14. จากนั้นครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปราย แสดงความคิดเห็นเพื่อหาคำตอบ ดังนี้ - ฝนเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : ฝนเกิดจากเมื่อไอน้ำในอากาศควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ เมื่อละอองน้ำจำนวน มากในเมฆรวมตัวกันจนอากาศไม่สามารถพยุงไว้ได้จึงตกลงมาเป็นฝน) - ฝนมีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตอย่างไร (แนวตอบ : ทำให้พืชเจริญเติบโต มีน้ำหมุนเวียน เป็นต้น) - การเกิดฝนมีกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง (แนวตอบ : การเกิดฝนมี 3 ขั้นตอน โดยขั้นที่ 1 น้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ เมื่อได้รับความร้อนจะ ระเหยกลายเป็นไอน้ำแล้วลอยขึ้นไปในอากาศ ขั้นที่ 2 ไอน้ำในอากาศเมื่อเจออากาศเย็นจะ ควบแน่นเป็นละอองน้ำ รวมตัวกันเป็นก้อนเมฆ และขั้นที่ 3 เมื่อเมฆรวมตัวกันจำนวนมากจน อากาศพยุงน้ำหนักของละอองน้ำไม่ไหว จึงตกลงมาเป็นฝน) - หิมะเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : หิมะเกิดจากไอน้ำในอากาศระเหิดกลับผลึกน้ำแข็ง แล้วรวมตัวกันจนมีน้ำหนักมาก จนอากาศจะพยุงไว้ไม่ไหว จึงตกลงมา) - การเกิดหิมะ มีกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง (แนวตอบ : การเกิดหิมะ มี 3 ขั้นตอน โดยขั้นที่ 1 น้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ เมื่อได้รับความร้อนจะ ระเหยกลายเป็นไอน้ำแล้วลอยขึ้นไปในอากาศ ขั้นที่ 2 ไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเป็นผลึก น้ำแข็ง รวมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขึ้น จึงตกลงสู่พื้นโลก และขั้นที่ 3 เมื่อผลึกน้ำแข็งตกลงมาบน โลกจะไม่ละลายจึงกลายเป็นหิมะ) - ลูกเห็บเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : ลูกเห็บเกิดจากหยดน้ำที่เปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็ง แล้วถูกพายุพัดวนซ้ำไปซ้ำมาจน หยดน้ำกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง) ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 15. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง การเกิดหยาดน้ำฟ้า และให้ความรู้เพิ่มเติม จากคำถามของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง การเกิดหยาดน้ำฟ้า ในการอธิบายเพิ่มเติม 16. นักเรียนแต่ละคนตอบคำถามท้าทายการคิดขั้นสูง จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ลงใน สมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นนักเรียนแต่ละคนทำ ใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง หยาดน้ำฟ้า 17. ครูสุ่มนักเรียน 2 คน ออกมานำเสนอคำตอบของตนเอง โดยครูให้นักเรียนร่วมกันพิจารณาว่า คำตอบใดถูกต้อง จากนั้นครูเฉลยคำตอบที่ถูกต้องให้นักเรียน คาบที่ 5
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 3 การเกิดหยาดน้ำฟ้า ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 3. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 4. ครูตรวจ คำถามท้าทายการคิดขั้นสูง ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 5. ครูตรวจสอบผลการทำใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง หยาดน้ำฟ้า 6. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการเกิดหยาดน้ำฟ้า ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “ฝน หิมะ ลูกเห็บ เป็นหยาดน้ำฟ้าซึ่งเป็นน้ำที่มีสถานะต่าง ๆ ที่ตกจากฟ้าถึงพื้นดิน ฝนเกิดจากละอองน้ำในเมฆที่ รวมตัวกันจนอากาศไม่สามารถพยุงไว้ได้จึงตกลงมา หิมะเกิดจากไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเป็น ผลึกน้ำแข็ง รวมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขึ้นจนเกินกว่าอากาศจะพยุงไว้จึงตกลงมา ลูกเห็บเกิดจาก หยดน้ำที่เปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็งแล้วถูกพายุพัดวนซ้ำไปซ้ำมาในเมฆฝนฟ้าคะนองที่มีขนาดใหญ่ และอยู่ในระดับสูงจนเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ขึ้นแล้วตกลงมา” ขั้นสรุป คาบที่ 6
6.การวัดและประเมินผล การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การ ประเมินผล ความรู้ความ เข้าใจ (K) 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ คำถาม 2.อธิบายการการเกิดหยาดน้ำฟ้า ได้ 1.คำถามกระตุ้น ความคิด 2. ใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง หยาดน้ำฟ้า 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ทักษะ/ กระบวนการ (P) 1. เปรียบเทียบกระบวนการเกิด ฝน หิมะและลูกเห็บได้ 2. ปฏิบัติกิจกรรมการเกิดหยาดน้ำ ฟ้าได้อย่างถูกต้องและเป็นลำดับ ขั้นตอน 1. กิจกรรมที่ 3 การ เกิดหยาดน้ำฟ้า 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน คุณลักษณะนิสัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ รับผิดชอบต่องานที่สั่ง ส่งงานตรง เวลา 2. ให้ความร่วมมือในการทำ กิจกรรมกลุ่มและมีความ รับผิดชอบในการส่งงานตรงเวลา 1. แบบสังเกต พฤติกรรม 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ 3) ใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง หยาดน้ำฟ้า 4) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 3 การเกิดหยาดน้ำฟ้า 5) PowerPoint เรื่อง การเกิดหยาดน้ำฟ้า 6) บัตรภาพฝนตก ลูกเห็บตก และหิมะตก 7) สมุดประจำตัวนักเรียน 1.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 2) ห้องเรียน 3) อินเทอร์เน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ ....................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ (...........................................................) (...........................................................) ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร (...........................................................)
