การวางแผน
สอบเข้ามหาวิทยาลัย
University Entrance Examination Planning
รวบรวมข้อมูล เมื่อ พ.ศ.2564
หนั งสือออนไลน์ ในรายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี (ว 32171)
คำนำ
E-book เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางกาารวางแผน
สำหรับนั กเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่กำลังจะเตรียมตัว
เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา โดยรายละเอียดภายในหนั งสือ
นั้ นประกอบไปด้วยมหาวิทยาลัยและคณะที่น่ าสนใจ รูปแบบ
การสอบ การเตรียมตัวอ่านหนั งสือ วิชาที่ต้องอ่านก่อนและหลัง
จำนวนวันและเวลาการสอบ แพลนเนอร์สำหรับการจัดสรร
เวลา อีกทั้งยังมีการแนะนำแอปพลิเคชันที่ช่วยในการอ่าน
หนั งสือได้อย่างมีระเบียบวินั ย
ผู้จัดทำหวังว่า E-BOOKเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ กับนั กเรียน
ชั้นมัธยมศึกษามัธยมปลายทุกคนที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้ อยู่
หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขอน้ อมรับไว้
และขออภัยมา ณ ที่นี้ ด้วย
สารบัญ
10 อันดับ มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศไทย หน้ า
อันดับ1 - มหาวิทยาลัยมหิดล 2
อันดับ2 - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 3
อันดับ3 - มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 4
อันดับ4 - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 5
อันดับ5 - มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 6
อันดับ6 - มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 7
อันดับ7 - มหาวิทยาลัยขอนแก่น 8
อันดับ8 - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 9
อันดับ9 - มหาวิทยาลัยบูรพา 10
อันดับ10 - มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 11
10 อันดับ คณะที่มีผู้สนใจเข้าเรียนมากที่สุด หน้ า
อันดับ 1 - คณะอักษรศาสตร์/มนุษยศาสตร์/ศิลปศาสตร์ 13
อันดับ 2 - คณะนิ เทศศาสตร์ 13
อันดับ 3 - คณะวิศวกรรมศาสตร์ 14
อันดับ 4 - คณะแพทยศาสตร์ 14
อันดับ 5 - คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี 15
อันดับ 6 - คณะนิ ติศาสตร์ 15
อันดับ 7 - คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 16
อันดับ 8 - คณะจิตวิทยา 16
อันดับ 9 - คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ 17
อันดับ 10 - คณะทันตแพทยศาสตร์ 17
สารบัญ
TCAS หน้ า
ความหมายของ TCAS 18
เกณฑ์การคัดเลือก 19
รอบไหนเหมาะกับเรา 21
คะแนนสอบที่ต้องใช้ 22
TCAS 65 (จำลองปฏิทิน) 24
ADMISSIONS หน้ า
ADMISSIONS คือ 25
องค์ประกอบและค่าน้ำหนั ก รอบADMISSIONS 26
ค่าสถิติพื้นฐาน 28
IELTS 29
BMAT 31
SAT 32
ผังการสร้างข้อสอบ (TEST BLUEPRINT) หน้ า
TEST BLUEPRINT 33
ความถนั ดทั่วไปและความถนั ดทางวิชาการและวิชาชีพ
วิชาสามัญ ประจำปีการศึกษา 2564
34
38
สารบัญ
แ พ ล น เ น อ ร์ หน้ า
ความหมายของแพลนเนอร์ 43
วิธีการวางแพลนเนอร์ในการเรียนและอ่านหนั งสื อ 44
แอปที่ ช่ วยในการเรียน หน้ า
53
Forest Stayfocused 54
YTP-yeolpumta
หน้ า
ข้อสอบจริงย้อนหลัง 56
57
วิชาเฉพาะแพทย์ 63
GAT PAT 66
9 วิชาสามัญ
บรรณานุกรม
TOP 10 10 อันดับมหาวิทยาลัย
UNIVERSITY ที่ดีที่สุดในประเทศไทย
อันดับ1 - มหาวิทยาลัยมหิดล หน้ า 2
เมื่อปี พ.ศ. 2549 มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการจัดอันดับให้เป็น
มหาวิทยาลัยระดับดีเลิศและเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ทั้งใน
ด้านการเรียนการสอนและการวิจัย โดยสำนั กงานคณะกรรม-
การการอุดมศึกษา นอกจากนี้ ยังไดรับการรับรองมาตรฐานของ
สถาบันจากสำนั กงานรับรองมาตร- ฐานและประเมินคุณภาพ
การศึกษา (องค์การมหาชน) ในระดับดีมากให้
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
ปัจจุบันมีการจัดการเรียนการสอนใน 15 คณะ บัณฑิตวิทยาลัย https://mahidol.ac.th/th/
วิทยาลัย และสถาบันต่างๆ รวมทั้งหมด 551 หลักสูตร โดยแบ่ง
ออกเป็น 4 ส่วนใน 6 พื้นที่คือ มหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพมหา-นครฯ (ประกอบด้วยพื้น ที่
บางกอกน้ อย พญาไท และวิทยาลัยการจัดการ) , มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา, มหาวิทยาลัยมหิดล
วิทยาเขตกาญจบุรี , มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ และ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขต
อำนาจเจริญ
หน้า 3 อันดับ2 - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอับดับให้เป็นหนึ่ งใน
https://www.chula.ac.th/ มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศทั้งในสาขาศิลปศาสตร์และ
มนุษยศาสตร์ สาขาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีสารสน-
เทศ สาขาเวชชีวศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ และสาขาสังคม-
ศาสตร์ และได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาในระดับดี
มากจากสำนั กงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการ
ศึกษา อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติอีกด้วย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย บัณฑิตวิทยาลัย สถาบัน วิทยาลัย สำนั กวิชา
สถาบันวิจัย สถาบันบริการ ศูนย์ สำนั ก สถาบันสมทบ รวมถึงคณะ และภาควิชามากมาย
โดยมีจำนวนคณะ หน่ วยงาน และสำนั กต่างๆ รวมทั้งหมด 42 แห่ง
อันดับ3 - มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หน้ า 4
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 9 มหา-
วิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ จากกระทรวงศึกษาธิการ เป็น 1 ใน 7
สมาชิกเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย Research
University Network (RUN) เป็นสมาชิก เครือข่ายมหาวิทยาลัย
อาเซียน ASEAN University Network (AUN) และเป็นสมาชิก
Association of Southeast Asian Institutions of Higher
Learning (ASAIHL)
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
https://www.cmu.ac.th/
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดำเนิ นการจัดการศึกษาและการวิจัย
ครอบคลุมทั้งสาขาวิทยา- ศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเกษตร
สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ใน 21คณะ 3วิทยาลัย 1บัณฑิตวิทยาลัย และ 8สถาบัน
โดยมีหลักสูตรที่เปิดสอนในแต่ละคณะจำนวน 340 หลักสูตร ในระดับปริญญาตรี ,
หลักสูตรระดับปริญญาโท 2 แผน และหลักสูตรระดับปริญญาเอก 2 แบบ
หน้า 5 อันดับ4 - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเป็นสมาชิกของเครือข่าย LAOTSE ซึ่งเป็นความ
ร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยใน เอเชีย และ ยุโรป ตามกรอบ
ความร่วมมืออาเซม รวมทั้งเป็นสมาชิกของ เครือข่ายสถาบัน
การศึกษาและวิจัยในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMSARN)
นอกจากนี้ ยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่ง
ชาติ จาก กระทรวงศึกษาธิการ ในปี พ.ศ. 2552 อีกด้วย
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
https://tu.ac.th/
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบไปด้วย 19 คณะ 4
วิทยาลัย 1 สถาบัน 1 สำนั กวิชา จำนวนหลักสูตรทุกระดับจำนวนทั้งสิ้น 297 หลักสูตร
เป็นระดับปริญญาตรี 139 หลักสูตร ประกาศนี ยบัตรบัณฑิต 6 หลักสูตร ปริญญาตรีควบ
