The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การศึกษาส่วนประกอบของดอกต้อยติ่งฝรั่ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by helperforwork19, 2022-11-30 11:41:06

การศึกษาส่วนประกอบของดอกต้อยติ่งฝรั่ง

การศึกษาส่วนประกอบของดอกต้อยติ่งฝรั่ง

โรงเรยี นเตรียมอุดมศกึ ษา

ขกอารงศดกึ อษกาสตวอ นยปตริ่งะฝกอรบั่ง

นายภาคภูมิ เดชไพศาล

ช้ันมัธยมศึกษาปท ่5ี หอ ง 336 เลขท3่ี 7
สงครผู สู อน ช่อื นายวชิ ัย ลิขติ พรรักษ

ตำแหนง ครชู ำนาญการ (คศ.2)
กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตร

คํานํา

รายงานเลมน้ีจัดทําข�้นเพ่ือเปนสวนหน่ึงของว�ชาช�วว�ทยาเพื่อใหได
ศึกษาหาความรูในเร่�องสวนประกอบของดอกตอยต่ิงฝร่ัง โดยไดศึกษา
จากตัวอยางดอกตอยติ่งของจร�งผานการทดลองและจากการสังเกตุ
จง� ทําใหไดประสบการณตรงจากการทดลองในครั้งน้ีและไดความรู
ความเขา ใจทีช่ ัดเจนมากข�้น

ผูจัดทําคาดหวังเปนอยางยิ่งวาการจัดทกเอกสารฉบับน้ีจะมีขอมูล
ที่เปนประโยชนตอผูที่สนใจศึกษาสวนประกอบของดอกตอยต่ิงฝรั่ง และ
เพือ่ เผยตอยอดความรูในสวนประกอบของดอกตอยต่ิงฝร่ังเปนอยางดี

นายภาคภูมิ เดชไพศาล

1

ช�อ่ ว�ทยาศาสตร : Ruellia simplex C. Wright
วงศ : Acanthaceae (วงศห นวดปลาหมอ)
ช่อ� พน้ื เมือง : ตอยติ่งฝรัง่ , ตอ ยติ่งเทศ, ฟา ประทานพร, ตอ ยตง่ิ นา้ํ ,
อังกาบฝรง่ั , ตนองั กาบ, เปาะแปะ
ช�่อสามัญ : Mexican Petunia, Britton’s Wild Petunia, Mexican Bluebell
ประเภทของพชื : ไมล มลุกอายุหลายป (perennial herb)
ถ่นิ กําเนดิ : เปน พชื พ้นื เมอื งของเม็กซ�โก คาร�เบยี น และอเมรก� าใต
ว�ธ�การเพาะปลูก : ไดท้ังว�ธ�ปกชําและเพาะเมล็ด การปกชําถือวานาสนใจมาก
เพราะใชไดเ กอื บทุกสวน
สถานท่ีพบเจอ : มักจะพบเจอในพ้ืนท่ีท่ีมีภูมิอากาศเขตรอน และภูมิอากาศ
กง่ึ เขตรอน

สภาพแวดลอมท่เี หมาะสมและวิธีการดูแลรกั ษา :

- แสง-ตองการแสงในระดบั ปานกลาง-มาก สามารถปลูกในพน้ื ที่แดดรําไร
ไปจนถึงแดดเต็มวนั ได
- นํา้ -ตองการนาํ้ ในระดบั ปานกลาง-มาก ควรรดนา้ํ ประมาณ 3-4 ครงั้
ตอสัปดาห
- ดิน-เติบโตไดด ีในดนิ รวนซยุ ที่กกั เก็บความช�้นไดด ี

ลําตนตอ ยติง่ ฝรั่ง : ตนตอ ยตง่ิ ขนสขี าว
เปนไมพุมเลก็ ลําตน สูงประมาณ
45-60 เซนติเมตร มีขอปลอง
โปงพอง โคนปลองมีขนสีขาว

2

ใบตอ ยติง่ ฝรง่ั : เปนพชื ใบเล้ยี งคู เนอื่ งจากเสน ใบเรย� งตวั กันเปนแบบรา งแห
เปน ใบเดี่ยวออกแบบตรงขาม รูปแถบแกมรูปขอบขนาน เสนใบเปนรองลึก
แผน ใบหนาสีเข�ยวเขม โคนใบสอบ ขอบใบเร�ยบ ปลายใบแหลม ใบเร�ยวยาว
10-15 ซม. กวา ง 1.5-3 ซม.