สัปดาห์ที่ 15-16 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 3.2 ป.5/3 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรของน้ำ 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ฝนเกิดไอน้ำในอากาศควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ เมื่อละอองน้ำจำนวนมากในเมฆรวมตัวกันจนอากาศไม่ สามารถพยุงไว้ได้จึงตกลงมาเป็นฝน หิมะเกิดจากไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเป็นผลึกน้ำแข็ง รวมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขึ้น จนเกินกว่าอากาศจะพยุงไว้จึงตกลงมา ลูกเห็บเกิดจากหยดน้ำที่เปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็ง แล้วถูกพายุพัดวนซ้ำไปซ้ำมาใน เมฆฝนฟ้าคะนองที่มีขนาดใหญ่และอยู่ในระดับสูง จนเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ขึ้นแล้วตกลงมา 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายการหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรน้ำได้ (K) 2. ปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสร้างแบบจำลองและใช้แบบจำลองอธิบายการเกิดวัฏจักรน้ำได้อย่างถูกต้อง และเป็นลำดับขั้นตอน (P) 3. ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่มและมีความรับผิดชอบในการส่งงานตรงเวลา (A) 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น วัฏจักรน้ำ เป็นการหมุนเวียนของน้ำที่มี แบ บ รูป ซ้ำเดิม และต่อเนื่องระห ว่างน้ำใน บรรยากาศน้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน โดยพฤติกรรม การดำรงชีวิตของพืชและสัตว์ส่งผลต่อวัฏจักรน้ำ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา ภาคเรียนที่ …2…/……….……... ชื่อผู้สอน ….…………………………………………………... กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 6 คาบ หน่วยการเรียนรู้ที่6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ เรื่อง วัฏจักรน้ำ
5. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูทักทายกับนักเรียน จากนั้นครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับ เรื่อง การเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง น้ำค้างแข็ง และหยาดน้ำฟ้า 2. ครูนำบัตรภาพแหล่งน้ำ ฝนตก และดวงอาทิตย์มาให้นักเรียนดู โดยครูติดไว้บนกระดาน ดังนี้ 3. จากนั้นครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความสนใจนักเรียนจากบัตรภาพ โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปราย แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลยว่าถูกหรือผิด ดังนี้ - จากบัตรภาพทั้ง 3 ภาพ นักเรียนคิดว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ (แนวตอบ : นักเรียนอาจตอบว่า เกี่ยวข้องกัน) - บัตรภาพทั้ง 3 ภาพ เกี่ยวข้องกันอย่างไรบ้าง (แนวตอบ : นักเรียนอาจตอบว่า การเกิดฝนซึ่งมี 3 ขั้นตอน โดยขั้นที่ 1 น้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ เมื่อได้รับความร้อนจะระเหยกลายเป็นไอน้ำแล้วลอยขึ้นไปในอากาศ ขั้นที่ 2 ไอน้ำในอากาศเมื่อ เจออากาศเย็นจะควบแน่นเป็นละอองน้ำ รวมตัวกันเป็นก้อนเมฆ และขั้นที่ 3 เมื่อเมฆรวมตัวกัน จำนวนมากจนอากาศพยุงน้ำหนักของละอองน้ำไม่ไหว จึงตกลงมาเป็นฝนไหลรวมกันลงใน แหล่งน้ำ) คาบที่ 1 ขั้นนำ
4. ครูให้นักเรียนดูภาพแหล่งน้ำตามธรรมชาติ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้น ครูถามคำถามเพื่อกระตุ้นนักเรียนก่อนเข้าสู่เนื้อหาว่า “แหล่งน้ำต่าง ๆ มีความสำคัญต่อการเกิดวัฏจักรน้ำ หรือไม่ อย่างไร” โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเพื่อหา คำตอบ (แนวตอบ : แหล่งน้ำต่าง ๆ มีความสำคัญต่อการเกิดวัฏจักรน้ำ ถ้าไม่มีแหล่งน้ำจะไม่มีน้ำระเหย กลายเป็นไอน้ำขึ้นไปในบรรยากาศ ทำให้ไม่มีการหมุนเวียนน้ำ) ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 4 วัฏจักรน้ำ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 มาวางไว้หน้าชั้นเรียน ดังนี้ - หนังยาง 1 ถุง - ถุงพลาสติกใส 1 ใบ - กล่องพลาสติกใสใบเล็ก 1 ใบ - กล่องพลาสติกใสใบใหญ่ 1 ใบ - กระดาษแข็งแผ่นใหญ่ 1 แผ่น - น้ำ 2 ขวด - น้ำแข็ง 1 ถุง - สีไม้ 1 กล่อง - ดินทราย 1 ถุง - ดินเหนียว 1 ถุง 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม โดยครูเตรียมสลากแหล่งน้ำต่าง ๆ เช่น ทะเล มหาสมุทร แม่น้ำ และบึง จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนออกมาหยิบสลาก ซึ่งนักเรียนที่ได้ชื่อเดียวกันจะอยู่กลุ่มเดียวกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิกภายในกลุ่ม 4 คน 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 4 วัฏจักรน้ำ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรมที่ 4 วัฏจักรน้ำ ให้นักเรียนทราบ เพื่อเป็นแนว ทางการปฏิบัติกิจกรรมที่ถูกต้อง 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมที่ 4 วัฏจักรน้ำ ตอนที่ 1-2 โดยปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ 1) ศึกษาขั้นตอนการปฏิบัติกิจกรรมจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 อย่างละเอียด หากมีข้อสงสัยให้สอบถามครู 2) ร่วมกันกำหนดปัญหาและตั้งสมมติฐานในการปฏิบัติกิจกรรม แล้วบันทึกผลลงในสมุดประจำตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 3) ร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนให้ครบถ้วนและถูกต้องทุกขั้นตอน จากนั้นบันทึกผลลงใน สมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ผลการปฏิบัติกิจกรรม แล้วอภิปรายผลและสรุปผลการทดลอง ขั้นสอน คาบที่ 2
ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 6. นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดิม) จากชั่วโมงที่ผ่านมา จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาค้นคว้า ข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง การเกิดและปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดวัฏจักรน้ำ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องสมุด 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเรื่องที่ได้ศึกษา จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำข้อมูลที่ได้มา เขียนแผนภาพแสดงวัฏจักรน้ำ ลงในกระดาษแข็งแผ่นใหญ่ พร้อมตกแต่งให้สวยงาม (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้(Explain) 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดจนครบทุกกลุ่ม ในระหว่างที่นักเรียนนำเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน) 9. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมที่ 4 วัฏจักรน้ำ 10. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยตอบคำถาม ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 11. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ เรื่อง วัฏจักรน้ำว่า “วัฏจักรน้ำ คือ การหมุนเวียนของ น้ำอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และเป็นการเปลี่ยนสถานะของน้ำ โดยอาศัยปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความร้อน ลม ป่าไม้ เป็นต้น” ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 12. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดง ความคิดเห็นเพื่อหาคำตอบ ดังนี้ - น้ำจากฟ้าที่ตกลงมาสู่พื้นผิวโลก จะถูกกักเก็บในแหล่งน้ำใดบ้าง (แนวตอบ : แหล่งน้ำผิวดิน เช่น ทะเล แม่น้ำ ลำธาร เป็นต้น และแหล่งน้ำใต้ดิน) - การหมุนเวียนของน้ำเรียกว่าอะไร (แนวตอบ : วัฏจักรของน้ำ) - วัฏจักรน้ำ คืออะไร (แนวตอบ : วัฏจักรน้ำ คือ การหมุนเวียนของน้ำอย่างไม่มีที่สิ้นสุด) คาบที่ 3 ขั้นสอน คาบที่ 4 คาบที่ 5
- การเกิดวัฏจักรของน้ำมีกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง (แนวตอบ : การเกิดวัฏจักรของน้ำ มี 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) น้ำในแหล่งน้ำได้รับความร้อนแล้วระเหยเป็นไอน้ำลอยขึ้นไปในอากาศ 2) ไอน้ำควบแน่นเป็นละอองน้ำ และรวมตัวเป็นเมฆ 3) เมฆมีจำนวนมากจนอากาศไม่สามารถรับน้ำหนักไว้ได้จึงตกลงมาเป็นฝน 4) น้ำฝนไหลกลับสู่แหล่งน้ำต่าง ๆ หรือซึมลงใต้ดิน) - ปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อการเกิดวัฏจักรน้ำ (แนวตอบ : ความร้อน ลม ป่าไม้ เป็นต้น) 13. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง วัฏจักรน้ำ และให้ความรู้เพิ่มเติมจากคำถาม ของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง วัฏจักรน้ำ ในการอธิบายเพิ่มเติม 14. นักเรียนแต่ละคนเขียนสรุปสาระสำคัญประจำ บทที่ 2 ปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศ โดยเขียนเป็น แผนผังมโนทัศน์ ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน 15. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 2 ปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศ จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 16. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนของหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ เพื่อเป็นการ วัดความรู้หลังเรียนของนักเรียน 17. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 4 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นให้แต่ละกลุ่มนำความรู้เกี่ยวกับ เรื่อง การเกิดวัฏจักรน้ำ มาออกแบบและประดิษฐ์จิกซอว์การเกิดวัฏจักรน้ำ ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. นักเรียนแต่ละคนดูตารางตรวจสอบตนเอง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นครูถามนักเรียนเป็นรายบุคคลตามรายการข้อ 1-5 เพื่อเป็นการตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจของนักเรียนหลังจากการเรียนจบบทที่ 2 ปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศ 2. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ เพื่อตรวจสอบความเข้าใจหลังเรียนของนักเรียน 3. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 4. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 4 วัฏจักรน้ำ ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 5. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 6. ครูตรวจผลการทำกิจกรรมสรุปสาระสำคัญประจำ บทที่ 2 ปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศ ในสมุดประจำตัวนักเรียน ขั้นสรุป คาบที่ 6
7. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 2 ปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศ ในสมุดประจำตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 8. ครูตรวจชิ้นงาน/ผลงาน จิกซอว์การเกิดวัฏจักรน้ำ ของนักเรียนแต่ละกลุ่ม 9. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับวัฏจักรน้ำ ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “วัฏจักรน้ำ เป็นการ หมุนเวียนของน้ำที่มีแบบรูป ซ้ำเดิม และต่อเนื่องระหว่างน้ำในบรรยากาศน้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน โดยพฤติกรรมการดำรงชีวิตของพืช และสัตว์ส่งผลต่อวัฏจักรน้ำ 6.การวัดและประเมินผล การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การ ประเมินผล ความรู้ความ เข้าใจ (K) 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ คำถาม 2.อธิบายการหมุนเวียนของน้ำ ในวัฏจักรน้ำได้ 1.คำถามกระตุ้น ความคิด 2. ใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง หยาดน้ำฟ้า 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ทักษะ/ กระบวนการ (P) 1. ปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสร้าง แบบจำลองและใช้แบบจำลอง อธิบายการเกิดวัฏจักรน้ำได้อย่าง ถูกต้องและเป็นลำดับขั้นตอน 1. กิจกรรมที่ 4 วัฏ จักรน้ำ 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน คุณลักษณะนิสัย (A) 1. ให้ความร่วมมือในการทำ กิจกรรมกลุ่มและมีความ รับผิดชอบในการส่งงานตรงเวลา 1. แบบสังเกต พฤติกรรม 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้ำและลมฟ้าอากาศ 3) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 4 วัฏจักรน้ำ 4) PowerPoint เรื่อง วัฏจักรน้ำ 5) บัตรภาพแหล่งน้ำ ฝนตก และดวงอาทิตย์ 6) สลากแหล่งน้ำต่าง ๆ 7) สมุดประจำตัวนักเรียน
1.2 แหล่งการเรียนรู้ 4) ห้องสมุด 5) ห้องเรียน 6) อินเทอร์เน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ....................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ (...........................................................) (...........................................................) ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร (...........................................................)