ปริญญาโท 4 หลักสูตร ปริญญาโท 118 หลักสูตร และปริญญาเอก 34 หลักสูตร
อันดับ 5 - มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หน้ า 6
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกใน
ภาคใต้ของประเทศไทย และได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 9
มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ จากกระทรวงศึกษาธิการ ในปี
พ.ศ. 2561
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดการสอนทั้งใน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ใน 31 คณะ https://www.psu.ac.th/
7 วิทยาลัยใน 5 วิทยาเขต ทำการเรียนการสอนทั้งหลักสูตร
ภาษาไทยและหลักสูตรนานาชาติ ภาคปกติและภาคพิเศษ
หน้า 7 อันดับ6 - มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2558 ซึ่งมีสภาพเป็นมหา-
วิทยาลัยในกำกับของรัฐ อีกทั้งยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 9
มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ จากกระทรวงศึกษาธิการ ในปี
พ.ศ. 2552 อีกด้วย
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
https://www.ku.ac.th
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีวิทยาเขตประกอบไป
ด้วย 4 วิทยาเขต 28 คณะ 2 วิทยาลัย และสถาบันสมทบอีก 2 แห่ง มีหลักสูตรที่เปิดทำการ
สอน 373 หลักสูตร โดยเป็นหลักสูตรนานาชาติ 38 หลักสูตรนอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งสถา-
บันวิจัยขึ้นตามจังหวัดต่างๆ หลายแห่งเพื่อดำเนิ นการวิจัยในศาสตร์ต่างๆ
อันดับ7 - มหาวิทยาลัยขอนแก่น หน้ า 8
มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของภาคตะวัน
ออกเฉียงเหนื อ แห่งที่ 2 ในส่วนภูมิภาคและเป็นมหาวิทยาลัย
ลำดับที่ 7 ของประเทศไทย ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 9 มหาวิท
ยาลัยวิจัยแห่งชาติ จากกระทรวงศึกษาธิการ ในปีพ.ศ. 2552
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยขอนแก่นประกอบด้วย 19 คณะ 4 วิทยาลัย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
2 บัณฑิตวิทยาลัย 330 หลักสูตร แบ่งได้เป็นหลักสูตรระดับ https://th.kku.ac.th/
ปริญญาเอก 72 หลักสูตร ปริญญาโท 129 หลักสูตร ปริญญาตรี
105 หลักสูตร ประกาศนี ย บัตรบัณฑิต 24 หลักสูตร
อันดับ8 - มหาวิทยาลัย
หน้ า 9
เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.) หรือนิ ยม
https://www.psu.ac.th/ เรียกโดยทั่วไปว่า บางมด เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประ-
เทศไทย ได้รับเลือกจากรัฐบาลให้เป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัย
วิจัยแห่งชาติ และเป็นหนึ่ งในมหาวิทยาลัยของไทย ที่ติดอัน
ดับโลกอย่างต่อเนื่ องในทุกๆปี มีชื่อเสียงทางด้านวิศวกรรม-
ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปัจจุบันเปิดสอนใน 8 คณะ 1 สถาบัน 1 วิทยาลัย 1 บัณฑิตวิทยาลัย และ 1 บัณฑิตวิทยาลัย
ร่วม โดยเปิดสอนทั้งหลักสูตรปกติ สองภาษาและนานาชาติ ครอบคลุมในระดับปริญญา
ตรี, โท และเอก จัดการเรียนการสอนใน 3 พื้นที่การศึกษา และ 1 อาคาร คือ มจธ.บางมด,
มจธ.บางขุนเทียน, มจธ.ราชบุรี และ อาคารเคเอกซ์
อันดับ9 - มหาวิทยาลัยบูรพา หน้ า 10
มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งแรกที่
ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันเป็น
มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยบูรพาเปิดการสอนทั้งในระดับปริญญา สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
ตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก มี23 คณะ 4 วิทยาลัย 3 วิทยา https://www.buu.ac.th/
เขต กว่า 222 หลักสูตรจำแนกเป็นระดับ ปริญญาตรี 112 หลัก
สูตร ปริญญาโท 72 หลักสูตร และปริญญาเอก 38 หลักสูตร
หน้า 11 อันดับ10-มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) ถือกำเนิ ดจาก "โรงเรียน
ฝึกหัดครูชั้นสูง" ซึ่งก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2492 และต่อมาได้พัฒนา
ขึ้นเป็นลำดับจนเป็น "วิทยาลัยวิชาการศึกษา" เมื่อ พ.ศ. 2497
และได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น"มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ"
เมื่อ พ.ศ. 2517 นั บเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ แห่งที่ 11 ของ
ประเทศไทย
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
https://www.swu.ac.th/
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เปิดสอนในระดับ
ปริญญาตรีทั้งหมด 14 คณะ 4 วิทยาลัย 1 สำนั ก
10อันดับ
คณะที่มีผู้สนใจ
เข้าเรียนมากที่สุด
หมายเหตุ แต่ละมหาวิทยาลัยจะใช้ชื่อหรือ
มีคณะ/สาขา/ภาควิชาที่แตกต่างกันไป
หน้ า 13
อันดับ1 - คณะอักษรศาสตร์ /
มนุษยศาสตร์ / ศิ ลปศาสตร์
คณะอักษรศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่ศึกษา
เกี่ยวกับอักษรหรือภาษา รวมไปถึงเรื่อง
ของสัฒนธรรมที่แฝงอยู่ในภาษา จะต้อง
เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวรรณ
คดีที่สะท้อนให้เห็นถึงค่านิ ยมด้านความ
คิดในแต่ชาติที่ใช้ภาษานั้ น
คณะมนุษยศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่ศึกษา
เกี่ยวกับสภาวะของมนุษย์ คือการเรียนรู้
ด้านภาษาศาสตร์โบราณและภาษาสมัย
ใหม่ รวมไปถึงวัฒนธรรมด้านอื่นๆ ที่มี
ความเกี่ยวข้องกับภาษาและมนุษย์
คณะศิลปศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่ศึกษา
เกี่ยวกับความรู้ทั่วไปและทักษะเชิงปัญญา
โดยการนำการนำวิชาด้านคณิ ตศาสตร์
ภูมิศาสตร์ ดาราศาสตร์ และดนตรี เข้า
มาผสมผสานในการเรียนรู้
อันดับ2 - คณะนิเทศศาสตร์
ศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการสื่อสาร ให้ความ
สำคัญกับการสื่ อสารจากองค์ประกอบของ
การสื่อสารต่างๆ ได้แก่ ผู้ส่งสาร สาร สื่อ
และผู้รับสาร มีสาขาให้เลือก ดังนี้
สาขาวิชาการประชาสั มพันธ์
สาขาวิชาการผลิตอีเว้นท์และการจัดการ
นิ ทรรศการ
สาขาวิชาการสื่ อสารตรา
สาขาวิชาวารสารศาสตร์
สาขาวิชาศิลปะการแสดง
สาขาวิชาโฆษณา
สาขาวิทยุกระจายเสี ยงและวิทยุโทรทัศน์
สาขาวิชาสื่ อสารการตลาดดิจิทัล
สาขาวิชาการสื่ อสารเชิงกลยุทธ์
สาขาวิชาการภาพยนต์และภาพนิ่ ง
สาขาวิชาการสื่ อสารองค์กรและแบรนด์
สาขาวิชาวาทวิทยาและสื่ อสารการแสดง
หน้ า 14
อันดับ3 - คณะวิศวกรรมศาสตร์
เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้
วิทยาศาสตร์และความรู้ทางคณิ ตศาสตร์
เพื่อการใช้ประโยชน์ จากกฎทางธรรมชาติ
และทรัพยากรทางกายภาพให้เกิดประโยชน์
สูงสุด เพื่อช่วยในการออกแบบและประยุกต์
ใช้ วัสดุโครงสร้างเครื่องจักรเครื่องมือระบบ
และ กระบวนการ เพื่อการตอบสนองต่อจุด
ประสงค์ที่ต้องการได้อย่างปลอดภัยและเชื่อ
ถือได้
สาขาวิศวกรรมเคมี
สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า
สาขาวิศวกรรมเครื่องกล
สาขาวิศวกรรมโยธา
สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ
สาขาวิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ
สาขาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ
สาขาวิศวกรรมวัสดุ
สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
อันดับ4 - คณะแพทยศาสตร์
เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของ
คน รวมไปถึงการเยียวยา รักษาอาการเจ็บ
ป่วยต่างๆ น้ นไปที่การรักษาโรคและพัฒนา
ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่เกี่ยวกับ
การรักษา
โสต วิสัญญีวิทยา
นาสิ ก ลาริงซ์วิทยา
ชีวเคมี อายุรศาสตร์
รังสี วิทยา ออร์โธปิดิกส์
