ มีชวี ติ หลายเซลล์

ท่ีมโี ครงสร้างซับซ้อนมากขนึ้ ตามลาดับ

3. อธบิ ายลกั ษณะ • แบคทเี รยี เปน็ สิ่งมชี ีวติ พวกโพรคารโิ อต

สาคญั และยกตัวอย่าง ผนังเซลลม์ ีเพปทิโดไกลแคนเป็น

สิ่งมชี วี ิตกลุ่มแบคทเี รยี องค์ประกอบสาคัญแบคทเี รยี ท่ัวไปสร้าง

สงิ่ มชี ีวติ กลมุ่ โพรพสิ ต์ อาหารเองไม่ได้ดารงชีวติ แบบผู้สลาย

สิง่ มีชวี ติ กลุ่มพืช สารอนิ ทรยี ์หรอื แบบปรสติ แต่แบคทเี รีย

ส่ิงมีชวี ิตกลุม่ ฟงั ไจและ บางกลุ่ม เชน่ ไซยาโนแบคทเี รยี สรา้ ง

ส่งิ มีชวี ิตกลมุ่ สตั ว์ อาหารเองได้จากกระบวนการสงั เคราะห์

ด้วยแสง

• โพรทสิ ต์เปน็ ส่ิงมีชวี ิตพวกยูคาริโอต มี

ลกั ษณะหลากหลาย ท้งั ทีเ่ ปน็ สิ่งมีชีวติ

เซลล์เดียวหรอื สิ่งมชี ีวติ หลายเซลลท์ ่ยี ังไม่

พฒั นาไปเป็นเนื้อเยื่ออาจมีหรือไม่มผี นัง

เซลล์เป็นสว่ นประกอบของเซลล์

• พชื เป็นส่ิงมีชีวติ หลายเซลล์พวกยคู าริ

โอต มีผนังเซลลซ์ ่ึงมีเซลลโู ลสเปน็

องคป์ ระกอบมีวฏั จกั รชีวิต

ท่ี ชื่อหน่วยการ ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลาเรยี น
เรียนรู้ (ชว่ั โมง)

แบบสลับและมรี ะยะเอ็มบรโิ อในการ

สบื พันธแ์ุ บบอาศัยเพศ พืชสร้างอาหาร

เองไดจ้ ากกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ย

แสง

• ฟังไจเป็นสิ่งมีชีวติ พวกยคู าริโอต มที ั้ง

สง่ิ มีชีวติ เซลล์เดยี วและหลายเซลลเ์ ซลล์

ของฟงั ไจยงั ไม่พัฒนาไปเป็นเน้ือเยื่อ ผนงั

เซลล์มไี คทินเป็นองคป์ ระกอบสาคญั ฟงั

ไจสร้างอาหารเองไม่ไดแ้ ละดารงชีวิตแบบ

ผสู้ ลายสารอินทรียห์ รอื แบบปรสติ

• สัตวเ์ ปน็ ส่ิงมชี วี ติ หลายเซลลพ์ วก

ยคู าริโอต ไม่สามารถสรา้ งอาหารเองได้

ต้องได้รับอาหารจากสงิ่ มีชวี ติ อืน่ สว่ น

ใหญ่มรี ะบบย่อยอาหารบางชนิดอาจเป็น

ปรสติ สัตวม์ ีระยะเอม็ บริโอ ในการ

สบื พันธแ์ุ บบอาศยั เพศ

• สตั ว์อาจแบ่งเป็นกลมุ่ ย่อยโดยพิจารณา

ลักษณะตา่ ง ๆ คือ เนอ้ื เยือ่ สมมาตร การ

เปล่ยี นแปลงของบลาสโทพอร์การเจรญิ

ในระยะตัวออ่ น ทาให้อาจแบ่งสตั วเ์ ป็น

กลมุ่ ย่อย เชน่ กลมุ่ ฟองนา้ กล่มุ ไฮดรา

กลุม่ หนอนตวั แบน กล่มุ หอยและหมึก

กลมุ่ ไส้เดือนดิน กล่มุ หนอนตัวกลม

กล่มุ สัตว์ท่มี ขี าเปน็ ปล้อง กลมุ่ ดาวทะเล

และปลงิ ทะเล และกลุ่มสัตวท์ ี่มี

โนโทคอรด์

4. อธิบายและ • การจาแนกสง่ิ มีชีวิตออกเป็นหมวดหมู่

ยกตัวอย่างการจาแนก เป็นลาดบั ข้ันต่าง ๆ เริ่มจากหมวดหมู่

สงิ่ มีชวี ติ จากหมวดหมู่ ใหญ่แล้วแบง่ เป็นหมวดหมู่ย่อย มดี ังนี้

ใหญ่จนถงึ หมวดหมู่

ที่ ชอื่ หน่วยการ ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลาเรยี น
เรียนรู้ ยอ่ ยและวธิ ีการเขยี น (ชั่วโมง)
ซื่อวทิ ยาศาสตร์ใน
ลาดับข้ันสปซี สี ์ คงิ ดอม ไฟลัม คลาส ออร์เดอร์ แฟมลิ ี
5. สรา้ งไดโคโทมัสคยี ์
ในการระบสุ ่ิงมีชวี ติ จนี สั และสปชี สี ์
หรือตัวอยา่ งทก่ี าหนด
ออกเป็นหมวดหมู่ • ชือ่ วิทยาศาสตร์ของสงิ่ มชี วี ิตในลาดบั ขั้น

6. วเิ คราะห์ อธบิ าย สปีชีส์ทีต่ ัง้ ขนึ้ ตามระบบทวนิ ามเพื่อใชใ้ น
และยกตัวอย่าง
กระบวนการถ่ายทอด การระบุถงึ สง่ิ มชี วี ิตแต่ละชนิดใหม้ คี วาม
พลงั งานในระบบนเิ วศ
เข้าใจถูกตอ้ งตรงกัน ประกอบด้วย 2

ส่วน โดยสว่ นแรกเป็น ชอ่ื สกุล สว่ นหลัง

เป็นคาทร่ี ะบลุ กั ษณะพเิ ศษของสิ่งมชี ีวิต

ชนิดน้ัน หรอื เป็นคาทมี่ ีความหมายเฉพาะ

โดยทง้ั 2 ส่วนน้ตี ้องเป็นภาษาละตนิ

• ไดโคโทมัสคยี เ์ ปน็ เคร่ืองมือท่ีใช้เพื่อระบุ

หมวดหมขู่ องส่งิ มชี วี ติ ลาดบั ขั้นตา่ งๆโดย

มหี ลกั เกณฑ์ในการนาลกั ษณะทีต่ ่างกนั

ของส่ิงมีชีวติ มาพิจารณาเปน็ คู่

• วทิ เทเกอร์เสนอแนวความคิดท่ีวา่

ส่ิงมชี วี ิตพวกยคู ารโิ อตมวี ิวัฒนาการมา

จากส่งิ มีชวี ติ พวกโพรคาริโอต และจาแนก

สง่ิ มชี วี ิตเปน็ 5 คิงดอม ประกอบด้วย

มอเนอรา โพรทสิ ตา พชื ฟงั ไจและสตั ว์

• โวสซ์และคณะ จาแนกส่ิงมีชวี ติ เป็น 3

โดเมน ประกอบด้วย แบคทเี รีย อาร์เคีย

และยคู ารีอา โดยแนวความคิดการ

จาแนกสง่ิ มีชวี ิตแต่ละโดเมนเป็นกล่มุ ย่อย

จะใช้หลกั ทวี่ า่ สิง่ มีชีวิตในกลุ่มเดียวกัน

มีสายวิวฒั นาการมาจากบรรพบรุ ษุ ร่วมกั

2 ระบบนเิ วศและ • ระบบนเิ วศจะดารงอยู่ได้ตอ้ งมี 22
ประชากร
กระบวนการต่าง ๆ เกิดข้นึ กระบวนการ

ทสี่ าคญั ได้แก่การถา่ ยทอดพลังงานและ

การหมุนเวียนสาร การถ่ายทอดพลังงาน

ในระบบนเิ วศสามารถแสดงได้ดว้ ย

ท่ี ชื่อหน่วยการ ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลาเรยี น
เรยี นรู้ (ชัว่ โมง)

