คาํ นาํ
คำนำ
รายงานผลการดำเนินกิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรยี นชั้นอนุบาลศึกษา
ปีที่ 1-๒ ปีการศึกษา 25๖2 ของโรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพ
รตั นราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ฉบับนี้ จัดทำขึน้ เพื่อรายงานผลการจัดกิจกรรมการสอนกระบวนการ
ทดลองของครูปฐมวัย และรายผลการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ตามแนวทางการดำเนินงานโครงการบ้าน
นักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย รายงานฉบับนี้ผู้จัดทำได้เขียนบรรยายกระบวนการเรียนรู้ และลำดับ
ขั้นตอนของการดำเนินการสอนทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กปฐมวัย และรายละเอียดต่างๆ ในการดำเนิน
ไวเ้ ปน็ อยา่ งดี
ขอขอบคุณ นางวาสนา เจียนสุวรรณ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ที่สนับสนุนสื่อ
อุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนทั้งสองระดับ ขอขอบคุณผู้มีส่วน
เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการดำเนินงานทุกท่านที่ช่วยให้การดำเนินการทดลองทั้ง ๒๐ กิจกรรม
การทดลองของนักเรียนชัน้ อนุบาลศึกษาปีที่ ๒ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
รตั นา เบีย้ วไข่มขุ
๓๐ มนี าคม ๒๕๖๓
สารบญั หนา้
เรื่อง 1
4
1.กจิ กรรมการทดลองเรอ่ื ง “หนรู ับรู้ไดน้ ะ” 7
2.กจิ กรรมการทดลองเรอ่ื ง “หมดุ ลอยน้ำ” 10
3.กจิ กรรมการทดลองเรอ่ื ง “สีเตน้ ระบำ” 13
4.กิจกรรมการทดลองเรื่อง “สนกุ กบั ไฟฟ้าสถิต” 16
5.กิจกรรมการทดลองเรื่อง “ส่วนประกอบของดอกไม้” 19
6.กจิ กรรมการทดลองเรื่อง “แสงและเงา” 22
7.กิจกรรมการทดลองเรื่อง “ทายซิฉนั หนักเท่าไหร่” 25
8.กจิ กรรมการทดลองเรื่อง “ไหลแรงหรอื ไหลค่อย” 28
9.กจิ กรรมการทดลองเรอื่ ง “ถว่ั แปลงร่าง” 31
10.กิจกรรมการทดลองเร่อื ง “หลอดดำน้ำ” 34
11.กิจกรรมการทดลองเรื่อง “ความร้อน” 37
12.กิจกรรมการทดลองเรื่อง “บอลเด้งดึง๋ ” 40
13.กิจกรรมการทดลองเรอ่ื ง “แรงลม” 43
14.กจิ กรรมการทดลองเรอ่ื ง “พบั หรือตัดก็ทับกนั สนทิ ” 46
15.กิจกรรมการทดลองเรื่อง “ลูกโปง่ ทนความร้อน” 49
16.กจิ กรรมการทดลองเรอ่ื ง “ใบไม้กักน้ำ” 52
17.กจิ กรรมการทดลองเรื่อง “เรอื พลงั ลม” 55
18.กจิ กรรมการทดลองเรื่อง “การเกิดฝน” 58
19.กิจกรรมการทดลองเรือ่ ง “พลงั ลมขบั เคลื่อนวตั ถุ”
20.กิจกรรมการทดลองเร่อื ง “ว่าวพลังลม”
1
รายงานการดำเนนิ งานการทดลองวทิ ยาศาสตร์
ชอ่ื สถานศึกษา โรงเรยี นวดั มหรรณพาราม ในพระราชปู ถมั ภ์ฯ วนั ที่ 4 เดือน มถิ นุ ายน พ.ศ. 2562
ขอ้ มลู ท่ัวไป
1. หัวขอ้ เรอ่ื งท่ีทำการทดลอง หนรู บั รูไ้ ดน้ ะ
2. เหตผุ ลที่เลอื กทำการทดลองในขอ้ 1 (อาทิ เชน่ อากาศ)
- มีระบุไว้ในแผนการสอน ประสาทสมั ผัส
- เป็นเหตุการณ์หรอื ข่าวทเ่ี กดิ ข้ึนในชวี ิตประจำวัน (โปรดระบุตัวอยา่ งเหตุการณ์) ร่างกายของเรามี
ประสาทการรบั รู้ทง้ั 5 การรับร้ขู องแต่ละคนแตกต่างกนั เป็นต้น
- มีคำถามหรอื แนวคดิ จากเด็ก (โปรดระบุตัวอย่างคำถามหรอื แนวคิดเดก็ ) ทำไมเวลาหนไู้ ดก้ ล่ินทเุ รียน
หนเู หมน็ แตพ่ ่อกบั แมบ่ อกวา่ หอมอร่อย
- ในฐานะครูผูส้ อนท่านได้ให้คำแนะนำแก่เด็ก ๆ ใช่หรอื ไม่ ถ้าใช่
• ท่านมีวิธกี ารใดในการดึงให้เดก็ หนั มาสนใจการทดลองวิทยาศาสตร/์ กจิ กรรมพเิ ศษนน้ั
สาธิตให้เดก็ ๆ เกิดความสนใจว่าครสู ามารถทำได้ เพอื่ ดงึ ดดู ความสนใจของเดก็
• ทา่ นมีวิธีการใดทำให้การทดลองวทิ ยาศาสตร์/กจิ กรรมน้นั ประสบความสำเร็จ
ตัง้ คำถามเพอื่ ให้เด็กคิดคาดคะเนคำตอบให้เด็กอยากทำการทดลอง และกระตุ้นคำถามแต่ละ
ขน้ั ตอนใหเ้ ด็ก ๆ ได้สังเกตและลงมอื ปฏิบัติจริงดว้ ยตนเองและคอยใหค้ ำแนะนำกับเด็ก ๆ
- อื่น ๆ −
3. ทา่ นไดเ้ คยสอนหรืออธบิ ายความสำคญั ของปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทีเ่ กดิ ข้ึนในชวี ิตประจำวันแก่เดก็ บ้าง
หรือไม่ และท่านไดย้ กตวั อยา่ งปรากฏการณ์ใด ปรากฏการณ์ลมท่พี ดั พากล่ินหอมและกลิน่ เหม็น
4. ยกตวั อยา่ งพฤติกรรมตอบสนองของเดก็ ตอ่ การสอนของทา่ น เด็ก ๆ สนใจในการทดลองดว้ ยความ
ตน่ื เต้น และร่วมกิจกรรมการทดลองอย่างตัง้ ใจ
5. หลังจากทำการทดลองวิทยาศาสตร์แล้วเด็กมคี ำถามเก่ยี วกบั กิจกรรม หรอื เน้ือหาทไ่ี ด้เรียนรหู้ รอื ไม่
โปรดเตมิ √ (เช่น ถามคำถาม วาดรูป การนำเสนอผลการทดลอง เปน็ ตน้ )
มี ไม่มี
2
6. เด็กได้มโี อกาสทำการทดลองด้วยตนเองคนเดียวอีกครัง้ หรือไม่ โปรดเตมิ √
มี ไม่มี
7. ในความคดิ ของทา่ น เดก็ ได้เรยี นรูอ้ ะไรบ้างจากการทดลอง เด็กสามารถบอกถึงการรบั รู้ของประสาท
สัมผัสทง้ั 5 ได้ และบอกไดว้ ่าการรบั รู้ทางประสาทสัมผัสของแต่ละคนรบั ร้ไู ดแ้ ตกต่างกนั
8. เด็กได้มีการสะทอ้ นสง่ิ ที่เขาไดเ้ รยี นร้จู ากการทดลองหรือไม่
(ประเมินจากเดก็ คนเดยี ว สองคน หรือเปน็ กลมุ่ )
มี ไม่มี
ท่านมีวิธกี ารหรอื กระบวนการอยา่ งไรทีท่ ราบว่าเด็กสะท้อนสง่ิ ที่ไดเ้ รียนรู้ การตั้งคำถามและใช้คำถามเพ่อื
กระตุ้นความคิดของเด็ก ใหเ้ ด็กได้แสดงความคิดเหน็ อย่างอิสระเกยี่ วกบั เร่ืองท่ที ดลอง และให้ลองเลา่
เรอ่ื งราวเกีย่ วกับสง่ิ ทตี่ นเองคิด
ความคิดเห็นของครูเกี่ยวกับการทดลองวิทยาศาสตร์
1. ทา่ นมคี วามเข้าใจในหลกั การวทิ ยาศาสตรข์ องการทดลองท่ใี ชใ้ นการเรียนการสอนหรือไม่
เขา้ ใจทัง้ หมด เข้าใจบางสว่ น ไมเ่ ข้าใจ
2. ในการใหเ้ ด็กทำการทดลองวิทยาศาสตร์ สว่ นใดทที่ ่านคดิ วา่ ทำได้ดี หรือประสบความสำเร็จ
(เชน่ การเตรียมอปุ กรณ์หรอื วธิ ที ดลอง การแนะนำวิธีทดลองให้แก่เดก็ การอธิบายกระบวนการเรียนรตู้ ่าง ๆ
การทำให้เด็กเกิดความประทบั ใจในการทดลอง การดดั แปลงการทดลองให้เข้ากบั ชวี ิตประจำวัน)
การแนะนำวธิ ที ดลองใหแ้ กเ่ ดก็ การใหเ้ ด็กได้ลงมือทำการทดลองทกุ คน เมือ่ เด็กสามารถทำได้เดก็ จะ
รสู้ กึ ภมู ใิ จ เกิดความมนั่ ใจและกลา้ คดิ กลา้ ทำ
3. ในการใหเ้ ด็กทำการทดลองวิทยาศาสตร์ สว่ นใดท่ีท่านทำได้ไมด่ ี หรอื ไมป่ ระสบความสำเร็จ
-
4. ในการทดลองคร้ังต่อไป ทา่ นต้องการปรบั ปรงุ หรอื เปล่ียนแปลงสิง่ ใดบา้ งที่เกีย่ วขอ้ งกับการทดลอง
-
5. คำแนะนำเพ่อื ให้มกี ารปรบั ปรงุ ใหด้ ขี นึ้ (เช่น เรอื่ งท่วั ๆ ไป ขอ้ เสนอแนะสำหรบั ผนู้ ำเครือขา่ ยท้องถิ่น
หรอื ขอ้ เสนอแนะสำหรับโครงการ “บ้านนักวทิ ยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย”)
-
กจิ กรรมการทดลองเรือ่ ง “หนรู บั รู้ได้นะ ” 3
มาร้จู กั อปุ กรณ์กันกอ่ นคะ่ เลอื กขวดท่ีจะดมกล่ินเลยคะ
สิง่ ทีห่ นูสมั ผัสมีลกั ษณะพนื้ ผวิ สัมผส้ เป็นอย่างไรคะ
รสชาตอิ าหารท่หี นชู ิมเปน็ อย่างไรบ้างคะ หนา้ แสดงออกแบบนี้น้องมกุ รบั ร้รู สชาตอิ ะไรน๊า
4
รายงานการดำเนนิ งานการทดลองวิทยาศาสตร์
ชอื่ สถานศึกษา โรงเรยี นวดั มหรรณพาราม ในพระราชปู ถัมภฯ์ วนั ที่ 11 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2562
ขอ้ มูลทว่ั ไป
1. หวั ข้อเรอื่ งทที่ ำการทดลอง หมุดลอยน้ำ
2. เหตผุ ลที่เลอื กทำการทดลองในข้อ 1 (อาทิ เชน่ อากาศ)
- มีระบไุ ว้ในแผนการสอน ไม่ไดร้ ะบุ
- เป็นเหตุการณห์ รือข่าวท่เี กิดขึน้ ในชวี ิตประจำวนั (โปรดระบตุ วั อยา่ งเหตุการณ)์ เราหลายคนอาจ.
เคยเหน็ แมลงตัวเล็ก ๆ บางชนิดบนผวิ นำ้ ได้โดยไมจ่ ม เปน็ ตน้
- มีคำถามหรือแนวคิดจากเดก็ (โปรดระบุตวั อยา่ งคำถามหรือแนวคดิ เด็ก) ทำไมแมลงถึงไม่จมน้ำ .
มีสง่ิ ของอะไรบางทไี่ มจ่ มนำ้ เปน็ ตน้
- ในฐานะครูผู้สอนท่านได้ให้คำแนะนำแกเ่ ด็ก ๆ ใช่หรอื ไม่ ถา้ ใช่
• ทา่ นมีวธิ กี ารใดในการดึงใหเ้ ด็กหันมาสนใจการทดลองวิทยาศาสตร์/กิจกรรมพิเศษนน้ั
สาธติ การลอยของสง่ิ ของตา่ ง ๆ ร้องเพลงเกย่ี วกบั น้ำพร้อมเตน้ ประกอบเพลง
• ท่านมวี ธิ ีการใดทำให้การทดลองวิทยาศาสตร์/กจิ กรรมนน้ั ประสบความสำเร็จ
อธบิ ายและสาธติ วิธที ำในการทดลองแตล่ ะข้ันตอนใหเ้ ดก็ ๆ ไดด้ กู อ่ นปฏิบตั ิจริงด้วยตนเอง
และคอยให้คำแนะนำกบั เดก็ ๆ
- อื่น ๆ −
3. ท่านได้เคยสอนหรอื อธบิ ายความสำคญั ของปรากฏการณต์ ่าง ๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในชีวติ ประจำวันแก่เดก็ บา้ ง
หรือไม่ และท่านไดย้ กตวั อย่างปรากฏการณใ์ ด เราเคยเหน็ แมลงลอยบนผวิ น้ำได้ เพราะบนตวั ของ .
แมลงจะมสี ารเคลือบผิวไวม้ นั จึงไมจ่ มน้ำ
4. ยกตัวอย่างพฤตกิ รรมตอบสนองของเด็กต่อการสอนของทา่ น เด็กสนใจการทดลอง และตื่นเต้นที่ครู
ทดลองใหด้ ู และสนุกกบั ลงมอื ปฏบิ ัติด้วยตนเอง
5. หลังจากทำการทดลองวทิ ยาศาสตร์แลว้ เด็กมคี ำถามเกีย่ วกบั กจิ กรรม หรอื เนือ้ หาทีไ่ ดเ้ รยี นรู้หรอื ไม่
โปรดเตมิ √ (เช่น ถามคำถาม วาดรปู การนำเสนอผลการทดลอง เปน็ ตน้ )
มี ไมม่ ี
5
6. เด็กได้มโี อกาสทำการทดลองดว้ ยตนเองคนเดยี วอีกคร้งั หรือไม่ โปรดเติม √
มี ไม่มี
7. ในความคิดของทา่ น เดก็ ได้เรยี นรู้อะไรบ้างจากการทดลอง รูว้ ่าของมนี ้ำหนักมากจะจมนำ้ สว่ นสิ่งของทีม่ ี
น้ำหนกั เบาลอยนำ้
8. เด็กไดม้ ีการสะท้อนส่ิงทเ่ี ขาไดเ้ รียนรูจ้ ากการทดลองหรือไม่
(ประเมนิ จากเดก็ คนเดียว สองคน หรอื เปน็ กล่มุ )
มี ไม่มี
ท่านมีวิธกี ารหรือกระบวนการอยา่ งไรทีท่ ราบวา่ เด็กสะทอ้ นสงิ่ ท่ไี ด้เรียนรู้ สงั เกตจากการทดลองปฏิบตั ิ
และพูดคุยกบั เดก็ ๆ ถึงกิจกรรมทีไ่ ด้ทดลองและให้เด็กนำเสนอการวาดภาพกิจกรรมใหเ้ พือ่ น ๆ และ .
