The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานวัฏจักรการสืบเสาะเป็นหนึ่งในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ตามแนวทางการดำเนินงาน โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by รัตนา เบี้ยวไข่มุข, 2023-02-25 05:37:52

โครงงานวัฏจักรสืบเสาะ หอยทาก

โครงงานวัฏจักรการสืบเสาะเป็นหนึ่งในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ตามแนวทางการดำเนินงาน โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย

1


2 คํานํา รายงานผลการดำเนินงานโครงงานวัฏจักรสืบเสาะเรื่อง “หอยทาก” ของนักเรียนชั้นอนุบาล ศึกษาปีที่ ๒ ปีการศึกษา 25๖๓ ของโรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อสรุปและรายงานผลการดำเนินงานโครงงานวัฏจักร สืบเสาะเรื่อง“หอยทาก”ตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย เพื่อขอรับตรา พระราชทาน “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ปีการศึกษา 25๖๓ รายงานฉบับนี้ผู้จัดทำได้เขียน บรรยายลำดับขั้นตอนของการดำเนินโครงงานวัฏจักรการสืบเสาะ และรายละเอียดต่างๆ ในการดำเนิน ไว้ เป็นอย่างดี ขอขอบคุณผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและคณะกรรมการดำเนินงาน ทุกท่านที่ช่วยให้การดำเนินโครงงานวัฏจักรสืบเสาะเรื่อง “หอยทาก” ของนักเรียนชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ ๒ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี รัตนา เบี้ยวไข่มุข ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔


3 สารบัญ หน้า ที่มาของโครงงาน.................................................................................................................... ๑ ขั้นที่ ๑ ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ................................................................ 2 คำถามที่ ๑ จุดประสงค์......................................................... .................................................................. 3 ขั้นที่ ๒ รวบรวมความคิดคาดคะเนคำตอบ.......................................................................... 3 ขั้นที่ ๓ ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ................................................................................ 4 ขั้นที่ ๔ สังเกตและบรรยาย.................................................................................................. 7 ขั้นที่ ๕ บันทึกผลข้อมูลที่เด็กๆได้ค้นคว้าจากอินเทอร์เน็ต.................................................. 8 ขั้นที่ ๖ สรุปและอภิปรายผล.................................................................................................. ๙ ผลพัฒนาความสามารถของปฐมวัย..................................................................................... 10 ผลพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์..................................................................... 11 คำถามที่ 2 ขั้นที่ ๑ ตั้งคำถามที่อยากรู้.................................................................................................... 12 จุดประสงค์......................................................... .................................................................. 13 ขั้นที่ ๒ รวบรวมความคิดคาดคะเนคำตอบ.......................................................................... 13 ขั้นที่ ๓ ดำเนินการสำรวจตรวจสอบ................................................................................ 14 ขั้นที่ ๔ สังเกตและบรรยาย.................................................................................................. 18 ขั้นที่ ๕ บันทึกผลการทดลอง............................................................................................... 20 ขั้นที่ ๖ สรุปและอภิปรายผลสังเกตและบรรยาย................................................................. 20 ผลพัฒนาความสามารถของปฐมวัย..................................................................................... 23 ผลพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์..................................................................... 23 ภาพประกอบกิจกรรมศิลปะแบบร่วมมือ.............................................................................. 25 ภาพประกอบกิจกรรมเคลื่อนไหวประกอบเพลง................................................................... 2๗


4 ชื่อโครงงาน หอยทาก ผู้จัดทำโครงงาน นักเรียนชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์ฯ สำนักงานเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ครูที่ปรึกษา นางรัตนา เบี้ยวไข่มุข ระยะเวลาในการจัดทำ ระหว่างวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 256๔ ที่มาของโครงงาน จากการเรียนการสอนในหน่วย “สัตว์น่ารู้” ครูได้แบ่งเด็กออกเป็น 5 กลุ่มแล้วนำเด็กไปสำรวจสัตว์ใน บริเวณสวนหย่อมและบริเวณที่เด็กคิดว่าจะมีสัตว์อาศัยอยู่ เช่นใต้ต้นไม้ บริเวณสวนหย่อม และบริเวณแปลงผัก ของโรงเรียน เด็กได้พบกับสัตว์ชนิดต่าง ๆ หลากหลายชนิด และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสัตว์ที่ตนเองพบเจอมากมาย ครูจึงให้เด็กช่วยกันจดจำสิ่งที่ตนเองสงสัยและอยากรู้ แล้วพาขึ้นห้องเรียนแล้วให้เด็กแต่ละกลุ่มออกมาบอกชื่อสัตว์ ที่ตนเองพบเจอ และบอกสิ่งที่เด็กสงสัยและอยากรู้เกี่ยวกับสัตว์ชนิดนั้น ๆ ครูนัท : เด็ก ๆ พบสัตว์อะไรบ้างเอ่ย และอยากรู้อะไรเกี่ยวกับสัตว์ที่เจอบ้างคะ น้องทาวเวอร์ : ผมเจออีกาครับ ทำไมอีกาจึงมาอยู่ในโรงเรียนเราครับ น้องโมเม : หนูเจอแมงมุมค่ะ ทำไมแมงมุมต้องมีไยคะ น้องไบร์ท : หนูอยากรู้ว่ากระรอกเดินบนสายไฟได้ยังไงคะ น้องเบล : ผมเจอหอยอยู่ที่กระถางต้นไม้ครับ น้องตุลย์ : ทำไมหอยเดินแล้วมีน้ำเปียกตามทางเดินครับ น้องนิว : หอยที่เราเจอมันคือหอยสังข์ใช่มั๊ยครับ น้องเป็นต่อ : หนูเจอปลาอยู่ที่อ่างบัวครับ แต่ไม่รู้ว่าปลาอะไรครับ น้องปิ่น : หนูเจอมดตัวสีดำกับสีแดงที่ใต้ต้นโพธิ์ค่ะ น้องบอย : ผมเจอหนอนกับแมลงปอที่แปลงผักครับ ๑


