The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E-book กัมปงในดงปรือ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by porawat.chaisrisang, 2024-05-06 13:03:20

E-book กัมปงในดงปรือ

E-book กัมปงในดงปรือ

Website การท่อ ท่ งเที่ย ที่ วเชิงเกษตร และภูมิ ภู มิปัญ ปั ญาท้อ ท้ งถิ่น ถิ่


หลวงพ่อโอภาสีที่ศัก ศั ดิ์สิทธิ์ สัตว์เศรษฐกิจ แพะ แกะ ไก่ ปลา นกเขาชวาเสียงดี กล้วยไม้หลากสีนานาพันธุ์ มะม่วงนวลจัน จั ทร์เ ร์ ลิศรส ส้มบางมดเลื่องชื่อลือนาม ที่ม ที่ า : คำ ขวัญ วั สำ นัก นั งานเขตทุ่งทุ่ ครุ


กัมกั ปงในดงปรือ รื การท่อท่งเที่ย ที่ วเชิงเกษตร และภูมิภูมิปัญปัญาท้อท้งถิ่นถิ่ [ บทนำ ] กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 1 ผู้เขียขีน : ปรวัตวัร ชัยศรีสัรี สังข์ “อัตลักษณ์ขณ์องชุมชนในแต่ลต่ะที่นั้ที่ นั้มีเสน่ห์ ที่แที่ตกต่าต่งกันกัออกไปตามวิถีวิท้ถีอท้งถิ่นถิ่ ” ที่ใที่ห้คุห้ณคุเดินดิทางมาค้นค้หาความหมาย คำ ว่าว่ “กัมกั ปง” เป็นป็ภาษามลายู แปลว่าว่หมู่เกาะหรือรืหมู่บ้าน กลางน้ำ ส่วนคำ ว่าว่ “ปรือรื ” หมายถึงถึต้นปรือรืหรือรืต้นธูปฤาษีที่ษี ที่ พบเป็นป็จำ นวนมากมากในพื้นที่ ที่นี่ที่เนี่ป็นป็ชุมชนมุสลิมย่านทุ่งทุ่ ครุ ชาวบ้านยังยึดอาชีเกษตรกรรม ทำ สวนมะพร้าว ปลูกส้ม บางมด เลี้ยงแพะ เลี้ยงปลาในท้องร่อร่ง และเสริมริด้วยการท่อท่ง เที่ยที่วทางคลอง พาชมวิถีวิเถีกษตรของชาวมุสลิม "กัมปงในดงปรือ" เป็นแหล่งท่องเที่ยที่วเชิงเกษตรที่เที่กิดกิจาก ความร่วมมือกันของกลุ่มวิสวิาหกิจกิชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ ซึ่ง เดิมดิทีเทีป็นวิสวิาหกิจกิที่จัที่ดจัตั้งขึ้นเพื่อกระจายสินค้าทำ การ เกษตรของชุมชนแต่ด้วยสภาพที่ตั้ที่ ตั้งภูมิศาสตร์ขร์องชุมชน ประสบกับปัญหาสภาพน้ำ ในคลองปัจจุบันไม่่เอื้อต่อการ ทำ การเกษตรทำ ให้ผลิตผล เช่น ส้มบางมดและผลผลิต ทางการเกษตรอื่น ๆ ลดลงจำ นวนมาก ชาวบ้านจำ ต้องหาสิ่งใหม่มาเสริมริ ให้สามารถดำ รงชีพกันต่อ ไปได้ ดังนั้น การจัดจัทริปริท่องเที่ยที่วเชิงเกษตรและภูมิปัญญา ท้องถิ่นถิ่จึงจึเกิดกิขึ้น โดยใช้การสัญจรทางน้ำ ซึ่งเป็นรูปแบบ การสัญจรที่ใที่ช้กันมาตั้งแต่อดีตดีถึงปัจจุบันมาเพิ่มความน่า สนใจและการกระตุ้นการดึงดูดให้กับนักท่องเที่ยที่วเข้ามา ค้นหาความหมายกับกัมปงในดงปรือ