คณุ ครู
ความคิดเห็นของครูเก่ยี วกับการทดลองวิทยาศาสตร์
1. ท่านมีความเข้าใจในหลักการวทิ ยาศาสตรข์ องการทดลองที่ใชใ้ นการเรียนการสอนหรือไม่
เข้าใจท้งั หมด เข้าใจบางส่วน ไมเ่ ขา้ ใจ
2. ในการให้เดก็ ทำการทดลองวิทยาศาสตร์ สว่ นใดทท่ี า่ นคิดวา่ ทำไดด้ ี หรอื ประสบความสำเรจ็
(เช่น การเตรียมอปุ กรณ์หรือวิธีทดลอง การแนะนำวธิ ที ดลองให้แกเ่ ดก็ การอธบิ ายกระบวนการเรยี นร้ตู ่าง ๆ
การทำให้เด็กเกดิ ความประทับใจในการทดลอง การดัดแปลงการทดลองใหเ้ ขา้ กับชวี ิตประจำวนั )
การแนะนำวิธีทดลองให้แก่เดก็ การทำให้เด็กเกดิ ความสนใจในกิจกรรมและทดลองด้วยตนเอง
3. ในการให้เดก็ ทำการทดลองวทิ ยาศาสตร์ ส่วนใดทท่ี า่ นทำได้ไม่ดี หรอื ไม่ประสบความสำเร็จ
เด็กบางคนยงั ไม่สามารถทำให้หมุดและคลปิ ลอยน้ำได้
4. ในการทดลองครัง้ ต่อไป ทา่ นตอ้ งการปรบั ปรงุ หรอื เปลย่ี นแปลงสิง่ ใดบา้ งทเี่ กี่ยวข้องกับการทดลอง
อุปกรณ์ในการทดลองมีความแหลมคมก่อให้เกดิ อนั ตรายได้ ควรกำนดข้อตกลงกอ่ น ให้เด็กลงมือทำ
การทดลองและแนะนำให้เดก็ ระมดั ระวงั และเพื่อเดก็ จะไม่เกดิ อันตราย ควรแบง่ ออกให้เป็นหลายกลุ่มและ
ผลดั กันทำการทดลอง
5. คำแนะนำเพื่อให้มกี ารปรับปรุงใหด้ ขี นึ้ (เชน่ เร่ืองท่วั ๆ ไป ข้อเสนอแนะสำหรับผนู้ ำเครอื ข่ายท้องถิ่น
หรือขอ้ เสนอแนะสำหรบั โครงการ “บา้ นนกั วิทยาศาสตร์นอ้ ย ประเทศไทย”)
−
6
กจิ กรรมการทดลองเรอ่ื ง “หมดุ ลอยนำ้ ”
อุปกรณเ์ ตรียมพร้อม ได้เวลาทำการทดลองกันแล้ว
อุปกรณ์ในการทดลองคะ่ เอ๊ะ! ทำไมจงึ จมนะ
วางคลปิ คอ่ ยๆ นะ เราตอ้ งใจเยน็ ๆ
7
รายงานการดำเนินงานการทดลองวทิ ยาศาสตร์
ช่ือสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั มหรรณพาราม ในพระราชูปถมั ภ์ฯ วันท่ี 13 เดือน มิถนุ ายน พ.ศ. 2562
ข้อมลู ทวั่ ไป
1. หวั ขอ้ เร่ืองท่ีทำการทดลอง สเี ต้นระบำ
2. เหตุผลท่ีเลือกทำการทดลองในข้อ 1 (อาทิ เช่น อากาศ)
- มีระบไุ วใ้ นแผนการสอน หนว่ ยอาหารดีมีประโยชน์
- เป็นเหตกุ ารณ์หรอื ข่าวทเี่ กดิ ขึน้ ในชีวติ ประจำวนั (โปรดระบุตัวอย่างเหตุการณ์) จากการที่เดก็ ๆเห็น
ขนมสีต่างๆจึงสนใจในเร่อื งของสีท่ีอยใู่ นอาหาร
- มีคำถามหรอื แนวคิดจากเดก็ (โปรดระบตุ ัวอยา่ งคำถามหรือแนวคดิ เดก็ ) ทำไมขนมจงึ มีสี สสี ามารถ
ผสมในอาหารได้ทุกอยา่ งไหม เป็นต้น .
- ในฐานะครูผู้สอนท่านไดใ้ ห้คำแนะนำแกเ่ ด็ก ๆ ใช่หรอื ไม่ ถา้ ใช่
• ท่านมีวิธีการใดในการดึงใหเ้ ด็กหนั มาสนใจการทดลองวทิ ยาศาสตร/์ กจิ กรรมพิเศษนัน้
สาธติ การวิธีการทดลองเรอื่ ง สีเตน้ ระบำให้เด็กดู และใหเ้ ด็กทดลองเอง .
• ท่านมีวิธกี ารใดทำให้การทดลองวิทยาศาสตร/์ กิจกรรมนั้นประสบความสำเร็จ
อธบิ ายและสาธติ วิธีทำในการทดลองแต่ละขัน้ ตอนให้เด็ก ๆ ไดด้ ูกอ่ นปฏิบัติจรงิ ด้วยตนเอง
และคอยให้คำแนะนำกับเด็ก ๆ
- อื่น ๆ −
3. ท่านไดเ้ คยสอนหรืออธบิ ายความสำคัญของปรากฏการณต์ ่าง ๆ ทีเ่ กิดขนึ้ ในชีวิตประจำวันแก่เด็กบา้ ง
หรือไม่ และทา่ นไดย้ กตวั อยา่ งปรากฏการณ์ใด สีผสมอาหารทำให้เราเหน็ สีสนั สวยงาม นมมีโปรตีนและ
ไขมนั เมอื่ เราหยดยาล้างจานลงไปในจานนมท่ีหยดสไี ว้ นำ้ ยาล้างจานจะทำปฏิกิริยากับนม ทำให้โปรตีน
และไขมนั ทอี่ ยู่ในนมแตกกระจาย จึงทำใหเ้ ราเหน็ สีทหี่ ยดลงไปในน้ำนมโคง้ บิดเบย้ี ว คลา้ ยการเตน้ ระบำ
นนั่ เอง
4. ยกตวั อยา่ งพฤตกิ รรมตอบสนองของเดก็ ตอ่ การสอนของท่าน เดก็ ๆ สนใจในการทดลองด้วยความ .
ตน่ื เต้น และลงมือปฏิบตั ดิ ้วยตนเอง
5. หลงั จากทำการทดลองวิทยาศาสตรแ์ ล้วเด็กมคี ำถามเกีย่ วกบั กจิ กรรม หรอื เนื้อหาทีไ่ ดเ้ รียนรู้หรอื ไม่
โปรดเตมิ √ (เชน่ ถามคำถาม วาดรูป การนำเสนอผลการทดลอง เปน็ ตน้ )
มี ไม่มี
8
6. เด็กไดม้ โี อกาสทำการทดลองด้วยตนเองคนเดียวอกี ครง้ั หรือไม่ โปรดเตมิ √
มี ไม่มี
7. ในความคดิ ของทา่ น เด็กไดเ้ รียนรอู้ ะไรบ้างจากการทดลอง นำ้ ยาลา้ งจานสาสมารถกำจัดไขมนั ได้
เราจึงนำนำ้ ยาล้างจานมาไว้ล้างภาชนะ
8. เดก็ ได้มีการสะทอ้ นสิ่งที่เขาได้เรยี นรู้จากการทดลองหรือไม่
(ประเมนิ จากเดก็ คนเดียว สองคน หรอื เปน็ กลมุ่ )
มี ไม่มี
ท่านมีวิธกี ารหรอื กระบวนการอย่างไรที่ทราบวา่ เด็กสะทอ้ นส่ิงท่ไี ด้เรียนรู้ สังเกตจากการทดลองปฏิบัติ
และพดู คยุ กบั เดก็ ๆ ถึงกิจกรรมท่ไี ด้ทดลอง
ความคดิ เหน็ ของครูเกี่ยวกับการทดลองวทิ ยาศาสตร์
1. ท่านมีความเข้าใจในหลกั การวิทยาศาสตรข์ องการทดลองที่ใช้ในการเรียนการสอนหรือไม่
เขา้ ใจทงั้ หมด เข้าใจบางส่วน ไม่เขา้ ใจ
2. ในการใหเ้ ดก็ ทำการทดลองวิทยาศาสตร์ สว่ นใดทีท่ ่านคิดวา่ ทำไดด้ ี หรอื ประสบความสำเร็จ
(เช่น การเตรียมอุปกรณห์ รือวิธที ดลอง การแนะนำวธิ ีทดลองให้แก่เด็ก การอธิบายกระบวนการเรยี นรตู้ า่ ง ๆ
การทำให้เด็กเกดิ ความประทบั ใจในการทดลอง การดัดแปลงการทดลองให้เข้ากับชวี ติ ประจำวัน)
การแนะนำวิธที ดลองให้แกเ่ ด็ก การทำให้เด็กเกดิ ความสนใจในกจิ กรรมและทดลองด้วยตนเอง
3. ในการให้เดก็ ทำการทดลองวทิ ยาศาสตร์ ส่วนใดที่ท่านทำไดไ้ มด่ ี หรอื ไมป่ ระสบความสำเรจ็
−
4. ในการทดลองครง้ั ตอ่ ไป ทา่ นต้องการปรบั ปรุงหรือเปล่ียนแปลงส่งิ ใดบ้างท่เี ก่ียวขอ้ งกบั การทดลอง
−
5. คำแนะนำเพอื่ ให้มกี ารปรับปรุงใหด้ ีขน้ึ (เชน่ เร่ืองท่ัวๆ ไป ขอ้ เสนอแนะสำหรบั ผู้นำเครอื ขา่ ยท้องถ่ิน
หรือข้อเสนอแนะสำหรบั โครงการ “บ้านนักวทิ ยาศาสตรน์ อ้ ย ประเทศไทย”)
−
9
กจิ กรรมการทดลองเร่อื ง “สเี ตน้ ระบำ”
อุปกรณ์พร้อมแล้วก็ทำการทดลองกันเลยค่ะ
10
รายงานการดำเนนิ งานการทดลองวิทยาศาสตร์
ชอื่ สถานศกึ ษา โรงเรียนวดั มหรรณพาราม ในพระราชปู ถัมภ์ฯ วันท่ี 31 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2562
ข้อมลู ทว่ั ไป
1. หัวขอ้ เรือ่ งท่ีทำการทดลอง สนุกกบั ไฟฟา้ สถิตย์
2. เหตุผลที่เลือกทำการทดลองในขอ้ 1 (อาทิ เช่น อากาศ)
- มีระบไุ ว้ในแผนการสอน หน่วยบ้าน
เป็นเหตุการณ์หรือข่าวทเี่ กดิ ขึน้ ในชีวิตประจำวนั (โปรดระบตุ วั อยา่ งเหตุการณ)์ เราเคยเดนิ ชนคนในขณะท่ี
อากาศแห้งๆ ตัวเราจะช็อตกนั จนรสู้ ึกเจบ็ แปล๊บๆ เหมือนไฟซอ็ ต
- มีคำถามหรอื แนวคิดจากเด็ก (โปรดระบตุ ัวอยา่ งคำถามหรอื แนวคิดเดก็ ) ทำไมเราเจ็บเวลาแขนโดนกบั
เพอื่ นบางคนแต่เจ็บนดิ เดยี วเป็นตน้ .
- ในฐานะครูผูส้ อนทา่ นได้ให้คำแนะนำแก่เดก็ ๆ ใช่หรอื ไม่ ถา้ ใช่
• ท่านมีวิธกี ารใดในการดงึ ให้เดก็ หันมาสนใจการทดลองวทิ ยาศาสตร/์ กจิ กรรมพิเศษนัน้
สาธิตให้เดก็ ดูเพื่อดึงดูดความสนใจของเดก็ .
• ทา่ นมีวิธีการใดทำใหก้ ารทดลองวิทยาศาสตร์/กจิ กรรมน้ันประสบความสำเร็จ
อธิบายและสาธติ วธิ ีทำในการทดลองแตล่ ะขั้นตอนใหเ้ ด็ก ๆ ได้ดกู อ่ นปฏบิ ตั ิจรงิ ดว้ ยตนเอง
และคอยให้คำแนะนำกบั เดก็ ๆ
- อื่น ๆ −
3. ทา่ นไดเ้ คยสอนหรืออธิบายความสำคัญของปรากฏการณต์ ่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวติ ประจำวนั แก่เดก็ บา้ ง
หรอื ไม่ และท่านไดย้ กตวั อย่างปรากฏการณใ์ ด - .