ทะเล บึง เเม่น้ำ มหาสมุทร สลากแหล่งน้ำต่าง ๆ
บัตรภาพแหล่งน้ำ ฝนตก และดวงอาทิตย์
จิกซอว์การเกิดวัฏจักรน้ำ คำชี้แจง : นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ 4 คน จากนั้นให้แต่ละกลุ่มนำความรู้เกี่ยวกับ เรื่อง การเกิดวัฏจักรน้ำ มาออกแบบและประดิษฐ์จิกซอว์การเกิดวัฏจักรน้ำ ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
สัปดาห์ที่ 16-17 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 3.1 ป.5/1 เปรียบเทียบความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจำลอง 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ดาวที่มองเห็นบนท้องฟ้าอยู่ในอวกาศซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่นอกบรรยากาศของโลก มีทั้งดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ ดาว ฤกษ์เป็นแหล่งกำเนิดแสงจึงสามารถมองเห็นได้ ส่วนดาวเคราะห์ไม่ใช่แหล่งกำเนิดแสง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลักษณะของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ได้ (K) 2. สร้างแบบจำลองเพื่ออธิบายการมองเห็นดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ได้ (P) 3. ปฏิบัติกิจกรรมเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ได้ (P) 4. มีความใฝ่เรียนรู้และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่ม (A) 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ดาวที่มองเห็นบนท้องฟ้าอยู่ในอวกาศซึ่ง เป็นบริเวณที่อยู่นอกบรรยากาศของโลก มีทั้งดาว ฤกษ์และดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์เป็นแหล่งกำเนิดแสง จึงสามารถมองเห็นได้ ส่วนดาวเคราะห์ไม่ใช่ แหล่งกำเนิดแสง แต่สามารถมองเห็นได้เนื่องจาก แสงจากดวงอาทิตย์ตกกระทบดาวเคราะห์แล้ว สะท้อนเข้าสู่ตา พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา ภาคเรียนที่ …2…/……….……... ชื่อผู้สอน ….…………………………………………………... กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 6 คาบ หน่วยการเรียนรู้ที่7 คาวเคราะห์บนท้องฟ้า เรื่อง ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์
5. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูทักทายกับนักเรียน แล้วแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ จากนั้นนักเรียนทำแบบประเมินผล ก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดาวบนท้องฟ้า เพื่อวัดความรู้เดิมของนักเรียนก่อนเข้าสู่กิจกรรม 2. นักเรียนอ่านสาระสำคัญและดูภาพ หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดาวบนท้องฟ้า จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นครูกระตุ้นความสนใจโดยใช้คำถามว่า “ดาวฤกษ์ หมายถึงอะไร และดาวเคราะห์ หมายถึงอะไร” โดยให้นักเรียนช่วยกันตอบคำถามอย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลยว่า ถูกหรือผิด (แนวตอบ : ดาวฤกษ์ หมายถึง ดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง และดาวเคราะห์ หมายถึงดาวที่ไม่มีแสง สว่างในตัวเอง) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 3. นักเรียนดูภาพในบทที่ 1 ท้องฟ้าและกลุ่มดาวฤกษ์ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นครูถามคำถามสำคัญประจำบทว่า “เราสามารถมองเห็นดาวเคราะห์ได้หรือไม่ อย่างไร” แล้วให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเพื่อหาคำตอบ (แนวตอบ : สามารถมองเห็นดาวเคราะห์ได้ เนื่องจากแสงจากดวงอาทิตย์ตกกระทบดาวเคราะห์ แล้วสะท้อนเข้าสู่ตา) 4. นักเรียนเรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนในบทที่ 1 ท้องฟ้าและกลุ่มดาวฤกษ์ จากหนังสือ เรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยครูขออาสาสมัครนักเรียน จำนวน 1 คน ให้เป็นผู้อ่านนำ และให้นักเรียนที่อยู่ในชั้นเรียนเป็นผู้อ่านตามทีละคำ ดังนี้ 5. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมนำสู่การเรียน โดยศึกษาข้อมูล แล้วตอบคำถาม ลงในสมุดประจำตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล) คาบที่ 1 ขั้นนำ Planet ('แพล็นนิท) ดาวเคราะห์ Direction (ดิ 'เร็คชัน) ทิศ Constellation (ค็อนสเต็ล 'เลชัน) กลุ่มดาว คาบที่ 2
ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1 ความแตกต่างของดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 มาวางไว้หน้าชั้นเรียน ดังนี้ - สีไม้ 1 กล่อง - กรรไกร - ตัวเรืองแสง - กาว - กระดาษสีดำ - ลูกปัดพลาสติก - กล่องลังเจาะรูด้านข้าง - ไฟฉาย - กระดาษแข็งแผ่นใหญ่ 1 แผ่น 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม โดยครูเตรียมบัตรภาพดาวเคราะห์ เช่น โลก ดาวอังคาร ดาวศุกร์ และ ดาวเสาร์ จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนออกมาหยิบบัตรภาพ ซึ่งนักเรียนที่ได้บัตรภาพเดียวกันจะอยู่ กลุ่มเดียวกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิกภายในกลุ่ม 4 คน 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1 ความแตกต่างของดาวฤกษ์และ ดาวเคราะห์ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ป.5 เล่ม 2 จากนั้นครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรมที่ 1 ความแตกต่างของดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ ให้นักเรียนทราบ เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติกิจกรรม ที่ถูกต้อง 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการมองเห็นดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ จากหนังสือ เรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนสร้างแบบจำลองการมองเห็นดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ จากนั้นช่วยกันสร้างแบบจำลองที่ออกแบบไว้ แล้วนำข้อมูลมาเขียนแผนภาพแสดงแบบจำลอง ลงในกระดาษแข็งแผ่นใหญ่ (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอแบบจำลองการมองเห็นดาวฤกษ์และดาวเคราะห์หน้าชั้นเรียน ในระหว่างที่นักเรียนนำเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน) 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายจากการปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 ความแตกต่างของดาวฤกษ์ และดาวเคราะห์ว่า “จากการปฏิบัติกิจกรรม ให้ไฟฉาย แทนดาวฤกษ์ เพราะมีแสงสว่างในตัวเอง แสงเข้าสู่ตาทำให้เรามองเห็นดาวฤกษ์ได้ ให้วัตถุอื่นที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง แทนดาวเคราะห์ เพราะไม่มีแสงสว่างในตัวเอง จะต้องอาศัยแสงจากดาวฤกษ์ต้องตกกระทบแล้วสะท้อนเข้าสู่ตา” คาบที่4 ขั้นสอน คาบที่ 3
8. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยตอบคำถาม ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 9. นักเรียนจับคู่กับเพื่อนในชั้นเรียน ศึกษา เรื่อง ความแตกต่างระหว่างดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 10. นักเรียนแต่ละคนศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องสมุด แล้วเขียนสรุป ความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าลงในสมุดประจำตัวนักเรียน (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล) 11. ครูสุ่มเลขที่นักเรียน จำนวน 2 คน ให้ยกตัวอย่างดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ ดังนี้ • คนที่ 1 ยกตัวอย่างดาวฤกษ์ มา 3 ตัวอย่าง • คนที่ 2 ยกตัวอย่างดาวเคราะห์ มา 3 ตัวอย่าง 12. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปราย เพื่อหาคำตอบ ดังนี้ - ดาวฤกษ์มีลักษณะอย่างไร (แนวตอบ : ดาวฤกษ์มองเห็นแสงระยับระยิบ) - ดาวเคราะห์มีลักษณะอย่างไร (แนวตอบ : ดาวเคราะห์มองเห็นแสงนวลนิ่ง) 13. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ และให้ความรู้ เพิ่มเติมจากคำถามของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ ในการอธิบายเพิ่มเติม 14. นักเรียนแต่ละคนตอบคำถามท้าทายการคิดขั้นสูง จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นนักเรียนแต่ละคนทำ ใบงานที่ 7.1.1 เรื่อง ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ 15. ครูสุ่มนักเรียน 2 คน ออกมานำเสนอคำตอบของตนเอง โดยครูให้นักเรียนร่วมกันพิจารณาว่า คำตอบใดถูกต้อง จากนั้นครูเฉลยคำตอบที่ถูกต้องให้นักเรียน ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบก่อนเรียนของหน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดาวบนท้องฟ้า เพื่อตรวจสอบความเข้าใจก่อนเรียนของนักเรียน ขั้นสรุป คาบที่5 คาบที่6
