๑. ความสำคัญของนวัตกรรม/วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ(Best Practice) การศึกษาเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ในการพัฒนาสังคมให้คนซึ่งเป็นสมาชิกของสังคม เป็นคนมี คุณภาพ คุณธรรม กล่าวคือ การศึกษาช่วยสร้างจิตสำนึกในการเป็นมนุษย์ มีจิตวิญญาณของผู้มีอารยะ ธรรม ทางปัญญาและความงดงามทางจิตใจ การศึกษาสร้างให้คนมีความรู้ในการดำรงชีวิต การประกอบ อาชีพ มี ความอดทนในการต่อสู้กับอุปสรรคของชีวิต การศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนทุกวัย ทั้งนี้การศึกษาของไทย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงมาหลายยุคหลายสมัยเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพของสังคมสภาพ ปัจจุบันพบว่า การจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์นั้น ครูส่วนใหญ่จะใช้วิธีสอน แบบบรรยายอย่าง เดียว ไม่เห็นความสำคัญของการใช้สื่อ และผู้เรียนเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ เรื่องราวเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์น้อยมาก เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ น่าเบื่อหน่าย และต้องท่องจำทำให้ผู้เรียนไม่เกิด แรงจูงใจในการเรียนรู้ ไม่สนใจเรียน ทำให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ น้อย ไม่สามารถลำดับ เหตุการณ์และเชื่อมโยงสถานการณ์ทางประวัติศาสตร์ได้ ส่งผลให้มีผลสัมฤทธิ์การเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ค่อนข้างต่ำ ซึ่งผู้สอนเล็งเห็นความสำคัญของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน เพราะวิชาประวัติศาสตร์เป็น วิชาที่สำคัญต่อการสร้างคนให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ เนื่องจากมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสมาชิกใน สังคมและการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สามารถรักษาอารยธรรมชาติให้อยู่คู่กับสังคมมนุษย์ต่อไป จากความสำคัญดังกล่าวจะเห็นได้ว่าวิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาที่มีคุณค่าที่ดี มีหลักธรรม คุณธรรม ค่านิยมที่พึงประสงค์และเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจแก้ไขปัญหาในปัจจุบันได้ดังนั้นเพื่อให้ การจัดการเรียน การสอนวิชาประวัติศาสตร์บรรลุวัตถุประสงค์ของหลักสูตรที่กำหนดไว้ ต้องอาศัยผู้สอน เป็นกำลังสำคัญผู้สอน ต้องเปลี่ยนการสอนจากวิธีบรรยายมาเป็นการสอน ด้วยเหตุและผล มุ่ง ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตและใช้เวลาอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งมี ความยืดหยุ่นสนองความต้องการของ ผู้เรียน ชุมชน สังคมและประเทศซาติ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุก เวลา ทุกสถานที่และเรียนรู้ได้จากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ทุกประเภท รวมทั้งจากเครือข่ายการเรียนรู้ ต่างๆที่มีอยู่ในท้องถิ่น ชุมชนและแหล่งอื่นๆ เน้น สื่อที่ผู้เรียนและผู้สอนใช้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วย ตนเอง คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล วิเคราะห์ ปัญหาในการเรียนรู้แล้วนำมาแก้ปัญหาหรือพัฒนา ซึ่งจะส่งผลต่อผู้เรียนให้มีพัฒนาการ การเรียนรู้ที่ดีขึ้น ทัน ต่อสภาวะโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้านอย่างรวดเร็ว 2. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน 1. เพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้ “ HISTORY MODEL ” 2. เพื่อพัฒนาทักษะผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ ของนักเรียนระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 3. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชา ประวัติศาสตร์ โดยใช้ “ HISTORY MODEL ”
3. ขั้นตอนการดำเนินงาน จากแนวคิดข้างต้นจะเห็นได้ว่าการจัดการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ มีแนวทางการจัดการเรียนการสอนคือ การเน้นการบรรยายซึ่งส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่าย อีกทั้งเนื้อหาที่ต้องเรียนนั้นมีปริมาณที่มาก ทาง โรงเรียนเพียงหลวง 1 (บ้านท่าตอน)ฯ ได้มีการประชุม PLC ในระดับกลุ่มสาระ ครูผู้สอน ในการพัฒนาการ จัดการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ให้เกิดประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงมีการจัดทำโมเดลการสอนขึ้นมาคือ “HISTORY MODEL” ซึ่งมีการดำเนินการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางเสริมสร้างทักษะกระบวนการ หลากหลายด้าน เช่น ด้านสังคม ด้านความคิด ด้านการประเมินผลและด้านความกล้าแสดงออก เป็นต้น โดยมี การดำเนินการดังต่อไปนี้ H (HARMONY) : ความสามัคคี I (IDEA) : ความคิด S (SOURCING) : แหล่งข้อมูล T (TAKE ACTION) : การลงมือปฏิบัติ O (OVERVIEW) : ภาพรวม R (RELIABLE) : เชื่อถือได้ Y (YOU CAN DO IT) : เราทำได้ !!
