3851472613 135
6. เปน็ หัวหนาทีมงาน “ไทยคิดซอฟต์แวรก์ รุป฿ ” คดิ ประดิษฐ์ เครื่องจังหวะไทย ซ่ึงเปน็
อุปกรณ์อิเลค็ ทรอนิคที่ชว ยตฉี ่ิงและตกี ลองใหกบั นกั ดนตรไี ทยไดอยา งไพเราะและสมจรงิ และไดรบั
รางวัลชมเชยสาขาปรัชญาจากสภาวจิ ัยแหง ชาตใิ นปี พ.ศ.2543
ผลงานดา้ นการเขียนหนังสือ
อาจารย์ชนก สาคริก ไดเขียนตําราสําหรับฝึกเรียนดนตรีไทย บทความ และหนังสือเผยแพร
ธรรมะไวหลายเลมดงั น้ี
1. คัมภรี ์ฝกึ ตีขิมฉบับรวมเลม
2. คมั ภีร์ฝกึ ดีดพิณจีน
3. คูมือสีซอดว ง
4. คูมือสีซออู
5. วธิ ีฝกึ ดดี พิณพมา
6. คมู ือการใชโ ปรแกรมพณิ ผีเสอ้ื
7. หนงั สืออุปมาอปุ ไมยในธรรมะ
8. โนตเด่ียวขมิ เพลงลาวแพน
9. หนังสอื ทฤษฎีภายในดนตรไี ทย ใชป ระกอบกบั แผนดวี ีดี
10. คมั ภรี ์ชุดเทพวายุ
11. คมั ภรี ์ชดุ 8 เทพอสูรมงั กรฟูา
12. คมั ภีรช์ ุดเทพวานร
13. คัมภรี ์ชดุ เทพนางแอนทอง
14. คมั ภรี ์ชดุ เทพกะเรยี นเหนิ หาว
15. คัมภีรช์ ดุ เทพทะนง
ผลงานดา้ นการบันทกึ เสยี งเพลงไทย
อาจารยช์ นก สาคริก เป็นผูค วบคมุ ฝึกซอ มนักดนตรีวงภุมรินซึ่งเป็นวงดนตรีท่ีนําเคร่ืองดนตรี
ตา งชาตหิ ลากหลายชนิดมาบรรเลงเพลงไทย
3851472613 136
ภาคผนวก จ.
บทสัมภาษณค์ รูชนก สาคริก
เรือ่ ง ทศั นมิตแิ ละกระบวนการถายทอดดนตรไี ทย
3851472613 137
บทสัมภาษณ์ครูชนก สาครกิ
เร่อื ง ทัศนมติ แิ ละกระบวนการถา่ ยทอดดนตรไี ทย
ผูสมั ภาษณ์ นางสาวปพิชญา เสยี งประเสรฐิ
สัมภาษณ์วนั ท่ี 14 กรกฎาคม 2555
ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู ทว่ั ไปและประวตั สิ ่วนตวั
ผสู มั ภาษณ:์ ในการสอนดนตรีไทย สภาพพื้นฐานครอบครัวของครูมีลักษณะเป็นอยางไร มี
บทบาทในการสงเสรมิ ดนตรไี ทยอยางไร
อ.ชนก สาครกิ : มีบทบาทเหมือนกันเพราะวาคุณแมเป็นลูกสาวคนที่ 2 ของหลวงประดิษฐไพเราะฯ
คุณพอก็เป็นนักอานขาราชการในรัชกาลท่ี 6 แลวทั้งสองคนก็ชอบดนตรีไทยทั้งคู
เรา กเ็ กิดในตระกูลนักดนตรีไทยทกุ ๆ เย็นเวลาสมัยเรยี นหนงั สอื ตั้งแตช้ันประถมหรือ
อนบุ าล เรากไ็ ดไ ปทีเ่ ป็นบาร์ ไปอยูในสถานทีซ่ ่งึ มกี ารเลนดนตรีเสมอ แตตอนน้ันเรา
เพยี งแตยงั ไมไดสนใจ แตการท่ีไดยินไดฟังอยูเสมอ ไดไปว่ิงเลนในบรรยากาศอันนั้น
ก็เป็นการโนมนําซ่ึงเกิดจากครอบครัว สงเสริมใหเป็นอยางนั้น เราก็คงไดยินไดฟัง
เวลาที่เราไดเลนอยูดวย เพราะฉะนั้นเวลาที่เราเร่ิมเลนดนตรีก็คงจะไดงายข้ึน
เหมอื นเราปดิ เพลงใหเด็กฟงั อยางหลานชาย พี่ชายเขาเปิดเพลงไทยใหฟังทุกๆ ครั้ง
ที่ไปโรงเรียน โตข้ึนเขาก็ช่ืนชอบดนตรี แตเวลาเราเปิดเพลงอยางอ่ืน เขาก็ช่ืนชอบ
นะ ครูวาการที่ครอบครัวจะปฏิบัติอยางไรก็มีผลตอความรูสึกนึกคิดหรือความช่ืน
ชอบของเด็กดวยเหมือนกัน อยางผมเองก็เกิดมาในตระกูลนักดนตรีไทย ถึงจะยัง
ไมไ ดเ รียนดนตรใี นสมัยเด็ก แตกไ็ ดย ินไดฟ งั ดนตรไี ทย ไดเหน็ ความภาคภูมิใจของคน
ท่ีมาเลนดนตรีไทย ความสุขท่ีเขามี รวมท้ังไดรวมพิธีไหวครูทุกปี ส่ิงตางๆเหลานี้ก็
ทําใหเกิดจิตสํานึกในบางอยางเม่ือโตขึ้น แลวก็ไมปฏิเสธส่ิงเหลานี้ และเห็น
ความสําคัญสิ่งเหลา นี้
ผสู ัมภาษณ:์ ส่งิ ท่ีครไู ดร บั การปลูกฝังมากท่ีสุดในครอบครัวของครู คอื อะไร
อ.ชนก สาครกิ : คณุ พอจะเนน เรอื่ งความเป็นสภุ าพบุรุษ ความถือสจั จะ ความเป็นคนดขี องสังคม
ความมีระเบียบวินัย เพราะทานเป็นมหาดเล็กหลวง ทานอยูกับรัชกาลท่ี 6
บรรดาศักด์ิทาน คือ พระมหาเทพกษัตรสมุห ก็คือเป็นองครักษ์ใกลชิดในหลวง
รัชกาลที่ 6 น่ันเอง ทานก็จะเนนในส่ิงเหลานั้น สวนคุณแมน้ันก็จะเนนในความเป็น
นักดนตรี ในความท่ีเราจะเลนดนตรี เพาะฉะน้ันในสวนของบุคลิกที่เรามีจิตสํานึก
หรือเรามีความเป็นคนดี คิดวาเกิดมาตองทําประโยชน์บางอยาง แทนท่ีจะปลอย
เวลาใหล วงไปเฉยๆ หรือเอาแตเร่ืองของตน มนั ก็เป็นผลที่บมมา จากผปู กครองและ
ครอบครวั อีกเหมือนกนั คิดวา มสี วนสําคญั
ผูสมั ภาษณ:์ ครเู ร่มิ เลนดนตรตี ้ังแตเ มือ่ ไร
อ.ชนก สาครกิ : เลนดนตรีจรงิ ๆก็อยู...สมยั โนน อยู ม.7 เด๋ียวนกี้ ็คือ ม.5 มศ.5 อยโู รงเรียนเตรียมฯ
3851472613 138
โรงเรียนเตรียมฯตอนน้นั มนั จะมี สองปี ม. 7 กบั ม. 8 กอนจะเขามหาวิทยาลัย ม. 7
มีงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนท่ีบริเวณโรงเรียนเตรียมฯ หรือโรงเรียนสาธิตปทุมวัน
ในปัจจุบัน ในงานนี้ก็จะมี 7 วัน 7 คืน ก็จะมีกิจกรรมออกราน มีการแสดง มีการ
ประกวดดนตรีไทยดวย เราก็ไปชวยโรงเรียนออกรานอาหาร แตวาตอนที่เรากลับ
บาน เราตองไปรอกลับพรอมกับคุณแม ซ่ึงทานเป็นกรรมการตัดสินการประกวด
ดนตรไี ทย ทุกคนื ดนตรไี ทยกจ็ ะเลิกหลงั สดุ เพราะใชเวลามาก ทีน้ใี นคืนสุดทาย เราก็
ไดย ินไดฟ งั การประกวดดนตรีอยางใกลชิด รวมท้ังวาบรรยากาศสมัยกอนท่ีมันเงียบ
สงบ เราก็เกิดประทับใจในดนตรีไทยข้ึน ตอนน้ันอายุประมาณสัก 17 หรือ 16 เนี่ย
แหละ กป็ ระทับใจในเสียงขิม เพราะเด็กท่ีเขาประกวดมาจากโรงเรียน ทาแซะ จาก
ภาคใต เป็นวงที่ชนะเลิศ มีแตเด็กที่ตัวเล็กๆ ท้ังวง แตวามีตีขิมไพเราะ เพลงลาวคํา
หอมนีแ่ หละ แลวก็วันนั้นทีเ่ ขารอ ง พระจนั ทร์ก็ทรงกลดจริงๆ ทรงกลดสวยสดโสภา
แหงนขนึ้ ไปบนฟูาเห็นดาวสวา ง สมัยกอนกรุงเทพฯ ไมไดมี Pollution เหมือนอยาง
วันน้ี บรรยากาศวนั นนั้ กท็ ําใหเราเกิดสนใจดนตรีไทยเป็นคร้ังแรก ซึ่งยังไมเคยสนใจ
ดนตรีไทยมากอน เพราะเราเกิดมาในยุคเพลงร็อค ถึงจะเกิดในตระกูลนักดนตรี แต
วาเราก็เป็นวัยรุน เราก็ไปตามท่ีวัยรุนเขาชอบ อันน่ีก็เป็นจิตสํานึกอันหนึ่งที่มัน
คลายๆ กับวา เคยเห็นความงดงามของวงดนตรีไทยในครั้งน้ัน เม่ือตอนอายุ 17 หรือ
ม.7 และหลังจากน้ันคุณแมก็ไปซื้อขิมมาใหฝึก พอซื้อมาเราก็เลยตองเหมือนตก
กระไดพลอยโจน เราก็ตองฝึก ทานก็สอนเพราะวาตามกติกาของบานเรา คือ ถา
ลูกหลานยังไมอยากจะเรียนก็ไมบังคับ คุณตาทานใหคอนเซปต์ไวอยางน้ันวา ถา
อยากเรยี นเมือ่ ไรกส็ อน พอเราเรม่ิ อยากเรียนคณุ แมก็เรมิ่ สอน ดีใจ...ก็ไปซ้ือขิมมาให
ตี ทีน้ีพอตีไปไดสักพักหน่ึง ประมาณปีนึงเราก็ทําทาจะเลิก ไมไดจะตออะไร ทั้งๆท่ี
เป็นดนตรีอยูบางแลว คุณแมกับคุณหญิงชิ้น ซ่ึงเป็นคุณปูา ก็พาไปสอน เอาไปชวย
สอนตามโรงเรียนตางๆหลายโรงเรียน ก็เลยไปสอน พอไปชวยสอนแลวก็เลย...
ปัจจุบันนี้ก็ยังสอนอยูยังหยุดไมได ก็เป็นการช้ีนําหรือเป็นการช้ีแนะจากผูปกครอง
เชนกัน พอเราไปสอนเขา เราก็ไดความรู ไมลืม แลวก็ในเวลาเดียวกันก็มีความ
ภาคภูมิใจ มีจิตสํานึกวาคุณตาของเราทานเป็นผูที่มีความรูมากมายทางดนตรี แลว
พอถึงช้ันหลานก็จะหายไปหมดอยางนั้นหรือ มันจะไมสืบตอเชียวหรือ จิตสํานึกที่
มันถูกปลูกฝังมาตั้งแตเด็ก มันก็เกิดผุดข้ึนมา จะเกิดมาท้ังทีในตระกูลนักดนตรี
ทําไมจะไมส บื ตอ หรือเราจะไมท ําประโยชน์ใหกับคนอื่น ซ่ึงไอตัวน้ีมันจะไมใชโผลมา
งายๆ มันตอ งสรา งมาตงั้ แตเ ดก็ กอนบางคนไมมีตรงนี้ มันก็ไมมี ไมสนใจ เอาแตเร่ือง
ของตัวไป กค็ ดิ วากม็ ีผลสืบเนือ่ งมาอยางน้ี
ผสู มั ภาษณ:์ คุณครูไดเรียนดนตรีกับใคร
อ.ชนก สาครกิ : คุณแมเป็นคนแรก คุณหญิงช้ินเป็นคนที่สอง ก็มีสองทานน้ี เพราะวาตอนท่ีเราไป
ชว ยทา นสอนตามโรงเรียนตางๆ เชน โรงเรยี นราชินบี น โรงเรียนศรีอยุธยา โรงเรียน
บวรนิเวศ ตางๆ เหลานี้ก็ติดตามทานไปสอน เราก็ตองจดโนตใหเด็กบาง เทียบ
3851472613 139
เสียงดนตรีใหเด็กบา ง กต็ องเรียนเพลงไปดวย เรียนเพลงท่ีเราไมเคยรู เพื่อจะเอาไป
สอน เรียนท้ังรองเพลง เรียนท้ังหนาทับ ก็คือ เรียนไปจนครบ และเม่ือถึงระยะหน่ึง
ทานอายมุ ากแลว ทง้ั คณุ แม คุณปาู ทา นกเ็ ลยบอกวา “เอา ! ก็สอนไปละกัน” ทานก็
เหนด็ เหนื่อยแลว ทานสอนมาชวั่ ชีวิต เรากต็ องรับภาระไป พอตั้งมูลนิธิขึ้น เราก็เลย
เปน็ ผูที่ทาํ งานดานน้ีโดยปรยิ าย เพราะวาพน่ี องคนอ่นื แมวาเขาจะเป็นดนตรี แตเขา
ก็ไมไดอยูในสถานภาพที่สะดวก เพราะยังมีครอบครัว แลวก็ตองอยูไกลบาง
อะไรบาง ฉะน้ันมันก็ไมสะดวก เขาก็จะไปชวยเรื่องอ่ืน สวนเราก็เป็นตัวปฏิบัติการ
เรยี นการสอนโดยตรง ดวยความรสู ึกของจติ สํานึกสวนหน่ึง แลวก็มีความรูสึกวาเพื่อ
ไมใหเ ราลืมวิชา เพราะวาการดนตรีสมัยกอนคาดโทษไววาถาลืม ถือวาเป็นคนจับจด
คนใชไมไ ด จะไมมีความเจริญในชีวิต ก็มีความกลัวกันในสมัยกอน แตเดี๋ยวนี้รูสึกไม
คอ ยกลัว ทิง้ สัจจะเอาไปงายๆ ลืมกันงายๆ อันน้ีก็ปลูกฝังตั้งแตเด็กเหมือนกันอีกนั่น
แหละ
ผูสัมภาษณ:์ ตอนเรียนกบั ครบู รรเลง ครไู ดร บั การเรยี นพ้นื ฐานและปลกู ฝงั ดา นใดบาง
อ.ชนก สาคริก: หลายอยางเหมือนกัน ถาเป็นขิมคุณแมสอนคอนขางลึก ตั้งแตจับไม วิธีตี ซ่ึงทานก็
ไดถายทอดมาจากทานตาหรอื คณุ พอของทาน ซ่ึงวิธีตางๆ ผมก็รวบรวมไวถึง 25 วิธี
แลว ผมแยกแยะออกมา แตวาวิธีด้ังเดิมมีประมาณ 6-7 วิธี เป็นอยางมาก เมื่อเร่ิม
สอน เมื่ออายุ 18 จนถึงตอนนี้ท่ีใหสัมภาษณ์ ก็ 66 แลว สอนมาโดยตลอด แลวก็
คนความาโดยตลอด คือผมมีความรูสึกวา เราคงจะไมสามารถจดจําแตสิ่งท่ีเคยมี
เทาน้ันถึงจะพอ เพราะถาเป็นเชนนั้นเราก็จะอยูในระดับหน่ึง ซึ่งอันน้ีก็เป็นเรื่องที่
คุณหญิงช้ินเลาบอกวา ทานหลวงวิจิตรไพเราะบอกวาดนตรีนั้นไมมีพรมแดน
เหมือนเราจะไปลอมร้วั บาน ทานหมายถึงวาถามีรั้วบานเราก็เดินไดแตภายในอาณา
เขตบา นของเรา ถาไมม รี ั้วบา นก็ไปไดไกลแสนไกล เดินไปไหนก็ได ทานหมายความ
วาอยาไปตีกรอบความคิดของเราในเร่ืองดนตรี ขอใหเป็นดนตรี ขอใหเรียนรูได
เทา น้ัน แตเนน ดนตรไี ทยเป็นหลัก เพราะวา เราเชอ่ื วา วัฒนธรรมของเรางดงามไมแพ
ชาตไิ หน เพราะฉะนั้นดแู นวปฏบิ ตั ิทา นกไ็ ดวา หลวงประดิษฐไพเราะฯ ทานไมไดยึด
ติดในแบบเกา ตอนท่ีทานริเริ่มอะไรใหมๆ ในวงการดนตรีก็มีใหเห็น อยางในเร่ือง
โหมโรงกม็ ีใหเห็น ทานกเ็ ริ่มขนึ้ มาจากที่ไมเ คยทํามากอ น เพราะทานไมไดคิดที่จะอยู
ในกรอบอยางเดียว ปัจจุบันส่ิงที่ทานคิดหลายอยาง ก็มาเป็นมาตรฐานแลว แลว
แนวคิดที่ทานไปเอาอังกะลุงมาเลนบาง เอาปี่พาทย์มอญมาเลนบาง ตางๆ เหลาน้ี
รวมท้ังเพลงท่ีทานแตงเลียนสําเนียงของชาวตางๆ ไมวาจะเป็นเขมร ไมวาจะเป็น
อินโดนีเซีย ไมวาจะเป็นมอญ ก็แสดงวาทานไมไดยึดติดในแบบเดียวเทานั้น
แมกระท่ังเคร่ืองดนตรีหรือแมกระท่ังเพลง เราก็เห็นดีดวย ไมใชเห็นดีดวยเพียง
เพราะวาเป็นบรรพบุรุษ แตเห็นดีดวยในหลักการ เห็นดีดวยในคอนเซปต์ เราก็ทํา
เชนนั้น เพราะฉะน้ันผมก็จะพัฒนาหลายอยาง ในสวนอนุรักษ์ก็ตองทํา ในสวน
พัฒนาก็ทําตั้งหลายอยาง เชน การใชเทคโนโลยีใหมๆ เชน คอมพิวเตอร์ หรืออะไร
3851472613 140
หลายๆอยางในการสอนดนตรีการประยุกต์นําเคร่ืองดนตรีอื่นๆ มาเลนเพลงไทย มี
หลายกิจกรรมที่ทํา ปัจจุบันมีอินเทอร์เน็ต เราก็เอาความเป็นดนตรีไทยใสไวใน
อนิ เตอร์เน็ท ทงั้ หลายทงั้ มวลเหลา น้คี อื เพื่อจรรโลงดนตรีไทยใหแพรหลายท้ังส้ิน แต
ไมเ ลือกวธิ ี ซึง่ อันนก้ี เ็ ปน็ แนวคดิ ทมี่ นั กท็ ําตามที่ทา นส่ังเสียไวนั่นแหละ
ผสู มั ภาษณ:์ นอกจากทางดานดนตรแี ลว ครมู ีความถนัดในดา นอ่ืนไหมคะ
อ.ชนก สาคริก: ดนตร.ี ..ก็คนเรากม็ ีความถนัดหลายอยา ง
ผูสมั ภาษณ:์ ชืน่ ชอบอะไรเป็นพเิ ศษ
อ.ชนก สาคริก: ครกู ็ชืน่ ชอบธรรมะ ศึกษาธรรมะเป็นสวนตัว ดวยมีประสบการณ์หลายอยางท่ีเราได
รอดปากเหย่ียวปากกา ตองเรียกวาอยางน้ัน หรือไดความสุขความเจริญมาจาก
ธรรมะน่ีแหละ เป็นสวนหนึ่งในชีวิต ก็คิดวาเขาคงใหเรามีสุขภาพดีหรือมีชีวิตปกติ
สุข เพ่ือทําประโยชน์ ไมใชอยูอยางไรประโยชน์ อีกสวนหนึ่งก็คือ ชอบหาความรู
ตางๆท่ีเราไมรูทุกเร่ือง แตวาก็ลวนจะเป็นเร่ืองของความเทคโนโลยีบาง เรื่องของ
ความแปลกประหลาดใหมๆ อันน้ีก็สนใจ ก็ดูไดจากสื่อ เดี๋ยวนี้มันมีทั้งวีดีโอ ท้ัง
อินเทอร์เน็ต กม็ ีใหด เู ยอะแยะ แลวก็ชอบทํากับขาว ชอบเตน หรือสมัยกอนก็เตนรํา
เราก็ทําไดดีทุกเร่ือง แตวาตอนหลังๆ นี้ เราก็ทําอยูเร่ืองเดียว คือ สอนดนตรีเป็น
หลกั กับเขยี นหนงั สอื ธรรมะ
ผสู มั ภาษณ:์ แสดงวาสิง่ เหลานี้นํามาชวยในการเรียนการสอนใหม นั สมบูรณข์ นึ้
อ.ชนก สาคริก: ใช เพราะวาถาจะมองวาผูท่ีจะเป็นครู โบราณบอกวาตองมีองค์ของความเป็นครู 4
ประการ คอื พรหมวิหาร 4 และตอ งเมตตา กรณุ า มุทิตา อุเบกขา ซึ่งก็เป็นสายของ
ธรรมะนั่นเอง ถาใครไมมีตัวน้ีทานก็ไมเรียกวาครู ทานก็เรียกวาผูประกอบวิชา