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 3. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 ความแตกต่างของดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 4. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 5. ครูตรวจคำถามท้าทายการคิดขั้นสูง ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 6. ครูตรวจสอบผลการทำใบงานที่ 7.1.1 เรื่อง ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ 7. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “ดาวฤกษ์ เป็นแหล่งกำเนิดแสงจึงสามารถมองเห็นได้ ส่วนดาวเคราะห์ไม่ใช่แหล่งกำเนิดแสง แต่สามารถ มองเห็นได้เนื่องจากแสงจากดวงอาทิตย์ตกกระทบดาวเคราะห์แล้วสะท้อนเข้าสู่ตา” 6.การวัดและประเมินผล การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การ ประเมินผล ความรู้ความ เข้าใจ (K) 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ คำถาม 2. อธิบายลักษณะของดาวเคราะห์ และดาวฤกษ์ได้ 1.คำถามกระตุ้น ความคิด 2. ใบงานที่ 7.1.1 เรื่อง ดาวฤกษ์และดาว เคราะห์ 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ทักษะ/ กระบวนการ (P) 1. สร้างแบบจำลองเพื่ออธิบายการ มองเห็นดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ ได้ 2. ปฏิบัติกิจกรรมเพื่อเปรียบเทียบ ความแตกต่างระหว่างดาวฤกษ์ และดาวเคราะห์ได้ 1. กิจกรรมที่ 1 ความ แตกต่างของดาวฤกษ์ และดาวเคราะห์ 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน คุณลักษณะนิสัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ รับผิดชอบต่องานที่สั่ง ส่งงานตรง เวลา 2. มีความใฝ่เรียนรู้และให้ความ ร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่ม 1. แบบสังเกต พฤติกรรม 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดาวบนท้องฟ้า 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดาวบนท้องฟ้า 3) ใบงานที่ 7.1.1 เรื่อง ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ 4) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1 ความแตกต่างของดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ 5) PowerPoint เรื่อง ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ 6) บัตรภาพดาวเคราะห์ 7) สมุดประจำตัวนักเรียน 7.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 2) ห้องเรียน 3) อินเทอร์เน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ....................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ (...........................................................) (...........................................................) ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร (...........................................................)
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่7 คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ดวงดาวใดมีประโยชน์ในการหาทิศ 1. ดาวไถ 2. ดาวเต่า 3. ดาวเหนือ 4. ดาวลูกไก่ 2. ถ้าสังเกตกลุ่มดาวตอนใกล้รุ่งสางจะเห็นกลุ่ม ดาวเคลื่อนที่ไปทางทิศใด 1. ทิศใต้ 2. ทิศเหนือ 3. ทิศตะวันตก 4. ทิศตะวันออก 3. ปรากฏการณ์ขึ้น-ตกของดวงดาวเกี่ยวข้องกับ ข้อใด 1. โลกหมุนรอบตัวเอง 2. ดวงจันทร์โคจรรอบโลก 3. โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ 4. ดวงจันทร์หมุนรอบตัวเอง 4. โลกหมุนรอบตัวเองใช้เวลานานเท่าไร 1. 1 วัน 2. 1 สัปดาห์ 3. 1 เดือน 4. 1 ปี 5. การดูดาวเป็นการฝึกทักษะด้านใด 1. การมีวินัย 2. การสังเกต 2. การแก้ปัญหา 4. ความรับผิดชอบ เฉลย 6. เครื่องมือที่ช่วยในการสังเกตตำแหน่งดวงดาวบนท้องฟ้า คืออะไร ก. แผนที่โลก ข. แผนที่ดาว ค. แผนที่จักรวาล ง. แผนที่ดวงจันทร์ 7. เราสามารถบอกตำแหน่งของวัตถุหรือดวงดาวได้ด้วยค่า มุมอะไร 1. มุมปิด 2. มุมเปิด 3. มุมเงย 4. มุมคว่ำ 8. สิ่งใดที่ใช้ในการกำหนดทิศ 1. การหมุนรอบตัวเองของโลก 2. การที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ 3. การที่โลกเป็นบริวารของดวงอาทิตย์ 4. ตำแหน่งการมองเห็นการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ 9. แผนที่ดาวมีประโยชน์อย่างไร 1. บอกตำแหน่งของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า 2. บอกสีของดวงดาวและระยะทางของดวงดาว 3. ให้รายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะต่างๆ ของดวงดาว 4. ให้รายละเอียดเกี่ยวกับประวัติและตำนานของ ดวงดาว 10. ถ้าต้องการมองเห็นดวงดาวบนท้องฟ้าชัดเจนควรเลือกดู ดาว ในคืนใด 1. คืนเดือนมืด 2. คืนที่มีฝนตก 3. คืนที่มีเมฆมาก 4. คืนที่มีพระจันทร์เต็มดวง 1. 3 2. 3 3. 1 4. 1 5. 2 6. 2 7. 3 8. 4 9. 1 10. 1
สัปดาห์ที่ 18 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 3.1 ป.5/2 ใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า และอธิบายแบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ดาวฤกษ์ เป็นดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง จัดเป็นแหล่งกำเนิดแสงจึงสามารถมองเห็นเป็นจุดสว่างและมีแสงระยิบระยับ บนท้องฟ้า ในเวลากลางวันจะมองเห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้า ส่วนในเวลากลางคืนจะมองเห็นกลุ่มดาวฤกษ์ต่าง ๆ ที่อยู่บนท้องฟ้า มีรูปร่างแตกต่างกันออกไป 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายรูปร่างของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าได้ (K) 2. สืบค้นข้อมูลและสังเกตรูปร่างของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าได้ (P) 3. มีความใฝ่เรียนรู้และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่ม (A) 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น การมองเห็นกลุ่มดาวฤกษ์มีรูปร่างต่าง ๆ เกิด จากจินตนาการของผู้สังเกต กลุ่มดาวฤกษ์ต่าง ๆ ที่ ปรากฏในท้องฟ้าแต่ละกลุ่มมีดาวฤกษ์แต่ละดวง เรียงกันที่ตำแหน่งคงที่ และมีเส้นทางการขึ้นและตก ตามเส้นทางเดิมทุกคืน ซึ่งจะปรากฏตำแหน่งเดิม การสังเกตตำแหน่งและการขึ้นและตกของดาวฤกษ์ และกลุ่มดาวฤกษ์ สามารถทำได้โดยใช้แผนที่ดาว ซึ่งระบุมุมทิศและมุมเงยที่กลุ่มดาวนั้นปรากฏ ผู้ สังเกตสามารถใช้มือในการประมาณค่าของมุมเงย เมื่อสังเกตดาวในท้องฟ้า พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา ภาคเรียนที่ …2…/……….……... ชื่อผู้สอน ….…………………………………………………... กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 4 คาบ หน่วยการเรียนรู้ที่7 คาวเคราะห์บนท้องฟ้า เรื่อง ดาวฤกษ์บนท้องฟ้า
5. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูทักทายกับนักเรียน จากนั้นครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ 2. นักเรียนดูภาพกลุ่มดาวบนท้องฟ้า จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นครูตั้งประเด็น คำถามกระตุ้นความสนใจนักเรียนว่า “นักเรียนสังเกตและจินตนาการกลุ่มดาวบนท้องฟ้าเป็นรูปร่าง อะไรบ้าง” โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่าง อิสระโดยไม่มีการเฉลยว่าถูกหรือผิด (แนวตอบ : กลุ่มดาวบนท้องฟ้าที่สังเกตและจินตนาการ เช่น กลุ่มดาวลูกไก่ ดาวคันไถ เป็นต้น) ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. นักเรียนแต่ละคนศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง กลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต แล้วเขียนสรุปความรู้ที่ได้ จากการศึกษาค้นคว้าลงในสมุดประจำตัวนักเรียน (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล) 2. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความ คิดเห็นเพื่อหาคำตอบ ดังนี้ - ในเวลากลางวันเรามองเห็นท้องฟ้าเป็นอย่างไร (แนวตอบ : ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า) - ในเวลากลางคืนเรามองเห็นกลุ่มดาวฤกษ์มีรูปร่างเป็นอย่างไร (แนวตอบ : รูปร่างแตกต่างกันออกไป) - กลุ่มดาวฤกษ์มีเส้นทางการขึ้นและตกเป็นอย่างไร (แนวตอบ : กลุ่มดาวฤกษ์มีเส้นทางการขึ้นและตกในทิศเดิมเสมอ) - เราสามารถใช้อะไรในการสังเกตตำแหน่งการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ได้ (แนวตอบ : ใช้แผนที่ดาว และใช้มือในการประมาณค่ามุมเงย) คาบที่ 1 ขั้นนำ ขั้นสอน
ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 3. ครูจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 2 สังเกตรูปร่างของกลุ่มดาวฤกษ์ จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 มาวางไว้หน้าชั้นเรียน ดังนี้ - กระดาษแข็งแผ่นใหญ่ 1 แผ่น - บัตรภาพกลุ่มดาวฤกษ์ 4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 3-4 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 2 สังเกตรูปร่างของกลุ่มดาวฤกษ์ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 5. ครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรมที่ 2 สังเกตรูปร่างของกลุ่มดาวฤกษ์ ให้นักเรียนทราบ เพื่อเป็นแนว ทางการปฏิบัติกิจกรรมที่ถูกต้อง จากนั้นสมาชิกภายในกลุ่มสังเกตบัตรภาพกลุ่มดาวฤกษ์ แล้วร่วมกัน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปร่างของกลุ่มดาวฤกษ์ที่สังเกตเห็น 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปร่างของกลุ่มดาวฤกษ์ต่าง ๆ บนท้องฟ้า แล้วบันทึกผลการศึกษาข้อมูลลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลที่แต่ละคนได้จากการสังเกต บัตรภาพกลุ่มดาวฤกษ์ และจากการบันทึกผลการศึกษาข้อมูล จากนั้นเขียนสรุปความรู้โดย วาดภาพกลุ่มดาวฤกษ์ลงในกระดาษแข็งแผ่นใหญ่ (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอภาพกลุ่มดาวฤกษ์หน้าชั้นเรียน พร้อมบอกชื่อรูปร่างของกลุ่ม ดาวฤกษ์ ในระหว่างที่นักเรียนนำเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน) 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายจากการปฏิบัติกิจกรรมที่ 2 สังเกตรูปร่างของกลุ่มดาวฤกษ์ 10. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยตอบคำถาม ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 11. นักเรียนจับคู่กับเพื่อนในชั้นเรียน ตามความสมัครใจ จากนั้นร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง รูปร่างของกลุ่มดาวฤกษ์ กลุ่มดาวนายพราน และกลุ่มดาวหมีใหญ่ จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต แล้วเขียนสรุปความรู้ที่ได้ คาบที่ 3 ขั้นสอน คาบที่ 2
จากการศึกษาค้นคว้าลงในสมุดประจำตัวนักเรียน 12. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปราย เพื่อหาคำตอบ ดังนี้ - ในคืนเดือนมืดเราสามารถมองเห็นดวงดาวได้ชัดเจนเพราะอะไร (แนวตอบ : เพราะไม่มีแสงสว่างของดวงจันทร์มาบดบังแสงของดาว) - กลุ่มดาวฤกษ์แต่ละกลุ่มมีการเรียงตัวของดาวฤกษ์เป็นอย่างไร (แนวตอบ : กลุ่มดาวฤกษ์แต่ละกลุ่มมีการเรียงตัวกันอย่างคงที่) - ถ้าเราอาศัยอยู่ทางซีกโลกเหนือ เราสามารถมองเห็นกลุ่มดาวนายพรานได้ช่วงใดบ้าง (แนวตอบ : ในเดือนตุลาคมถึงเดือนมกราคม ในช่วงเย็น และปลายเดือนกรกฎาคมถึงเดือน พฤศจิกายน ในช่วงเช้ามืด) - ถ้าเราอาศัยอยู่ทางซีกโลกเหนือ เราสามารถมองเห็นกลุ่มดาวหมีใหญ่ได้ช่วงใดบ้าง (แนวตอบ : สามารถมองเห็นได้ตลอดทั้งปี) 13. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง กลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า และให้ความรู้ เพิ่มเติมจากคำถามของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง กลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า ในการอธิบายเพิ่มเติม ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 2 สังเกตรูปร่างของกลุ่มดาวฤกษ์ ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 3. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 4. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับกลุ่มดาวฤกษ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏบนท้องฟ้า ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกัน ว่า “ดาวฤกษ์ในแต่ละกลุ่มมีรูปร่างแตกต่างกัน และเราสามารถมองเห็นกลุ่มดาวฤกษ์ได้ในเวลาที่ แตกต่างกัน กลุ่มดาวฤกษ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่บนท้องฟ้าแต่ละกลุ่มจะมีการเรียงตัวของดาวฤกษ์ อย่างคงที่ จึงทำให้มีรูปร่างเหมือนเดิมทุกคืน และในรอบ 1 ปี เราจะสามารถมองเห็นกลุ่มดาวฤกษ์ ได้ในเวลาแตกต่างกัน” ขั้นสรุป คาบที่ 4
6.การวัดและประเมินผล การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การ ประเมินผล ความรู้ความ เข้าใจ (K) 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ คำถาม 2. อธิบายรูปร่างของกลุ่มดาวฤกษ์ บนท้องฟ้าได้ 1.คำถามกระตุ้น ความคิด 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ทักษะ/ กระบวนการ (P) 1. สืบค้นข้อมูลและสังเกตรูปร่าง ของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าได้ 1. กิจกรรมที่ 2 สังเกต รูปร่างของกลุ่มดาว ฤกษ์ 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน คุณลักษณะนิสัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ รับผิดชอบต่องานที่สั่ง ส่งงานตรง เวลา 2. มีความใฝ่เรียนรู้และให้ความ ร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่ม 1. แบบสังเกต พฤติกรรม 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดาวบนท้องฟ้า 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดาวบนท้องฟ้า 3) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 2 สังเกตรูปร่างของกลุ่มดาวฤกษ์ 4) PowerPoint เรื่อง กลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า 5) สมุดประจำตัวนักเรียน 7.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 2) ห้องเรียน 3) อินเทอร์เน็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ ....................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ (...........................................................) (...........................................................) ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร (...........................................................)