ซึ่งนอกจากนักนัท่อท่งเที่ยที่วจะได้เพลิดเพลินกับกัการนั่งนั่เรือรืชม ธรรมชาติ และวิถีวิชีถี ชีวิตวิจากสองฝั่งฝั่คลองแล้วการที่มีที่ มีเรือรืวิ่งวิ่ ในคลองจะช่วยเพิ่มก๊าก๊ซออกซิเจนในแม่น้ำ ทำ ให้สห้ภาพน้ำ ดี ขึ้นขึ้และไม่เน่าน่เสีย นอกจากนี้แนี้ล้วกัมกั ปงในดงปรือรืยังทำ ให้ นักนัท่อท่งเที่ยที่วได้ตื่นตื่ตาตื่นตื่ ใจกับกัวิถีวิชีถี ชีวิตวิของคนมุสลิมและ วัฒวันธรรมที่ผที่สมผสานความเป็นป็อยู่ของตนจนเกิดกิเป็นป็ วิสวิาหกิจกิชุมชนแห่งห่นี้ขึ้นี้ขึ้นขึ้ เสน่ห์น่ข ห์ องกัมกั ปงในดงปรือรื... ความน่าน่สนใจของที่นี่ที่ นี่ก็คืก็อคืกิจกิกรรมกัมกั ปงในดงปรือรื เป็นป็กิจกิกรรมที่จที่ะพาท่อท่งเที่ยที่วชุมชนโดยรอบของทุ่งทุ่ ครุ นักนัท่อท่งเที่ยที่วจะได้สัมผัสกับกัชุมชนที่เที่ต็มต็ ไปด้วยสวนผล ไม้สุดร่มร่รื่นรื่อากาศสดชื่นบริสุริสุทธิ์ ไฮไลต์สำต์ สำคัญคัของกัมกั ปงในดงปรือรืคือคืวิถีวิชีถี ชีวิตวิคน มุสลิมในเขตชุมชนทุ่งทุ่ ครุที่นิที่ยนิมการเลี้ยงแพะเนื้อนื้ และแพะนม เพื่อการบริโริภคและจำ หน่าน่ยเพื่อการส่ง ออซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้ภายในครัวรัเรือรืนแล้ว ยังต่อต่ยอดเป็นป็ธุรกิจกิชุมชนท่อท่งเที่ยที่วเชิงเกษตร กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 2


ประวัติ วั ศติ าสตร์ชุ ร์ ชุ มชนทุ่งทุ่ ครุ HISTORY OF THE THUNG KHRU COMMUNITY วิถี วิ ชี ถีชี วิต วิ ของคนมุสลิมในชุมชนทุ่งทุ่ ครุ วันวั นี้ในี้ นอดีต ดี.. "ในอดีตดีชุมชนทุ่งทุ่ ครุ" คำ ว่าว่ “ทุ่งทุ่ ” หมายถึงถึที่รที่าบโล่ง คำ ว่าว่ “ครุ” หมายถึงถึภาชนะสานชนิดนิ หนึ่งนึ่ใช้ตักตัน้ำ รูปกลม ๆ เมื่อนำ ความหมายของทั้งทั้สองคำ รวมกันกั ซึ่งน่าน่จะหมายถึงถึพื้นที่รที่าบโล่งที่มีที่ มีความ อุดมสมบูรบูณ์ จากความหมายดังดักล่าว แสดงให้เห้ห็นห็ว่าว่ ในอดีตดีท้องที่เที่ขตทุ่งทุ่ ครุ ส่วนใหญ่เญ่ ป็นป็ที่รที่าบโล่ง มีแหล่งน้ำ หลาย แห่งห่สำ คัญคัซึ่งเหมาะแก่กก่ารเพาะปลูก ประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรรม และมีฝีมืฝี มือทางการจักจั สาน จากคำ บอกเล่าผ่านการสัมภาษณ์ คุณคุกุสุกุ สุมา อินสมะพันธ์ กล่าวว่าว่เดิมดิที แล้วชุมชนทุ่งทุ่ ครุมีฐานะเป็นป็ตำ บลทุ่งทุ่ ครุ ขึ้นขึ้อยู่กับกัอำ เภอราษฎร์บูร์รบูณะจังจัหวัด ธนบุรบุรต่อต่มาอำ เภอราษฎร์บูร์รบูณะได้ถูกถู โอนไปขึ้นขึ้กับกัจังจัหวัดวัพระประแดงอยู่ช่วง หนึ่งนึ่นั้นนั้จนกระทั่งทั่จังจัหวัดวันี้ถูนี้กถูยุบลงเป็นป็ อำ เภอในจังจัหวัดวั สมุทรปราการในปัจปัจุบันบั เมื่อร้อยกว่าว่ ปีที่ปีแที่ล้ว “คนครุ” ส่วนใหญ่ เป็นป็ชาวมุสลิมที่อที่พยพมาจากทางภาคใต้ ของไทย ซึ่งเป็นป็ถิ่นถิ่ฐานของที่บที่รรพบุรุบุ รุษ ได้ตั้งตั้หลักปักปัฐานทำ มาหากินกิและสร้าง ชุมชนบ้านครุมาจนถึงถึปัจปัจุบันบันี้ ในอดีตดีเป็นป็ชุมชนของเกษตรกรที่ทำที่ทำ อาชีพปลูกส้มเป็นป็หลัก ทุกทุหลังคาเรือน ปลูกส้มบางมด ตลอดเส้นทางสองฝั่งฝั่ คลองโดยใช้น้ำ จากคลองบางมดเป็นป็หลัก และคนในชุมชนมีการตั้งตั้บ้านเรือน บริเริวณรอบ ๆ เส้นทางลำ คลอง สลับกับกั สวนส้มที่ใที่ช้เรือเป็นป็พาหนะสำ คัญคั ในการ ลำ เลียงผลส้มออกมาจากสวนซึ่งผู้นำ ชุมชนได้บรรยายถึงถึความเป็นป็มาของ ชุมชนในช่วงเวลาที่ยัที่ ยังมีการปลูกส้มอยู่ได้ ชัดเจนมาก คือคืเกษตรกรมีวิถีวิชีถี ชีวตผูกติดติ กับกัการปลูกส้มบางมด ทุกทุวันวัต้องเข้าไป ดูแดูลความเรียรีบร้อยของสวนส้ม โดยการ พายเรือไปริมริ ฝั่งฝั่คลอง ช่วงเย็นจึงจึค่อค่ย กลับบ้าน เมื่อถึงถึฤดูกดูาลเก็บก็เกี่ยกี่วผลผลิต ในสวนจะเป็นป็ช่วงเวลาที่ชที่าวบ้านต้อง ทำ งานหนักนัมาก เพราะผลผลิตในสวน มีปริมริาณมาก เก็บก็ส้มได้สองครั้งรั้ต่อต่ ปี ซึ่งเป็นป็ที่มที่าของรายได้หลักในครอบ ครว ประมาณปีลปีะ 4 แสนบาท ซึ่ง ทำ ให้ชีห้ ชีวิตวิความเป็นป็อยู่ของเกษตรกร ในช่วงนั้นนั้ดีมดีาก เกษตรกรสามารถนำ เงินงิมาปลูกบ้าน ซื้อที่ดิที่นดิเพิ่ม ส่วนคน ที่ไที่ม่มีที่ดิที่นดิก็เก็ช่าที่ดิที่นดิเพิ่มเพื่อปลูกส้ม การประกอบอาชีพของคนส่วนใหญ่ ของชุมชนในปัจปัจุบันบัคือคืการค้าขาย รับจ้าจ้ง และข้าราชการเป็นป็ส่วนน้อย กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 3


