The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2 เม.ย.65_กระบวนการเรียนการสอนที่เน้นการไตร่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kantima.kularb, 2022-04-30 03:13:10

2 เม.ย.65_กระบวนการเรียนการสอนที่เน้นการไตร่

2 เม.ย.65_กระบวนการเรียนการสอนที่เน้นการไตร่

กระบวนการเรยี นการสอนท่ีเนน้ การไตร่ตรอง

เผยแพร่โดย : สภาการศกึ ษาคาทอลกิ แห่งประเทศไทย

แบ่งปันประสบการณ.์ ..

ในการจดั ทาแผนการจดั การเรยี นรู้
โดยใช้ “กระบวนการเรยี นการสอนที่เนน้ การไตร่ตรอง”

โดย
ดร.สายสนุ ยี ์ กอสนาน
และคณะครู โรงเรยี นยอแซฟอุปถมั ภ์ สามพราน

WWW.JOSEPH.AC.TH JOSEPH UPATHAM SCHOOL

02-1014687(3102) ฝา่ ยมาตรฐานคณุ ภาพ

“การเขยี นแผนการเรยี นรแู้ บบไตร่ตรองเนน้ สกู่ ารปฏบิ ตั ิ”

วนั น้เี รามาอบรมเพอื่ อะไร???

1. เพอ่ื ใหค้ ุณครผู ูเ้ ขา้ รบั การอบรม มีความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั “กระบวนการเรยี นการสอนท่ีเนน้ การ
ไตร่ตรอง”

2. เพอ่ื ใหค้ ุณครผู ูเ้ ขา้ รบั การอบรม สามารถออกแบบกิจกรรมการเรยี นรโู้ ดยใช้ “กระบวนการเรยี นการสอนที่
เนน้ การไตร่ตรอง”ได้

3. เพอ่ื ใหค้ ุณครผู ูเ้ ขา้ รบั การอบรม สามารถจดั ทาแผนการจดั การเรยี นรตู้ ามขน้ั ตอนของ “กระบวนการเรยี น
การสอนที่เนน้ การไตร่ตรอง”ได้

4. เพอ่ื ใหค้ ุณครผู ูเ้ ขา้ รบั การอบรม สามารถนา “กระบวนการเรยี นการสอนที่เนน้ การไตร่ตรอง” ไปใชใ้ นการ
จดั การเรยี นการสอนในชวี ิตประจาวนั ได้

“การเขยี นแผนการเรยี นรแู้ บบไตร่ตรองเนน้ สกู่ ารปฏิบตั ิ”

ทาไมวนั น้ตี อ้ งมาอบรม???

“คุณพ่อสง่ั ...”

“การเขยี นแผนการเรยี นรแู้ บบไตร่ตรองเนน้ ส่กู ารปฏบิ ตั ิ”

ทาไมวนั น้ตี อ้ งมาอบรม???

“สงั คมสมยั ใหม่ที่เต็มไปดว้ ยสง่ิ กระตนุ้ และสงิ่ เรา้ ตลอดเวลา
คนเราแทบจะไม่มีช่องว่างของเวลาที่จะหยุดอยู่ชว่ั ขณะ

เพอ่ื จะไดค้ ดิ ทบทวน วินิจฉยั และไตร่ตรองก่อนท่ีจะตดั สนิ ใจ
และลงมือทาสงิ่ ใดสง่ิ หน่ึง กระบวนการน้ีจะช่วยฝึ กทกั ษะท่ีจาเป็ น
ของนกั เรยี นในการหยุดชว่ั ขณะ เพอื่ คดิ วินจิ ฉยั และไตร่ตรอง

ก่อนที่จะมีปฏกิ ริ ยิ าตอบสนองต่อประสบการณท์ ี่ไดร้ บั
ทาใหน้ กั เรยี นไม่ตกเป็ นทาสต่อสงิ่ เรา้ ”

“การเขยี นแผนการเรยี นรแู้ บบไตร่ตรองเนน้ ส่กู ารปฏบิ ตั ิ”

วนั น้ีเราจะมาทาอะไรกนั บา้ ง???
1. ทาความรจู้ กั กบั “กระบวนการเรยี นการสอนท่ีเนน้ การไตร่ตรอง”
2. ฝึ กการออกแบบกจิ กรรมการเรียนรตู้ ามขนั้ ตอนของ “กระบวนการเรยี นการสอนท่ีเนน้ การไตร่ตรอง”

เป็ นกล่มุ ย่อย
3. ฝึ กการเขยี นแผนการจดั การเรยี นรตู้ ามขน้ั ตอนของ “กระบวนการเรยี นการสอนท่ีเนน้ การไตร่ตรอง”

เป็ นรายบคุ คล
4. มีการบา้ นนิสสสสสสสนึงนะจะ๊ ....

“การเขยี นแผนการเรยี นรแู้ บบไตร่ตรองเนน้ ส่กู ารปฏิบตั ิ”

ระยะเวลาในการอบรมมากนอ้ ยเท่าไหร่??? ใชร้ ะยะเวลา 6 ชวั่ โมง

8.30-9.30 น. ขนั้ ท่ี 1 สรา้ งบรรยากาศ (ม.อมรนิ ทร์ ม.สรุ ยิ า ม.วรรณนภา ม.ณฐั วฒั น)์

ขนั้ ที่ 2 ใหภ้ าพรวม INTRO Model (ดร.สายสนุ ยี )์

9.30-10.30 น. ขน้ั ที่ 3 นาเสนอบทเรยี น (ดร.สายสนุ ยี )์

10.30-10.45 น. เบรกเชา้

10.45-12.00 น. ขนั้ ท่ี 3 นาเสนอบทเรยี น (การลงมือปฏบิ ตั ิกล่มุ ยอ่ ย) (ม.องั กูร ดร.อาทิตยญ์ า ม.สขุ ุมาลย)์

12.00-13.00 น. พกั รบั ประทานอาหารกลางวนั

13.00–14.30 น. ขน้ั ที่ 3 นาเสนอบทเรยี น (การลงมือปฏบิ ตั ริ ายบคุ คล)(ดร.สายสนุ ยี ์ ม.วรายุภสั ร์ และคณะ)

14.15-14.30 น. เบรกบ่าย

14.30-15.00 น. ขนั้ ท่ี 4 ไตร่ตรองการเรยี นร(ู้ คาถาม R-C-A) (ม.อมรนิ ทร์ ม.สรุ ยิ า ม.วรรณนภา ม.ณฐั วฒั น)์

15.00-16.00 น. ขน้ั ที่ 5 วดั และประเมินผลในกระบวนการน้(ี นาเสนอผลงานจากการปฏบิ ตั ิ)(ดร.สายสนุ ยี )์

ขน้ั ที่ 6 นาไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ ของผูเ้ ขา้ อบรม (ดร.สายสนุ ยี )์

16.00 น. ปิ ดการอบรม

“การเขยี นแผนการเรยี นรแู้ บบไตร่ตรองเนน้ สกู่ ารปฏิบตั ิ”

ตอบได.้ ..ตอบด.ี ..มีรางวลั !!!
1. สงิ่ ที่เรยี นรใู้ นวนั น้ี คอื อะไร(ระบชุ อื่ ท่ีถูกตอ้ ง ครบถว้ น)
2. สงิ่ ที่เรยี นรใู้ นวนั น้ี เผยแพร่จากหน่วยงานใด
3. สงิ่ ที่เรยี นรใู้ นวนั น้ี มีกข่ี น้ั ตอน อะไรบา้ ง
4. จากขอ้ 3 ท่านคดิ ว่าขน้ั ตอนใดมีความสาคญั มากที่สดุ เพราะเหตุใด
5. จงบอกขอ้ ดขี องสง่ิ ที่ไดเ้ รยี นรใู้ นวนั น้จี านวน 3 ขอ้

กา้ วแรกเพอื่ รจู้ กั ...

*“กระบวนการเรยี นการสอนที่เนน้ การไตร่ตรอง” หรอื ในช่ือภาษาองั กฤษว่า “Reflective
Pedagogy Paradigm” หรอื “RPP” ซงึ่ มีนกั บุญอกิ ญาซโี อผูก้ ่อตง้ั คณะสงฆเ์ ยสอุ ติ เป็ นผูใ้ หก้ าเนิด

* กระบวนการน้ดี จี รงิ หรอื ? จะใชไ้ ดผ้ ลจรงิ หรอื ? จะช่วยพฒั นาและเปลย่ี นชีวิตนกั เรยี นที่รกั ใหเ้ ป็ น
มนุษยท์ ี่สมบรู ณไ์ ดจ้ รงิ หรอื ?

* เปิ ดใจกวา้ งท่ีจะเรยี นรแู้ ละยอมรบั สง่ิ ใหม่ พรอ้ มที่จะเปลย่ี นตวั เองสสู่ งิ่ ท่ีดกี ว่า สกู่ ารเป็ นครทู ่ีดขี ้นึ
และนาไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ เพอื่ การอบรมบ่มเพาะนกั เรียนส่คู วามเป็ นมนษุ ยท์ ่ีสมบูรณอ์ นั เป็ น
เป้ าหมายสงู สดุ ของการเป็ นครู

กา้ วแรกเพอื่ รจู้ กั ...

กระบวนการเรยี นการสอนที่เนน้ การไตร่ตรองมีจุดแขง็ ที่น่าสนใจอยู่หลายประการ
1. ใชก้ บั หลกั สตู ร หรอื สาระวิชาใดๆ กไ็ ด้
2. เป็ นพ้นื ฐานของกระบวนการจดั การเรยี นรทู้ ุกประเภท
3. ช่วยใหค้ รเู ป็ นครทู ่ีดยี ง่ิ ๆ ข้นึ
4. ใหค้ วามสาคญั กบั นกั เรยี นเป็ นรายบคุ คล
5. เนน้ ถงึ มิติดา้ นสงั คม

กา้ วแรกเพอื่ รจู้ กั ...

วิธีการสอนที่ใชก้ นั อยู่ในระบบการศกึ ษาของโลกในปัจจบุ นั ก่อใหเ้ กดิ ปัญหาที่สาคญั 2 ประการ คอื
1. ก่อใหเ้ กิดอาการความจาเสอ่ื มดา้ นวิชาการ (Academic Amnesia) ซงึ่ มีอาการคือ นกั เรยี นลมื
เน้ือหาท่ีเรยี นภายใน 2-3 นาทีหลงั จากสอบเสรจ็ อาการน้มี ีตน้ เหตมุ าจากการขาดความเขา้ ใจอย่าง
แทจ้ รงิ ในเน้อื หาท่ีไดเ้ รยี น

2. ก่อใหเ้ กิดอาการตบี ตนั ทางสตปิ ัญญา (Intellectual Constipation)กล่าวคอื นกั เรียนไม่รวู้ ่าจะนา
สงิ่ ที่เรยี นในหอ้ งเรยี นไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ ไดอ้ ย่างไรอาการน้ีมีสาเหตมุ าจากการขาดแนวทางท่ีจะปรบั ใชส้ ง่ิ
ท่ีเรยี นรไู้ ปลงมือปฏบิ ตั ใิ นชีวิตจรงิ

กา้ วแรกเพอ่ื รจู้ กั ...

กระบวนการเรยี นการสอนทเ่ี นน้ การไตรต่ รองทาใหน้ กั เรยี นไดร้ ูว้ า่
“ฉนั เรยี นรูอ้ ะไร” และยงั ใหร้ ูอ้ กี วา่ “ฉนั เรยี นรูอ้ ยา่ งไร” และทส่ี าคญั
“ทาไมฉนั ตอ้ งเรยี นรูเ้ รอ่ื งน้ี” กระบวนการน้ีจงึ ชว่ ยบรรเทาอาการทงั้ 2
น้ีไดโ้ ดยเปล่ยี นวธิ กี ารเรยี นการสอนจากวธิ กี ารทเ่ี ราใชอ้ ยเู่ ดมิ ในหลาย
ดา้ น คอื

กา้ วแรกเพอ่ื รจู้ กั ...

1. จากการสอนโดยครเู ป็ นผูถ้ ่ายทอดฝ่ ายเดยี ว (One-Way Learning:Broadcast or Teacher-
Centered) ใหเ้ ป็ นการสอนท่ีเป็ นสองทางโดยที่นกั เรยี นมีส่วนร่วมและเป็ นศนู ยก์ ลางการเรียนรู้
(Two-Ways Learning: Interactive or Student Centered)

2. จากการรบั ฟังความรโู้ ดยมีนกั เรียนเป็ นผูฟ้ ังและครเู ป็ นผูถ้ ่ายทอด ใหเ้ ป็ นการแสวงหาและต่อยอด
ความรโู้ ดยมีนกั เรยี นเป็ นผูเ้ รยี นรแู้ ละลงมือทา

3. จากการท่องจาและทา ซา้ เน้ือหา ใหเ้ ป็ นการเขา้ ใจเน้อื หาและสามารถปรบั ใชเ้ น้ือหานน้ั ในชีวิตจรงิ

4. จากการเรยี นรทู้ ่ีเรม่ิ ตน้ และจบส้นิ ที่โรงเรยี น (School-Long Learning) ใหเ้ ป็ นการเรยี นรตู้ ลอด
ชีวิต (Life-Long Learning)

ส่วู ฏั จกั รแห่งการเรยี นร.ู้ ..

กระบวนการเรยี นการสอนที่เนน้ การไตร่ตรอง (ของสภาการศกึ ษาคาทอลกิ แห่งประเทศไทย)
มี 6 ขนั้ ตอน

ขนั้ ที่ 1 สรา้ งบรรยากาศการเรยี นรู้
ขนั้ ที่ 2 ใหภ้ าพรวม
ขน้ั ที่ 3 นาเสนอบทเรยี นดว้ ยความกระตือรอื รน้
ขนั้ ที่ 4 ไตร่ตรองการเรียนรอู้ กี ครงั้
ขน้ั ที่ 5 วดั และประเมินในกระบวนการน้ี
ขน้ั ที่ 6 นาไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ

สรา้ งบรรยากาศดว้ ยศรทั ธา...

ขนั้ ที่ 1 สรา้ งบรรยากาศการเรยี นรู้
ดว้ ยความสมั พนั ธ์อยา่ งมีมิตรภาพและไวว้ างใจของครกู บั นกั เรยี น บนพ้นื ฐานของ
1)ความไวว้ างใจ
2)การมีสว่ นร่วม
3)การยอมรบั ในตวั บคุ คล
4)การคน้ พบตวั เอง

สรา้ งบรรยากาศดว้ ยศรทั ธา...

“เชอ่ื ไหมว่า แมแ้ ต่สหี นา้ สายตา นา้ เสยี งและภาษากายของครู
ไม่ว่าเลก็ นอ้ ยแค่ไหนกห็ ลอกนกั เรียนไม่ได้ นกั เรียนสามารถรสู้ กึ ไดท้ นั ทีว่า

นกั เรียนมีความหมายมีคุณค่าแค่ไหนสาหรบั ครู
โดยที่ครไู ม่ตอ้ งพดู อะไรสกั คา เดก็ นกั เรยี นมีความสามรถมองครไู ดจ้ ากขา้ งหลงั ทะลถุ งึ หวั ใจ
เพราะครเู ป็ นคนที่เขารกั และเทิดทูน นกั เรยี นประเมินค่าของตนเองจากสง่ิ ที่ครปู ฏบิ ตั ติ ่อเขา

ปฏสิ มั พนั ธ์ระหว่างครกู บั นกั เรยี นจงึ มีความสาคญั ยง่ิ กว่าสงิ่ ใด ๆ
ต่อบรรยากาศที่เอ้อื ต่อการเรยี นรขู้ องนกั เรยี น”

เปิ ดประตสู ่ใู จดว้ ยการใหภ้ าพรวม...