ภาพท้องฟ้าในคืนเดือนมืด ภาพท้องฟ้าในคืนดวงจันทร์เต็มดวง ภาพท้องฟ้าในเวลากลางวัน บัตรภาพดาวฤกษ์ต่าง ๆ
สัปดาห์ที่ 19 โรงเรียนขจรเกียรติ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 3.1 ป.5/2 ใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าและอธิบาย แบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เมื่อสังเกตกลุ่มดาวฤกษ์ในช่วงเวลาต่าง ๆ ในคืนเดียวกัน จะพบว่ากลุ่มดาวฤกษ์มีการเปลี่ยนตำแหน่ง โดยเคลื่อน จากทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตก ทำให้มองเห็นดาวฤกษ์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก และตกลับขอบฟ้าไปทาง ทิศตะวันตก ซึ่งดาวฤกษ์และกลุ่มดาวฤกษ์มีเส้นทางการขึ้นและตกตามเส้นทางเดิมทุกคืน และจะปรากฏตำแหน่งเดิมเสมอ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายแบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าได้ (K) 2. ใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ได้ (P) 3. มีความใฝ่เรียนรู้และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่ม (A) 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น การมองเห็นกลุ่มดาวฤกษ์มีรูปร่างต่าง ๆ เกิด จากจินตนาการของผู้สังเกต กลุ่มดาวฤกษ์ต่าง ๆ ที่ ปรากฏในท้องฟ้าแต่ละกลุ่มมีดาวฤกษ์แต่ละดวง เรียงกันที่ตำแหน่งคงที่ และมีเส้นทางการขึ้นและตก ตามเส้นทางเดิมทุกคืน ซึ่งจะปรากฏตำแหน่งเดิม การสังเกตตำแหน่งและการขึ้นและตกของดาวฤกษ์ และกลุ่มดาวฤกษ์ สามารถทำได้โดยใช้แผนที่ดาว ซึ่งระบุมุมทิศและมุมเงยที่กลุ่มดาวนั้นปรากฏ ผู้ สังเกตสามารถใช้มือในการประมาณค่าของมุมเงย เมื่อสังเกตดาวในท้องฟ้า พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา ภาคเรียนที่ …2…/……….……... ชื่อผู้สอน ….…………………………………………………... กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 4 คาบ หน่วยการเรียนรู้ที่7 คาวเคราะห์บนท้องฟ้า เรื่อง การขึ้นตกของกลุ่มดาวฤกษ์
5. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูทักทายกับนักเรียน จากนั้นครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า 2. ครูนำบัตรภาพดาวฤกษ์ต่าง ๆ เช่น ท้องฟ้าในคืนเดือนมืด ท้องฟ้าในคืนดวงจันทร์เต็มดวง และท้องฟ้าในเวลากลางวัน มาให้นักเรียนดู จากนั้นครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความสนใจ นักเรียนว่า “จากบัตรภาพมีดาวใดบ้างที่เป็นดาวฤกษ์ และดาวฤกษ์ที่นักเรียนรู้จักมีการขึ้นและตก อย่างไร” โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลย ว่าถูกหรือผิด (แนวตอบ : นักเรียนอาจตอบว่า กลุ่มดาว และดวงอาทิตย์ กลุ่มดาวฤกษ์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศ ตะวันออกและตกลับขอบฟ้าไปทางทิศตะวันตก) ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 3 การขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 มาวางไว้หน้าชั้นเรียน ดังนี้ - แผ่นที่ดาว 1 ชุด 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 3-4 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 3 การขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 3. ครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรมที่ 3 การขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ ให้นักเรียนทราบ เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติกิจกรรมที่ถูกต้อง 4. ครูสาธิตวิธีการใช้แผนที่ดาว โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสังเกต ดังนี้ • ถือแผนที่ดาวและหันหน้าขณะสังเกต • หมุนวันที่ เดือน และเวลา ให้ตรงกับช่วงเวลาที่สังเกต 5. สมาชิกภายในกลุ่มร่วมกันวางแผนการสังเกตตำแหน่ง และเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่ม ดาวฤกษ์ โดยปฏิบัติกิจกรรมจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 คาบที่ 1 ขั้นนำ ขั้นสอน
6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็น จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวาดแผนภาพแสดง การขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน ในระหว่างที่นักเรียนนำเสนอ ครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน) 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายจากการปฏิบัติกิจกรรมที่ 3 การขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ 9. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยตอบคำถาม ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 10. นักเรียนแต่ละคนศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง การขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ จากหนังสือ เรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต แล้วเขียนสรุปความรู้ ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าลงในสมุดประจำตัวนักเรียน 11. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปราย เพื่อหาคำตอบ ดังนี้ - โลกหมุนรอบตัวเองอย่างไร (แนวตอบ : หมุนทวนเข็มนาฬิกา จากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก) - เมื่อเราสังเกตกลุ่มดาวฤกษ์ในช่วงเวลาต่าง ๆ ในคืนเดียวกันจะเป็นอย่างไร (แนวตอบ : กลุ่มดาวฤกษ์มีการเปลี่ยนตำแหน่ง โดยเคลื่อนจากทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตก) - กลุ่มดาวฤกษ์ขึ้นและตกทางทิศใด (แนวตอบ : กลุ่มดาวฤกษ์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก และตกลับขอบฟ้าไปทางทิศตะวันตก) - เราจะสามารถมองเห็นกลุ่มดาวฤกษ์ได้เมื่อไร (แนวตอบ : เราจะเห็นกลุ่มดาวฤกษ์ต่าง ๆ ขึ้นทางขอบฟ้าเมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ลดน้อยลง จนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไป) 12. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง การขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ และให้ความรู้เพิ่มเติมจากคำถามของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง การขึ้นและตกของ กลุ่มดาวฤกษ์ในการอธิบายเพิ่มเติม คาบที่ 2 ขั้นสอน คาบที่ 3
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 3 การขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 3. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 4. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “กลุ่มดาวฤกษ์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก และตกลับขอบฟ้าไปทางทิศตะวันตก การที่โลก หมุนรอบตัวเอง จะทำให้เกิดกลางวันกลางคืนแล้ว ยังทำให้เกิดการขึ้นและตกของดวงดาวด้วย ปรากฏการณ์ขึ้นและตกของดวงดาว โลกหมุนรอบตัวเองจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก หรือหมุนทวนเข็มนาฬิกา นอกจากทำให้ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่จากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกแล้ว ยังทำให้บริเวณซีกโลกเหนือเห็นดาวขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก ส่วนซีกโลกใต้ เห็นดาวขึ้นทางทิศตะวันตกและตกทางทิศตะวันออก” 6.การวัดและประเมินผล การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การ ประเมินผล ความรู้ความ เข้าใจ (K) 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ คำถาม 2. อธิบายแบบรูปเส้นทางการขึ้น และตกของกลุ่มดาวฤกษ์บน ท้องฟ้าได้ 1.คำถามกระตุ้น ความคิด 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ทักษะ/ กระบวนการ (P) 1. ใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและ เส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่ม ดาวฤกษ์ได้ 1. กิจกรรมที่ 3 การขึ้น และตกของกลุ่มดาว ฤกษ์ 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน คุณลักษณะนิสัย (A) 1. มีความใฝ่เรียนรู้และให้ความ ร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่ม 1. แบบสังเกต พฤติกรรม 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ขั้นสรุป คาบที่ 4
7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดาวบนท้องฟ้า 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดาวบนท้องฟ้า 3) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 3 การขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ 4) PowerPoint เรื่อง การขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ 5) บัตรภาพดาวฤกษ์ต่าง ๆ 6) สมุดประจำตัวนักเรียน 7.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 2) ห้องเรียน 3) อินเทอร์เน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ....................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ (...........................................................) (...........................................................) ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร (...........................................................)