3.1. H (HARMONY) : ความสามัคคี กระบวนการที่มุ่งเน้นในการพัฒนาทักษะกระบวนการกลุ่ม พัฒนาด้านสังคมของผู้เรียนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ โดยในกระบวนการนี้ผู้สอนจะมีการแบ่งกลุ่มผู้เรียนโดยมีการคละความสามารถของผู้เรียน จาก การสอบก่อนเรียนหรือความสามารถของนักเรียนตามความเหมาะสม (แบ่งกลุ่ม เก่ง ปานกลางและอ่อน) 3.2. I (IDEA) : ความคิด เป็นกระบวนการพัฒนาทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ คิดต่อยอดและมีเหตุผล โดยกระบวนการนี้จะให้ ผู้เรียนระดมความคิดในการกำหนดหัวข้อที่จะศึกษาจะสอดคล้องกับแนวทางที่ผู้สอนกำหนดไว้ ผู้เรียนจะนำ หัวข้อที่ได้ระดมความคิดมาปรึกษาผู้สอนเพื่อให้ผู้สอนสามารถปรับปรุงหรือให้คำแนะนำแก่ผู้เรียน ภาพ : การแบ่งกลุ่มนักเรียนก่อนเริ่มกิจกรรมมีการคละผู้เรียน ภาพ : การระดมสมองในการกำหนดหัวข้อที่จะศึกษา
3.3. S (SOURCING) : แหล่งข้อมูล กระบวนการศึกษาหาข้อมูลจากหัวข้อที่ผู้เรียนกำหนด โดยจะมีการสืบค้นจากแหล่งข้อมูลที่ หลากหลาย เช่น สืบค้นทางอินเทอร์เน็ต สืบค้นจากหนังสือหรือสืบค้นผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น การสืบค้นข้อมูลจะมีการจัดหมวดหมู่ของข้อมูลและความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ศึกษา 3.4. T (TAKE ACTION) : การลงมือปฏิบัติ เป็นกระบวนการดำเนินลงมือปฏิบัติชิ้นงานตามหัวข้อที่กำหนดโดยใช้ข้อมูลที่สืบค้นในการตอบคำถาม ตามหัวข้อที่ผู้สอนกำหนด โดยสามารถจัดทำชิ้นงานได้หลากหลายรูปแบบตามที่ผู้สอนกำหนด เช่น แผนผัง ความคิด โปสเตอร์ สื่อออนไลน์ โมเดล เป็นต้น โดยมีผู้สอนให้คำแนะนำในขั้นตอนดำเนินการอย่างเหมาะสม ภาพ : การสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อที่กำหนด ภาพ : การลงปฏิบัติชิ้นงานโดยมีการแบ่งหน้าที่ในการทำงาน
3.5. O (OVERVIEW) : ภาพรวม เป็นกระบวนการพัฒนาทักษะความกล้าแสดงออก ของผู้เรียนโดยการนำชิ้นงานมานำเสนออย่าง สร้างสรรค์ครบถ้วน ผู้เรียนแต่ละกลุ่มมีการบันทึกความรู้ที่สำคัญลงในแบบบันทึกหรือสมุดเกี่ยวกับ ข้อมูล หลักฐานประกอบการนำเสนอ เป็นต้น 3.6. R (RELIABLE) : เชื่อถือได้ เป็นกระบวนการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลจากการนำเสนอของผู้เรียนทุกกลุ่ม เพื่อหาจุดแข็งและ จุดอ่อนของการนำเสนอเช่น ด้านข้อมูล รูปแบบการนำเสนอ ชิ้นงาน เป็นต้น ผ่านกิจกรรมการโต้วาทีหรือ กิจกรรมอื่นตามความเหมาะสมของชั้นเรียนโดยมีผู้สอนให้คำแนะนำและถอดบทเรียนองค์ความรู้ให้แก่ผู้เรียน ภาพ : การนำเสนอชิ้นงานของกลุ่มตนเอง ภาพ : การถอดบทเรียนของผู้เรียนแต่ละกลุ่มเพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุง
3.7. Y (YOU CAN DO IT !!) : เราทำได้ !! กระบวนการวัดผลประเมินผลของผู้เรียนโดยผู้สอนจะมีการวัดผลผู้เรียนได้หลากหลายวิธี เช่น การ สอบท้ายหน่วย กิจกรรมตอบคำถาม โปรแกรมออนไลน์และอื่นๆ 4. ผลการดำเนินงาน/ประโยชน์ที่ได้รับ 4.1. ผู้สอนมีการพัฒนาและเก็บข้อมูลการกิจกรรมการเรียนรู้ในรายวิชาประวัติศาสตร์โดยใช้ “HISTORY MODEL”ในการเรียนการสอนเพื่อปรับปรุงพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสม แก่ผู้เรียน 4.2. ผู้เรียนร้อยละ 85 