5 จากการบอกเล่าเกี่ยวกับสัตว์ที่เด็ก ๆ ได้พบเจอและมีความอยากรู้เกี่ยวกับสัตว์ชนิดต่าง ๆ มากมาย ครูได้ชักชวน สอบถาม พูดคุยและให้เด็กๆแสดงความคิดเห็น นำเสนอสิ่งที่เด็กๆสนใจหรือต้องการรู้ โดยครูได้ทำ แผ่นชาร์ทให้เด็กลงคะแนนเลือกเรื่องที่เด็กมีข้อสงสัย มีความรู้และอยากค้นหาคำตอบมากที่สุด ผลจากการเลือก เรื่องที่เด็กสนใจและอยากรู้มากที่สุดคือเรื่อง “หอยทาก” ครูจึงบอกกับเด็ก ๆ ว่าสัปดาห์หน้าเราจะเรียนเรื่อง “หอยทาก”กันค่ะ เด็ก ๆ ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามที่เกี่ยวกับปรากฎการณ์ธรรมชาติ(๘ กุมภาพันธ์ 2564) จากการที่เด็กๆ ได้เลือกเรื่องที่ตนเองสงสัยและตั้งคำถามกับครูในขณะที่เดินสำรวจสัตว์ภายใน โรงเรียนและสนใจที่จะค้นหาคำตอบเรื่อง “หอยทาก” เด็กจึงได้ร่วมกันตั้งคำถามที่ตนเองสงสัยเกี่ยวกับ “หอย ทาก” มีคำถามที่เด็กๆ สงสัยเกี่ยวกับหอยทาก ๖ คำถาม ดังนี้ (ครูจดบันทึกคำถามของเด็กลงในแผ่นชาร์ท) น้องปุณ : หอยทากเกิดจากอะไรครับ น้องตุลย์ : ทำไมเวลาหอยทากเดินจึงมีน้ำ น้องปิ่น : ทำไมหอยทากจึงอยู่ที่ชื้นๆ น้องแสนดี : ทำไมหอยทากเดินช้า น้องไอโฟน : หอยทากกินอะไร น้องบอย : ทำไมหอยทากจึงมีเรด้า ครูสนทนากับเด็กและจดบันทึกคำถามที่เด็กอยากรู้ 2


6 จากคำถามที่เด็กอยากรู้ทั้ง ๖ คำถาม ครูจึงสนทนากับเด็กเพื่อเลือกให้เด็กเลือกคำถามที่ตนเอง สงสัยและอยากรู้มากที่สุดนำไปค้นหาคำตอบ ซึ่งมีเด็กจำนวน 11 คน อยากรู้เรื่องเดียวกับที่น้องตุลย์ตั้งคำถาม ว่า “ทำไมเวลาหอยทากเดินจึงมีน้ำ” มีเด็กจำนวน ๙ คน อยากรู้เรื่องเดียวกับที่น้องไอโฟนตั้งคำถาม ว่า “หอยทาก กินอะไร” มีเด็กจำนวน ๕ คน อยากรู้เรื่องเดียวกับที่น้องปุณตั้งคำถาม “หอยทากเกิดจากอะไร”สรุปคำถามที่ ต้องการนำมาหาคำตอบ คือ 1. ทำไมเวลาหอยทากเดินจึงมีน้ำ 2. หอยทากกินอะไร” โดยครูได้บอกกับเด็กๆ ว่าเราจะค้นหาคำตอบของ คำถามที่ 1 คือ ทำไมเวลาหอยทากเดินจึงมีน้ำ จุดประสงค์ : เพื่อศึกษา“ทำไมเวลาหอยทากเดินจึงมีน้ำ” ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและคาดคะเนคำตอบ (วันที่ ๙ กุมภาพันธ์๒๕๖๔) เด็กและครูสนทนาร่วมกันโดยครูใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กเล่าประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับหอยทากดังนี้ ครูนัท : รู้อะไรเกี่ยวกับหอยทากบ้างคะ น้องโดนัท : หอยทากกินใบไม้ น้องปิ่น : หอยทากอยู่ที่ดินชื้นๆ น้องไบร์ท : หอยทากอยูที่เปียกแฉะ น้องไอโฟน : หอยทากมีเปลือกที่ตัว น้องแสนดี : หอยทากตัวเหนียว น้องออมสิน : หอยทากชอบฝนตก น้องบอย : หอยทากชอบอยู่ที่ใบไม้ น้องตุลย์ : หอยทากเดินช้า ครูนำคำถามที่เด็กเลือกที่จะค้นหาคำตอบมาสนทนาซักถามกระตุ้นให้เด็กๆ ทุกคนร่วมแสดงความคิดเห็น ในการคาดคะเนคำตอบจากคำถามดังนี้ เด็ก คิดว่า “ทำไมเวลาหอยทากเดินจึงมีน้ำ”คะ น้องนิว : เวลาเดินหอยทากฉี่ น้องไอโฟน : หอยทากตัวเปียก น้องโดนัท : หอยทากมีเมือกที่ตัว น้องเบล : หอยทากเดินผ่านน้ำ น้องบอย : ช่วยให้หอยทากเดินง่าย น้องปิ่น : ช่วยให้หอยทากเดินเร็ว คำถามที่ 1 “ทำไมเวลาหอยทากเดินจึงมีน้ำ” 3