7. อธบิ าย ยกตวั อยา่ ง แผนภาพที่เรยี กวา่ โซอ่ าหาร สายใย

การเกดิ ไบโอแมกนิฟิ อาหารและพีระมิดทางนเิ วศวิทยา

เคชันและบอกแนวทาง • พลังงานท่ถี ่ายทอดไปในแต่ละลาดบั ขัน้

ในการลดการเกดิ ไบโอ การกนิ อาหารมปี รมิ าณท่ีไม่เทา่ กัน

แมกนิฟิเคชนั พลงั งานสว่ นใหญจ่ ะสญู เสยี ไปในรูปความ

ร้อนระหวา่ งการถ่ายทอดจากสิง่ มชี ีวิต

8. สบื ค้นข้อมูลและ หนึ่งไปยงั สง่ิ มชี ีวิตอีกชนดิ หนึ่ง

เขยี นแผนภาพ เพ่ือ • การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ

อธบิ ายวฏั จกั ร บางคร้ังอาจทาให้มีสารพิษสะสมอยูใ่ น

ไนโตรเจน วัฏจักร สง่ิ มชี วี ติ ดว้ ย เรยี กว่า การเกดิ ไบโอแมก

กามะถันและวฏั จกั ร นิฟิเคชนั ซง่ึ อาจมรี ะดับความเข้มข้นของ

ฟอสฟอรัส สารพิษมากข้ึนตามลาดบั ข้นั ของการกิน

จนอาจก่อใหเ้ กิดอันตรายต่อสิ่งมชี ีวติ

• สารต่าง ๆ ในระบบนเิ วศมีการ

หมนุ เวยี นเกดิ ข้นึ ผ่านทั้งในสิง่ มีชีวิตและ

สง่ิ ไม่มชี วี ติ กลับคืนสรู่ ะบบอย่างเป็น

วัฏจกั ร เช่น วฏั จกั รไนโตรเจน วฏั จกั ร

กามะถัน และวฏั จกั รฟอสฟอรสั

9. สืบค้นขอ้ มูล • ไบโอมคือระบบนิเวศขนาดใหญท่ ่ี

ยกตวั อย่างและอธิบาย กระจายอยตู่ ามเขตภมู ิศาสตร์ตา่ ง ๆ บน

ลกั ษณะของไบโอมท่ี โลก เชน่ ไบโอมทนุ ดรา ไบโอมสะวนั นา

กระจายอยู่ตามเขต ไบโอมทะเลทราย โดยแตล่ ะไบโอมจะมี

ภมู ศิ าสตร์ตา่ ง ๆ บน ลกั ษณะเฉพาะของปัจจยั ทางกายภาพ

โลก ชนิดของพชื และชนิดของสตั ว

10. สบื คน้ ขอ้ มูล • ระบบนิเวศมกี ารเปล่ยี นแปลงไดก้ าร

ยกตวั อยา่ ง อธิบายและ เปลี่ยนแปลงทเี่ กิดขึน้ อย่างช้า ๆ ทาให้

เปรียบเทยี บการ ระบบนเิ วศสามารถปรับสมดุลไดแ้ ตก่ าร

เปล่ียนแปลงแทนที่ เปลยี่ นแปลงท่เี กดิ ขึน้ อย่างรวดเร็วอาจ

แบบปฐมภมู ิ และการ สง่ ผลกระทบต่อองคป์ ระกอบทางชวี ภาพ

ในระบบนิเวศทาใหเ้ กิดการเปลีย่ นแปลง

ท่ี ชื่อหน่วยการ ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลาเรยี น
เรยี นรู้ (ชั่วโมง)

เปลยี่ นแปลงแทนท่ี แทนท่ขี องสงิ่ มชี วี ติ ขน้ึ

แบบทุติยภูมิ • การเปลยี่ นแปลงแทนที่ทางนเิ วศวิทยา

มที ัง้ การเปลย่ี นแปลงแทนที่แบบปฐมภมู ิ

และการเปล่ยี นแปลงแทนที่แบบทุตยิ ภมู

11. สบื คน้ ขอ้ มลู • ประชากรของสงิ่ มชี วี ิตทกุ ชนดิ มี

อธบิ าย ยกตัวอย่างและ ลกั ษณะหลายประการท่ีเป็น

สรุปเก่ียวกับ ลกั ษณะเฉพาะ เชน่ ขนาดของประชากร

ลกั ษณะเฉพาะของ ความหนาแนน่ ของประชากร การ

ประชากรของสิ่งมีชวี ิต กระจายตัวของสมาชิกในประชากร

บางชนดิ โครงสรา้ งอายุของประชากร อัตราส่วน

ระหวา่ งเพศอตั ราการเกิดและอตั ราการ

12. สบื คน้ ขอ้ มูล ตายการอพยพเข้า การอพยพออกของ

อธิบาย เปรียบเทยี บ ประชากรและการรอดชวี ิตของสมาชกิ ทีม่ ี

และยกตัวอย่างการเพ่มิ อายตุ า่ งกนั

ของประชากรแบบเอ็ก • ลกั ษณะเฉพาะของประชากรมอี ทิ ธพิ ล

โพเนนเชยี ลและการ ตอ่ การเปล่ียนแปลงขนาดของประชากร

เพ่มิ ของประชากร ซงึ่ เป็นกระบวนการท่เี กิดข้นึ อยู่เสมอ

แบบลอจิสตกิ • การเพิ่มประชากรแบบเอ็กโพเนนเชยี ล

เปน็ การเพ่ิมจานวนประชากรอยา่ ง

13. อธิบายและ รวดเรว็ แบบทวีคณู

ยกตวั อยา่ งปจั จยั ที่ • การเพิ่มประชากรแบบลอจิสติกเปน็ การ

ควบคมุ การเติบโตของ เพิม่ จานวนประชากรที่ขึน้ อยู่กับ

ประชากร สภาพแวดล้อมหรือมตี ัวต้านทานใน

สิ่งแวดลอ้ มมาเกี่ยวข้อง

• การเติบโตของประชากรข้ึนกับปัจจยั

ต่าง ๆ ซง่ึ แบง่ ไดเ้ ปน็ ปจั จัยท่ีขนึ้ กบั ความ

หนาแน่นของประชากร และปจั จยั ท่ไี ม่

ข้นึ กบั ความหนาแนน่ ของประชากร

ที่ ชอื่ หน่วยการ ผลการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลาเรยี น
เรียนรู้ (ชั่วโมง)

• ประชากรมนุษย์มอี ัตราการเติบโตอยา่ ง

รวดเรว็ แบบเอ็กโพเนนเชยี ลหลังจากการ

ปฏวิ ัติทางอตุ สาหกรรมเป็นต้นมา

3 มนษุ ยก์ ับความ 14. วิเคราะห์ อภปิ ราย • ปญั หาที่เกิดกบั ทรัพยากรน้า ส่วนใหญ่ 10

ยั่งยืนของ และสรุปปัญหาการขาด เกิดจากการปล่อยน้าทผี่ า่ นการใช้

ทรัพยากรธรรมชาติ แคลนน้า การเกิด ประโยชนจ์ ากกจิ กรรมต่าง ๆ ของมนุษย์

และสิ่งแวดล้อม มลพษิ ทางน้าและ และยังไม่ไดร้ ับการบาบัดลงสู่แหลง่ น้า ทา

ผลกระทบท่ีมีตอ่ มนษุ ย์ ให้เกิดมลพิษทางนา้

และสิง่ แวดล้อม รวมท้ัง • การตรวจสอบคุณภาพนา้ นิยมใช้การหา

เสนอแนวทางการวาง คา่ ปรมิ าณออกซิเจนทีล่ ะลายนา้ และคา่

แผนการจัดการน้าและ ปริมาณออกซิเจนที่จลุ นิ ทรยี ใ์ นนา้ ใชใ้ น

การแก้ไขปัญหา การยอ่ ยสลายสารอินทรีย์ในน้า

• การจัดการทรัพยากรนา้ เพื่อใหเ้ กดิ

ประโยชนส์ ูงสดุ ควรมกี ารวางแผนการใช้

นา้ การแก้ไขปญั หาคุณภาพน้า รวมทง้ั

การปลูกจติ สานกึ ในการใช้นา้ อยา่ ง

ถกู ต้อง

15. วเิ คราะห์ อภปิ ราย • การปนเปอื้ นของสารเคมีฝุ่นละออง

และสรปุ ปญั หามลพิษ และจุลนิ ทรยี ต์ า่ ง ๆ ทาใหเ้ กดิ มลพษิ ทาง

ทางอากาศและ อากาศ ซึ่งเกิดได้ทั้งจากธรรมชาตแิ ละ

ผลกระทบท่ีมตี ่อมนษุ ย์ จากการกระทาของมนุษย์

และสง่ิ แวดลอ้ ม รวมทัง้ • การเกดิ มลพิษทางอากาศทเี่ กิดขึน้ เอง

เสนอแนวทางการแก้ไข ตามธรรมชาติ เช่น การเกดิ พายกุ ารเกดิ

ปญั หา ไฟป่าและการเกดิ แกส๊ พิษ

จากการย่อยสลายของจลุ นิ ทรีย์

• การเกดิ มลพิษทางอากาศทเ่ี กดิ จากการ

กระทาของมนุษย์เชน่ การใชเ้ ชอ้ื เพลิง

ฟอสซิลในรปู แบบตา่ ง ๆ

• การจดั การทรัพยากรอากาศควร

ประกอบด้วยการกาหนดนโยบาย และ

ท่ี ชื่อหน่วยการ ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลาเรียน
เรยี นรู้ (ชวั่ โมง)

