เซนตป์ เี ตอรน์ อ้ มรำลกึ ในหลวงรัชกำลท่ี ๙
เสวยราชย์
เมือ่ 67 ปที ่ีแล้ว ในวันท่ี 5 พฤษภาคม
พ.ศ.2493 ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้
โปรดกระหม่อมให้ต้ังการพระราชพธิ ี
บรมราชาภิเษกตามแบบอย่างโบราณ
ราชประเพณีขึน้ เฉลมิ พระปรมาภไิ ธย
ตามท่ีจารกึ ในพระสพุ รรณบฏั ว่า
‘พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ
พลอดลุ ยเดช มหติ ลาธิเบศรามาธิบดี
จกั รนี ฤบดินทร สยามมนิ ทราธิราช บรม
นาถบพิตร’ พระราชทานพระปฐมบรม
ราชโองการว่า "เราจะครองแผ่นดนิ โดย
ธรรม เพอ่ื ประโยชนส์ ุขแห่งมหาชนชาว
สยาม"
ทรงพระผนวช
พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหา
ภมู ิพลอดลุ ยเดชเสดจ็ ฯ ออก
ผนวชเป็นเวลา 15 วัน ระหวา่ ง
วันท่ี 22 ตลุ าคม – 5 พฤศจกิ ายน
พ.ศ.2499 ณ วดั พระศรีรัตน
ศาสดาราม ทรงไดร้ ับฉายาวา่
‘ภูมิพโลภกิ ขุ’ ระหวา่ งทที่ รงดารง
สมณเพศ พระภิกษุ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา
ภูมพิ ลอดลุ ยเดชทรงปฏิบัตพิ ระ
ราชกจิ เช่นเดียวกับพระภกิ ษุ
ทงั้ หลายอยา่ งเครง่ ครดั
พระเสโทหยาดหยด
พระบรมฉายาลักษณ์ ขณะมีหยดพระ
เสโทอยทู่ ่ีปลายพระนาสิก เป็นรูปที่
สะทอ้ นถึงการทรงงานหนกั ของพระองค์
ท่าน ซ่งึ เป็นแรงบันดาลใจใหช้ าวไทยทั้ง
ผองมีแรงใจทางานในหนา้ ที่ของตัวเอง
อย่างเต็มกาลัง
ทรงฟนื้ ฟูไรฝ่ น่ิ
ยอ้ นกลบั ไป เม่ือปี พ.ศ.2507
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ
พลอดุลยเดช เสด็จประพาสดอยสูงแถบ
ภาคเหนือ พระองคท์ รงทอดพระเนตร
เห็นความเปน็ อยูท่ ี่ยากไรข้ องชาวเขา
ปา่ ตน้ น้าลาธารถกู ทาลาย เพื่อปลูกฝน่ิ
และทาไร่เลื่อนลอย พระองคจ์ งึ มี
พระราชดาริว่า “จะให้ชาวบ้านเลกิ ปลูก
ฝ่นิ ” อันเป็นจุดเร่ิมตน้ ของโครงการหลวง
ในปี พ.ศ.2512 ท่ีสง่ ผลให้ชีวติ ความ
เปน็ อย่ขู องชาวเขาดขี ึ้น
ทรงพัฒนาชนบททวั่ ไทย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอ
ดุลยเดช ทรงใชเ้ วลาตลอดรัชสมยั เสด็จฯ
เยี่ยมราษฎรในท้องถิน่ ต่างๆ ทกุ ภูมิภาคของ
ประเทศ โดยเฉพาะในชนบททุรกันดาร เพื่อ
ทรงเย่ยี มเยียนความเปน็ อย่ขู องประชาชน
นอกจากนพ้ี ระองคท์ รงศึกษาค้นคว้าข้อมลู
ตา่ งๆ ด้วยพระองคเ์ อง ด้วยแผนท่หี รือ
เอกสารตา่ งๆ ทาใหท้ รงรบั ทราบปัญหาความ
เดอื ดรอ้ นของประชาชน หลังจากน้ันพระองค์
กท็ รงคิดค้นแนวทางพระราชดาริ เพ่อื พฒั นา
และแก้ไขปัญหาตา่ งๆ ในแตล่ ะพืน้ ที่
ทรงรับดอกบวั
ภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรบั ดอกบัวจากแม่
เฒา่ ตุ้ม จันทนิตย์ หญงิ ชราทเี่ ฝา้ รับเสด็จที่
จังหวดั นครพนม ซงึ่ เปน็ การเสด็จพระราชดาเนนิ
เยี่ยมพสกนกิ รภาคอสี านคร้งั แรก แมเ่ ฒ่าไปรอ
รับเสดจ็ พร้อมดอกบัวสายสีชมพูจานวนสามดอก
ต้งั แตเ่ ช้าถงึ บา่ ยแสงแดดแผดเผาจนดอกบัว
สายในมือเหีย่ วโรย เม่อื ในหลวงเสดจ็ มาถึง แม่
เฒา่ ไดย้ กดอกบวั สายโรยราสามดอกข้ึนเหนอื
ศีรษะแสดงความจงรกั ภักดอี ย่างสดุ ซ้งึ ทรงโน้ม
พระองคล์ งมาจนพระพักตร์เกอื บชิดกบั ศีรษะของ
แมเ่ ฒ่า ทรงแยม้ พระสรวลอยา่ งอ่อนโยน อนั เป็น
ภาพทคี่ ุน้ ตาและประทับใจชาวไทยเปน็ ที่สุด
เสด็จเยอื นต่างประเทศ
พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิอดุลย
เดช เสด็จประพาสตา่ งประเทศทั้งแถบ
อเมริกาและยุโรป เพอื่ เจรญิ สัมพันธไมตรี
และเผยแพร่วฒั นธรรมใหช้ าวโลกไดเ้ หน็ เป็น
ทป่ี ระจกั ษ์ พระบรมฉายาลกั ษณน์ ี้ ขณะ
ประทบั บนรถพระท่นี ง่ั ในขบวนพาเหรดรอบ
นวิ ยอรค์ ระหวา่ งเสด็จประพาสสหรฐั อเมริกา
เม่ือเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1960 ที่ชาวไทย
ปล้มื ปิติในความสงา่ งามของพระองคเ์ ปน็
อยา่ งยง่ิ
พระมหากษัตรยิ ์ยอดกตัญญู
หนึ่งในคณุ ธรรมสาคัญทีท่ รงยดึ ถือและปฏิบัติเสมอ
มาคอื ‘ความกตญั ญู’ โดยในหลวงรชั กาลที่ 9 ทรง
ปฏบิ ัตติ อ่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ดว้ ยหวั ใจกตัญญูยิง่ กอ่ นสมเดจ็ ยา่ จะสวรรคต
ประมาณหนงึ่ ปีเศษ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว
รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ จากพระตาหนกั จติ รลดาฯ ไป
วงั สระปทุมตอนเย็นทุกวัน เพ่อื ไปรับประทานข้าว
กับแมส่ ปั ดาหล์ ะ 5 วัน ไปคุยกับแม่ ไปทาใหแ้ ม่
ช่มุ ช่นื หวั ใจ โดยทกุ ครัง้ ทใี่ นหลวงเสดจ็ ฯ ไปหา
สมเดจ็ ยา่ พระองคจ์ ะทรงเข้าไปกราบทตี่ กั แลว้
สมเด็จยา่ ก็จะทรงดงึ ตวั ในหลวงเขา้ มากอดและ
หอมแกม้ เสมอ