คณุ หญงิ ชน้ิ ทานเป็นคนเรียกครูน้ันเป็นผูทําความแจงแกศิษย์ เป็นผูที่ทําความมืดให
สวาง ทําท่ีควา่ํ ใหห งาย แบบคาํ ครุ ไมใชเพียงแตวาสอนใหมีความรูหากินได ตอง
สอนใหเป็นคนดีดวย อันน้ีคือความหมายแบบดั้งเดิมของครู แตปัจจุบันดูเหมือนวา
จะเปล่ียนไปแลว ครู คือ เพียงเป็นผูบอกวิชาเทาน้ัน เรื่องอ่ืนไมสนใจ มันก็
เปล่ยี นไปตามยคุ ตามสมยั แตผ มเหน็ วายงั ไมถ กู ตอง คือ บางทีโบราณเขาเรียกครูวา
พอ แม คนที่ 2 คือตองทําหนาท่ีในสวนท่ีพอแมชวยเราไมไดนั่นแหละ ครูก็ตองทํา
หนาท่ี บางทีก็ตองทุกข์รอนไปกับเขาดวยเวลาเขาไดรับ และก็พรหมวิหาร4 เมตตา
กรุณา มุทิตา อุเบกขา นั้นแหละ มันก็จะเป็นพันธะอยางนั้น ความมีปฏิสัมพันธ์
งดงาม เป็นจารีตที่ดี ซ่ึงนับวันมันก็จะหายไปแลว เพราะวาเด๋ียวน้ีมันก็ไมมีตัวอยาง
อยางนี้ใหเห็น ก็เป็นเพราะสังคมมันคงเปลี่ยนไป แตก็ไมรูจะทําไง แตผมก็คิดวา
สําหรับลูกศิษย์ ผมก็พยายามสอนส่ิงเหลานี้เสมอ ดวยการพูดถึง ดวยการทําใหดู
ดวยการสอนบาง แตจะไดผลแคไหน บางทีผมก็ไมทราบ แตเราก็มีความรูสึกวาเรา
ทําแลว เราไมไ ดอ ยูเฉยๆ
3851472613 141
ผสู มั ภาษณ:์ ครเู คยคิดทจ่ี ะเลกิ สอนบา งไหม
อ.ชนก สาคริก: เคยเหมอื นกนั แหละ แตวา มันคิดจะเลกิ สอนหรอื ไมเนยี่ ตงั้ ประเดน็ ไวอ ยา งเดียว
ถาไมมีคนเรียนกบั เราเม่ือไร เลิกแน แตถาตราบไดยังมีคนท่ีเขาสนใจจะเรียนกับเรา
แตคําวาสนใจน่ีคือ เขาตองสนใจเองนะ ไมใชวาเราไปโนมนํา ถาเขามาถึงเราเอง
เขาสนใจ ก็แปลวา เรายงั มภี าระอยู ก็ทํา แตเ ปน็ ภาระทมี่ ันเกดิ จากเหตุการณ์มันโนม
นํา ไมใชวาเราเป็นคนสรางใหมันเกิดขึ้น อันน้ีเป็นขอแม คือหมายความวาอยูดีๆ
เขาก็มาถึงเรา ขอใหเราสอน หรือวามาพบเรา หรือวาตองการเรียนความรูจากเรา
ถา อยางนี้ เราก็ทาํ แตเราก็จะไมโฆษณา หรอื ไมไ ปแสวงหา เพราะวา เราคงทําไมไดดี
ถามันมากไปก็ทําไมได แตปัจจุบันเราก็มีวิธีรับอินเทอร์เน็ตเขามา ทําใหเราเผยแพร
องค์ความรูของเราเทาที่มีบรรจุไวในอินเทอร์เน็ตใหเขาอาน ใหเขาฟัง ใหเขาไดดูได
ชม มนั ก็เป็นโอกาสดีอกี อยางหน่งึ ทาํ ผลงานไวในอินเทอร์เน็ตก็เยอะ ลองไปดูตามที่
ผมทําไว
ตอนท2่ี ทศั นมิตใิ นการถา่ ยทอดดนตรไี ทย
ผสู มั ภาษณ:์ ตอไปดานท่ี 2 ดานทัศนมิติในการถายทอดดนตรีไทย จุดมุงหมายหลักในการที่ครู
สอนดนตรไี ทย ตองการใหเด็กไดร อู ะไร
อ.ชนก สาคริก: หน่ึงก็คือ รูในส่ิงท่ีเคยเป็นมาท่ีเป็นระเบียบ จารีตท่ีสมควรไดรูอันนี้ตองทําแนนอน
และกร็ ูที่จะพฒั นาส่ิงตางๆ เหลาน้ันใหเหมาะสมกับยุคสมัย เพราะวาผมมีความเช่ือ
วา การอยูนิ่งๆ ไมวาจะเป็นอะไรก็ตาม จะทําใหเกิดความถอยหลังหรือความเศรา
หมอง เราลองดูไดวาน้ําที่ไมเคล่ือนไหวเลย ก็จะเนาเหม็น รางกายไมออกกําลังให
เลือดลมสูบฉีดก็จะเป็นไข อะไรก็ตามที่หยุดนิ่งในท่ีสุดก็จะเนาเหม็น ในท่ีสุดก็จะผุ
พังหรือลําบาก ฉะนั้นการเคลื่อนไหวจึงเป็นสูตรสําเร็จท่ีธรรมชาติสอนเราวา ตองมี
ความเคลื่อนไหว ทุกอยางถึงจะเจริญพัฒนา สังคมเราก็เชนกัน ดนตรีไทยก็เชนกัน
ถาเราหยุดนิ่งเราก็เหมือนกับคนท่ีไมไดออกกําลัง มันก็ไมมีการหมุนเวียนเลือดใหม
ข้นึ มา ฉะนั้นมันก็จะเป็นไข เป็นโรคโดยงาย ดนตรีไทยก็เชนกัน เราก็ตองเปลี่ยนไป
ตามยุคสมัย แตคอยๆ เปล่ียนไป คอยปรับไปโดยหลักการตองไมเปลี่ยนในวิธีการ
เปลี่ยนวิธีนําเสนอ เปลี่ยนสีสัน เปลี่ยนรูปแบบ แตไมไดเปล่ียนหลักของมัน ผมเช่ือ
วาเพ่ือใหเกิดความหมุนเวียน ฉะน้ันหลักการสอนของเราก็คือวาการพัฒนาในการ
เรียนการสอนดนตรีไทยจึงเป็นเร่ืองสําคัญ ดวยเหตุผลอยางที่บอกวามันจะตองมี
ความเคลื่อนไหว แตวาเพียงแตรักษาระดับความเคล่ือนไหวไว อยาใหมัน
เปล่ียนแปลงจนถึง 60-40 หรือ 50-50 เอาแค 30-70 เอาเป็นไทยไว 70%
เปลี่ยนแปลงยังไมเกิน 30% อยางน้ีก็ยังพอ คือวารวมสมัยได คนรวมสมัยอาจจะ
รับได ใชไหม ถาเม่ือเราไมเปลี่ยนเลย อยางเชนสมัยกอนตองเรียนเพลงแปฺะ เพลง
จระเขหางยาวกอนถึงจะไปอยางอ่ืนได อยางเครื่องสายเน่ีย แตเพลงพวกนี้มันยาก
เกินไปสําหรับเด็กรุนใหมๆ ท่ีจะเขาถึง เวลาไมไดมากอยางน้ัน แลวก็ไมไดเห็น
ประโยชน์ เราก็ตองหยอนเพลงเหลานี้ลง เพลงแรกท่ีสอนก็ควรจะงายเขา เหมือน
3851472613 142
ทําบันไดใหเต้ียลง เพ่ือใหเขากาวขึ้นมาได แลวคอยสูงข้ึนตามลําดับ แตถาเราตอง
ต้ังข้ันบันไดขั้นแรกไวสูงเกินไป ก็จะไมมีใครข้ึนมาได อันนั้นก็เป็นผลเสีย ฉะน้ัน
มาตรฐานของคนเปล่ียนไป มาตรฐานการเรียนการสอนดนตรีไทยก็ควรเปล่ียนไป
ดวย เพราะวาคนไมไดมีความตั้งมั่นหรือตั้งใจแนวแนเหมือนคนรุนกอนๆ เวลาก็
ไมไดมีมากเหมือนคนรุนกอนๆ เด๋ียวนี้ตองทําอะไรหลายๆ อยางในชีวิตประจําวัน
มันจะเอาเวลาที่ไหนมามากที่จะมาติว หรือมาฝึกอยางที่คนโบราณทําได นี่คือตัว
แปรที่เปลี่ยนไปตามสมควรใชไหม แลวก็คอยมาเติมตอกันทีหลังใหแนนแฟูน ผมก็
คิดวาการเคล่ือนไหวตามจังหวะของสังคมหรือธรรมชาติ คือสุดยอดของความดํารง
คงอยู ถาเขาไมคิดอยางน้ี เราก็จะตกยุคหรือเราก็จะ Freeze วัฒนธรรมไว แลวใน
ท่ีสุดก็จะไมเหลอื อะไรเลย เหมือนยุทธศาสตร์เกลือกับนํ้าหรือเกลือกับน้ํามัน ผมพูด
อยูเสมอวา ถานํ้ามันไหลบาเขามา โลกาภิวัฒน์ คือน้ํา แลวเราทําตัวเป็นน้ํามัน คือ
ไมยอมเขากับนํ้า ถาเรามีแรงนอยกวาเราก็ตองถูกน้ําดันหายไปหมด เพราะเขากับ
เขาไมได การสูญหายไปเลย อันตรายย่ิงกวาอีก แตถาเราเปล่ียนเป็นเกลือ น้ํามา
เทาไหร เราก็ซึมอยูกับน้ําได โดยท่ียังเค็มอยู อยางนี้มันก็มีวันตกผลึกกลับมาเป็น
เกลอื ใหมเ ม่อื ไหรกไ็ ด เมอื่ ไดร บั แสงแดด แตถาเราถูกหายไปหมดแลว มันก็ไมมีอะไร
จะไมมีเชอื้ ไมม อี ะไรเหลือแลว เพราะฉะนั้น การที่ตนออลูตามพายุ พายุพัดเทาไหร
ตนออก็ไมลมเสียที ตนไทรหักสะบั้นเพราะตอตาน โบราณก็สอนมาแลว พายุสงบ
เมื่อไหร ตนออก็กลับมาตรงเหมือนเดิมเพราะฉะน้ันในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีหรือ
โลกาภวิ ัฒน์ มันเหมอื นพายแุ รง ถา เราทาํ ตัวเป็นตนไทรจะเหมาะหรือ เราทําตัวเป็น
ตนออดีกวา คือยังไมท้ิงรากเดิม แตวาลูตามไปกอน เหมือนเกลือท่ีอาจจะตอง
เปลย่ี นสภาพเปน็ นาํ้ เกลอื ไปกอน แตใ นเวลาเดยี วกนั กอ็ าจจะแพรค วามเค็มไปสูที่อ่ืน
น้ํานั่นเองท่ีจะนําความเค็มไปสูท่ีอ่ืน ทําใหเขาไดรูเทคโนโลยีเหมือนอินเทอร์เน็ต
ชาวตางประเทศก็ไดยินไดฟังมากข้ึน ก็ดีกวาจะไปตอตานหรือไมยุงเกี่ยวเลย น่ีก็
ยุทธศาสตร์เดียวกัน แตยุทธศาสตร์อันนี้ ผมก็ไดมาจากแนวคิดท่ีจบปริญญา
เศรษฐศาสตรบัณฑิต จากธรรมศาสตร์ ฉะน้ันแนวคิดเร่ืองเกลือกับน้ํา มันเป็น
แนวคิดทไ่ี ดม าจากการศึกษาสมัยใหม แตถาเป็นคนรุนเกาหรือนักดนตรีจริงๆ จะไม
รูสิ่งนี้แลวก็พลาดโอกาส นั่นก็คือเร่ืองท่ีเกิดขึ้น ฉะน้ันการศึกษาทุกอยางก็คิดวา
สาํ คญั ไมใ ชวาเราจะอยางโนนอยางน้ี แตหมายความวาเรามองดูสวนรวมคาเฉล่ียๆ
ใหม นั อยเู ปน็ สวนใหญจ ะดีกวา
ผูสัมภาษณ:์ สงิ่ ท่คี รอู นรุ กั ษ์ ทคี่ ิดวา ดนตรีไทยควรจะอนุรกั ษข์ องเดมิ นา จะมอี ะไรบางคะ
อ.ชนก สาคริก: ทุกอยางที่เกิดขึ้นในยุคกอนที่เป็นภูมิปัญญาของคนรุนกอนตองอนุรักษ์ไว
หมายความวา รุนกอนตอง 50 ปีขึ้นไป เพราะวาส่ิงเหลานั้น มันงดงามอยูแลว มัน
แทบจะถึงจุดสุดยอดอยูแลวในยุคหน่ึง เราจะปลอยใหมันหายไปหรือ เพลงเดี่ยว
ตางๆ เพลงพิธีตางๆ เพลงสําคัญตางๆ กวาจะคิดออกมาอยางน้ันไดไมใชเรื่องงาย
เราก็จําเป็นจะตองรักษาไว โดยการเรียนรูไวใหถูกตอง อันนั้นคือสวนของอนุรักษ์
3851472613 143
แตไมใชอนุรักษ์หมดทุกอยาง อะไรที่เกิดขึ้นมาใหมๆ ก็อนุรักษ์หมดก็ไมเชิง
เพราะฉะน้ันอยางท่ีผมทําเนี่ย สวนใหญผมก็อนุรักษ์ไดเฉพาะทางเพลงของหลวง
ประดิษฐไพเราะฯ เพราะแคทางเพลงของทานก็หลายรอยเพลงแลว ยังไมหมดเลย
ยังไมสามารถที่จะทํา เพราะวาในหนึ่งเพลง อยาลืมวามันตองแตกเป็นเคร่ืองดนตรี
ตั้งกี่ชนิด ถาเราสอนซอดวงก็ตองบันทึกเป็นทางซอดวง ซออูก็เป็นทางซออู จะเป็น
ระนาด จะเป็นจะเข จะเป็นขิม เพลงเดียวมันตองคูณดวยจํานวนเคร่ืองดนตรีท่ีเรา
สอน ฉะนั้นไมใชวามันมีรอยเพลง แลวเราทําแครอยคร้ังก็จบ มันไมใช มันตองทํา
เยอะเลย เพราะวา เครือ่ งดนตรมี ันมเี ยอะ ยง่ิ เอาเครื่องดนตรีใหมๆ เขามาเลน ก็ตอง
สรางรปู แบบโนต ของมันขน้ึ มา พณิ พมาจะเลนยงั ไง พิณกเู จงิ จะเลนยังไง พิณดานโป
จะเลนยังไง ก็ตองคิดระบบโนตขึ้นมารองรับ เพ่ือท่ีจะสอน เพราะฉะนั้นส่ิงตางๆ
เหลาน้ี มันจึงทับทวีหรือมันทวีคูณไปดวยงานท่ีมันเพาะข้ึนมาเยอะ เราก็ตองใชสื่อ
เชน คอมพิวเตอร์ชวย แตเวลาเราก็ตองทํามากขึ้น คือมันก็ไมจบ ส่ิงตางๆ รวมทั้ง
ของใหมๆ ท่ีเกิดข้ึนหรือมีคุณคาก็ดี นาจะเอามาใชก็ยังอีกมากมาย ไมใชแตของเดิม
เทาน้ัน ของรวมสมัย ของอะไรอีกหลายอยางท่ีเราจําเป็นตองเรียนรู เพื่อท่ีจะไป
นาํ เสนอในเวลาท่เี หมาะสม มนั กต็ องเอาดว ย หรอื แมแ ตมองไปถงึ อนาคตวาจะตองมี
ทิศทางอยางไร ท่ีเราจะตองไปแสดงดนตรีอยางไร ใหคนในยุคน้ันเขาใจความ
เป็นมาของดนตรีไทย ก็ยังตองศึกษาดวย ฉะนั้นเรื่องราวมันก็เลยมีมาก ถามองใน
เชิงน้ีวา ถาอนุรักษ์ พัฒนา แลวก็อนาคต วางรากฐานสําหรับอนาคตดวยมันก็เป็น
งานใหญ ตอ งทาํ กันยาวนาน
ผูส ัมภาษณ:์ ขณะน้ผี ลงานทางดานพฒั นามีอะไรบาง
อ.ชนก สาครกิ : ก็กาํ ลังรวบรวมอยู ในสว นท่เี ป็นแตง เพลงก็มีประมาณเกอื บ 20 เพลง แตงขึน้ มาเอง
ท้ังหมด ในสวนที่เป็นอุปกรณ์ชวยสอนดนตรีไทยก็มีหลายช้ินเหมือนกัน ในสวนท่ี
เปน็ รปู แบบของการแสดง คือ วงหรือเคร่ืองดนตรีที่เอาเขามาก็มีเยอะ อาจจะเกือบ
ถึง 10 ช้ิน รวมท้ังลักษณะของการเขียนตํารา เขียนตําราเก่ียวกับดนตรีไทย
เกี่ยวกับโนต เกี่ยวกับขอมูล หรือเป็นบทความ หรือแมแตทฤษฎีภายในดนตรีไทย
หรือตําราบันทึกวิธีตีขมิ 25 วธิ ี อะไรตา งๆ เหลานี้ วิธีดีดกูเจิง ถาจะวาไปแลวตอนนี้
ยังนึกออกไมหมด แตวาไดรวบรวมเอาไวอยูในประวัติ ลองไปเอาสวนนั้นไปดู จะ
พบวามีหลายอันอยูในหัวขอนั้น ซ่ึงก็ยังนึกอยูเสมอ แลวก็มีท่ีจดแตหัวขอไว แตยัง
ไมไดลงมือเขียนในรายละเอียด อาจจะบันทึกเอาไวก็จะดีกวาเพราะวาทุกอยางเนี่ย
เดี๋ยวน้กี ารบันทึกกท็ าํ งา ย เราบันทกึ เรื่องราวสาระสําคัญไวกอน เพราะการเขียนมัน
ตองตองใชเวลาเรียบเรียง มันไมใชงายนัก แตวาอยูในโครงการที่จะทําอยูแลว คือ
การพัฒนา อยางสมมติวาแนวคิดท่ีผมทําอันหน่ึง คือ อยางวงเคร่ืองสายเครื่องคูใน
ตาํ ราเดมิ เคร่อื งคูกค็ อื คณู สองเขา ไป หมายความวา ซอดวงสอง ซออูสอง จะเขหรือ
ขลุยเพยี งออ เปน็ คูหมด แลวเวลาท่ีเราเลนก็เหมือนกับคูณวง เครื่องสายเคร่ืองหน่ึง
เขาไป แลวก็นั่งเลน ปัญหาก็คือวา ถาซอดวง 2 คัน น่ังอยูดวยกัน สีพรอมกัน เวลา
3851472613 144
ขัดนําแลวซออู 2 คัน ซ่ึงเสียงเบากวาก็แทบจะไมบาลานซ์เต็มเสียง ทําไมถึงเป็น
อยางนนั้ ผมกม็ าแตง ใหม แตง วงใหม หมายความวาวงใหม หมายความวาวง A ก็คือ
มีเครื่องอยางละชิ้นอยูทางขวา วง B ก็มีเคร่ืองสายอยางละช้ินอยูทางขวา จํานวนก็
เทากัน ตรงกลางเป็นพวกเคร่ืองจังหวะหรือฉ่ิงหรือคนรอง วงซายก็จะมีซอดวง 1
ซออู 1 จะเข 1 แลวกร็ บั กนั ทัง้ วง มนั ก็ทําใหเสยี งบาลานซก์ นั เหมือนกับ 2 วงท่ีดวล
กัน ใชจํานวนคนเทาเดิม แลวก็เลนไดอรรถรสข้ึนเหมือนลําโพงมันออกดังเทากัน 2
ดาน ก็ดูดี ซ่ึงจะบอกไวแลว ก็ไมใชเป็นแบบท่ีเคยมีมา พูดงายๆวาแบงวงเครื่องคู
เป็นสองวงยอ ย แลวก็เลน รับ ลอกันทั้งวงเลย เพราะฉะน้ันแนวคิดอยางน้ีก็ลองทํา
ขึ้น ทําแลว และก็ไดผลดี แตวามันไมใชแนวคิดท่ีเดิมเคยทํากันมา อยางน้ีเป็นตน ก็
คอื วาเปน็ การประยุกต์วิธีการหรือตาํ แหนงท่นี ่งั บรรเลงก็เชนกัน อยางเชนวา การน่ัง
ทีต่ างระดบั กนั ไกล – ใกลต า งกนั บางคร้ังเสียงขลุยมาจากดานบน อยูสูงหนอย มัน
ก็จะใหความรูสึกรองรอย เคร่ืองน้ีอยูใกล เคร่ืองนี้อยูไกล มันทําใหเกิดมิติบางอยาง
ที่ดี แตรูปวงจะตองกระจายกันไป ไมใชนั่งเรียงหนากระดานเหมือนอยางที่เป็น
อยางทุกวันน้ี จริงๆแลวก็คือ คิดฉีกออกไป แตมันก็ขึ้นอยูกับกาล วาแสดงที่ไหน
อยางไร เคร่ืองเสียงมันเอื้อไมเอ้ืออยางไร เพราะฉะนั้นสิ่งตางๆเหลานี้ก็เป็นระบบ
Acoustic เป็นระบบทจี่ ะทาํ ใหเ กิดมิติของเสียงมันดีขึ้น แตก็ดูเหมือนไมมีใครทํา แต
เราก็คิดไว ทําแลวดวย เพราะฉะน้ันวิธีคิดคือการโมดิฟาย ก็เหมือนกับท่ีทานครู
หลวงประดิษฐไพเราะฯ ทานก็ทําของทานในยุคของทาน เราก็ทํายุคของเรา ใน
รูปแบบท่ีเราคิดวามันนาจะไดผล เผอิญวาเราไมคอยไดมีโอกาสไปออกนําเสนอท่ี
ไหน เรากท็ ํากันอยภู ายในชมรม
ตอนที่ 3 ด้านผู้เรียน
ผสู มั ภาษณ:์ อยากทราบวาครมู ีเกณฑห์ รือคุณสมบตั ิอะไรของผเู รยี นไหมคะ เวลารับเขาเรยี น
อ.ชนก สาคริก: สําหรับตัวผมเอง มองดูวาอยากเรียนรึเปลา สําคัญที่สุดคือเขาอยากเรียนไหม หรือ
วา ผปู กครองเปน็ คนอยาก เด็กอยากไหม แลวก็ถาอยากก็ผานขั้นท่ี 1 แลวดูตอไปวา
มีศักยภาพตรงไหนบาง ดานดีด สี ตี เปุา ทดสอบวาเขามีความสามารถทางดาน
เครื่องดีด เครื่องสี หรือตี เปุา หูเป็นอยางไร ตาเป็นอยางไร จังหวะเป็นอยางไร ดู
ประกอบดว ย ถา เดก็ คนนน้ั ชืน่ ชอบในสิ่งท่ีเขามีอยูแลว คนน้ันก็คือวา ไดเป็นสวน
ใหญ พวกนี้ก็จะอยูไดนาน แลวก็เป็นจริงเป็นจังมากกวา สวนที่เรียนต้ังแตเด็กสวน
ใหญจ ะเลกิ ไป โดยธรรมชาติ คอื วันแรกก็เรยี นไดดี ไมไดเ กี่ยวกับดีไมดีแตเก่ียวกับวา
ความสนใจมันเปลี่ยนไป พอเขาสูวัยรุนลักษณะความชื่นชอบก็เปล่ียนไป อะไรๆ ก็
เปลยี่ นไป รวมท้งั วิถที างดนตรีไทยกด็ ูเหมือนกบั วา เชยหรือลาสมยั ในความรูสึกมันก็
จะถกู ตัดตอนไปโดยสภาพของสังคม น้ันก็เปน็ สวนหนงึ่ สว นใหญก็เปน็ อยางน้ัน
3851472613 145
ผสู มั ภาษณ:์ ครูมกี ารวธิ กี ารจดั กลุมผูเ รยี นอยางไร
อ.ชนก สาคริก: การจัดกลุม ผมไมทราบวาที่อื่นจัดอยางไร บางคนเขาก็จัดตามที่มาสมัคร แตเรา
ไมไดจัดตามน้ัน เราจัดตาม Perception หรือสภาพการรับรูของเขา ถาเขาสามารถ
รับรูรวมกันไดในสื่อเดียวกันก็ใหอยูใน Class เดียวกัน อาจจะเป็นผูใหญ อาจจะเป็น
เด็ก แตเขาดูส่ือเดียวกันแลวเขาเขาใจไดเทาเทียมกัน เราก็จะใหเขาอยูดวยกันตอน
น้ัน แตถาถึงแมอายุมากแตประสบการณ์รับรูไมเทากันกับเด็ก มันจะอยูดวยกัน
บางทมี นั กล็ ําบาก อยางบางคนเขียนโนตปฺุบ ดูไดเลย ตีไดเลย เลนไดเลย บางคนก็
แคนอยปาก คือออกเสียงก็เลนไดแลว บางคนก็ตองใชอุปกรณ์ชวย เพราะฉะนั้น
บางคนใหโนตไปปฺุบก็เลนได บางคนไมได ตองตอมือเพราะฉะน้ันมันก็ดูวา
Perception ดูจากสภาพความรับรู ผมวานาจะเหมาะ ซ่ึงมันไมแนบางทีเด็กอายุ
นอย ก็อาจจะรับรูไดพอๆ กันกับผูใหญที่เพ่ิงเริ่ม ก็อยูดวยกัน เป็นเพื่อนรวม
Class กันไดแตเราก็ตองพูดใหเขาเขาใจวาเราไมไดแบงตามอายุ ไมไดแบงตามท่ี
มาสมคั ร แตแบง ตามสภาพความรับรขู องผูเรยี นมานานหรอื ยัง บางคนเพิ่งเริ่มเรียน
บางคนเรียนมาแตเป็นคนละแบบกัน สภาพการรับรูก็ไมเหมือนกัน ผมก็แบงตาม
สภาพความรับรู แลวก็พบกันครึ่งทาง คือเวลาท่ีเขาจะวาง บางทีเขาวางอยูตรงน้ัน
วันนนั้ กต็ อ งพบกนั ครึง่ ทาง
ตอนที่ 4 ด้านหลกั สตู ร
ผูสัมภาษณ:์ ครมู กี ารกาํ หนดหลกั สตู รในการเรียนการสอนอยา งไร
อ.ชนก สาคริก: หลกั สตู ร...เน่ืองจากเราไมไดเป็นโรงเรียน เราก็ไมไดกําหนดเขมขนต้ังแตตอนแรกที่
เร่มิ ตอนแรกก็คือไมมีหลักสูตรแนนอน สวนใหญก็เป็นการสอนไปตามสภาพความ
รับรู ความชื่นชอบของเขา ตอมาเราก็เร่ิมมีหลักสูตรขึ้น หลายๆ ปีที่ผานมา เราก็
กําหนดเปูาหมาย ขอบเขตของการเรียนรูของแตละเครื่องไวดวย เพ่ือวามันจะได
เป็นวิทยาศาสตร์ข้ึน เป็นมาตรฐานขึ้น ซ่ึงตัววัดอันน้ีก็กําลังเขียนอยู เราใชชื่อวา
หลักสูตรแววดนตรี หลักสูตรแววดนตรีเป็นหลักสูตรท่ีผมต้ังช่ือข้ึน เคยทดลองทํา
มาแลวโดยการท่ีคัดเลือกวาเด็กคนนี้จะมีความสามารถทางดานดนตรีในขั้นไหน
อยางไร มเี คร่ืองมือการวัดหลายอยาง แตกอนท่ีจะไปถึงตรงนั้น เราก็คิดวาการท่ีจะ
บอกวาใครเกง ดนตรีหรือไมเกงดนตรีมันมีองค์ประกอบอะไรบาง เราตองเอาสิ่งน้ีมา
วิเคราะห์กอน มันไมไดแปลวา หน่ึง...ไดเพลงมากก็แปลวาเกง ก็เป็นความเกงอยาง
หนึง่ แตมันไมไ ดแปลวาเกงจริงหรอื ไดเ พลงยากๆ แตเพลงธรรมดาเลนไมได หรือได
แตเพลงธรรมดามากมาเพลงเดียวก็ยังเลนไมไดอยางน้ีเน่ีย อะไรกันแนความเกง
สามารถท่ีจะเทียบเสียงเคร่ืองดนตรีไดไหม สามารถท่ีจะสอนคนอื่นไดไหม สามารถ
ท่จี ะเรียนกับสอ่ื ดวยตัวเองไดไหมเพราะเชนนั้นความเกงทางดนตรีมันมีตัวแปรเยอะ
ก็จะตองกําหนดมันข้ึนมาวาอะไรที่สามารถจะวัดถึงความเป็นความสามารถทาง
ดนตรีเสยี กอน จึงจะเขียนหลักสูตรไดชัดเจน ซ่ึงตัววัด ตัวช้ีวัดท่ีเราพบกันจะมีเยอะ
เทาท่ีผมรวบรวม เชน เรื่องความเขาใจเรื่องจังหวะของเขา การไดยินของเขา
3851472613 146
ประสาทอายตนะของเขาในความรับรู ความอึด หมายความวา เขาอดทน ความ
ขยนั หมัน่ เพยี ร ความฉลาดของเขาความมีพรสวรรค์หรือพรแสวงตางๆ เหลานี้เป็น
สว นกําหนดทั้งสิ้นวา คนนี้จะเกง หรือไมเ กง บางคนอาจจะมีพรสวรรค์ แตวาพรแสวง
ไมคอยชอบ ข้ีเกียจ มันก็ไมไดแปลวาเกง โดดเดน เวลาเราวัดก็ยังมีอีกวาความยาว
ของเพลงก็มีสวนที่จะบอก ถาวายาวๆ ไดก็ตองเกงกวาคนที่จําสั้นได เนื้อเพลง
มากกวา จาํ ไดม ากกวา กต็ องถอื วา เกง กวา คนทจี่ าํ ไดนอยกวา มันก็จะมีบางสวนที่เป็น
เรื่องของความมากนอย และก็มีอีกหลายสวนท่ีเป็นเรื่องของความ ของศิลปะใน
เครื่องดนตรีชนิดนั้น คือที่เป็นพรสวรรค์ บางทีก็ไมเกี่ยวกับความไดมากไดนอย มัน
เกย่ี วกบั วา เขาเพ่ิงเร่ิมเรยี น เขาก็ไดเพลงนอ ย แตอ ันท่ีจริงแลว ถาใหเวลาเขาหนอย
เขาก็อาจจะไดมากกวาคนที่ไดเยอะได ตอเพลงเร็ว บางคนตอเพลงคร้ังเดียวไดเลย
บางคนตองสอนหลายครงั้ ก็ยงั ไมได นี่ก็เป็นเครื่องวัดความเกง-ไมเกง อีกอยางหน่ึงท่ี
จะตอ งทดสอบ เพราะฉะนนั้ มาตรการในการทดสอบมีเยอะ เทาที่เขียนไวก็กําลังราง
อยู หลักสูตรช่ือแววดนตรีนี่แหละ แลวเราก็ตองแปลไปตามเคร่ืองมืออีก เคร่ืองดีด
สี เครื่องตี เปุาก็วัดไมเหมือนกัน โดยในรายละเอียดบางอัน เครื่องวัดมันก็จะ
แตกตางกันออกไป แตผมคิดวาทําไดเพราะในปัจจุบันเรามีเครื่องคอมพิวเตอร์ มี
เคร่ืองมือชวยหลายอยาง มันอยูท่ีจะวัด ไมใชวาจะมาเลนเพลงอยางเดียว แลวก็
บอกวาคนนีเ้ กงกวา คนนี้ คงไมส ามารถทจี่ ะบอกอยา งนนั้ ไดทั้งหมด
ผสู ัมภาษณ:์ ปัจจบุ นั เครอ่ื งดนตรีอะไรท่เี ด็กนิยมเลือกเรยี นมากทีส่ ดุ
อ.ชนก สาครกิ : เทาทพ่ี บกม็ เี ครอ่ื งสาย เคร่ืองตีมนี อ ย สวนใหญจะเป็นขิม อาจจะเป็นเพราะวากลไก
ของขิมมนั เขาถงึ ไดงา ย แคจ ับไมต ีลงไปก็เปน็ เสยี งแลว จุดสัมผัสก็มีเพียง 2 ตําแหนง
ในขณะที่เคร่ืองอื่นมีจุดสัมผัสอาจจะเยอะกวา อยางเชน ซอ ตองกดต้ังหลายนิ้ว
หรือเครื่องดีดมันก็อยูที่ความเขาถึงไดงาย แตผมคิดวาสวนหนึ่ง คือ สัญชาตญาณ
ของคน ต้ังแตเป็นยังเป็นยุคหินมาแลวก็ตองชอบเคาะ ชอบตี มันเป็นธรรมชาติของ
มนุษย์ดั้งเดิม หยิบโนนเคาะนี่ แมกระทั่งเด็กเล็กๆ ไมรูความก็ทําแลว ฉะนั้นกลไก
ของขิมดูเหมือนจะเป็นส่ิงที่สอดคลองกับสัญชาตญาณดั้งเดิมของมนุษย์ มันถึงไดมี
สวนชวยใหเขาถึงไดเร็ว เพราะวาเด็กบางคนก็น้ิวสั้นไป จะเปุาขลุย จะสีซอ จะตี
จะเข น้ิวมันก็ยังไมถึง แตจับไมขิมตีไดแลว เพราะฉะนั้นลักษณะของกายภาพ
ทางดา นดนตรีกม็ สี ว นทท่ี าํ ใหเขาตดั สินใจ แลว กก็ ระแสสงั คมกม็ สี ว น อยางเชน หนัง
ภาพยนตร์ “อังศุมาลนิ ” พอดังขึ้นมา นางเอกตีขิม คนก็จะตีขิมกัน พอโหมโรง ก็จะ
ตีระนาด มันก็เป็นกระแสสังคมดวยที่ทําใหคนตัดสินใจท่ีจะเรียน แตมันก็ไมไดจีรัง
อะไร มันก็เป็นเพียงชั่วคร้ังชั่วคราว บางทีเป็นเพราะผูปกครองอยากใหลูกเรียนไอ
นั้นไอนี่ เด็กก็ไมไดอยาก ตัวชี้วัดไปอยูที่พอแมก็มี ซึ่งตัวนี้คอนขางจะพูดยาก แตก็
พอจะมองได อานออกได
3851472613 147
ผูสมั ภาษณ:์ เวลาเราจะสอนทักษะ สิง่ ที่จําเปน็ ทส่ี ุดสาํ คัญในการสอนเด็กแตล ะคน คอื อะไร
อ.ชนก สาครกิ : ทักษะ ผมไมทราบวาคนอื่นทําอยางไร เทาที่ผมไดรับการถายทอดมา เราตองดูวา
เด็กเปน็ ดนิ น้ํามนั หรือลกู โปงุ โบราณใชค ําวา ดินนํ้ามันคือเด็กคนนั้นบิดงายปั้นก็งาย
พูดยงั ไง สอนยังไง เขากท็ าํ อยา งนน้ั พวกนเ้ี ขาเรียกวาดนิ น้ํามนั หรือพูดกนั ตรงๆ
ผูสมั ภาษณ:์ ครมู ีหลักการในการสอนทกั ษะดนตรีอยา งไร
อ.ชนก สาคริก: ทกั ษะ ท่มี จี ริงเขามมี า แตถาสอนก็ตองดวู า ธรรมชาตใิ หเด็กคนน้มี ีทักษะทางไหน ตา
ดี มอื ดี หูดี น้วิ ดี อะไรตา งๆจงั หวะดี เพราะเหลานี้มันจะมีผลตอเครื่องดนตรีท่ีเรียน
แตทักษะเน่ีย ยังไงก็ฝึกได เชนการฝึกทักษะเสริม อยางเชนวา จะดีดจะเข มันตอง
ใชน้ิวมือขางซายใหแข็งแรง วองไว แลวก็อาจจะใหบีบลูกกล้ิงหรือบีบลูกเหล็ก บีบ
สปริงเพ่ือใหกลามเน้ือเสนเอ็นแข็งแรง ถาจะตีขิมเราก็อาจจะใหตบลูกบอลเล็กๆ
หรือลกู บอลยางเพ่ือใหไดจังหวะในการตีลงไปใหมันเดงใหไดนานท่ีสุด มันจะเป็นวิธี
ฝึกอยางน้ี เสริมทางกายภาพใหกลไกเหลาน้ันมันก็ตองดูเป็นกรณีไปวาเด็กคนน้ัน
เรียนอะไรและเขามีทักษะ ถาเขามีทักษะอยูแลวก็ไมตองฝึกมากเด๋ียวเขาก็เป็น แต
ถาเขาไมมีในส่ิงน้ัน เราก็ตองหาวิธีเสริม เพื่อใหเขาไวข้ึน ฉะน้ันการฝึกทักษะแลวก็
ใหพจิ ารณาตามผเู รยี นวาเขาจะดอ ยตรงไหนก็เสริมตรงน้ัน ไอที่เขาดีอยูแลวก็ไมตอง
ไปเสริมมาก เพราะธรรมชาติของเขาเองก็จะทําไดอยูแลว อันน้ีก็แลวแตกรณีไปวา
เขาเรยี นอะไรดว ย แลวอายเุ ทาไรดวย เพราะวาอายกุ ส็ ําคญั อยา งเดก็ เล็กเน้ีย บางที
ความสนใจเขาสั้นมันก็จะตองฝึกทักษะ ตาไวแคไหน อาจจะเลนกลใหดูก็ได อะไรท่ี
เขาสนกุ สนานดวู า เขาจะไวสกั แคไ หน เป็นตน ก็แลว แตก รณอี ยางที่บอก
ตอนที่ 5 กจิ กรรมการเรียนการสอน
ผสู มั ภาษณ์ : กิจกรรมการเรียนการสอน คณุ ครูสอนเปน็ กลุมหรือสอนเดีย่ ว
อ.ชนก สาครกิ : มีทั้งสองแบบ แตเราจะบอกใหเขาเขาใจวาการสอนแบบกลุมก็มีประโยชน์ในดาน
เก็บ Surrounding หรือประสบการณ์โดยรวม เพราะวาดนตรีบางคร้ังเราตองเลน
โดยรวม เราตอ งไปกับคนอ่ืนไดเ หมอื นขบั รถกับคนอ่ืนไดในทองถนนหลวง ไมใชเรา
ขับตามใจเราคนเดยี ว เราก็ตอ งขบั ใหสอดคลองกับสภาพจราจร ตอ งชะลอ ตองดูคน
อืน่ จะไดไมชนกัน แตบางคร้ังคนที่ยังไมเกงเลย เขาเพิ่งขับรถจะไปขับอยางนั้นก็คง
ไมได ก็คงตองขับกันตัวตอตัวกอน ก็คือหัดนํารถเคล่ือนที่ จอดรถใหคลองกอนท่ีจะ
ไปสูข้ันน้ัน พวกนี้ก็ตองเรียนตัวตอตัว การเรียนตัวตอตัวก็ชวยไดในเรื่องน้ี แตถา
เรียนกันตัวตอตัวตลอดไป มันก็ขึ้นอยูกับวาตอนไหนของการเรียน ถาเขาพอจะเกง
แลว ไดเพลงพอสมควรแลว กต็ องเร่ิมใหเขาฝึกเขาวงดวยเคร่ืองเสียงท่ีเขาเรียนหรือ
อาจตองใหลองไปตีฉิ่งดูบาง ตีกลองดูบาง เพ่ือจะไดเรียนรูวามันเป็นยังไง ถาอยูใน
ทีมฟุตบอลเดยี วกัน แลวเราไดเป็นแต Back ไดเป็นแตศูนย์หนา เราก็ไมรูหนาท่ีของ
คนอืน่ ในวง การที่หมนุ เวียนเปล่ยี นไปอยา งน้ีทําใหเขาไดเห็นมุมมองของตัวเอง แลว
ก็ไดมีประสบการณ์ชํานาญหลายอยางข้ึน ก็จะทําใหเขาแตกฉานมากขึ้นในเร่ือง
3851472613 148
ดนตรี เพราะฉะน้ันอันนี้ก็ตองแลวแตวาถาเขาไมอยากทํา เขาอยากจะเรียนใน
เครอ่ื งชนิดนั้นก็ปลอยไป แตเราจะพูดใหเขาเขาใจวา ถาเขาหัดไปฉ่ิงบางก็จะไดรูวา
ผบู รรเลง ควรจะตองฝกึ ฉ่ิงอยา งไร ประโยชนข์ องการเรยี นดนตรี มันจึงไมใชวาเรียน
เครอ่ื งดนตรชี นิดนั้นแลว จะจบมนั จะตอ งรูรอบเกี่ยวกบั เรอ่ื งทั้งหมดของดนตรี
ผูสัมภาษณ์ : วิธีการในการสอนของคุณครู มีอะไรที่สามารถชวยเสริมเด็ก อยางสมมติวาเราสอน
กลุมมีวธิ ีการอยา งไรบาง
อ.ชนก สาครกิ : ในสวนของเทคโนโลยี เราก็ใชส่ือ เชน วิชชุบอร์ดสอนตีขิม ใชโนตท่ีเขียนอยางพวก
ซอ ส่ิงพวกนกี้ จ็ ะมีอยูแ ลว แตโ ดยสว นรวมการใชเกมก็ทําไดเหมือนกัน เพราะวาเกม
ตางๆ ไมวาจะเป็นเกมท่ีเลนสดๆ หรือเกมที่เลนจากคอมพิวเตอร์ สวนใหญเกมจะมี
ประโยชน์ในการ Train Perception คือ ตา หูจังหวะตางๆ มันอยูในเน้ือหาของเกม
โดยตรง เพราะเกมจะทาํ ใหเราคลองแคลว วองไวในเรอื่ งเหลานั้นแลวมันก็เป็นกลไก
เดียวกันกับที่จะมาเลนดนตรีน่ันแหละ เพียงแตวาเราตองใหเขารูวาฝึกเพื่อไมใชแค
บนั เทิงหรอื เลน อยางเดียวฝกึ เพ่ือที่จะมาเป็นประโยชน์ตอดนตรีดวย ก็จะได 2 อยาง
คือ สนุกสนานดวยและในเวลาเดียวกันก็ได Train Perception ไปดวย อันน้ีก็เป็น
ส่ิงท่ีเราตองดูวาถาเป็นเด็กเล็ก การท่ีจะไดเลนเกมกอนแลวคอยมาเลนเครื่องดนตรี
จริงมันก็สนุกไมนาเบ่ือ ในขณะที่ถาเป็นผูใหญบางคร้ังก็ไมจําเป็นตองใชส่ิงเหลานี้
เพราะเขาตองการเรียนเลยก็ตองดูเป็นกรณีไป ถาเป็นเด็กความสนใจส้ันก็ตองเลน
เกมทเี่ กยี่ วกับเคร่อื งดนตรี เด็กจะเรยี นดว ยและหลังจากน้นั ก็จะไมเบื่อ อันน้ีก็ตองดู
เปน็ กรณี คือ จริงๆ แลวถา เปน็ ครูตอ งดูผูเรียนเป็นสําคัญ อยางที่ปัจจุบันเขาบอกวา
เอาเด็กเป็นศูนย์กลาง คือ เหมือนกับวาไมใหเด็กคิดเอง หมายความวา คิดเพื่อเด็ก
เป็นสวนใหญ วาเด็กคนนี้ควรจะทําอยางไร ลูกศิษย์คนนี้ควรจะสอนเขาอยางไร
ตางๆ เหลา นี้ ถาเป็นครูจริงๆ ก็ควรจะตองคิดอยางง้ีมากกวาที่เราจะ “ เอา ! ทุกคน
ทําตามท่ีฉันบอกก็แลวกัน” ถาคิดอยางน้ัน คือ การคิดตามเหมือนฉัน จะเหลือไมกี่
คนท่ีทําได จริงๆการสอนแบบน้ันเป็นวิธีของพวกศิลปิน คือ ทําตามท่ีฉันเคยทํามา
ซึ่งคนท่ไี มเ กงหรือไมเขาใจก็ทําไมได แตถาเป็นครู มันจะตองเปลี่ยนตัวเองตามศิษย์
ลูกศิษย์ที่ชาหนอยก็ตองสอนแบบหน่ึง เร็วหนอยก็สอนแบบหน่ึง อยางนี้ประโยชน์
จึงเกิดกับเด็ก อันน้ีพูดถึงกลไกของคนเป็น.... เพราะวาในดนตรีก็จะมีครูศิลปิน 2
กลุม ถาเป็นเร่ืองการปฏิบัติก็จะมีทักษะสวนนั้น แตการถายทอดถาไมไดเป็น
ลกั ษณะของครู บางคร้ังการถายทอดก็อาจจะแคบกวา คือไดผลเฉพาะคนเกง อยาง
น้เี ป็นตน
ผสู มั ภาษณ:์ อยากใหครูพูดถึงประโยชน์ของส่ือ เพราะวาบางท่ี คือ สอนตัวตอตัว คือ เครื่อง
ดนตรเี ปน็ สือ่ อยูแลว แตท าํ ไมเราจึงตอ งมีสือ่ สว นอื่นมาชว ยในการสอน
อ.ชนก สาคริก: อันนี้คงจะลืมประเด็นไปวา ถาเราอยูกับครูไดตลอดก็ได แตถาเราไมไดอยูกับครู
ตอนนั้นตางหากท่ีสื่อจะมีประโยชน์ ไมรู ไมมีครูจะถาม ก็ตองไปถามโนต เหมือน
อาหารกระปอ ง เวลาอยูท่รี า นภัตตาคารกก็ ินของสดไป แตกลับไปบานเราก็มีอาหาร
3851472613 149
กระปอ งกิน เพราะทํากินเองยงั ไมเป็น เพราะฉะนั้นสื่อท่ีวา น้ี หมายความวาใชตอนท่ี
เราจําเป็น ไมมีครูจะถาม เราจึงตองใชสื่อ ซึ่งโดยปัจจุบัน คนที่จะมีโอกาสอยูกับครู
มากๆ เหมือนแตกอนมันมีนอย สมัยกอนไปกินไปนอนอยูดวยกันท้ังวันทั้งคืน ซอม
ดนตรีกันไดตลอด ก็ทําอยางนั้นได ปัจจุบันนี้กวาจะเจอครูช่ัวโมงหน่ึง อาทิตย์หนึ่ง
เจอกันคร้ังเดียว แลวยังไง แลวอีก 7 วัน อีก 6 วันจะทํายังไง ตอนน้ีตางหากที่ตอง
เอาสื่อมาใช เพ่อื อยางนอยยังใชช ดเชยวา ทําไดถูกตอ ง ซ่ึงส่ือท่ีวาอาจจะเป็นโนตก็ได
อาจจะเป็นภาพวีดีโอก็ได เสียงก็ได อักขระก็ได ตางๆ เหลาน้ีตางหากที่สําคัญ แต
ถาอยูกับครูแลวก็....คงไมตองใช ไปที่ภัตตาคารแลวจะกินอาหารกระปองทําไม
อยางนี้เปน็ ตน ตอ งมองตรงนม้ี ากกวา
ผูสัมภาษณ์: ดานการวดั และประเมินผล ครมู ีวธิ ีการอยางไร
อ.ชนก สาคริก: การวดั ดตู ามเคร่อื งมือ สวนการประเมินผลดจู ากหลายดาน จํานวนเพลงท่ีได ความ
รวดเรว็ ในการตอ เพลงแลวก็ฝีมือ แลวก็เกี่ยวกับปฏิภาณ คลายๆกับวาเขาอาจจะไป
พลิกแพลงเลนไมเหมือนท่ีเราตอก็ได สามารถ create หรือสามารถท่ีจะแปลงทาง
ได พวกน่ีกเ็ ป็นความสามารถท่ีเราจะตองประเมิน มีเยอะท่ีผมเขียนเอาไว เพราะวา
การประเมินเหตุผลทางศิลปะ มันตองดูเป็น case ไปตามกรณี แมแตดนตรีเองก็
ตอ งดกู ลมุ ของดีด สี ตี เปุา แตวามันจะมหี ลักการคลายๆกัน ความแมนในเร่ืองเสียง
เป็นอยางไร จังหวะเป็นอยางไร ซ่ึงก็มีวิธีประเมินต้ังหลายรูปแบบ ในการประเมิน
จังหวะหรือในการประเมินฟังเสียง แลวแตเราจะจัดข้ึนมา วิธีการท่ีจะดูวาใหลองตี
ฟงั ทาํ นองแลวตลี งไหม อะไรตา งๆเหลา น้ี ก็แลวแตวัยดวย วัยของเขาใหตบมือเฉยๆ
ก็ได ฉะนั้นวิธีการประเมินก็จะเป็นผลสืบเน่ืองจากการท่ีเราจะประเมินแลวเราก็
ประเมินไปตามน้นั
ผูสมั ภาษณ:์ สวนใหญ ครจู ะใชวิธีการสังเกต
อ.ชนก สาคริก: ก็ใช การประเมินคือการสังเกตอยูแลววาคนที่เราประเมิน เขามี Perception เป็น
ยังไง ฝีมือเขาเป็นอยางไร เขามีความสามารถในการจดจําเป็นอยางไร เขามีความ
กลาทีจ่ ะแสดงออกเพียงใดมันจะแสดงออกมาในเวลาเดียวกัน ขอมูลหลายๆอยางที่
หลัง่ ไหลออกมา แลว เรากก็ ําหนดจดจําตรงนน้ั ไว ถาเขาจดบันทกึ ไวหรือเราแยกแยะ
ไว ก็ไดขอมูลเป็นขอมูลท่ีวาเกี่ยวกับ Perception หรือความสามารถของเขานั่น
แหละ เมื่อทําหลายๆคร้ังเขา ถ่ีๆเขามันจะทําเป็นมาตรฐานช้ีออกมาไดวาเขาอยู
ตรงไหน และอีกคนหน่ึงเป็นอยางไร ซึ่งมันเป็นวิธีการมองของเรา ซ่ึงครูที่เป็นผู
ชาํ นาญนั่นแหละ แตใ นบางกรณี เราอาจจะใหนักดนตรีคนอื่นๆหรือลูกศิษย์คนอื่นๆ
ทีม่ ปี ระสบการณส์ ูงมาชว ยกนั ประเมนิ หมายความวา เขาฟงั ดูแลวก็ใหคะแนนวาคน
นี้เป็นอยางไรในประเด็นตางๆ ก็ได ไมใชวาเราประเมินเพียงคนเดียว ประเมินจาก
หลายๆคนทมี่ ีทักษะในเร่อื งนั้น กเ็ ปน็ อีกวิธหี นึ่งที่จะไดคา ของความประเมินคอนขาง
จะเท่ียงตรงมากกวาท่ีจะเอาเราไป ในเราก็เป็นอีกน้ําหนักหนึ่ง อันน้ีก็เป็นวิธีการท่ี
จะตอ งปลกี ยอ ยออกไปอีก
3851472613 150
ผสู มั ภาษณ:์ นอกจากสอนทกั ษะ ครมู ีวิธีการสอดแทรกดา นการสอนคุณธรรมอะไรยงั ไงบางคะ
อ.ชนก สาครกิ : คุณธรรมเนี่ย ที่จริงแลวก็คือ ใหพี่ชวยสอนนองก็เป็นคุณธรรมอยางหน่ึง คือ รูจัก
เสียสละเพ่ือผูอื่น รูจักชวยเหลือเกื้อกูลผูอื่น เราไดเพลงนี้แลว เราก็ชวยสอนนองท่ี
เพง่ิ จะเรียนเพลงนัน้ กไ็ มใ ชเร่ืองนาแปลกอะไร หนึง่ ...จะไดชว ยแบง เบาภาระครูดวย
สอง...ตัวเองก็ไดความชํานาญมากขึ้น นองเองก็จะไดรูจักหรือช่ืนชม เพราะฉะนั้น
วิธีการอยางนี้ ก็เกิดประโยชน์หลายอยางในตัวของมันเอง เขาก็เป็นเพลงข้ึนดวย
เหมือนนายแพทย์ จบแลวก็ยังตองเป็นหมอ inturn อยูอีก ไมใชจบแลวจะไปรักษา
คนไดทันที ก็ตองออกไปตามแพทย์ใหญ ไปฝึก จะพูดกับคนไขอยางไร จะสังเกต
อาการของโรคอยางไร จะใหยาอยางไร ตางๆ เหลานี้ก็เป็นศิลปะที่ตองเรียนรูอีก
ไมใชวาจบแลวจะทําไดทันที ก็ตองดูไปวาเวลาสอนคนท่ีเขาข้ีอายจะพูดจะสอน
อยางไร สิ่งตางๆตองเรียนรู ไมเก่ียวกับศาสตร์ที่เรียนมาโดยตรง แตเป็นประกอบ
โรคศิลปหรือเป็นศิลปะในการถายทอดที่ตองเรียนดวย ซ่ึงก็เป็นลักษณะคลายคลึง
กัน คือเมื่อชํานาญพอสมควรในเรื่องนั้นแลว ก็ตองฝึกท่ีจะลงมือปฏิบัติในเรื่องนั้น
ความคุมทุนกับความคุมกับคาเวลามันสูง เพราะถาเราเรียนสอนมารอยคนและอีก
รอยคนที่ไมไดตอใหเลย มันก็อยูแคน้ันแตถาเราสอนมาสิบคน แตทุกๆคนตองไป
สอนอีกคนละ รอย มันกลายเป็นหน่ึงพันคนท่ีจะขยายวงออกไป ฉะน้ันการสรางนัก
ดนตรีใหมีความสามารถท่ีจะถายทอดความรูใหผูอ่ืนได จึงเป็นเปูาหมายสูงสุดที่
มูลนิธิตองการ เพราะวาเราตองการสรางบุคลากรท่ีจะเป็นผูสืบทอดน้ัน สวนหน่ึง
ถายทอดใหกับผูอ่ืนไดอีกสวนหนึ่ง ซึ่งจําเป็นท้ังคู ไมเชนนั้นดนตรีไทยเราก็อาจจะ
สาบสูญไปโดยงา ย
ผูสมั ภาษณ:์ คุณธรรมหลักๆ ของนักดนตรที ดี่ ี ในมุมมองของครูนาจะมอี ะไรบา ง
อ.ชนก สาคริก: นักดนตรีที่ดี ก็คือ ตรงตอเวลา แทบทุกอาชีพตองตรงตอเวลาไวกอน พูดคําไหนคํา
นั้น ถาเป็นนักดนตรี นัยของเราก็คือ นําความไพเราะไปสูจิตใจผูฟัง ไมใชเอาจิตใจ
เราเป็นตัวตั้ง เพราะถาเผื่อวาคิดวาเราชอบ แลวเราก็ไปเลนเพลงที่เราชอบ ท้ังๆท่ี
คนฟังเขาไมชอบ ผิดท่ีผิดเวลามันก็ไมใชส่ิงที่ถูกตอง จริยธรรมของคนเลนก็คือวา
ตองดูวาผูฟังเป็นกลุมไหน อายุเทาไร เขาชื่นชอบแบบไหนก็เลนแบบนั้น อันนี้ก็คือ
คุณธรรมหรือจริยธรรมของนักดนตรี แตท่ีเราเลนตามที่ใจเราชอบ มันก็เป็น
คุณธรรมของเรา แตผมก็ไมรู แตผมคิดวามันคงตองดูกาลน้ันวามันงานอะไร มัน
เวลาอะไร ใครเป็นผูฟัง ใครเป็นผูจาง ใครท่ีจะเป็น Audience เด็ก ผูหญิง ผูชาย
หรือโต ตางๆ เหลานี้ตองประเมินทั้งหมด อยูในที่แคบ ที่กวาง จะเลือกตีไมแข็ง
ระนาด หรือเลือกตีไมนวม ท่ีมันจะกองไปไหม อะไรตางๆเหลาน้ีตองประเมินหมด
ทง้ั หมดทัง้ หลายนี้ คอื จริยธรรมของนักดนตรี รับงานเขาแลวก็ตองรักษาสัจจะวาจา
ตองไปใหตรงตอเวลา ทั้งหมดก็เป็นสัจจะ เป็นจริยธรรมของการเป็นนักดนตรี
ท้งั หมด สวนจริยธรรมของครูดนตรีก็ตองบวกเพ่ิมข้ึนไปอีก ตองมีองค์คุณของความ
เป็นครู ถา จะพูดวา สงิ่ ตางๆ ทีจ่ ะทําใหบรรลุตามความหมายท่ีพูดมา เราตองสอนให
3851472613 151
ไดท ้ังหมด ซ่งึ วธิ สี อนก็อาจจะทาํ ใหดู พดู ใหฟ งั และกอ็ ธบิ ายใหเ ขาใจในกรณีที่เกิดข้ึน
เราก็ใชโอกาสน้ันพูดคุยทําความเขาใจสิ่งท่ีถามวาการสอนแบบนี้ มันเป็นเร่ืองของ
การพูดคุยใหเขาใจ คงไมใชอธิบาย มันตองเขาใจของความหมายวาการเป็นผู
เสียสละ การเป็นผูท่ีตรงตอเวลา เป็นผูที่ซ่ือสัตย์ตอวิชาชีพตางๆเหลาน้ีตางหากท่ี
อธิบายได โดยการพูดคยุ สนทนา มันคงจะพดู เปน็ อยางอ่ืนไมได ไมใชบรรเลงแลวจะ
เขา ใจมารยาทตางๆ เชน การเคารพผูท ่อี าวโุ สกวา ใหเกียรติผูฟัง ใหเกียรตินักดนตรี
เพ่ือนท่ีเขาเป็นนักดนตรีวงเดียวกัน เป็นพ้ืนฐานของมารยาทความเป็นไทยอยูแลว
การทีเ่ คารพผูชม สวัสดีผูชม มีความนอบนอมตามควรแกเหตุ เลนใหพระฉันเลนให
เจานายฟัง เลนใหเพื่อนๆ มันไมเหมือนกัน ลักษณะการท่ีบรรเลงหรือมารยาทของ
ทางการบรรเลงไมเหมือนกัน โบราณใชคําวา มีก่ีงกอยหัวแมมือ มันมีลําดับ
ความสาํ คัญตางกัน ก็ตองดูวาคร้ังน้ัน เวลานี้เราทํากับบุคคลกลุมใด ระดับใด ก็ตอง
ประพฤติปฏิบัติใหมันสอดคลองกับสิ่งน้ัน อันนั้นคือ ความเขาใจในกาลเทศะหรือ
จริยธรรมของความเป็นนักดนตรีหรือครูดนตรี คงจะกําหนดทีเดียวยาก กําหนดโดย
หลกั การวา อยา งน้ี
ผสู ัมภาษณ:์ บรรยากาศและสถานทใ่ี นการเรยี นเป็นอยา งไร
อ.ชนก สาคริก: บรรยากาศการเรยี นก็มสี วนสําคญั แตวา ก็ตอ งดคู วามจําเป็นก็มีสวน ที่อาคารใหมก็มี
ดาดฟูาที่กวางขวางแตการที่จะขึ้นไปดาดฟูาท่ีช้ัน 5 มันตองเปิดลิฟท์ เสียคาไฟมาก
เหมือนกัน แตขึ้นลงคนเดียวก็ 2 เท่ียว ถาไมมากนักเราก็ไมขึ้น เราก็เรียนขางลาง ดู
ความเหมาะสมของสถานการณ์ ไมใชว าตองอยางนั้นอยางนี้ ถาเกิดฝนตก บางทีเขา
มาขางในแนนหนอยก็ยังดีกวาเปียก ดูตามภูมิประเทศ บรรยากาศ ดูตามแดด แดด
รอน แดดรม ตามความเหมาะสมของ class จํานวนมันเยอะไหมท่ีจะเรียนพรอมกัน
ตอนน้ัน ตางๆเหลาน้ีมันก็เป็นอะไรธรรมดาทั่วไปท่ีคงตองประเมินตามสภาพ
location จะเลือกอะไรท่ีมันไดอยางและเสียอีกอยางมันคงไมเหมาะ ประหยัดและ
ประโยชน์ สรุปก็คือวา สิ่งที่ทําประหยัดพลังงาน ประหยัดเวลาและเกิดประโยชน์
ผมคิดวาประหยัดและประโยชน์เป็นส่ิงท่ีใชไดเสมอในโลกทุกวันนี้ ทุกเรื่องดวย ทํา
อยางไรใหประหยัดและเกดิ ประโยชน์ ถาคํานึงถึงตรงนี้ไว ทรัพยากรก็ไมสูญเสียมาก
เวลากไ็ มส ญู เสียมากและไดผลดีท่ีสุด มันเป็นอะไรท่ีไมนายากเทาไร แตบางคนไมได
คํานึงถึง ทุมเทไปมากมาย ท้ิงขวางไปเยอะ เพื่อที่จะไมก่ีนาที บางท่ีมันอาจจะไม
เหมาะ มันตองดู มนั กแ็ ลวแตคนจะมอง แตผมมองแบบน้ี
ผูส มั ภาษณ:์ ปัจจุบนั เรมิ่ เขา สูอาเซยี น ครูมแี นวคิดอยา งไรในการนาํ เคร่อื งดนตรีตา งชาติเขามา
อ.ชนก สาครกิ : คงไมใชเพราะอาเซียน อันนี้เราทําอยูนานแลว มุมมองนี้คือ เราคิดวาความเป็นไทย
อยทู ีท่ าํ นองเพลงท่ีเราเลน ภูมิปญั ญาของไทย กอ็ ยทู ีเ่ พลงทีเ่ ลน เหมือนกัน ถาหากวา
เราเลนเพลงของไทยที่เป็นอยางน้ันแลว ก็เชื่อวารักษาภูมิปัญญาไทยหรือเผยแพร
ภูมิปัญญาไทย สวนเคร่ืองดนตรีมันจะเป็นไทยหรือเทศ ผมวามันเป็นเรื่องรองลงมา
มากกวา กลับกันกับการที่เราเอาเคร่ืองดนตรีไทยมาเลนเพลงตางชาติ ความเป็น
3851472613 152
ดนตรีไทยก็คงนอยกวา รปู ลักษณอ์ าจดูเปน็ ไทย แตวาเพลงที่เลนไมใช เทากับเราไป
สงเสริมภูมิปัญญาของชาติอื่น ฉะนั้นความเป็นดนตรีไทยก็นาจะนอยกวา มันเป็น
เร่ืองของเสียง การที่เราเอาเคร่ืองดนตรีอื่นที่ไมใชไทยมาเลนเพลงไทย รวมแมแต
เครื่อง Ipad ก็ดี หรือเครื่องดนตรีเสมือนจริงตางๆ ก็ช่ือวาทําใหประหยัดและ
ประโยชน์อยา งท่ีบอก ยังไมต องไปซื้อเครื่อง แลวก็ซอมไดทุกท่ีทุกเวลา ไมตองเทียบ
เสียงเอง เพราะฉะนั้นสิ่งตางๆ เหลานี้ ทําใหสามารถได knowledge ไปกอน สวน
การสัมผัสจริงๆ เมื่อไดเครื่องดนตรีจริง ก็คอยเสริมอีกหนอย ไมนาจะยากแลว
ฉะนน้ั การคิดอยา งนก้ี ไ็ มไ ดจ ํากดั เคร่ืองดนตรี แตจํากัดในเรื่องเพลง สวนเพลงนั้นใน
บางโอกาสก็เลนเพลงตางชาติได ข้ึนอยูกับเวลานั้นเป็นอยางไร เป็นชวงปีใหมสากล
ตรุษจีน อันน้ีเราเลนเพลงได แตถาเป็นปกติท่ัวไป ความที่เราเป็นมูลนิธิฯ เป็นนัก
ดนตรีไทย เราก็เผยแพรเพลงไทยเป็นหลัก ซ่ึงคิดวาเราทําถูกตองแลว ในขณะที่
หลายๆ คนไมไ ดอยางนี้ เพราะฉะน้ันก็แลวแต พอไปถามเขา เขาก็ทําตามท่ีเขาชอบ
ไทยหรือไมไทยเขาก็ยังไมสนใจก็มี แตเราจะนึกถึงองค์คุณความเป็นไทยกอน เรามี
หนาที่เผยแพรวัฒนธรรมไทยเหมือนพระราชดํารัสท่ีวา การรักษาวัฒนธรรมแตละ
ชาติ เป็นหนาท่ีของคนไทยทุกคน เพ่ือท่ีจะรักษาวัฒนธรรมความเป็นไทยในทุกๆ
เรอ่ื ง เราก็สนองพระราชดํารสั ในมุมมองน้ี เราเป็นนักดนตรีไทย เราก็สอนดนตรีไทย
หรือเพลงไทย สว นเครื่องดนตรี อาจจะดูไมใช แตเรากเ็ ลน เพลงไทย เราเช่ือวาเราไม
หลงประเดน็
ผูสัมภาษณ:์ สุดทา ยนะคะ ตัง้ แตครูสอนดนตรีไทยมาจนถึงทุกวันนี้ ครูอยากท่ีจะใหดนตรีพัฒนา
ไปถงึ จุดไหน หรือวา ยงั มีสิ่งท่ีกงั วลทอ่ี ยากจะฝากไวอยา งไร
อ.ชนก สาคริก: เรื่องนี้ผมยังคิดนอยหนอย คือผมคิดตามหลักทําดีท่ีสุด สวนมันจะไปแคไหนก็
แลวแตโชคชะตาจะบนั ดาล คอื ในแงน้ีเป็นปรัชญาท่ีเราไดมาตั้งแตเด็กๆวา มีคนอยู
4 ประเภท ทํามากหวงั มากพวกหน่งึ ทํานอยหวังนอยพวกหน่ึง ทํานอยหวังมากพวก
หนึ่ง แลวกท็ าํ มากหวงั นอ ยพวกหนง่ึ ใน 4 ประเภทนี้ ถาพิจารณาไลดู ถาทํามากหวัง
มากยังมีโอกาสผิดหวังอยูดี การทําอะไรก็ตาม มันไมไดอยางท่ีหวังเสมอไป บางที
ความหวังมันไปไดไกลกวาการกระทํา มันก็ผิดหวังไดอยูดี ไมใชวิธีท่ีดีนัก คนที่ทํา
มากหวังมากมนั จะเจ็บมาก เวลาไมไดก็เสยี ใจรนุ แรง สว นทาํ นอยหวังนอยไมตองพูด
ถึง เพราะวาเขาเกิดมาไรคา เขาไมไดทําอะไรเลย อยูไปวันๆ ไมหวังอะไร ก็ไมใชสิ่ง
ท่ีควรไปยดึ ถอื เหมือนกัน สวนทํานอยหวังมากก็ไมนายึดถือ เพราะวาไมทําอะไรเลย
ก็ฝันเฟื่องเอาวามันไดอยางน้ีอยางนั้น ซึ่งมันจะไดไดอยางไร ท้ัง 3 พวกนี้ ก็ไมใชวิธี
ที่ควรเลือก แตกลุมท่ีทํามากหวังนอยตางหากท่ีเราสนใจ ทําอะไรก็ตามทําใหเต็มที่
สวนมันจะไดแ คไหนก็แคน้ัน ถาไดมากกวาหวังก็ยินดี ถามันไมไดก็ไมเป็นไร ก็หาวิธี
ตอ ไป ถา ยดึ ถอื ตามวธิ นี ้ี ไมเครยี ดและไมจ าํ เป็นตองมาผิดหวัง ก็ทําเต็มที่ อะไรที่เรา
คิดทําก็ทาํ สวนจะไดก็ได ไมไดก็แลวไป ผมทําแบบน้ีมาจนชิน คือ ไมไดต้ังเปูาอะไร
สูงมากไป แตทําเต็มที่ทุกเรื่อง ประเด็นก็คือ สนับสนุนความเป็นดนตรีไทยสูสังคม
153
ใหกับผูท่ีอยากได เผยแพรวัฒนธรรมไทยสูอินเทอร์เน็ต ก็ทําอยางนี้ ทําเทาท่ีทําได
ไมตองเขาอินเทอร์เน็ต ไมตองเสียเงินเชา ไมตองออกเว็ป การแสดงก็ตองเชาเวที
ตอ งมีสปอนเซอร์ เดย๋ี วนไ้ี มตอ ง คนดกู วา งไกลกวาพวกน้ันอีก แตถามีโอกาสท่ีจะทํา
อยางน้นั ได ถาเขาเชิญไปแสดงก็ไป แลวแตโอกาส ไมไดด้ินรนกระเสือกกระสนตอง
ทําอยางนั้นอยา งนี้
ปพิชญา เสียงประเสริฐ
ผสู ัมภาษณ์
วนั ท่ี 14 กรกฎาคม 2555
3851472613
3851472613 154
ภาคผนวก ฉ.
บทสัมภาษณน์ ักเรียนและผปู้ กครอง
155
3851472613 บทสมั ภาษณน์ กั เรียนและผปู้ กครอง
การสัมภาษณน์ ักเรยี นและผูป้ กครองแบง่ ออกเปน็ 6 กลมุ่ ดงั นี้
กลมุ ท่ี 1 นกั เรียนระดับชั้นประถมศึกษา ไดแ ก
1) เด็กหญงิ อมั พิลดา เศวตกติ ธิ รรม
2) เด็กหญงิ พชิ ญานชุ คําบญุ รัตน์
3) เดก็ หญงิ จรี ัชญณ์ า หงษาประเสรฐิ
กลุมท่ี 2 นักเรยี นระดับช้นั มัธยมศึกษาตอนตน ไดแก
1) เดก็ หญงิ วิชดุ า บุญอยู
2) เดก็ หญิงฐติ ญาภรณ์ หงสกลุ
3) เดก็ หญิงกญั ญารตั น์ รตั นเสาวภาคย์
กลุมท่ี 3 นกั เรียนระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ไดแก
1) นางสาวธนิดา แสงโสภณ
2) นางสาวพรไพลนิ วาณิชถริ ะดฐิ
3) นางสาวภาวนิ ี วุฒยิ าสกลุ
กลมุ ที่ 4 นักเรียนระดับอุดมศกึ ษา ไดแก
1) นางสาวจติ ภัสสร สวสั ดิชยั
2) นางสาววรรณกาญจน์ บุญยก
3) นางสาววรินธร แวววรวทิ ย์
กลมุ ท่ี 5 ศิษยเ์ กา ไดแ ก
1) มาฆวรตั น์ บุญสิโรจน์
2) ชาลินี เสนาณรงค์
3) นางสาวฬฌญา เครอื ครองสุข
กลุมที่ 6 ผปู กครองนักเรยี น ไดแก
1) นายจีรวุฒิ หงสกลุ
2) นางชลลดา ทิพยะวฒั น์
3) นายเลก็ หอมเสมอ
4) นายนิธบิ ุญ แสนสุข
156
ข้อมูลการสมั ภาษณ์ นักเรียนในระดับประถมศกึ ษา
สัมภาษณเ์ มือ่ วันท่ี 15 เมษายน 2557
ผสู้ ัมภาษณ์: นางสาวปพชิ ญา เสียงประเสริฐ
ลาดับที่ 1
ผู้ใหส้ ัมภาษณ์: เด็กหญิงอัมพิลดา เศวตกิติธรรม
3851472613 ผสู้ ัมภาษณ์: นกั เรียนเล่นเครือ่ งดนตรีอะไร
อมั พิลดา: ขิม
ผูส้ มั ภาษณ์: นอกจากเล่นขมิ แลว้ สามารถเล่นเคร่ืองดนตรีอน่ื ๆ ได้บา้ งหรอื ไม่
อัมพิลดา: นอกจากขิมก็ไดเลนกเู จิง พิณปกี นก แลว กเ็ คร่ืองดนตรีในไอแพด
ผสู้ มั ภาษณ์: เวลาเรียนกบั ครชู นก สาคริก ชอบกิจกรรมใดมากที่สุด
อัมพิลดา: ชอบเลนเคร่ืองดนตรีท่ีไมเ คยเลนมากอ น
ผู้สัมภาษณ์: ครชู นก สาครกิ ตา่ งจากครทู ่านอนื่ อยา่ งไร
อัมพิลดา: ใจดี สอนเครื่องดนตรแี ปลกๆ ไมเหมือนใคร
ผสู้ ัมภาษณ์: ประโยชน์ที่ไดร้ ับจากการมาเรียนท่นี ี่คอื อะไร
อมั พิลดา: ไดเ จอเพ่ือนเยอะ ไดเลน เคร่อื งดนตรแี ปลกๆ ไดเ ลน เกมแลวกไ็ ดดคู รเู ลน มายากล
ลาดับที่ 2
ผใู้ ห้สมั ภาษณ์: เดก็ หญิงพิชญานุช คาบญุ รัตน์ (นอ้ งกระเต็น) อายุ 9 ปี
ผสู้ มั ภาษณ์: นักเรยี นเลน่ เครอื่ งดนตรีอะไร
พิชญานุช: ขมิ
ผู้สัมภาษณ์: เวลาเรยี นกบั ครูชนก สาคริก ชอบกจิ กรรมใดมากท่ีสดุ
พิชญานุช: ชอบใหค ณุ ครูเลนมายากล และใหเลนเกม ชอบใหค ุณครูตอเพลงสนุกๆให
ผสู้ มั ภาษณ์: คณุ ครูชนก สาคริก มจี ุดเด่นและข้อแตกตา่ งอย่างไรกบั คุณครูท่านอ่นื
พชิ ญานุช: คุณครใู จดี เป็นกนั เอง มาเรียนแลวรสู กึ เหมือนอยูบา น สนกุ สนาน อยากมาเรียน
ตลอด
ผู้สัมภาษณ์:
พชิ ญานชุ : นอกจากการเรยี นขิม คณุ ครูให้ลองเล่นเครอ่ื งดนตรีอ่ืนๆอีกไหม อะไรบ้าง
คุณครูใหลองเลน เครื่องประกอบจงั หวะ ตีกรับ เขยาลูกกระพรวน ก็สนุกดี สลับกัน
เลนกับเพ่ือนๆ แลว ก็ใหลองเลน เครอื่ งดนตรีจาก ไอแพด
157
ลาดับที่ 3
ผู้ใหส้ มั ภาษณ์: เด็กหญงิ จีรัชญณ์ า หงษาประเสริฐ (น้องโบต้ี) อายุ 10 ปี
ผ้สู ัมภาษณ์: นกั เรียนไดเ้ รยี นเครอ่ื งดนตรอี ะไรบา้ งกบั ครูชนก สาคริก
จรี ชั ญณ์ า: ไดเรียนขิม กูเจิง ไอแพด
ผสู้ มั ภาษณ์: รสู้ ึกอย่างไรเมื่อไดเ้ รียนดนตรีกบั ครชู นก สาครกิ
จีรัชญ์ณา: รสู ึกสนุก มคี วามสขุ ไดเ รยี น ไดเลน กบั เพ่ือนๆ คณุ ครูใจดี ดบุ า งเปน็ บางครั้งเมื่อเรา
ทาํ ผิด
ผู้สมั ภาษณ์: คดิ วา่ การท่ีได้มาเรียนกบั ครูชนก สาครกิ ต่างจากการเรียนดนตรีท่อี ื่นอยา่ งไร
จรี ัชญ์ณา: ตางตรงที่ คุณครใู หเลน เครอ่ื งดนตรีเยอะ คณุ ครูชอบเลา นทิ าน เลา เร่ืองและมเี กม
ใหฝ กึ สมอง มีโชว์มายากล สอนการเลนกลตางๆ ซึ่งที่อืน่ ไมมี
ผ้สู ัมภาษณ์: นกั เรยี นได้เล่นแบบฝกึ ตา่ งๆบ้างไหมและคดิ ว่ามปี ระโยชน์หรอื ไม่
จรี ัชญณ์ า: ไดเลน มปี ระโยชน์ใหเราสามารถตีขมิ ไดเ กง ขึน้ เลน เทคนิคไดเ ยอะข้ึน ฝีมือดีขึ้น
3851472613
158
ขอ้ มูลการสมั ภาษณ์ นกั เรียนในระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น
สัมภาษณเ์ มื่อ วนั ที่ 20 เมษายน 2556
ผู้สัมภาษณ์: นางสาวปพิชญา เสียงประเสริฐ
ลาดับท่ี 1
ผใู้ ห้สมั ภาษณ์: เด็กหญงิ วิชุดา บุญอยู่ (น้องแกม้ ) อายุ 14 โรงเรยี นหอวงั
3851472613 ผูส้ ัมภาษณ์: เร่ิมเรยี นดนตรจี ากที่ไหนและเรยี นมาเปน็ ระยะเวลานานเท่าใด
วิชดุ า: เรยี นดนตรีมานาน 5 ปี เรยี นทม่ี ูลนธิ เิ ปน็ ที่แรก
ผสู้ ัมภาษณ์: เหตุใดจึงเลือกเรียนที่มูลนิธหิ ลวงประดิษฐไพเราะฯ
วชิ ุดา: คุณปุูชอบเลยพามาสมัคร มีพ่ีเคยเรยี นทน่ี ่มี ากอ น
ผสู้ มั ภาษณ์: นักเรยี นมกี ารตดั สนิ ใจในการเลือกเคร่อื งดนตรีอย่างไร
วชิ ดุ า: การสมคั รเรียนวันแรกเลือกเรียนขมิ ตามท่ีคุณปแูุ นะนํา
ผู้สัมภาษณ์: นกั เรยี นสามารถบรรเลงเคร่ืองดนตรีชนดิ ใดไดบ้ า้ ง
วชิ ดุ า: ขมิ และกเู จงิ
ผสู้ มั ภาษณ์: ลกั ษณะเดน่ ในการสอนของครชู นก สาคริก คืออะไร
วิชดุ า: ครสู อนแบบสบายๆงายๆ ถา ไมไดค รจู ะเร่ิมสอนและทบทวนใหม
ผู้สมั ภาษณ์: ครูชนก สาคริก มวี ธิ กี ารอย่างไรในการเลอื กเครื่องดนตรใี หก้ บั นักเรยี น
วิชุดา: ครูจะถามวา อยากเลน อะไร และใหทดสอบความสามารถ ถาเลน ไดครูจะสอน ถา
ไมไ ดก จ็ ะแนะนําเคร่ืองดนตรีอื่น
ผู้สัมภาษณ์:
วิชดุ า: นกั เรยี นช่ืนชอบอะไรในตวั ครชู นก สาคริก
ครูใจดี ชอบเลนกล ชอบทําอาหารใหทาน
ผสู้ ัมภาษณ์:
วชิ ุดา: ครูชนก สาคริก ใชก้ จิ กรรมใดในการทาใหน้ กั เรียนผ่อนคลายบา้ ง
ครูชอบเลนกล มีเกมใหเ ลนเยอะ เพื่อฝึกสายตา ฝึกการสังเกต ซ่ึงนํามาใชกบั ดนตรี
ผสู้ มั ภาษณ์:
วชิ ดุ า: วธิ กี ารสอนของครูชนก สาคริก ที่นักเรยี นชนื่ ชอบคอื อะไร
มีวชิ ชุบอร์ดชวยสอนเวลาสอนเดก็ เยอะๆ ทําใหม องงา ยข้ึน มีคัมภรี ์ฝึกตขี ิม เพ่ือ
ผสู้ มั ภาษณ์: ทบทวนเวลาจําไมได
วชิ ดุ า:
กจิ กรรมใดที่ครูใช้ในการเรียนการสอนมากทีส่ ุด
การเลน กล ครใู ชบ อยทีส่ ุด ฝึกความชางสังเกต
159
ผสู้ มั ภาษณ์: นกั เรียนได้ประโยชนอ์ ะไรจากการเรียนดนตรีไทยบา้ ง
วชิ ุดา: ดนตรีทาํ ใหห นมู สี มาธิมากขน้ึ คลายความเครียดเวลาอานหนงั สอื และทําใหไดเจอ
คนเยอะๆ
ผูส้ ัมภาษณ์:
วิชดุ า: นักเรยี นมคี วามรู้สกึ อยา่ งไรทไ่ี ดม้ าเรียนท่ีมูลนิธหิ ลวงประดิษฐไพเราะฯ
ทุกวันทม่ี าเรยี นมคี วามสุขและอยากทจ่ี ะมาเรยี นกบั ครูเร่ือยๆ
ผสู้ มั ภาษณ์:
วชิ ดุ า: ครูชนก สาคริก มีการนาเทคโนโลยเี ข้ามาใชใ้ นการสอนอย่างไร
ครูไดน ําเทคโนโลยีมาใช ปัจจุบันคือ นาํ ไอแพดมาเลน ลาสุดมีรายการเมดอนิ ไทย
แลนมาถา ยทํา พกพาสะดวกใชงา ยและทนั สมยั ชว ยทําใหอยากที่จะซอมเพลงมาก
ขึ้น เพราะอยากซอมเม่ือไหรก็สามารถนาํ ขึ้นมาซอมงายขึ้น
ลาดับท่ี 2
ผู้ให้สมั ภาษณ์: เดก็ หญงิ ฐิตญาภรณ์ หงสกุล อายุ 12 ปี (น้องแป้ง) ช้นั ม.1 โรงเรียนสามเสน
วิทยาลัย
3851472613 ผสู้ มั ภาษณ์: นักเรยี นเรียนเครือ่ งดนตรีอะไรบา้ ง
ฐติ ญาภรณ์: ขมิ และกเู จิง
ผู้สัมภาษณ์:
ฐติ ญาภรณ์: ครูชนก สาคริก มวี ธิ กี ารอย่างไรในการรับสมัครนกั เรียน
ครูถามวา เรามีความสมัครใจจริงหรอื เปลา เพราะถาผปู กครองบงั คับมา ครูก็จะไมใ ห
ผสู้ มั ภาษณ์: เรียน ซง่ึ หนูก็ตอบไปวาม่ันใจทจี่ ะเรยี นขิม
ฐติ ญาภรณ์:
นอกจากขิมและกเู่ จงิ แล้วนักเรยี นเลน่ เคร่ืองดนตรีชนิดใดบ้าง
ผสู้ มั ภาษณ์: ครจู ะใหเลนเครื่องประกอบจังหวะดวย ตอนทเี่ รียนขมิ มาสักพักดว ย เชน ถา เราไมได
ฐิตญาภรณ์: เพลงครกู ็จะมาใหฝ ึกเครื่องประกอบจงั หวะ
ผู้สมั ภาษณ์: นักเรยี นชื่นชอบอะไรในการสอนของครชู นก สาคริก
ฐิตญาภรณ์: ครูตัก๊ สอนเขา ใจ สนุกดี ถา มเี ดก็ ๆ ตัวเลก็ ๆ มา ครูต๊ักจะนาํ กลมาเลน เพ่ือเรียกให
นอ งๆ สนใจ เวลาเด็กๆ ใกลงวง ครูตั๊กจะมีลลี า การพูด เรียกใหนองสนใจและ
สนกุ สนาน
นกั เรยี นช่ืนชอบอะไรในตวั ครชู นก สาคริก
ครูตก๊ั ทําอาหารอรอ ย
ผ้สู ัมภาษณ์: ครชู นก สาคริก มีวธิ กี ารให้กาลังใจนกั เรยี นอย่างไร
ฐติ ญาภรณ์: ครูตกั๊ จะใหก ําลังใจ และชมวา ดี อยา งนแ้ี หละ ถกู แลว ใหซ อมไปเรื่อยๆ
160
ผู้สมั ภาษณ์: นกั เรียนมีความร้สู กึ อยา่ งไรทไ่ี ดม้ าเรยี นที่มลู นธิ หิ ลวงประดิษฐไพเราะฯ
ฐติ ญาภรณ์: เวลาเรียนทน่ี มี่ คี วามสุข อยากทจ่ี ะมาเรยี น บางวนั คณุ พอคุณแมจะใหเลือกวา
อยากจะไปเทย่ี วหรืออยากที่จะมาหาครตู ๊กั หนกู ็จะเลือกมาหาครตู ๊กั
ผสู้ ัมภาษณ์: เหตุใดจงึ เลอื กมาหาครูชนก สาคริก
ฐติ ญาภรณ์: เพราะหนูมาทนี่ ่มี ีความสุข ไดเรยี นรูส ิง่ ใหมๆ ครตู ัก๊ ใจดี มาทีน่ ม่ี ันไมเหมอื นท่อี น่ื
เพราะทีน่ ไ่ี ดความรู ความสนุก ไดเ พอ่ื นดวย ถา เปน็ ไปได หนูอยากอยูที่นที่ ้ังวนั
ผูส้ มั ภาษณ์: นกั เรยี นชน่ื ชอบวิธกี ารสอนแบบใดของครชู นก สาคริก
ฐิตญาภรณ์: เวลาเพ่อื นๆ มาหลายคน ครูจะใหตีรวมกนั และแบงเปน็ ทีมเอ ทีม บี ตีกันคนละแบบ
ก็จะไดหลายๆ แบบ มีการประสานเสียง ไพเราะดี
ผสู้ มั ภาษณ์: ส่อื การสอนประเภทคมั ภีร์ตา่ งๆมีประโยชน์อยา่ งไร
ฐิตญาภรณ์: คมั ภรี ฝ์ กึ ตขี ิมชว ยเตือนสติ เตือนความจํา ทําใหเ รานกึ ทํานองได
3851472613 ผสู้ มั ภาษณ์: นักเรียนได้ประโยชน์อะไรจากการเรยี นดนตรีไทยบ้าง
ฐติ ญาภรณ์: ดนตรที าํ ใหม ีสมาธิดีขึ้น ทาํ ใหเ พลดิ เพลิน ผอ นคลายใจ กลาแสดงออก ทําใหการฟงั
ดีขึ้น หนจู ะเรยี นดนตรีไปเร่อื ยๆ จนถึงทํางาน แตก็จะไมทิ้งดนตรี
ผสู้ ัมภาษณ์: ครชู นก สาคริก มกี ารนาเทคโนโลยีเข้ามาใชใ้ นการสอนอย่างไร
ฐติ ญาภรณ์: ไดน าํ ไอแพดมารวมวง ทําใหเ กดิ ความสนุกสนาน
ผู้สัมภาษณ์: ครูชนก สาคริก มีวธิ ีการอยา่ งไรในการตอ่ เพลงเดย่ี วให้กับนักเรยี น
ฐติ ญาภรณ์: ครูจะเป็นผูเลอื กใหต อเพลงเดี่ยว ครูจะใหไหวค รู เพอ่ื ขอทานครแู ละใหสญั ญาวา
หา มลืมเด็ดขาด
ผู้สัมภาษณ์: นอกจากเร่ืองดนตรีแล้วครูชนก สาคริก มกี ารอบรมสงั่ สอนในดา้ นคุณธรรม
ฐิตญาภรณ์: อย่างไร
ครจู ะเนน เรื่องมารยาท การพูดใหพดู จาไพเราะ การนั่งใหเรียบรอย ครจู ะพูด
ตลอดเวลา เดก็ ๆ ทุกคนมักจะโดนดุ ครจู ะบอกอยูเร่ือยๆ
ลาดบั ท่ี 3
ผู้ให้สัมภาษณ์: เดก็ หญงิ กัญญารตั น์ รัตนเสาวภาคย์ อายุ 14 ปี (นอ้ งไหม)
โรงเรียนสารสาร์สวิทยา
ผสู้ ัมภาษณ์: นกั เรยี นเรยี นเครื่องดนตรีอะไร
กัญญารัตน์: เรยี นขิมเปน็ เคร่ืองแรก
161
3851472613 ผสู้ ัมภาษณ์: เหตใุ ดจงึ เลือกเรยี นที่มูลนธิ หิ ลวงประดษิ ฐไพเราะฯ
กญั ญารัตน์: ไดข า วมาวา ท่ีมลู นิธิดีและครสู อนเกง
ผสู้ มั ภาษณ์:
กญั ญารัตน์: ในช่วงเรม่ิ ตน้ ครูชนก สาคริก มวี ิธีการสอนอยา่ งไร
ครใู หล องเลนขิมเพลงมวยวายุ ใหไ ลม อื เพราะครจู ะดูการจบั ไมแ ละรูปแบบการตี
ผสู้ ัมภาษณ์: และครกู ็บอกขอบกพรอ ง ตอนน้กี ็พฒั นาขนึ้ เยอะ เปลยี่ นการจบั ไม ครูไดสอนใหม
กัญญารตั น์: ทัง้ หมด
ผ้สู ัมภาษณ์:
กญั ญารัตน์: นักเรยี นคดิ วา่ ได้ประโยชนอ์ ะไรจากการเรยี นดนตรี
ผสู้ มั ภาษณ์: เรยี นดนตรี สามารถทาํ ใหห ายเครียดได ไดฝ กึ ซอม
กญั ญารัตน์:
นกั เรียนมีความสุขกบั การมาเรยี นทนี่ ่หี รอื ไม่
ผสู้ มั ภาษณ์: เวลาเรียนอยากมาเรียนตลอด ทุกคร้งั เพราะครใู จดี ตอเพลงสนกุ มลี กู เลน เยอะดี
กญั ญารัตน์:
นกั เรียนรู้สกึ อยา่ งไรท่ไี ด้เรียนเพลงเด่ียว
ผู้สมั ภาษณ์: รูสกึ ภมู ิใจที่ไดตอ เพลงเด่ยี ว ครูจะใหจ าํ หามลืม ไดตอหลงั จากที่ไดไหวค รูเรยี บรอย
กัญญารตั น์: แลว
ผสู้ ัมภาษณ์: ครูชนก สาครกิ มกี ารนาเอาเทคโนโลยี มาใช้ในการเรียนการสอนหรอื ไม่
กัญญารตั น์: ครูมเี ทคโนโลยีเยอะในการสอน เชนไอแพด ไดไปแขงดนตรีวงไอแพด สนุกและเวลา
ซอมก็มมี ากขึ้น
นกั เรียนคิดวา่ ครชู นก สาครกิ แตกตา่ งจากครทู า่ นอ่ืนๆอย่างไร
คณุ ครูชอบเลาตํานานของเพลง ชอบเลานทิ าน ชอบรอ งเพลงไปดว ยเวลาสอน ทั้ง
รอ งท้งั เลน
นกั เรียนช่ืนชอบเทคนคิ การสอนใดของครูชนก สาคริก
คุณครูสอนใชเ ทคโนโลยี มกี ารใชเ ทคโนโลยี มีการใชเ ลเซอร์บนกระดาน มีมายากล
โดยครบู อกวา ถาตีไดจะเลน ใหดู ทําใหห นูอยากตมี ากข้ึน
162
ขอ้ มูลการสัมภาษณ์ นกั เรียนในระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
สัมภาษณ์เมื่อ วันท่ี 20 เมษายน 2556
ผ้สู มั ภาษณ์: นางสาวปพชิ ญา เสียงประเสริฐ
ลาดับท่ี 1
ผใู้ ห้สัมภาษณ์: เดก็ หญิงธนดิ า แสงโสภณ (นอ้ งสม้ แปน้ )
3851472613 ผูส้ ัมภาษณ์: นกั เรยี นเร่มิ เรยี นดนตรีไทยตง้ั แตอ่ ายุเทา่ ใด
ธนดิ า: เริ่มเรียนเม่ืออายุ 10 ขวบ เรยี นประมาณ 5 ปี
ผู้สัมภาษณ์:
ธนดิ า: เครือ่ งดนตรีช้นิ แรกท่นี กั เรยี นหัดเล่นคอื อะไร
ตอนแรกจะเรียนจะเข พอเห็นกเู จิงจงึ อยากเรยี น เหน็ มันแปลก จึงลองเลน และครู
ผสู้ ัมภาษณ์: กเ็ ลน ใหฟงั จึงชอบ
ธนดิ า:
ผู้สัมภาษณ์: นักเรียนเลอื กเครือ่ งดนตรีท่จี ะเล่นอยา่ งไร
ธนดิ า: คุณครูมีสวนชว ยเลอื กเคร่ืองดนตรแี ละแนะนําเครื่องดนตรีแปลกๆใหเลน”
ผู้สมั ภาษณ์: นักเรียนคิดว่าครูชนก สาครกิ มีอะไรทีแ่ ตกต่างจากครูท่านอ่ืน
ธนดิ า: คณุ ครใู จดีไมเ หมือนครูทา นอ่ืน เหมอื นเป็นคนในครอบครัว พอไปโนนนี่ พาไปกิน
ผูส้ มั ภาษณ์: ขา ว มีสวนทําใหอยากมาเรยี น
ธนดิ า: นกั เรยี นคดิ ว่าไดป้ ระโยชน์อะไรจากการเรียนดนตรี
ดนตรีทําใหม สี มาธิ ฝกึ ความจํา และทําใหเ ราโดดเดนกวา คนอนื่
ผู้สัมภาษณ์:
ครชู นก สาคริก ได้เปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนมสี ่วนรว่ มในกระบวนการเรียนการสอน
ธนิดา: บา้ งหรือไม่
ครูตั๊กจะใหฝกึ คดิ เอง เชน การสอนกเู จิง ครจู ะใหตีขิมกอนเพอ่ื ใหไดทํานอง แลวให
ผู้สัมภาษณ์: เราคิดคอรด์ ใสเ อง โดยครูเป็นผูตรวจสอบและปรับใหไพเราะขนึ้
ธนดิ า:
นกั เรยี นคิดวา่ แบบฝึกต่างๆ ท่ีครูคิดขนึ้ มปี ระโยชน์ต่อการเรยี นดนตรีของนกั เรียน
อย่างไร
แบบฝึกมสี วนชว ย เชนการตอ เพลงเดี่ยว ก็นําเอาเพลงมวยตา งๆ มารวมกัน จึง
สามารถเรียนเพลงเดยี่ วไดไมยาก
ครชู นก สาคริกมกี ระบวนการต่อเพลงเดยี่ วอยา่ งไร
เพลงเด่ียว เป็นเพลงที่ไพเราะ ผสมผสานชา กบั เรว็ ทุกครั้งท่คี รสู อน ครูจะเนนวา
หามลืม ตอ งตอใหจ บและก็ใหไปทําบุญ
163
สมั ภาษณ์: ครูชนก สาครกิ สอนในเรื่องทักษะอยา่ งไรบา้ ง
ธนดิ า: ครตู ก๊ั เคยบอกวา ถาใหค รูตเี พลงมวยเรว็ ๆ ครกู ไ็ มสามารถตีไดเ ทา แตครูคิดเกง
ทางดานความคิด คิดเกง คิดอะไรใหมๆ อยูตลอดเวลา”
3851472613 สัมภาษณเ์ มื่อ วันท่ี 15 เมษายน 2557
ผสู้ ัมภาษณ์: นางสาวปพิชญา เสยี งประเสรฐิ
ลาดบั ท่ี 2
ผใู้ ห้สมั ภาษณ์: นางสาวพรไพลนิ วาณิชถิระดิฐ (น้องอีฟ) นักเรยี นชน้ั ม. 5
โรงเรยี นเตรียมอดุ มศกึ ษา
ผสู้ ัมภาษณ์: นกั เรียนเรยี นดนตรกี ับครชู นก สาครกิ มาตอนกี่ปี
พรไพลิน: เรียนมา 6ปี
ผสู้ ัมภาษณ์: นักเรียนเลน่ เครอ่ื งดนตรีอะไรได้บ้าง
พรไพลนิ : ขิม กเู จงิ้ ซอดว ง กลอง พิณปีกนก
ผสู้ ัมภาษณ์: จดุ เดน่ ในการสอนของครชู นก สาครกิ คืออะไร
พรไพลิน: ครจู ะมเี ทคนิคทีไ่ มเ หมือนใคร คอื ใหฝ ึกเพลงมวยตางๆ ทีค่ ิดขึ้น ควบคูกบั เพลง
ธรรมดา ทําใหตไี ดคลองข้นึ
ผสู้ ัมภาษณ์: ครูชนก สาคริกเป็นครดู นตรที ม่ี ีความแตกต่างจากคณุ ครทู า่ นอน่ื อยา่ งไร
พรไพลิน: ครตู ๊กั มีความรูห ลายดาน คือ ไมไดสอนแคด นตรอี ยางเดียว แตสอนคุณธรรม
จรยิ ธรรมและมารยาทดว ย
ลาดับท่ี 3
ผู้ใหส้ ัมภาษณ์: นางสาวภาวินี วฒุ ิยาสกลุ
ผู้สมั ภาษณ์: นักเรียนเลน่ เครอ่ื งดนตรีอะไรได้บา้ ง
ภาวนิ ี: ขมิ พิณพมา กูเจ้งิ กลอง
ผู้สัมภาษณ์: ครูชนก สาคริก มีวิธกี ารจัดการเรยี นการสอนอย่างไร
ภาวินี: ครใู หบ รรเลงทง้ั เด่ยี วและรวมวง ใหเลนเครื่องดนตรีหลากหลายชนดิ ครใู ช
เทคโนโลยเี ปน็ สื่อ ใชแ บบฝกึ ในการสอนโดยใหฝ ึกเปน็ กระบวนทา ตา งๆตามแบบฝกึ
ผู้สัมภาษณ์:
ภาวินี: ครูชนก สาคริก แตกต่างจากครทู ่านอ่นื ๆอยา่ งไร
ครมู ีความเป็นกันเอง ใหความรักความเขาใจ รูสกึ อบอุนเม่ือไปเรียนกบั ครู ครูใจดี
เขาใจลกู ศิษย์ในทุกเรื่อง
164
ข้อมูลการสัมภาษณ์ นกั เรียนในระดบั อุดมศึกษา
สัมภาษณเ์ ม่อื วันท่ี 20 เมษายน 2556
ผ้สู ัมภาษณ์: นางสาวปพิชญา เสยี งประเสริฐ
ลาดบั ท่ี 1
ผู้ใหส้ ัมภาษณ์: นางสาวจิตภสั สร สวัสดิชัย (น้องมอญ) อายุ 22 ปี เรียนจบ คณะบรหิ ารธรุ กิจ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
3851472613 ผสู้ มั ภาษณ์: นกั เรียนเรียนอยู่ในกลุ่มใด และเวลาใด
จติ ภสั สร: เรียนกลมุ พิเศษ ฝึกซอมชว งเย็นทกุ วัน จากปกติ
ผู้สัมภาษณ์: นกั เรียนเรม่ิ เรยี นกับครูชนก สาครกิ ต้งั แต่อายเุ ท่าไร
จติ ภัสสร: เรม่ิ เรยี นต้งั แต 6 ขวบ
ผสู้ ัมภาษณ์: ครชู นก สาคริก มีวธิ กี ารสอนแตกต่างจากครทู า่ นอน่ื อย่างไร
จิตภสั สร: ครตู ๊กั จะไมสอนตามหนังสือ ครูจะนาํ ความรูอนื่ มาประกอบ ชอบเลา เร่ืองราวตางๆ มกี าร
เลน เกม
ผู้สมั ภาษณ์:
จติ ภสั สร: ในเมือ่ นกั เรียนมีหลายช่วงวัย ครูชนก สาคริก ไดจ้ ดั การเรยี นการสอนอยา่ งไร
ครจู ะใหพๆี่ ชว ยสอนนอ งๆ เพอ่ื ใหพ่ๆี ทบทวนเพลง และมีความแมนยาํ เพลงมาก
ผสู้ ัมภาษณ์: ขน้ึ
จติ ภสั สร:
ครชู นก สาครกิ มีวิธกี ารอยา่ งไรในการตอ่ เพลงเดี่ยวให้กับนักเรยี น
ผสู้ มั ภาษณ์: เนนย้ําใหไ หวครู หา มลืม
จติ ภสั สร:
นักเรียนได้ประโยชนอ์ ะไรจากการเรียนดนตรไี ทยบ้าง
ผสู้ ัมภาษณ์: ดนตรีชวยใหผอนคลายจากการอานหนงั สือ
จิตภัสสร:
นกั เรยี นมีความรู้สกึ อยา่ งไรท่ีได้มาเรียนท่มี ูลนธิ ิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ถือวาเปน็ บา นหลงั ที่ 2 ครูตก๊ั เปรยี บเสมือนพอคนที่สอง คือ สอนทุกอยาง อบรมมา
ทกุ อยาง
สมั ภาษณเ์ ม่อื วันท่ี 15 เมษายน 2557
ลาดับที่ 2
ผใู้ หส้ มั ภาษณ์: นางสาววรรณกาญจน์ บุญยก
ผู้สัมภาษณ์: นักเรยี นเลน่ เครื่องดนตรีอะไรไดบ้ า้ ง
วรรณกาญจน์: เลน ไดเ กือบทุกเครื่อง แตท่ีถนัดคอื ขิมและกูเ จิง
165
ผู้สัมภาษณ์: ครชู นก สาคริก มวี ิธกี ารสอนแตกตา่ งจากครทู ่านอ่ืนอย่างไร
วรรณกาญจน์: ครูจะชอบคิดคนวธิ ีการใหมๆ คิดเพลง คิดแบบฝึกใหเด็กๆ เลน ชอบใหเ ลนเครื่อง
ดนตรีแปลกใหมๆ ซึง่ ครูพัฒนาอยูต ลอดเวลา
ผสู้ ัมภาษณ์: สงิ่ ทีค่ รชู นก สาคริก เน้นในการเรียนการสอนดนตรี คืออะไร
วรรณกาญจน์: ครจู ะเนนเรื่องมารยาท และใหข ยันฝึกซอ มดนตรี
ผูส้ ัมภาษณ์: นกั เรียนมีความรู้สกึ อยา่ งไรที่ไดม้ าเรยี นที่มูลนิธหิ ลวงประดิษฐไพเราะฯ
วรรณกาญจน์: รสู กึ มีความสุข กันเอง เหมอื นบา นหลงั ท่ี 2 เรียนดวยความสนุกสนาน
ลาดับที่ 3
ผู้ให้สมั ภาษณ์: นางสาววรินธร แวววรวทิ ย์
3851472613 ผูส้ ัมภาษณ์: นักเรียนเรียนดนตรีกับครูชนก สาครกิ มากป่ี ี
วรนิ ธร: 12 ปี
ผูส้ ัมภาษณ์:
วรินธร: นักเรยี นเล่นเครอื่ งดนตรีอะไรไดบ้ า้ ง
เคยเลน ทกุ เครือ่ ง เพราะครใู หสลับสับเปล่ียนไปเรอ่ื ยๆ ทง้ั ขิม ซอ ขลุย กูเจิง พณิ
ผู้สัมภาษณ์: ตางๆ
วรนิ ธร:
จดุ เดน่ ในการสอนของครูชนก สาครกิ คอื อะไร
ผสู้ ัมภาษณ์: ครูตก๊ั ชอบมีรางวลั มเี กม มขี อตอรอง เชน จะเลนมายากลใหดู และจะเฉลยถาตอ
วรนิ ธร: เพลงจบ สวนในการเรียนเป็นกลุม บางครงั้ ครูกใ็ หป ระชันกัน ฝกึ ฝีมือไดดี มีเพลง
ใหมๆ ใชกระบวนทาตขี ิมทค่ี รูคดิ มาใหฝ ึกตี
ครชู นก สาครกิ เปน็ ครดู นตรที ่ีมีข้อเหมือนและแตกตา่ งกับคุณครทู า่ นอื่นอยา่ งไร
ตางตรงท่ี ครูไมเ คยบังคบั ใหเลน หรอื แสดง แตใหสมัครใจเอง
ผู้สัมภาษณ์: รู้สึกอยา่ งไรท่ีได้เรียนกับครู ไดไ้ ปหาครู ซึ่งเรยี นเปน็ ระยะเวลายาวนาน
วรินธร: ครตู ัก๊ สอนอะไรหลายอยา ง ไมใชแ คตีขิม สอนมารยาท ขอคดิ ตา งๆ เอาไปปรับใชใ นชีวิต
จรงิ
166
ข้อมูลการสมั ภาษณ์ ศษิ ยเ์ ก่า
สัมภาษณ์เมื่อ วันท่ี 19 กรกฎาคม 2556
ผ้สู มั ภาษณ์: นางสาวปพิชญา เสียงประเสรฐิ
ลาดับที่ 1
ผู้ใหส้ มั ภาษณ์: มาฆวรตั น์ บุญสโิ รจน์ พนักงานรัฐวสิ าหกิจองค์การโทรศัพท์
3851472613 ผสู้ ัมภาษณ์: เรมิ่ เรียนดนตรกี บั ครชู นก สาคริกตัง้ แตเ่ ม่อื ไร
มาฆวรตั น์: เรยี นตงั้ แต 2530 เรียนต้ังแต 8 ขวบ
ผูส้ ัมภาษณ์:
มาฆวรตั น์: อะไรคอื จุดเด่นของครชู นก สาคริก
ครูมแี นวทางการพัฒนาอยูในตัวตลอดเวลา มเี นอื้ หาดนตรีแตม วี ธิ กี ารหลากหลาย
ผู้สัมภาษณ์: ณ ปัจจุบันมี ไอแพด พณิ ตางๆ
มาฆวรัตน์:
ครูมีวธิ ีการในการต่อเพลงเดี่ยวอย่างไร
ผสู้ ัมภาษณ์: ครสู อนพน้ื ฐาน แตเพลงเด่ียว ครจู ะดูวาใครพรอ ม ไมมีกระบวนการไปขอ ครจู ะ
มาฆวรัตน์: เรยี กเองเพ่ือไปตอเพลงเด่ียวพี่เรียนเสารอ์ าทิตย์ท้ังวัน มีความเพลิดเพลนิ ไดเพื่อน
ไดม ิตรภาพ มีการซอมวันธรรมดาบาง ถามงี าน มีการอดั เสยี ง
ในสมยั ก่อนครชู นก สาครกิ ใชก้ ระบวนการสอนในแบบใด
เม่อื กอนไมมีแบบฝึกแบบเปน็ ทางการ แตจ ะเปน็ การตใี หด แู ละมีคําเรยี ก ช่อื ยอด
คลื่น มีการนาํ กระบวนการของหนังจนี มาเป็นคาํ เรยี ก มีความเป็นเอนเตอร์เทน ไม
มีกระบวนการท่ีชดั เจน
ลาดบั ที่ 2
ผใู้ หส้ ัมภาษณ์: ชาลินี เสนาณรงค์
ผู้สัมภาษณ์: เริม่ เรยี นดนตรีกบั ครูชนก สาครกิ ตั้งแต่เม่ือไร
ชาลนิ ี: เรยี นตั้งแต 2529 เรยี นตง้ั แต 8 ขวบ
ผสู้ มั ภาษณ์: จดุ เดน่ ของครูชนก สาครกิ คืออะไร
ชาลนิ ี: ครสู ามารถนําเครอ่ื งดนตรตี า งชาตมิ าปรบั ใชใ หเ ขากบั การเลน เคร่อื งดนตรีไทยไดด ี
ผู้สัมภาษณ์: อะไรที่ทาให้อยากมาเรียนกับครชู นก สาครกิ
ชาลินี: สิง่ ที่ทําใหเรยี นตอเน่อื ง เพราะการมาเรียนทมี่ ลู นิธิ รสู ึกวาเป็นบานหลงั ท่ี 2 ตง้ั แต 8
ขวบ อยมู ูลนิธิเสารอ์ าทิตย์ทงั้ วัน จริงๆ ครใู หเ รียน เกา โมงถึงเทยี่ ง วนั ใดกไ็ ด แตพอ
เรามา เราอยากอยูตอ เรารสู ึกเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เราโตมา มีเพื่อน มีพี่
นอง ครูเป็นเหมือนญาตผิ ูใหญทคี่ อยสอน ไมใชแ คสอนโนต เพลงใหเ ราเลนเป็น ครู
167
จะสอนศีลธรรม สังคม ประวัตศิ าสตร์ ความรรู อบตัว ทําใหเรารสู ึกซาบซ้ึงถงึ ความ