ในเ ขตชุ ม ชน ทุ่ งครุ วัฒนธ ร ร ม ชา ว มุ สลิ ม “อัตลักษณ์ของชุมชนในแต่ละที่นั้ ที่ นั้ น มีเสน่ห์ที่ แตกต่างกันออกไปตามวิถีท้ ถี ท้ องถิ่น ถิ่ ” เมื่อประมาณ พ.ศ.2440 มีชาวมุสลิมสองตระกูลกูได้ พาครอบครัวรัและเครือรืญาติ อพยบมาตั้งตั้ถิ่นถิ่ฐานที่ บริเริวณสองฝั่งฝั่ของคลองครุ อันเป็นป็เส้นแบ่งบ่เขต ระหว่าว่งตำ บลทุ่งทุ่ ครุ อำ เภอ ราษฏร์บูร์รบูณะ จังจัหวัดวั ธนบุรีบุรี (ในขณะนั้นนั้ ) และตำ บลบางครุ อำ เภอ พระประแดง จังจัหวัดวั สมุทรปราการ สังคมในอดีตดีมัก จะเรียรีกชุมชนแห่งห่นี้ว่นี้าว่บ้านครุหรือรืทุ่งทุ่ ครุ ซึ่งเป็นป็ ถิ่นถิ่ฐานของที่บที่รรพบุรุบุ รุษได้ตั้งตั้หลักปักปัฐานทำ มา หากินกิจนถึงถึปัจปัจุบันบัมักจะได้ยินผู้หลักผู้ใหญ่กญ่ล่าว ถึงถึบุคบุคลผู้หนึ่งนึ่ซึ่งรู้จักจักันกั ในนามว่าว่ “โต๊ะต๊กีเกีผือก” ท่าท่นผู้นี้เนี้กี่ยกี่วพันกับกับ้านครุอย่างไร เมื่อร้อยกว่าว่ ปีที่ปี ที่ แล้ว “คนครุ” นับนัตั้งตั้แต่คต่รั้งรั้นั้นนั้จนถึงถึปัจปัจุบันบัมุสลิม สองตระกูลกูดังดัได้แก่ “ทองทา” โดยมีอัลมัรฮูม “โต๊ะต๊กี ทา” เป็นป็ต้นตระกูลกูและตระกูลกู“บุญบุมา” โดยมีอัลมัร ฮูม “โต๊ะต๊กีเกีด็งด็ ” เป็นป็ต้นตระกูลกูระยะเวลาที่มที่าตั้งตั้ ถิ่นถิ่ฐานยังมีคนจำ นวนน้อยอยู่ จึงจึจัดจั สร้างสถานที่ ปฏิบัฏิติบั ศติาสนกิจกิเรียรีกว่าว่ “บาแล” ขึ้นขึ้เพื่อทำ ละหมาด ร่วร่มกันกัและสอนวิชวิาการด้านศาสนา ส่วนการ ละหมาดวันวั ศุกศุร์แร์ละการละหมาดสุนัตนั ในวันวัอีดทั้งทั้ สอง บรรพบุรุบุ รุษคนครุจะเดินดิทางไปละหมาดที่ มัสยิดยิ ดารอสอาดะห์ บ้านปากลัด อำ เภอพระประแดง จังจัหวัดวั สมุทรปราการ นับนัเป็นป็เวลาหลายปี จนกระทั้งทั้ปี พ.ศ.2455 ซึ่งมีบุตบุรหลานจากสอง ตระกูลกูเพิ่มมากขึ้นขึ้อีกทั้งทั้ผู้มาตั้งตั้ถิ่นถิ่ฐานในบ้านปาก ครุก็เก็พิ่มขึ้นขึ้จึงจึได้มีการก่อก่สร้าง “มัสยิดดารุ้ลนาอีม” ขึ้นขึ้บนที่ดิที่นดิ ประมาณ 1 ไร่เร่ศษ ของอัลมัรฮูมะห์ฮัห์ ฮัจ ยะห์ทิห์มทิสากลวารี บุตบุรีอัรี อัลมัรฮูมโต๊ะต๊กีทกีา ลูกหลาน ของโต๊ะต๊กีเกีด็งด็และโต๊ะต๊กีทกีาได้แต่งต่งานกันกัหลายคู่ เช่น เวาะสมัน บุญบุมา แต่งต่กับกั โต๊ะต๊ฮับเซาะห์ ทองทา ประมาณว่าว่ทั้งทั้สองตระกูลกูนั้นนั้มีผู้สืบเชื้อสายไม่น้อย กว่าว่แปดร้อยกว่าว่คน เป็นป็การสืบสายสัมพันธ์เครือรื ญาติ และสร้างชุมชนครุมาจนถึงถึปัจปัจุบันบันี้ กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 4