สรีรวิทยา จิตเวชศาสตร์
สูติศาสตร์ นิ ติเวชศาสตร์
จักษุวิทยา เวชศาสตร์ฟื้ นฟู
เภสั ชวิทยา กุมารเวชศาสตร์
เวชศาสตร์ กายวิภาคศาสตร์
จุลชีววิทยา ชันสูตรเวชศาสตร์
พยาธิวิทยา ป้องกัน และสังคม
ปรสิ ตวิทยา ศัลยศาสตร์
นรีเวชวิทยา
หน้ า 15
อันดับ5 - คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
ศึ กษาเกี่ยวกับหลักการและมาตรฐานการ
บัญชี การจัดทำบัญชีการเงิน การวางระบบ
บัญชี การบัญชีกิจการอุตสาหกรรม ระบบ
บัญชีธนาคาร การบัญชีหน่ วยงานภาครัฐ
การบัญชีสำหรับธุรกิจบริการโรงแรม
อสังหาริมทรัพย์และรับเหมาก่อสร้าง วิชาชีพ
การสอบบัญชี การตรวจสอบและควบคุม
ภายใน กฎหมายภาษีและการบัญชีภาษีอากร
การวิเคราะห์รายงานการเงินและการบัญชี
บริหาร การวิจัยทางการบัญชีตามข้อกำหนด
ของสภาวิชาชีพ มีสาขาให้เลือก ดังนี้
สาขาการบัญชี
สาขาการตลาด
สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ
สาขาการเงินการธนาคาร
สาขาการจัดการอุตสาหกรรม
สาขาโลจิสติกส์
สาขาธุรกิจการท่องเที่ยวและการบริการ
สาขาธุ รกิจอสั งหาริมทรัพย์
สาขาวิชาการจัดการ
สาขาวิชาระบบสารสนเทศธุรกิจ
สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัย
ใหม่
สาขาวิชาการเป็นเจ้าของธุรกิจ
สาขาวิชาการบริหารองค์กรและ
ทรัพยากรมนุษย์
อันดับ6 - คณะนิติศาสตร์
เรียนเกี่ยวกับตัวบทกฎหมาย ทำความเข้าใจ
ข้อบังคับใช้กฎหมายต่างๆ ศึกษาเกี่ยวกับ กฎ
เกณฑ์ ความประพฤติ ของบุคคลที่อยู่ร่วม
กันในสังคม โดยกำหนดออกมาเป็น
กฎหมาย เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกัน อย่างมี
ระเบียบและมีความสุข
หน้ า 16
อันดับ7 - คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
เป็นการศึกษาเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมที่มีการ
ผสมผสานเทคนิ คและวิทยาการต่าง ๆ ทั้ง
ทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ศิลปะ
และวัฒนธรรม เข้าด้วยกัน เพื่อตอบสนอง
ต่อความต้องการในการดำรงชีวิตของมนุษย์
ในด้านสภาพแวดล้อมการเป็นอยู่ ที่พักอาศัย
วัฒนธรรม มีสาขาให้เลือก ดังนี้
สาขาสถาปัตยกรรม
สาขาสถาปัตยกรรมภายใน
สาขาภูมิสถาปัตย์
สาขาออกแบบอุตสาหกรรม
สาขาสถาปัตยกรรมไทย
สาขาสถาปัตยกรรมผังเมือง
อันดับ8 - คณะจิตวิทยา
เป็นการศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการของ
จิตใจ ที่ส่งผลต่อการคิด และการใช้ชีวิต
มีสาขาให้เลือก ดังนี้
จิตวิทยาทั่วไป
จิตวิทยาการศึกษา
จิตวิทยาพัฒนาการ
จิตวิทยาสั งคม
จิตวิทยาอุตสาหกรรม
จิตวิทยาการทดลอง
จิตวิทยาปกติ
จิตวิทยาคลินิ ก
จิตวิทยาการปรึกษา
จิตวิทยาการแนะแนว
หน้ า 17
อันดับ9 - คณะครุศาสตร์/ศึ กษาศาสตร์
เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการจัดการศึ กษาและ
วิชาชีพครู โดยมีจุดมุ่งหมายในการดำเนิ น
การและแสวงหาวิธีการพัฒนามนุษย์ให้มี
คุณภาพชีวิตที่ดี และสร้างสรรค์สังคมที่
สันติสุขอย่างแท้จริง โดยมีสาขาให้เลือก
ศึกษาได้ ดังนี้
สาขาวิชาศิ ลปศึ กษา
สาขาวิชาดนตรีศึ กษา
สาขาวิชามัธยมศึ กษา
สาขาวิชาประถมศึ กษา
สาขาวิชาการศึ กษาปฐมวัย
สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึ กษา
สาขาวิชาธุ รกิจและอาชีวศึ กษา
สาขาวิชาสุขศึ กษาและพลศึ กษา
สาขาวิชาการศึ กษานอกระบบโรงเรียน
สาขาจิตวิทยาการปรึกษา การแนะแนว
และการศึ กษาพิเศษ
อันดับ10 - คณะทันตแพทยศาสตร์
เป็นคณะที่เรียนเกี่ยวกับฟัน อวัยวะภายใน
ช่องปาก และอวัยวะอื่นๆ ที่ทำหน้ าที่ในการ
บดเคี้ยวอาหาร การออกเสียง รวมถึงการ
ประเมิน วินิ จฉัย ป้องกัน และรักษาโรค/
ความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในช่องปาก หรือ
บริเวณใกล้เคียงอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อ
สุขภาพของมนุษย์ ซึ่งจะมีการศึกษาสาขา
เฉพาะทาง ดังนี้
สาขาปริทันตวิทยา
สาขาทันตกรรมหัตถการ
สาขาศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็ก
ซิลโลเฟเชียล
สาขาทันตสาธารณสุข
สาขาทันตกรรมประดิษฐ์
สาขาทันตกรรมสำหรับเด็ก
สาขาวิทยาเอ็นโดดอนต์
สาขาทันตกรรมจัดฟัน
สาขาวิทยาการวินิ จฉัยโรคช่องปาก
TCAS คืออะไร ?
ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย มีชื่อเต็มว่า THAI
UNIVERSITY CENTER ADMISSION SYSTEM หรือเรียกสั้น ๆ ว่า TCAS ที่เริ่มนำมาใช้
ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นระบบที่ออกแบบโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)
เป็นระบบที่ใช้คะแนนในการคัดผู้สอบติด จากการสมัครเข้ารับการคัดเลือก ซึ่งจะ
ต้องสอบวัดความรู้ในวิชาต่าง ๆ จากการจัดสอบของ สทศ. คือวิชา GAT/PAT, 9 วิชาสามัญ
สำหรับผู้ที่สนใจเรียนต่อด้านแพทย์, ทันตะ, เภสัช และสัตวแพทย์ จะต้องสอบความถนั ด
เฉพาะทาง คือข้อสอบความถนั ดแพทย์ ที่จัดโดย กสพท นอกคะแนนสอบต่าง ๆ แล้วยังใช้
คะแนน GPAX เข้ามาคำนวณอีกด้วย เดิมทีระบบ TCAS จะมีการคัดเลือกผู้สมัครทั้งหมด
5 รอบ แต่ในปี 2564 เปลี่ยนรูปแบบใหม่โดยลดเหลือเพียง 4 รอบ
หน้ า 19
เกณฑ์การคัดเลือก
ทั้ง 4 รอบ อ้างอิงจาก TCAS65
รอบที่ 1
PORTFOLIO
สมัครกับใคร มหาวิทยาลัย
เกรดเฉลี่ยที่ใช้ 4-5 เทอม
ใครสามารถสมัครได้บ้าง DEK65
เกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือก GPAX,
PORTFOLIO, คะแนนสอบวิชาเฉพาะ,
คะแนนสอบภาษาอังกฤษ
รอบที่ 2
QUOTA
สมัครกับใคร มหาวิทยาลัย
เกรดเฉลี่ยที่ใช้ 4-5 เทอม
ใครสามารถสมัครได้บ้าง DEK65
เกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือก GPAX,
GAT, PAT, 9 วิชาสามัญ, คะแนนสอบ
วิชาเฉพาะ, คะแนนสอบภาษาอังกฤษ
หน้ า 20
รอบที่ 3
ADMISSION
สมัครกับใคร MYTCAS.COM
เกรดเฉลี่ยที่ใช้ 6 เทอม
ใครสามารถสมัครได้บ้าง DEK65,
เด็กซิ่ว
เกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือก GPAX,
GAT, PAT,9 วิชาสามัญ, คะแนนสอบ
วิชาเฉพาะ
รอบที่ 4
DIRECT
ADMISSION
สมัครกับใคร มหาวิทยาลัย
เกรดเฉลี่ยที่ใช้ 6 เทอม
ใครสามารถสมัครได้บ้าง DEK65,
เด็กซิ่ว
เกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือก GPAX,
GAT, PAT, 9 วิชาสามัญ
หน้า 21 สมัครรอบไหนดี ?
คะแนนสอบที่ต้องใช้ หน้ า 22
ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของแต่ละคณะ*
GPAX
GPAX คือ เกรดเฉลี่ยสะสมของทุกรายวิชา
ตลอดการเรียนในระดับชั้นมัธยมปลาย ทุกปี
การศึกษา ตั้งแต่ ม.4-ม.6 นั่ นหมายความว่า
เกรดเฉลี่ยสะสม จะถูกนำมาใช้คิดคำนวณ
เป็นคะแนนในการคัดเลือก TCAS แต่ละรอบ
ด้วยนั่ นเอง ซึ่งค่าน้ำหนั กจะอยู่ที่ราว 10-20%
ค่าสมัครสอบ : ไม่มีค่าใช้จ่าย เนื่ องจากเป็น
เกรดเฉลี่ยสะสมเดิมอยู่แล้ว
วิชาเฉพาะ
การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถเฉพาะ
สาขาวิชา ส่วนใหญ่จะเป็นการสอบวิชาเฉพาะ
ทาง เช่น การสอบ กสพท. สำหรับแพทย์,
ทันตะ, สัตวแพทย์, เภสัช รวมถึงการสอบ
ความถนั ดวิชาเฉพาะทางศิลปะ วิชาเฉพาะทาง
ดนตรี ฯลฯ โดยทางมหาวิทยาลัยที่ประกาศ
รับสมัคร จะเป็นผู้จัดสอบเอง ซึ่งคะแนนจะ
มีอายุ 1 ปี
ค่าสมัครสอบ : แล้วแต่วิชาที่ใช้สอบ
วัดความสามารถทางภาษา
สอบเพื่อวัดความสามารถทางภาษา ทั้งภาษา
อังกฤษ และภาษาที่ 3 ส่วนใหญ่การสอบทาง
ภาษา มักใช้ยื่นเข้าคณะ-สาขา ที่เปิดการเรียน
การสอนหลักสูตรนานาชาติ ซึ่งเกณฑ์คะแนน
ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย และสถาบัน
กำหนด เช่น การสอบ IELTS, TOEFL, TOEIC,
BMAT, CU-TEP, SAT เป็นต้น
ค่าสมัครสอบ : ตั้งแต่ 500-7,500 บาท
หน้ า 23 9 วิชาสามัญ
ข้อสอบกลาง ที่จะสอบเพื่อนำคะแนนไปใช้ใน
การรับตรงเข้ามหาวิทยาลัย จัดสอบโดย สทศ.