วางแผนงานเพื่อปอ้ งกันและแกไ้ ข รวมท้ัง

การปลูกจติ สานกึ ในการดูแล

รกั ษาคุณภาพอากาศ

16. วเิ คราะห์ อภปิ ราย • มลพษิ ทางดินและปัญหาความเส่อื ม

และสรปุ ปัญหาที่เกิด โทรมของดินส่วนใหญ่มสี าเหตุจากการ

กบั ทรพั ยากรดินและ กระทาของมนุษย์

ผลกระทบที่มตี อ่ มนษุ ย์ • การจดั การทรัพยากรดนิ เพื่อให้เกดิ

และส่ิงแวดลอ้ ม รวมท้งั ประโยชนส์ ูงสุดควรมีการปอ้ งกนั และการ

เสนอแนวทางการแก้ไข แก้ปญั หาการเกดิ มลพิษและความเสอ่ื ม

ปัญหา โทรมของดิน รวมทง้ั การปลูกจิตสานกึ ใน

การใช้ดนิ อย่างถูกตอ้ ง

17. วิเคราะห์ อภปิ ราย • พนื้ ทป่ี า่ ไมท้ ล่ี ดลงอาจมีสาเหตุมาจาก

และสรปุ ปัญหา ธรรมชาติ เช่น ไฟปา่ แผน่ ดนิ ไหว ภเู ขา

ผลกระทบท่ีเกดิ จาก ไฟระเบิด หรอื อาจมสี าเหตุมาจากการ

การทาลายปา่ ไม้ กระทาของมนษุ ย์เช่น การตัดไม้

รวมทง้ั เสนอแนวทางใน ทาลายป่า การบุกรกุ พนื้ ที่ปา่ เพ่ือ

การปอ้ งกนั การทาลาย ครอบครองที่ดิน การเผาป่า การทา

ป่าไมแ้ ละการอนรุ กั ษ์ เหมอื งแร่

ปา่ ไม้ • พน้ื ทปี่ ่าไมท้ ล่ี ดลงทาให้ภมู ปิ ระเทศมี

สภาพแห้งแลง้ เกดิ อุทกภยั เกิดการ

พงั ทลายของดิน ตลอดจนการเพ่มิ ขน้ึ ของ

แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ ซ่งึ เปน็ แก๊สเรือน

กระจกชนดิ หนึง่ นอกจากน้ี ทาให้สัตวป์ ่า

และพชื พรรณธรรมชาติลดจานวนลง

หรอื สญู พนั ธุไ์ ด้

• การจัดการทรัพยากรป่าไม้ควรจัดการ

ให้มีทรพั ยากรปา่ ไมค้ งอยู่อยา่ งยั่งยนื หรอื

เพมิ่ ข้ึน เช่น การกาหนดพ้ืนที่ปา่ อนรุ กั ษ์

สง่ เสรมิ การปลกู ปา่ ป้องกนั การบกุ รกุ ปา่

ท่ี ชื่อหน่วยการ ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลาเรียน
เรยี นรู้ (ชว่ั โมง)

การใชไ้ ม้อย่างมคี ุณค่าและมีประสิทธภิ าพ

รวมถงึ การปลูกจิตสานึกเร่ือง

การอนรุ ักษ์ป่าไม้

18. วเิ คราะห์ อภิปราย • การลดจานวนลงของสตั วป์ า่ เป็นผล

และสรปุ ปญั หา เน่ืองมาจากการกระทาของมนุษยเ์ ป็น

ผลกระทบท่ีทาใหส้ ัตว์ ส่วนใหญค่ ือ การทาให้แหล่งท่ีอยู่อาศัย

ป่ามีจานวนลตลงและ ลดลงและการลา่ สตั ว์ปา่

แนวทางในการอนรุ กั ษ์ • การจดั การทรัพยากรสตั วป์ ่าควรมีการ

สัตว์ปา่ ดาเนินการใหม้ ีพน้ื ทป่ี ่าไม้เพื่อการอยู่

อาศัยอยา่ งเพยี งพอ รวมทงั้ การไม่ทารา้ ย

สัตว์ป่าหรอื ทาให้สัตว์ป่าลดจานวนลง

รวมทัง้ การปลูกจิตสานึกใหช้ ว่ ยกนั

อนุรักษ์

คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ

ว30246 ชีววิทยา 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาความสาคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ความเชื่อมโยงระหว่างความหลากหลายทาง

พันธุกรรมความหลากหลายทางสปีชีส์และความหลากหลายของระบบนเิ วศ การเกดิ เซลลแ์ รกเร่ิมของส่ิงมีชีวิต

และวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว สิ่งมีชีวิตกลุ่มแบคทีเรีย โพรทิสต์ พืช ฟังไจและสัตว์ การจาแนก

สิ่งมีชีวิตและการเขียนชื่อวิทยาศาสตร์ในลาดับขั้นสปีชีส์ การสร้างไดโคโตมัสคีย์ในการระบุสิ่งมีชีวิต

กระบวนการถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ การเกิดและการลดการเกิดไบโอแมกนิฟิเคชัน วัฏจักรไนโตรเจน

วัฏจักรกามะถนั และวฏั จักรฟอสฟอรัส ไบโอม การเปลีย่ นแปลงแทนทแี่ บบปฐมภมู แิ ละทุติยภูมิ ลักษณะเฉพาะ

ของประชากรของส่ิงมีชีวิตบางชนิด การเพ่มิ ของประชากรแบบเอ็กโพเนนเชียลและแบบลอจสิ ติก การควบคุม

การเตบิ โตของประชากร ทรัพยากรน้า ทรัพยากรอากาศ ทรัพยากรดิน ทรพั ยากรป่าไมแ้ ละทรัพยากรสตั วป์ ่า

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหา

ความรู้ การวิเคราะห์ สงั เคราะห์ ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ภาวะผู้นาและการทางานเปน็ ทมี

เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้

นาความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน ดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยมที่เหมาะสม มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์เทียบเคียงมาตรฐานสากล

และมศี กั ยภาพเปน็ พลโลก

ผลการเรยี นรู้
1. อภิปรายความสาคญั ของความหลากหลายทางชีวภาพและความเชื่อมโยงระหว่างความหลากหลาย

ทางพันธกุ รรม ความหลากหลายของสปีชสี แ์ ละความหลากหลายของระบบนเิ วศ
2. อธิบายการเกดิ เซลลเ์ รมิ่ แรกของสงิ่ มชี ีวติ และววิ ัฒนาการของสิ่งมชี ีวติ เซลล์เดยี ว
3. อธิบายลักษณะสาคัญและยกตัวอย่างส่ิงมีชีวติ กลุม่ แบคทีเรยี สิ่งมีชีวิตกลุ่มโพรพิสต์ สิ่งมีชีวิตกลุ่ม

พืช สง่ิ มีชวี ิตกลุ่มฟงั ไจและสิง่ มีชวี ติ กลุม่ สัตว์
4. อธิบายและยกตัวอย่างการจาแนกสิ่งมีชีวิตจากหมวดหมู่ใหญ่จนถึงหมวดหมู่ย่อยและวิธีการเขียน

ซื่อวทิ ยาศาสตรใ์ นลาดบั ข้นั สปซี ีส์
5. สร้างไดโคโทมัสคียใ์ นการระบสุ งิ่ มชี วี ติ หรือตัวอยา่ งท่กี าหนดออกเปน็ หมวดหมู่
6. วิเคราะห์ อธิบายและยกตวั อยา่ งกระบวนการถา่ ยทอดพลงั งานในระบบนเิ วศ
7. อธิบาย ยกตวั อย่างการเกิดไบโอแมกนิฟเิ คชันและบอกแนวทางในการลดการเกิดไบโอแมกนิฟิเคชนั
8. สืบคน้ ขอ้ มลู และเขยี นแผนภาพ เพอื่ อธิบายวฏั จักรไนโตรเจน วฏั จกั รกามะถันและวัฏจกั รฟอสฟอรสั
9. สืบคน้ ขอ้ มลู ยกตัวอยา่ งและอธิบายลกั ษณะของไบโอมท่ีกระจายอยู่ตามเขตภูมิศาสตรต์ ่าง ๆ บนโลก

10. สืบค้นข้อมูล ยกตัวอย่าง อธิบายและเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิ และการ
เปลี่ยนแปลงแทนทแี่ บบทตุ ยิ ภูมิ

11. สบื ค้นข้อมูล อธบิ าย ยกตวั อยา่ งและสรปุ เก่ียวกับลกั ษณะเฉพาะของประชากรของสิง่ มีชีวิตบางชนดิ
12. สืบค้นขอ้ มูล อธบิ าย เปรยี บเทยี บและยกตัวอย่างการเพิ่มของประชากรแบบเอ็กโพเนนเชียลและการ
เพ่ิมของประชากรแบบลอจิสติก
13. อธิบายและยกตัวอยา่ งปจั จยั ท่ีควบคุมการเตบิ โตของประชากร
14. วิเคราะห์ อภิปรายและสรุปปัญหาการขาดแคลนน้า การเกิดมลพิษทางน้าและผลกระทบที่มีต่อ
มนุษยแ์ ละส่ิงแวดลอ้ ม รวมทัง้ เสนอแนวทางการวางแผนการจดั การนา้ และการแก้ไขปัญหา
15. วิเคราะห์ อภิปรายและสรุปปัญหามลพิษทางอากาศและผลกระทบที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
รวมท้งั เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา
16. วเิ คราะห์ อภิปรายและสรปุ ปัญหาท่เี กดิ กับทรพั ยากรดนิ และผลกระทบทมี่ ีต่อมนุษย์และ
ส่งิ แวดล้อม รวมท้งั เสนอแนวทางการแกไ้ ขปญั หา
17. วเิ คราะห์ อภปิ รายและสรปุ ปัญหา ผลกระทบท่ีเกิดจากการทาลายปา่ ไม้ รวมทงั้ เสนอแนวทางใน
การป้องกันการทาลายป่าไม้และการอนรุ ักษ์ป่าไม้
18. วิเคราะห์ อภิปรายและสรุปปัญหา ผลกระทบที่ทาให้สัตว์ป่ามีจานวนลตลงและแนวทางในการ
อนรุ กั ษ์สตั วป์ ่า

รวม 18 ผลการเรียนรู้

กาหนดการสอน (Course Outline)

สปั ดาห์ที่ หนว่ ยการเรยี นรู้/หวั ขอ้ ผลการ กจิ กรรมการเรียนร/ู้ ภาระงาน เวลาเรียน
วนั เดอื น ปี เรียนรู้ (ช่วั โมง)

1 1) ความหลากหลายทาง 1 1) ใบงานท่ี 6.1 เร่ือง สารวจความ 3

ชีวภาพ หลากหลายทางชวี ภาพในท้องถนิ่

2) สืบคน้ ข้อมลู

3) อภปิ รายและนาเสนอขอ้ มลู

2 1) กาเนดิ เซลลเ์ ร่ิมแรก 2 1) ใบงานท่ี 6.2 เรื่อง กาเนิดของ 2
2) แบคทีเรยี
3 ส่งิ มีชีวิต 1

2) สบื ค้นข้อมลู

3) อภปิ รายและนาเสนอข้อมูล

3 1) อาร์เคีย 3 1) ใบงานที่ 6.3 เร่ือง ประโยชน์ 0.5
2) กาเนิดเซลล์ยูแครโิ อต
3) โพรทสิ ต์ และโทษของแบคทเี รีย 0.5
4) พืช
2) ใบงานท่ี 6.4 เรื่อง ประโยชน์ 1

และโทษของโพรทสิ ต์ 1

3) ใบงานที่ 6.5 เรื่อง ความ

หลากหลายของสง่ิ มชี ีวิตใน

อาณาจักรพชื

4) สืบคน้ ข้อมลู

5) อภปิ รายและนาเสนอข้อมูล

4 1) พชื (ต่อ) 3 1) ใบงานท่ี 6.6 เรื่อง ประโยชน์ 2
2) ฟังไจ
และโทษของฟงั ไจ 1
5 1) ฟังไจ (ต่อ)
2) สตั ว์ 2) สืบค้นข้อมูล

6 1) สัตว์ (ตอ่ ) 3) อภปิ รายและนาเสนอขอ้ มูล

3 1) ใบงานท่ี 6.7 เรื่อง ความ 1

หลากหลายของสิ่งมีชวี ิตใน 2

อาณาจักรสตั ว์

2) สืบคน้ ข้อมลู

3) อภปิ รายและนาเสนอข้อมลู

3 1) สบื คน้ ข้อมูล 3

2) อภิปรายและนาเสนอข้อมูล

สปั ดาห์ที่ หนว่ ยการเรยี นรู้/หัวขอ้ ผลการ กิจกรรมการเรยี นร/ู้ ภาระงาน เวลาเรยี น
วนั เดือน ปี เรียนรู้ (ชว่ั โมง)

7 1) สัตว์ (ตอ่ ) 3 1) สบื ค้นข้อมลู 3

2) อภิปรายและนาเสนอขอ้ มูล

8 1) สัตว์ (ต่อ) 3 1) สืบคน้ ขอ้ มลู 1
2) การจาแนกสงิ่ มชี ีวติ
4 2) อภปิ รายและนาเสนอขอ้ มูล 2

9 1) การจาแนกสงิ่ มีชวี ิต (ตอ่ ) 4 1) ใบงานท่ี 6.8 เรื่อง การจาแนก 0.5

2) การตง้ั ช่ือวิทยาศาสตร์ของ 4 สิ่งมีชีวติ และ 1

สิ่งมชี วี ติ เขียนช่อื วทิ ยาศาสตร์

3) การระบชุ ื่อวิทยาศาสตร์ของ 5 2) สบื ค้นข้อมูล 1.5

สงิ่ มชี ีวติ 3) อภิปรายและนาเสนอขอ้ มูล

10 1) การระบุชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ของ 5 1) ใบงานที่ 6.9 เรื่อง สงิ่ มีชีวติ ท่ี 1

สงิ่ มีชีวติ (ตอ่ ) ฉนั สนใจ

2) กระบวนการถ่ายทอด 6 2) สืบค้นข้อมูล 2

พลังงานในระบบนิเวศ 3) อภิปรายและนาเสนอขอ้ มลู

11 1) กระบวนการถา่ ยทอด 6 1) ใบงานท่ี 7.1 เรื่อง การถ่ายทอด 1

พลงั งานในระบบนิเวศ (ต่อ) พลังงานในระบบนิเวศ

2) การเกิดไบโอแมกนฟิ ิเคชัน 7 2) สบื คน้ ข้อมูล

และบอกแนวทางในการลดการ 3) อภิปรายและนาเสนอข้อมลู

เกิดไบโอแมกนิฟเิ คชนั 2

12 1) วฏั จักรไนโตรเจน วฏั จักร 8 1) ใบงานท่ี 7.2 เรื่อง สารวจ 3

กามะถันและวัฏจักรฟอสฟอรสั ระบบนเิ วศในท้องถน่ิ

2) สืบค้นข้อมูล

3) อภปิ รายและนาเสนอข้อมลู

13 1) ไบโอม 9 1) ใบงานที่ 7.3 เร่ือง ทัวรไ์ บโอม 3

2) สืบคน้ ข้อมลู

3) อภิปรายและนาเสนอขอ้ มูล

14 1) เปล่ียนแปลงแทนทข่ี อง 10 1) ทาแบบฝึกหัด 3

สิ่งมีชีวติ ในระบบนเิ วศ 2) สบื ค้นข้อมลู

3) อภิปรายและนาเสนอขอ้ มูล

15 1) ลักษณะเฉพาะของ 11 1) สืบค้นขอ้ มูล 3

ประชากรของส่งิ มีชวี ติ บางชนิด 2) อภปิ รายและนาเสนอข้อมลู

สปั ดาห์ท่ี หน่วยการเรยี นร/ู้ หวั ขอ้ ผลการ กิจกรรมการเรียนร/ู้ ภาระงาน เวลาเรียน
วัน เดอื น ปี เรยี นรู้ (ช่ัวโมง)

16 1) การเพ่มิ ของประชากร 12 1) ใบงานท่ี 7.4 เร่ือง รปู แบบการ 3

แบบเอ็กโพเนนเชียลและการ เพมิ่ ของประชากร2) สืบค้นข้อมูล

เพมิ่ ของประชากรแบบ 3) อภปิ รายและนาเสนอขอ้ มูล

ลอจิสตกิ

17 1) ปจั จยั ท่ีควบคุมการเตบิ โต 13 1) รายงาน เร่ือง โครงสร้างของ 2

ของประชากร ประชากรไทยกับแนวโนม้ การ

2) ทรัพยากรน้า 14 เปลีย่ นแปลงของประชากรไทยใน 1

อนาคต

2) สืบค้นข้อมลู

3) อภิปรายและนาเสนอขอ้ มูล

18 1) ทรพั ยากรนา้ (ต่อ) 14 1) ใบงานท่ี 8.1 เร่ือง ทรัพยากรน้า 1
2) ทรัพยากรอากาศ
15 2) สืบคน้ ข้อมูล 2
19 1) ทรัพยากรดนิ
2) ทรพั ยากรปา่ ไม้ 3) อภปิ รายและนาเสนอขอ้ มลู

20 1) ทรัพยากรปา่ ไม้ 16 1) ทาแบบฝกึ หัด 2
2) ทรพั ยากรสัตว์ป่า
3) การอนุรกั ษ์ 17 2) สืบค้นข้อมูล 1
ทรพั ยากรธรรมชาติและ
ส่งิ แวดล้อมเพื่อความยง่ั ยืน 3) อภปิ รายและนาเสนอขอ้ มลู

17 1) ทาแบบฝึกหดั 0.5

18 2) สืบคน้ ข้อมลู 1.5

18 3) อภปิ รายและนาเสนอข้อมูล 1

การวัดและประเมินผล

จานวน คะแนนตามสาระการ คะแนนตามองคป์ ระกอบการวดั
ช่ัวโมง เรยี นรู้
หน่วยการเรยี นร้/ู ตวั ช้ีวดั /ผลการเรียนรู้ ระหว่าง กลาง ปลาย
K P รวม เรียน ภาค ภาค
หน่วยที่ 1 ความหลากหลายทางชวี ภาพ 28 30 15 45 รวม
1. อภิปรายความสาคัญของความหลากหลายทาง 3 25 7 13 45
ชวี ภาพและความเชื่อมโยงระหว่างความหลากหลาย 628
ทางพนั ธุกรรม ความหลากหลายของสปชี สี ์และความ 2 5 12 8
หลากหลายของระบบนเิ วศ 17 628
2. อธบิ ายการเกิดเซลลเ์ ร่มิ แรกของสิง่ มีชวี ิตและ 6 6 12 5 12 8
วิวัฒนาการของสง่ิ มีชวี ติ เซลล์เดียว 3.5 5 3 5 13
3. อธิบายลกั ษณะสาคญั และยกตวั อย่างสิ่งมชี วี ติ กลมุ่ 2.5 639
แบคทีเรีย สิ่งมีชวี ติ กลุ่มโพรพสิ ต์ ส่งิ มชี ีวิตกลุ่มพชื 22 628 5 12 8
สิง่ มชี ีวติ กลมุ่ ฟังไจและสงิ่ มีชีวิตกล่มุ สัตว์ 3 30 8 38
4. อธบิ ายและยกตวั อยา่ งการจาแนกสงิ่ มชี ีวิตจาก 2 516 5 12 8
หมวดหมูใ่ หญจ่ นถงึ หมวดหมยู่ ่อยและวธิ กี ารเขยี นซอื่ 3 314 20 8 10 38
วทิ ยาศาสตรใ์ นลาดบั ข้นั สปซี สี ์ 3 415 3 12 6
5. สรา้ งไดโคโทมสั คยี ์ในการระบุสงิ่ มชี ีวติ หรอื 516 2 11 4
ตัวอยา่ งทกี่ าหนดออกเป็นหมวดหมู่ 3 3 11 5
314
หน่วยที่ 2 ระบบนิเวศและประชากร 3 3 12 6
6. วเิ คราะห์ อธิบายและยกตวั อยา่ งกระบวนการ 415
ถา่ ยทอดพลงั งานในระบบนเิ วศ 3 2 11 4
7. อธิบาย ยกตวั อยา่ งการเกิดไบโอแมกนิฟิเคชันและ 314
บอกแนวทางในการลดการเกดิ ไบโอแมกนิฟิเคชัน 3 11 5
8. สืบคน้ ข้อมลู และเขยี นแผนภาพ เพื่ออธบิ ายวฏั จกั ร
ไนโตรเจน วฏั จกั รกามะถันและวัฏจักรฟอสฟอรสั 2 11 4
9. สบื ค้นขอ้ มลู ยกตวั อย่างและอธบิ ายลกั ษณะ
ของไบโอมท่กี ระจายอยตู่ ามเขตภูมิศาสตร์ตา่ ง ๆ บน
โลก
10. สืบคน้ ข้อมูล ยกตวั อยา่ ง อธิบายและเปรียบเทยี บ
การเปล่ยี นแปลงแทนทแ่ี บบปฐมภูมิ และการ
เปลย่ี นแปลงแทนที่แบบทตุ ยิ ภมู ิ
11. สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบาย ยกตัวอยา่ งและสรุป
เกี่ยวกบั ลักษณะเฉพาะของประชากรของสง่ิ มีชวี ิต
บางชนิด
12. สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบและยกตัวอยา่ ง
การเพม่ิ ของประชากรแบบเอก็ โพเนนเชยี ลและการ
เพิ่มของประชากรแบบลอจสิ ติก

จานวน คะแนนตามสาระการ คะแนนตามองค์ประกอบการวดั
ชั่วโมง เรียนรู้
หนว่ ยการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้ ระหว่าง กลาง ปลาย รวม
2 K P รวม เรียน ภาค ภาค 4
13. อธบิ ายและยกตวั อยา่ งปัจจยั ทค่ี วบคุมการเตบิ โต 10 314
ของประชากร 10 5 17 2 11
หน่วยที 3 มนษุ ย์กบั ความยัง่ ยืนของ 2
ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม 415 10 - 7 17
14. วเิ คราะห์ อภิปรายและสรปุ ปัญหาการขาดแคลน 2
นา้ การเกดิ มลพิษทางนา้ และผลกระทบที่มีตอ่ มนษุ ย์ 213 2-2 4
และส่ิงแวดล้อม รวมทั้งเสนอแนวทางการวาง 2
แผนการจัดการน้าและการแกไ้ ขปัญหา 213 2-1 3
15. วิเคราะห์ อภิปรายและสรปุ ปญั หามลพษิ ทาง 1.5 2-1 3
อากาศและผลกระทบท่ีมตี อ่ มนษุ ยแ์ ละสงิ่ แวดลอ้ ม 213 2-2 4
รวมทัง้ เสนอแนวทางการแก้ไขปญั หา 2.5 2-1 3
16. วิเคราะห์ อภปิ รายและสรุปปัญหาท่ีเกดิ กบั 60 213 55 15 30 100
ทรัพยากรดนิ และผลกระทบท่มี ีตอ่ มนษุ ย์และ 70 30 100
สิ่งแวดล้อม รวมทง้ั เสนอแนวทางการแก้ไขปญั หา
17. วิเคราะห์ อภปิ รายและสรุปปัญหา ผลกระทบที่
เกดิ จากการทาลายปา่ ไม้ รวมทั้งเสนอแนวทางในการ
ปอ้ งกนั การทาลายปา่ ไม้และการอนรุ ักษ์ป่าไม้
18. วเิ คราะห์ อภปิ รายและสรุปปญั หา ผลกระทบที่
ทาใหส้ ัตว์ป่ามจี านวนลตลงและแนวทางในการ
อนุรกั ษ์สัตวป์ า่

รวม

การตดั สินผลการเรยี น

ตดั สนิ ระดบั ผลการเรียนโดยใชเ้ กณฑ์ 8 ระดบั ดงั นี้

ระดบั ผลการเรียน ความหมาย ชว่ งคะแนน
4 ดีเยี่ยม 80 – 100
3.5 ดมี าก 75 – 79
3 ดี 70 – 74
2.5 คอ่ นข้างดี 65 – 69
2 น่าพอใจ 60 – 64
1.5 พอใช้ 55 – 59
1 50 – 54
0 ผา่ นเกณฑ์ขน้ั ตา่ ต่ากว่า 50
ไมผ่ า่ นเกณฑ์ข้ันต่า

“มส” มีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 ของเวลาเรียนในรายวิชานั้นๆ และไม่ได้รับการผ่อนผันให้เข้ารับ
การวัดผลปลายภาคเรยี น

“ร” ไม่มีข้อมูลผลการเรียนครบถ้วนในรายวิชานั้น ได้แก่ ไม่ได้ส่งงานที่ได้มอบหมายซึ่งงานนั้นเป็น
ส่วนหนึ่งของการตัดสนิ ผลการเรยี น ไม่ได้วัดผลระหว่างเรียน/ปลายภาคเรียน หรือมีเหตุสุดวิสัยที่ทาให้ตัดสนิ
ผลการเรยี นไมไ่ ด้

(นางสาวโศรยา สมบตั ทิ อง) (นางสาวทิพวลั ย์ ช่อสวุ รรณ)
ผู้สอน หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้

(นางกญั จน์ชญาณัท วงศจ์ ริ ะศกั ดิ์)
รองผ้อู านวยการกลุ่มงานวิชาการ

(นางพรทพิ ย์ นกุ ลู กิจ)
ผู้อานวยการโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลยั สรุ าษฎร์ธานี

ตารางวิเคราะหม์ าตรฐา

รายวิชา ว30246 ชีววิทยา 6 กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ

ดาเนินการสอนโดย นาง

ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั กระบวนกา
K P

1. อภปิ รายความสาคัญของ - ความหลากหลายทางชวี ภาพ • อธบิ าย
ความหลากหลายทางชวี ภาพ • สืบค้นข
และความเช่ือมโยงระหวา่ ง • อภิปรา
ความหลากหลายทาง

พนั ธกุ รรม ความหลากหลาย

ของสปชี ีสแ์ ละความ

หลากหลายของระบบนิเวศ

2. อธิบายการเกดิ เซลลเ์ ริ่มแรก - กาเนิดเซลล์เริ่มแรก • อภปิ รา

ของสิ่งมชี วี ิตและวิวฒั นาการ • อธิบาย
ของส่ิงมชี วี ติ เซลล์เดียว • สบื ค้นข

านการเรยี นรู้และตวั ช้วี ัด

ทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6

งสาวโศรยา สมบัติทอง

าร/คากรยิ า คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น

PAC

ย สนใจใฝ่ร้ใู นการศึกษา และมี - ความสามารถในการใช้

ข้อมูล ความรับผดิ ชอบ เทคโนโลยี
าย - ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการใช้ทกั ษะ

ชีวิต

- ความสามารถในการคดิ

าย สนใจใฝร่ ใู้ นการศึกษา และมี - ความสามารถในการใช้

ย ความรับผดิ ชอบ เทคโนโลยี
ขอ้ มูล - ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการใช้ทกั ษะ

ชวี ติ

- ความสามารถในการคิด

ผลการเรยี นรู้ สาระสาคัญ กระบวนกา
K P

3. อธิบายลักษณะสาคัญและ - แบคทเี รีย • สบื คน้ ข
• อธิบาย
ยกตวั อยา่ งสง่ิ มีชวี ติ กลุม่ - อาร์เคีย • สรุป
• ยกตวั อ
แบคทเี รีย สิ่งมีชวี ติ กลมุ่ โพ - กาเนิดเซลลย์ ูแคริโอต
• สบื ค้น
รพสิ ต์ สง่ิ มีชีวิตกลุ่มพชื - โพรทิสต์ • อธิบาย
• สรุป
สงิ่ มชี วี ิตกลมุ่ ฟังไจและสิง่ มชี ีวิต - พชื • ยกตวั อ

กลมุ่ สัตว์ - ฟงั ไจ

- สตั ว์

4. อธบิ ายและยกตัวอยา่ งการ - การจาแนกส่งิ มีชวี ิต
จาแนกสิ่งมีชวี ติ จากหมวดหมู่ - การตัง้ ชอ่ื วิทยาศาสตร์ของ
ใหญ่จนถึงหมวดหมยู่ ่อยและ สิ่งมีชวี ติ
วธิ ีการเขียนซ่ือวิทยาศาสตรใ์ น
ลาดับขั้นสปีซสี ์

5. สร้างไดโคโทมัสคีย์ในการ - การระบุชอ่ื วิทยาศาสตรข์ อง • สืบคน้
ระบุสิ่งมีชีวิตหรือตัวอย่างที่ สง่ิ มีชีวติ • อธบิ าย
กาหนดออกเปน็ หมวดหมู่

าร/คากริยา คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
P A C
ขอ้ มูล
ย สนใจใฝ่รู้ในการศึกษา และมี - ความสามารถในการใช้
อยา่ ง ความรบั ผดิ ชอบ เทคโนโลยี
- ความสามารถในการส่ือสาร
ย สนใจใฝร่ ู้ในการศึกษา และมี - ความสามารถในการใชท้ ักษะ
อย่าง ความรบั ผดิ ชอบ ชวี ิต
- ความสามารถในการคิด
ย สนใจใฝ่รูใ้ นการศึกษา และมี - ความสามารถในการ
ความรบั ผิดชอบ แกป้ ัญหา
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
- ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการใชท้ ักษะ
ชีวิต
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการ
แกป้ ัญหา
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
- ความสามารถในการสอื่ สาร

ผลการเรยี นรู้ สาระสาคัญ กระบวนกา
K P

• เปรียบ
• ยกตัวอ

6. วเิ คราะห์ อธบิ ายและ - กระบวนการถา่ ยทอด • สบื คน้
• อธบิ าย
ยกตวั อย่างกระบวนการ พลังงานในระบบนิเวศ • วิเคราะ
• ยกตัวอ
ถ่ายทอดพลงั งานในระบบนเิ วศ

7. อธบิ าย ยกตวั อยา่ งการ - การเกิดไบโอแมกนฟิ ิเคชัน • อธิบาย
เกดิ ไบโอแมกนิฟิเคชันและบอก และบอกแนวทางในการลดการ • ระบุ
แนวทางในการลดการเกิดไบโอ เกดิ ไบโอแมกนิฟเิ คชนั • ยกตัวอ
แมกนิฟเิ คชัน

าร/คากรยิ า คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น
P A C
บเทยี บ
อย่าง สนใจใฝร่ ู้ในการศึกษา และมี - ความสามารถในการใชท้ กั ษะ
ความรบั ผดิ ชอบ ชวี ติ
ย - ความสามารถในการคิด
ะห์ สนใจใฝร่ ูใ้ นการศึกษา และมี - ความสามารถในการ
อยา่ ง ความรบั ผิดชอบ แก้ปญั หา
- ความสามารถในการใช้
ย เทคโนโลยี
อย่าง - ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการใชท้ กั ษะ
ชีวติ
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการ
แก้ปญั หา
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
- ความสามารถในการส่ือสาร
- ความสามารถในการใชท้ ักษะ
ชวี ติ
- ความสามารถในการคิด

ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั กระบวนกา
K P
8. สบื ค้นข้อมูลและเขยี น
แผนภาพ เพ่ืออธิบายวัฏจักร - วัฏจักรไนโตรเจน วฏั จักร • สืบค้น
ไนโตรเจน วัฏจักรกามะถนั กามะถนั และวัฏจักรฟอสฟอรัส • อธบิ าย
และวฏั จักรฟอสฟอรสั • วเิ คราะ

9. สบื คน้ ขอ้ มูล ยกตวั อยา่ ง - ไบโอม • สืบคน้
และอธิบายลกั ษณะของไบโอม • อธิบาย
ท่กี ระจายอยู่ตามเขตภูมิศาสตร์ • วเิ คราะ
ต่าง ๆ บนโลก • ยกตวั อ

10. สืบคน้ ข้อมลู ยกตัวอย่าง - เปลย่ี นแปลงแทนทข่ี อง • สบื คน้
อธิบายและเปรียบเทยี บการ ส่งิ มีชีวติ ในระบบนิเวศ • อธบิ าย
เปลย่ี นแปลงแทนที่แบบปฐม

าร/คากรยิ า คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น
P A C

ะห์ สนใจใฝ่รู้ในการศึกษา และมี - ความสามารถในการใช้
ความรับผดิ ชอบ เทคโนโลยี
ย - ความสามารถในการสื่อสาร
ะห์ สนใจใฝ่รใู้ นการศึกษา และมี - ความสามารถในการใชท้ ักษะ
อย่าง ความรับผดิ ชอบ ชวี ิต
- ความสามารถในการคดิ
ย สนใจใฝ่รู้ในการศึกษา และมี - ความสามารถในการ
ความรบั ผิดชอบ แกป้ ญั หา
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
- ความสามารถในการส่ือสาร
- ความสามารถในการใช้ทักษะ
ชีวติ
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการ
แก้ปญั หา
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
- ความสามารถในการสือ่ สาร

ผลการเรยี นรู้ สาระสาคัญ กระบวนกา
K P
ภมู ิ และการเปล่ียนแปลง
แทนทแ่ี บบทตุ ิยภมู ิ • วิเคราะ
• ยกตวั อ

11. สืบค้นข้อมูล อธบิ าย - ลกั ษณะเฉพาะของประชากร • สบื ค้น
ยกตัวอย่างและสรุปเกยี่ วกับ ของสงิ่ มีชวี ติ บางชนิด • อธบิ าย
ลกั ษณะเฉพาะของประชากร • ยกตัวอ
ของส่ิงมีชวี ติ บางชนิด • สรปุ

12. สืบค้นขอ้ มูล อธบิ าย - การเพิ่มของประชากร • สืบค้น
เปรยี บเทียบและยกตัวอย่าง แบบเอ็กโพเนนเชียลและการ • อธิบาย
การเพ่ิมของประชากรแบบเอ็ก เพ่ิมของประชากรแบบลอจิ • เปรียบ
โพเนนเชียลและการเพ่มิ ของ สติก • ยกตัวอ
ประชากรแบบลอจิสติก

าร/คากรยิ า คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
P A C
ะห์
อยา่ ง สนใจใฝร่ ้ใู นการศึกษา และมี - ความสามารถในการใชท้ ักษะ
ความรบั ผดิ ชอบ ชีวติ
ย - ความสามารถในการคิด
อยา่ ง สนใจใฝร่ ้ใู นการศึกษา และมี - ความสามารถในการ
ความรบั ผดิ ชอบ แกป้ ัญหา
ย - ความสามารถในการใช้
บเทยี บ เทคโนโลยี
อย่าง - ความสามารถในการส่ือสาร
- ความสามารถในการใช้ทกั ษะ
ชวี ติ
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการ
แกป้ ญั หา
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
- ความสามารถในการส่อื สาร
- ความสามารถในการใชท้ ักษะ
ชวี ติ
- ความสามารถในการคิด

ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั กระบวนกา
K P
13. อธิบายและยกตัวอย่าง
ปจั จัยทคี่ วบคมุ การเตบิ โตของ - ปจั จัยท่ีควบคุมการเตบิ โตของ • อธิบาย
ประชากร ประชากร • ยกตัวอ

14. วเิ คราะห์ อภิปรายและ - ทรัพยากรนา้ • สบื คน้
สรปุ ปัญหาการขาดแคลนนา้ • อธิบาย
การเกดิ มลพิษทางน้าและ • วเิ คราะ
ผลกระทบที่มีต่อมนษุ ย์และ • อภิปรา
ส่งิ แวดล้อม รวมทง้ั เสนอแนว
ทางการวางแผนการจัดการนา้ • วเิ คราะ
และการแกไ้ ขปัญหา • อภปิ รา

15. วเิ คราะห์ อภิปรายและ - ทรพั ยากรอากาศ
สรปุ ปญั หามลพษิ ทางอากาศ
และผลกระทบที่มีตอ่ มนุษย์

าร/คากริยา คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
P A C

อยา่ ง สนใจใฝ่รู้ในการศึกษา และมี - ความสามารถในการใช้
ความรับผดิ ชอบ เทคโนโลยี
ย - ความสามารถในการส่อื สาร
ะห์ สนใจใฝร่ ใู้ นการศึกษา และมี - ความสามารถในการใช้ทกั ษะ
าย ความรับผดิ ชอบ ชีวติ
- ความสามารถในการคิด
ะห์ สนใจใฝร่ ู้ในการศึกษา และมี - ความสามารถในการ
าย ความรบั ผิดชอบ แกป้ ญั หา
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ความสามารถในการใชท้ ักษะ
ชีวิต
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการ
แก้ปัญหา
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
- ความสามารถในการสื่อสาร

ผลการเรยี นรู้ สาระสาคัญ กระบวนกา
K P
และสิ่งแวดล้อม รวมทง้ั เสนอ
แนวทางการแก้ไขปัญหา • สรปุ

16. วิเคราะห์ อภิปรายและ - ทรัพยากรดนิ • วเิ คราะ
สรุปปญั หาที่เกดิ กบั ทรัพยากร • อภิปรา
ดินและผลกระทบท่ีมีต่อมนษุ ย์ • สรุป
และสง่ิ แวดล้อม รวมท้ังเสนอ
แนวทางการแกไ้ ขปัญหา

17. วเิ คราะห์ อภิปรายและ - ทรพั ยากรปา่ ไม้ • วเิ คราะ
สรปุ ปัญหา ผลกระทบทีเ่ กิด • อภปิ รา
จากการทาลายปา่ ไม้ รวมท้ัง • สรปุ
เสนอแนวทางในการป้องกัน
การทาลายปา่ ไมแ้ ละการ
อนุรกั ษป์ ่าไม้

าร/คากรยิ า คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
P A C

ะห์ สนใจใฝ่รู้ในการศึกษา และมี - ความสามารถในการใชท้ ักษะ
าย ความรับผิดชอบ ชวี ิต
- ความสามารถในการคิด
ะห์ สนใจใฝ่รใู้ นการศึกษา และมี - ความสามารถในการ
าย ความรับผดิ ชอบ แกป้ ัญหา
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ความสามารถในการใช้ทกั ษะ
ชวี ิต
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการ
แกป้ ญั หา
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
- ความสามารถในการส่อื สาร
- ความสามารถในการใชท้ ักษะ
ชีวติ
- ความสามารถในการคิด

ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั กระบวนกา
K P

18. วิเคราะห์ อภิปรายและ - ทรพั ยากรสตั วป์ ่า • วิเคราะ
สรุปปัญหา ผลกระทบที่ทาให้ - การอนุรักษ์ • อภิปรา
สตั ว์ป่ามจี านวนลตลงและ ทรพั ยากรธรรมชาติและ • สรปุ
แนวทางในการอนรุ ักษส์ ัตว์ปา่ ส่งิ แวดลอ้ มเพื่อความยงั่ ยืน

าร/คากรยิ า คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน
P A C

ะห์ สนใจใฝร่ ้ใู นการศึกษา และมี - ความสามารถในการ
าย ความรบั ผดิ ชอบ แกป้ ัญหา
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ความสามารถในการใช้ทักษะ
ชวี ิต
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการ
แกป้ ญั หา

แบบวิเคราะห์และตัง้ เป้าหมายคุณภาพผู้เรียน ด
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโ

รายวชิ า ชีววทิ ยา 6 รหสั วชิ า ว30246 ชัน้ มัธยมศ

กล่มุ ผเู้ รยี น ชว่ งคะแนน จานวน (คน)

ดี 100-65 86
ปานกลาง 64-50 10
ปรับปรุง 49-0 0

การวางแผนการจดั การเรียนรเู้ พอ่ื

กจิ กรรมสาคัญเพ่ือใหเ้ กิดคุณภาพ กระบวนการจดั การเร

ใบงานที่ 6.1 เรอื่ ง สารวจความหลากหลายทางชวี ภาพ สารวจความหล

ในทอ้ งถนิ่

ใบงานที่ 6.2 เรื่อง กาเนิดของส่ิงมีชวี ติ อธิบายก

ใบงานท่ี 6.3 เรื่อง ประโยชน์และโทษของแบคทีเรยี วเิ คราะหป์ ระ

ใบงานที่ 6.4 เรือ่ ง ประโยชน์และโทษของโพรทสิ ต์ วเิ คราะห์ประ

ใบงานที่ 6.5 เร่อื ง ความหลากหลายของสิ่งมชี ีวติ ใน วิเคราะหค์ วามหลาก

อาณาจักรพชื

ใบงานที่ 6.6 เร่อื ง ประโยชน์และโทษของฟงั ไจ วเิ คราะห์ป

ดา้ นผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นตามสาระการเรยี นรู้
โนโลยี ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
ศกึ ษาปีท่ี 6/1, 6/2 และ 6/4 จานวนทงั้ หมด 96 คน

คิดเปน็ ร้อยละ
เดิม เปา้ หมาย
89.58 85.00
10.42
0

อใหผ้ เู้ รยี นมีคณุ ภาพตามเปา้ หมาย แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
รยี นรูท้ น่ี าลงสู่แผนการจัดการเรียนรู้ 1
ากหลายของสิ่งมีชีวติ ในทอ้ งถิน่
2
การกาเนิดของส่ิงมชี ีวิต 3
ะโยชน์และโทษของแบคทเี รยี 4
ะโยชน์และโทษของโพรทิสต์ 5
กหลายของส่ิงมีชีวิตในอาณาจกั รพชื
6
ประโยชนแ์ ละโทษของฟังไจ

กิจกรรมสาคัญเพ่ือใหเ้ กดิ คุณภาพ กระบวนการจดั การเร
ใบงานท่ี 6.7 เรื่อง ความหลากหลายของส่ิงมชี ีวิตใน วิเคราะห์ความหลาก
อาณาจักรสตั ว์
ใบงานที่ 6.8 เรอ่ื ง การจาแนกส่ิงมีชีวิตและ จาแนกหมวดหมู่ข
เขยี นช่ือวทิ ยาศาสตร์
ใบงานที่ 6.9 เรอ่ื ง สิง่ มีชวี ติ ที่ฉนั สนใจ อธิบายลักษณะ จ
ใบงานที่ 7.1 เร่อื ง ทวั ร์ไบโอม อธิบายลกั ษ
ใบงานที่ 7.2 เรื่อง การถา่ ยทอดพลงั งานในระบบนิเวศ
ใบงานที่ 7.3 เรอ่ื ง สารวจ ระบบนเิ วศในท้องถ่ิน เขียนแผนภาพกา
ใบงานที่ 7.4 เรื่อง รูปแบบการเพิ่มของประชากร สารวจ
รายงาน เร่อื ง โครงสร้างของประชากรไทยกบั แนวโน้ม
การเปลย่ี นแปลงของประชากรไทยในอนาคต วิเคราะห์รปู
ใบงานที่ 8.1 เรื่อง ทรัพยากรน้า สบื คน้ หาขอ้ มูลโครงสร
รายงาน เรื่องทรัพยากรป่าไม้
เปลยี่ นแปลง
วเิ คราะห์ปญั ห

สบื คน้ หาข้อ

รียนรู้ทนี่ าลงสแู่ ผนการจดั การเรียนรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
กหลายของสิง่ มีชีวิตในอาณาจกั รสตั ว์ 7

ของสงิ่ มีชวี ติ /เขยี นชอ่ วทิ ยาศาสตร์ 8-9

จาแนกหมวดหมูส่ ่งิ มชี ีวติ ที่สนใจ 10
ษณะสาคัญของแต่ละไบโอม 11-13
ารถา่ ยทอดพลงั งานในระบบนิเวศ 14-16
จ ระบบนิเวศในทอ้ งถิ่น 17
ปแบบการเพิ่มของประชากร 18
ร้างของประชากรไทยกบั แนวโน้มการ 19
งของประชากรไทยในอนาคต
หาและวิธีป้องกันทรพั ยากรน้า 20
อมลู เกี่ยวกับทรัพยากรปา่ ไม้ 25

แบบวิเคราะหแ์ ละตง้ั เปา้ หมายคณุ ภาพผู้เรียน ด้า
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโ

รายวิชา ชวี วทิ ยา 6 รหัสวชิ า ว30246 ช้ันมธั ยมศ

กลุ่มผเู้ รียน ชว่ งระดับคุณภาพ จานวน (คน)

ดี 3 89
ปานกลาง 2 7
ปรับปรุง 0-1 0

การวางแผนการจดั การเรียนรเู้ พ่ือ

กิจกรรมสาคัญเพื่อให้เกิดคุณภาพ กระบวนการจัดการเร
ส่งเสรมิ รักการอ่าน - ครูกาหนดหัวขอ้ ที่เกีย่ วข
สบื คน้ ข้อมูล เรยี บเรยี งข้อ
ส่งเสริมการคดิ วิเคราะห์ นาเสนอข้อมูลจากการสบื
- นักเรียนเขียนแผนผังคว
- ครูกาหนดหัวขอ้ ข่าวท่ีเก
นักเรียนรว่ มกันวิเคราะห์
- นกั เรียนเขียน Flow ch

านความสามารถการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น
โนโลยี ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
ศึกษาปีที่ 6/1, 6/2 และ 6/4 จานวนท้งั หมด 96 คน

คิดเป็นร้อยละ
เดิม เป้าหมาย
92.71 100
7.29
0

อใหผ้ เู้ รยี นมคี ุณภาพตามเป้าหมาย แผนการจดั การเรยี นรู้ที่
1-25
รยี นรทู้ น่ี าลงสแู่ ผนการจัดการเรยี นรู้
ข้องกบั เนือ้ หาในบทเรียน แล้วให้นักเรียน 1-25
อมลู และสรุปความคิดรวบยอด แลว้
บคน้
วามคิด
กีย่ วข้องกบั เนอื้ หาในบทเรยี นเพื่อให้

hart แสดงเนือ้ หาในบทเรียน

กิจกรรมสาคัญเพ่ือใหเ้ กิดคุณภาพ กระบวนการจดั การเร
สง่ เสรมิ การเขยี น - ครูกาหนดหัวข้อทีเ่ กยี่ วข