7 ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ (วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์๒๕๖๔) เด็กและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับคำถามที่ ๑ “ทำไมเวลาหอยทากเดินจึงมีน้ำ” โดยครูได้ซักถามกับเด็กๆ ว่า “เด็กๆ คิดว่าจะมีวิธีการใดบ้างที่จะรู้ว่า“ทำไมเวลาหอยทากเดินจึงมีน้ำ”ซึ่งเด็ก ๆ ช่วยกันเสนอความคิดถึงเห็น วิธีการค้นหาคำตอบ ดังนี้ น้องแก้ม : เราต้องไปเปิดหาคำตอบในยูทูป น้องเป็นต่อ : เสิร์ชหาในอินเทอร์เน็ต น้องไบร์ท : ดูในสมุดหอยทากที่ห้องสมุด น้องนิว : ต้องดูในสารคดี น้องไบร์ท : ใช้แว่นขยายดูใต้ตัวหอยทาก น้องแสนดี : เราต้องเอาหอยทากมาใส่โหลเลี้ยงไว้ น้องไอโฟน : เราต้องสร้างโหลให้เปียก มีน้ำ มีดิน มีใบไม้ น้องบอย : ต้องเจาะรูที่ฝาให้มีรูหอยทากจะได้หายใจ น้องปิ่น : ต้องเอาดินต่างๆ มาวางแล้วเอาใบไม้ใส่ น้องแสนดี : เราต้องคอยดูเวลาหอยทากเดิน น้องเป็นต่อ : เราใช้ตู้ปลาเลี้ยงหอยทากได้ น้องปิ่น : หอยทากจะได้มีที่เดิน จากการที่เด็กๆ ได้ช่วยกันเสนอความคิดถึงเห็นวิธีการค้นหาคำตอบ ว่า “ทำไมเวลาหอยทากเดินจึงมีน้ำ” ร่วมกับครู (ครูบันทึกคำตอบของเด็กทุกคน) แล้วได้สรุปร่วมกันแล้วพาเด็กๆ เริ่มสืบเสาะหาคำตอบ ดังนี้ ๑. เด็กๆ ต้องการไปสืบค้นความรู้จากหนังสือ สมุดภาพเกี่ยวกับหอยทากที่ห้องสมุด(คุณครูประสานขอ ความร่วมมือและขออนุญาตให้เด็กเข้าสืบเสาะหาคำตอบที่ห้องสมุดจากครูที่ดูแลห้องสมุด) คุณครูชญานิศวร์ กาญจนพิบูลย์ (ครูปู) ครูผู้ดูแลห้องสมุดอำนวยความสะดวกในการให้เด็กสืบค้น 4


8 ๒.เด็กๆ ต้องการดูคลิปวีดีโอจากยูทูป(คุณครูค้นหาคลิปวีดีโอเกี่ยวกับหอยทากเปิดให้เด็กดูในห้องเรียน) (วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์๒๕๖๔) ครูเปิดคลิปวีดีโอนิทานหอยทากจากยูทูปให้เด็กดู ๓.เด็ก ๆ ต้องการตู้ปลามาเลี้ยงหอยทากโดยครูสร้างสภาพแวดล้อมในตู้ปลาตามที่เด็กได้ร่วมกันบอก ให้เหมือนกับที่เด็กไปเจอหอยทากตรงกระถางต้นไม้ (คุณครูประสานขอความร่วมมือจากผู้ปกครองที่ทำงานใกล้ ร้านขายอุปกรณ์เลี้ยงปลาให้ช่วยจัดซื้อตู้ปลา) (วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์๒๕๖๔) เด็กได้สังเกตการเดินของหอยทากในทุกๆ วัน โดยครูนำหอยทากมาเลี้ยงไว้ในตู้ปลาและโหลแก้ว เด็กทำงานศิลปะ(ปั้นดินน้ำมัน)จากการสังเกตรูปร่างลักษณะของหอยทากที่นำมาเลี้ยง 5


9 ๔.เด็กๆ ต้องการใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาคำตอบเกี่ยวกับการเดินของหอยทาก (คุณครูประสานขอ ความร่วมมือจากครูผู้สอนคอมพิวเตอร์ในระดับประถมเพื่อขออนุญาตให้เด็กเข้าไปสืบค้นข้อมูล โดยนัดหมาย วัน และเวลาในการเข้าใช้งาน) (วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์๒๕๖๔) ครูธัญชนก วินากร ครูผู้ดูแลห้องคอมพิวเตอร์ได้ช่วยเด็กในการค้นหาความรู้ทางอินเทอร์เน็ต เด็กใช้อินเทอร์เน็ตในการสืบเสาะความรู้เกี่ยวกับการเดินของหอยทากในห้องคอมพิวเตอร์ เด็กมีความตื่นเต้นในได้สืบค้นและสามารถบอกเล่าสิ่งที่ตนเองได้รับความรู้ให้ครูและเพื่อนฟังได้ 6


10 ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย ( วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์๒๕๖๔ ) จากการที่เด็กและครูได้ดำเนินการค้นหาคำตอบตามวิธีที่เด็กได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยสืบเสาะจาก แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน 1)หาความรู้จากแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน(ห้องสมุด) หนังสือที่เกี่ยวกับ เรื่อง “หอยทาก” โดยคุณครูผู้ดูแลห้องสมุดให้คำแนะนำในการสืบค้นและให้ความรู้เพิ่มเติมจากการอ่านหนังสือให้เด็กๆ ฟัง ๒)หาความรู้จากการดูคลิปวิดีโอเรื่อง “การเดินของหอยทาก”โดยครูประจำชั้นเปิดให้เด็กดูในห้องเรียน ๓) เด็ก ๆ ได้ร่วมกันเลี้ยงหอยทากโดยสร้างสภาพแวดล้อมในตู้ปลาให้เหมือนกับที่เด็กไปเจอหอยทากตรงกระถางต้นไม้ และ สังเกตหอยทากในช่วงเช้าของทุกๆ วัน ๔)เด็กต้องการใช้อินเทอร์เน็ตในการสืบค้นความรู้เกี่ยวกับการเดินของหอย ทาก และได้รับความรู้จากคุณครูผู้ดูแลห้องคอมพิวเตอร์เพิ่มเติม เด็กนำความรู้ที่ได้จากการที่ได้สืบเสาะจากบุคคล และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ มาบันทึก โดยครูแบ่งเด็กเป็น 6 กลุ่ม เพื่อสร้างผลงานจากการสืบเสาะร่วมกันและร่วมกัน นำเสนอความรู้ เด็กทั้ง 6 กลุ่มร่วมกันทำงานจากกระบวนการสืบเสาะ เด็กสร้างสรรค์ผลงานจากการที่ได้สืบเสาะความรู้อย่างอิสระ 7


11 ขั้นที่ 5 บันทึกผลข้อมูลที่เด็ก ๆ ได้ค้นคว้าจากอินเทอร์เน็ต( วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ) เด็กทุกคนบันทึกผลจากการสืบเสาะความรู้ที่ไปสืบค้นเกี่ยวกับเรื่อง “ทำไมเวลาหอยทากเดินจึงมีน้ำ”ที่ เด็กสงสัยและตั้งคำถามโดยครูจดบันทึกคำตอบของเด็กลงในกระดาษแล้วให้เด็กคัดลอกคำตอบลงในใบงานการ สืบเสาะของตนเองอย่างอิสระ ครูบันทึกคำตอบของเด็กจากการซักถามเด็กเป็นรายบุคคล เด็กคัดลอกสิ่งที่ตนเองรู้จากการสืบค้นทางอินเทอร์เน็ตลงในใบงานสืบเสาะ 8


12 ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล (วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์) เด็กและครูร่วมสนทนาถึงสิ่งที่เด็กสงสัยและเด็กอยากรู้ในคำถามที่ ๑ “ทำไมเวลาหอยทากเดินจึงมีน้ำ” ครูให้เด็กช่วยกันทบทวนถึงการดำเนินการค้นหาคำตอบได้โดยวิธีการอย่างไร และได้ผลการศึกษาอย่างไร โดยการ ให้เด็กแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน สรุปผลการทดลอง คำตอบที่เด็กได้ความรู้ จากการสืบเสาะ คำตอบที่บันทึกได้จากเด็ก จำนวนเด็กที่ให้ ข้อมูล หมายเหตุ คำตอบที่ 1 น้ำที่ไหลออกมาคือเมือก 21 คน-เด็กบางคนตอบ คำถามเพียง 1 -2 คำตอบ -เด็กบางคนตอบ 3 คำตอบ คำตอบที่ ๒ ช่วยให้หอยทากไม่เกิดบาดแผลที่ตัว 14 คน คำตอบ ที่ ๓ น้ำเมือกช่วยให้หอยทากเดินง่ายขึ้น ๑๙ คน ครูอธิบายถึงขั้นตอนการนำเสนอการดำเนินการค้นหาคำตอบก่อนให้เด็กนำเสนอหน้าชั้นเรียน เด็กแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการศึกษาค้นคว้าคำตอบ เรื่อง “ทำไมเวลาหอยทากเดินจึงมีน้ำ” 9


13 ผลการพัฒนาความสามารถของปฐมวัย 1. ผลการพัฒนาความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน 1.1. ด้านการเรียนรู้ • เด็กได้เรียนรู้ว่าน้ำที่หอยทากปล่อยออกมาคือ น้ำเมือกช่วยในการเดินของหอยทากช่วย ให้หอยทากไม่เกิดบาดแผลตามลำตัว • เด็กสามารถบอกเล่าลำดับ ขั้นตอน การทดลองได้ • เด็กได้เรียนรู้วิธีการเลี้ยงหอยทากจากสิ่งที่เด็กๆคาดคะเนไว้ได้ • เด็กใช้ทักษะการสังเกต เปรียบเทียบ เพื่อนำใช้ในอนาคต • เด็กสามารถสนทนาและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทดลองได้ • เด็กได้รับประสบการณ์ตรงจากการทดลอง 1.2 ด้านภาษา • เด็กมีทักษะด้านการพูดคุย สนทนา โต้ตอบและแสดงความคิดเห็น • เด็กมีทักษะด้านการฟัง จากการฟังครูให้คำแนะนำการสืบค้นในห้องสมุด และครูผู้ให้ ความรู้จากกห้องคอมพิวเตอร์ • ฟังเพื่อนพูด บอกเล่าเกี่ยวกับผลงานที่นำเสนอ • เด็กมีทักษะด้านการอ่านรูปภาพ กับคำที่จดบันทึก • เด็กมีทักษะด้านการเขียน วาดรูป บันทึกผลงานของตนเอง 1.3 ด้านสังคม • เด็กสามารถปฏิบัติกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้ • เด็กสามารถปฏิบัติตนเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดีได้ • เด็กมีความมั่นใจในตนเองและกล้าแสดงออก • เด็กสามารถปฏบัติตนตามข้อตกลงร่วมกันได้ • เด็กร่วมแสดงความคิดเห็นและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 1.4 ด้านการเคลื่อนไหว • เด็กใช้ประสาทสัมผัสระหว่างมือและตา การวาด การปั้น • เด็กใช้ประสาทสัมผัส การดู การฟัง และการสัมผัส • เด็กใช้มือในการหยิบจับวัสดุอุปกรณ์ได้อย่างคล่องแคล่ว • เด็กเคลื่อนไหวร่างกายประกอบเพลง “หอยทากตาโต” 10


14 2. ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2.1 ทักษะการสังเกต • สังเกตสีรูปร่าง ลักษณะของหอยทาก • สังเกตการเคลื่อนตัว การเดิน ของหอยทาก • สังเกตการปล่ยอน้ำเมือกในขณะที่หอยทากเดิน 1.2 ทักษะการวัด • วัดระยะทางที่หอยทางเดินและปล่อยน้ำเมือกออกมา 1.3 ทักษะการจำแนกประเภท • เปรียบเทียบรูปร่าง ลักษณะ ของหอยทากชนิดต่างๆ • เปรียบเทียบลักษณะการเดินของหอยทากแต่ละชนิด • เปรียบเทียบผลการทดลองของแต่ละกลุ่ม 2.4 ด้านการคิดคำนวณ • เด็กมีทักษะการคิดคำนวณในการจับเวลาในการเคลื่อนตัวของหอยทาก 2.5 ทักษะการพยากรณ์หรือการคาดคะเนคำตอบ • เด็กสามารถคาดคะเนคำตอบว่าน้ำที่ไหลออกจากตัวหอยทากคือน้ำช่วยในเดิน • เด็กสามารถคาดคะเนคำตอบ ว่า น้ำเหนียว ๆ ที่ไหลออกจากตัวหอยทากคือเมือก 2.6 ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่าง สเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา • เด็กสามารถบอกได้ว่าเมื่อหอยทากหดตัวเข้าเปลือกหอยต้องใช้ระยะเวลาหอยทากจึงจะ ออกมาจากเปลือกและเดิน 2.7 ทักษะการทดลอง • เด็กร่วมกันกำหนดขั้นตอนการทดลองได้ว่าจะทำการทดลองอย่างไร ใช้วัสดุ อุปกรณ์ อะไรบ้าง • เด็กสามารถปฏบัติการทดลองตามขั้นตอนที่กำหนดได้ • เด็กสามารถบันทึกผลการทดลองได้ 2.8 ทักษะการจัดการกระทำและสื่อความหมายข้อมูล • เด็กสรุปผลจากสิ่งที่สังเกตและทดลองโดยการวาดภาพระบายสี วาดวงจรการ เจริญเติบโตของหอยทาก และสามารถคัดลอกคำนำไปเขียนลงในใบงานของตนเองได้ • เด็กบอกเล่าผลงานของตนเองให้ผูอื่นเข้าใจได้ 2.9 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล • เด็กสามารถแสดงคงามคิดเห็นเพิ่มเติมได้ว่า หอยทากชอบอยู่อาศัยในที่เย็นชื้น ไม่สามารถอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนได้ หอยทากไม่มีขาใช้ลำตัวในการเดินมีเมือกไหล ออกจากตัวเพื่อช่วยในการเดิน และลดการเกิดบาดแผลตามลำตัว 11


15 ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามที่อยากรู้ ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามที่อยากรู้(วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์2564 ) จากการที่เด็กๆ มีความสนใจอยากรู้และได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับหอยทาก และได้สำรวจ ตรวจสอบและ ค้นหาคำตอบ ว่า “ทำไมเวลาหอยทากเดินจึงมีน้ำ” ยังมีคำถามต่อเนื่องในเรื่อง “หอยทาก” ที่เด็ก ๆ ส่วนมาก อยากรู้ ในคำถามที่ ๒ “ หอยทากกินอะไร” ได้มีเด็กบางคนมีคำถามต่อเนื่อง ดังนี้ น้องไอโฟน : หอยทากกินอะไรคะ น้องบอย : หอยทากกินผักไม่กินเนื้อสัตว์ใช่มั๊ยครับ น้องปิ่น : หอยทากกินผลไม้หรือเปล่าคะ น้องโมเม : หอยทากกินผักมั๊ยคะ น้องนะโม : หอยทากน่าจะกินใบไม้ เพราะเราเจอมันอยู่ที่กระถามต้นไม้ จากการสนทนาซักถามเกี่ยวกับอาหารที่หอยทากกินเด็ก ๆ ได้บอกครูนัท ว่า อยากลงไปดูหอยทากที่มีอยู่ ในโรงเรียน ว่า นอกจากตรงกระถางต้นไม้ที่น้องเบลล์กับน้องทาวเวอร์เจอแล้ว หอยทากยังอาศัยอยู่ตรงไหนของ บริเวณโรงเรียนอีกบ้าง ครูนัทจึงทำข้อตกลงกับเด็กก่อนพาลงไปสำรวจที่อยู่อาศัยของหอยทาก (เด็กวาดภาพ บันทึกสิ่งที่พบเจอจากการสำรวจลงในใบงานสืบเสาะ) เด็กสำรวจที่อยู่อาศัยของหอยทากเพื่อค้นหาว่าหอยทากกินอะไรเป็นอาหาร ผลงานการบันทึกสิ่งที่เด็กพบเจอจากการสำรวจลงในใบงานสืบเสาะ คำถามที่ 2 “หอยทากกินอะไร” 12


16 จุดประสงค์ เพื่อศึกษาว่า หอยทากกินอะไรเป็นอาหารบ้าง ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและคาดคะเนคำตอบ (วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์2564 ) เด็ก ๆ และครูร่วมกันสนทนา โดยครูตั้งคำถามกระตุ้นให้เด็กๆ เล่าประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับหอยทาก และคาดคะเนถึงสิ่งที่คิดว่า หอยทากจะกินเป็นอาหาร ดังนี้ ครูนัท : จากที่น้องไอโฟนและเพื่อนๆ ได้มีความสงสัยว่า หอยทากกิน กินอะไรเป็นอาหาร” เด็ก ๆ คิดว่าหอยทากกินอะไรบ้างคะ น้องบอย : หอยทากกินผักไม่กินเนื้อสัตว์ น้องปิ่น : หอยทากกินแตงโม น้องนิว : หอยทากกินขนม น้องแก้ม : หอยทากกินผักกาด น้องเบลล์ : หอยทากกินผักกาด น้องเป็นต่อ : หอยทากกินใบไม้ น้องทาวเวอร์ : หอยทากกินกล้วย น้องโตโต้ : หอยทากกินแคร์รอต 13


17 ขั้นที่ 3 ดำเนินการสำรวจตรวจสอบ(วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์2564 ) เด็กและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับคำถามที่ ๒ “หอยทากกินอะไร” โดยครูได้ซักถามกับเด็กๆ ว่า “เด็กๆ คิดว่าจะมีวิธีการใดบ้างที่จะทำให้เรารู้ได้ว่า“หอยทากกินอะไร”ซึ่งเด็ก ๆ ช่วยกันเสนอความคิดเห็นวิธีการค้นหา คำตอบ (ครูจดบันทึกคำตอบของเด็ก) แล้วได้สรุปร่วมกันแล้วพาเด็กๆ เริ่มสืบเสาะหาคำตอบ ดังนี้ น้องปิ่น : ต้องเอาอาหารให้หอยทากกิน น้องแสนดี : ต้องเอาเนื้อสัตว์มาวางแล้วสังเกตค่ะ น้องบอย : เอาอาหารทั้งหมดมาวางไว้ให้หอยทากกิน น้องเป็นต่อ : หนูเห็นหอยทากที่อยู่ในกระถางกินใบไม้ เราต้องไปดูหอยทาก ที่ใต้ต้นไม้ของโรงเรียน น้องนะโม : หนูจะกลับไปถามพ่อ พ่อหนูชอบเลี้ยงสัตว์ น้องนิว : หนูจะเอาอาหารใส่ในตู้ปลาที่เราลี้ยงแล้วจะสังเกต จากการแสดงความคิดเห็นของเด็กๆ ถึงวิธีการค้นหาคำตอบ ครูและเด็กจึงร่วมกันสรุปถึงวิธีการต่างๆ ใน การค้นหาคำตอบจะทำให้เรารู้ได้ว่า“หอยทากกินอะไร” ดังนี้ ๑.หาความรู้จากผู้ปกครองจากการสอบถามผู้ปกครองที่บ้าน (ครูสร้างใบงานและประสานความร่วมมือ จากผู้ปกครอง)เด็กบันทึกคำตอบจากผู้ปกครองด้วยการวาดภาพ หรือนำภาพอาหารมาติดลงในใบงาน (วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ 2564) ผลงานเด็กจากการบันทึกคำตอบจากผู้ปกครอง 14


18 2.เด็ก ๆ ต้องการนำอาหารมาวางไว้ให้หอยทากกิน โดยครูจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการทดลอง แล้วให้ เด็กออกแบบว่าจะนำอาหารมาวางให้หอยทากกินได้อย่างไร เด็กร่วมแสดงความคิดเห็นว่าต้องวางอาหารไว้รอบๆ ให้หอยทากได้เลือกกินอาหาร เพื่อจะได้สังเกตการกินอาหารของหอยทาก (วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์๒๕๖๔) อุปกรณ์ใช้ในการทดลอง 1. ถาดสแตนเลส 2. แตงโม 3. แคร์รอต 4. ข้าว 5. เนื้อสัตว์ 6. ขนมข้าวโพดอบกรอบ 7. ผักกาดขาว การทดลองให้หอยทากกินอาหารครั้งที่ ๑ ครูเตรียมวัสดุอุปกรณ์ตามที่เด็กคาดเดาว่าหอยทากจะกินเป็น อาหาร นำมาวางลงในถาดโดยวางอาหารแต่ละชนิดห่างกันไว้รอบๆ ถาด แล้วนำหอยทากมาวางลงตรงกลาง ให้ เด็กๆ นั่งรอบวงพร้อมทั้งกำชับเด็กๆ ว่าต้องเงียบๆ ซึ่งเด็กๆ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เด็กทุกคนร่วมกันสังเกตการกินอาหารของหอยทากตามข้อตกลง 15


19 สรุปผลการทดลองครั้งที่ ๑ หอยทากกินอะไร? (เด็กเข้าร่วมกิจกรรมการทดลอง ๒๒ คน) อาหารที่ใช้ ในการทดลอง การคาดคะเนคำตอบ ก่อนทำการทดลองของเด็ก (เด็กส่วนมาก) สรุปผลการทดลอง หลังทำการทดลอง หมายเหตุ กิน ไม่กิน กิน ไม่กิน -จากข้อสังเกต ของเด็กๆและครู ควรแยกอาหารให้ หอยทาก 1 ตัว ต่อ อาหาร 1 ชนิด และเพิ่มเวลาในการ ทดลอง จากเวลา 15 นาที เป็น 20 นาที 1.แตงโม - 2.แคร์รอต - 3.ข้าว - 4.เนื้อสัตว์ - 5. ขนมข้าวโพดอบกรอบ - ๖.ผักกาดขาว - จากตารางการทดลองให้หอยทากกินอาหารเพื่อสังเกตการกินอาหารของหอยทาก โดยใช้หอยทากจำนวน ๔ ตัวและใช้เวลาในการทดลอง 15 นาที เด็กๆ พบว่า หอยทากเลือกกินแตงโมจำนวน ๑ ตัว และหอยทากเลือก กินแคร์รอตจำนวน ๑ ตัว หอยทากอีก 2 ตัวไม่กินอาหาร (ควรทดลองการกินอาหารใหม่อีกครั้ง) การทดลองให้หอยทากกินอาหารครั้งที่ ๒ ครูเตรียมวัสดุอุปกรณ์ตามที่เด็กได้สรุปร่วมกัน ว่า ให้แยกอาหาร 1 ชนิดต่อ หอยทาก 1 ตัว โดยแบ่งกลุ่มเด็กในการสังเกตเป็น 6 กลุ่ม และใช้กล้วยแทนแคร์รอต ใช้เวลาในการ สังเกตการกินอาหารของหอยทากเป็นเวลา ๒๐ นาที (วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564) 16


20 กลุ่มที่ ๑ สังเกตหอยทากกินข้าว กลุ่มที่ ๒ สังเกตหอยทากกินแตงโม กลุ่มที่ ๓ สังเกตหอยทากกินผักกาด กลุ่มที่ ๔ สังเกตหอยทากกินกล้วย 17


21 กลุ่มที่ ๕ สังเกตหอยทากกินขนมข้าวโพดอบกรอบ กลุ่มที่ ๖ สังเกตหอยทากกินเนื้อสัตว์ ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย ( วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ) จากการที่เด็กและครูได้ดำเนินการค้นหาคำตอบตามวิธีที่เด็กได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยสืบเสาะจาก แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน 1) การการสำรวจที่อยู่อาศัยของหอยทากในโรงเรียนและดูแหล่งอาหาร ๒)หาความรู้จาก ผู้ปกครองจากการสอบถามผู้ปกครองที่บ้าน ๓) จากการทดลองนำอาหารมาวางไว้ให้หอยทากกินอาหารเพื่อสังเกต และบันทึกข้อมูลและนำเสนอความรู้ เป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม 18


22 วิธีการบันทึกผล ครูให้เด็กทุกคนทำเครื่องหมายการคาดคะเนคำตอบลงในใบงานบันทึกผลการทดลองก่อนทำการ ทดลองแล้วให้เด็กทุกคนทำเครื่องหมายบันทึกผลการทดลองหลังทำการทดลองเสร็จสิ้น เพื่อสรุปผลการทดลอง จากคำถามที่ 2 ว่า “หอยทากกินอะไร” ดังนี้ การทดลองนำอาหารมาวางไว้ให้หอยทากกินอาหารเพื่อสังเกตการกินอาหารของหอยทาก ใบงานบันทึกผลการทดลองก่อน-หลังทำการทดลองเรื่อง “หอยทากกินอะไร” 19


23 ขั้นที่ 5 บันทึกผล จากการทดลองให้หอยทากกินอาหารเพื่อสังเกตการกินอาหารของหอยทากด้วยการแยกอาหาร 1 ชนิดต่อ หอยทาก 1 ตัว โดยแบ่งกลุ่มเด็กในการสังเกตเป็น 6 กลุ่ม และใช้เวลาในการสังเกตการกินอาหารของ หอยทากเป็นเวลา ๒๐ นาที สรุปผลการทดลองได้ดังนี้ สรุปผลการทดลองครั้งที่ 2 หอยทากกินอะไร? (เด็กเข้าร่วมกิจกรรมการทดลอง ๑๙ คน) อาหารที่ใช้ ในการทดลอง การคาดคะเนคำตอบ ก่อนทำการทดลอง สรุปผลการทดลอง หลังทำการทดลอง หมายเหตุ กิน ไม่กิน กิน ไม่กิน จากการที่ เด็กๆไปพบ เจอหอยทาก กินใบไม้ที่ กระถางต้นไม้ จึงไม่ได้นำ ใบไม้ มาทำการ ทดลอง 1.ข้าว ๑๐ คน 9 คน 19 คน - 2.แตงโม 19 คน - 19 คน - 3.ผักกาดขาว 18 คน 1 คน 19 คน - 4.กล้วย 11 คน 8 คน 19 คน - 5. ขนมข้าวโพดอบกรอบ 7 คน 12 คน 19 คน - ๖.เนื้อสัตว์ 9 คน 10 คน 19 คน - จากตารางสรุปผลการทดลองในคำถามที่เด็กสงสัยคำถามที่ 2 ว่า “หอยทากกินอะไร” สรุปได้ว่าหอยทาก กินอาหารดังนี้ ข้าว แตงโม ผักกาดขาว กล้วย ขนม เนื้อสัตว์ ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล (วันที่ 1 มีนาคม 2564 ) เด็กและครูร่วมสนทนาซักถามถึงคำถามที่เด็กอยากรู้ในคำถามที่ 2 “หอยทากกินอะไร” จากนั้นครูให้ เด็กแต่ละกลุ่มร่วมกันเลือกรูปอาหารที่ตรงกับกลุ่มของตนเองได้ทำการทดลงนำให้หอยทากกิน เมื่อร่วมกันทำงาน จนเสร็จ เด็กแต่ละกลุ่มออกมาเล่าทบทวนถึงวิธีการการค้นหาคำตอบจากคำถามที่ 2 “หอยทากกินอะไร” และ ได้ผลการศึกษาอย่างไร โดยครูสังเกตการนำเสนอผลงานของเด็กทุกกลุ่ม 20


24 เด็กกลุ่มที่ ๑ ทำงานศิลปะร่วมกันแล้วออกมาเล่าทบทวนถึงวิธีการการค้นหาคำตอบและสรุปผลการทดลอง เด็กกลุ่มที่ ๒ ทำงานศิลปะร่วมกันแล้วออกมาเล่าทบทวนถึงวิธีการการค้นหาคำตอบและสรุปผลการทดลอง เด็กกลุ่มที่ ๓ ทำงานศิลปะร่วมกันแล้วออกมาเล่าทบทวนถึงวิธีการการค้นหาคำตอบและสรุปผลการทดลอง เด็กกลุ่มที่ ๔ ทำงานศิลปะร่วมกันแล้วออกมาเล่าทบทวนถึงวิธีการการค้นหาคำตอบและสรุปผลการทดลอง 21


25 เด็กกลุ่มที่ ๕ ทำงานศิลปะร่วมกันไม่สำเร็จตามเวลาที่กำหนด ครูจึงใช้วิธีการสอบถามเด็กถึงวิธีการการค้นหาคำตอบและสรุปผลการทดลอง เด็กกลุ่มที่ ๖ ทำงานศิลปะร่วมกันแล้วออกมาเล่าทบทวนถึงวิธีการการค้นหาคำตอบและสรุปผลการทดลอง จากการที่เด็กแต่ละกลุ่มได้เล่าทบทวนถึงวิธีการการค้นหาคำตอบ และสรุปผลการทดลองจากการค้นหา คำตอบในคำถามที่เด็กๆอยากรู้ ว่า“หอยทากกินอะไร” ครูให้เด็กๆทบทวนสิ่งที่เด็ก ๆ แต่ละกลุ่มออกมาเล่าและ ร่วมกับเด็กๆสรุปต่อไปโดยใช้คำถามว่า ครูนัท : จากการทดลองเด็กๆทราบหรือยังคะว่า “หอยทากกินอะไร” น้องไอโฟน : หอยทากกินอาหารหลายชนิดมากค่ะ น้องบอย : หอยทากกินเนื้อสัตว์และกินทุกอย่างที่เราคิดครับ ครูนัท : เด็กสรุปได้แล้วใช่มั๊ยคะว่าจากอาหารที่เด็กๆ คาดเดาหอยทากกิน หรืออาหารชนิดใดบ้าง แล้วไม่กินอะไรบ้าง เด็กๆ : หอยทากกินอาหารที่อย่างที่เราเอามาทดลองเลย ค่ะ/ครับ ครูนัท : ทบทวนชื่ออาหารที่หอยทากกินให้ครูนัทฟังหน่อยคะ เด็กๆ : ใบไม้ผักกาดขาว แตงโม แคร์รอต ขนมข้าวโพดอบกรอบ ข้าว เนื้อสัตว์ กล้วย ค่ะ/ครับ ครูนัท : เด็กคิดว่าอาหารที่หอยทากไม่กินมีหรือเปล่าคะ เด็กๆ : ทุกคนตอบพร้อมกันว่าต้องมีแน่ๆ ค่ะ/ครับ ครูนัท : ถ้าอยากรู้เราต้องทำอย่างไรคะ เด็กๆ : ต้องทำการทดลอง ค่ะ/ครับ เด็กๆ และครูนัทร่วมกันอภิปรายผลการทดลองจากการสืบเสาะเพื่อค้นหาตอบสิ่งที่เด็กสงสัยและอยากรู้ ในคำถามที่ 2 ว่า“หอยทากกินอะไร” สรุปได้ว่า อาหารที่หอยทากกินมี ดังนี้ ใบไม้ ข้าว แตงโม ผักกาดขาว แคร์รอต กล้วย ขนม เนื้อสัตว์ ซึ่งตรงกับการคาดคะเนคำตอบของเด็ก ๆ หลายๆ คน 22


26 ผลการพัฒนาความสามารถของปฐมวัย 1. ผลการพัฒนาความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน 1.1 ด้านการเรียนรู้ - เด็กได้เรียนรู้ว่าอาหารอะไรบ้างที่หอยทากกิน - เด็กสามารถบอกเล่าลำดับ ขั้นตอน การทดลองได้ - เด็กได้เรียนรู้ขั้นตอนวิธีการนำอาหารมาทดลองให้หอยทากกิน - เด็กได้ใช้ทักษะการสังเกต เปรียบเทียบ เพื่อนำไปใช้ในอนาคต - เด็กสามารถสนทนา และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทดลองได้ - เด็กได้รับประสบการณ์ตรงจากการทดลอง 1.2 ด้านภาษา - เด็กมีทักษะด้านการพูดคุย สนทนา โต้ตอบและแสดงความคิดเห็น - เด็กมีทักษะด้านการฟัง จากการฟังเพื่อนพูด บอกเล่าเกี่ยวกับผลงานที่นำเสนอ - เด็กมีทักษะด้านการอ่านรูปภาพ กับคำที่บันทึกผลการทดลอง - เด็กมีทักษะด้านการเขียน วาดรูป บันทึกผลงานของตนเอง 1.3 ด้านสังคม - เด็กสามารถปฏิบัติกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้ - เด็กสามารถปฏิบัติตนเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดีได้ - เด็กมีความมั่นใจในตนเองและกล้าแสดงออก - เด็กสามรถปฏิบัติตนตามข้อตกลงร่วมกันได้ - เด็กร่วมแสดงความคิดเห็น และยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 1.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสระหว่างมือและตา ในการฉีกปะภาพอาหารที่หอยทากกิน - เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัส การดู การดม การสัมผัส และการฟัง - เด็กเคลื่อนไหว หยิบจับ วัสดุ อุปกรณ์ ในการทดลองได้อย่างคล่องแคล่ว - เด็กเคลื่อนไหวร่างกายประกอบเพลง “หอยทากตาโต” ๒.ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2.1 ทักษะการสังเกต - สังเกตการใช้ปากดูดกินอาหารของหอยทาก - สังเกตความเปลี่ยนแปลงของอาหารที่ถูกหอยทากกิน 2.2 ทักษะการวัด - วัดปริมาณของอาหารที่หอยทากกินไปแต่ละชนิด 2.3 ทักษะการจำแนกประเภท - เปรียบเทียบสิ่งที่คาดคะเนกับผลการศึกษาว่าเหมือนหรือต่างกัน - เปรียบเทียบผลการทดลองของแต่ละกลุ่ม 23


27 2.4 ด้านการคิดคำนวณ - การนับจำนวนหอยทาก และการนับชนิดของอาหารที่นำมาให้หอยทากกิน 2.5 ทักษะการพยากรณ์หรือการคาดคะเน - เด็กสามารถคาดคะเนคำตอบว่า หอยทากกินอาหารอะไรบ้าง 2.6 ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่าง สเปสกับสเปส และสเปสกับเวลา - เด็กสามารถบอกได้ว่าหอยทากต้องใช้เวลาในเคลื่อนตัวไปกินอาหาร 2.7 ทักษะการทดลอง - เด็กร่วมกันกำหนดขั้นตอนการทดลองได้ว่า จะทำการทดลองอย่างไร ใช้วัสดุ อุปกรณ์ อะไรบ้าง 2.8 ทักษะการจัดการกระทำและสื่อความหมายข้อมูล - เด็กสรุปผลสิ่งที่สังเกตและทดลองโดยการวาดภาพระบายสี และสามารถเขียนคำ ง่ายๆ ลงบนผลงานได้ - เด็กบอกเล่าผลงานของตนเองให้ผู้อื่นเข้าใจได้ 2.9 ทักษะการลงความเห็นข้อมูล - เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นหรือให้เหตุผลของตนเองเพิ่มเติมได้ 24


28 การวาดภาพหอยทากเอนำมาตกแต่งในแผ่นชาร์ทประสบการณ์เดิมของหนู เด็กช่วยกันนำผลงานของตนเองและเพื่อนตกแต่งในแผ่นชาร์ท ผลงานศิลปะแบบร่วมมือจากกิจกรรมสืบเสาะเรื่อง “หอยทาก” 25


29 เด็กช่วยกันระบายสีภาพหอยทากในแผ่นชาร์ทผังค์มโนทัศน์ (mind map) ผลงานศิลปะแบบร่วมมือจากกิจกรรมสืบเสาะเรื่อง “หอยทาก” 26


30 กิจกรรมการเคลื่อนไหวเพลง “หอยทากตาโต” 27


31


Click to View FlipBook Version