โดยวิชาที่เปิดสอบ มีจำนวนทั้งหมด 9 วิชา ได้แก่
ภาษาไทย, สังคม, ภาษาอังกฤษ, คณิตศาสตร์ 1,
คณิตศาสตร์ 2, ฟิสิกส์, เคมี, ชีววิทยา และ
วิทยาศาสตร์ทั่วไป ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอบทุกวิชา
แต่สามารถเลือกสอบได้สูงสุด 7 วิชา
ค่าสมัครสอบ : วิชาละ 100 บาท
HTTPS://IMAGES.APP.GOO.GL/GX9TK5S97TH6EASG6 PAT ข้อสอบวัดความถนั ดทางวิชาชีพและ
วิชาการ จะใช้วัดความรู้พื้นฐาน เพื่อใช้
GAT/PAT ประเมินศักยภาพของผู้เรียนในวิชาชีพต่างๆ
ค่าน้ำหนั กที่ใช้คิดคำนวณคะแนน ขึ้นอยู่กับ
GAT ข้อสอบใช้วัดความถนั ดทั่วไป แต่ละ แต่ละมหาวิทยาลัยกำหนด ตั้งแต่ 10-50%
มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้กำหนดสั ดส่ วนน้ำ โดยวิชาสอบ มีทั้งหมด 7 วิชา ดังนี้
หนั กของคะแนนที่ใช้ยื่น ตั้งแต่ 10-50% 1. PAT 1 ความถนั ดทางคณิตศาสตร์
โดยข้อสอบจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้ 2. PAT 2 ความถนั ดทางวิทยาศาสตร์
- GAT ส่วนเชื่อมโยง ใช้ประเมินความ 3. PAT 3 ความถนั ดทางวิศวกรรมศาสตร์
สามารถในการอ่าน เขียน วิเคราะห์ แก้โจทย์ 4. PAT 4 ความถนั ดทาง
ปัญหา สถาปัตยกรรมศาสตร์
- GAT ส่วนภาษาอังกฤษ ใช้ประเมินความ 5. PAT 5 ความถนั ดทางวิชาชีพครู
สามารถในการอ่าน และสื่อสารภาษาอังกฤษ 6. PAT 6 ความถนั ดทางศิลปกรรมศาสตร์
ค่าสมัครสอบ : 140 บาท 7. PAT 7 ความถนั ดทางภาษาต่างประเทศ
(เลือกสอบได้ 1 ภาษา)
- PAT 7.1 ภาษาฝรั่งเศส
- PAT 7.2 ภาษาเยอรมัน
- PAT 7.3 ภาษาญี่ปุ่น
- PAT 7.4 ภาษาจีน
- PAT 7.5 ภาษาอาหรับ
- PAT 7.6 ภาษาบาลี
- PAT 7.7 ภาษาเกาหลี
ค่าสมัครสอบ : วิชาละ 140 บาท
TCAS 65 หน้ า 24
หน้ า 25
สำหรับ TCAS รอบ 3 รูปแบบ Admissions รอบนี้ ใช้เกณฑ์
กลางจาก ทปอ. ในการคัดเลือก แต่ละคณะจะกำหนด คะแนน
ค่าน้ำหนั ก ไม่เท่ากัน สามารถเช็คองค์ประกอบคะแนน และ
ค่าน้ำหนั ก ของวิชาต่าง ๆ ได้ดังนี้
แบ่งออกเป็น 10 กลุ่ม ส่วนรูปแบบ Admission ใช้
GAT/PAT และ วิชาสามัญ ทางมหาวิทยาลัยกำหนดเกณฑ์เอง
ต้องเช็คในระเบียบการของแต่ที่ละ แต่การใช้คะแนน GAT/PAT
ของแต่ละคณะก็คล้าย ๆ กับรอบนี้ ส่วนวิชาสามัญแต่ละกลุ่ม
คณะใช้คะแนนอะไรบ้าง
องค์ประกอบและค่าน้ำหนั ก รอบ Admissions
1. GPAX 20%
2. O-NET (5 กลุ่มสาระวิชา) 30%
3. GAT 10-50%
4. PAT 0-40%
รวม 100%
หน้ า 26
หน้ า 26
จิตวิทยา สหเวชศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์, สัตวแพทยศาสตร์
สาธารณสุขศาสตร์ เทคนิ ค GPAX 20% | O-NET 30% | GAT 20%
การแพทย์ พยาบาลศาสตร์ PAT 1 10% | PAT 2 20%
GPAX 20% | O-NET 30% เภสั ชศาสตร์
GAT 20% | PAT 2 30% GPAX 20% | O-NET 30% | GAT 10% | PAT 2 40 %
วิทยาศาสตร์, ทรัพยากรธรรมชาติ
GPAX 20% | O-NET 30% | GAT 10% | PAT 1 10% | PAT 2 30%
เทคโนโลยีสารสนเทศ
GPAX 20% | O-NET 30% | GAT 10% | PAT 1 20% | PAT 2 20%
GPAX 20% | O-NET 30% | GAT 15% GPAX 20% | O-NET 30% | GAT 10%
PAT 2 15% | PAT 3 20% PAT 4 40%
เกษตรศาสตร์, อุตสาหกรรมเกษตร, บริหารธุรกิจ, พาณิชยศาสตร์, การ
วนศาสตร์, เทคโนโลยีเกษตร บัญชี, เศรษฐศาสตร์
GPAX 20% | O-NET 30% | GAT 10% GPAX 20% | O-NET 30% | GAT 30%
PAT 1 10% | PAT 2 30% PAT 1 20%
หน้ า 27
ศึกษาศาสตร์, พลศึกษา, สุขศึกษา
รูปแบบที่ 1 GPAX 20% | O-NET 30% | GAT 20% | PAT 5 30%
รูปแบบที่ 2 GPAX 20% | O-NET 30% | GAT 10% | PAT 5 20% | PAT 1/2/3/4/6/7
(เลือก 1 วิชา) 20%
ศิลปกรรมศาสตร์, วิจิตรศิลป์, ศิลปประยุกต์, ดุริยางคศิลป์, นาฏศิลป์, ศิลปะการ
ออกแบบพัสตราภรณ์, ศิลปะการออกแบบหัตถอุตสาหกรรม
GPAX 20% | O-NET 30% | GAT 10% | PAT 4 หรือ PAT 6 (เลือก 1 วิชา) 40%
นิ เทศศาสตร์, วารสารศาสตร์, อักษรศาสตร์, ศิลปศาสตร์, มนุษยศาสตร์, รัฐศาสตร์,
นิ ติศาสตร์, สังคมวิทยา, สังคมสงเคราะห์ศาสตร์
พื้นฐานวิทยาศาสตร์
GPAX 20% | O-NET 30% | GAT 30% | PAT 1 20%
พื้นฐานศิลปศาสตร์ รูปแบบที่ 1
GPAX 20% | O-NET 30% | GAT 50%
พื้นฐานศิลปศาสตร์ รูปแบบที่ 2
GPAX 20% | O-NET 30% | GAT 30% | PAT 7 (เลือก 1 วิชา) 20%
O-NET รวมคะแนน 5 วิชาไม่ต่ำกว่า 60% | วิชาเฉพาะแพทย์ 30%
วิชาสามัญ 7 วิชา 70% (แต่ละวิชาต้องได้ไม่ต่ำกว่า 30 คะแนน)
วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา) 40%
คณิตศาสตร์ 1 20%
ภาษาอังกฤษ 20%
ภาษาไทย 20%
สังคม 10 %
หน้ า 28
หน้ า 29 IELTS
English for International Opportunity
เป็นการสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษ ประกอบด้วย 4 ทักษะเช่นเดียวกันกับ TOEFL
เรียงตามลำดับการสอบ คือ Listening, Reading, Writing, และ Speaking
โดยมีลักษณะคะแนน เริ่มจาก 0.0 – 9.0 มีคะแนนครึ่ง band คือ .5
รายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนเจาะลึกแบบแต่ละพาร์ท ดังนี้
LISTENING
คือ การทดสอบการฟัง โดยมีเวลาให้ 30 นาที กับคำถามทั้งหมด 40 ข้อ ข้อที่ตอบถูกจะนั บเท่ากับ 1 คะแนน ดังนั้ น
คะแนนดิบสูงสุดจะเท่ากับ 40 คะแนน และคิดเป็นระดับคะแนน IELTS Band Score 1-9 ตามคะแนนดิบที่ผู้สอบทำได้
โดยมีทั้งหมด 4 ส่วน ซึ่งสองส่วนแรกจะเน้ นเรื่องการสนทนาในชีวิตประจำวันระหว่างคนสองคน สองส่วนสุดท้ายจะ
เน้ นไปในเรื่องของสถานการณ์จำลองโดยบทสนทนาจะเกี่ยวกับวิชาการหรือการศึกษา โดยข้อสอบจะเริ่มจากง่ายไป
ยาก เช่น บทสนทนาแรกเป็นการพูดโทรศัพท์ บทสนทนาที่สองการสั่งอาหาร ไปจนถึงท้ายๆ
เป็นการบรรยายสั้ นในห้องเรียน
เกณฑ์ให้คะแนนดิบเทียบคะแนน Band
Score 39-40 Band 9 Score 37-38 Band 8.5
Score 35-36 Band 8 Score 32-34 Band 7.5
Score 30-31 Band 7 Score 26-29 Band 6.5
Score 23-25 Band 6 Score 18-22 Band 5.5
Score 16-17 Band 5 Score 13-15 Band 4.5
Score 10-12 Band 4 Score 8-10 Band 3.5
Score 6-7 Band 3 Score 4-5 Band 2.5
เทคนิคสำหรับข้อสอบ Part Listening
เน้ นฝึกทำข้อสอบและจับเวลา เขียนคำตอบลงบนกระดาษคำถามก่อน หลังจากฟังจบ จะมีเวลาให้กรอกคำตอบ ค่อย
ตอบลงในกระดาษคำตอบ
READING
คือ การทดสอบการอ่านใช้ระยะเวลาในการสอบ 60 นาที ข้อสอบจะมีเรื่องสั้นให้อ่าน 3 เรื่อง ซึ่งเนื้ อหาจะมาจาก