ขึ้นไปมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้น 4.3. ผู้เรียนร้อยละ 95 มีความพึงพอใจในต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้ “HISTORY MODEL” ในระดับดีขึ้นไป 5. ปัจจัยความสำเร็จ ได้รับความช่วยเหลือและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 5.1. ผู้บริหารสถานศึกษาให้การสนับสนุนในด้านงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ สถานที่ เวลาและขวัญ กำลังใจให้แก่ผู้สอนและผู้เรียน 5.2. ผู้เรียนให้ความสำคัญและความร่วมมือในรายวิชาประวัติศาสตร์ ในการดำเนินกิจกรรมในชั่วโมง เรียนอย่างตั้งใจ 5.3. ผู้สอนให้ความสำคัญผู้เรียนโดยยึดหลักผู้เรียนเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ ภาพ : การทำกิจกรรมวัดผลประเมินผลของผู้เรียนโดยใช้การตอบคำถามในขั้นเรียน
6. บทเรียนที่ได้รับ สรุปสิ่งที่เรียนรู้และการปรับปรุงให้ดีขึ้น 6.1. การพัฒนาสื่อการสอนและกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีความหลากหลายเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการตื่นตัว ในการทำกิจกรรมการเรียนรู้ในรายวิชาประวัติศาสตร์ 6.2. พัฒนาการวัดผลประเมินผลให้มีความหลากหลายเหมาะสมแก่ผู้เรียนที่มีความหลากหลายในชั้น เรียน 7. ปัญหาและอุปสรรค 7.1. ปัญหาด้านเวลาระยะเวลาในการเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์มี 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์จึงอาจจะ ส่งผลให้ขาดความต่อเนื่องในการดำเนินกิจกรรม 8. วิธีการแก้ไขปัญหา ข้อเสนอแนะและแนวทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 8.1. การปรับรูปแบบของการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกระชับ 9. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ - ไม่มี 10. QR code VDO พัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้ “ HISTORY MODEL ” Best Practice การจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้ “ HISTORY MODEL ”
แบบนิเทศ ติดตาม การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมือง คุณธรรมจริยธรรม ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต 3 คำชี้แจง ผู้นิเทศใช้แบบนิเทศ ติดตาม การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองคุณธรรม จริยธรรมของสถานศึกษา ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โดยสอบถาม ผู้บริหารโรงเรียน ครูวิชาการ และเยี่ยมชั้นเรียนของครูผู้สอน ตามรายการดังนี้ ชื่อโรงเรียน เพียงหลวง 1 (บ้านท่าตอน) ฯ กลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา ท่าตอน ศูนย์ที่ 2 ตอนที่ ๑ ด้านการบริหารจัดการ รายการ ปฏิบัติ ไม่ ปฏิบัติ ร่องรอยหลักฐานเพิ่มเติม ๑. การบริหารจัดการในสถานศึกษา ๑.๑ มีนโยบายส่งเสริมการสอนประวัติศาสตร์ บูรณาการแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น ๑.๒ มีหลักสูตรประวัติศาสตร์ ๑.๓ มีนโยบายจัดหาแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ท้องถิ่น ✓ ✓ ✓ - หลักสูตรของกลุ่มสาระสังคม ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม - หลักสูตรโรงเรียนเพียงหลวง 1 (บ้านท่าตอน)ฯ บูรณาการ ท้องถิ่น