เปน็ ไทย ใหเราเป็นสว นหน่งึ ของความเปน็ ไทย
สมั ภาษณเ์ ม่อื วันที่ 15 เมษายน 2557
ผู้สัมภาษณ์: นางสาวปพิชญา เสียงประเสรฐิ
ลาดับท่ี 3
ผใู้ หส้ ัมภาษณ์: นางสาวฬฌญา เครอื ครองสุข
3851472613 ผ้สู มั ภาษณ์: เริม่ เรียนดนตรกี บั ครชู นก สาครกิ ต้งั แตเ่ ม่ือไร
ฬฌญา: ตงั้ แตช วงปี 1 เทอม 2 เมือ่ พ.ศ. 2549
ผสู้ มั ภาษณ์: จุดเดน่ ของครูชนก สาครกิ คืออะไร
ฬฌญา: ครูเขาถึงนกั เรยี นไดเร็ว หาวธิ ีทีเ่ หมาะสมกับบุคคลและมกี ลวิธกี ารสอนทสี่ นกุ สนาน
ทาํ ใหเดก็ สนใจ สลบั กับการดึงดดู ความสนใจดวยเกม มายากล และอุปกรณ์
ผูส้ มั ภาษณ์: อิเล็กทรอนิกส์
ฬฌญา: ครชู นก สาครกิ มกี ระบวนการถา่ ยทอดอย่างไร ในการเรียนการสอนดนตรี
เวลาครสู อนจะเลาประวัติ ความเปน็ มาหรือเร่ืองตา งๆ เกยี่ วกบั เพลงนัน้ ๆ ถา เพลง
ผสู้ มั ภาษณ์: ไหนครูไดรับการถายทอดมาอยางไร ครกู ็จะเลา ใหฟัง
ฬฌญา: เวลาเรียนกับครชู นก สาคริก รสู้ ึกอยา่ งไร
รสู ึกอบอุน เปน็ กนั เอง แตแฝงไปดวยความเกรงใจ เรียนกบั ครูแลว มีความสขุ มากๆ
168
ข้อมูลการสมั ภาษณ์ ผู้ปกครองนักเรยี น
สัมภาษณเ์ มอ่ื วนั ท่ี 20 เมษายน 2556
ผูส้ ัมภาษณ์: นางสาวปพิชญา เสยี งประเสรฐิ
ลาดบั ที่ 1
ผู้ให้สมั ภาษณ์: นายจีรวฒุ ิ หงสกุล คุณป่ิน อายุ 45 ปี อาชพี วิศวกร ผู้ปกครองนอ้ งแป้ง
3851472613 ผสู้ ัมภาษณ์: นกั เรียนเรียนท่ีมูลนธิ ิหลวงประดิษฐไพเราะฯ มากี่ปี
จีรวฒุ ิ: นองแปงู เรยี นมา 3 ปี
ผู้สมั ภาษณ์:
จรี วุฒิ: ผู้ปกครองรู้จกั มลู นิธิหลวงประดษิ ฐไพเราะฯ ได้อย่างไร
ผู้สมั ภาษณ์: รูจ ักกบั ครูมาลินีและครรู ะพี
จีรวฒุ ิ:
ผสู้ มั ภาษณ์: นักเรยี นเรมิ่ เรียนเครือ่ งดนตรีอะไรและปัจจบุ ันเลน่ เคร่อื งดนตรีอะไร
จีรวฒุ ิ: เลนขมิ เร่มิ เรยี นกเู จิง
ผ้สู ัมภาษณ์: นกั เรยี นเลอื กเคร่อื งดนตรีท่ีจะเรยี นอย่างไร
จรี วุฒิ: ครัง้ แรกท่ีมาพบ ครไู ดแ นะนําใหเ รยี นขมิ เพราะขิมเลนยาก ใชทักษะเยอะ ถา ไดขิม
แลวก็จะสามารถเลนอยา งอืน่ ได มกี ารทดสอบกอ นที่จะเลือกเรียน”
ผ้สู มั ภาษณ์:
นักเรยี นรู้สกึ อยา่ งไรกบั การมาเรยี นทม่ี ลู นิธหิ ลวงประดิษฐไพเราะฯ
จีรวุฒิ: นองอยากทจี่ ะมาเรียน อยบู า นกข็ ยนั ซอม วันหยุดทกุ ครงั้ อยากจะมาเรียนท่ีบานครู
ไมอยากไปท่ีไหน
ผู้สัมภาษณ์:
จีรวุฒ:ิ หลังจากทนี่ กั เรียนไดเ้ รียนกับครชู นก สาคริก แลว้ มพี ฤติกรรมทีเ่ ปล่ียนแปลง
อย่างไรบา้ ง
เดิมนอ งเคยสมาธิส้นั ไมจดจอกับสิ่งใด หลังจากทเ่ี รียนแลวมีสมาธดิ ขี ้นึ เรยี นดีขนึ้
พฒั นาความจําไดดีขนึ้ และมีบุคลกิ ภาพท่ีดีข้ึน
ผปู้ กครองคดิ วา่ อะไรคอื จดุ เดน่ ของครชู นก สาคริก
เวลาเรยี นไดดนู อ งแปงู ตลอดเวลา คณุ ครูเหมอื นเป็นคณุ ครูจริงๆ ซงึ่ หาไดยากแลวใน
ปัจจุบัน คุณครูพูดเสมอวาเป็นไดโนเสาร์ตัวสุดทาย ปัจจุบันยังไมเคยเห็นคุณครูที่
สอนวิชาความรูท่ีทุมเท มากขนาดนี้เปน็ บางวันมาถึงก็เย็นคํ่า คุณครูก็สอนตอไป จน
บางครั้งลืมทานขาว ปกติเด็กๆจะชอบวิธีการสอนของคุณครู เพราะคุณครูจะมี
เทคนิค เมื่อเวลาสอนเบ่ือ ครูจะเลนเกม เลนมายากลมีการปลอยใหพัก ใหทําอยาง
อื่นถายังไมมีสมาธิเรียน เสร็จแลวคอยเปล่ียนมาเรียน ทําใหเด็กๆติดและชอบ
เพราะทําใหบรรยากาศไมเหมอื นมาเรยี น ไมเหมือนเรียนเปยี โนทพี่ อเปุานกหวีด เริ่ม
169
3851472613 ผู้สมั ภาษณ์: เรยี นนบั 1 ช่ัวโมงเต็มแลวเลิก ทําใหไมมีปฏิสัมพันธ์อยางอื่น แตการเรียนท่ีน่ี เด็กๆ
จรี วฒุ :ิ เรยี นเหมอื นอยบู านแลวมีผใู หญค อยกํากบั ทําใหเดก็ ๆชอบ
ผู้สัมภาษณ์: รูปแบบในการสอนของครชู นก สาครกิ แตกต่างจากทอ่ี ื่นอย่างไร
จีรวฒุ :ิ การเรียนที่น่ีเปรียบเสมือนครอบครัว เหมือนคุณครูสมัยกอนท่ีเรียนท่ีบาน บางคน
นําลูกมาฝากไว แตที่บานมากันครบท้ังคุณพอคุณแม มานั่งเฝูาดูทั้งวัน และก็ได
ผสู้ ัมภาษณ์: ชวยงานครอู ยา งอืน่ ดวย
จีรวฒุ ิ:
ผสู้ มั ภาษณ์: ครูชนก สาครกิ ได้มกี ารปลกู ฝังเรื่องคณุ ธรรมให้กบั นกั เรยี นหรือไม่
จีรวฒุ :ิ นอกจากครูจะสอนเรื่องดนตรีแลว คุณครูยังสอนเรื่องกิริยามารยาท เรื่องสัมมา
คารวะ เร่ืองส่ิงตางๆที่เด็กๆควรมีติดตัวไว ไมวาจะเป็นเรื่องการพูดกับผูใหญ การรู
ผสู้ มั ภาษณ์: กาลรูง านรูเวลา ไมวาจะเวลาเรียน เวลาเลน ทําใหไดรับการปลูกฝัง ซึ่งท่ีอ่ืนอาจจะ
จีรวฒุ :ิ สอนอยางเดียว ไมไ ดสนใจมารยาท ซ่ึงส่ิงเหลา น้ี เปน็ สิ่งที่ขาดในปัจจุบนั
ผู้สัมภาษณ์: อะไรท่ีทาใหน้ ักเรียนมีความกระตือรอื รน้ ในการเรยี นมากขน้ึ
จีรวฒุ :ิ พอนองจะไดแสดง ทาํ ใหม ีความกระตอื รือรนมากขึน้ จะพยายามซอมมากข้นึ มาซอม
มากขน้ึ
ผปู้ กครองมีความประทับใจอะไรในตวั ครูชนก สาครกิ
ชอบคุณครูตรงท่ี ครูเป็นคนท่ีไมปิดกั้น ตอนดูทานครูในหนังเร่ืองโหมโรง ฉากที่นํา
เปียโนมารวมกับระนาด คือนึกถึงครูต๊ักเลยวา คุณครูไดรับการถายทอดจากทานครู
เกือบทุกอยาง คือ ไมปิดกั้นเทคโนโลยีสมัยใหม พอเห็นก็จะดูวาสามารถนํามาใชได
อยางไร ครูเรียนรูการใชเทคโนโลยีและนํามาเลนดนตรีไทย เพ่ือเผยแพร โดยใช
แอพริเคช่ันของตางประเทศ เคร่ืองดนตรีตางชาติ แตนํามาเลนเพลงไทย เป็นการ
เผยแพรเ พลงไทย เพ่อื ตอบสนองกับอาเซยี นได
ครูชนก สาคริก มวี ิธกี ารถ่ายทอดแนวคิดต่างๆ ให้กบั นักเรยี นอย่างไร
คุณครูจะพูด จะเลาแนวคิดตางๆเสมอ ครูจะถายทอดทุกครั้งที่สอน เวลาเลนนอก
สถานท่ีครูจะบรรยายใหเด็กๆ นั่งฟัง เพื่อใหเด็กๆ ซึมซับ เพ่ือใหเด็กรุนใหม ต้ังแต 5
ขวบถงึ 17 ขวบ นัง่ ฟงั
ผปู้ กครองไดร้ ับความรู้แนวคดิ ตา่ งๆ จากการมาน่งั ดลู กู เรียนบา้ งหรือไม่
มหี ลายครอบครวั ท่ีมานั่งดูลกู เรียน ไดแ ลกเปล่ียนทศั นะ เวลาครูสอนเด็ก สอนนองๆ
เวลาอธิบาย คุณครูก็จะสอนผูปกครองไปดวย ท้ังเร่ืองในอดีต เรื่องวิชาการตางๆ
ประสบการณช์ วี ิต ทาํ ใหไ ดรับความรู แงค ิดตางๆ ไปดวย
170
ผสู้ มั ภาษณ์: เหตใุ ดผปู้ กครองจึงตดั สินใจให้ลูกเรยี นดนตรไี ทย
จรี วุฒิ: ดนตรสี ําหรับเดก็ เปน็ สง่ิ จําเป็นจริงๆ ทีเ่ ดก็ ไปเรียนดนตรสี ากล คือเราไปตามหลงั เคา
เรากไ็ ปเผยแพรวัฒนธรรมเคา แตถ าเราสามารถเลน ดนตรไี ทยได เรากเ็ ผยแพร
วฒั นธรรมเราได ซ่งึ จะชวยสืบตอ ในรนุ ลูกรนุ หลานตอไปได
ลาดบั ท่ี 2
ผู้ให้สัมภาษณ์: นางชลลดา ทพิ ยะวฒั น์ แม่น้องกระเตน็ ทปี่ รึกษาด้านบัญชี
3851472613 ผสู้ มั ภาษณ์: นกั เรียนเรียนอยู่ชั้นอะไร
ชลลดา: นอ งอยู ป.4
ผสู้ มั ภาษณ์:
ชลลดา: นักเรียนเล่นเคร่ืองดนตรีอะไร
ตอนแรกกะใหเรยี นระนาดเพราะคิดวา นาจะตงี ายกวาขมิ แตค รบู อกวาสรรี ะของ
ผ้สู ัมภาษณ์: นองยงั ไมพ รอม
ชลลดา:
ลักษณะการเรยี นการสอนของมลู นิธหิ ลวงประดษิ ฐไพเราะฯ เปน็ อย่างไร
ผู้สัมภาษณ์: ทน่ี ค่ี อ นขา งดี การเรยี นการสอนท่ีนี่จะไมจ าํ กัดเวลา คุณครูจะใหเลนเมื่อเด็กพรอม ถา
ชลลดา: เดก็ ยังไมอยากเรียนก็จะใหเลน กอ น แตเ วลาเรยี นก็จรงิ จัง มวี นิ ัย หามเลนหามสงเสียง
ทําใหเ ดก็ ๆไมเ ครยี ด
ผู้สัมภาษณ์:
ชลลดา: อะไรคือข้อแตกตา่ งในการสอนของครูชนก สาครกิ กบั สถาบันอืน่ ๆ
ขอแตกตางที่ชัดเจน คือ คุณครูจะสอดแทรกคุณธรรมมาก นอกจากตีขิมเป็นเพลง
ผู้สัมภาษณ์: ธรรมดาแลว คณุ ครูยงั สอดแทรกลูกเลน เทคนิคสม่ําเสมอ ทําใหบทเพลงไพเราะขึ้น
ชลลดา: และไดเลน อะไรท่ีแปลก หลากหลายมากขน้ึ
ครชู นก สาคริก ใช้วธิ ีการอะไรในการสอดแทรกคณุ ธรรมให้กบั ผเู้ รียน
คุณครูไมไดสอนคุณธรรมโดยตรง วาตองเป็นเด็กดีนะ แตครูจะเลานิทาน เลา
เร่ืองราวตางๆ เด็กๆ ก็จะสนใจฟังนอกจากนี้ยังมีของเลน การเลนกล เด็กๆ ก็จะ
สนใจ เดก็ ๆ มคี วามสขุ มากทม่ี าเรยี นไมย อมขาดเรยี น
ครูชนก สาครกิ มีอะไรทแ่ี ตกตา่ งจากครูทา่ นอืน่ ๆ หรือไม่
ครูตั๊กเป็นครูที่ดีถาเปรียบเทียบกับครูท่ัวไป นอกจากสอนความรูแลว ยังสอดแทรก
ในเรื่องตางๆ นอกจากสอนธรรมดาแลวยังมีเทคนิค ถาเด็กคนไหนรับไดยังสามารถ
ไปตอ ยอดเพือ่ พฒั นาไดเรื่อยๆ
171
ลาดบั ท่ี 3
ผใู้ ห้สัมภาษณ์: นายเล็ก หอมเสมอ คณุ พ่อของนอ้ งไอซ์
ผูส้ ัมภาษณ์: นกั เรียนเริม่ เรียนกับครชู นก สาคริก ตั้งแตเ่ ม่ือไร
เลก็ : นอ งไอซ์เรียนเมื่อ 2544
ผู้สัมภาษณ์: เหตใุ ดจึงอยากให้ลกู เรยี นดนตรี
เลก็ : ไดย นิ เสียงเพลงกเู จิง บรรเลงเพลงไทยเดมิ เลยซื้อมาฟงั หลายชุด จงึ อยากใหลูก
เรียน
ผูส้ มั ภาษณ์: เหตใุ ดจึงตดั สินใจใหล้ ูกเรยี นดนตรกี บั ครูชนก สาครกิ
เลก็ : เม่ือมาถงึ ไดเ จอครตู ๊ัก ไดพูดคุยกบั ครูต๊ักแลวถูกใจ ชอบแนวคิดในการสอนของครู
โดนใจ จงึ นาํ ลกู สาวมาเรียน เมื่อลูกมาเรยี นไดเ จอะเจอเพอ่ื น สนุกสนาน แรกๆก็กึง่
เรยี นก่ึงเลน หลงั ๆ จึงเรม่ิ จรงิ จังมากขน้ึ
3851472613 ผ้สู มั ภาษณ์: จุดเดน่ ของครูชนก สาครกิ คอื อะไร
เลก็ : จุดเดนของครู คือ ครูตั๊กมีความใจดี เด็กๆรัก ใจเย็น อาจจะแตกตางจากครูดนตรี
ทา นอ่นื ทีเ่ ครง ครดั เครียดเวลาไปเรียนตามที่ไดเห็น แตมาที่นี่รูสึก ครูต๊ักคอนขางใจ
ดี แตในความใจดคี ือ ครูต๊กั ไดมแี บบอยางชวี ิตทคี่ อ นขางจะมองดแู ลวฝากลูกไวใหครู
สอนได เพราะนอกจากจะสอนดนตรีแลว ครูยังสอนจริยธรรม วิถีคิดในการ
ดํารงชีวิตอยางมีคุณภาพ ผมไดน่ังฟังตลอดระยะเวลาสิบกวาปีที่ลูกมาเรียน ไดพบ
ไดเห็นครู ไดสอน อธิบายเก่ียวกับดนตรีแลวผมชอบ ประทับใจ และทราบวา ครู
ไดรับการยกยองใหเป็นภาคีราชบัณฑิต ย่ิงทําใหผมมั่นใจ และหวังวาลูกจะประสบ
ความสําเร็จในการเรียนดนตรีและชวี ิต
ผ้สู ัมภาษณ์: อะไรท่ีทาให้ครูชนก สาคริก ไมเ่ หมือนครูท่านอืน่
เล็ก: ครตู ๊ักเปน็ นกั พฒั นา เปน็ ผูทว่ี อ งไวตอ สิ่งท่ีเกิดใหม ไมว า จะเปน็ ขอมูลขาวสาร การใช
เทคโนโลยี ไอแพด เคร่ืองไฟฟูาทท่ี ําใหเกิดการพัฒนาการเรียนการสอน ครูจะทราบ
กอนใครเสมอ ซึ่งเป็นเรื่องท่ีนาชื่นชม ครูตั๊กเป็นนักอนุรักษ์ แตในการอนุรักษ์ก็จะ
เปดิ รับความคดิ สงิ่ ใหม เป็นคนใจกวางที่เปิดรับขอวิพากษ์วิจารณ์ เปิดพรอมที่จะรับ
ฟงั
ผสู้ มั ภาษณ์: นักเรียนมีความสุขกบั การมาเรียนท่นี ีห่ รอื ไม่
เล็ก: นองมีความสุขมากที่มาเรียน ถามาเรียนก็จะอยูท้ังวัน ไมมีมาเรียน แคช่ัวโมงเดียว
ไดทําอะไรหลายอยาง มาเรียนบาง สอนบาง เลนบาง บางทีนอกจากสอน ครูยังให
ทานขนม มีนทิ าน มีการ์ตูน มีสื่อการเรียนการสอนมากมาย ทําใหเด็กรักท่ีจะมาท่ีน่ี
มาเรียน มาเขากลุม ทั้งผูปกครองดวย สามารถมาคุย ไดอยางสบายใจ คือ มาเรียน
อยา งมคี วามสุข”
172
ลาดบั ที่ 4
ผู้ให้สมั ภาษณ์: นายนิธบิ ญุ แสนสุข พอ่ น้องแทน เป็นพนักงานบริษัท
3851472613 ผสู้ ัมภาษณ์: ผปู้ กครองรู้จกั มลู นิธิหลวงประดษิ ฐไพเราะฯ ได้อย่างไร
นธิ ิบุญ: รจู ักทนี่ ่ี มาจากภาพยนตร์เรื่อง โหมโรง
ผ้สู มั ภาษณ์: เครื่องดนตรีท่นี กั เรยี นเลอื กเรยี นคอื อะไร
นธิ บิ ุญ: ขิม
ผู้สมั ภาษณ์: นักเรียนเริ่มเรียนตอนอายเุ ท่าไร
นิธบิ ญุ : เร่มิ เรยี นตอน อนบุ าล 2
ผ้สู มั ภาษณ์: บรรยากาศในการเรยี นทม่ี ลู นิธิหลวงประดษิ ฐไพเราะฯ เป็นอย่างไรบ้าง
นธิ บิ ญุ : มรี ะบบพ่สี อนนอง ซึง่ เปน็ สิง่ ทีด่ ี มบี รรยากาศทเี่ ป็นกันเอง
ผสู้ ัมภาษณ์: จุดเดน่ ในการสอนของครชู นก สาคริก คืออะไร
นิธบิ ญุ : คุณครูเอาใจใสและดเู ด็กแตละคน แลวนาํ กลยุทธตางๆ มาสอน เชน เลน กล ไมได
สอนแบบเดียวตลอดเวลา เปลี่ยนวธิ ไี ปเรอื่ ยๆ ทาํ ใหรสู กึ วาไมใ ชหอ งเรียนท่ีเนน
ผู้สมั ภาษณ์: ทฤษฎีมากเกินไป และก็ใหพี่ๆ มาสอน เปลี่ยนไปตามชวงวัยของเด็ก
นธิ ิบญุ :
นักเรยี นมีความสุขกับการมาเรยี นทน่ี ห่ี รือไม่
ผู้สัมภาษณ์: นองอยากมาเรยี นเสมอ เพราะเขาอาจจะรูส ึกผูกพัน ทําใหยังมาตลอด ท้ังเพ่ือน พี่
นธิ ิบญุ : และครู ซ่งึ ครจู ะสอนเสมอในเรื่องการแบง เวลา
อะไรท่ีทาให้ครชู นก สาคริก แตกตา่ งจากครทู า่ นอน่ื ๆ
คณุ ครูสอนลกู ศิษย์ใหประสานทกุ อยางเขา ดว ยกัน ทงั้ สมัยเกา และสมยั ใหม ครูจะ
เป็นคนชอบสอนทัง้ เด็กและผูใหญ ท่ีน่ไี มใชธ รุ กจิ แตครูจะสอนทุกอยา ง ทั้งมารยาท
วฒั นธรรม มีประเพณตี างๆ เป็นของตนเอง เป็นบรมครูทางดานดนตรไี ทยเลยกว็ า
ได
3851472613 173
รายการอ้างอิง
ภาษาไทย
กรมวิชาการ. (2540). ประทีปแห่งการศกึ ษา: พระบรมราโชวาทและพระราชดารสั ดา้ นการศกึ ษา.
กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพค์ รุ ุสภาลาดพราว.
กวินทิพย์ บรรยายกิจ. (2545). การสอนขิม. ใน สาระดนตรีศกึ ษา, พมิ พค์ รั้งท่ี 1. หนา 91-107.
กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พ์แหง จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย.
กัญญารตั น์ รตั นเสาวภาคย์. (สมั ภาษณ์, 20 เม.ย. 2556).
กัมปนาท ดําทองสกุ . (2554). การสบื ทอดปี่พาทย์ในตาบลบางปลา อาเภอบางพลี จังหวัด
สมทุ รปราการ. (วิทยานพิ นธ์ปรญิ ญามหาบณั ฑิต), สาขามานุษยดุรยิ างควทิ ยา บัณฑติ
วทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ.
ขําคม พรประสทิ ธิ.์ (2539). แบบนําเสนอ จรรยาบรรณวิชาชพี และบทบาทของวัฒนธรรมดนตรี. ใน
การปรับวงดนตรีไทยข้นั สูง. กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์เรือนแกว การพมิ พ์.
จิตภัสสร สวสั ดิชยั . (สมั ภาษณ์, 20 เม.ย. 2556).
จรี วุฒิ หงสกุล. (สัมภาษณ์, 20 เม.ย. 2556).
จรี ชั ญ์ณา หงษาประเสรฐิ . ( สมั ภาษณ์, 15 เม.ย. 2557).
เฉลมิ บวั ทง่ั . (2530). การไหวค ร.ู ใน ดนตรีไทยอดุ มศกึ ษาครัง้ ท่ี 19, หนา 18-30. กรุงเทพมหานคร:
แอ฿สเสท การพมิ พ์.
ชนก สาคริก. (สมั ภาษณ์, 14 ก.ค. 2555).
ชมรมดนตรไี ทยมูลนิธหิ ลวงประดิษฐไพเราะ(ศรศลิ ปบรรเลง). (2554). ประวตั ิอาจารย์ชนก สาคริก.
22 สงิ หาคม, 2554, จาก www.chanoktuck.com
ชลลดา ทิพยะวฒั น์. (สมั ภาษณ์, 20 เม.ย. 2556).
ชาญชัย ยมดิษฐ.์ (2548). เทคนคิ และวธิ กี ารสอนรว่ มสมัย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรงุ เทพมหานคร:
สาํ นกั พมิ พห์ ลกั พมิ พ.์
ชาลินี เสนาณรงค.์ ( สมั ภาษณ์, 19 ก.ค. 2556).
ชน้ิ ศิลปบรรเลง. (2521). ผเู รียนดนตรีและนกั ดนตร.ี ใน ดนตรีไทยอุดมศกึ ษาคร้งั ท่ี 11, หนา 26-
35. กรงุ เทพมหานคร: เรอื นแกวการพิมพ์.
ฐติ ญาภรณ์ หงสกุล. (สมั ภาษณ์, 20 เม.ย. 2557).
ณรุทธ์ สทุ ธจติ ต.์ (2553). ดนตรศี ึกษา: หลกั การและสาระสาคัญ. พิมพค์ ร้ังท่ี 7. กรุงเทพมหานคร:
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
ณรุทธ์ สุทธจติ ต.์ (2544). พฤติกรรมการสอนดนตรี. พิมพ์คร้งั ที่ 3. กรงุ เทพมหานคร: สาํ นักพิมพ์
แหงจุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.
ดํารหิ ์ บรรณวทิ ยกจิ . (2545). แนวการสอนดนตรีปฏิบตั ิอยางมปี ระสทิ ธิภาพ. ใน สาระดนตรศี ึกษา,
พมิ พค์ รั้งท่ี 1. หนา 57-58. กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พ์แหงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
3851472613 174
ทศิ นา แขมมณี. (2552). ศาสตร์การสอน: องคค์ วามรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ทม่ี ี
ประสทิ ธภิ าพ. พมิ พ์ครง้ั ท่ี 11. กรงุ เทพมหานคร: สํานักพิมพ์แหง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทศิ นา แขมมณ.ี (2552). 14 วธิ ีสอนสาหรับครูมอื อาชีพ. พิมพ์ครงั้ ท่ี 9. กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พ์
แหงจฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั .
ธนิดา แสงโสภณ. (สัมภาษณ์, 20 เม.ย. 2556).
นภดล ทิพยรตั น์. (2544). บทบาทและหนา ท่ีของขิมในดนตรีไทย. ใน ดนตรไี ทยอุดมศกึ ษาครั้งท่ี 32.
กรงุ เทพมหานคร: มหาวิทยาลยั มหิดล.
นนั ทิภา ชั้นบุญ. (2553). การจัดการความรู้ทางดนตรีไทย: กรณีศกึ ษามลู นธิ ิหลวงประดษิ ฐไพเราะ
(ศร ศลิ ปบรรเลง). (วทิ ยานพิ นธศ์ ิลปศาสตรม์ หาบณั ฑติ ), สาขาบริหารงานวฒั นธรรม
วทิ ยาลยั นวตั กรรม มหาวทิ ยาลัยธรรศาสตร์.
นิธบิ ญุ แสนสุข. (สมั ภาษณ์, 20 เม.ย. 2556) ).
บญุ ชวย โสวตั ร. (2539). การปรับวงดนตรีไทยขั้นสูง. พิมพ์คร้ังท่ี 1. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์
เรอื นแกว การพิมพ.์
บุญโชค ไชยชาต.ิ (2551). การสืบทอดปพี่ าทยใ์ นจังหวดั พระนครศรอี ยธุ ยา. (วิทยานิพนธ์ปริญญา
มหาบัณฑิต), สาขามานุษยดรุ ิยางควิทยา บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ.
บุษกร บิณฑสันต์และคณะ. (2553). โปงลาง. พมิ พค์ ร้ังท่ี 1. กรงุ เทพมหานคร: สํานักพิมพ์แหง
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปญั ญา รงุ เรือง. (2545). ดนตรใี นวถิ ีชีวติ ไทย. พิมพ์ครัง้ ท่ี 1. กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์ครุ สุ ภา
ลาดพราว.
ปญั ญา รุงเรอื ง. (2532). การศึกษาแนวความคิดในการสอนเพ่ือพัฒนาดนตรีไทยของผ้สู อนดนตรี
ไทยในระดบั อดุ มศึกษา. (วิทยานพิ นธป์ ริญญามหาบัณฑิต ), สาขาพ้ืนฐานการศึกษา
ภาควชิ าสารัตถะศึกษา บัณฑิตวทิ ยาลยั จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
พรไพลนิ วาณชิ ถิระดฐิ . ( สมั ภาษณ์ 15 เม.ย. 2557).
พิชญานชุ คําบญุ รตั น.์ (สมั ภาษณ์, 15 เม.ย. 2557).
พิชามญช์.ุ (2554). ชนก สาคริก ครูดนตรไี ทยสายตระกลู "ศิลปบรรเลง"ทายาทหลวงประดษิ ฐ
ไพเราะ. สกุลไทยรายสัปดาห์(2952), 39.
ภาวนิ ี วฒุ ิยาสกลุ . (สมั ภาษณ์, 15 เม.ย. 2557).
มนตรี ตราโมท. (2540). ดุรยิ างคศาสตร์ไทย: ภาควชิ าการ. พิมพ์ครงั้ ท่ี 2. กรุงเทพมหานคร:
สํานกั พมิ พม์ ติชน.
มาฆวรัตน์ บุญสิโรจน.์ (สัมภาษณ์, 19 ก.ค. 2556).
มานพ ถนอมศรแี ละคณะ. (2546). ทิพยว์ าทีคีตศลิ ป์. พิมพค์ รง้ั ที่ 1. กงุ เทพมหานคร: บริษทั โรง
พิมพก์ รงุ เทพจาํ กดั .
มูลนธิ ิหลวงประดษิ ฐไพเราะ(ศร ศิลปบรรเลง). (2549). ประวตั ิครูชนก สาครกิ . ใน งานแสดงมุทิตา
จติ ครูตกั๊ 60 ปี, หนา 1-2.
มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ(ศร ศิลปบรรเลง). (2551). ประวัตคิ รูชนก สาคริก. ใน ครบเครื่องเร่อื ง
ขมิ .
3851472613 175
ลาํ พอง บญุ ชว ย. (2530). การสอนเชิงระบบ. ปทุมธานี: วทิ ยาลยั ครเู พชรบรุ วี ิทยาลงกรณ์.
เลก็ หอมเสมอ. (สัมภาษณ์, 20 เม.ย. 2556).
วรรณกาญจน์ บุญยก. (สมั ภาษณ์, 15 เม.ย. 2557).
วรินธร แวววรวิทย.์ (สมั ภาษณ์, 15 เม.ย. 2557).
วชิ ดุ า บญุ อยู. (สมั ภาษณ์, 20 เม.ย. 2556).
วมิ าลา ศิรพิ งษ.์ (2534). การสบื ทอดวฒั นธรรมดนตรีไทยในสังคมปัจจบุ นั ศึกษากรณสี กุลพาทย
โกศลและสกุลศิลปบรรเลง. (วทิ ยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต), สาขามานุษยวิทยา คณะ
สังคมวทิ ยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร.์
สงบศกึ ธรรมวหิ าร. (2534). แนวคดิ และวิธกี ารของมนตรี ตราโมท ในการอนรุ กั ษ์และถ่ายทอด
ดนตรีไทยและเพลงไทย. (วทิ ยานิพนธป์ ริญญามหาบัณฑิต), สาขาวิชาพ้ืนฐานการศกึ ษา
ภาควิชาสารัตถะศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั
สงบศึก ธรรมวหิ าร. (2540). ดรุ ยิ างคไ์ ทย. กรุงเทพมหานคร: สํานกั พิมพ์แหงจุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย.
สงดั ภูเขาทอง. (2529). ทางเข้าส่ดู นตรีไทย. วารสารถนนดนตรี, 66-70.
สํานักงานการศึกษาขน้ั พื้นฐาน. (2553). เส้นทางครมู ืออาชพี สาหรับครูผ้ชู ่วย. กรุงเทพมหานคร:
โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแหงประเทศไทย จาํ กดั .
สิรวิ รรณ สุวรรณอาภา. (2545). กิจกรรมการเรยี นการสอน. ใน เอกสารการสอน ชดุ วิชาระบบการ
เรียนการสอน หน่วยที่ 1-7, พิมพ์ครงั้ ท่ี 19. หนา 163-165. กรงุ เทพมหานคร: สํานักพิมพ์
มหาวทิ ยาลยั สุโขทัยธรรมาธริ าช.
สขุ สนั ต์ พวงกลัด. (2539). การวิเคราะห์เชิงประวตั ิศาสตรเ์ ก่ยี วกับภมู ิปญั ญาไทยในการบรรเลงซอ
สามสาย. (วทิ ยานพิ นธ์ปรญิ ญามหาบัณฑติ ), สาขาวชิ าพ้นื ฐานการศกึ ษา ภาควชิ าสารตั ถะ
ศึกษา บัณฑติ วิทยาลัย จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย.
สุพิน บุญชวู งศ.์ (2531). หลกั การสอน. พมิ พค์ ร้ังท่ี 2. กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พ์แสวงสุทธกิ าร
พิมพ.์
สภุ างค์ จันทวานชิ . (2551). การวิเคราะห์ข้อมูลในการวจิ ัยเชิงคุณภาพ. พิมพ์ครง้ั ที่ 8.
กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แหง จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั .
สภุ างค์ จันทวานิช. (2552). วิธกี ารวจิ ยั เชงิ คณุ ภาพ. พมิ พ์ครัง้ ที่ 17. กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พ์
ดา นสุทธาการพิมพ.์
สุมน อมรวิวัฒนแ์ ละคณะ. (2534). ความคิดและภมู ิปัญญาไทย: ด้านการศกึ ษา. กรงุ เทพมหานคร:
โครงการวจิ ยั เฉลมิ ฉลองสมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯทรงเจรญิ พระชนมายุครบ 36 พรรษา
ของสถาบนั ไทยศกึ ษา จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย.
สุวรรณา วงั โสภณ. (2547). การศึกษาวฒั นธรรมการถ่ายทอดดนตรปี ระจาชาติไทยและญ่ีปุ่น.
(วิทยานิพนธ์ปรญิ ญาดุษฎีบณั ฑิต), สาขาวิชาพฒั นศึกษาา บัณฑติ วทิ ยาลัย จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย.
3851472613 176
เหมราช เหมหงษา. (2541). วิวัฒนาการการถ่ายทอดการบรรเลงจะเข้: การศึกษาเชิง
ประวัติศาสตร์. (วิทยานิพนธ์ปรญิ ญามหาบัณฑติ ), สาขาวิชาพนื้ ฐานการศึกษา ภาควิชา
สารตั ถะศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.
ฬฌญา เครือครองสขุ . (สมั ภาษณ์, 15 เม.ย. 2557).
อธิพร ศรียมก. (2545). ส่อื การสอน 1. ใน เอกสารการสอนชดุ วิชาระบบการเรียนการสอน หนว่ ยท่ี
1-7, พิมพค์ ร้งั ท่ี 19. หนา 283-285. กรงุ เทพมหานคร: สาํ นักพมิ พ์
มหาวิทยาลยั สุโขทัยธรรมาธิราช.
อัมพลิ ดา เศวตกติ ิธรรม. (สมั ภาษณ์ 15 เม.ย. 2557).
อานันท์ นาคคง. (2550). ดนตรไี ทยเดิม. กรุงเทพมหานคร: สํานกั พมิ พส์ ารคดี ในนามบริษัทวริ ิยะ
ธุรกจิ จํากดั .
อานันท์ นาคคงและคณะ. (2547). โนตตัวเลข 9 ตวั . ใน หลวงประดษิ ฐไพเราะ (ศร ศลิ ปบรรเลง)
มหาดุรยิ กวีลุ่มเจา้ พระยาแห่งอุษาคเนย์, พมิ พ์คร้ังที่ 2. กรงุ เทพมหานคร: สาํ นกั พิมพ์มติ
ชน.
อาภรณ์ ใจเทย่ี ง. (2553). หลักการสอน(ฉบับปรับปรุง). พิมพ์ครง้ั ที่ 5. กรุงเทพมหานคร:
สาํ นักพมิ พ์โอเดยี นสโตร์.
อทุ ัย ศาสตรา. (2553). การศึกษากระบวนการถา่ ยทอดการบรรเลงระนาดเอกของครปู ระสทิ ธิ์
ถาวร ศิลปนิ แหง่ ชาติ. (วิทยานพิ นธป์ ริญญามหาบัณฑติ ), สาขาวชิ าดนตรศี กึ ษา ภาควิชา
ศิลปะ ดนตรแี ละนาฏศิลปศึกษาคณะครุศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
ภาษาอังกฤษ
Abeles, H. F., Hoffer, C. R., & Klotman, R. H. (1984). Foundations of MusicEducation.
New York: Shirmer Books.
Hyman, R. T. (1974). Way to teaching 2. New York: J.B. Lippincott Company.
Steiner, E. (1988). Methodology of Theory Building. Sydney: Educology Research
Associates
177
ประวัตผิ ู้เขียนวิทยานิพนธ์
นางสาวปพิชญา เสียงประเสริฐ เกิดวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2530 จังหวัดฉะเชิงเทรา
สําเร็จการศึกษาปริญญาครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีศึกษา ภาควิชาศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป
ศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปีการศึกษา 2552 และเขาศึกษาตอในหลักสูตร
ครุศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวิชาดนตรีศกึ ษา ภาควิชาศลิ ปะ ดนตรีและนาฏศลิ ปศึกษา คณะครุศาสตร์
จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย ในปีการศึกษา 2553 ปัจจุบันดํารงตําแหนง ครู คศ.1 โรงเรียนวัดโสธรวรา
รามวรวหิ าร สงั กดั สํานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามัธยมศึกษาเขต 6 จงั หวัดฉะเชงิ เทรา
3851472613