4. ยกตัวอย่างพฤตกิ รรมตอบสนองของเด็กตอ่ การสอนของทา่ น เด็กๆ สนใจดกู ารทดลองด้วยความ
ต่นื เตน้ และใหค้ วามร่วมมอื ในการเรยี น อกี ทง้ั แสดงพฤตกิ รรมท่ีดี อยากทำการทดลองดว้ ยตนเอง
5. หลังจากทำการทดลองวิทยาศาสตรแ์ ลว้ เด็กมีคำถามเกย่ี วกบั กิจกรรม หรอื เนอ้ื หาท่ีได้เรยี นรหู้ รอื ไม่
โปรดเตมิ √ (เช่น ถามคำถาม วาดรปู การนำเสนอผลการทดลอง เป็นตน้ )
มี ไม่มี
11
6. เดก็ ไดม้ ีโอกาสทำการทดลองด้วยตนเองคนเดียวอกี คร้ังหรือไม่ โปรดเตมิ √
มี ไม่มี
7. ในความคิดของท่าน เดก็ ได้เรียนรูอ้ ะไรบ้างจากการทดลอง มีพลงั งานไฟฟา้ เกดิ ข้ึนได้จากการเสยี ดสี
8. เด็กไดม้ ีการสะทอ้ นสิง่ ที่เขาไดเ้ รยี นรจู้ ากการทดลองหรอื ไม่ ไม่มี
(ประเมนิ จากเดก็ คนเดียว สองคน หรือเป็นกลุม่ )
มี
ทา่ นมีวธิ กี ารหรือกระบวนการอย่างไรท่ีทราบว่าเด็กสะทอ้ นส่ิงท่ไี ด้เรียนรู้ การตั้งคำถามและใช้คำถามเพื่อ
กระตุน้ ความคดิ ของเดก็ ให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระเกี่ยวกับเรอ่ื งท่ีทดลองและให้เด็กไดเ้ ล่า
เร่อื งราวเก่ยี วกบั สง่ิ ทีต่ นเองคิด
ความคดิ เห็นของครเู กี่ยวกบั การทดลองวทิ ยาศาสตร์
1. ทา่ นมคี วามเข้าใจในหลักการวทิ ยาศาสตร์ของการทดลองทใี่ ชใ้ นการเรยี นการสอนหรือไม่
เข้าใจทงั้ หมด เขา้ ใจบางส่วน ไม่เข้าใจ
2. ในการใหเ้ ดก็ ทำการทดลองวทิ ยาศาสตร์ ส่วนใดทท่ี า่ นคิดว่าทำได้ดี หรือประสบความสำเรจ็
(เชน่ การเตรยี มอปุ กรณห์ รือวิธีทดลอง การแนะนำวธิ ีทดลองให้แกเ่ ด็ก การอธบิ ายกระบวนการเรียนรตู้ ่าง ๆ
การทำให้เดก็ เกดิ ความประทับใจในการทดลอง การดัดแปลงการทดลองให้เข้ากับชวี ติ ประจำวัน)
เด็กไดล้ งมือทำการทดลองทุกคน เม่อื เดก็ สามารถทำไดเ้ ดก็ จะรูส้ ึกภมู ใิ จ เกิดความม่ันใจและกลา้ คิด
กลา้ ทำ และอปุ กรณใ์ นการทดลองท่ไี มไ่ ดย้ ากลำบากในการจดั หาทำให้เพยี งพอตอ่ ความต้องการและทว่ั ถึง
เดก็ ทุกคน
3. ในการใหเ้ ดก็ ทำการทดลองวทิ ยาศาสตร์ สว่ นใดทท่ี ่านทำไดไ้ ม่ดี หรือไมป่ ระสบความสำเร็จ
−
4. ในการทดลองคร้ังต่อไป ท่านตอ้ งการปรบั ปรงุ หรอื เปลีย่ นแปลงสงิ่ ใดบา้ งที่เกีย่ วขอ้ งกบั การทดลอง
−
5. คำแนะนำเพอ่ื ให้มกี ารปรับปรุงใหด้ ีข้นึ (เชน่ เร่อื งทว่ั ๆ ไป ขอ้ เสนอแนะสำหรบั ผนู้ ำเครือข่ายท้องถ่ิน
หรือข้อเสนอแนะสำหรับโครงการ “บ้านนกั วทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย”)
การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนย่ิงเปน็ ส่ิงที่ใกลต้ ัวและอยใู่ นประสบการณ์เดิมของเด็กจะเกิดความ
เขา้ ใจไดง้ า่ ยอีกท้งั ขน้ั ตอนการทดลองที่ไม่ซับซ้อนทำไดด้ ว้ ยตัวเดก็ เองจะทำให้เกดิ ความสนกุ และม่ันใจมาก
ข้นึ ในการฝึกค้นหาคำตอบดว้ ยตนเองในเรื่องอน่ื ๆ ตอ่ ไป
12
กจิ กรรมการทดลองเร่อื ง “สนกุ กับไฟฟ้าสถติ ย”์
13
รายงานการดำเนนิ งานการทดลองวทิ ยาศาสตร์
ชอื่ สถานศกึ ษา โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชปู ถมั ภ์ฯ วนั ที่ 20 เดือน สงิ หาคม พ.ศ. 2562
ข้อมลู ทั่วไป
1. หัวข้อเรอื่ งท่ที ำการทดลอง สว่ นประกอบของดอกไม้
2. เหตผุ ลท่ีเลอื กทำการทดลองในขอ้ 1 (อาทิ เช่น อากาศ)
- มรี ะบไุ วใ้ นแผนการสอน หน่วยดอกไม้แสนสวย
- เป็นเหตกุ ารณห์ รือข่าวท่เี กดิ ขึน้ ในชวี ติ ประจำวัน (โปรดระบุตัวอย่างเหตกุ ารณ์) สนทนาซักถามถงึ
ดอกไม้ทพ่ี บเห็นในบรเิ วณรอบรวั้ ของโรงเรียน
- มคี ำถามหรอื แนวคดิ จากเด็ก (โปรดระบุตวั อย่างคำถามหรอื แนวคิดเดก็ ) ทำไมผึง้ ชอบกนิ น้ำหวาน
จากดอกไม้ ในดอกไม้มอี ะไรอย่ขู า้ งในบ้าง
- ในฐานะครูผู้สอนท่านได้ให้คำแนะนำแกเ่ ด็ก ๆ ใช่หรือไม่ ถา้ ใช่
• ทา่ นมีวธิ กี ารใดในการดงึ ให้เดก็ หันมาสนใจการทดลองวิทยาศาสตร์/กิจกรรมพิเศษน้นั
นำดอกไม้ทเ่ี ดก็ เห็นผึง้ เกาะอยู่บ่อยๆ ใหเ้ ดก็ ดูกอ่ น แล้วสนทนาให้เดก็ ๆ เกิดความสนใจ
ในการทดลองแยกส่วนประกอบของดอกไม้
• ท่านมีวิธีการใดทำใหก้ ารทดลองวทิ ยาศาสตร์/กจิ กรรมน้นั ประสบความสำเร็จ
ศกึ ษาขอ้ มูลเกย่ี วกบั ลักษณะของดอกไมช้ นดิ ตา่ งๆอย่างละเอยี ด อธิบายและสาธิตวิธีการ
ต่างๆ ในการทดลองแต่ละขนั้ ตอนใหเ้ ดก็ ๆ เขา้ ใจและคอยให้คำแนะนำกบั เดก็ ๆ
3. อื่น ๆ −
4. ท่านได้เคยสอนหรืออธิบายความสำคัญของปรากฏการณต์ า่ ง ๆ ทเ่ี กิดข้ึนในชวี ิตประจำวนั แกเ่ ดก็ บ้าง
หรือไม่ และทา่ นได้ยกตัวอย่างปรากฏการณใ์ ด ต้นไม้ทีอ่ อกดอกคอื ต้นไมท้ ีโ่ ตเต็มท่ี มกั มีแมลง เช่นผึ้งมา
หาน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ การหาน้ำหวานของผงึ้ เป็นการผสมเกสรใหต้ น้ ไม้ ดอกไมเ้ จรญิ เตบิ โตเมอ่ื ได้
ผสมเกสรตวั ผแู้ ละเกสรตัวเมยี ก็จะมีผล เปน็ ต้น
5. ยกตัวอยา่ งพฤติกรรมตอบสนองของเดก็ ต่อการสอนของทา่ น เดก็ ๆ สนุกสนานกับการจับคูสงั เกต
สว่ นประกอบของดอกไม้ และสามารถนำเสนอสว่ นประกอบดอกไมท้ ีต่ น้ เองสังเกตได้
6. หลงั จากทำการทดลองวทิ ยาศาสตรแ์ ล้วเด็กมคี ำถามเก่ียวกบั กจิ กรรม หรือเนอ้ื หาท่ีได้เรยี นรู้หรอื ไม่
โปรดเตมิ √ (เช่น ถามคำถาม วาดรูป การนำเสนอผลการทดลอง เปน็ ตน้ )
มี ไมม่ ี
14
7. เดก็ ได้มโี อกาสทำการทดลองดว้ ยตนเองคนเดยี วอกี ครงั้ หรอื ไม่ โปรดเติม √
มี ไม่มี
8. ในความคดิ ของทา่ น เดก็ ได้เรยี นร้อู ะไรบา้ งจากการทดลอง ดอกไม้แตละชนิดมสี ว่ นประกอบทไี่ ม่
เหมือนกัน แต่จะคลา้ ยๆกัน ผึง้ ไมไ่ ด้มากินน้ำหวานเกสรดอกไม้เพยี งอยา่ งเดยี วแต่มาช่วยผสมเกสรของ
ดอกไม้อกี ด้วย
9. เด็กไดม้ ีการสะท้อนสงิ่ ทีเ่ ขาได้เรียนรู้จากการทดลองหรือไม่
(ประเมนิ จากเด็กคนเดียว สองคน หรอื เป็นกลมุ่ )
มี ไม่มี
ทา่ นมีวิธีการหรือกระบวนการอย่างไรทีท่ ราบว่าเด็กสะท้อนสงิ่ ทีไ่ ดเ้ รียนรู้ สังเกตจากการทดลองปฏิบัติ
และพูดคยุ กบั เดก็ ๆ ถึงกจิ กรรมที่ไดท้ ดลองและใหเ้ ด็กๆ ได้แสดงความคดิ เห็นรว่ มกนั
ความคดิ เห็นของครเู กยี่ วกับการทดลองวทิ ยาศาสตร์
1. ทา่ นมีความเขา้ ใจในหลกั การวิทยาศาสตรข์ องการทดลองทีใ่ ชใ้ นการเรยี นการสอนหรอื ไม่
เข้าใจทง้ั หมด เข้าใจบางส่วน ไมเ่ ข้าใจ
2. ในการให้เด็กทำการทดลองวิทยาศาสตร์ ส่วนใดที่ท่านคดิ วา่ ทำได้ดี หรือประสบความสำเรจ็
(เช่น การเตรยี มอปุ กรณห์ รอื วธิ ที ดลอง การแนะนำวธิ ที ดลองใหแ้ ก่เด็ก การอธิบายกระบวนการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
การทำให้เดก็ เกิดความประทับใจในการทดลอง การดัดแปลงการทดลองให้เขา้ กับชวี ติ ประจำวัน)
การเตรยี มสถานทก่ี ารทดลอง โดยได้ทดลองบริเวณสนามกลางแจง้ ท่มี ีพนื้ ทก่ี ว้าง ทำใหเ้ ด็กเกิดความ
สนกุ สนานกบั การทดลอง
3. ในการให้เด็กทำการทดลองวทิ ยาศาสตร์ ส่วนใดทที่ า่ นทำไดไ้ ม่ดี หรอื ไมป่ ระสบความสำเรจ็
-
4. ในการทดลองคร้ังต่อไป ทา่ นต้องการปรับปรงุ หรือเปลี่ยนแปลงสง่ิ ใดบา้ งที่เกย่ี วขอ้ งกับการทดลอง
ดอกไมบ้ างชนิดมีความบอบบางทำให้เกิดปญั หาเวลาเด็กจะฉกี ดอกไม้เพ่ือนำมาสงั เกต สว่ นประกอบ
บางส่วนขาดหายไปเลยทำใหพ้ บดอกท่ไี ม่สมบูรณ์
5. คำแนะนำเพอ่ื ให้มกี ารปรบั ปรงุ ใหด้ ขี ้นึ (เชน่ เร่ืองท่วั ๆ ไป ข้อเสนอแนะสำหรับผู้นำเครือขา่ ยท้องถ่ิน
หรอื ขอ้ เสนอแนะสำหรับโครงการ “บา้ นนกั วทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย”)
-
15
กิจกรรมการทดลองเร่อื ง “สว่ นประกอบของดอกไม้”
เดก็ ๆ ตง้ั ใจฟังคุณครจู ิมท่สี อนวทิ ยาศาสตรพ์ ี่ประถมดว้ ยนะคะ
ส่วนประกอบดอกไม้ของเรา 2 กลุ่มแตกต่างกันครับ ของหนูมีส่วนประกอบดอกสมบรู ณ์คะ่
ส่วนประกอบของดอกไม้
16
รายงานการดำเนนิ งานการทดลองวิทยาศาสตร์
ชอ่ื สถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั มหรรณพาราม ในพระราชปู ถัมภ์ฯ วันที่ 26 เดือน สงิ หาคม พ.ศ. 2562
ขอ้ มูลท่ัวไป
1. หวั ขอ้ เรือ่ งท่ีทำการทดลอง แสงและเงา
2. เหตผุ ลที่เลือกทำการทดลองในข้อ 1 (อาทิ เช่น อากาศ)
- มรี ะบุไว้ในแผนการสอน หน่วยกลางวันกลางคนื
- เปน็ เหตุการณห์ รอื ข่าวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวนั (โปรดระบุตวั อย่างเหตุการณ)์ เวลากลางวันสว่าง
กลางคืนมืด
- มีคำถามหรอื แนวคดิ จากเดก็ (โปรดระบุตวั อย่างคำถามหรือแนวคดิ เดก็ ) ทำไมเราจึงมีเงา
- ในฐานะครูผสู้ อนท่านไดใ้ ห้คำแนะนำแกเ่ ดก็ ๆ ใช่หรือไม่ ถา้ ใช่
• ท่านมวี ิธีการใดในการดงึ ใหเ้ ดก็ หนั มาสนใจการทดลองวิทยาศาสตร์/กจิ กรรมพเิ ศษนั้น
สาธติ การทดลองการเกดิ ขนึ้ กับเดก็ ๆ
• ท่านมีวิธกี ารใดทำให้การทดลองวิทยาศาสตร/์ กิจกรรมนั้นประสบความสำเร็จ
อธิบายและสาธิตวิธีทำในการทดลองแต่ละขั้นตอนใหเ้ ดก็ ๆ ไดด้ ูก่อนปฏบิ ัติจรงิ ด้วยตนเอง
และคอยให้คำแนะนำกับเดก็ ๆ
- อื่น ๆ −
3. ทา่ นได้เคยสอนหรืออธิบายความสำคัญของปรากฏการณ์ต่าง ๆ ท่ีเกดิ ขึ้นในชวี ติ ประจำวันแกเ่ ด็กบา้ ง
หรือไม่ และทา่ นไดย้ กตัวอยา่ งปรากฏการณใ์ ด -
4. ยกตวั อย่างพฤตกิ รรมตอบสนองของเดก็ ต่อการสอนของทา่ น เด็ก ๆ สนใจกิจกรรมและช่วยกนั ซักถาม
เกี่ยวกบั กจิ กรรม
5. หลังจากทำการทดลองวิทยาศาสตรแ์ ล้วเด็กมีคำถามเกย่ี วกบั กจิ กรรม หรือเน้ือหาทีไ่ ด้เรียนรหู้ รอื ไม่
โปรดเติม √ (เช่น ถามคำถาม วาดรปู การนำเสนอผลการทดลอง เปน็ ต้น)
มี ไม่มี
17
6. เดก็ ไดม้ โี อกาสทำการทดลองด้วยตนเองคนเดยี วอกี ครงั้ หรือไม่ โปรดเตมิ √
มี ไมม่ ี
7. ในความคดิ ของท่าน เด็กไดเ้ รียนรอู้ ะไรบา้ งจากการทดลอง รูเ้ รอื่ งการเกดิ เงา วา่ เงาเกิดจากการกระทบ
ของแสงทส่ี ่องตรงมายงั วัตถุ และสง่ิ ตา่ งๆ
8. เด็กได้มีการสะท้อนสิง่ ทเ่ี ขาได้เรยี นรู้จากการทดลองหรือไม่
(ประเมนิ จากเดก็ คนเดยี ว สองคน หรอื เป็นกลมุ่ )
มี ไม่มี
ทา่ นมวี ธิ ีการหรอื กระบวนการอย่างไรทที่ ราบว่าเด็กสะท้อนสิง่ ท่ีได้เรียนรู้ สงั เกตจากการทดลองปฏิบตั ิ
และพูดคยุ กบั เด็ก ๆ ถงึ กจิ กรรมท่ไี ด้ทดลองคิดสร้างเงาสตั ว์ต่างๆจากมอื หนา้ ชั้นเรยี น
ความคิดเห็นของครเู กีย่ วกบั การทดลองวิทยาศาสตร์
1. ทา่ นมีความเขา้ ใจในหลักการวทิ ยาศาสตรข์ องการทดลองทีใ่ ช้ในการเรียนการสอนหรอื ไม่
เขา้ ใจทง้ั หมด เขา้ ใจบางสว่ น ไม่เขา้ ใจ
2. ในการใหเ้ ดก็ ทำการทดลองวิทยาศาสตร์ ส่วนใดทที่ ่านคดิ ว่าทำไดด้ ี หรือประสบความสำเร็จ
(เชน่ การเตรยี มอปุ กรณห์ รอื วิธีทดลอง การแนะนำวิธีทดลองใหแ้ กเ่ ดก็ การอธบิ ายกระบวนการเรียนรตู้ ่าง ๆ
การทำใหเ้ ด็กเกิดความประทับใจในการทดลอง การดัดแปลงการทดลองใหเ้ ขา้ กับชวี ิตประจำวนั )
การแนะนำวธิ ีทดลองให้แก่เดก็ การทำให้เด็กเกิดความประทบั ใจในการทดลองกจิ กรรม การทำให้
เด็กภาคภมู ิใจทไี่ ดท้ ดลองทำดว้ ยตนเอง
3. ในการให้เดก็ ทำการทดลองวิทยาศาสตร์ สว่ นใดที่ท่านทำไดไ้ ม่ดี หรือไม่ประสบความสำเรจ็
−
4. ในการทดลองครง้ั ต่อไป ท่านต้องการปรับปรุงหรอื เปลีย่ นแปลงส่งิ ใดบา้ งทเี่ ก่ยี วข้องกับการทดลอง
−
5. คำแนะนำเพือ่ ใหม้ กี ารปรับปรุงใหด้ ีข้นึ (เชน่ เรื่องทว่ั ๆ ไป ข้อเสนอแนะสำหรบั ผนู้ ำเครอื ขา่ ยทอ้ งถ่ิน
หรือข้อเสนอแนะสำหรับโครงการ “บา้ นนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย”)
−
18
กจิ กรรมการทดลองเรอ่ื ง “แสงและเงา”
ครแู นะนำขัน้ ตอนการทดลองเร่ืองเงา
เด็กสงั เกตการเกิดเงาจากการสาธิตของครู
เด็กทดลองทดลองคิดสรา้ งเงาสตั ว์ตา่ งๆจากมอื หนา้ ช้นั เรียน
19
รายงานการดำเนินงานการทดลองวทิ ยาศาสตร์
ชื่อสถานศกึ ษา โรงเรียนวดั มหรรณพาราม ในพระราชูปถมั ภ์ฯ วันที่ 17 เดือน กันยายน พ.ศ. 2562
ข้อมูลท่วั ไป
1. หวั ขอ้ เรอ่ื งทท่ี ำการทดลอง “ทายซฉิ ันหนกั เท่าไหร”่
2. เหตผุ ลท่ีเลอื กทำการทดลองในขอ้ 1 (อาทิ เช่น อากาศ)
- มรี ะบุไว้ในแผนการสอน คณิตศาสตรน์ า่ รู้
- เปน็ เหตุการณห์ รอื ข่าวที่เกิดขนึ้ ในชวี ติ ประจำวนั (โปรดระบตุ ัวอย่างเหตกุ ารณ์) จากการสนทนาเรอื่ ง
การชงั่ นำ้ หนักและวดั ส่วนสูง .
- มคี ำถามหรือแนวคดิ จากเด็ก หนอู ยากร้จู งั วา่ ท่ีชั่งผักในตลาดกบั ทีช่ ่งั น้ำหนัก ใช้ช่งั ของแบบ
เดียวกันไดไ้ หมคะ
- ในฐานะครูผูส้ อนทา่ นได้ให้คำแนะนำแกเ่ ด็ก ๆ ใช่หรือไม่ ถ้าใช่
• ท่านมวี ิธกี ารใดในการดงึ ให้เดก็ หันมาสนใจการทดลองวทิ ยาศาสตร์/กิจกรรมพเิ ศษนนั้
การถามคำถามเพอ่ื ทบทวนประสบการณ์เดิมของเดก็
• ท่านมวี ธิ ีการใดทำให้การทดลองวทิ ยาศาสตร/์ กจิ กรรมนัน้ ประสบความสำเร็จ
อธิบายและสาธติ วิธที ำในการทดลอง รวมถงึ การเตรียมอปุ กรณ์ใหเ้ ด็กทกุ คนได้ทดลอง
- อื่น ๆ −
3. ท่านไดเ้ คยสอนหรอื อธบิ ายความสำคญั ของปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทเี่ กดิ ข้ึนในชีวติ ประจำวนั แก่เดก็ บา้ ง
หรือไม่ และทา่ นไดย้ กตัวอย่างปรากฏการณใ์ ด -.
4. ยกตัวอย่างพฤติกรรมตอบสนองของเดก็ ตอ่ การสอนของทา่ น เดก็ ๆ สนใจดูรว่ มกจิ กรรมชั่งน้ำหนักส่ิง
ต่างๆ สามารถบอกชื่อเรยี กตาชัง่ และบอกถึงวธิ ใี ชง้ านของตชัง่ ประเภทต่างๆ และบอกนำ้ หนักจากการอา่ น
ตัวเลขในหน้าปัดของตาช่างได้
5. หลังจากทำการทดลองวทิ ยาศาสตรแ์ ล้วเด็กมีคำถามเก่ียวกับกิจกรรม หรือเนือ้ หาทไ่ี ดเ้ รียนรหู้ รอื ไม่
โปรดเติม √ (เชน่ ถามคำถาม วาดรูป การนำเสนอผลการทดลอง เปน็ ต้น)
มี ไมม่ ี
20
6. เดก็ ไดม้ ีโอกาสทำการทดลองดว้ ยตนเองคนเดียวอกี ครั้งหรอื ไม่ โปรดเตมิ √
มี ไมม่ ี
7. ในความคิดของท่าน เด็กไดเ้ รยี นร้อู ะไรบ้างจากการทดลอง ตาชงั่ มไี วส้ ำหรบั ชง่ั น้ำหนัก มที ง้ั แบบที่เปน็ ไม่
เป็นมาตรฐาน ไมม่ ตี วั เลขบอกนำ้ หนักเวลาช่ัง และแบบมีมาตรฐานมีตัวเลขระบใุ นหนา้ ปดั
8. เดก็ ไดม้ ีการสะท้อนสิง่ ทเี่ ขาได้เรยี นรู้จากการทดลองหรือไม่ ไม่มี
(ประเมนิ จากเดก็ คนเดยี ว สองคน หรอื เปน็ กลมุ่ )
มี
ท่านมีวธิ กี ารหรือกระบวนการอย่างไรทที่ ราบวา่ เด็กสะทอ้ นสงิ่ ทไี่ ดเ้ รยี นรู้ การแสดงความคิดเห็นของเดก็ ๆ
เกย่ี วกบั การทดลอง โดยการบอกเลา่ ส่ิงท่เี ดก็ คิดและลงความเหน็ ในการชง่ั นำ้ หนกั สิง่ ของตา่ งๆ ท่ีตนเอง
สนใจและอยากรูน้ ำ้ หนกั มีการเปรียบเทียบน้ำหนัก และคาดคะเนนำ้ หนกั กอ่ นช่ัง
ความคิดเหน็ ของครูเก่ียวกบั การทดลองวทิ ยาศาสตร์
1. ทา่ นมคี วามเขา้ ใจในหลกั การวทิ ยาศาสตรข์ องการทดลองท่ใี ช้ในการเรยี นการสอนหรอื ไม่
เข้าใจท้ังหมด เข้าใจบางส่วน ไมเ่ ขา้ ใจ
2. ในการใหเ้ ดก็ ทำการทดลองวทิ ยาศาสตร์ ส่วนใดที่ท่านคดิ วา่ ทำไดด้ ี หรือประสบความสำเรจ็
(เช่น การเตรียมอปุ กรณ์หรอื วธิ ที ดลอง การแนะนำวธิ ีทดลองให้แกเ่ ด็ก การอธบิ ายกระบวนการเรยี นรตู้ ่าง ๆ
การทำใหเ้ ดก็ เกิดความประทับใจในการทดลอง การดดั แปลงการทดลองให้เข้ากับชวี ติ ประจำวนั )
การแนะนำวธิ ีทดลองใหแ้ ก่เดก็ การทำให้เด็กเกิดความประทบั ใจในการทดลองกิจกรรม การทำให้
เดก็ ภาคภมู ใิ จทไ่ี ด้ทดลองทำด้วยตนเอง
3. ในการให้เด็กทำการทดลองวทิ ยาศาสตร์ สว่ นใดทท่ี า่ นทำได้ไม่ดี หรือไมป่ ระสบความสำเรจ็
−
4. ในการทดลองครงั้ ต่อไป ท่านตอ้ งการปรับปรุงหรอื เปล่ยี นแปลงสิง่ ใดบ้างท่เี ก่ยี วข้องกับการทดลอง
−
5. คำแนะนำเพือ่ ใหม้ ีการปรบั ปรงุ ใหด้ ขี น้ึ (เช่น เร่ืองทั่วๆ ไป ข้อเสนอแนะสำหรับผ้นู ำเครอื ขา่ ยท้องถิ่น
หรอื ข้อเสนอแนะสำหรบั โครงการ “บา้ นนักวทิ ยาศาสตร์นอ้ ย ประเทศไทย”)
−
21
กจิ กรรมการทดลองเร่อื ง “ทายซฉิ ันหนกั เทา่ ไหร่””
มารูจ้ กั ตาช่งั ประเภทตา่ งๆกนั ค่ะ เดก็ ๆบอกครูซิคะวเ้ หน็ อะไรที่หนา้ ปัดตาชา่ งบา้ ง
นค่ี ือเคร่อื งช่งั สองแขนคะ่ สิง่ ของที่น้องเพชรกบั น้อแทนไทวางของใครหนกั ว่าคะ
นค่ี ือเครอ่ื งชั่งท่มี ีค่าการวัดท่ีแมน่ ยำคะ่ มาทดลองช่งั ของกันค่ะ
22
รายงานการดำเนินงานการทดลองวทิ ยาศาสตร์
ชือ่ สถานศึกษา โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถมั ภฯ์ วนั ท่ี 8 เดอื น พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2562
ข้อมลู ทัว่ ไป
1. หวั ข้อเร่ืองที่ทำการทดลอง ไหลแรงหรอื ค่อย
2. เหตุผลที่เลอื กทำการทดลองในขอ้ 1 (อาทิ เชน่ อากาศ)
- มีระบุไว้ในแผนการสอน -
- เปน็ เหตกุ ารณ์หรือข่าวทเ่ี กิดขึ้นในชีวติ ประจำวัน (โปรดระบุตวั อยา่ งเหตกุ ารณ์) เดก็ เล่าวา่ หูอ้อื เวลาลง
ไปวา่ ยน้ำและขึน้ มา นกั วา่ ยน้ำตอ้ งมีอปุ กรณ์ปอ้ งกนั น้ำเขา้ หเู วลา
- มีคำถามหรอื แนวคดิ จากเดก็ (โปรดระบุตวั อยา่ งคำถามหรอื แนวคดิ เด็ก) ทำไมเราไมร่ ู้ว่าใต้ทะเล
ลึกๆ มีอะไร ทำไมคนไม่ลงไป
- ในฐานะครูผู้สอนทา่ นได้ให้คำแนะนำแกเ่ ดก็ ๆ ใช่หรอื ไม่ ถ้าใช่
• ทา่ นมีวิธกี ารใดในการดึงให้เด็กหนั มาสนใจการทดลองวิทยาศาสตร/์ กจิ กรรมพิเศษนั้น
สาธิตให้เดก็ ดูทีละข้ันตอนเพอ่ื ดึงดูดความสนใจของเดก็
• ทา่ นมวี ิธกี ารใดทำให้การทดลองวทิ ยาศาสตร์/กิจกรรมน้ันประสบความสำเร็จ
• อธิบายและสาธติ วธิ ีทำในการทดลองแตล่ ะข้นั ตอนให้เดก็ ๆ ไดด้ กู ่อนปฏิบัติจรงิ ด้วยตนเอง
และคอยให้คำแนะนำกับเดก็ ๆ
- อื่น ๆ −
3. ท่านได้เคยสอนหรืออธบิ ายความสำคัญของปรากฏการณ์ตา่ ง ๆ ท่เี กดิ ขน้ึ ในชีวิตประจำวนั แก่เดก็ บา้ ง
หรือไม่ และท่านได้ยกตวั อย่างปรากฏการณ์ใด การสรา้ งเข่อื นกักนำ้
4. ยกตัวอย่างพฤตกิ รรมตอบสนองของเดก็ ต่อการสอนของทา่ น เดก็ ๆ สนใจเรยี นและทำการทดลอง
ร่วมกันอย่างเป็นข้นั ตอนกระบวนการกล่มุ และเกิดการสนทนาเก่ยี วกับผลการทดลอง
.
5. หลังจากทำการทดลองวิทยาศาสตรแ์ ลว้ เด็กมคี ำถามเกยี่ วกับกิจกรรม หรือเนือ้ หาทไ่ี ดเ้ รยี นรหู้ รือไม่
โปรดเตมิ √ (เช่น ถามคำถาม วาดรูป การนำเสนอผลการทดลอง เปน็ ตน้ )
มี ไมม่ ี
23
6. เดก็ ไดม้ โี อกาสทำการทดลองด้วยตนเองคนเดยี วอกี ครงั้ หรอื ไม่ โปรดเตมิ √
มี ไมม่ ี
7. ในความคดิ ของท่าน เด็กได้เรยี นรูอ้ ะไรบ้างจากการทดลอง นำ้ จะไหลจากที่สูงลงสู่ท่ตี ่ำ นำ้ จะไหลแรง
เมอื่ มชี ่องหรอื รูใหญ่ ไม่มอี ะไรปดิ กน้ั
8. เดก็ ไดม้ ีการสะท้อนสงิ่ ทเ่ี ขาไดเ้ รียนรจู้ ากการทดลองหรอื ไม่ ไม่มี
(ประเมินจากเด็กคนเดยี ว สองคน หรือเปน็ กลมุ่ )
มี
ท่านมีวธิ ีการหรอื กระบวนการอยา่ งไรท่ที ราบวา่ เด็กสะท้อนสง่ิ ทไ่ี ดเ้ รยี นรู้ สงั เกตจากพฤติกรรมเด็ก ฟัง
เด็กสนทนากันและสอดแทรกให้เด็กเหน็ ถงึ ส่งิ ทเี่ ก่ียวกับกบั การทดลองและอธิบายเพมิ่ เตมิ จากส่งิ ทีเ่ ดก็ เห็น
และสนทนากัน
ความคดิ เห็นของครเู ก่ยี วกบั การทดลองวิทยาศาสตร์
1. ท่านมคี วามเข้าใจในหลักการวิทยาศาสตรข์ องการทดลองท่ีใชใ้ นการเรยี นการสอนหรอื ไม่
เข้าใจทั้งหมด เข้าใจบางส่วน ไมเ่ ข้าใจ
2. ในการให้เดก็ ทำการทดลองวิทยาศาสตร์ สว่ นใดท่ีทา่ นคิดว่าทำไดด้ ี หรือประสบความสำเรจ็
(เช่น การเตรยี มอุปกรณห์ รอื วิธีทดลอง การแนะนำวิธีทดลองให้แกเ่ ด็ก การอธบิ ายกระบวนการเรียนรตู้ า่ ง ๆ
การทำให้เดก็ เกิดความประทบั ใจในการทดลอง การดัดแปลงการทดลองให้เขา้ กับชวี ิตประจำวัน)
เด็กได้ลงมือทำการทดลองทกุ คน เม่อื เด็กสามารถทำไดเ้ ดก็ จะรู้สึกภูมิใจ เกิดความมนั่ ใจและกล้าคดิ
กลา้ ทำ และอุปกรณ์ในการทดลองท่ีไม่ได้ยากลำบากในการจดั หาทำให้เพียงพอตอ่ ความต้องการและทั่วถึง
เดก็ ทุกคน
3. ในการใหเ้ ด็กทำการทดลองวิทยาศาสตร์ สว่ นใดที่ท่านทำไดไ้ ม่ดี หรือไม่ประสบความสำเร็จ
-
4. ในการทดลองครง้ั ตอ่ ไป ทา่ นต้องการปรบั ปรงุ หรือเปลี่ยนแปลงสิ่งใดบา้ งที่เกยี่ วขอ้ งกบั การทดลอง
-
5. คำแนะนำเพอ่ื ให้มกี ารปรับปรุงให้ดขี ึน้ (เช่น เร่อื งทั่วๆ ไป ขอ้ เสนอแนะสำหรบั ผูน้ ำเครือข่ายทอ้ งถ่ิน
หรือข้อเสนอแนะสำหรบั โครงการ “บ้านนักวทิ ยาศาสตร์นอ้ ย ประเทศไทย”)
การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนทีง่ ่ายและมีข้ันตอนไม่มากอีกทง้ั มโี อกาสประสบความสำเร็จสงู
เพอ่ื ใหเ้ ด็กเกิดเจตคติท่ีดีต่อการเรียนวทิ ยาศาสตร์
24
กจิ กรรมการทดลองเร่อื ง “ไหลแรงหรอื ไหลค่อย”
25
รายงานการดำเนินงานการทดลองวิทยาศาสตร์
ชื่อสถานศกึ ษา โรงเรยี นวดั มหรรณพาราม ในพระราชปู ถัมภฯ์ วนั ที่ 18 เดอื น พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2562
ขอ้ มูลทว่ั ไป
9. หัวขอ้ เร่อื งทท่ี ำการทดลอง ถ่ัวแปลงรา่ ง
10. เหตุผลที่เลอื กทำการทดลองในข้อ 1 (อาทิ เชน่ อากาศ)
- มรี ะบุไว้ในแผนการสอน หน่วยต้นไมท้ ีร่ กั
- เปน็ เหตุการณห์ รอื ข่าวทเ่ี กิดขึน้ ในชีวติ ประจำวนั (โปรดระบตุ ัวอย่างเหตุการณ)์ เด็กรับประทาถว่ั เขียว
ต้มนำ้ ตาลแลว้ บอกเล่าวา่ เคยนำเมลด็ ถัว่ เขยี วมาปลูกตอนเรยี นอนุบาล 1
- มคี ำถามหรือแนวคิดจากเดก็ (โปรดระบุตวั อย่างคำถามหรือแนวคดิ เด็ก) เราปลูกตน้ ถ่วั เขยี วไว้ในนำ้
ไดไ้ หม
- ในฐานะครูผู้สอนท่านได้ให้คำแนะนำแก่เด็ก ๆ ใช่หรือไม่ ถา้ ใช่
• ทา่ นมวี ิธกี ารใดในการดึงใหเ้ ด็กหันมาสนใจการทดลองวทิ ยาศาสตร์/กิจกรรมพเิ ศษนนั้
พูดคยุ กับเดก็ เกีย่ วกบั ขั้นตอนการทดลองและใหเ้ ด็กไดล้ งมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ
• ท่านมีวธิ กี ารใดทำให้การทดลองวทิ ยาศาสตร/์ กิจกรรมนน้ั ประสบความสำเร็จ
มีการสาธิตการปลกุ ตน้ ถัว่ เขยี ว มีการทดลองใหก้ ับเดก็ เกดิ ความในใจในการทำกจิ กรรม เดก็
ลงได้ลงมือปลกู ต้นถั่วเขยี วดว้ ยตนเอง .
- อื่น ๆ −
11. ทา่ นได้เคยสอนหรอื อธบิ ายความสำคญั ของปรากฏการณ์ตา่ ง ๆ ท่ีเกิดขน้ึ ในชวี ิตประจำวันแก่เด็กบา้ ง
หรอื ไม่ และทา่ นได้ยกตัวอยา่ งปรากฏการณ์ใด การเจรญิ เติบโตของต้นั ไมใ้ นดินชนดิ ตา่ งๆ
.
12. ยกตวั อยา่ งพฤติกรรมตอบสนองของเดก็ ต่อการสอนของท่าน เด็กมคี วามสนใจในเข้ารว่ มกจิ กรรม ปลกู
ตั้นถวั่ เขียวดว้ ยดินชนิดต่างๆ ตามความสนใจของเดก็ เอง .
13. หลังจากทำการทดลองวิทยาศาสตร์แล้วเด็กมคี ำถามเกยี่ วกับกิจกรรม หรอื เนอ้ื หาท่ไี ดเ้ รียนรู้หรือไม่
โปรดเติม √ (เช่น ถามคำถาม วาดรปู การนำเสนอผลการทดลอง เป็นต้น)
มี ไมม่ ี
26
14. เด็กไดม้ โี อกาสทำการทดลองดว้ ยตนเองคนเดยี วอกี ครง้ั หรือไม่ โปรดเตมิ √
มี ไมม่ ี
15. ในความคิดของทา่ น เดก็ ไดเ้ รยี นรูอ้ ะไรบา้ งจากการทดลอง ดินท่ีตา่ งกันทำให้ตน้ ถวั่ เขยี วเจริญเติบโตไม่
เทา่ กัน
16. เดก็ ได้มีการสะท้อนสงิ่ ทเ่ี ขาได้เรยี นรู้จากการทดลองหรอื ไม่
(ประเมนิ จากเดก็ คนเดยี ว สองคน หรอื เปน็ กลุม่ )
มี ไมม่ ี
ท่านมีวิธีการหรือกระบวนการอย่างไรทที่ ราบวา่ เด็กสะท้อนสิง่ ที่ไดเ้ รียนรู้ สงั เกตจากพฤติกรรมเด็ก .
ขณะทำกจิ กรรมและการรว่ มกันสนทนาตอบคำถามจากคำถามท่ีครถู ามได้ .
ความคิดเหน็ ของครเู ก่ยี วกบั การทดลองวทิ ยาศาสตร์
6. ท่านมีความเข้าใจในหลกั การวิทยาศาสตร์ของการทดลองที่ใชใ้ นการเรยี นการสอนหรอื ไม่
เข้าใจทงั้ หมด เข้าใจบางสว่ น ไมเ่ ขา้ ใจ
7. ในการใหเ้ ด็กทำการทดลองวทิ ยาศาสตร์ ส่วนใดทีท่ า่ นคดิ วา่ ทำได้ดี หรอื ประสบความสำเรจ็
(เชน่ การเตรียมอุปกรณห์ รือวิธที ดลอง การแนะนำวิธีทดลองให้แกเ่ ดก็ การอธิบายกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ
การทำใหเ้ ดก็ เกิดความประทับใจในการทดลอง การดดั แปลงการทดลองใหเ้ ข้ากบั ชวี ิตประจำวนั )
ครูได้อธิบายและแนะนำวิธีการทดลองจนเด็กเกินความเข้าใจและสามารถดำเนนิ การทดลองด้วย
ตนเองได้
8. ในการใหเ้ ด็กทำการทดลองวทิ ยาศาสตร์ สว่ นใดทีท่ า่ นทำได้ไมด่ ี หรอื ไม่ประสบความสำเรจ็
การเตรยี มอปุ กรณท์ ่ีใชใ้ นการทดลอง
9. ในการทดลองครง้ั ตอ่ ไป ท่านตอ้ งการปรับปรุงหรือเปลย่ี นแปลงส่งิ ใดบ้างที่เกยี่ วข้องกับการทดลอง
-
10. คำแนะนำเพอ่ื ให้มกี ารปรบั ปรุงให้ดขี ึ้น (เชน่ เรื่องทั่วๆ ไป ขอ้ เสนอแนะสำหรบั ผนู้ ำเครอื ข่ายทอ้ งถ่ิน
หรอื ข้อเสนอแนะสำหรบั โครงการ “บา้ นนกั วิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย”)
−
27
กจิ กรรมการทดลองเร่ือง “ถั่วแปลงรา่ ง”
วสั ดุตา่ งๆทเี่ ดก็ ๆสนใจจะนำมาปลูกต้นถ่ัวเขียว แบง่ กลมุ่ ตามความชอบกันคะ่
เด็กๆ สังเกตภาพทีว่ าดไว้นะคะ เกิดอะไรข้นึ เอย่
มาลงมอื ปลูกกันเลยคะ่
ดซู ินำ้ ซึมเข้าไปในกระดาษแล้ว
เห็นความแตกตา่ งกนั ไหมคะ
28
รายงานการดำเนินงานการทดลองวิทยาศาสตร์
ช่อื สถานศกึ ษา โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์ฯ วันท่ี 22 เดอื น ฤศจกิ ายน พ.ศ. 2562
ข้อมูลท่ัวไป
1. หวั ข้อเรือ่ งท่ีทำการทดลอง หลอดดำนำ้
2. เหตุผลที่เลือกทำการทดลองในข้อ 1 (อาทิ เชน่ อากาศ)
- มรี ะบุไวใ้ นแผนการสอน -
- เป็นเหตุการณ์หรือข่าวทเ่ี กิดขน้ึ ในชีวิตประจำวัน (โปรดระบุตวั อยา่ งเหตุการณ)์ การจมการลอยของ
สิ่งตา่ งๆ ท่ีอยกู่ ับนำ้ ยานพาหนะทางนำ้
- มีคำถามหรือแนวคิดจากเด็ก (โปรดระบตุ ัวอย่างคำถามหรือแนวคดิ เด็ก) ทำไมเรือดำน้ำดำน้ำได้
- ในฐานะครูผูส้ อนทา่ นไดใ้ ห้คำแนะนำแกเ่ ด็ก ๆ ใช่หรอื ไม่ ถา้ ใช่
• ท่านมวี ธิ กี ารใดในการดงึ ให้เด็กหันมาสนใจการทดลองวทิ ยาศาสตร/์ กิจกรรมพิเศษน้ัน
เลา่ เรอื่ งราวนำเขา้ สู่บทเรียนเพอื่ ดงึ ดูดความสนใจของเด็กด้วยน้ำเสียงและท่าทางท่ีน่าตืน่ เต้น
• ท่านมวี ิธีการใดทำใหก้ ารทดลองวิทยาศาสตร์/กิจกรรมนั้นประสบความสำเร็จ
อธิบายและสาธิตวธิ ีทำในการทดลองแตล่ ะข้นั ตอนใหเ้ ด็ก ๆ ไดด้ กู ่อนปฏิบตั ิจรงิ ดว้ ยตนเอง
และคอยให้คำแนะนำกับเดก็ ๆ
- อื่น ๆ −
3. ท่านได้เคยสอนหรืออธบิ ายความสำคัญของปรากฏการณต์ ่าง ๆ ที่เกิดข้ึนในชีวติ ประจำวนั แก่เดก็ บ้าง
หรือไม่ และทา่ นไดย้ กตวั อย่างปรากฏการณ์ใด -
4. ยกตวั อยา่ งพฤตกิ รรมตอบสนองของเด็กต่อการสอนของท่าน เดก็ ๆ สนใจดูขน้ั ตอนการทดลองด้วย
ความตืน่ เต้น และใหค้ วามรว่ มมือในการเรยี น อีกทงั้ แสดงพฤติกรรมที่ดี อยากทำการทดลองดว้ ยตนเอง
เกดิ คำถามขนึ้ ตลอดการทำลอง
5. หลงั จากทำการทดลองวิทยาศาสตรแ์ ล้วเด็กมีคำถามเก่ยี วกบั กจิ กรรม หรือเนื้อหาทไ่ี ดเ้ รียนรู้หรือไม่
โปรดเตมิ √ (เชน่ ถามคำถาม วาดรปู การนำเสนอผลการทดลอง เป็นต้น)
มี ไม่มี
29
6. เดก็ ได้มโี อกาสทำการทดลองด้วยตนเองคนเดียวอกี คร้ังหรอื ไม่ โปรดเติม √
มี ไมม่ ี
7. ในความคดิ ของทา่ น เดก็ ไดเ้ รยี นรู้อะไรบา้ งจากการทดลอง การเปล่ยี นแปลงของสงิ่ ตา่ งๆ เมือ่ มีแรง
กระทำ
8. เด็กได้มีการสะทอ้ นสิ่งทเี่ ขาไดเ้ รยี นรู้จากการทดลองหรอื ไม่ ไม่มี
(ประเมนิ จากเดก็ คนเดยี ว สองคน หรือเป็นกลมุ่ )
มี
ทา่ นมีวิธกี ารหรอื กระบวนการอยา่ งไรทที่ ราบว่าเด็กสะท้อนสง่ิ ทไี่ ด้เรยี นรู้ การตง้ั คำถามและใช้คำถามเพอื่
กระตุ้นความคดิ ของเดก็ ให้เดก็ ไดแ้ สดงความคดิ เหน็ อย่างอสิ ระเกีย่ วกับเร่ืองท่ีทดลองทลี ะขัน้ ตอน พรอ้ ม
บอกเลา่ ส่งิ ทเ่ี กิดข้ึนตามลำดับขน้ั ตามความเขา้ ใจ
ความคิดเห็นของครเู ก่ยี วกบั การทดลองวิทยาศาสตร์
1. ทา่ นมีความเขา้ ใจในหลกั การวิทยาศาสตรข์ องการทดลองที่ใช้ในการเรยี นการสอนหรอื ไม่
เขา้ ใจทงั้ หมด เขา้ ใจบางสว่ น ไมเ่ ข้าใจ
2. ในการให้เด็กทำการทดลองวิทยาศาสตร์ ส่วนใดทท่ี ่านคดิ วา่ ทำได้ดี หรอื ประสบความสำเร็จ
(เชน่ การเตรียมอุปกรณห์ รือวิธีทดลอง การแนะนำวธิ ีทดลองใหแ้ ก่เด็ก การอธบิ ายกระบวนการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
การทำให้เดก็ เกดิ ความประทบั ใจในการทดลอง การดดั แปลงการทดลองใหเ้ ขา้ กบั ชีวิตประจำวัน)
เด็กเกดิ ความตน่ื เตน้ และแสดงความสนใจการทดลอง มีปฏกิ ริยาตอบโต้ในทางท่ดี ีสมำเ่ สมอ อีกท้ังเกดิ
การตั้งคำถามท่ีแสดงถงึ กระบวนการคิดท่ีเกดิ ข้นึ ของเด็กอีกด้วย
3. ในการให้เด็กทำการทดลองวทิ ยาศาสตร์ สว่ นใดท่ที า่ นทำได้ไม่ดี หรือไมป่ ระสบความสำเรจ็
−
4. ในการทดลองครงั้ ตอ่ ไป ทา่ นต้องการปรบั ปรุงหรอื เปล่ยี นแปลงสง่ิ ใดบ้างท่เี กย่ี วข้องกับการทดลอง
การดัดแปลงหรอื เพม่ิ อุปกรณใ์ ห้หลากหลาย
5. คำแนะนำเพื่อใหม้ กี ารปรบั ปรงุ ใหด้ ขี ้ึน (เช่น เรอ่ื งท่วั ๆ ไป ข้อเสนอแนะสำหรบั ผูน้ ำเครือขา่ ยทอ้ งถ่ิน
หรอื ขอ้ เสนอแนะสำหรับโครงการ “บา้ นนักวทิ ยาศาสตรน์ อ้ ย ประเทศไทย”)
การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนทีส่ ่งเสริมเจตคติที่ดตี อ่ การเรยี นรู้ กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกท่ีดีในตัว
เดก็ เกย่ี วกบั วิทยาศาสตร์
30
กจิ กรรมการทดลองเรื่อง “หลอดดำนำ้ ”
31
รายงานการดำเนนิ งานการทดลองวทิ ยาศาสตร์
ชื่อสถานศกึ ษา โรงเรียนวดั มหรรณพาราม ในพระราชูปถมั ภฯ์ วันที่ 12 เดือน ธนั วาคม พ.ศ. 2562
ขอ้ มูลทวั่ ไป
1. หัวขอ้ เรื่องทท่ี ำการทดลอง ความร้อน
2. เหตผุ ลที่เลือกทำการทดลองในขอ้ 1 (อาทิ เชน่ อากาศ)
- มีระบไุ ว้ในแผนการสอน -
- เปน็ เหตุการณห์ รือข่าวทเ่ี กิดข้นึ ในชวี ิตประจำวัน (โปรดระบุตวั อย่างเหตกุ ารณ์) เหตกุ ารณ์ไฟปา่ ท่ี
ประเทศ ออสเตรเรยี
- มคี ำถามหรอื แนวคิดจากเดก็ (โปรดระบตุ วั อย่างคำถามหรือแนวคดิ เด็ก) ไฟเกดิ ขนึ้ ไดอ้ ย่างไรในปา่
- ในฐานะครูผูส้ อนทา่ นได้ให้คำแนะนำแก่เดก็ ๆ ใช่หรอื ไม่ ถ้าใช่
• ทา่ นมวี ิธกี ารใดในการดึงใหเ้ ด็กหันมาสนใจการทดลองวทิ ยาศาสตร/์ กจิ กรรมพเิ ศษนนั้
สนทนาเกี่ยวกับข่าวและพยายามหาคำตอบทีม่ าจากเด็ก แล้วนำมาตงั้ เป็นสมมติฐานในการ
ทดลอง
• ท่านมวี ิธกี ารใดทำให้การทดลองวิทยาศาสตร์/กจิ กรรมนน้ั ประสบความสำเร็จ
ตง้ั สมมตฐิ านการทำลองและนำไปสกู่ ารหาวิธกี ารหาคำตอบ โดยใชข้ น้ั ตอนจากเด็กอย่าง
สมเหตุสมผล
- อื่น ๆ −
3. ทา่ นไดเ้ คยสอนหรืออธิบายความสำคญั ของปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทเี่ กดิ ข้นึ ในชีวิตประจำวนั แก่เด็กบา้ ง
หรอื ไม่ และท่านไดย้ กตวั อยา่ งปรากฏการณ์ใด ความร้อนและการหักเหของแสง
4. ยกตวั อย่างพฤติกรรมตอบสนองของเด็กต่อการสอนของท่าน เดก็ ๆ สนใจดกู ารทดลองด้วยความ
ต่ืนเตน้ และใหค้ วามร่วมมือในการเรียน
5. หลงั จากทำการทดลองวทิ ยาศาสตรแ์ ลว้ เด็กมคี ำถามเก่ยี วกบั กจิ กรรม หรือเนื้อหาทีไ่ ดเ้ รียนรูห้ รอื ไม่
โปรดเตมิ √ (เช่น ถามคำถาม วาดรูป การนำเสนอผลการทดลอง เปน็ ตน้ )
มี ไม่มี
32
6. เด็กไดม้ ีโอกาสทำการทดลองด้วยตนเองคนเดียวอกี คร้งั หรือไม่ โปรดเตมิ √
มี ไม่มี
7. ในความคิดของท่าน เดก็ ไดเ้ รียนรอู้ ะไรบา้ งจากการทดลอง พลงั งานความรอ้ น
8. เดก็ ไดม้ ีการสะทอ้ นสิง่ ทเี่ ขาไดเ้ รยี นรจู้ ากการทดลองหรือไม่ ไมม่ ี
(ประเมินจากเด็กคนเดียว สองคน หรอื เป็นกลุม่ )
มี
ทา่ นมวี ธิ ีการหรือกระบวนการอยา่ งไรท่ีทราบวา่ เด็กสะท้อนส่งิ ที่ได้เรียนรู้ เรยี นรู้ สังเกตพฤติกรรมและ
ซกั ถาม สนทนากับเดก็ ระหวา่ งรอผลการทดลอง
ความคิดเหน็ ของครูเกยี่ วกับการทดลองวทิ ยาศาสตร์
1. ทา่ นมีความเขา้ ใจในหลกั การวทิ ยาศาสตร์ของการทดลองทใี่ ช้ในการเรียนการสอนหรือไม่
เข้าใจทง้ั หมด เข้าใจบางสว่ น ไม่เข้าใจ
2. ในการใหเ้ ดก็ ทำการทดลองวิทยาศาสตร์ ส่วนใดท่ที า่ นคดิ ว่าทำได้ดี หรอื ประสบความสำเร็จ
(เชน่ การเตรียมอปุ กรณห์ รือวธิ ีทดลอง การแนะนำวิธีทดลองใหแ้ ก่เดก็ การอธบิ ายกระบวนการเรยี นรู้ต่าง ๆ
การทำให้เดก็ เกดิ ความประทับใจในการทดลอง การดดั แปลงการทดลองให้เขา้ กับชวี ติ ประจำวัน)
การเตรียมอปุ กรณ์และแนะนำวิธกี ารทดลองให้แกเ่ ดก็ ๆ จนสามารถทำกิจกรรมไดส้ ำเรจ็
3. ในการใหเ้ ด็กทำการทดลองวิทยาศาสตร์ สว่ นใดที่ทา่ นทำไดไ้ ม่ดี หรอื ไม่ประสบความสำเรจ็
-
4. ในการทดลองคร้ังตอ่ ไป ทา่ นต้องการปรบั ปรงุ หรอื เปลีย่ นแปลงสิง่ ใดบ้างทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั การทดลอง
-
5. คำแนะนำเพ่อื ให้มีการปรับปรุงให้ดีข้นึ (เช่น เรื่องท่ัวๆ ไป ขอ้ เสนอแนะสำหรับผ้นู ำเครือขา่ ยทอ้ งถ่ิน
หรอื ข้อเสนอแนะสำหรับโครงการ “บา้ นนักวทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย”)
การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนตง้ั อยูบ่ นการรับฟงั ความเห็นของเดก็ ฟงั เสียงและเปดิ โอกาสใหเ้ ด็ก
ได้คดิ และแสดงความคดิ เห็นอย่เู สมอ จะสะท้อนให้เหน็ ถงึ ความเปลยี่ นแปลงทางความคดิ ของเด็ก
33
กิจกรรมการทดลองเรื่อง “ความรอ้ น
เรมิ่ การทดลองเราตอ้ งนำวัตถมุ าตากแดดทิง้ ไว้กอ่ นนะคะ
เดก็ ดูนะคะเทียนกบั เหรยี ญทีเ่ รานำมาตากแดดไวต้ อนน้ีมีลักษณะเป็นอยา่ งไร
34
รายงานการดำเนินงานการทดลองวทิ ยาศาสตร์
ช่ือสถานศึกษา โรงเรยี นวดั มหรรณพาราม ในพระราชูปถมั ภฯ์ วนั ที่ 9 เดอื น มกราคม พ.ศ. 2563
ข้อมลู ทัว่ ไป
1. หวั ข้อเร่ืองที่ทำการทดลอง บอลเดง้ ด๋ึง
2. เหตผุ ลท่ีเลือกทำการทดลองในข้อ 1 (อาทิ เชน่ อากาศ)
- มรี ะบไุ วใ้ นแผนการสอน โครงการเร่ืองบอล
- เปน็ เหตุการณห์ รือข่าวท่ีเกดิ ขึ้นในชวี ติ ประจำวนั (โปรดระบุตวั อย่างเหตุการณ์)
- มคี ำถามหรอื แนวคิดจากเดก็ (โปรดระบุตัวอยา่ งคำถามหรือแนวคิดเด็ก) ทำไมบอลถงึ เด้ง
- ในฐานะครูผสู้ อนทา่ นได้ให้คำแนะนำแก่เดก็ ๆ ใช่หรอื ไม่ ถา้ ใช่
• ท่านมวี ธิ ีการใดในการดงึ ให้เด็กหนั มาสนใจการทดลองวิทยาศาสตร์/กิจกรรมพิเศษน้ัน
ใชค้ ำถามที่เกดิ ขึ้นจากเด็กนำเข้าบทเรียน
• ท่านมวี ิธีการใดทำใหก้ ารทดลองวทิ ยาศาสตร์/กจิ กรรมน้นั ประสบความสำเร็จ
หาวิธกี ารหาคำตอบ โดยใช้ขัน้ ตอนจากที่เด็กออกแบบการทดลองดว้ ยตนเอง
- อื่น ๆ −
3. ท่านไดเ้ คยสอนหรอื อธิบายความสำคัญของปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทเ่ี กดิ ขึ้นในชีวิตประจำวนั แก่เดก็ บา้ ง
หรอื ไม่ และท่านไดย้ กตัวอย่างปรากฏการณ์ใด ของหลน่ ลงพื้นถา้ เปน็ วสั ดบุ างอยา่ งจะแตก แต่ถ้าเปน็
วัสดอุ กี อย่างจะเด้งกระดอน
4. ยกตัวอยา่ งพฤติกรรมตอบสนองของเดก็ ต่อการสอนของท่าน เดก็ ๆ สนใจดกู ารทดลองและหาคำตอบ
ไดจ้ ากการสงั เกตด้วยตนเอง
5. หลงั จากทำการทดลองวทิ ยาศาสตร์แล้วเด็กมีคำถามเกย่ี วกับกิจกรรม หรือเนื้อหาทไ่ี ด้เรียนรูห้ รอื ไม่
โปรดเตมิ √ (เช่น ถามคำถาม วาดรปู การนำเสนอผลการทดลอง เปน็ ตน้ )
มี ไมม่ ี
35
6. เดก็ ไดม้ โี อกาสทำการทดลองด้วยตนเองคนเดยี วอีกครั้งหรือไม่ โปรดเตมิ √
มี ไมม่ ี
7. ในความคิดของท่าน เดก็ ไดเ้ รียนรู้อะไรบ้างจากการทดลอง การสง่ แรงไปกระทำต่อสง่ิ ต่างๆ ทำให้เกดิ การ
เปลย่ี นแปลง
8. เด็กไดม้ ีการสะท้อนส่ิงที่เขาไดเ้ รียนรู้จากการทดลองหรอื ไม่
(ประเมนิ จากเด็กคนเดียว สองคน หรือเปน็ กลมุ่ )
มี ไมม่ ี
ท่านมีวธิ กี ารหรอื กระบวนการอย่างไรทที่ ราบวา่ เด็กสะทอ้ นสงิ่ ทไ่ี ด้เรียนรู้ การตัง้ คำถามและใชค้ ำถาม
เพ่ือกระต้นุ ความคิดของเดก็ ใหเ้ ดก็ ได้แสดงความคิดเหน็ อยา่ งอสิ ระเกย่ี วกับเร่ืองที่ทดลองและให้เล่า
เรื่องราวเกย่ี วกบั สิง่ ที่ตนเองคิด
ความคดิ เหน็ ของครูเกี่ยวกบั การทดลองวิทยาศาสตร์
1. ท่านมคี วามเขา้ ใจในหลกั การวทิ ยาศาสตรข์ องการทดลองที่ใช้ในการเรียนการสอนหรือไม่
เข้าใจทัง้ หมด เข้าใจบางส่วน ไมเ่ ขา้ ใจ
2. ในการให้เด็กทำการทดลองวทิ ยาศาสตร์ สว่ นใดทท่ี า่ นคิดว่าทำได้ดี หรอื ประสบความสำเรจ็
(เชน่ การเตรียมอุปกรณ์หรอื วิธที ดลอง การแนะนำวิธที ดลองให้แก่เดก็ การอธบิ ายกระบวนการเรียนรู้ตา่ ง ๆ
การทำใหเ้ ด็กเกดิ ความประทบั ใจในการทดลอง การดดั แปลงการทดลองให้เขา้ กบั ชวี ติ ประจำวนั )
การเตรียมการทดลองและอธิบายวิธกี ารทดลอง โดยให้เด็กได้ทำการทดลองกอ่ นจึงอธบิ ายสรปุ การ
เรียนรู้
3. ในการใหเ้ ด็กทำการทดลองวทิ ยาศาสตร์ สว่ นใดที่ทา่ นทำไดไ้ มด่ ี หรอื ไม่ประสบความสำเร็จ
−
4. ในการทดลองครงั้ ต่อไป ทา่ นต้องการปรบั ปรงุ หรือเปลยี่ นแปลงส่งิ ใดบ้างทเี่ กยี่ วขอ้ งกับการทดลอง
−
5. คำแนะนำเพอ่ื ให้มีการปรับปรุงให้ดขี ึน้ (เช่น เร่อื งท่ัวๆ ไป ขอ้ เสนอแนะสำหรบั ผู้นำเครือขา่ ยท้องถ่ิน
หรือขอ้ เสนอแนะสำหรับโครงการ “บา้ นนกั วทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย”)
−
36
กจิ กรรมการทดลองเรอื่ ง “บอลเด้งดึง๋ ”
เดก็ ๆคดิ ว่าถ้าครปู ลอ่ ยลูกบอลออกจากมือลูกบอลลกู ไหนจะตกถงึ พ้นื กอ่ นคะ
37
รายงานการดำเนนิ งานการทดลองวทิ ยาศาสตร์
ช่ือสถานศกึ ษา โรงเรียนวดั มหรรณพาราม ในพระราชูปถมั ภฯ์ วันท่ี 10 เดอื น มกราคม พ.ศ. 2562
ข้อมลู ท่ัวไป
1. หัวข้อเรือ่ งทีท่ ำการทดลอง “แรงลม”
2. เหตผุ ลที่เลือกทำการทดลองในขอ้ 1 (อาทิ เชน่ อากาศ)
- มรี ะบุไวใ้ นแผนการสอน -
- เปน็ เหตุการณ์หรือข่าวที่เกิดข้นึ ในชวี ติ ประจำวนั (โปรดระบตุ วั อยา่ งเหตุการณ์) เวลาฝนจะตกจะมี
ลมเย็นๆ พดั
- มคี ำถามหรอื แนวคิดจากเดก็ (โปรดระบุตวั อยา่ งคำถามหรอื แนวคิดเดก็ ) นอกจากใบไม้แล้ว ลมพัด
สิ่งของอื่นปลิวได้หรือเปล่า
- ในฐานะครูผ้สู อนทา่ นไดใ้ ห้คำแนะนำแก่เดก็ ๆ ใช่หรอื ไม่ ถา้ ใช่
• ทา่ นมวี ิธีการใดในการดงึ ใหเ้ ด็กหนั มาสนใจการทดลองวิทยาศาสตร์/กจิ กรรมพิเศษนน้ั
ตัง้ คำถามกระต้นุ ความสนใจ และสาธติ การทดลองการปมั๊ ลมจากฟองนำ้ เป่าลกู ปิงปองให้
เคลอ่ื นที่ .
• ท่านมวี ิธกี ารใดทำให้การทดลองวทิ ยาศาสตร/์ กิจกรรมน้ันประสบความสำเร็จ
ให้เด็กได้ลงมอื ปฏบิ ตั กิ ารทดลองด้วยตนเองทุกคน และนำเกมการแขง่ ขนั การป๊ัมลมจาก
ฟองน้ำมาเพิม่ ความสนใจให้เดก็
- อื่น ๆ −
3. ท่านไดเ้ คยสอนหรอื อธิบายความสำคัญของปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทีเ่ กิดขึน้ ในชวี ิตประจำวันแก่เด็กบ้าง
หรอื ไม่ และท่านได้ยกตวั อยา่ งปรากฏการณใ์ ด พายุเกิดจากแรงดันในอากาศต่ำลงมากกวา่ ใน
บริเวณรอบๆ พ้นื ท่ีหนง่ึ พร้อมกับมีแรงดันอากาศสงู เกิดข้นึ รอบ ๆ พนื้ ทน่ี ้ัน การรวมของแรงปะทะต่าง ๆ
กอ่ ให้เกิดลม อันสง่ ผลใหเ้ กิดการเคลื่อนตัวเปล่ียนรูปของพายุ .ย.ุ
4. ยกตัวอย่างพฤตกิ รรมตอบสนองของเด็กต่อการสอนของท่าน เด็ก ๆ สนใจในการทดลองดว้ ยความ
ตน่ื เตน้ ทีไ่ ด้ทำการทดลองของตนเอง
5. หลังจากทำการทดลองวิทยาศาสตร์แล้วเด็กมีคำถามเก่ยี วกบั กจิ กรรม หรอื เนอ้ื หาทีไ่ ด้เรียนร้หู รือไม่
โปรดเตมิ √ (เชน่ ถามคำถาม วาดรูป การนำเสนอผลการทดลอง เปน็ ต้น)
มี ไม่มี
38
6. เดก็ ไดม้ ีโอกาสทำการทดลองดว้ ยตนเองคนเดียวอกี ครั้งหรอื ไม่ โปรดเตมิ √
มี ไมม่ ี
7. ในความคิดของท่าน เด็กได้เรียนร้อู ะไรบ้างจากการทดลอง แรงดนั ของอากาศทำให้วตั ถเุ คล่อื นท่ไี ด้
8. เด็กไดม้ ีการสะทอ้ นสิ่งท่ีเขาได้เรียนรู้จากการทดลองหรือไม่ ไม่มี
(ประเมินจากเดก็ คนเดียว สองคน หรือเปน็ กลุม่ )
มี
ทา่ นมีวิธีการหรอื กระบวนการอย่างไรท่ที ราบวา่ เด็กสะท้อนส่งิ ทไี่ ด้เรียนรู้ สังเกตจากการทดลองปฏิบตั ิ
และพูดคุยกบั เด็ก ๆ ถงึ กิจกรรมทไ่ี ดท้ ดลอง
ความคดิ เหน็ ของครูเก่ียวกบั การทดลองวิทยาศาสตร์
1. ทา่ นมีความเขา้ ใจในหลกั การวทิ ยาศาสตร์ของการทดลองทีใ่ ช้ในการเรยี นการสอนหรอื ไม่
เขา้ ใจทง้ั หมด เข้าใจบางส่วน ไมเ่ ขา้ ใจ
2. ในการให้เด็กทำการทดลองวิทยาศาสตร์ ส่วนใดทีท่ า่ นคดิ วา่ ทำได้ดี หรอื ประสบความสำเรจ็
(เชน่ การเตรียมอปุ กรณ์หรือวธิ ีทดลอง การแนะนำวิธที ดลองใหแ้ ก่เดก็ การอธิบายกระบวนการเรียนรตู้ ่าง ๆ
การทำใหเ้ ด็กเกิดความประทับใจในการทดลอง การดดั แปลงการทดลองให้เขา้ กับชวี ิตประจำวนั )
การแนะนำวิธที ดลองใหแ้ ก่เดก็ การทำให้เด็กเกิดความประทบั ใจในการทดลองกิจกรรม การทำให้
เด็กภาคภูมิใจทีไ่ ด้ทดลองทำด้วยตนเอง
3. ในการใหเ้ ด็กทำการทดลองวิทยาศาสตร์ ส่วนใดที่ท่านทำไดไ้ ม่ดี หรอื ไม่ประสบความสำเรจ็
−
4. ในการทดลองครั้งตอ่ ไป ท่านตอ้ งการปรบั ปรุงหรือเปลีย่ นแปลงสง่ิ ใดบ้างท่เี กี่ยวขอ้ งกบั การทดลอง
-
5. คำแนะนำเพือ่ ให้มกี ารปรบั ปรงุ ให้ดขี น้ึ (เช่น เรื่องทวั่ ๆ ไป ขอ้ เสนอแนะสำหรับผู้นำเครอื ข่ายท้องถ่ิน
หรอื ข้อเสนอแนะสำหรับโครงการ “บา้ นนกั วทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย”)
−
39
กจิ กรรมการทดลองเรือ่ ง “แรงลม”
เด็กลองทายดซู คิ ะว่า ถา้ ครูกดฟองน้ำจะเกิดอะไรข้นึ คะ
การออกแรงกดฟองนำ้ ทใหเ้ กิดลม ใครมแี รงมากก็จะทำให้ลมทีอ่ อกจากฟองน้ำแรงค่ะ
40
รายงานการดำเนนิ งานการทดลองวิทยาศาสตร์
ชอ่ื สถานศกึ ษา โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชปู ถมั ภ์ฯ วนั ท่ี 13 เดอื น มกราคม พ.ศ. 2562
ขอ้ มูลทวั่ ไป
1. หวั ข้อเร่ืองท่ที ำการทดลอง พับหรือตัดก็ทบั กันสนิท
2. เหตุผลที่เลอื กทำการทดลองในข้อ 1 (อาทิ เชน่ อากาศ)
- มีระบไุ ว้ในแผนการสอน กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์
- เป็นเหตกุ ารณ์หรือข่าวที่เกิดขน้ึ ในชีวติ ประจำวนั (โปรดระบุตวั อย่างเหตกุ ารณ)์ -
- มคี ำถามหรือแนวคดิ จากเดก็ (โปรดระบตุ ัวอย่างคำถามหรอื แนวคิดเด็ก) -
- ในฐานะครูผูส้ อนทา่ นไดใ้ ห้คำแนะนำแกเ่ ด็ก ๆ ใช่หรือไม่ ถ้าใช่
• ท่านมวี ธิ กี ารใดในการดึงใหเ้ ดก็ หนั มาสนใจการทดลองวทิ ยาศาสตร์/กิจกรรมพเิ ศษน้นั
กระตุ้นเดก็ ดว้ ยกจิ กรรมทเ่ี ด็กชืน่ ชอบ (ศิลปะ)
• ท่านมวี ิธีการใดทำให้การทดลองวิทยาศาสตร/์ กจิ กรรมน้นั ประสบความสำเร็จ
การใหเ้ ดก็ ไดท้ ำกิจกรรมทลี ะคน หรือกลุ่มเล็ก ทำให้ควบคมุ ไดง้ า่ ยไมเ่ กดิ ความวุ่นวายในการ
จัดกิจกรรมมี
- อื่น ๆ −
3. ทา่ นไดเ้ คยสอนหรืออธบิ ายความสำคญั ของปรากฏการณต์ า่ ง ๆ ท่ีเกดิ ข้ึนในชวี ติ ประจำวันแก่เดก็ บ้าง
หรอื ไม่ และทา่ นได้ยกตัวอย่างปรากฏการณใ์ ด -
4. ยกตวั อย่างพฤตกิ รรมตอบสนองของเดก็ ต่อการสอนของท่าน เด็กๆ ตั้งใจสร้างผลงานของตนเอง และ
สามารถควบคุมตัวเองในขณะรอคอยเพื่อนทีก่ ำลังทำกจิ กรรมได้
5. หลังจากทำการทดลองวทิ ยาศาสตรแ์ ล้วเดก็ มคี ำถามเก่ยี วกับกิจกรรม หรือเนื้อหาท่ีได้เรียนรู้หรอื ไม่
โปรดเตมิ √ (เชน่ ถามคำถาม วาดรปู การนำเสนอผลการทดลอง เป็นต้น)
มี ไม่มี
41
6. ในความคิดของทา่ น เดก็ ได้เรียนรอู้ ะไรบ้างจากการทดลอง ความสมมาตรกันของสงิ่ ตา่ งๆ
7. เดก็ ได้มีการสะท้อนสิ่งท่ีเขาได้เรยี นรู้จากการทดลองหรอื ไม่ ไมม่ ี
(ประเมินจากเด็กคนเดียว สองคน หรือเปน็ กลมุ่ )
มี
8. เดก็ ไดม้ ีการสะท้อนสิง่ ทีเ่ ขาได้เรียนรู้จากการทดลองหรอื ไม่ ไม่มี
(ประเมนิ จากเดก็ คนเดียว สองคน หรอื เป็นกล่มุ )
มี
ทา่ นมีวธิ กี ารหรอื กระบวนการอยา่ งไรที่ทราบวา่ เดก็ สะทอ้ นส่ิงทไี่ ด้เรียนรู้ การลำดับขน้ั ตอนด้วยการ
เล่าของเดก็ ท่ตี รงกับสงิ่ ท่เี กิดข้นึ
ความคิดเห็นของครูเกย่ี วกับการทดลองวิทยาศาสตร์
1. ท่านมคี วามเขา้ ใจในหลกั การวิทยาศาสตรข์ องการทดลองทใ่ี ช้ในการเรยี นการสอนหรือไม่
เขา้ ใจทั้งหมด เข้าใจบางส่วน ไมเ่ ข้าใจ
2. ในการให้เด็กทำการทดลองวิทยาศาสตร์ ส่วนใดทท่ี า่ นคดิ ว่าทำได้ดี หรือประสบความสำเร็จ
(เช่น การเตรยี มอุปกรณห์ รอื วธิ ีทดลอง การแนะนำวิธที ดลองให้แก่เดก็ การอธิบายกระบวนการเรียนรตู้ ่าง ๆ
การทำใหเ้ ด็กเกดิ ความประทบั ใจในการทดลอง การดดั แปลงการทดลองให้เข้ากับชวี ติ ประจำวนั )
เป็นกิจกรรมทง่ี า่ ยและเด็กสามารถเข้ารว่ มไดท้ กุ คน อีกท้งั ได้ผลงานที่เป็นความภาคภูมใิ จของเด็ก
3. ในการใหเ้ ดก็ ทำการทดลองวทิ ยาศาสตร์ ส่วนใดท่ีท่านทำไดไ้ ม่ดี หรอื ไม่ประสบความสำเรจ็
-
4. ในการทดลองครงั้ ตอ่ ไป ทา่ นต้องการปรับปรงุ หรือเปล่ยี นแปลงส่งิ ใดบา้ งทีเ่ กย่ี วขอ้ งกบั การทดลอง
-
5. คำแนะนำเพอ่ื ใหม้ กี ารปรับปรงุ ใหด้ ขี ้ึน (เช่น เรื่องทว่ั ๆ ไป ข้อเสนอแนะสำหรับผู้นำเครือขา่ ยทอ้ งถิ่น
หรือข้อเสนอแนะสำหรบั โครงการ “บา้ นนักวทิ ยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย”)
−
42
กจิ กรรมการทดลองเร่อื ง “พับหรอื ตัดกท็ ับกนั สนิท”
คอ่ ยๆหยดสีลงบนกระดาษนะคะ
43
รายงานการดำเนินงานการทดลองวทิ ยาศาสตร์
ช่อื สถานศกึ ษา โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภฯ์ วันท่ี 27 เดอื น มกราคม พ.ศ. 2563
ข้อมูลทว่ั ไป
1. หวั ข้อเรื่องท่ที ำการทดลอง ลกู โปง่ ทนความร้อน
2. เหตผุ ลที่เลอื กทำการทดลองในข้อ 1 (อาทิ เช่น อากาศ)
- มรี ะบุไวใ้ นแผนการสอน มหัศจรรย์กับวทิ ยาศาสตร์
- เป็นเหตุการณห์ รือข่าวทเ่ี กดิ ขนึ้ ในชีวิตประจำวนั (โปรดระบุตัวอยา่ งเหตุการณ)์ ลูกโปง่ ทีค่ รู
นำมาประดบั ในกิจกรรมวันเด็กเม่ือโดนแสงแดดมักแตก
- มีคำถามหรอื แนวคดิ จากเด็ก (โปรดระบุตัวอย่างคำถามหรอื แนวคดิ เดก็ ) ทำไมลกู ที่อยกู่ ลางแดดจึง
แตกได้ง่าย
- ในฐานะครูผูส้ อนท่านได้ให้คำแนะนำแก่เดก็ ๆ ใช่หรือไม่ ถ้าใช่
• ทา่ นมวี ธิ กี ารใดในการดึงให้เด็กหันมาสนใจการทดลองวิทยาศาสตร/์ กจิ กรรมพิเศษนั้น
แนะนำอปุ กรณ์ และวธิ ีการทดลอง พร้อมทัง้ บอกถึงอนั ตรายของไฟ และวิธกี ารทดลองอยา่ ง
ปลอดภัย ก่อนใหเ้ ด็กลงมอื ทำการทดลอง
• ท่านมีวิธีการใดทำใหก้ ารทดลองวิทยาศาสตร/์ กจิ กรรมนั้นประสบความสำเร็จ
มีการสาธิตและแนะนำเด็กจนเกิดความเขา้ ใจและกระตนุ้ ใหเ้ ดก็ ได้ลงมอื ทำดว้ ยตนเองทกุ คน
- อื่น ๆ −
3. ทา่ นไดเ้ คยสอนหรอื อธบิ ายความสำคญั ของปรากฏการณต์ ่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึนในชวี ติ ประจำวันแก่เด็กบ้าง
หรอื ไม่ และทา่ นไดย้ กตวั อย่างปรากฏการณ์ใด การเสยี ดสีของสง่ิ ตา่ งๆทำให้เกิดความรอ้ นและนำไปสู่
การเผาไหม้ เช่น ในฤดูรอ้ นมกั เกิดไฟปา่ ในพ้ืนท่ที มี่ ปี ่าไม้ตามภูเขา เพราะอากาศรอ้ นและแหง้ แล้งทำให้
เกดิ การเผาไหม้ไดง้ ่าย ซ่ึงแตกต่างกบั หน้าฝนทอี่ ากาศชืน้ มใี บไมเ้ ปยี ก เปลือกของตน้ ไมอ้ ้มุ น้ำไวเ้ ปน็ ต้น
4. ยกตัวอยา่ งพฤติกรรมตอบสนองของเดก็ ตอ่ การสอนของทา่ น เด็ก ๆ เกิดความสนุกสนาน ตนื่ เต้นและ
สนใจในการทำกิจกรรมการทดลอง
5. หลงั จากทำการทดลองวิทยาศาสตร์แล้วเด็กมีคำถามเก่ียวกับกิจกรรม หรอื เนอื้ หาท่ีได้เรียนรหู้ รอื ไม่
โปรดเตมิ √ (เชน่ ถามคำถาม วาดรปู การนำเสนอผลการทดลอง เป็นต้น)
มี ไม่มี
44
6. เด็กได้มีโอกาสทำการทดลองด้วยตนเองคนเดยี วอีกครงั้ หรือไม่ โปรดเตมิ √
มี ไมม่ ี
7. ในความคิดของทา่ น เดก็ ไดเ้ รยี นรอู้ ะไรบา้ งจากการทดลอง น้ำในลกู โปง่ จะดูดซบั ความร้อนจากเปลว
เทยี น จึงทำให้ผิวของลกู โป่งไม่ถูกเผาไหม้ .
8. เด็กได้มีการสะท้อนสงิ่ ท่เี ขาไดเ้ รยี นรู้จากการทดลองหรอื ไม่ ไมม่ ี
(ประเมินจากเด็กคนเดยี ว สองคน หรือเปน็ กลุม่ )
มี
ท่านมวี ธิ ีการหรือกระบวนการอย่างไรท่ที ราบว่าเด็กสะท้อนสงิ่ ท่ไี ดเ้ รียนรู้ เด็กสามารถเล่าเหตกุ ารณ์
เช่ือมโยงกบั การทดลองลูกโปง่ ทนความรอ้ นได้
ความคิดเหน็ ของครเู ก่ียวกับการทดลองวิทยาศาสตร์
1. ทา่ นมีความเขา้ ใจในหลกั การวทิ ยาศาสตร์ของการทดลองท่ีใช้ในการเรียนการสอนหรือไม่
เขา้ ใจทั้งหมด เข้าใจบางส่วน ไม่เข้าใจ
2. ในการใหเ้ ด็กทำการทดลองวิทยาศาสตร์ สว่ นใดทท่ี ่านคิดวา่ ทำได้ดี หรอื ประสบความสำเร็จ
(เช่น การเตรยี มอปุ กรณห์ รอื วธิ ที ดลอง การแนะนำวธิ ที ดลองใหแ้ กเ่ ด็ก การอธบิ ายกระบวนการเรียนรตู้ า่ ง ๆ
การทำให้เดก็ เกดิ ความประทับใจในการทดลอง การดดั แปลงการทดลองใหเ้ ข้ากบั ชวี ติ ประจำวัน)
การอธิบายลำดับข้นั ตอนการทดลอง ทำใหเ้ ด็กไดล้ งมอื ทดลองอยา่ งสนกุ สนานและปลอดภัย การ
สอ่ื สารท่กี ระตุ้นใหเ้ ดก็ อยากลงมอื ทดลองและการทำให้เด็กเกิดความประทบั ใจในการทดลอง
3. ในการใหเ้ ด็กทำการทดลองวิทยาศาสตร์ สว่ นใดท่ที า่ นทำได้ไมด่ ี หรอื ไมป่ ระสบความสำเร็จ
−
4. ในการทดลองครง้ั ต่อไป ทา่ นตอ้ งการปรับปรงุ หรอื เปลี่ยนแปลงส่งิ ใดบา้ งทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับการทดลอง
-
5. คำแนะนำเพ่อื ให้มกี ารปรบั ปรงุ ใหด้ ีขึ้น (เช่น เรอื่ งท่ัวๆ ไป ข้อเสนอแนะสำหรบั ผนู้ ำเครอื ข่ายทอ้ งถ่ิน
หรอื ข้อเสนอแนะสำหรบั โครงการ “บ้านนักวทิ ยาศาสตร์นอ้ ย ประเทศไทย”)
การให้คำชมเชย หรือการกอดเดก็ เมือ่ เด็กกล้าลงมือทำสง่ิ ตา่ งๆ ในสง่ิ ท่ีตัวเด็กขาดความมน่ั ใจ หรอื
กลวั ในบางส่งิ เช่นกลัวไฟ กลัวลูกโปง่ กลัวเสียงระเบิดของลูกโปง่ เปน็ ตน้
45
กิจกรรมการทดลองเรอื่ ง “ลกู โป่งทนความร้อน”
เดก็ ๆ สงั เกตนะคะวา่ ครใู สอ่ ะไรลงไปในลูกโป่งบ้าง หวาดเสยี วจงั ครับ
เพอ่ื นๆวา่ ลกู โปง่ ลูกไหนจะแตกก่อนคะ
46
รายงานการดำเนินงานการทดลองวทิ ยาศาสตร์
ชือ่ สถานศึกษา โรงเรียนวดั มหรรณพาราม ในพระราชปู ถมั ภ์ฯ วนั ที่ 28 เดอื น มกราคม พ.ศ. 2563
ข้อมลู ทั่วไป
1. หัวข้อเรือ่ งท่ที ำการทดลอง กกั น้ำไวไ้ ด้
2. เหตผุ ลท่ีเลอื กทำการทดลองในขอ้ 1 (อาทิ เช่น อากาศ)
- มีระบุไวใ้ นแผนการสอน -
- เปน็ เหตกุ ารณห์ รอื ข่าวที่เกิดขน้ึ ในชวี ิตประจำวนั (โปรดระบุตัวอย่างเหตุการณ)์ การเลน่ ปืนฉดี น้ำ
เวลาเราดงึ ลกู สูบก่อนทจี่ ะฉดี จะรสู้ ึกเหมือนมแี รงดันอยู่ในกระบอกฉดี น้ำ หรอื แกว้ น้ำทม่ี ีฝาปดิ แก้ว
เวลาเราเปิดฝาแก้วจะรู้สกึ เหมอื นถูกดูดอยู่
- มีคำถามหรอื แนวคดิ จากเดก็ (โปรดระบุตวั อย่างคำถามหรอื แนวคดิ เด็ก) ทำอยา่ งไรนำ้ ถึงจะไมห่ กออก
จากแกว้
- ในฐานะครูผู้สอนทา่ นไดใ้ ห้คำแนะนำแกเ่ ดก็ ๆ ใช่หรือไม่ ถา้ ใช่
• ทา่ นมวี ิธกี ารใดในการดึงใหเ้ ด็กหนั มาสนใจการทดลองวิทยาศาสตร/์ กิจกรรมพเิ ศษน้นั
สาธติ ให้เด็กดู แลว้ บอกว่าครมู มี ายากลใหด้ ู เด็กก็จะเกิดความตื่นเตน้ อยากจะทดลอง
• ทา่ นมีวธิ ีการใดทำให้การทดลองวทิ ยาศาสตร์/กจิ กรรมนั้นประสบความสำเร็จ
การเตรยี มอุปกรณใ์ นการทดลองและการอธบิ ายวิธีการทดลองใหเ้ ดก็ ไดด้ ู
- อื่น ๆ −
3. ทา่ นไดเ้ คยสอนหรอื อธบิ ายความสำคัญของปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทเ่ี กดิ ข้ึนในชวี ติ ประจำวันแก่เด็กบา้ ง
หรอื ไม่ และท่านได้ยกตัวอยา่ งปรากฏการณใ์ ด −
4. ยกตวั อยา่ งพฤตกิ รรมตอบสนองของเดก็ ตอ่ การสอนของท่าน เดก็ ช่วยกันตอบคำถามดว้ ยความสนใจและ
ร่วมกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนาน .
5. หลังจากทำการทดลองวิทยาศาสตรแ์ ล้วเด็กมีคำถามเกี่ยวกับกจิ กรรม หรอื เนือ้ หาทไี่ ด้เรยี นรู้หรือไม่
โปรดเติม √ (เชน่ ถามคำถาม วาดรูป การนำเสนอผลการทดลอง เปน็ ตน้ )
มี ไมม่ ี
47
6. เด็กได้มีโอกาสทำการทดลองด้วยตนเองคนเดยี วอีกครงั้ หรือไม่ โปรดเตมิ √
มี ไมม่ ี
7. ในความคดิ ของท่าน เดก็ ได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการทดลอง เดก็ ๆ ร้วู ่ารอบๆ ตวั เรามีอากาศ และอากาศ
มีแรงดันไปดันกระดาษทีป่ ดิ ปากแกว้ ไว้ ทำให้น้ำไมห่ กออกมา
8. เดก็ ได้มีการสะทอ้ นสงิ่ ที่เขาไดเ้ รียนร้จู ากการทดลองหรือไม่
(ประเมินจากเด็กคนเดียว สองคน หรือเป็นกลมุ่ )
มี ไมม่ ี
ทา่ นมวี ธิ ีการหรือกระบวนการอยา่ งไรท่ีทราบวา่ เด็กสะท้อนสิง่ ที่ไดเ้ รียนรู้ สงั เกตจากพฤตกิ รรมเดก็ ใน.
การทำกจิ กรรมและมกี ารคาดคะเนเหตกุ ารณ์ล่วงหน้าว่านำ้ จะหกหรอื ไมห่ กออกมา
ความคิดเห็นของครเู ก่ียวกบั การทดลองวิทยาศาสตร์
1. ทา่ นมีความเข้าใจในหลกั การวทิ ยาศาสตร์ของการทดลองทใ่ี ช้ในการเรยี นการสอนหรอื ไม่
เขา้ ใจทัง้ หมด เข้าใจบางสว่ น ไม่เขา้ ใจ
2. ในการให้เดก็ ทำการทดลองวิทยาศาสตร์ สว่ นใดทท่ี า่ นคดิ ว่าทำไดด้ ี หรอื ประสบความสำเรจ็
(เช่น การเตรียมอุปกรณห์ รือวิธที ดลอง การแนะนำวิธที ดลองให้แก่เดก็ การอธบิ ายกระบวนการเรยี นรู้ต่าง ๆ
การทำใหเ้ ดก็ เกดิ ความประทับใจในการทดลอง การดัดแปลงการทดลองใหเ้ ข้ากับชีวิตประจำวนั )
การเตรยี มการทดลอง และเด็กได้ลงมือทำกจิ กรรมการทดลองได้ดว้ ยตนเองจนสำเรจ็
3. ในการใหเ้ ดก็ ทำการทดลองวิทยาศาสตร์ ส่วนใดท่ีท่านทำได้ไม่ดี หรอื ไม่ประสบความสำเร็จ
−
4. ในการทดลองคร้ังตอ่ ไป ทา่ นตอ้ งการปรบั ปรุงหรอื เปล่ยี นแปลงสงิ่ ใดบ้างทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั การทดลอง
−
5. คำแนะนำเพ่อื ใหม้ กี ารปรับปรงุ ใหด้ ขี ึน้ (เช่น เรือ่ งทวั่ ๆ ไป ข้อเสนอแนะสำหรบั ผนู้ ำเครอื ขา่ ยท้องถ่ิน
หรอื ข้อเสนอแนะสำหรบั โครงการ “บ้านนกั วิทยาศาสตร์นอ้ ย ประเทศไทย”)
−