หนั งสือพิมพ์ นิ ตยสาร และหนั งสือต่างๆ มีทั้งเป็นบทความ ข่าว หรือเชิงวิชาการ ซึ่งหนึ่ งในนี้ จะมีเนื้ อหาเกี่ยวกับการ
แสดงความคิดเห็น และอาจจะเป็นคำถามจากเนื้ อหาที่เราได้อ่านมานั่ นเอง
ข้อสอบทั้งหมดมี 40 ข้อ ลักษณะคำถามคำตอบ
เป็นแบบเขียนตอบ
เกณฑ์ตารางการให้คะแนนจะเหมือนกับพาร์ท Listening
เทคนิคการอ่านสำหรับข้อสอบ Part Reading หน้ า 30
Skimming (การอ่านแบบข้าม)
โดยอ่านข้อความอย่างเร็วๆ เป็นจุดๆ เช่นการอ่าน 2-3 คำแรก หรือ 2-3
ประโยคแรกแล้วข้ามไป จุดประสงค์มี 2 อย่าง คือ เก็บใจความสำคัญ
และ อ่านเพื่อเก็บรายละเอียดที่สำคัญของบทความ
Scanning (การอ่านจับจุด)
คือ การอ่านผ่านๆ เพื่อจับประเด็นที่เราต้องการ เช่น ชื่อคน, เวลา,
ตัวเลข จุดประสงค์ของการอ่านชนิ ดนี้ เพื่อหาข้อมูลบางอย่างเท่านั้ น
เช่น การดูตารางเวลาเรียน, การดูเวลาเที่ยวบิน เป็นต้น
นอกจากนี้ อย่าลืมหาบทความมาฝึกอ่านบ่อยๆ เพื่อจะได้เป็นคนอ่านเร็ว
ขึ้น มีคล่องแคล่ว และข้อไหนที่ทำไม่ได้ แนะนำให้ข้ามไปก่อน
ค่อยกลับมาตอบทีหลัง อย่าอยู่กับข้อใดข้อหนึ่ งนานเกินไป
จนทำข้อสอบไม่ทัน
WRITING
คือ การทดสอบการเขียน ในการสอบแบบ Academic จะมีเวลาให้ 60 นาที และมีทั้งหมดสองส่วน แยกได้ดังนี้
Task 1 ต้องเขียนเกี่ยวกับ ไดอะแกรม พวกกราฟแท่ง กราฟเส้น หรือวงกลม หรือตาราง การจัดลำดับเหตุการณ์
ก่อนหลัง โดยการทดสอบทั้งหมดนี้ เป็นการวัดระดับความสามารถในการจัดระเบียบข้อมูลและการอธิบายเปรียบ
เทียบข้อมูลเหล่านั้ น ต้องเขียนตอบไม่น้ อยกว่า 150 คำ ซึ่งส่วนนี้ แนะนำว่าไม่ควรใช้เวลาเกิน 20 นาที
Task 2 เป็นการเขียนตอบในหัวข้อทั่วไป โดยให้เราแสดงความคิดเห็นของตัวเอง อาจจะเสนอวิธีการแก้ปัญหา การ
เปรียบเทียบทางเลือก ต้องเขียนตอบไม่น้ อยกว่า 250 คำ จึงไม่ควรใช้เวลามากเกินกว่า 40 นาที
เกณฑ์ในการให้คะแนน IELTS Writing
Task response 25% การตอบให้ตรงกับคำถาม มีเหตุผลสนั บสนุนที่สอดคล้อง
Coherence and Cohesion 25% ลำดับการเล่าเรื่องดี มีการใช้ transitions words อย่างเหมาะสม
Lexical Resource 25% ใช้คำศัพท์ที่หลายหลายและเหมาะสมกับเรื่องที่เขียน สะกดคำถูกต้อง
Grammatical range and accuracy 25% คือมีการใช้รูปแบบประโยคหลากหลาย ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
การคิดคะแนนจะให้ความสำคัญทั้ง 4 องค์ประกอบอย่างเท่าเทียมกัน
SPEAKING
คือ การทดสอบการพูด ใช้เวลาในการสอบประมาณ 10-15 นาที เป็นการสัมภาษณ์ระหว่างผู้สอบและเจ้าหน้ าที่ เพื่อ
ทดสอบความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ ซึ่งการทดสอบจะแบ่งเป็นสามส่วน ดังนี้
ส่วนที่หนึ่ ง เป็นส่วนที่ถือว่าง่ายสุด เจ้าหน้ าที่จะทำการสัมภาษณ์คุณในเรื่องส่วนตัว คุยกันแบบสบายๆ ตอบคำถาม
เกี่ยวกับตัวเอง อย่างเรื่องครอบครัว เรื่องเรียน และเรื่องความสนใจของคุณ เช่น ชอบทำงานอดิเรกอะไร และจะมี
key question ที่นำไปสู่การสอบส่วนที่สอง โดยข้อสอบส่วนที่หนึ่ งนี้ จะใช้เวลาสัมภาษณ์ประมาณ 5 นาที
ส่วนที่สอง เริ่มยากขึ้นมาหน่ อย เป็นการ์ดคำถาม โดยผู้สอบจะต้องตอบคำถามจากหัวข้อที่ได้รับจากเจ้าหน้ าที่
มีเวลาให้เตรียมตัว 1 นาที และทดสอบการพูดประมาณ 2 นาที และเจ้าหน้ าที่จะทำการถามคำถามจากสิ่งที่คุณได้
พูดไป ต่อเนื่ องมาจากคำถามส่วนที่หนึ่ ง
ส่วนที่สาม เป็นส่วนที่ยากสุด เป็นการโต้แย้งกันระหว่าง Examiner กับ ผู้เข้าสอบ โดยแสดงความคิดเห็น
ซึ่งหัวข้อที่โต้แย้งกันก็จะเป็นหัวข้อในส่วนที่สอง ใช้เวลาในส่วนนี้ ประมาณ 5 นาที
เกณฑ์ในการให้คะแนน IELTS Speaking
Fluency and Coherence ความคล่องและความต่อเนื่ องทางภาษา
Lexical Resource ความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ที่กว้างและหลากหลาย และเลือกใช้คำศัพท์ในแต่ละบริบทที่แตกต่าง
กันอย่างเหมาะสม ตามรูปประโยคนั้ นๆ
Grammatical Range and Accuracy ใช้ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษและ Tense ได้ถูกต้อง รวมทั้งการเชื่อมคำได้
อย่างถูกหลักไวยากรณ์
Pronunciation ความสามารถในการใช้สำเนี ยงออกเสียง
หน้ า 31 BMAT
รูปแบบข้อสอบ BMAT
ข้อสอบ BMAT แบ่งออกเป็น 3 parts คือ
Thinking skills ใน Part นี้ จะเป็นข้อสอบปรนั ย 32 ข้อ ใช้เวลา 60
นาที โดยเป็นข้อสอบแนว problem solving (หรือที่เรียกกันว่า
Aptitude) จำนวน 16 ข้อ และเป็นข้อสอบแนว critical thinking
(หรือที่เรียกกันว่า Critical analysis) จำนวน 16 ข้อ
Scientific Knowledge and Applications เป็นข้อสอบปรนั ย 27
ข้อ ใช้เวลา 30 นาที โดยมีเนื้ อหาที่ครอบคลุมวิชา ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ
และคณิ ตศาสตร์
Writing Task เป็นการเขียนตอบคำถาม 1 ข้อ โดยเลือกจาก 3 ข้อ
ที่ข้อสอบให้มา ข้อสอบ Part นี้ ใช้เวลา 30 นาที วัดความสามารถ
ในการเลือกพัฒนา หรือ จัดการความคิดและสื่อสารด้วยการ
เขียนอย่างชัดเจน และเกิดประสิทธิภาพ
การคิดคะแนน BMAT
ส่วนที่ 1 – 2 คะแนนเต็ม 9.0
แต่ละข้อมี 1 คะแนน มีการแบ่งเกณฑ์การให้คะแนนออกเป็นสเกล 1-9
โดยส่วนใหญ่คะแนนจะอยู่ที่ 5.0 หากมีความชำนาญสูงขึ้นคะแนนจะอยู่ที่ 6.0 และ น้ อยคนที่จะได้ถึง 7.0 ขึ้นไป
ส่วนที่ 3 จะมีผู้ตรวจ 2 คน
ผู้ตรวจจะให้คะแนน 2 แบบ ส่วนแรกจะเป็นการให้คะแนนด้านเนื้ อหา ซึ่งมีเกณฑ์คะแนนอยู่ที่ 0-5 และส่วนที่ 2
จะให้คะแนนด้านการใช้ภาษาอังกฤษ โดยแบ่งเป็นเกณฑ์ A, C, E
การให้คะแนนด้านเนื้อหา (มี 1-5 คะแนน)
1คะแนน หมายถึง เป็นการเขียนด้วยเนื้ อหาที่พอรับได้ แต่ตอบไม่ค่อยตรงคำถาม อาจมีความลังเลหรือไม่ชัดเจน
2คะแนน หมายถึง เป็นการเขียนที่ค่อนข้างตรงประเด็น แต่อาจมีบางคำหรือบางจุดที่ไม่ชัดเจน
3คะแนน หมายถึง การเขียนแสดงการตอบคำถามได้พอใช้ตรงกับทุกมุมมองของคำถาม มีการสร้างเหตุผลโต้แย้ง
แต่อาจมีจุดบกพร่องด้านการเชื่อมโยงความคิดหรือจุดที่มองข้ามไป
4คะแนน หมายถึง การเขียนที่มีข้อบกพร่องน้ อย ตรงประเด็นทุกมุมมอง มีการใช้สำนวนการโต้แย้งได้ดี ใช้
โครงสร้างประโยคแสดงออกถึงความคิดได้อย่างมีเหตุผล
5คะแนน หมายถึง การเขียนได้ดีเยี่ยมชัดเจนไร้จุดบกพร่อง ตอบตรงประเด็นทุกมุมมอง มีการใช้โครงสร้าง
ประโยคแสดงออกถึงความคิดได้ดีเยี่ยม ชัดเจน โน้ มน้ าวได้ดี มีจุดกว้างแคบความคิด สังเคราะห์ข้อมูลหรือสรุปได้ดี