บัตรภาพดาวฤกษ์ต่าง ๆ
สัปดาห์ที่ 20 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 3.1 ป.5/2 ใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า และอธิบายแบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การสังเกตตำแหน่งกลุ่มดาวฤกษ์ สามารถทำได้โดยใช้การระบุมุมทิศและมุมเงยที่กลุ่มดาวนั้นปรากฏ ผู้สังเกต สามารถใช้มือในการประมาณค่าของมุมเงยเมื่อสังเกตดาวในท้องฟ้า 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายลักษณะของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ได้ (K) 2. สร้างแบบจำลองเพื่ออธิบายการมองเห็นดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ได้ (P) 3. ปฏิบัติกิจกรรมเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ได้ (P) 4. มีความใฝ่เรียนรู้และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่ม (A) 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น การมองเห็นกลุ่มดาวฤกษ์มีรูปร่างต่าง ๆ เกิด จากจินตนาการของผู้สังเกต กลุ่มดาวฤกษ์ต่าง ๆ ที่ ปรากฏในท้องฟ้าแต่ละกลุ่มมีดาวฤกษ์แต่ละดวง เรียงกันที่ตำแหน่งคงที่ และมีเส้นทางการขึ้นและตก ตามเส้นทางเดิมทุกคืน ซึ่งจะปรากฏตำแหน่งเดิม การสังเกตตำแหน่งและการขึ้นและตกของดาวฤกษ์ และกลุ่มดาวฤกษ์ สามารถทำได้โดยใช้แผนที่ดาว ซึ่งระบุมุมทิศและมุมเงยที่กลุ่มดาวนั้นปรากฏ ผู้ สังเกตสามารถใช้มือในการประมาณค่าของมุมเงย เมื่อสังเกตดาวในท้องฟ้า พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา ภาคเรียนที่ …2…/……….……... ชื่อผู้สอน ….…………………………………………………... กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 4 คาบ หน่วยการเรียนรู้ที่7 คาวเคราะห์บนท้องฟ้า เรื่อง การบอกตำแหน่งของกลุ่มดาวฤกษ์
5. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูทักทายนักเรียน จากนั้นครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ 2. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการดูดาวบนท้องฟ้าว่า “การดูดาวเป็นการฝึกทักษะในการสังเกต และยังก่อให้เกิดความสนใจในเชิงวิทยาศาสตร์ ซึ่งการดูดาวต้องรู้จักตำแหน่งของดวงดาวและ ความสูงของดวงดาวเมื่อเทียบกับขอบฟ้า” 3. จากนั้นครูถามนักเรียนว่า “นักเรียนชอบดูดวงดาวหรือไม่ และนักเรียนรู้สึกอย่างไรเมื่อได้มองดูดาว” โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลยว่าถูกหรือผิด 4. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความ คิดเห็นเพื่อหาคำตอบ ดังนี้ - นอกจากการใช้แผนที่ดาว นักเรียนจะสามารถหากลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าได้ด้วยวิธีการใดอีกบ้าง (แนวตอบ : การหาค่ามุมทิศ และมุมเงย) - การกำหนดค่ามุมทิศและการประมาณค่าของมุมเงยเป็นอย่างไร (แนวตอบ : มุมทิศที่วัดตามแนวระนาบกับพื้นดินมีค่าอยู่ระหว่าง 0-360 องศา ส่วนการบอก ตำแหน่งของดาวด้วยมุมเงย คือ มุมที่วัดจากเส้นขอบฟ้าขึ้นไปหาดาวที่สังเกตในแนวดิ่งมีค่าอยู่ ระหว่าง 0-90 องศา) ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 4 การหาค่ามุมทิศและมุมเงย จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 มาวางไว้หน้าชั้นเรียน ดังนี้ - เข็มทิศ 1 อัน 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม โดยครูเตรียมสลากหมายเลขกลุ่ม 1-4 จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนออกมาหยิบ สลาก ซึ่งนักเรียนที่ได้หมายเลขเดียวกันจะอยู่กลุ่มเดียวกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิกภายใน กลุ่ม 4 คน 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 4 การหาค่ามุมทิศและมุมเงย จากหนังสือ เรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรมที่ 4 การหาค่ามุมทิศและ มุมเงย ให้นักเรียนทราบ เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติกิจกรรมที่ถูกต้อง คาบที่ 1 ขั้นนำ ขั้นสอน คาบที่ 2
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมที่ 4 การหาค่ามุมทิศและมุมเงย ตอนที่ 1 โดยให้สมาชิกใน กลุ่ม 1 คน ยืนกลางสนามหน้าเสาธง แล้วถือเข็มทิศไว้ในมือโดยหันด้านตัวอักษร N ไปด้านหน้าให้ ขนานกับพื้นจากนั้นหมุนตัวจนหัวลูกศรบนเข็มทิศทับบนตัวอักษร N พอดี 5. สมาชิกภายในกลุ่มร่วมกันวาดภาพ และบันทึกข้อมูลที่ได้จากการสังเกตจากมุมทิศที่ 0, 45, 90, 135, 180, 225, 270 และ 315 องศา ตามลำดับ ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) (ต่อ) 6. นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดิม) จากชั่วโมงที่ผ่านมา จากนั้นให้แต่ละกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมที่ 4 การหาค่ามุมทิศและมุมเงย ตอนที่ 2 โดยศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการใช้นิ้วหรือมือ ประมาณ ค่ามุมเงยของวัตถุบนท้องฟ้า จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องสมุด แล้วบันทึกลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มประมาณค่ามุมเงยของวัตถุบริเวณโรงเรียนมา 3 ชนิด เช่น หน้าต่างห้องเรียน ต้นไม้ ยอดเสาธง เป็นต้น จากนั้นร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับค่ามุมเงย แล้วบันทึก ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียนเกี่ยวกับการประมาณค่า มุมเงย ในระหว่างที่นักเรียนนำเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจ ที่ถูกต้อง (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน) 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายจากการปฏิบัติกิจกรรมที่ 4 การหาค่ามุมทิศและมุมเงย 10. ครูตั้งประเด็นคำถามจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยให้แต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็น เพื่อหาคำตอบว่า “มุมทิศและมุมเงย เหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร” (แนวตอบ : แตกต่างกัน คือ มุมทิศที่วัดตามแนวระนาบกับพื้นดินมีค่าอยู่ระหว่าง 0-360 องศา ส่วนการบอกตำแหน่งของดาวด้วยมุมเงย คือ มุมที่วัดจากเส้นขอบฟ้าขึ้นไปหาดาวที่สังเกต ในแนวดิ่งมีค่าอยู่ระหว่าง 0-90 องศา) 11. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยตอบคำถาม ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 คาบที่ 3 ขั้นสอน
ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 12. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง การกำหนดค่ามุมทิศและการประมาณค่าของ มุมเงย จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องสมุด แล้วเขียนสรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าลงในสมุดประจำตัวนักเรียน 13. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย เพื่อหาคำตอบ ดังนี้ - มุมทิศวัดได้อย่างไร (แนวตอบ : มุมทิศที่วัดตามแนวระนาบกับพื้นดินมีค่าอยู่ระหว่าง 0-360 องศา) - มุมเงยวัดได้อย่างไร (แนวตอบ : มุมที่วัดจากเส้นขอบฟ้าขึ้นไปหาดาวที่สังเกตในแนวดิ่งมีค่าอยู่ระหว่าง 0-90 องศา) - มุมเงย 90 องศา จะมองเห็นดาวที่ตำแหน่งใด (แนวตอบ : มองเห็นดาวปรากฏอยู่ตรงเหนือศรีษะพอดี) - วิธีการแรกในการประมาณค่ามุมเงยของวัตถุบนท้องฟ้า มีวิธีการอย่างไร (แนวตอบ : เหยียดแขนออกไปจนสุดให้ตรงในระดับสายตา) 14. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง การบอกตำแหน่งของกลุ่มดาวฤกษ์ และให้ความรู้เพิ่มเติมจากคำถามของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง การบอกตำแหน่ง ของกลุ่มดาวฤกษ์ในการอธิบายเพิ่มเติม 15. นักเรียนแต่ละคนทำใบงานที่ 7.4.1 เรื่อง การใช้แผนที่ดาว 16. ครูสุ่มนักเรียน 2 คน ออกมานำเสนอคำตอบของตนเอง โดยครูให้นักเรียนร่วมกันพิจารณาว่า คำตอบใดถูกต้อง จากนั้นครูเฉลยคำตอบที่ถูกต้องให้นักเรียน 17. นักเรียนแต่ละคนเขียนสรุปสาระสำคัญประจำ บทที่ 1 ท้องฟ้าและกลุ่มดาวฤกษ์ โดยเขียนเป็น แผนผังมโนทัศน์ ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน 18. นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 1 ท้องฟ้าและกลุ่มดาวฤกษ์ จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 19. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนของหน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดาวบนท้องฟ้า เพื่อเป็นการวัดความรู้ หลังเรียนของนักเรียน 20. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 3-4 คน ตามความสมัครใจ แล้วช่วยกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ กลุ่มดาวฤกษ์รูปร่างต่าง ๆ จากนั้นนำมาสร้างเป็นแบบจำลองของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า คาบที่ 4
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. นักเรียนแต่ละคนดูตารางตรวจสอบตนเอง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นครูถามนักเรียนเป็นรายบุคคลตามรายการข้อ 1-5 เพื่อเป็นการตรวจสอบความรู้ความเข้าใจ ของนักเรียนหลังจากการเรียนจบบทที่ 1 ท้องฟ้าและกลุ่มดาวฤกษ์ 2. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบหลังเรียนของหน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดาวบนท้องฟ้า เพื่อตรวจสอบความเข้าใจหลังเรียนของนักเรียน 3. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 4. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 4 การหาค่ามุมทิศและมุมเงย ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 5. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 6. ครูตรวจสอบผลการทำใบงานที่ 7.4.1 เรื่อง การใช้แผนที่ดาว 7. ครูตรวจผลการทำกิจกรรมสรุปสาระสำคัญประจำ บทที่ 1 ท้องฟ้าและกลุ่มดาวฤกษ์ ในสมุดประจำตัวนักเรียน 8. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 1 ท้องฟ้าและกลุ่มดาวฤกษ์ ในสมุดประจำตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 9. ครูตรวจชิ้นงาน/ผลงาน แบบจำลองของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า ของนักเรียนแต่ละกลุ่ม 10. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการบอกตำแหน่งของกลุ่มดาวฤกษ์ ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “การสังเกตตำแหน่งกลุ่มดาวฤกษ์ สามารถทำได้โดยการใช้แผนที่ดาว และการระบุมุมทิศและ มุมเงยที่กลุ่มดาวนั้นปรากฏ” ขั้นสรุป
6.การวัดและประเมินผล การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การ ประเมินผล ความรู้ความ เข้าใจ (K) 1. สังเกตจากการซักถาม ตอบ คำถาม 2. อธิบายลักษณะของดาวเคราะห์ และดาวฤกษ์ได้ 1.คำถามกระตุ้น ความคิด 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ทักษะ/ กระบวนการ (P) 1. สร้างแบบจำลองเพื่ออธิบายการ มองเห็นดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ ได้ 1. กิจกรรมที่ 4 การหา ค่ามุมทิศและมุมเงย 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน คุณลักษณะนิสัย (A) 1. มีความใฝ่เรียนรู้และให้ความ ร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่ม 1. แบบสังเกต พฤติกรรม 70% ขึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 7.3 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดาวบนท้องฟ้า 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดาวบนท้องฟ้า 3) ใบงานที่ 7.4.1 เรื่อง การใช้แผนที่ดาว 4) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 4 การหาค่ามุมทิศและมุมเงย 5) PowerPoint เรื่อง การบอกตำแหน่งของกลุ่มดาวฤกษ์ 6) สลากหมายเลขกลุ่ม 1-4 7) สมุดประจำตัวนักเรียน 7.4 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 2) ห้องเรียน 3) อินเทอร์เน็ต
88. กิจกรรมเสนอแนะ ....................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝ่ายวิชาการ (...........................................................) (...........................................................) ลงชื่อ................................................... ผู้บริหาร (...........................................................)
ใบงานที่ 7.4.1 เรื่อง การใช้แผนที่ดาว คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาข้อความ ข้อ 1-5 แล้วนำข้อความข้อ 1-5 มาเรียงวิธีการใช้แผนที่ดาว ในการดูดาวให้ถูกต้อง วิธีการใช้แผนที่ดาวในการดูดาว 1. มองท้องฟ้าจริงแล้วเปรียบเทียบกับแผนที่ดาว 2. หมุนแผนที่ดาวให้วันที่และเดือนตรงกับวันและเวลาที่ต้องการดู 3. ยกแผนที่ดาวขึ้นเหนือศีรษะ 4. มองแผนที่ดาวตามทิศและค่ามุมเงยที่ระบุไว้ในแผนที่ 5. เมื่อต้องการดูดาวด้านทิศเหนือ ให้ใช้แผนที่ดาวด้านทิศเหนือ แล้วหันหน้าไปทางทิศเหนือ วิธีการใช้แผนที่ดาวในการดูดาวที่ถูกต้อง _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________
เฉลย วิธีการใช้แผนที่ดาวในการดูดาวที่ถูกต้อง 1. หมุนแผนที่ดาวให้วันที่และเดือนตรงกับวันและเวลาที่ต้องการดู 2. เมื่อต้องการดูดาวด้านทิศเหนือ ให้ใช้แผนที่ดาวด้านทิศเหนือ แล้วหันหน้าไปทางทิศเหนือ 3. ยกแผนที่ดาวขึ้นเหนือศีรษะ 4. มองแผนที่ดาวตามทิศและค่ามุมเงยที่ระบุไว้ในแผนที่ 5. มองท้องฟ้าจริงแล้วเปรียบเทียบกับแผนที่ดาว ใบงานที่ 7.4.1 เรื่อง การใช้แผนที่ดาว คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาข้อความ ข้อ 1-5 แล้วนำข้อความข้อ 1-5 มาเรียงวิธีการใช้แผนที่ดาว ในการดูดาวให้ถูกต้อง วิธีการใช้แผนที่ดาวในการดูดาว 1. มองท้องฟ้าจริงแล้วเปรียบเทียบกับแผนที่ดาว 2. หมุนแผนที่ดาวให้วันที่และเดือนตรงกับวันและเวลาที่ต้องการดู 3. ยกแผนที่ดาวขึ้นเหนือศีรษะ 4. มองแผนที่ดาวตามทิศและค่ามุมเงยที่ระบุไว้ในแผนที่ 5. เมื่อต้องการดูดาวด้านทิศเหนือ ให้ใช้แผนที่ดาวด้านทิศเหนือ แล้วหันหน้าไปทางทิศเหนือ
1 2 3 4 สลากหมายเลข