The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภูมิปัญญาภาคกลาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Wilawan Wan, 2022-06-25 00:13:39

ภูมิปัญญาภาคกลาง

ภูมิปัญญาภาคกลาง

ภูมิปัญญาไทย
(ภาคกลาง)

สารบัญ

1 วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย
2 วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับด้านอาหารการกิน
3 วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับด้านการแต่งกาย
4 วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับด้านภาษา

วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย

บ้านเรือนไทยภาคกลาง นั้น เป็นหนึ่งในสี่รูปแบบของเรือนไทยทั้งสี่ภาคที่ได้รับ
ความนิยมสร้างขึ้นเพื่อ อยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยโบราณ เรือนไทยภาคกลางนั้นจัดว่า
เป็นเรือนไทยที่ได้ รับความนิยมมากกว่าเรือนไทย ภาคอืน ๆ

เรือนไทยในภาคกลาง ถือเป็นแบบฉบับของเรือนไทยเดิมที่เราคุ้นเคยกันดี ในรูป
แบบ เรือนฝาปะกนถือเป็นเรือนไทยแท้ เรือนไทยฝาปะกน คือเรือนที่ฝาทำจากไม้สัก
มีไม้ลูกตั้งและลูกนอน และมีแผ่นไม้บางเข้าลิ้นประกบกันสนิท หน้าจั่วก็ทำด้วยวิธี
เดียวกัน เราจะพบเห็นเรือนไทยภาคกลาง รูปแบบต่าง ๆ อาทิ เรือนเดี่ยว เรือนหมู่
เรือนหมู่คหบดี และจากการดำเนินชีวิตของคนไทยในอดีตผูกพันกับแม่น้ำลำคลอง
อันเป็นทางคมนาคมที่สะดวกในเขตภาคกลางจึงเกิดเรือนพักอาศัยเช่นเรือน แพ

1 เรือนเดี่ยว

เป็นเรือนสำหรับครอบครัวเดี่ยว สามีภรรยา
และลูกที่ยังไม่ออกเรือน สร้างขึ้นโดยมีประโยชน์
ใช้สอยที่เพียงพอกับครอบครัวเล็ก ๆ อาจเป็น
เรือนเครื่องผูกเรือนเครื่องสับ หรือผสมผสานกัน
ก็เป็นได้แล้วแต่ฐานะทางเศรษฐกิจ จะเอื้ออำนวย

ประกอบด้วย เรือนนอน 1 หลัง เรือนครัว 1
หลัง ระเบียงยาว ตลอดเป็นตัวเชื่อมระหว่างห้อง
นอนกับชาน

2.เรือนหมู่

เรือนหมู่ คือ เรือนหลายหลังซึ่งปลูกอยู่ในที่
เดียวกันเมื่อลูกเต้าออกเหย้าออกเรือนไปแล้ว
เรือนเหล่านี้หลังหนึ่งเป็นเรือนเดิมซึ่งพ่ อแม่อยู่
ส่วนที่เหลือเป็นเรือน หลังย่อมกว่า เป็นที่อยู่ของ
บุตรสาวซึ่งออกเรือนไป แล้วจำนวนหลัง แล้วแต่
จำนวนบุตรสาว เนื่องจากสมัยก่อนลูกชาย
แต่งงานส่วนใหญ่จะไปอยู่บ้านผู้หญิง ส่วนลูกผู้
หญิงจะนำเขยเข้าบ้าน

3.เรือนหมู่คหบดี

เรือนหมู่คหบดีโบราณ เป็นเรือนสำหรับผู้มีอัน
จะกินดังคำกล่าวว่า " ถ้าบ้านใด มีแม่เรือน 2
หลัง หอนั่ง ครัวไฟ หัวกระไดต้นโมกเป็นบ้าน
เรือนชั้นผู้ดีมีอันจะกิน " ลักษณะการจัดเรือนหมู่
คหบดีของโบราณเป็นเรือนขนาดใหญ่มีเรือนคู่และ
เรือน หลังเล็กหลังน้อยรวมเข้าด้วยกัน แต่ละหลัง
ใช้ประโยชน์ต่างหน้าที่กันออกไป