ตอนที่ ๒ ด้านการจัดการห้องเรียน รายการ ปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติ บันทึกเพิ่มเติมของผู้นิเทศ ๒. ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๒.๑ ครูมีแผนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ๒.๒ ครูมีการบูรณาการสอนแหล่งเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นกับวิชาอื่น ๆ ๒.๓ ครูจัดทำโครงงานประวัติศาสตร์ ๒.๔ นำนักเรียนออกนอกห้องเรียนศึกษาแหล่ง เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ✓ ✓ ✓ ✓ - แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาประวัติศาสตร์และมี การบูรณาการท้องถิ่น ๓. ด้านครูผู้สอน ๓.๑ ครูมีการสร้างนวัตกรรมการสอนที่ครู พัฒนาขึ้น ๓.๒ ครูเข้าร่วมการพัฒนาครูประวัติศาสตร์ผ่าน ระบบออนไลน์หรือ On Site ✓ ✓ - ผู้สอนมีการใช้ HISTORY MODEL ในการจัดกิจกรรม การเรียนการสอน
ตอนที่ ๒ ด้านการจัดการห้องเรียน (ต่อ) รายการ ปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติ บันทึกเพิ่มเติมของผู้นิเทศ ๔. ด้านนักเรียน ๔.๑ นักเรียนเข้าใจและสื่อสารแหล่งเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้ ๔.๒ นักเรียนมีส่วนร่วมและปฏิสัมพันธ์กับชุมชน ๔.๓ นักเรียนได้รับทักษะที่จำเป็นและสามารถนำ กลับมาใช้ได้ ✓ ✓ ✓ - การศึกษาแหล่งเรียนรู้ใน ท้องถิ่น
ตอนที่ ๒ ด้านการจัดการห้องเรียน (ต่อ) รายการ ปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติ บันทึกเพิ่มเติมของผู้นิเทศ ๕. ด้านสื่อการเรียนรู้ ๕.๑ มีการจัดทำ และจัดหา มีสื่อการเรียนรู้ ๕.๒ มีการดำเนินการจัดหาแหล่งเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ๕.๓ มีทำเนียบแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ✓ ✓ ✓ - สื่อการสอนรายวิชา ประวัติศาสตร์
ตอนที่ ๓ นโยบายสพฐ. (Quick Policy) 1. โรงเรียนดำเนินการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองคุณธรรมจริยธรรมอย่างไร โรงเรียนเพียงหลวง 1 (บ้านท่าตอน) ฯ มีการจัดการเรียนการสอนรายวิชาประวัติศาสตร์หน้าที่ พลเมือง บูรณาการกับหลักสูตรท้องถิ่น โดยจัดทำ แผนจัดการเรียนรู้บูรณาการรักษ์ถิ่นฐานผูกพันบ้านเกิด ตามนโยบายของสำนักงานพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 เพื่อให้นักเรียนภายในโรงเรียนมีการ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับชาติพันธุ์ในท้องถิ่นของตนเอง และสามารถนำไปบูรณาการปรับใช้ในชีวิต ประจำได้ 2. โรงเรียนมีการดำเนินการจัดทำแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสู่การเรียนรู้อย่างไร โรงเรียนเพียงหลวง 1 (บ้านท่าตอน) ฯ มีการจัดทำหลักสูตรรักษ์ถิ่นฐานผูกพันธ์บ้านเกิดโดยมีการใช้ แหล่งวัฒนธรรมในชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ร่วมกับโรงเรียน ซึ่งมีการศึกษาแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นตามหัวข้อที่ กำหนดตามแต่ละช่วงชั้น มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดความรักษ์ท้องถิ่นของตนเองสืบสานประเพณีและวัฒนธรรม อย่างยั่งยืน (นางสาวสายใจ สุวรรณ์) ลงนาม ผู้บริหารโรงเรียนเพียงหลวง 1 (บ้านท่าตอน) ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี