51
บทสวด ธรรมวินยั คือศาสดา
สิยา โข ปะนานันทะ ตุมหากงั
อานนท์ ความคดิ อาจมีแก่พวกเธออยา่ งนFีว่า
เอวะมัสสะ อะตีตะสัตถกุ งั ปาวะจะนงั นัตถิ โน สัตถาติ
ธรรมวินยั ของพวกเรา มีพระศาสนา ล่วงลบั ไปแลว้ พวกเราไม่
มีพระศาสนา ดงั นFี
นะ โข ปะเนตงั อานนั ทะ เอวัง ทฏั ฐัพพงั
อานนท์ ขอ้ นFี พกวเธออยา่ คดิ ดงั นFนั
โย โว อานนั ทะ มะยา ธมั โม จะ วินะโย จะ เทสิโต ปัญญตั โต
อานนท์ ธรรมกด็ ี วนิ ยั กด็ ี ทLีเราแสดงแลว้ บญั ญตั ิแลว้ แก่พวเธอ
ทFงั หลาย
โส โว มะมัจจะเยนะ สัตถา
ธรรมและวินยั นFนั จกั เป็นศาสดาของพวกเธอทFงั หลาย โดยการ
ลว่ งไปแห่งเรา
บาลี. มหา. ที. ๑๐/๑๗๘/๑๔๑
52
บทสวด พงึL ตนพงLึ ธรรม
เย หิ เกจิ อานนั ทะ เอตระหิ วา มะมัจจะเย วา
อานนท์ ในกาลบดั นFีก็ดี ในกาลล่วงไปแห่งเรากด็ ี
ใครกต็ าม
อตั ตะทีปา วหิ ะริสันติ อตั ตะสะระณา อะนญั ญะสะระณาจกั ตอ้ ง
มีคนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไมเ่ อาสLิงอืนL เป็นสรณะ
ธมั มะทปี า ธัมมะสะระณา อะนญั ญะสะระณา
มีธรรมเป็นประทีป มีธรรม เป็นสะระณะ
ไมเ่ อาสิLงอืนL เป็นสะระณะ เป็นอยู่
53
ตะมะตัคเคเมเต อานนั ทะ ภกิ ขุ ภะวิสสะสันติ เย เกจิ สิกขา
กามาติ
อานนท์ ภิกษพุ วกใด เป็นผใู้ คร่ในสิกขา ภิกษุพวกนFนั จกั เป็นผู้
อยใู่ นสถานะอนั เลศิ ทLีสุดแล
บาลี. มหา. ที.๑๐/๑๑๙/๙๓
บทสวด ปัจฉิมวาจา
.........................................
หนั ทะ ทานิ ภกิ ขะเว อมนั ตะยามิ โว
ภิกษทุ Fงั หลาย บดั นFี เราขอเตือนทา่ นทFงั หลายว่า
วะยะธัมมา สังขารา
สงั ขารทFงั หลายมีความเสืLอมไปเป็นธรรมดา
54
อปั ปะมาเทนะ สัมปาเทถะ
เธอทFงั หลาย จงถึงพร้อมดว้ ยความไม่ประมาทเถิด
บาลี. มหา. ที. ๑๐/๑๘๐/๑๔๓
สะตปิ ัฏฐานะปาโฐ
อตั ถิ โข เตนะ ภะคะวะตา ชานะตา ปัสสะตา อะระหะตา
สัมมาสัมพุทเธนะ เอกายะโน อะยงั มคั โค สมั มะทกั ขาโต สตั
ตานงั วิสุทธิยา โสกะปะริเทวานงั . สะมะติกกะมายะ ทุกขะโท
มะนสั สานงั อตั ถงั คะมายะ ญายสั สะ อะธิคะมายะ นิพพานสั สะ
สจั ฉิกิริยายะ ยะทิทงั จตั ตาโร สะติปัฏฐานา, กะตะเม จตั ตาโร.
อิธะ ภกิ ขุ กาเย กายานุปัสสี วหิ ะระติ อาตาปี สมั ปะชาโน สะ
ติมา วเิ นยยะ โลเก อะภิชฌา
โทมะนสั สัง.
55
เวทะนาสุ เวทะนานุปัสสี วิหะระติ อาตาปี สมั ปะชาโน สะ
ติมา วเิ นยยะ โลเก อะภิชฌาโทมะนสั สัง.
จติ เต จติ ตานุปัสสี วหิ ะระติ อาตาปี สัมปะชาโน สะติมา
วเิ นยยะ โลเก อะภิชฌาโทมะนสั สงั .
ธัมเมสุ ธมั มานุปัสสี วหิ ะระติ อาตาปี สมั ปะชาโน สะติ
มา วเิ นยยะ โลเก อะภิชฌาโทมะนสั สัง.
กะถัญจะ ภกิ ขุ กาเย กายานุปัสสี วหิ ะระติ. อิธะ ภิกขุ อชั ฌตั
ตงั วา กาเย กายานุปัสสีวหิ ะระติพะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสี วิ
หะระติ. อชั ฌตั ตะพะหิทธา วา กาเย กายานุปัสสีวหิ ะระติ
สะมทุ ะยะธมั มานุปัสสีวา กายสั ๎มิง วิหะระติวะยะธมั มานุปัส
สี วา กายสั ม๎ ิง วิหะระติ สะมุทะยะวะยะธมั มานุปัสสีวา กายสั ม๎ ิง
วหิ ะระติอตั ถิกาโยติวา ปะนสั สะ สะติปัจจุปัฏฐิตา โหติ ยาวะเท
วะญาณะมตั ตายะ ปะฏิสสะติมตั ตายะ อะนิสสิโต จะ วหิ ะระติ
นะจะ กิญจิ โลเก อปุ าทิยะติ. เอวงั โข ภิกขุ กาเย กายานุปัสสี วิ
หะระติ.
56
กะถญั จะ ภกิ ขุ เวทะนาสุ เวทะนานุปัสสี วหิ ะระต.ิ อธิ ะ ภิกขุ
อชั ฌตั ตงั วา เวทะนาสุ เวทะนานุปัสสี วหิ ะระติ พะหิทธาวา เว
ทะนาสุ เวทะนานุปัสสี วหิ ะระติ. อชั ฌตั ตะพะหิทธา วา เวทะนา
สุ เวทะนานุปัสสี วหิ ะระติ สะมทุ ะยะธมั มานุปัสสีวา เวทะนาสุ
วหิ ะระติ วะยะธมั มานุปัสสี วา
เวทะนาสุ วิหะระติ สะมทุ ะยะวะยะธมั มานุปัสสี วา เว
ทะนาสุ วิหะระติ อตั ถิ เวทะนาติ วา
ปะนสั สะ สะติปัจจปุ ัฏฐิตา โหติ ยาวะเทวะ ญาณะมตั ตายะ ปะฏิ
สสะติมตั ตายะ อะนิสสิโต จะ วิหะระติ นะ จะ กิญจิ โลเก อปุ าทิ
ยะติ. เอวงั โข ภิกขุ เวทะนาสุ เวทะนานุปัสสี วิหะระติ.
กะถัญจะ ภิกขุ จิตเต จิตตานุปัสสี วหิ ะระติ. อธิ ะ ภิกขอุ ชั ฌตั
ตงั วา จิตเต จิตตานุปัสสี วหิ ะระติพะหิทธา วา จิตเต จิตตานุปัส
สี วหิ ะระติ. อชั ฌตั ตะพะหิทธา วา จิตเต จิตตานุปัสสี วหิ ะระติ
57
สะมุทะยะธัมมานปุ ัสสีวา จิตตัส๎มิง วิหะระติ
วะยะธมั มานุปัสสี วา จิตตสั ม๎ ิง วหิ ะระติ สะมทุ ะยะวะ
ยะธมั มานุปัสสี วา จิตตสั ม๎ ิง วหิ ะระติ อตั ถิจิตตนั ติ วา ปะนสั สะ
สะติปัจจปุ ัฏฐิตา โหติ ยาวะเทวะ ญาณะมตั ตายะ ปะฏิสสะติ
มตั ตายะ อะนิสสิโต จะ วหิ ะระติ นะ จะ กิญจิโลเก อปุ าทิยะติ.
เอวงั โข ภิกขุ จิตเต จิตตานุปัสสี วิหะระติ.
กะถัญจะ ภิกขุ ธัมเม สุธัมมานุปัสสี วหิ ะระต.ิ อิธะ ภิกขุ
อชั ฌตั ตงั วา ธมั เม สุธมั มานุปัสสี วหิ ะระติ พะหิทธา วา ธมั เมสุ
ธมั มานุปัสสี วหิ ะระติ. อชั ฌตั ตะพะหิทธา วา ธมั เมสุ ธมั มานุปัส
สี วหิ ะระติ. สะมุทะยะธมั มานุปัสสี วา ธมั เมสุ วิหะระติ วะยะธมั
มานุปัสสี วา ธมั เมสุ วิหะระติ
สะมทุ ะยะวะยะธมั มานุปัสสี วา ธัมเมสุ วหิ ะระติ อตั ถิ ธมั
มาติ วา ปะนสั สะ สะติ ปัจจปุ ัฏฐิตา โหติ ยาวะ เทวะ ญาณะ
มตั ตายะ ปะฏิสสะติมตั ตายะ อะนิสสิโต จะ วิหะระติ นะ จะ กิญ
จิโลเก อปุ าทิยะติ. เอวงั โข ภิกขุ ธมั เมสุธมั มานุปัสสี วหิ ะระติ.
58
อะยัง โข เตนะ ภะคะวะตา ชานะตา ปัสสะตา อะระหะตา
สมั มาสัมพทุ เธนะ เอกายะโน มคั โค สัมมะทกั ขาโต สัตตานงั วิ
สุทธิยา โสกะปะริเทวานงั สะมะติกกะมายะ ทุกขะโทมะนสั
สานงั อตั ถงั คะมายะ ญายสั สะ อะธิคะมายะ นิพพานสั สะ สัจฉิ
กิริยายะ ยะทิทงั จตั ตาโร สะติปัฏฐานาติ
เอกายะนัง ชาตขิ ะยนั ตะทสั สี
มคั คงั ปะชานาตหิ ิตานุกมั ปี
เอเตนะ มัคเคนะตะริงสุปุพเพ
ตะริสสะเร เจวะตะรันติโจฆันติ
59
บทสวด อนตั ตลกั ขณสูตร
เอวมั เม สุตงั เอกงั สะมะยงั ภะคะวา พาราณะสิยงั วิหะระติ
อสิ ิปะตะเน มิคะทะเยฯ ตตั ร๎ ะ โข ภะคะวา ปัญจะวคั คเิ ย ภิกขู
อามนั เตสิ ฯ
รูปัง ภิกขะเว อะนตั ตา ฯ รูปัญจะหิทงั ภิกขะเว อตั ตา
อะภะวิสสะ นะยิทงั รูปัง อาพาธายะ สงั วตั เตยยะ ลพั เภถะ จะ
รูเป เอวงั เม รูปัง โหตุ เอวงั เม รูปัง มา อะโหสีติฯ
ยสั ๎มา จะ โข ภิกขะเว รูปัง อะนตั ตา ตสั ม๎ า รูปัง อาพาธา
ยะ สงั วตั ตะติ นะ จะ ลพั ภะติ
รูเป เอวงั เม รูปัง โหตุ เอวงั เม รูปัง มา อะโหสีติฯ
เวทะนา อะนตั ตา ฯ เวทะนา จะ หิทงั ภิกขะเว อตั ตา อะภะ
วิสสะ นะยทิ งั เวทะนา อาพาธายะ
สงั วตั เตยยะ, ลพั เภถะ จะ เวทะนายะ เอวงั เม เวทะนา โหตุ เอวงั
เม เวทะนา มา อะโหสีติ ฯ
ยสั ๎มา จะ โข ภิกขะเว เวทะนา อะนตั ตา ตสั ๎มา เวทะนา
60
อาพาธายะ สงั วตั ตะติ นะ จะ ลพั ภะติ
เวทะนายะ เอวงั เม เวทะนา โหตุ เอวงั เม เวทะนา มา อะโหสีติ
ฯ
สัญญา อะนตั ตาฯ สญั ญา จะ หิทงั ภิกขะเว อตั ตา อะภะ
วิสสะ นะยิทงั สญั ญา อาพาธายะ
สังวตั เตยยะ ลพั เภถะ จะ สญั ญายะ เอวงั เม สญั ญา โหตุ เอวงั เม
สญั ญา มา อะโหสีติ ฯ
ยสั ๎มา จะ โข ภิกขะเว สัญญา อะนตั ตา ตสั ๎มา สญั ญา อา
พาธายะ สงั วตั ตะติ นะ จะ
ลพั ภะติ สญั ญายะ เอวงั เม สญั ญา โหตุ เอวงั เม สญั ญา มา
อะโหสีติ ฯ
สังขารา อะนตั ตาฯ สงั ขารา จะ หิทงั ภิกขะเว อตั ตา อะภะ
วิสสงั สุ นะยิทงั สังขารา อาพาธายะ
สงั วตั เตยยงุ ลพั เภถะ จะ สงั ขาเรสุ เอวงั เม สังขารา โหนตุ เอวงั
เม สงั ขารา มา อะเหสุนติฯ
ยัส๎มา จะ โข ภิกขะเว สงั ขารา อะนตั ตา ตสั ม๎ า สงั ขารา อา
61
พาธายะ สังวตั ตนั ติ นะ จะ ลพั ภะติ สงั ขาเรสุ เอวงั เม สังขารา
โหนตุ เอวงั เม สงั ขารา มา อะเหสุนติ ฯ
วญิ ญาณงั อะนตั ตาฯ วญิ ญาณัญจะ หิทงั ภิกขะเว อตั ตา
อะภะวิสสะ นะยิทงั วิญญาณัง อาพาธายะ สงั วตั เตยยะ ลพั เภถะ
จะ วิญญาเณ เอวงั เม วิญญาณงั โหตุ เอวงั เม วญิ ญาณัง มา
อะโหสีติฯ ยสั ๎มา จะ โข ภิกขะเว วิญญาณงั อะนตั ตา ตสั ๎มา
วญิ ญาณัง อาพาธายะ สงั วตั ตะตินะ จะ ลพั ภะติ วญิ ญาเณ เอวงั
เม วิญญาณัง โหตุ เอวงั เม วญิ ญาณงั มา อะโหสีติ ฯ
ตงั กิง มญั ญะถะ ภกิ ขะเว รูปัง นิจจงั วา อะนิจจงั วาติ
ฯ อะนิจจงั ภนั เต ฯ ยมั ปะนานิจจงั ทกุ ขงั วา ตงั สุขงั วาติ ฯ ทุก
ขงั ภนั เต ฯ ยมั ปะนานิจจงั ทุกขงั วปิ ะริณามะธมั มงั กลั ลงั นุ ตงั
สะมะนุปัสสิตุง เอตงั มะมะ เอโสหะมสั ๎มิ เอโส เม อตั ตาติ ฯ โน
เหตงั ภนั เต ฯ
ตงั กิง มญั ญะถะ ภิกขะเว เวทะนา นิจจา วา อะนิจจา
วาติ ฯ อะนิจจา ภนั เต ฯ
62
ยมั ปะนานิจจงั ทุกขงั วา ตงั สุขงั วาติ ฯ ทกุ ขงั ภนั เต ฯ ยมั ปะนา
นิจจงั ทุกขงั วปิ ะริณามะธมั มงั กลั ลงั นุตงั สะมะนุปัสสิตงุ เอตงั
มะมะ เอโสหะมสั ม๎ ิ เอโส เม อตั ตาติ ฯ โน เหตงั ภนั เต ฯ
ตัง กงิ มัญญะถะ ภกิ ขะเว สัญญา นิจจา วา อะนิจจา
วาติ ฯ อะนิจจา ภนั เต ฯ ยมั ปะนานิจจงั
ทกุ ขงั วา ตงั สุขงั วาติ ฯ ทกุ ขงั ภนั เต ฯ ยมั ปะนานิจจงั ทกุ ขงั วิ
ปะริณามะธมั มงั กลั ลงั นุตงั
สะมะนุปัสสิตุง เอตงั มะมะ เอโสหะมสั ม๎ ิ เอโส เม อตั ตาติ ฯ โน
เหตงั ภนั เต ฯ
ตงั กิง มญั ญะถะ ภิกขะเว สังขารา นิจจา วา อะนิจจา วา
ติ ฯ อะนิจจา ภนั เต ฯ ยมั ปะนานิจจงั
ทุกขงั วา ตงั สุขงั วาติ ฯ ทุกขงั ภนั เต ฯ ยมั ปะนานิจจงั ทุกขงั วิ
ปะริณามะธมั มงั กลั ลงั นุ ตงั
สะมะนุปัสสิตงุ เอตงั มะมะ เอโสหะมสั ม๎ ิ เอโส เม อตั ตาติ ฯ โน
เหตงั ภนั เต ฯ
63
ตัง กิง มญั ญะถะ ภกิ ขะเว วญิ ญาณัง นิจจงั วา อะนิจ
จงั วาติ ฯ อะนิจจงั ภนั เต ฯ ยมั ปะนานิจจงั ทุกขงั วา ตงั สุขงั วา
ติ ฯ ทุกขงั ภนั เต ฯ ยมั ปะนานิจจงั ทกุ ขงั วิปะริณามะธมั มงั กลั
ลงั นุ ตงั สะมะนุปัสสิตงุ เอตงั มะมะ เอโสหะมสั ๎มิ
เอโส เมอตั ตาติ ฯ โน เหตงั ภนั เต ฯ
ตสั ๎มาติหะ ภิกขะเว ยังกิญจิ รูปัง อะตีตานาคะตะปัจ
จุปปันนงั อชั ฌตั ตงั วา พะหิทธา วา
โอฬาริกงั วา สุขมุ งั วา หีนงั วา ปะณีตงั วา ยนั ทเู ร สนั ติเก วา
สพั พงั รูปัง เนตงั มะมะเนโสหะมสั ม๎ ิ นะ เมโส อตั ตาติ ฯ เอวะ
เมตงั ยะถาภตู งั สมั มปั ปัญญายะ ทฏั ฐพั พงั ฯ
ยา กาจิ เวทะนา อะตีตานาคะตะปัจจปุ ปันนา อชั ฌตั ตา
วา พะหิทธา วา โอฬาริกา วา
สุขมุ า วา หีนา วา ปะณีตา วา ยา ทเู ร สนั ติเก วา สพั พา เวทะนา
เนตงั มะมะ เนโสหะมสั ม๎ ิ นะ เมโส อตั ตาติ ฯ เอวะเมตงั ยะถาภู
ตงั สมั มปั ปัญญายะ ทฏั ฐพั พงั ฯ
64
ยา กาจิ สัญญา อะตีตานาคะตะปัจจปุ ปันนา อชั ฌตั ตา
วา พะหิทธา วา โอฬาริกา วา
สุขมุ า วา หีนา วา ปะณีตา วา ยา ทเู ร สนั ติเก วา สัพพา สัญญา
เนตงั มะมะ เนโสหะมสั ๎มิ
นะ เมโส อตั ตาติ ฯ เอวะ เมตงั ยะถาภตู งั สัมมปั ปัญญายะ
ทฏั ฐพั พงั ฯ
เย เกจิ สังขารา อะตีตานาคะตะปัจจปุ ปันนา อชั ฌตั ตา
วา พะหิทธา วา โอฬาริกา วา
สุขมุ า วาหีนา วา ปะณีตา วา เย ทูเร สันติเก วา สพั เพ สงั ขารา
เนตงั มะมะ เนโสหะมสั ม๎ ิ
นะ เมโส อตั ตาติ ฯ เอวะเมตงั ยะถาภูตงั สัมมปั ปัญญายะ ทฏั ฐพั
พงั ฯ
ยังกิญจิ วญิ ญาณงั อะตตี านาคะตะปัจจปุ ปันนงั อชั ฌตั
ตงั วา พะหิทธา วา โอฬาริกงั วา
สุขมุ งั วา หีนงั วา ปะณีตงั วา ยนั ทูเร สันติเก วา สัพพงั
65
วิญญาณงั เนตงั มะมะ เนโสหะมสั ๎มิ นะเมโส อตั ตาติ ฯ เอวะเม
ตงั ยะถาภตู งั สมั มปั ปัญญายะ ทฏั ฐพั พงั ฯ
เอวงั ปัสสัง ภกิ ขะเว สุตว๎ า อะริยะสาวะโก
รูปัส๎มงิ ปิ นิพพินทะติ เวทะนายะปิ นิพพินนะติ
สัญญายะปิ นิพพินทะติ สังขาเรสุปิ นิพพินทะติ วญิ ญาณสั ๎มิงปิ
นิพพินทะติ ฯ
นิพพนิ ทัง วิรัชชะติ ฯ วิราคา วมิ ุจจะติ ฯ วิมตุ ตสั ม๎ ิง วิ
มตุ ตะมีติ ญาณัง โหติ ขณี า
ชาติ วสุ ิตงั พร๎ ัหม๎ ะจะริยงั กะตงั กะระณียงั นาปะรัง อิตถตั ตายา
ติ ปะชานาตีติ ฯ
อิทะมะโวจะ ภะคะวา ฯ อตั ตะมะนา ปัญจะวคั คยิ า ภิกขู
ภะคะวะโต ภาสิตงั อะภินนั ทงุ ฯ
อิมสั ๎มญิ จะ ปะนะ เวยยากะระณสั ม๎ ิง ภญั ญะมาเน ปัญจะ
วคั คิยานงั ภิกขนู งั อะนุปาทายะ อาสะเวหิ จิตตานิ วิมจุ จิงสูติ ฯ
66
บทสวด อาทติ ตปริยายสูตร
(บทเทศน์โปรด ชฏิล ๓ พนLี ้อง ผ้บู ูชาไฟ)
( นาํ ) หันทะ มะยงั อาทติ ตะปะริยายะสุตตะปาฐัง ภะณามะ เส
ฯ
(รับ) เอวมั เม สุตังฯ เอกงั สะมะยงั ภะคะวา คะยายงั วิ
หะระติ คะยาสีเส สทั ธิง ภิกขสุ ะหสั เสนะ ฯ
ตตั ร๎ ะ โข ภะคะวา ภิกขู อามนั เตสิ ฯ สพั พงั ภิกขะเว อาทิตตงั ฯ
กิญจะ ภิกขะเว สัพพงั อาทิตตงั ฯ จกั ขงุ ภิกขะเว อาทิตตงั
รูปา อาทิตตา จกั ขวุ ญิ ญาณงั อาทิตตงั จกั ขสุ มั ผสั โส
อาทิตโต ยมั ปิ ทงั จกั ขสุ มั ผสั สะปัจจะยา อปุ ปัชชะติ เวทะยิตงั สุ
ขงั วา ทุกขงั วา อะทกุ ขะมะสุขงั วา ตมั ปิ อาทิตตงั ฯ เกนะ อา
ทิตตงั ฯ อาทิตตงั ราคคั คนิ า โทสคั คนิ า โมหคั คินา อาทิตตงั ชาติ
67
ยา ชะรามะระเณนะ โสเกหิ ปะริเทเวหิ ทุกเขหิ โทมะนสั เสหิ อุ
ปายาเสหิ อาทิตตนั ติ วะทามิ ฯ
โสตงั อาทิตตงั สทั ทา อาทิตตา โสตะวิญญาณงั อา
ทิตตงั โสตะสัมผสั โส อาทิตโต ยมั ปิ ทงั โสตะสมั ผสั สะปัจจะยา
อุปปัชชะติ เวทะยิตงั สุขงั วา ทกุ ขงั วา อะทุกขะมะสุขงั วา
ตมั ปิ อาทิตตงั ฯ เกนะ อาทิตตงั ฯ อาทิตตงั ราคคั คนิ า โทสคั คนิ า
โมหคั คินา อาทิตตงั ชาติยา ชะรามะระเณนะ โสเกหิ ปะริเทเวหิ
ทกุ เขหิ โทมะนสั เสหิ อุปายาเสหิ อาทิตตนั ติ วะทามิ ฯ
ฆานัง อาทติ ตัง คนั ธา อาทิตตา ฆานะวิญญาณงั อา
ทิตตงั ฆานะสัมผสั โส อาทิตโต ยมั ปิ ทงั ฆานะสมั ผสั สะ ปัจจะ
ยา อุปปัชชะติ เวทะยิตงั สุขงั วา ทกุ ขงั วา อะทกุ ขะมะสุขงั วา
ตมั ปิ อาทิตตงั ฯ เกนะ อาทิตตงั ฯ อาทิตตงั ราคคั คนิ า โทสัคคินา
โมหคั คนิ า อาทิตตงั ชาติยา ชะรามะระเณนะ โสเกหิ ปะริเทเวหิ
ทกุ เขหิ โทมะนสั เสหิ อุปายาเสหิ อาทิตตนั ติ วะทามิ ฯ
68
ชิวหา อาทิตตา ระสา อาทิตตา ชิวหาวิญญาณงั อา
ทิตตงั ชิวหาสมั ผสั โส อาทิตโต ยมั ปิ ทงั ชิวหา สัมผสั สะปัจจะ
ยา อุปปัชชะติ เวทะยติ งั สุขงั วา ทุกขงั วา อะทุกขะมะสุขงั วา
ตมั ปิ อาทิตตงั ฯ เกนะอาทิตตงั ฯ อาทิตตงั ราคคั คนิ า โทสคั คนิ า
โมหคั คนิ า อาทิตตงั ชาติยา ชะรามะระเณนะ โสเกหิ ปะริเทเวหิ
ทกุ เขหิ โทมะนสั เสหิ อุปายาเสหิ อาทิตตนั ติ วะทามิ ฯ
กาโย อาทติ โต โผฏฐพั พา อาทิตตา กายะวญิ ญานงั อา
ทิตตงั กายะสัมผสั โส อาทิตโต ยมั ปิ ทงั กายะ
สมั ผสั สะปัจจะยา อปุ ปัชชะติ เวทะยิตงั สุขงั วา ทกุ ขงั วา อะ
ทุกขะมะสุขงั วา ตมั ปิ อาทิตตงั ฯ เกนะ
อาทิตตงั ฯ อาทิตตงั ราคคั คนิ า โทสัคคนิ า โมหคั คินา อาทิตตงั
ชาติยา ชะรามะระเณนะ โสเกหิ ปะริเทเวหิ ทุกเขหิ โทมะนสั
เสหิ อุปายาเสหิ อาทิตตนั ติ วะทามิ ฯ
มะโน อาทติ โต ธมั มา อาทิตตา มะโนวญิ ญาณงั อา
ทิตตงั มะโนสมั ผสั โส อาทิตโต ยมั ปิ ทงั มะโน
สัมผสั สะปัจจะยา อุปปัชชะติ เวทะยิตงั สุขงั วา ทกุ ขงั วา อะ
69
ทุกขะมะสุขงั วา ตมั ปิ อาทิตตงั ฯ เกนะ อาทิตตงั อาทิตตงั
ราคคั คินา โทสคั คินา โมหคั คนิ า อาทิตตงั ชาติยา ชะรามะระเณ
นะ โสเกหิ ปะริเทเวหิ ทกุ เขหิ โทมะนสั เสหิ อุปายาเสหิ อาทิต
ตนั ติ วะทามิ ฯ
เอวงั ปัสสัง ภกิ ขะเว สุตว๎ า อะริยะสาวะโก จกั ขสุ ๎
มิงปิ นิพพินทะติ รูเปสุปิ นิพพนิ ทะติ จกั ขุ
วญิ ญาเณปิ นิพพินทะติ จกั ขสุ มั ผสั เสปิ นิพพนิ ทะติ ยมั ปิ ทงั
จกั ขสุ มั ผสั สะปัจจะยา
อุปปัชชะติ เวทะยิตงั สุขงั วา ทุกขงั วา อะทกุ ขะมะสุขงั วา ตสั ๎
มิงปิ นิพพนิ ทะติ
โสตสั ๎มิงปิ นิพพินทะติ สทั เทสุปิ นิพพินทะติ โส
ตะวิญญาเณปิ นิพพินทะติ โสตะสมั ผสั เสปิ
นิพพินทะติ ยมั ปิ ทงั โสตะสัมผสั สะปัจจะยา อปุ ปัชชะติ เวทะยิ
ตงั สุขงั วา ทุกขงั วา อะทกุ ขะมะสุขงั วา ตสั ๎มิงปิ นิพพนิ ทะติ ฯ
70
ฆานสั ๎มิงปิ นิพพินทะติ คนั เธสุปิ นิพพินทะติ ฆานะ
วญิ ญาเณปิ นิพพนิ ทะติ ฆานะสมั ผสั เสปิ
นิพพินทะติ ยมั ปิ ทงั ฆานะสมั ผสั สะปัจจะยา อปุ ปัชชะติ เวทะยิ
ตงั สุขงั วา ทกุ ขงั วา อะทกุ ขะมะสุขงั วา ตสั ม๎ ิงปิ นิพพนิ ทะติ ฯ
ชิวหายะปิ นิพพนิ ทะติ ระเสสุปิ นิพพินทะติ ชิวหา
วิญญาเณปิ นิพพินทะติ ชิวหาสมั ผสั เสปิ
นิพพินทะติ ยมั ปิ ทงั ชิวหาสัมผสั สะปัจจะยา อุปปัชชะติ เวทะยิ
ตงั สุขงั วา ทุกขงั วา
อะทุกขะมะสุขงั วา ตสั ๎มิงปิ นิพพนิ ทะติ ฯ
กายสั ๎มิงปิ นิพพินทะติ โผฏฐพั เพสุปิ นิพพินทะติ กา
ยะวญิ ญาเณปิ นิพพนิ ทะติ กายะสมั ผสั เสปิ
นิพพินทะติ ยมั ปิ ทงั กายะสัมผสั สะปัจจะยา อุปปัชชะติ เวทะยิ
ตงั สุขงั วา ทกุ ขงั วา อะทุกขะมะสุขงั วา ตสั ม๎ ิงปิ นิพพินทะติ ฯ
มะนัส๎มิงปิ นิพพินทะติ ธมั เมสุปิ นิพพนิ ทะติ มะโน
วญิ ญาเณปิ นิพพนิ ทะติ มะโนสัมผสั เสปิ นิพพนิ ทะติ ยมั ปิ ทงั
71
มะโนสัมผสั สะปัจจะยา อปุ ปัชชะติ เวทะยติ งั สุขงั วา ทุกขงั วา
อะทกุ ขะมะสุขงั วา ตสั ๎มิงปิ นิพพนิ ทะติ ฯ
นพิ พนิ ทัง วิรัชชะติ ฯ วิราคา วมิ ุจจะติ ฯ วิมุตตสั ๎มิง
วิมตุ ตะมีติ ญาณงั โหติ ขีณา ชาติ วสุ ิตงั พร๎ ัห๎มะจะริยงั กะตงั
กะระณียงั นาปะรัง อิตถตั ตายาติ ปะชานาตีติ ฯ อิทะมะโวจะ
ภะคะวา ฯ อตั ตะมะนา เต ภิกขู ภะคะวะโต ภาสิตงั อะภินนั ทุง
ฯ อิมสั ม๎ ิญจะ ปะนะ เวยยากะระณสั ม๎ ิง ภญั ญะมาเน ตสั สะ ภิกขุ
สะหสั สสั สะ อะนุปาทายะ อาสะเวหิ จิตตานิ วมิ จุ จิงสูติ ฯ
72
บทความเพมิL พเิ ศษ
พระผมู้ ีพระภาคตรัสวา่
สมณะทFงั หลายในธรรมวนิ ยั นFี ไมเ่ ป็นขา้ ศึกในโลกนFี
พรหมจรรยท์ Lีอยจู่ บแลว้ ของสมณะทFงั หลาย ยอ่ มไม่เสืLอม
สมณะทFงั หลาย ยอ่ มกาํ หนดรู้ความอยากได้ ความเป็นไท ยอ่ มมี
แก่สมณะทFงั หลายทกุ เมLือ มารดาและบิดาหรือพนLี อ้ งไวบ้ คุ คล
นFนั ผตู้ Fงั มนLั (ในศีล) คอื สมณะ กษตั ริยท์ Fงั หลาย อภิวาทสมณะใน
โลกนFี ผมู้ ีชาติตLาํ
ส.ํ ส.๑๕/๘๑/๕๑ ไทย ๘๖
73
อทิ ัปปัจจตาและปฏิจจสมุปบาท
ภิกษุทFงั หลาย อริยสาวกในธรรมวนิ ยั นFี ยอ่ มกระทาํ ไวใ้ นใจ โดย
แยบคายเป็นอยา่ งดี ซLึงปฏิจจสมปุ บาทนนLั เทียว ดงั นFีว่า
เมืLอสLิงนFีมี สLิงนFียอ่ มมี
เพราะความเกิดขFนึ แห่งสิLงนFี สิLงนFีจึงเกิดดขFึน
เมLือสิLงนFีไมม่ ี สLิงนFียอ่ มไมม่ ี
เพราะความดบั ไปแห่งสLิงนFี สLิงนFีจึงดบั ไป
ไดแ้ ก่สLิงเหล่านFี คอื
เพราะมีอวิชชาเป็นปัจจยั จงี มีสงั ขารทFงั หลาย
เพราะมีสังขารเป็นปัจจยั จึงมีวิญญาณ
เพราะมีวิญญาณเป็นปัจจยั จึงมนี ามรูป
เพราะมีนามรูปเป็นปัจจยั จึงสฬายตะนะ
เพราะมีสฬายะตะนเป็นปัจจยั จึงมี ผสั สะ
74
เพราะมีผสั สะเป็นปัจจยั จึงมีเวทนา
เพราะมีเวทนาเป็นปัจจยั จึงมีตณั หา
เพราะมีตณั หาป็นปัจจยั จึงมีอปุ าทาน
เพราะมีอุปาทานเป็นปัจจยั จึงมีภพ
เพราะมีภพเป็นปัจจยั จึงมีชาติ
เพราะมีชาติเป็นปัจจยั จึงมีชรา มรณะ โสกะปริเทวะทุกขะโท
มะนสั อปุ ายาสะทFงั หลาย เกิดขFนึ อยา่ งครบถว้ น
ความเกิดขFนึ พร้อมแห่งกองทุกขท์ Fงั สิFนนFี ยอ่ มมี ดว้ ยอาการอยา่ ง
นFี
เพราะความจางคลายอนั ดบั ไปโดยไมเ่ หลือแห่งอวิชชานFนั นนLั
เทียว จึงมคี วามดบั แห่งสังขาร
เพราะมีความดบั แห่งสงั ขาร จึงมคี วามดบั แห่งวิญญาณ
เพราะมีควาดบั แห่งวิญญาณ จึงมคี วามดบั แห่งนามรูป
เพราะมีความดบั แห่งนามรูป จึงมีความดบั แห่งสฬายะตะนะ
เพราะมีความดบั แห่งสฬายะตะนะ จึงมีความดบั แห่งผสั สะ
เพราะมีความดบั แห่งผสั สะ จึงมคี วามดบั แห่งเวทนา
75
เพราะมีความดบั แห่งเวทนา จึงมีความดบั แห่งตณั หา
เพราะมีความดบั แห่งตณั หา จึงมคี วามดบั แห่งอุปาทาน
เพราะมีความดบั แห่งอปุ าทาน จึงมีความดบั แห่งภพ
เพราะมีความดบั แห่งภพ จึงมคี วามดบั แห่งชาติ
เพราะมีความดบั แห่งชาติ จงึ มีความดบั นนLั แล
ชรามรณะ โสกะปริเทวะทกุ ขะโทมะนสั อปุ ายาสทFงั หลาย จึง
ดบั สิFน
ความดบั ลงแห่งกองทุกขท์ Fงั สิFนนFี ยอ่ มมี ดว้ ยอาการอยา่ งนFี
คาถาพเิ ศษ ท่องประจําแล
โย รุกเข มหาโย รุกเข (๓ จบ)
ภตุ งั ตมั หิ ตะมงั คะลงั (๓ จบ)
ทิฏฐิลา ทณั ทิลา มนั ติลา โรคิลา ขะระลา
ทิพภิลา เอเตนะ สจั จะวชั เชนะ โสตถิ เม โห สัพพะทาฯ
บทนFี กาํ จดั ปัดเป่ า อนั ตราย จากโรคตา่ งๆ ทาํ ยาฉนั แล ฯ
76
พระโสดาบันมีญาณหยงัL รู้เหตใุ ห้เกดิ ขึนJ และเหตุ
ให้ดับไป ของโลก.
ดูกรภิกษุทFงั หลาย อริยสาวกผไู้ ดส้ ดบั แลว้ ยอ่ มไม่มีความสังสัย
อยา่ งนFีวา่ “เพราะอะไรมี อะไรจึงมีหนอ เพราะอะไรเกิดขFนึ
อะไรจึงเกิดขFนึ
เพราะอะไรมี นามรูปจึงมี เพราะอะไรมี สฬายะตะนะจงึ มี
เพราะอะไรมี ผสั สะจึงมี เพราะอะไรมี เวทนาจึงมี เพราะอะไรมี
ตณั หาจึงมี เพราะอะไรมี อุปาทานจึงมี เพราะอะไรมี ภพจึงมี
เพราะอะไรมี ชาติจึงมี เพราะอะไรมี ชรามรณะจึงมี ดงั นFี
ดูก่อนภิกษุทFงั หลาย โดยทLีแท้ อริยสาวกผไู้ ดส้ ดบั แลว้ ยอ่ มมี
ญาณหยงัL รู้ในเรืLองนFีโดยไม่ตอ้ งเชืLอผอู้ ืนL วา่ เพราะสLิงนFีมี สิLงนFีจึง
มี เพราะสิLงนFีเกิดขFึน สLิงนFีจึงเกิดขFนึ เพราะวิญญาณมี นามรูปจึง
77
มี เพราะนามรูปมี สฬายตนะจงึ มี เพราะสฬายตนะมี ผสั สะจึงมี
เพราะผสั สะมี เวทนาจงึ มี เพราะเวทนามี ตณั หาจึงมี เพราะ
ตณั หามี อปุ าทานจึงมี เพราะอปุ าทานมี ภพจึงมี เพราะภพมี ชาติ
จึงมี เพราะชาติมี ชรามรณะจึงมี ดงั นFี อริยสาวกนFนั ยอ่ มรู้
ประจกั ษอ์ ยา่ งนFีว่า “โลกนFี ยอ่ มเกิดขFึน ดว้ ยอาการอยา่ งนFี” ดงั นFี
ดูก่อนภิกษุทFงั หลาย อริยสาวกผไู้ ดส้ ดบั แลว้ ยอ่ มไม่มีความ
สงสยั อยา่ งนFีวา่ “เพราะอะไรไมม่ ี อะไรจึงไมม่ ีหนอ เพราะอะไร
ดบั อะไรจงึ ดบั อะไรไม่มี นามรูปจึงไมม่ ี เพราะอะไรไมม่ ี
สฬายตนะจึงไมม่ ี เพราะอะไรไมม่ ี ผสั สะจึงไม่มี เพราะอะไรไม่
มี เวทนาจึงไมม่ ี เพราะอะไรไมม่ ี ตณั หาจึงไมม่ ี เพราะอะไรไม่มี
อปุ าทานจึงไมม่ ี เพราะอะไรไมม่ ี ภพจึงไมม่ ี เพราะอะไรไม่มี
ชาติจึงไม่มี เพราะอะไรไมม่ ี ชรามรณะจึงไม่มี ดงั นFี
ดูก่อนภิกษุทFงั หลาย โดยทีLแท้ อริยสาวกผไู้ ดส้ ดบั แลว้ ยอ่ มมี
ญาณหยงัL รู้ในเรLืองนFีโดยไมต่ อ้ งเชLือผอู้ ืLน วา่ “เพราะสิLงนFีไม่มี สิLง
นFีจึงไม่มี เพราะอะไรดบั สิLงนFีจึงดบั เพราะวิญญาณไมม่ ี นาม
78
รูปจึงม่ามี เพราะนามรูปไมม่ ี สฬายตนะ จึงไม่มี เพราะสฬายต
นะไมม่ ี ผสั สะจึงไมม่ ี เพราะผสั สะไมม่ ี เวทนาจึงไมม่ ี เพราะ
เวทนาไมม่ ี ตณั หาจึงไม่มี เพราะตณั หาไม่มี อปุ าทานจึงไม่มี
เพราะอปุ าทานไมม่ ี ภพจึงไมม่ ี เพราะภพไม่มี ชาติจึงไมม่ ี
เพราะชาติไม่มี ชรามรณะจึงไมม่ ี ดงั นFี. อริยสาวกนFนั ยอ่ มรู้
ประจกั ษอ์ ยา่ งนFีวา่ “โลกนFี ยอ่ มดบั ดว้ ยอาการอยา่ งนFี” ดงั นFี.
ดูก่อนภิกษุทFงั หลาย อริยสาวก ย่อมรู้ประจาํ ษถ์ ึงเหตเุ กิดและควา
ดบั แห่งโลก ตามทีLเป็นจริงอยา่ งนFี ในกาลใด: ในกาลนFนั เรา
เรียกอริยสาวกนFี
ว่า “ผสู้ มบรู ณ์แลว้ ดว้ ยทิฏฐิ” ดงั นFีบา้ ง
วา่ “ผสู้ มบูรณ์แลว้ ดว้ ยทสั นะ” ดงั นFีบา้ ง
วา่ “ผถู้ ึงพระสัทธรรมนFีแลว้ ดงั นFีบา้ ง
ว่า “ผเู้ ห็นพระสทั ธรรมนFี” ดงั นFีบา้ ง
ว่า “ผปู้ ระกอบแลว้ ดว้ ยญาณอนั เป็นเสขะ” ดงั นFีบา้ ง
ว่า “ผปู้ ระกอบแลว้ ดว้ ยอวิชชาอนั เป็นเสขะ” ดงั นFีบา้ ง
79
วา่ “ผถู้ ึงซLึงกระแสแห่งธรรมแลว้ ” ดงั นFีบา้ ง
ว่า “ผปู้ ระเสริฐ มีปัญญาเครLืองชาํ แรกกิเลส ดงั นFีบา้ ง
วา่ “ยนื อยจู่ รดประตูแห่งอมตะ” ดงั นFีบา้ ง ดงั นFีแล
ธัมมะนยิ ามะสุตตงั (ธัมมนิยามสูตร แปล)
(กล่าวนํา) หนั ทะ มะยัง ธมั มะนยิ ามะสุตตัง ภะณามะเสฯ
เอวัมเม สุตงั ฯ เอกงั สะมะยงั ภะคะวา สาวตั ถิยงั วิหะระติ
เชตะวะเน อะนาถะปิ ณฑิกสั สะ อาราเมฯ ตตั ระ โข ภะคะวา
ภิกขู อามนั เตสิ ภิกขะโวติฯ ภะทนั เตติ เต ภิกขู ภะคะวะโต
ปัจจสั โสสุงฯ ภะคะวา เอตะทะโวจะ
80
อุปปาทา วา ภกิ ขะเว ตะถาคะตานงั อะนุปปาทา วา ตะ
ถาคะตานงั ฐิตา วะ สา ธาตุ ธมั มฏั ฐิตะตา ธมั มะนิยามะตา สัพ
เพ สังขารา อะนิจจาติฯ ตงั ตะถาคะโต อะภิสมั พุชฌะติ อะภิสะ
เมติ อะภิสัมพชุ ฌิตวา อะภิสะเมตวา อาจิกขะติ เทเสติปัญญะเป
ติ ปัฏฐะเปติ ววิ ะระติ วภิ ะชะติ อตุ ตานีกะโรติ สพั เพ สังขารา
อะนิจจาติฯ
อปุ ปาทา วา ภกิ ขะเว ตะถาคะตานงั อะนุปปาทา วา ตะ
ถาคะตานงั ฐิตา วะ สา ธาตุ ธมั มฏั ฐิตะตา ธมั มะนิยามะตา สัพ
เพ สงั ขารา ทกุ ขาติฯ ตงั ตะถาคะโต อะภิสมั พชุ ฌะติ อะภิสะเม
ติ อะภิสมั พชุ ฌิตวา อะภิสะเมตวา อาจิกขะติ เทเสติ ปัญญะเปติ
ปัฏฐะเปติ ววิ ะระติ วภิ ะชะติ อุตตานีกะโรติ สัพเพ สังขารา ทกุ
ขาติฯ
อปุ ปาทา วา ภกิ ขะเว ตะถาคะตานงั อะนุปปาทา วา ตะถาคะ
ตานงั ฐิตา วะ สา ธาตุ ธมั มฏั ฐิตะตา ธมั มะนิยามะตา สัพเพ ธมั
มา อะนตั ตาติฯ ตงั ตะถาคะโต อะภิสัมพชุ ฌะติ อะภิสะเมติ
81
อะภิสัมพุชฌติ วา อะภิสะเมตวา อาจิกขะติ เทเสติปัญญะเปติ
ปัฏฐะเปติ วิวะระติ วภิ ะชะติ อตุ ตานีกะโรติ สพั เพ ธมั มา อะนตั
ตาติฯ
อทิ ะมะโว จะ ภะคะวาฯ อตั ตะมะนา เต ภิกขู ภะคะวะ
โต ภาสิตงั อะภินนั ทุนติฯ
คําแปล
อนั ขา้ พเจา้ (คือพระอานนทเถระ) ไดส้ ดบั มาอยา่ งนFี
สมยั หนLึง พระผมู้ ีพระภาคเจา้ เสด็จประทบั ในพระวหิ ารเช
ตะวนั อนั เป็นอารามของอนาถบณิ ฑิกะ คฤหบดีสร้างถวายใกล้
เมืองสาวตั ถี ในกาลนFนั แล พระผมู้ ีพระภาคเจา้ ตรัสเรียก
พระภิกษุทFงั หลายว่า
ดูก่อนภิกษุทFงั หลายดงั นFี ภิกษุทFงั หลายเหลา่ นFนั ทลู รับพระพทุ ธ
พจน์ของพระผมู้ ีพระภาคเจา้ พระเจา้ ขา้ ดงั นFี พระผมู้ ีพระภาคเจา้
จึงตรัสพระพทุ ธภาษติ นFีวา่
82
ดูก่อนภิกษทุ Fงั หลาย พระตถาคตเจา้ ทFงั หลาย จะทรงเกิดขFึนกด็ ี
หรือไมท่ รงเกิดขFึนกด็ ี ธาตอุ นั นFี ตFงั อยู่ มีอยู่ นิยมเป็นอยเู่ ป็น
ธรรมดาวา่ สงั ขาร รูป นาม ของมีเหตอุ นั อวชิ ชา ตณั หา กรรม
ปรุ่งแต่งขFนึ ทFงั สิFน ไมเ่ ทีLยงดงั นFี
เราตถาคต รู้พร้อมเฉพาะอยู่ ถึงพร้อมเฉพาะอยู่ ซLึงส่วนธาตนุ Fนั
ครFันรู้พร้อมเฉพาะแลว้ ถึงพร้อมเฉพาะแลว้ บอกกล่าวแสดง
บญั ญตั ิ แต่งตFงั เปิ ดเผย จาํ แนก ทาํ ความใหต้ Fงั ขFนึ ว่า สังขาร รูป
นาม ของมีเหตอุ นั อวชิ ชา ตณั หา กรรม ปรุงแต่งขFึนทFงั สิFน ไม่
เทLียง เกิดขFนึ ตFงั อยแู่ ปรปรวน ดบั ไป เป็นธรรมดา ดงั นFี
83
จะตุรัปปะมญั ญาปาโฐ
บทแผ่เมตตา ๔ ทศิ โดยไม่มีประมาณ
อตั ถิ โข เตนะ ภะคะวะตา ชานะตา ปัสสะตา อะระหะตา
สมั มาสมั พุทเธนะ,จะตสั โส อปั ปะมญั ญาโย สมั มะทกั ขาตา
อธิ ะ ภิกขุ เมตตาสะหะคะเตนะ เจตะสา เอกงั ทิสัง ผะริตว์ า วิ
หะระติ,ตะถา ทตุ ิยงั ตะถา ตะติยงั ตะถา จะตตุ ถงั ,อติ ิ อทุ ธะ
มะโธ ติริยงั สพั พะธิ สัพพตั ตะตายะ สพั พาวนั ตงั โลกงั ,เมตตา
สะหะคะเตนะ เจตะสา,วปิ เุ ลนะ มะหคั คะเตนะ อปั ปะมาเณนะ
อะเวเรนะ อพั ย์ าปัชเฌนะ ผะริตว์ า
วหิ ะระติ,กะรุณาสะหะคะเตนะ เจตะสา เอกงั ทิสงั ผะริตว์ า วิ
หะระติ,ตะถา ทตุ ิยงั ตะถา ตะติยงั ตะถา จะตตุ ถงั ,อติ ิ อทุ ธะ
มะโธ ติริยงั สัพพะธิ สัพพตั ตะตายะ สัพพาวนั ตงั โลกงั ,เมตตา
สะหะคะเตนะ เจตะสา,วิปุเลนะ มะหคั คะเตนะ อปั ปะมาเณนะ
อะเวเรนะ อพั ย์ าปัชเฌนะ ผะริตว์ า วหิ ะระติ,
84
มุทิตาสะหะคะเตนะ เจตะสา เอกงั ทิสงั ผะริตว์ า วิหะระติ,ตะถา
ทตุ ิยงั ตะถา ตะติยงั ตะถา จะตตุ ถงั ,อิติ อุทธะมะโธ ติริยงั
สพั พะธิ สพั พตั ตะตายะ สพั พาวนั ตงั โลกงั ,เมตตาสะหะคะเต
นะ เจตะสา,วปิ เุ ลนะ มะหคั คะเตนะ อปั ปะมาเณนะ อะเวเรนะ
อพั ย์ าปัชเฌนะ ผะริตว์ า วหิ ะระติ,
อุเปกขาสะหะคะเตนะ เจตะสา เอกงั ทิสงั ผะริตว์ า วหิ ะระติ,ตะ
ถา ทุติยงั ตะถา ตะติยงั ตะถา จะตุตถงั ,อติ ิ อุทธะมะโธ ติริยงั
สัพพะธิ สพั พตั ตะตายะ สพั พาวนั ตงั โลกงั ,เมตตาสะหะคะเต
นะ เจตะสา,วปิ เุ ลนะ มะหคั คะเตนะ อปั ปะมาเณนะ อะเวเรนะ
อพั ย์ าปัชเฌนะ ผะริตว์ า วหิ ะระติ,อมิ า โข เตนะ ภะคะวะตา ชา
นะตา ปัสสะตา อะระหะตา สมั มาสทั พทุ เธนะ,จะตสั โส อปั ปะ
มญั ญาโย สัมมะทกั ขาตาติ.
85
คําแปล
ภิกษุ มีใจประกอบดว้ ยเมตตา (กรุณา / มุทิตา /
อเุ บกขา) แผไ่ ปตลอดทิศทLี ๑ อยู่ ทิศทLี ๒ ทิศทีL ๓ ทิศทีL ๔ ก็
อยา่ งนFนั มีใจประกอบดว้ ยเมตตา (กรุณา /มทุ ิตา /อุเบกขา)
ไพบูลยเ์ ตม็ ทLี เป็นจิตใหญ่ มีสัตวห์ าประมาณมิไดเ้ ป็นอารมณ์
ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนแผไ่ ปในทีLทFงั ปวง ทFงั ในทิศเบFือง
บน ทศิ เบFืองตLาํ ทิศเบFืองขวาง ตลอดโลกอนั มีสรรพสตั ว์ ดว้ ย
ความเป็นผมู้ ีใจในสัตวท์ Fงั ปวงดงั นFีอยู่
คําแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทJังหลาย
สัพเพ สัตตา อนั ว่าสัตวท์ Fงั หลายทFงั ปวง ทีLเป็นเพืLอนทุกข์ เกิดแก่
เจบ็ ตาย ดวั ยกนั ทFงั หมดทFงั สิFน, ทอLี ยทู่ างทิศบรู พากด็ ี, ทLีอยทู่ าง
ทิศอาคเนยก์ ด็ ี,ทีLอยทู่ างทิศทกั ษิณกด็ ี, ทีLอยทู่ างทศิ หรดีก็ดี,ทีLอยู่
ทางทิศปัจจิมกด็ ี,ทีLอยทู่ างทิศพายพั กด็ ี,ทีLอยทู่ างทศิ อุดรกด็ ี, ทLีอยู่
86
ทางทศิ อสี านกด็ ี, ทีLอยทู่ างทิศเบFืองล่างกด็ ี,ตFงั แต่โลกนั ตมหา
นรกขFนึ มาก็ดี ทีLอยทู่ างทิศเบFืองบน ตFงั แตพ่ กพรหมลงมาก็ดี
อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด, อยา่ ไดจ้ องกรรมกระทาํ
เวรและรบราฆา่ ฟันซLึงกนั และกนั เลย
อพั ยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด,อยา่ ไดพ้ ยาบาท เบียด
เบียน,ขม่ เหงคะเนงร้าย, และใส่ร้ายป้ายสีใหแ้ ก่กนั และกนั เลย
อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด, อยา่ ไดม้ ีความทกุ ขก์ าย
ทกุ ขใ์ จเลย.
หมายเหต:ุ โลกนั ตมหานรก คอื นรกมืดมิดหาทีLสุดมิได้ ไมม่ ี
แสงสว่างชนิดใดเขา้ ถึงได้ นอกจากแสงสว่างของพทุ ธานุภาพ
อยชู่ ่องวา่ งระกว่างจกั รวาลทFงั ๓ นรกขมุ นFีกวา้ ง ๘,๐๐๐ โยชน์
ผทู้ Lีจะตกนรกขมุ นFี เพราะทาํ กรรมทีLหนกั และหยาบชา้ คือทาํ ผิด
ตอ่ มารดาบิดาและสมณพรหมณ์ผตู้ Fงั อยใู่ นศีลธรรม และ
ประกอบกรรมร้าย อาจมีการฆา่ สตั วท์ ุกๆวนั กายสตั วน์ รกขมุ นFี
87
สูง ๓ คาวุต (๑ คาวุต เทา่ กบั ๑๐๐ เส้น) มีเลบ็ เหมือนคา้ งคาว แต่
ยาวกวา่ มาก เกาะและไตต่ ามขอบนรกนFี และฉีกกินกนั และกนั
ในระหวา่ งสัตวน์ รก ที.ม.อ.๒/๓/๙๗
(เรLืองพกพรหม..).เมLือเริLมแรกๆ ผเู้ รียบเรียงใชค้ าํ ว่า ภวกพรหม
(อ่านวา่ ภะ วะ กะ พรม) ตอ่ มา หาความหมายและหาหลกั ฐาน
ทีLมาไมพ่ บ เลยสนั นิษฐานวา่ ตนเองจาํ ศพั ทผ์ ิด เลยเปลLียนมาใช้
คาํ นFีแทน (พกพรหม)
คาํ วา่ พกพรหม หมายถึง พระพรหมทีLเกิดดว้ ยอาํ นาจภมู ิ
ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ตามลาํ ดบั สมยั ไมม่ ีพระสัมมาสมั
พุทธเจา้ ก่อนจะมาบงั เกิดเป็นพรหม ไดเ้ กิดเป็นมนุษยอ์ อกบวช
เป็นฤาษี เจริญฌานสมาบตั ิ เมืLอสิFนชีวติ ไม่เสLือมจากฌานนFนั ๆ
พวกพรหมเหลา่ นFี (จาํ พวกพกพรหมทีLเห็นผดิ มี ๗๒ องค)์ ทาํ
ให้บงั เกิดในชFนั เวหปั ผลา มีอายยุ นื ๕๐๐ กปั จากชFนั นFีเจริญ
ตติยฌานต่อ กไ็ ดไ้ ปเกดิ ในชFนั สุภกิณหกะ มีอายอุ กี ๖๔ กปั เป็น
เหตใุ หล้ ืมความหลงั ว่าตนเทีLยงแท้ ยงัL ยืน ไมเ่ กิด แก่ หรือ
88
เปลLียนแปลง พระสัมมาสัมพุทธเจา้ จึงทรงอนุเคราะหแ์ สดง
ธรรมให้พน้ จากมิจฉาทฏิ ฐิ (ส.ํ ส.อ.๑๕/๒/๑๒๔)
89
บทอานิสงส์ของการแผ่เตตา เมตตานสิ ังสสูตร
เมตตายะ ภกิ ขะเว เจโตวิมตุ ติยา ดูก่อนภิกษทุ Fงั หลาย เมตตาอนั
เป็นไปเพอLื ความหลดุ พนั แห่งจติ นFี
อาเสวิตายะ ภาวติ ายะ อนั บคุ คลบาํ เพญ็ จนคนุ้ แลว้ ทาํ ใหม้ าก
แลว้
พะหุลกี ะตายะ ยานกี ะตายะ ทาํ ให้มากคอื ชาํ นาญ ให้เป็นเครืLอง
ดาํ เนินทางใจ
วัตถุกะตายะ อะนุฏฐิตายะ ให้เป็นเครืLองยึดเหนLียทางใจ ตFงั ไว้
เป็ นนิตย์
ปะริจิตายะ สุสะมารัทธายะ สัLงสมอบรมแลว้ บาํ เพญ็ ดีแลว้
เอกาทะสานิสังสา ปาฏิกงั ขาฯ อานิสงส์สิบเอด็ ประการอนั
บคุ คลพึงหวงั ได้
กะตะเม เอกาทะสะ ? สิบเอด็ ประการ อะไรบา้ ง?
90
สุขงั สุปะติ หลบั เป็นสุข
สุขัง ปะฏิพชุ ฌะติ ฯ ตืLนเป็ นสุข
นะ ปาปะกงั สุปิ นงั ปัสสะตฯิ ไมฝ่ ันร้าย
มะนุสสานงั ปิ โย โหติ ฯ เป็นทLีรักของมนุษยท์ Fงั หลาย
อะมะนุสสานงั ปิ โย โหติฯ เป็นทีLรักของอมนุษยท์ Fงั หลาย
เทวะตา รักขนั ติ ฯ เทวดายอ่ มคมุ้ ครองรักษา
นาสสะ อคั คิ วา วสิ ัง วา สัตถัง วา กะมะติฯ
ไฟก็ดี ยาพษิ กด็ ี ศตั ราวธุ กด็ ี ยอ่ มทาํ อนั ตรายไม่ได้
ตวุ ะฏงั จิตตงั สะมาธิยะติ ฯ จิตยอ่ มตFงั มนLั เป็นสมาธิไดเ้ ร็ว
มุขะวณั โณ วิปปะสีทะติฯ สีหนา้ ยอ่ มผอ่ งใส
อะสัมมุฬโหกาลัง กะโรติ ฯ เป็นผไู้ มห่ ลงทาํ กาลกิริยา
อตุ ตะริง อปั ปะฏิวัชฌันโต พรัหมะโลกูปะโค
โหติ ฯ เมืLอยงั ไมบ่ รรลุคณุ วิเศษอนั ยิLงๆ ขFนึ ไป ยอ่ มไปเกิดใน
พรหมโลก แล.
91
อุณหสิ สวิชัย
(สืบอายุ ต่อชะตา รับปี ใหม่)
อตั ถิ อณุ ห๎ สิ สะ วิชะโย ธมั โม โลเก อะนุตตะโร
สัพพะสัตตะหิตตั ถายะ ตงั ต๎วงั คัณหาหิ เทวะเต
ปะริวัชเช ราชะทณั เฑ อะมะนุสเสหิ ปาวะเก
พะยัคเฆ นาเค วเิ ส ภเู ต อะกาละมะระเณนะ วา
สัพพสั ๎มา มะระณา มุตโต ฐะเปต๎วา กาละมาริตงั
ตสั เสวะ อานุภาเวนะ โหตุ เทโว สุขี สะทา
สุทธะสีลัง สะมาทายะ ธัมมัง สุจะริตงั จะเร
ตสั เสวะ อานุภาเวนะ โหตุ เทโว สุขี สะทา
ลิกขิตงั จินติตัง ปูชัง ธาระณงั วาจะนงั คะรุง
ปะเรสัง เทสะนงั สุต๎วา ตสั สะ อายุ ปะวฑั ฒะตีติ
92
บทพเิ ศษ เพมLิ เติม อทิ งั โหติ
อิ มสั มิง สะติ
อิ มสั สุปปาทา อิทงั อปุ ปัชชะติ
อิ มสั มิง อาสะติ อิทงั นะ โหติ
อิ มสั สะ นิโรธา อทิ งั นิรุชฌะติ ฯ
(นะวะกานา ติชาชิเน โยชิตะวนั ตงั ) (ทกุ อยา่ งแล)
สิทธิ กิจจงั สิทธิกมั มงั สิทธิการิยะ ตะถาคะโต
สิทธิเตโช ชะโย นิจจงั สิทธิลาโล นิรันตะรัง สัพพะสิทธิ ปสิทธิ
เม ฯ
93
คําขอขมา(เมLือจบการปฏิบตั ธิ รรมในคราวหนLงึ ๆ
ก่อนกลบั บ้าน)
นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสัมพทุ ธสั สะ (๓
จบ)
อาจะริเย ปะมาเทนะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพงั อะปะราธัง ขะมะตุ โน ภนั เต
(ขะมะถะ เม ภนั เต) (๓ จบ)
พระอาจารย์ อะหงั ขะมามิ ตมุ เหหปิ ิ เม ขะมิตพั พงั (หลาย
คน) (ตะยาปิ เม ขะมิตพั พงั ) (คนเดียว
ศิษย์ (หมอบลง) ขะมามะ ภันเต,(หลายคน)
ขะมามิ ภันเต (คนเดียว)
94
คําอาํ ลาพระสงฆ์
ศิษย์หนั ทะทานิ มะยัง ภนั เต อาปุจฉามะ
พะหุกจิ จา มะยงั พะหุกะระณียา
ขา้ แตท่ า่ นผเู้ จริญ ขา้ พเจา้ ทFงั หลาย ขอกล่าวลา เพราะมีกิจมาก
ธุระมาก
พระอาจารย์ ยัสสะทานิ ตุมเห กาลัง มัญญะถะ
ทา่ นทFงั หลาย จงรูก้ าล รู้เวลาเถิด
ศิษย์ สาธุ ภันเต
ดีละเจา้ ขา้ (กราบ ๓ ครFัง)
95
บทวันทาทJงั ๓ บท
อกุ าสะ วนั ทามิ ภนั เต เจติยงั สัพพงั สพั พฏั ฐาเน สุปะติฏฐิตงั สา
รีริกะธาตุ มะหาโพธิง พทุ ธะรูปัง สะกะลงั สะทา วะจะสา มะ
นะสา เจวะ วนั ทาเมเต ตะถาคะเต สะยะเน อาสะเน ฐาเน คะ
มะเน จาปิ สพั พะทา. (กราบ)
สัพพงั อะปะราธงั , ขะมะถะ เม ภนั เต , อกุ าสะ ทะวารัตตะเยนะ
กะตงั , สัพพงั อะปะราธงั , ขะมะถะ เม ภนั เต, อกุ าสะ ขะมามิ
ภนั เต. (กราบ)
วนั ทามิ ภนั เต, สัพพงั อะปะราธงั ขะมะถะ เม ภนั เต , มะยา
กะตงั ปญุ ญงั สามิมนา อนุโมทติ พั พงั , สามินา กะตงั ปญุ ญงั ,
มยั หงั , ทาตพั พงั สาธุ สาธุ อนุโมทามิ. (กราบ)
96
คําแปล
ขอโอกาส (ณ บดั นFี) ขา้ แต่ทา่ นผเู้ จริญ ขา้ พระพุทธเจา้ กราบไหว้
พระพทุ ธเจดีย์ ทLีดาํ รงมนัL คตงในทLีทกุ สถานและพระพุทธรูป
ตน้ ศรีมหาโพธVิ พระบรมสารีริกธาตุทFงั สิFน (ทFงั ปวง),
ขา้ พระพทุ ธเจา้ กราบไวพ้ ระตถาคตเจา้ ทFงั หลายเหลา่ นFนั ดว้ ย
(กาย) วาจา ใจ ในกาลทุกเมLือ คือ นอน, นงLั , ยนื ,เดิน ฯ
(ภาษาไทย เดิน ยนื นงัL นอน)
ขอโอกาส (ณ บดั นFี) ขา้ แตท่ า่ นผเู้ จริญ ขอทา่ นโปรดอดโทษทFงั
ปวง แก่ขา้ พเจา้ , ขา้ แตท่ า่ นผเู้ จริญ ขอท่านโปรดอดโทษทFงั ปวง
ทีLขา้ พเจา้ ผดิ พลาดไปแลว้ , ขา้ แต่ท่านผเู้ จริญ ขา้ พเจา้ ก็อดโทษ
ตอ่ ท่านฯ
97
อานิสงส์แห่งการชักชวนผู้อLืนถวายทาน
“ดูก่อนอุบาสก อุบาสิกาทFงั หลาย บคุ คลใดถวายทานดว้ ยตนเอง
แต่ไม่ชกั ชวนผอู้ นLื ใหถ้ วายทานดว้ ย บคุ คลนFนั เมLือตายไปแลว้ ไม่
ว่าจะเกิดทีLใด ยอ่ มไดซ้ Lึงโภคสมบตั ิ (ความรLาํ รวย) แต่จกั ไมไ่ ด้
ซLึงบริวารสมบตั ิ (มิตรสหาย,บริวาร)
บุคคลใดชกั ชวนคนอLืนให้ถวายทาน แต่ตนเองกลบั ไม่ถวาย
บุคคลนFนั เมLือตายไปแลว้ ไม่วา่ จะเกิดในทีLใด ยอ่ มไดซ้ Lึงบริวาร
สมบตั ิ (มากดว้ ยมิตรสหาย,บริวาร) แต่จกั ไม่ไดซ้ Lึงสมบตั ิ (มี
ความยากจน)
บคุ คลใดตนเองก็ไม่ถวายทานดว้ ย แมค้ นอLืนก็ไม่ไดช้ กั ชวนดว้ ย
บุคคลนFนั เมืLอตายไปเกิดในทLีใดๆ ยอ่ มไมไ่ ดแ้ มส้ กั ว่าขา้ วปลาย
98
เกวียน (ขา้ วสารหกั ) พออมLิ ทอ้ ง เขายอ่ มเป็นคนอนาถา หาทLีพLงึ
มิได้
บคุ คลใดถวายทานดว้ ยตนเองดว้ ย ชกั ชวนผอู้ นืL ใหถ้ วายทาน
ดว้ ย บคุ คลนFนั เมLือตายไปเกิดในทLีใดๆ ยอ่ มไดท้ Fงั โภคสมบตั ิ
(ความรLาํ รวย) ทFงั บริวารสมบตั ิ (มิตรสหาย,บริวาร) สิFนร้อยชาติ
บา้ ง พนั ชาติบา้ ง แสนชาติบา้ ง”
โอวาทธรรม พระสารีบตุ รเถระ
(จากพระสูตร ขทุ ทกนิกาย คาถาธรรมบท เล่มทLี ๔๐ หนา้ ทLี
๑๐๘
บทความพเิ ศษ
“ผใู้ ดชนะหมู่มนุษยต์ Fงั พนั ครFัง ครFังละพนั คนในสงคราม ผนู้ Fนั
มิใช่ผชู้ นะสูงสุดในสงคราม ผใู้ ดชนะตนเองเพียงครFังเดียว ผนู้ Fนั
แลเป็นยอดแห่งผชู้ นะในสงคราม”
99
(พทุ ธวจนะ จากพระธรรมบทว่าดว้ ยความชนะ)
สามญั ญผลในพทุ ธศาสนา เทียบกนั ไม่ได้ กบั ใน
ลทั ธิอืLน
ดูก่อน ภิกษุทFงั หลาย เปรียบเหมือนบรุ ุษพึงโยนกรวดหิน
ประมาณเทา่ เมด็ ถวัL เขยี วเจด็ เมด็ เขา้ ไปทเLี ทือกเขาหลวงชLือสิเนรุ
ดูก่อนภิกษทุ Fงั หลาย พวกเธอทFงั หลายจะพงึ สาํ คญั ขอ้ นFี ว่า
อยา่ งไร : กรวดหนินมปี ระมาณเท่าเมด็ ถวLั เขยี วเจด็ เมด็ ทีLบรุ ุษ
โยนเขา้ ไป (ทเีL ทือกเขาหลวงชืLอสิเนรุ) เป็นสิLงทีLมากกวา่ หรือว่า
เทือกเขาหลวงชLือสิเนรุมากกว่า
ขา้ แตพ่ ระองคผ์ เู้ จริญ เทือกเขาหลวงชืLอสิเนรุนFนั แหละ เป็นสิLง
ทีLมากกวา่ . กรวดหินประมาณเทา่ เมด็ ถวLั เขยี วเจด็ เมด็ ทLีบุรุษโยน
เขา้ ไป
100
(ทีLเทือกเขาชLือสิเนรุ) มีประมาณนอ้ ย. กรวดหินนFี เมLือนาํ เขา้ ไป
เทียบกบั เทือกเขาหลวงชืLอสิเนรุ ยอ่ มไม่เขา้ ถึงส่วนหนLีงในร้อย
ส่วนหนLึงในพนั ส่วนหนLึงในแสน.
ดูก่อนภิกษทุ Fงั หลาย อปุ มานFีฉนั ใด อุปไมยก็ฉนั นFนั การบรรลุ
คณุ วิเศษแห่งสมณพราหมณ์ และปริพพาชกผเู้ ป็นเดียรถียเ์ หล่า
อนLื เมืLอนาํ เขา้ ไปเทียบกบั การบรรลุคุณพิเศษ ของอริยสาวกซLึง
เป็นบุคคลผู้ ถึงพร้อมดว้ ย(สมั มา)ทิฏฐิ ยอ่ มไม่ถึงส่วนหนLึงใน
ร้อย ส่วนหนLึงในพนั ส่วนหนLึงในแสน.
ดูก่อนภิกษุทFงั หลาย บคุ คลผถู้ ึงพร้อมดว้ ย (สมั า) ทิฏฐิ เป็นผมู้ ี
การบรรลุอนั ใหญ่หลวงอยา่ งนFี เป็นผมู้ ีความรู้ยงLิ อนั ใหญห่ ลวง
อยา่ งนFี ดงั นFี แล.
.........................................................................
๑ สูตรทLี ๑๑ อภิสมยวรรค อภิสมยสังยตุ ต์ นิทาน.
ส.ํ ๑๖/๑๖๘/๓๓๑ ตรัสแก่ภิกษทุ Fงั หลาย ทLีเชตะวนั