ดอกตอ ยต่ิงฝรั่ง : มลี ักษณะเหมอื นรปู ทรมั เปต(Trumpet-shaped) ดอกจะ
ออกเปนชอๆละประมาณ 2-3 ดอกหร�อบางกิ่งก็ออกเปนดอกเดี่ยว
(โดยในรปู ภาพจรง� จมแี คด อกเดย่ี ว)โดย 1 ดอกจะแยกเปน แฉก 5 แฉก ขนาด
3-4 เซนติเมตร กลีบดอกหยักยน มีทั้งสีมวงเขม ชมพู และขาว และจะมี
เกสรอยบู รเ� วณกลางดอก ดอกจะออกดอกตลอดทัง้ ป

(Solดitอarกyเดflยี่oวwer)

3

ผลตอยต่ิงฝร่ัง : ผลตอ ยตง่ิ ฝรงั่ จะเหมอื นกบั ผลของตอ ยตงิ่ เรย� กวา ฝก
ท่ีมีลักษณะทรงกระบอก และเร�ยวยาว ปลายทั้งสองดานแหลม ขนาดฝก
ประมาณ 2-3 มลิ ลเิ มตร ยาวประมาณ 2-3 เซนตเิ มตร ฝก ออ นมเี ปลอื กฝก
สเี ข�ยว แลว คอ ยๆเปลย่ี นเปน สนี าํ้ ตาล และสดี าํ เมอื่ แกเ ตม็ ท่ี ฝก แกม เี ปลอื กฝก
สดี าํ มีรองฝกแบงออกเปน 2 ซ�ก ดานในมีเมล็ด 8-15 เมล็ด ท้ังนี้ ฝกแก
เมอ่ื ถกู นาํ้ หรอ� สมั ผสั ความชน�้ กจ็ ะปรแ� ตกออกเปน 2 ซก� ตามรอ งแบง แกนฝก
เมล็ดตอยติ่งฝร่ัง : เมล็ดของตอยติ่งฝรั่งจะเหมือนกับเมล็ดของตอยต่ิง
มีลักษณะกลมแบนคลายเหร�ยญบาท และมีจํานวน 8-15 ในฝก เมล็ดมี
ลักษณะแบน คลายเหร�ยญบาท และมีขนยาวขนาดเล็ก (ตาเปลามองไมเห็น)
เมอ่ื นาํ เมลด็ มาแชน้ําจะปรแ� ตกอยางรวดเรว็ และมเี สยี งดงั

4

รากตอยต่ิงฝรั่ง : รากของพชื ชนิดนเี้ ปนรากฝอย ซ�่งมลี กั ษณะเปน รากทมี่ ี
ลกั ษณะเปน เสน เลก็ ๆ มากมาย ไมม รี ากใดเปน รากหลกั ขนาดโตสมาํ่ เสมอกนั
ไมเ รย� วเลก็ ลงทป่ี ลาย

ประโยชนท ัว่ ไปและสรรพคณุ ของตอยติ่งฝรัง่

- ปลกู เปนไมดอกประดับ เนือ่ งดว ยดูแลงา ย ใหด อกเกง และมีสีสนั สวย
- รากใชเ ปนยารกั ษาโรคไอกรน เปนยาขับเลือด ชวยดบั พษิ ในรา งกาย
- ใบใชเปนยาถายพยาธ� ใชพอกแกอาการปวดเมื่อยกลามเนื้อ เมล็ด ใช
พอกแผลเร้อ� รัง ชวยสมานบาดแผล
- ใบสดใชผ สมเปนยาพอกแผลเร้�อรังและพอกดูดฝหนอง

5

ดอกเปนดอกครบสวนมยั้ ?

- เปน ดอกครบสวน เน่ืองจากมีโครงสรางของ เกสรเพศผู เกสรเพศเมีย
กลีบดอก และกลบี เลย้ี ง

เปน ดอกเด่ียวหรอื ดอกชอ ?

- เปนทงั้ ดอกเดย่ี วและดอกชอ โดยดอกจะออกเปน ชอ ๆละประมาณ 2-3 ดอก
หร�อบางก่ิงกอ็ อกเปนดอกเดย่ี ว

(Solดitอarกyเดflยี่oวwer)

6

ดอกมีสมมาตรแบบใด?

-เปนดอกท่ีมีสมมาตรแบบรัศมี กลีบดอกที่มีลักษณะและขนาดใกลเคียง
กันมากและหากผาหร�อแบงดอกนี้ตามแนวต้ังผานศูนยกลางของดอก
ใหไดส องสว นท่เี หมือนกนั มากกวา หน่งึ ครงั้ ขน�้ ไป

ดอกมีชนิดรงั ไขแ บบใด?