ขนั้ ที่ 2 ใหภ้ าพรวม INTRO Model (ใชเ้ วลา 3-5 นาที ตน้ คาบเรยี น)
1)วตั ถุประสงค์ (Objectives) -นกั เรียนจะไดเ้ รยี นรอู้ ะไรและจะประเมินอย่างไร
2)ความจาเป็ น (Need) -ทาไมจาเป็ นตอ้ งเรยี น
3)หวั ขอ้ และเน้อื หา (Range) -มีหวั ขอ้ และเน่อื งหาอะไรบา้ ง
4)การสรา้ งความน่าสนใจ (Interest) -น่าสนใจอยา่ งไร
5)เวลาที่ใชส้ อน (Time) –ใชเ้ วลาเท่าไหร่ อย่างไร

เพอื่ ใหน้ กั เรยี นเปิ ดใจรบั การเรยี นรู้ ดว้ ยการแสดงใหเ้ ห็นว่านกั เรยี นกาลงั จะเรยี นอะไร จะเรยี นอย่างไร
เรยี นไปทาไม ใชร้ ะยะเวลาเท่าไหร่

เปิ ดประตูสใู่ จดว้ ยการใหภ้ าพรวม...

“การใหภ้ าพรวมเป็ นเทคนคิ ที่ลา้ ลกึ ที่จะช่วยพฒั นาทกั ษะในการเรยี นรแู้ ละการคดิ ในระดบั ท่ีสงู ข้นึ
เมื่อเรมิ่ คาบเรยี นครใู หน้ กั เรยี นมองภาพรวม ในระหว่างเวลาเรยี นครคู ่อย ๆ

แยกย่อยภาพรวมนน้ั เป็ นภาพเลก็ ๆ ท่ีเป็ นหวั ขอ้ ย่อยต่าง ๆ และความสมั พนั ธ์ของหวั ขอ้ ย่อยเหล่านนั้
เม่ือจบคาบเรยี นดว้ ยการไตร่ตรองนกั เรยี นจะไดร้ บั โอกาสที่ทบทวนภาพเลก็ ๆ
และประกอบเป็ นภาพใหญ่ในใจของเขาอกี ครง้ั

และตรวจสอบว่าเขาไดเ้ รยี นรคู้ รบถว้ นอย่างที่ครตู งั้ ใจไวต้ งั้ แต่ตอนเรมิ่ คาบเรยี นหรอื ไม่”

นาเสนอบทเรยี นเพอื่ นกั เรยี นแต่ละคน...

ขนั้ ท่ี 3 นาเสนอบทเรยี นดว้ ยความกระตอื รอื รน้

นาเสนอบทเรยี นดว้ ยวิธีการที่หลากหลาย ทง้ั การมองการฟัง และการเคลอื่ นไหว ทางานเดย่ี วและ
กล่มุ ผ่านกระบวนการ See - Judge – Act ฝึ กฝน ฝึ กซอ้ ม ท่องจา เพอ่ื ตอกยา้ การเรยี นรู้

1)การสรา้ งประสบการณ์ (See) ดว้ ยสมอง (Head)

2)การคดิ วินจิ ฉยั ประสบการณ์ (Judge) ดว้ ยหวั ใจ (Heart)

3)การลงมือปฏบิ ตั ิ (Act) ดว้ ยสองมือ (Hand)

สารวจชวี ิตดว้ ย See-Judge–Act

การสรา้ งประสบการณ์ (See) ดว้ ยสมอง (Head)

ครู สรา้ งประสบการณใ์ นการเรยี นรูใ้ นหลายมติ ิ

ใหข้ อ้ มูล และสถานการณ์
ทา้ ทาย จงู ใจ ตงั้ คาถามเพื่อนาเขา้ สปู่ ระสบการณ์

นกั เรยี น ตงั้ คาถาม สงั เกต สารวจ คน้ ควา้ ลองผิดลองถกู
แลกเปลี่ยน ปรกึ ษาหรอื อภิปรายกลุม่

คดิ วเิ คราะห์ หาสาเหตุและผล

คดิ สงั เคราะห์ จดั หมวดหมู่ เปรยี บเทยี บ
สรุปเรอ่ื งราว หรอื แนวคดิ บนั ทกึ ประสบการณ์

สารวจชวี ิตดว้ ย See-Judge–Act

วินจิ ฉยั ประสบการณ์ (Judge) ดว้ ยหวั ใจ (Heart)
ครู บรรยายสรุปความจรงิ โดยผา่ นหลกั การ ทฤษฎี หรอื กฎทาง
วชิ าการ หรอื คณุ คา่ พระวรสารหรอื หลกั ธรรมอนื่
ตง้ั คาถามใหน้ กั เรยี นคดิ วนิ ิจฉยั เพื่อคน้ หาแนวคดิ เบ้ืองหลงั
ใหแ้ นวทาง กระบวนการ ในการคดิ วนิ ิจฉยั
นกั เรยี น ทาความเขา้ ใจจากประสบการณท์ ไ่ี ดร้ บั วา่ ไดเ้ รยี นรูอ้ ะไร อยา่ งไร และทาไม
ซมึ ซบั ความจรงิ จากประสบการณท์ ไ่ี ดร้ บั
เชอื่ มโยงสง่ิ ทไี่ ดเ้ รยี นรูก้ บั หวั ขอ้ หรอื สาขาวชิ าอน่ื และชวี ติ สว่ นตวั
รบั แรงบนั ดาลใจจากความจรงิ หรอื บูรณาการคณุ คา่ พระวรสาร
เพื่อเป็นแนวทางในการคดิ วนิ ิจฉยั เพื่อตดั สนิ ใจ

สารวจชวี ิตดว้ ย See-Judge–Act

การลงมือปฏบิ ตั ิ (Act) ดว้ ยสองมือ (Hand)
ครู มอบหมายงาน แบบฝึกหดั
ตง้ั คาถามเพื่อนาไปสกู่ ารปฏิบตั ิ
ตดิ ตาม ใหค้ าแนะนา ขอ้ เสนอแนะ ขอ้ ปรบั ปรุง
นกั เรยี น ฝึกฝน ฝึกซอ้ ม ทอ่ งจา
ทารายงาน นาเสนอ และรบั ขอ้ เสนอแนะ
เขียนบรรยายเรอ่ื งราวแนวคดิ
ทาแบบฝึกหดั รายงาน
คดิ ตอ่ ยอด คดิ สรา้ งสรรค์
ผลิตผลงานและนวตั กรรม งานกลุม่

ตบทา้ ยดว้ ย “ไตร่ตรอง”

ขนั้ ท่ี 4 ไตร่ตรองการเรยี นรอู้ กี ครงั้
ใหน้ กั เรยี นซมึ ซาบสงิ่ ท่ีไดเ้ รยี นรแู้ ละกระบวนการเรยี นรมู้ าเป็ นของตนเองดว้ ยคาถาม R-C-A

Reflect สะทอ้ นความรสู้ กึ หรอื มุมมองของตนเอง ท่ีไดร้ บั จากการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
Connect เชอื่ มโยง กบั ประสบการณใ์ นชวี ิตท่ีผ่านมา หรอื ที่ตนเองไดเ้ รยี นรมู้ าแลว้ เป็ นองคค์ วามรใู้ หม่
Apply ปรบั ใช้ ในชวี ิตประจาวนั ของตนเอง ทง้ั ในปัจจุบนั และอนาคต

* จดบนั ทึกการไตร่ตรองและแลกเปลย่ี นสงิ่ ท่ีไดเ้ รยี นรู้

ตบทา้ ยดว้ ย “ไตร่ตรอง”

คาถามเพอ่ื ผลการสะทอ้ น (R : Reflect) ถามถงึ สงิ่ ที่สงั เกตเห็น มองเหน็ หรอื ถามความรสู้ กึ ที่เกดิ ข้นึ จากการร่วมกจิ กรรม
- นกั เรยี นมีความรสู้ กึ อยา่ งไร? หรอื มองเหน็ อะไรในพฤติกรรมของบคุ คลหรอื ในการทากจิ กรรมร่วมกนั
- นกั เรยี นมีความรสู้ กึ อย่างไร กบั การขดั แยง้ หรอื การมีความเห็นไม่ตรงกนั ของนกั เรยี นในกล่มุ
- หลงั จากเกดิ ความขดั แยง้ ที่เกดิ ข้นึ ระหว่างการทากจิ กรรมครงั้ น้ี นกั เรยี นคดิ ว่าทุกคนที่เกยี่ วขอ้ งมีความรสู้ กึ อย่างไร
- นกั เรยี นเคยสงั เกตตนเองหรอื ไม่ว่า ใชว้ ิธีการใดจดั การกบั ความขดั แยง้ ในระหว่างการทากจิ กรรมร่วมกนั หรอื ในกล่มุ ทา
อย่างไรความขดั แยง้ ในกล่มุ เพอื่ นจงึ ยุตลิ งได้

ตบทา้ ยดว้ ย “ไตร่ตรอง”

คาถามเพอ่ื การเชอ่ื มโยง (C : Connect) ถามเพอ่ื ใหเ้ กดิ การเชอ่ื มโยงระหว่างประสบการณห์ รอื ความรทู้ ่ีเคยมีมาก่อนกบั
ประสบการณห์ รอื ความคดิ ที่ไดจ้ ากการเรยี นรใู้ หม่

- ในช่วงท่ีผ่านมา นกั เรยี นเคยเห็น เคยมีความรสู้ กึ หรอื เคยปฏบิ ตั มิ าอย่างไรบา้ ง
- สง่ิ ท่ีสงั เกตหรอื พบเหน็ สอดคลอ้ ง เหมือนหรอื คลา้ ยคลงึ กบั สง่ิ ที่นกั เรยี นเคยปฏบิ ตั มิ าอย่างไรบา้ ง
- นกั เรยี นเคยมีความขดั แยง้ กบั เพอื่ นระหว่างทากจิ กรรมที่ผ่านมาหรอื ไม่ เกดิ จากสาเหตใุ ด
- นกั เรยี นเคยจดั การหรอื สยบความขดั แยง้ ไม่ใหล้ ุกลามบานปลายไดอ้ ย่างไรบา้ ง

ตบทา้ ยดว้ ย “ไตร่ตรอง”

คาถามเพอ่ื การปรบั ใช้ (A : Apply) ถามถงึ ปัจจบุ นั และการเผชญิ เหตกุ ารณใ์ นอนาคต

-ในอนาคต ถา้ นกั เรยี นพบเห็นหรอื เจอเหตุการณ์ หรอื มีความรสู้ กึ อย่างน้ี นกั เรยี นจะมีแนวทางปฏบิ ตั อิ ย่างไร
-ในการทางานกล่มุ ครงั้ ต่อไป หากมีความขดั แยง้ เกดิ ข้นึ อย่างน้อี กี นกั เรยี นจะทาอย่างไรหรอื คลค่ี ลายสถานการณอ์ ย่างไร
-นกั เรยี นตงั้ ใจจะทาอะไร ปฏบิ ตั อิ ย่างไร หรอื เปลยี่ นแปลงอะไรบา้ ง เพอ่ื การมีชวี ิตที่ดใี นอนาคต หรอื เพอื่ การเรยี นท่ีดขี ้นึ
หรอื เพอ่ื การทางานใหส้ าเรจ็

วดั และประเมินผล...

ขนั้ ที่ 5 วดั และประเมินในกระบวนการน้ี
1)ประเมินความกา้ วหนา้ ในการเรยี นรเู้ พอ่ื การพฒั นาเป็ นรายบคุ คล สอดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงคใ์ นการเรยี นรทู้ ่ีกาหนดไว้
2)ประเมินการสอนของครเู พอื่ ปรบั ปรงุ ใหด้ ยี งิ่ ข้นึ

นาไปใชแ้ ละปฏบิ ตั ิในชวี ิตจรงิ ...

ขน้ั ที่ 6 นาไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ
เชอ่ื มโยงเน้อื หาและกระบวนการสกู่ ารนาไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ นอกหอ้ งเรยี น

เบรกกนั ดมี ย๊ั คะ...


Click to View FlipBook Version