ประกอบด้วย เรือนนอน เรือนลูก เรือนขวาง
เรือนครัว หอนก และชาน

4.เรือนแพ

สายน้ำกับชีวิตแบบไทย ๆอยู่คู่กันมาโดย
ตลอด ส่วนใหญ่คนไทยจะอาศัยอยู่ริมน้ำเพราะ
เป็นเส้นทางการ คมนาคมที่สะดวกและเป็นปัจจัย
สำคัญในการดำเนินชิวิตประจำวัน และงาน
เกษตรกรรมในบางพื้ นที่ที่บริเวณชายน้ำเป็นที่ลุ่ม
มีน้ำท่วมถึงเป็นเวลานานในช่วงหน้าน้ำ การสร้าง
บ้านบริเวณชายฝั่ งต้องยกพื้นชั้นบนสูงมาก จึง
จะพ้ นน้ำซึ่งไม่สะดวกในหน้าแล้งทำให้เกิดการ
สร้างเรือนในลักษณะ " เรือนแพ " ที่สามารถปรับ
ระดับของตนเองขึ้นลงได้ตามระดับน้ำในแม่น้ำ
ลำคลอง

วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับด้านอาหารการกิน

อาหารพื้นบ้านภาคกลาง เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ของภาคกลางเป็นที่ราบลุ่ม
มีแม่น้ำลำคลอง หนองบึงมากมาย จึงเป็นแหล่งอาหารทั้งพืชผักและสัตว์น้ำนานา
ชนิด พื้นที่บางส่วนติดชายฝั่ งทะเลทำให้วัตถุดิบในการประกอบอาหารหลากหลาย
อุดมสมบูรณ์

อาหารภาคกลางมีความหลากหลายทั้งในการปรุง รสชาติ และการตกแต่งให้น่า
รับประทาน สืบเนื่องจากการรับและปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมจากภายนอก เช่น จีน
อินเดีย ชาวตะวันตก อีกทั้งอาหารภาคกลางบางส่วนได้รับอิทธิพลมาจากอาหาร
ของราชสำนักอีกด้วย

สำรับอาหารภาคกลางมักมีน้ำพริก

และผักจิ้ม โดยรับประทานข้าวสวย

เป็นหลัก ลักษณะอาหารที่รับประทาน
มักผสมผสานระหว่างภาคต่าง ๆ
เช่น แกงไตปลา ปลาร้า น้ำพริกอ่อง

วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับด้านการแต่งกาย

การแต่งกายภาคกลาง การแต่งกายในชีวิตประจำวันทั่วไป ชายนุ่งกางเกง
ครึ่งน่อง สวมเสื้อแขนสั้น คาดผ้าขาวม้า ส่วนหญิง จะนุ่งซิ่นยาว สวมเสื้อแขน
สั้นหรือยาว

ลักษณะการแต่งกาย

ผู้ชาย สมัยก่อนการเปลี่ยนแปลง
ระบอบการปกครอง นิยมสวมใส่โจงกระเบน
สวมเสื้อสีขาว ติดกระดุม 5 เม็ด ที่เรียกว่า
"ราชประแตน" ไว้ผมสั้นข้างๆตัดเกรียนถึง
หนังศีรษะข้างบนหวีแสกกลาง

ผู้หญิง สมัยก่อนการเปลี่ยนแปลง
ระบอบการปกครอง นิยมสวมใส่ผ้าซิ่นยาว
ครึ่งแข้ง ห่มสไบเฉียงตามสมัยอยุธยา ทรง
ผมเกล้าเป็นมวย และสวมใส่เครื่องประดับ
เพื่ อความสวยงาม

วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับด้านภาษา

ภาษากลางได้แก่ภาษาที่ใช้พู ดกันในจังหวัดภาคกลางของ ประเทศไทย เช่น
สุพรรณบุรี อ่างทอง ราชบุรี กาญจนบุรี นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา
เป็นต้น ภาษาภาคกลางที่สำคัญ คือ ภาษากรุงเทพฯ ซึ่งเป็นภาษาราชการ และ
เป็นภาษาประจำชาติ

การแบ่งภาษาถิ่นเป็นการแบ่งอย่างคร่าวๆ ซึ่งตามสภาพความเป็นจริงแล้ว
ภาษาในแต่ละภาคก็ไม่เหมือนกันทีเดียว มีความผิดเพี้ยนกันไปบ้าง ภาษา
กรุงเทพฯ ถือเป็นภาษาถิ่นภาคกลางที่ยอมรับกันว่าเป็นภาษามาตรฐานที่กำหนด
ให้คนในชาติใช้ร่วมกัน เพื่อสื่อสารให้ตรงกัน แต่ภาถิ่นทุกภาษามีศักดิ์ศรีความ
เป็นภาษาเท่าเทียมกัน ถ้าเราเข้าใจและสามารถใช้ภาษาถิ่นได้ จะทำให้สื่อสาร
สัมฤทธิ์ผลและเสริมสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันยิ่งขึ้น ความแตกต่างระหว่าง
ภาษาถิ่นในประเทศไทย

THANK YOU


Click to View FlipBook Version