เกณฑ์การให้คะแนนด้านการใช้ภาษาอังกฤษ
BandA หมายถึง การใช้ภาษาอังกฤษได้ดี โดยดูจากการอ่านได้ลื่นไหล, โครงสร้างประโยคดี, เลือกใช้ศัพท์ดี,
ไวยากรณ์ใช้ถูกต้องและเหมาะสม, การสะกดคำและเครื่องหมายวรรคตอนดี, มีข้อผิดพลาดน้ อย
BandC หมายถึง การใช้ภาษาอังกฤษได้พอใช้ อาจมีจุดอ่อนด้านประสิทธิภาพการใช้ภาษาอังกฤษ โดยดูจาก
อ่านได้พอลื่นไหล ไม่อ่านยาก, มีการใช้โครงสร้างประโยคง่ายๆ, ใช้ศัพท์ระดับกลาง ไม่ง่ายเกินไป, ใช้ไวยากรณ์
ได้เหมาะสม, สะกดคำและใช้เครื่องหมายวรรคตอนได้พอใช้, มีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง
BandE หมายถึง การใช้ภาษาอังกฤษค่อนข้างอ่อน โดยดูจาก การทำให้ต้องอ่านหลายรอบถึงจะเข้าใจ, มีจุด
บกพร่องในประโยคหรือย่อหน้ า, มีการใช้ศัพท์ง่ายๆบ่อย, ใช้ไวยากรณ์ผิด, มีจุดบกพร่องด้านการสะกดคำและ
เครื่องหมายวรรคตอน รวมไปถึงจุดบกพร่องที่เห็นได้ใช้
“เกณฑ์การให้คะแนน จะแบ่งเป็น A, B, C, D, E ”
หากกรรมการ 2 คน ให้คะแนน AA = A, AC=B, CC=C, CE=D, EE=E
โดยส่วนใหญ่คะแนนด้านเนื้ อหา เต็ม 5.0 จะได้ 3.0, 3.5, 2.5, 2.0 และ 4.0 และภาษาอังกฤษจะได้ A, B, C, D, E
ตามลำดับ
SAT หน้ า 32
SAT มี 2 วิชาคือ Reading and writing และ Math คะแนนเต็มแต่ละวาอยู่ที่ 800 สองวิชารวมกัน 1600
คะแนน คะแนนต่ำสุดของแต่ละวิชาคือ 200 นั่ นหมายความว่า ไม่ว่าจะทำได้มากน้ อยแค่ไหน หรือจะไม่
ทำเลย ก็ได้คะแนน 200 มาฟรีๆ แต่สิ่งที่ต้องรู้คือระบบการเทียบคะแนน SAT จะใช้ระบบการ Equating
score ไม่ใช่การคิดคะแนนแบบอิงกลุ่ม ไม่ได้นำคะแนนไปเปรียบเทียบกับผู้เข้าสอบอื่นๆ
Equating score คือการควบคุมว่าระดับความยากง่ายของข้อสอบแต่ละครั้งนั้ น คะแนนที่ได้จะสามารถ
สะท้อนความสามารถของผู้เข้าสอบได้จริงๆ
SAT MATH คิดคะแนนยังไง?
SAT MATH คิดคะแนนไม่ยาก แค่รวมคะแนน raw score จากทั้งสองพาร์ท cal และ no cal เข้าด้วยกัน
และเทียบกับตารางคะแนนในหนั งสือ collegeboard ได้เลย อย่างไรก็ตาม จากที่ได้อธิบายไปข้างบน
คะแนนแต่ละรอบนั้ นไม่เท่ากัน แนะนำว่าให้เทียบคะแนนกับตารางคะแนนจากหลายๆ practice test
เพื่อจะได้รู้ range คะแนนที่เป็นไปได้
เช่น ได้ raw score รวม 2 พาร์ท เท่ากับ 30 เทียบจากสองตารางด้านล่าง แสดงว่า range คะแนนจะอยู่
ที่ 530-580 นั่ นเอง
SAT Reading and writing คิดคะแนนอย่างไร
1. เปลี่ยนคะแนน raw score จากพาร์ท reading และwriting เป็น test score แบบเต็ม 10-40 คะแนน
เช่น พาร์ท reading ได้ raw score = 30 เทียบเป็น test score จากตารางที่ 1 ได้ 27
พาร์ท writing ได้ raw score = 34 เทียบเป็น test score จากตารางคะแนนที่ 1 ได้ 32
2. นำ test score จากทั้งสองพาร์ทมารวมกัน แล้วนำคะแนนที่ได้ไปคูณ 10
เช่น 27+32 = 59
59 x 10 = 590
ดังนั้ น จึงได้คะแนน พาร์ท reading and writing = 590
อย่างที่ได้กล่าวไปข้างบน เนื่ องจากการคิดคะแนนของแต่ละรอบไม่เหมือนกัน จึงแนะนำให้เปรียบเทียบ
กับหลายๆ ตารางคะแนน จะได้ทราบ range คะแนนที่เป็นไปได้
หน้ า 33
ผังการสร้างข้อสอบ
(TEST BLUEPRINT)
ความถนั ดทั่วไป (GAT)
ความถนั ดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT)
วิชาสามัญ ประจำปีการศึ กษา 2564
GAT PAT หน้ า 34
GAT
ความถนั ดทั่วไป
ส่ วนที่ 1 การอ่านเชิงวิเคราะห์การเขียนเชิง
วิเคราะห์ การคิดเชิงวิเคราะห์และการแก้ปัญหา
รวม 20 ข้อ คะแนนเต็ม 150.00 คะแนน
ส่ วนที่ 2 การสื่ อสารทางภาษาอังกฤษ
1) EXPRESSIONS
2) VOCABULARY
3) READING COMPREHENSION
4) STRUCTURE AND WRITING
รวม 60 ข้อ คะแนนเต็ม 150.00 คะแนน
PAT 1
ความถนั ดทางคณิ ตศาสตร์
วัดสมรรถนะทางคณิตศาสตร์ 3 ด้าน ดังนี้
1. การเชื่อมโยงความรู้ความสามารถในการนำความรู้ทางคณิตศาสตร์มาใช้
เป็นเครื่องมือในการหาคำตอบทางคณิตศาสตร์ในเนื้ อหาต่าง ๆ หรือศาสตร์อื่น
ๆ หรือสถานการณ์ในชีวิตจริง
2. การแก้ปัญหาและการให้เหตุผลความสามารถในการท าความเข้าใจปัญหา
คิดวิเคราะห์วางแผนแก้ปัญหา และเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสม โดยคำนึ งถึง
ความสมเหตุสมผลของคำตอบพร้อมทั้งตรวจสอบความถูกต้องและสามารถให้
เหตุผลสนั บสนุนหรือโต้แย้งเพื่อนำไปสู่ ข้อสรุปที่มีข้อเท็จจริงทางคณิตศาสตร์
รองรับ
3. การสื่ อสารและการสื่ อความหมายทางคณิตศาสตร์ความสามารถในการใช้
รูป ภาษา และสั ญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่ อสาร สื่ อความหมาย สรุปผล
และนำเสนอได้อย่างถูกต้องชัดเจน
โดยข้อสอบมีขอบเขตเนื้ อหาตามสาระการเรียนรู้แกนกลางและสาระการเรียนรู้
เพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึ กษาขั้นพื้นฐาน พุทธศั กราช 2551 ประกอบด้วย
1. สาระจำนวนและพีชคณิต
2. สาระการวัดและเรขาคณิต
3. สาระสถิติและความน่ าจะเป็น
4. สาระแคลคูลัส
รวม 45 ข้อ คะแนนเต็ม 300.00 คะแนน
หน้ า 35
PAT 2
ความถนั ดทางวิทยาศาสตร์
วัดสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์3 ด้าน ดังนี้
1. การเชื่อมโยงความรู้ ความสามารถในการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาอธิบาย หรือเชื่อมโยงกับ
ข้อมูล เพื่อหาคำตอบ ข้อสรุป หรือแก้ปัญหา ในชีวิตจริง
2. การประเมินและการออกแบบกระบวนการ สื บเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ความสามารถใน
การวิเคราะห์ ประเมิน หรือเลือกใช้ข้อมูล เพื่อเสนอสมมติฐานหรือกระบวนการสำรวจตรวจสอบ
และสามารถตรวจสอบความสมเหตุสมผล หรือสามารถให้เหตุผล เพื่อให้เกิดการยอมรับในข้อสรุปที่
ได้จากกระบวนการสื บเสาะ หาความรู้
3. การสื่ อสารและการสื่ อความหมายข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ความสามารถในการประเมิน หรือเลือก
ใช้ข้อมูล เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการสื่ อสารให้เหมาะสม รวมทั้งใช้ข้อมูล จากการนำเสนอรูปแบบ
ต่าง ๆ ในการตีความหรืออธิบาย ปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์
โดยข้อสอบมีขอบเขตเนื้ อหาตามสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ .ศ . 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึ กษาขั้นพื้นฐาน พุทธศั กราช
2551 ประกอบด้วย
1. สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
2. สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ
3. สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
และสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึ กษาขั้นพื้นฐาน พุทธศั กราช 2551 ประกอบด้วย
1. สาระชีววิทยา
2. สาระเคมี
3. สาระฟิสิ กส์
4. สาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
รวม 60 ข้อ คะแนนเต็ม 300.00 คะแนน
PAT 3
ความถนั ดทางวิศวกรรม
เนื้ อหา
1) กลศาสตร์ แรง มวล และการเคลื่อนที่
2) ไฟฟ้า แม่เหล็กไฟฟ้า คลื่น แสง และเสี ยง
3) เคมี สาร และสมบัติของสาร
4) พลังงาน ความร้อน และของไหล
5) คณิตศาสตร์และสถิติประยุกต์เชิงวิศวกรรม
สมรรถนะ
1) การคิดวิเคราะห์เชิงช่างและมิติสั มพันธ์
2) ความถนั ดเชิงช่าง
3) ความคิดเชิงตรรกะเชิงช่าง
4) สามัญส านึ กเรื่องความปลอดภัยกับสิ่ งแวดล้อม
5) การแก้ปัญหา
6) ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รวม 70 ข้อ คะแนนเต็ม 300.00 คะแนน
หน้ า 36
PAT 4
ความถนั ดทาง
สถาปัตยกรรมศาสตร์
เนื้ อหา
1) ความรู้ทั่วไปด้านศิ ลปะ สถาปัตยกรรม และการออกแบบ
2) ฟิสิ กส์ และคณิตศาสตร์พื้นฐาน
สมรรถนะ
1) การรับรู้รูป 2 มิติและรูปทรง 3 มิติ
และการจัดองค์ประกอบ
2) การวิเคราะห์เชิงตรรกะ
3) ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ
4) ทักษะการวาดภาพ
รวม 34 ข้อ คะแนนเต็ม 300.00 คะแนน
PAT 5
ความถนั ดทางวิชาชีพครู
เนื้ อหา
1) ความรู้ทั่วไปในบริบทของความเป็นครู
2) สถานการณ์หรือปัญหาทั่วไป รวมทั้งเชิงนามธรรม
สมรรถนะ
1) สมรรถนะ และคุณสมบัติของความเป็นครู
2) สมรรถนะทางการคิดเพื่อการเรียนรู้
รวม 120 ข้อ คะแนนเต็ม 300.00 คะแนน
PAT 6
ความถนั ดทางศิ ลปกรรม
เนื้ อหา
1) ความรู้ทั่วไปทางศิ ลปกรรมศาสตร์
2) ความรู้ทางทัศนศิ ลป์ และออกแบบ
3) ดนตรีไทย ดนตรีสากล
4) นาฏศิ ลป์/การแสดง
5) บูรณาการความรู้ด้านทัศนศิ ลป์ ดนตรี และนาฏศิ ลป์/ศิ ลปะการแสดง
สมรรถนะ
1) ศั กยภาพการรับรู้ รูป 2 มิติ และรูปทรง 3 มิติ และการจัดองค์ประกอบศิ ลป์
2) การคิดสร้างสรรค์ – จินตนาการ
3) การรับรู้ภาพด้วยสายตา เพื่อการจำลองภาพสิ่ งที่เราเห็นในสิ่ งแวดล้อม
และนำมาสร้างแรงบันดาลใจ และงานสร้างสรรค์
4) พื้นฐานความรู้การวาดภาพ และองค์ประกอบศิ ลป์
5) พื้นฐานความรู้ทางด้านเครื่องดนตรี
6) บูรณาการความรู้ด้านทัศนศิ ลป์ ดนตรี และนาฏศิ ลป์/ศิ ลปะการแสดง
รวม 100 ข้อ คะแนนเต็ม 300.00 คะแนน
หน้ า 37 PAT 7
ความถนั ดทางภาษาต่างประเทศ
PAT 7.1 PAT 7.2
เนื้ อหา ภาษาฝรั่งเศส เนื้ อหา ภาษาเยอรมัน
1) คำศั พท์พื้นฐาน (LEXIQUE) คำศั พท์ สำนวน และโครงสร้างภาษา
2) ไวยากรณ์และโครงสร้าง (GRAMMAIRE) เยอรมัน(WORTSCHATZ UND STRUKTUREN)
3) สำนวน (EXPRESSION) สมรรถนะ
1) การใช้คำศั พท์และสำนวนภาษาเยอรมันใน
4) วัฒนธรรมฝรั่งเศส (CULTURE) สถานการณ์ในชีวิตประจำวัน (AUSDRÜCKE UND
WENDUNGEN IN ALLTAGSSITUATIONEN)
5) การออกเสี ยง (PRONONCIATION) 2) การอ่านจับใจความ การสรุปความ การขยาย
ความและการตีความ (LESEN: LÜCKEN- UND
สมรรถนะ LESETEXTE)
1) ความสามารถในการอ่าน รวม 100 ข้อ คะแนนเต็ม 300.00 คะแนน
2) ความสามรถในการเขียน
3) ความสามารถในการสื่ อสาร
รวม 100 ข้อ คะแนนเต็ม 300.00 คะแนน
PAT 7.3 PAT 7.4
ภาษาญี่ปุ่น
ภาษาจีน
เนื้ อหา
1) คำศั พท์ขั้นพื้นฐาน เนื้ อหา 2) ไวยากรณ์และโครงสร้าง
2) คันจิขั้นพื้นฐาน 1) คำศั พท์และสำนวน 4) ความรู้ทั่วไป
3) ไวยากรณ์ขั้นพื้นฐาน 3) สั ทอักษร 6) การเขียน
4) ญี่ปุ่นศึ กษา 5) อักษรจีน 8) สนทนา
7) การอ่าน
สมรรถนะ
1) ความสามารถในการสื่ อสาร สมรรถนะ
2) ความสามารถในการเขียน 1) ความสามารถในการสื่ อสาร
3) ความสามารถในการอ่าน 2) ความสามารถในการอ่าน
รวม 100 ข้อ คะแนนเต็ม 300.00 คะแนน 3) ความสามารถในการเขียน
รวม 100 ข้อ คะแนนเต็ม 300.00 คะแนน
PAT 7.5 PAT 7.6
ภาษาอาหรับ
เนื้ อหา ภาษาบาลี
เนื้ อหา
1) ไวยากรณ์ 1) คำศั พท์พื้นฐาน
2) วัฒนธรรมการใช้ภาษาอาหรับ-ไทย
3) คำศั พท์ 2) ไวยากรณ์และโครงสร้าง
4) ความเข้าใจภาษา
3) ความเข้าใจภาษา
สมรรถนะ
ความสามารถในการอ่าน สมรรถนะ
รวม 100 ข้อ คะแนนเต็ม 300.00 คะแนน 1) ความสามารถในการอ่านเขียน
2) ความสามารถในการแปลความ
3) ความสามารถในการวิเคราะห์สั งเคราะห์
และตีความ
รวม 100 ข้อ คะแนนเต็ม 300.00 คะแนน
PAT 7.7
เนื้ อหา ภาษาเกาหลี
1) ไวยากรณ์
2) คำศั พท์
3) สั งคมและวัฒนธรรม
สมรรถนะ
1) ความสามารถในการสื่ อสาร
2) ความสามารถในการอ่าน
รวม 100 ข้อ คะแนนเต็ม 300.00 คะแนน
หน้ า 38
วิชาสามัญ
ภาษาไทย
1. การอ่าน
1.1 การอ่านเพื่อเข้าใจเนื้ อหา
1.2 การจับใจความ / การสรุปสาระส าคัญของข้อความ
1.3 การตีความ
1.4 การวิเคราะห์จุดประสงค์ / เจตนาของผู้เขียน
1.5 การวิเคราะห์ข้อคิด / แนวคิดที่ได้จากการอ่าน
1.6 การอนุมานจากเนื้ อหาของข้อความที่อ่าน
1.7 ท่าที / น้ำเสี ยง / อารมณ์ความรู้สึ ก / ความคิดเห็นของผู้เขียน
2. การเขียน
2.1 การเรียงลำดับข้อความ
2.2 การเรียงความ
2.3 การพรรณนา / บรรยาย / อธิบาย
2.4 การใช้เหตุผล
2.5 การแสดงทรรศนะ
2.6 การโต้แย้ง
2.7 การโน้ มน้ าว
3. การพูด การฟัง
3.1 การวิเคราะห์จุดประสงค์ในการพูด
3.2 การใช้ข้อความถาม และตอบที่สั มพันธ์กัน
3.3 การตีความ / อนุมาน / วิเคราะห์สาร / บุคลิกของผู้พูดหรือผู้ฟัง
4. หลักการใช้ภาษา
4.1 การสะกดคำ
4.2 การใช้คำตรงความหมาย
4.3 ประโยคกำกวม / ประโยคบกพร่อง
4.4 ประโยคสมบูรณ์
4.5 ระดับภาษา
4.6 การใช้สำนวนถูกต้องตามความหมาย
4.7 ชนิ ดของประโยคตามเจตนา
4.8 คำที่มีความหมายตรง / อุปมา
4.9 คำทับศั พท์ภาษาอังกฤษ
4.10 ราชาศั พท์
รวม 50 ข้อ คะแนนเต็ม 100.00 คะแนน
หน้ า 39
สั งคมศึ กษา
1. ศาสนา ศี ลธรรม จริยธรรม
1.1 ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนา ศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่นและปฏิบัติ ตาม
หลักธรรมเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสั นติสุข
1.2 การปฏิบัติตนเป็นศาสนิ กชนที่ดี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนา หรือ ศาสนาที่ตนนั บถือ
2. หน้ าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนิ นชีวิตในสั งคม