-มชี นิดรังไขแ บบ Superior Ovary คอื มตี าํ แหนง ของรงั ไขส ูงกวา
ฐานรองดอก

ลกั ษณะสัณฐานภายนอกและกายวภิ าคภายใน

1. กานดอก/กา นดอกยอ ย : มกี ารแตกกง่ิ กา นนอ ย เมอ่ื แตกกา นเปน กา น
ยอยๆจะมขี อ ปลอ ง ผวิ นอกเรย� บ มขี นปกคลมุ ทขี่ อ และจะมสี เี ขม โทนมว ง

สเี ขม โทนมว ง
ผวิ นอกเรย� บ

ขนปกคลุมทีข่ อ

7

2. ฐานรองดอก : เมอ่ื ทาํ การผา กลบี เลยี้ ง จะเหน็ ฐานรองดอกอยขู า งใน

ฐ(Rาeนcรeอpงtaดcอleก)

3. กลบี เลย้ี ง(Sepals) : มขี นปกคลมุ เปน กลบี ดอกชนดิ Gamosepalous/
Symsepalous เน่ืองจากมีทั้งสวนที่เช�่อมกัน (Calyx tube) และสวนท่ี
แยกออกจากกัน (Calyx lobe)

Calyx lobe

Calyx tube

*เมอื่ กลบี เล้ยี งเรย� งตัวกันเปนวง เร�ยกวา Calyx*

8

4. กลีบดอก(Petals) : มีท้ังหมด 5 กลีบ รูปคลายทรัมเปต เปน
กลีบดอกชนิด Gamopetalous/Sympetalous เน่ืองจากมีทั้งสวน
ท่เี ชอ่� มกนั (Corolla tube) และสว นทแ่ี ยกออกจากกนั (Corolla lobe)

Cloorboella

*เมื่อกลีบดอกเรย� งตวั กนั เปน วง Corolla tube
เร�ยกวา Corolla*

5. เกสรเพศผู(Stamen) : มีจํานวน 4 อันกานสีขาว มีจํานวนสั้น 2อัน
และยาว2อัน อยูบร�เวณกลางดอก จะเห็นเฉพาะเม่ือผาออกเทานั้น

เกสรเพศผทู ่ยี าวกวา

เกสรเพศผทู ี่สั้นกวา

*เม่ือเกสรเพศผเู ร�ยงตัวกันเปนวง เร�ยกวาAndroecium*

9

6. เกสรเพศเมีย : เกสรเพศเมียสีขาว จาํ นวน 1อนั ยาวกวา เกสรเพศผู
4 อนั ท่เี หลือ

ยอด(เSกtสigรmเพaศ) เมีย

กา นชูเ(กStสyรleเพ) ศเมีย

*เม่อื เกสรเพศเมยี เร�ยงตวั กนั เปน วง เรย� กวา Gynoecium*
*รปู สณั ฐานภายนอก*

กลีบเลย้ี ง
(Sepal)

กลบี ดอก
(Petal)

10

*รปู สัณฐานภายใน* ยอด(เSกtสigรmเพaศ) เมีย
กานชเู(กStสyรleเพ) ศเมยี
กลบี ดอก(Petal)
ก(ลSeบี pเลaี้ยl)ง
ยอด(Aเกnสthรeเพr) ศผู (Pกeา dนuดnอclกe)
กา น(Fชilเูaกmสeรnเพt)ศผู

ฐานรองดอก
(Receptacle)

(Pกeา dนuดnอclกe)

(Oรvังaไขry )

11

บรรณาณกุ รม :

https://www.nonghan.ac.th/garden/pages/page10.html
https://youtu.be/c1Yr7COe4GI
http://research.npru.ac.th/npruherb/npru-herb-detail.php?val=35
0ht2tp-2s0:/1/6w&wdawte.b=l1o0g&gagnrogu.cpo=m14/&mg/bvlioegw=d2i1ary.php?id=bite25&month=
https://www.baanlaesuan.com/plants/perennial/138290.html
https://www.dnp.go.th/botany/mplant/index.aspx
https://kaset.today/ดอกไม/ ฟาประทานพร/
https://www.nparks.gov.sg/florafaunaweb/flora/2/3/2397
h0tDtpFEs4:/7/ApBl7a4nt6s1o%fh7aDw#adiei.oscrgrip/tdioentail/%7B8825B1AD-72EF-4125-97A5-
http://nwk.ac.th/botanical/showdetail.php?id=000051
http://www.sc.chula.ac.th/thaiplants/flowers/pages/Ruellia.htm
dhtbtp=s6:/10/0a1ri0t.k&pcroud.aec_.tthy/paep=20/1local/nu=pages&page_id=1623&code_
https://www.stub.or.th

12


Click to View FlipBook Version