แสดงความคดิ เหน็ ด้วยก
- นกั เรยี นหาหัวขอ้ ขา่ วท่เี ก
ความคดิ เหน็ ด้วยการเขียน

รยี นร้ทู ี่นาลงสู่แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
ข้องกบั เน้ือหาในบทเรียน เพื่อให้นักเรียน 1-25
การเขียนสื่อสารในรูปแบบต่างๆ
ก่ยี วกับเนอ้ื หาในบทเรียน แลว้ แสดง


แบบวเิ คราะหแ์ ละต้ังเปา้ หมายคณุ ภาพ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโ
รายวิชา ชีววิทยา 6 รหัสวชิ า ว30246 ชัน้ มธั ยมศ

กล่มุ ผเู้ รียน ช่วงระดบั คณุ ภาพ จานวน (คน)

ดี 3 89
ปานกลาง 2 7
ปรบั ปรุง 0-1 0

กิจกรรมสาคัญเพื่อใหเ้ กดิ คุณภาพ กระบวนการจดั การเร
เวรประจาห้องปฏบิ ตั ิการ - แบ่งกลุ่มนกั เรียนใหม้ ีเวร
ห้องเรยี น
สง่ เสริมใหผ้ ูเ้ รียนรักษาค
ห้องเรยี น มคี วามรบั ผดิ
- นักเรียนมีจิตสาธารณะ ช
หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารและห้อง
- นกั เรยี นจดั เก็บวัสดอุ ปุ ก
ทดลอง
- นักเรียนใชว้ ัสดุการทดล

พผูเ้ รยี น ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
โนโลยี ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
ศึกษาปีท่ี 6/1, 6/2 และ 6/4 จานวนทง้ั หมด 96 คน

คิดเป็นร้อยละ
เดิม เป้าหมาย
92.71 100
7.29
0

รยี นรู้ทีน่ าลงสแู่ ผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
รประวนั หอ้ งปฏบิ ตั กิ าร ห้องเรียนเพอื่ 1-25
ความสะอาดของห้องปฏบิ ัติการ
ดชอบต่อหน้าท่ีและรกั ษาของส่วนรวม
ช่วยกันเปน็ หเู ปน็ ตา วา่ สิง่ ของใน
งเรยี นวา่ มกี ารชุดรุดหรอื ไม่
กรณ์ทุกครั้งเมือ่ เสร็จสน้ิ กจิ กรรมการ

ลองอย่างพอเพยี ง

กิจกรรมสาคัญเพื่อใหเ้ กิดคุณภาพ กระบวนการจัดการเร
กระบวนการกลมุ่ - จัดให้นักเรียนปฏิบัติกา
ยดึ การทางานร่วมกนั เป็นท
กิจกรรมการเรยี นการสอนท่ียึด ในกลมุ่ ตามความสามารถข
นักเรยี นเปน็ สาคัญ กาหนด มีความซอ่ื สัตยใ์ น
- จัดกิจกรรมใหน้ กั เรยี นม
กจิ กรรมแนะแนว
ปัญหาได้ดว้ ยตนเอง
- จัดกจิ กรรมให้นกั เรยี นส

เหมาะสม
- จัดกิจกรรมใหน้ ักเรยี นส
ด้วยวิธกี ารที่หลายหลาย
- ครูศึกษานักเรียนเป็นราย

ประสงค์ทีน่ ักเรียนแสดง
- ครสู อดแทรกกิจกรรมท่แี

ผา่ นหัวข้อขา่ ว
- ครใู ห้การชมเชยแกน่ ักเร
- ครวู า่ กล่าวตกั เตอื น ให้ก

พึงประสงค์

รียนรู้ทน่ี าลงสแู่ ผนการจดั การเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่
ารทดลอง/รายงานผลการสืบค้นข้อมูลโดย 1-25
ทีม โดยเนน้ ยา้ การมสี ว่ นรว่ มของทุกคน
ของตน ปฏบิ ตั งิ านให้แลว้ เสร็จตาม 1-25
นการรายงานผลการทดลอง
มโี อกาสเลือกหวั ข้อ ประเด็นปัญหา โจทย์

สามารถเลือกแหลง่ เรยี นรู้ด้วยตนเองอย่าง

สามารถแสดงออกถงึ ความรคู้ วามสามารถ

ยบุคคล เพื่อศึกษาคุณลกั ษณะอันพงึ 1-25
งออกมา
แสดงถงึ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ โดย

รียนทมี่ พี ฤตกิ รรมดี
การอบรมแกน่ กั เรียนท่ีมพี ฤตกิ รรมไม่ที่ไม่

แบบวิเคราะห์กิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ตวั บ่งชก้ี จิ ก

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโ
รายวชิ า ชวี วทิ ยา 6 รหัสวชิ า

หนว่ ยการเรยี นรู้/เรื่อง แผนการจัดการเรียนรู้ ตวั บ่งช้ีกจิ กรรมตา
ท่ี 123456
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 1-10 ✓✓✓✓✓✓
เรือ่ ง ความหลากหลาย
11-19 ✓✓✓✓✓✓
ทางชีวภาพ
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 2 20-25 ✓✓✓✓✓✓
เรือ่ ง ระบบนเิ วศและ

ประชากร
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3
เร่อื ง มนุษย์กบั ความ

ยั่งยืนของ
ทรัพยากรธรรมชาติและ

สง่ิ แวดล้อม

กรรมการเรียนร้ตู ามมาตรฐานทเี่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสาคญั

โนโลยี ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
ว30246 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6

ามมาตรฐาน กจิ กรรมท่ีระบใุ นแผนการจดั การเรียนรู้
6 7 8 9 10

✓ ✓ ✓ ✓ ✓ - ปฏิบัตกิ ารทดลองและนาเสนอหน้าช้ันเรยี น

- นาเสนอชนิ้ งาน/การใชเ้ ทคโนโลยี

- กระบวนการกลุ่ม/แผนผังมโนทศั น์

✓ ✓ ✓ ✓ ✓ - ปฏบิ ตั ิการทดลองและนาเสนอหน้าชั้นเรยี น

- นาเสนอช้นิ งาน/การใชเ้ ทคโนโลยี

- กระบวนการกลุ่ม/แผนผงั มโนทัศน์

✓ ✓ ✓ ✓ ✓ - ปฏบิ ตั กิ ารทดลองและนาเสนอหนา้ ช้ันเรยี น

- นาเสนอชิน้ งาน/การใช้เทคโนโลยี

- กระบวนการกลุ่ม/แผนผงั มโนทศั น์

ตวั บง่ ช้กี จิ กรรมการเรียนรตู้ ามม

1. จัดกิจกรรมการเรยี นรู้ทีม่ ีความหลากหลายและเหมาะสมกับธรรมช
2. จัดกจิ กรรมการเรยี นรทู้ ่กี ระตุ้นให้ผ้เู รียนได้ศึกษาคน้ คว้า สังเกต รว
3. จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ที่สง่ เสริมให้ผเู้ รียนได้ฝึกทกั ษะ กระบวนการค

แก้ปญั หา
4. จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ทส่ี ง่ เสริมใหผ้ เู้ รียนได้เขียนสรปุ แสดงความค
5. จดั กิจกรรมการเรียนรู้ท่ใี ห้ผเู้ รียนไดล้ งมือปฏบิ ตั ิ ทดลอง ลงมือทาด
6. จัดกิจกรรมการเรียนรโู้ ดยนาเทคโนโลยี ภมู ิปญั ญาท้องถ่นิ สอ่ื การเ
7. จัดกจิ กรรมการเรียนรู้โดยปลกู ฝังคณุ ธรรม ค่านยิ ม คุณลกั ษณะอันพ
8. จดั กิจกรรมการเรียนรใู้ ห้ผเู้ รียนได้พฒั นาสนุ ทรียภาพทางด้านศลิ ปะ
9. จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้โดยสอดแทรกหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
10. มกี ารวดั และประเมนิ เพ่ือพฒั นาการเรียนรู้ของผู้เรยี นตามสภาพจร

มาตรฐานทเี่ นน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั

ชาตขิ องผู้เรียนโดยคานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
วบรวมขอ้ มลู รักการอา่ นและใฝร่ ู้อยา่ งต่อเนื่อง
คิด คดิ วิเคราะห์ คิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ อภปิ รายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และ

คิดเหน็ โต้แยง้ สนับสนนุ และโน้มนา้ ว
ดว้ ยตนเอง
เรยี นการสอนและแหลง่ วิทยาการตา่ งๆ มาประยุกต์ใชอ้ ยา่ งเหมาะสม
พึงประสงค์ตามหลักสูตรและเบญจวิถีกาญจนา
ะ ดนตรี กีฬา เพือ่ ส่งเสริมสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ

ริง โดยใช้วิธีการท่ีหลากหลาย และมคี วามต่อเน่อื ง


Click to View FlipBook Version