2.1 หน้ าที่ของการเป็นพลเมืองที่ดี มีค่านิ ยมที่ดีงาม การธำรงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย การดำรง
ชีวิตอยู่ร่วมกันในสั งคมไทยและสั งคมโลกอย่างสั นติสุข
2.2 การเมืองการปกครองในสั งคมปัจจุบัน การยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
3. เศรษฐศาสตร์
3.1 บริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภคใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิ ทธิภาพและ
คุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ
3.2 สถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสั มพันธ์ทางเศรษฐกิจและความจำเป็นของการร่วมมือกันทาง
เศรษฐกิจในสั งคมโลก
4. ประวัติศาสตร์
4.1 เวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ หลักฐานและวิธีการทางประวัติศาสตร์ วิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ
4.2 พัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสั มพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของ
เหตุการณ์ในทวีปเอเซีย ยุโรป แอฟริกา และอเมริกา
4.3 ชาติไทย การเมืองเศรษฐกิจ สั งคมวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ และความ
เป็นไทย
5. ภูมิศาสตร์
5.1 โลกทางกายภาพ และความสั มพันธ์ของสรรพสิ่ งซึ่งมีผลต่อกัน ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ใน
การค้นหาวิเคราะห์สรุปข้อมูลตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนใช้ภูมิสารสนเทศอย่างมีประสิ ทธิภาพ
5.2 ปฏิสั มพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์วิถีการดำเนิ นชีวิต มี
จิตสำนึ กและมีส่ วนร่วมในการจัดการทรัพยากรสิ่ งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
รวม 50 ข้อ คะแนนเต็ม 100.00 คะแนน
ภาษาอังกฤษ
1. LISTENING -SPEAKING SKILLS
1.1 SITUATION DIALOGUES
2. READING SKILLS
2.1 GRAPH/CHART/DIAGRAM/TABLE
2.2 DIFFERENT TYPES OF TEXTS
3. WRITING SKILLS
3.1 PARAGRAPH COMPLETION
3.2 PARAGRAPH ORGANIZATION
รวม 80 ข้อ คะแนนเต็ม 100.00 คะแนน
คณิ ตศาสตร์1 หน้ า 40
วัดเนื้ อหาตามสาระการเรียนรู้แกนกลางและสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึ กษาขั้นพื้นฐาน พุทธศั กราช 2551 ประกอบด้วย
1. สาระจำนวนและพีชคณิต
เซต
ตรรกศาสตร์
จำนวนจริงและพหุนาม
ฟังก์ชัน
ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล
ฟังก์ชันลอการิทึม
ฟังก์ชันตรีโกณมิติ
จำนวนเชิงซ้อน
เมทริกซ์
ลำดับและอนุกรม
2. สาระการวัดและเรขาคณิต
เรขาคณิ ตวิเคราะห์
เวกเตอร์ในสามมิติ
3. สาระสถิติและความน่ าจะเป็น
สถิติ
การแจกแจงความน่ าจะเป็นเบื้องต้น
หลักการนั บเบื้องต้น
ความน่ าจะเป็น
4. สาระแคลคูลัส
แคลคูลัส
รวม 30 ข้อ คะแนนเต็ม 100.00 คะแนน
ฟิสิ กส์
สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ และสาระฟิสิ กส์ ประกอบด้วย
1. ธรรมชาติและพัฒนาการทางฟิสิ กส์
2. การเคลื่อนที่แนวตรง
3. แรงและกฎการเคลื่อนที่
4. สมดุลกลของวัตถุ
5. งานและกฎการอนุรักษ์พลังงานกล
6. โมเมนตัมและการชน
7. การเคลื่อนที่แนวโค้ง
8. การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิ กส์ อย่างง่าย
9. คลื่น
10. เสี ยง
11. แสง
12. ไฟฟ้าสถิต
13. ไฟฟ้ากระแส
14. แม่เหล็กและไฟฟ้า
15. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
16. ความร้อนและแก๊ส
17. ของแข็งและของไหล
18. ฟิสิ กส์ อะตอม
19. ฟิสิ กส์ นิ วเคลียร์และฟิสิ กส์ อนุภาค
รวม 30 ข้อ คะแนนเต็ม 100.00 คะแนน
หน้ า 41
เคมี
สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ และสาระเคมี ประกอบด้วย
1. อะตอมและสมบัติของธาตุ
2. พันธะเคมี
3. โมล สารละลาย และปริมาณสั มพันธ์
4. แก๊ส
5. อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
6. สมดุลเคมี
7. กรด – เบส
8. ไฟฟ้าเคมี
9. เคมีอินทรีย์
10. พอลิเมอร์
11. ความปลอดภัยและทักษะในปฏิบัติการเคมี
รวม 45 ข้อ คะแนนเต็ม 100.00 คะแนน
ชีววิทยา
สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และสาระชีววิทยา ประกอบด้วย
1. การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิ เวศ
2. การหมุนเวียนสารในระบบนิ เวศ
3. ความหลากหลายของไบโอมในเขตภูมิศาสตร์ต่าง ๆ ของโลก
4. การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่ งมีชีวิตในระบบนิ เวศ
5. ประชากร
6. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อม
7. โครงสร้างและหน้ าที่ของเซลล์
8. การล าเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์
9. การหายใจระดับเซลล์
10. การแบ่งเซลล์
11. ระบบภูมิคุ้มกัน
12. ระบบย่อยอาหาร
13. ระบบหมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง
14. ระบบขับถ่าย
15. ระบบหายใจ
16. ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึ ก
17. ระบบสื บพันธุ์และการเจริญเติบโต
18. ระบบต่อมไร้ท่อ
19. การเคลื่อนที่
20. พฤติกรรมของสั ตว์
21. เนื้ อเยื่อและโครงสร้างภายในของพืช
22. การแลกเปลี่ยนแก๊ส การคายน้ำของพืช และการล าเลียงของพืช
23. การสั งเคราะห์ด้วยแสงและสารอินทรีย์ในพืช
24. การสื บพันธุ์ของพืชดอก
25. การควบคุมการเจริญเติบโตและการตอบสนองของพืช
26. สมบัติและหน้ าที่สารพันธุกรรม
27. ความสั มพันธ์ระหว่างยีน การสั งเคราะห์โปรตีน และลักษณะทางพันธุกรรม
28. การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
29. การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม
30. เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ
31. การศึ กษาและแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการ
32. พันธุศาสตร์ประชากร
33. ความหลากหลายทางชีวภาพ
34. อนุกรมวิธาน
รวม 50 ข้อ คะแนนเต็ม 100 คะแนน
ว า ง แ ผ น ก า ร ส อ บ ดี
ว า ง แ ผ น ส อ บ ติ ด
ฉบับ DEK65
มี ชั ย ส อ บ ติ ด ไ ป ก ว่ า ค รึ่ ง
หน้ า 43
How to make planner
แพลนเนอร์การเตรียมตัวสอบ
แพลนเนอร์คืออะไร
ตัวอย่างแพลนเนอร์ของสถาบันต่าง ๆ หน้ า 44
วางแผนสอบติด ฉบับ DEK65
หน้ า 45 ตัวอย่างแพลนเนอร์ของสถาบันต่าง ๆ
วางแผนสอบติด ฉบับ DEK65