วิถี วิ ชี ถีชี วิต วิ และการประกอบอาชีพก่อ ก่ นการก่อ ก่ ตั้ง ตั้ วิสวิ าหกิจ กิ ในแรกเริ่มริ่ของชาวทุ่งทุ่ ครุนั้นนั้มีการประกอบอาชีพทำ นา ทำ สวน เลี้ยงปลาตามวิถีวิชีถี ชีวิตวิริมริน้ำ โดยนาย ยงยุทธ หวังวันิมินิ มิน อิหม่ามแห่งห่มัสยิดยิดารุ้ลอิบาดะห์เห์ล่าว่าว่ “พอย้ายมาจากใต้รุ่นรุ่ ปู่ รุ่นรุ่ย่าผมเขาก็ทำก็ทำนา ปลูกข้าว เลี้ยงปลา ปลูกผลไม้อะไร พวกนี้แนี้หละ” เนื่อนื่งด้วยเขตทุ่งทุ่ ครุนั้นนั้มีพื้นที่ทที่างเกษตรค่อค่น ข้างมาก ซึ่งพื้นที่ดัที่งดักล่าวเป็นป็ที่รที่าบลุ่ม ติดติกับกัริมริคลอง มี แหล่งน้ำ ที่สำที่ สำคัญคัอย่างคลองราชพฤกษ์แษ์ละคลองสะพาน ควายที่คที่นในชุมชนใช้ในการเพาะปลูก และคมนาคมเป็นป็หลัก ซึ่งการทำ สวนในอดีตดีนั้นนั้เป็นป็รากฐานไปสู่ผลไม้ประจำ ชุมชน ได้แก่ มะพร้าวน้ำ หอม และมะม่วงนวลจันจัทร์ คนในชุมชนดา รุ้ลอิบาดะห์ และชุมชุนอื่นๆในเขตทุ่งทุ่ ครุจึงจึผูกพันกับกั สายน้ำ เป็นป็อย่างมาก ซึ่งวิถีวิชีถี ชีวิตวิดังดักล่าวเป็นป็การประกอบอาชีพก่อก่น ที่คที่นในท้องถิ่นถิ่จะเริ่มริ่รู้จักจัการทำ สวนส้มเขียขีวหวาน หรือรืส้ม บางมด ในเวลาต่อต่มา ตามตำ นาน ... เล่าว่าการทำ สวนส้มเกิดกิขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2468 พื้นที่ตำที่ ตำบลบางมด เขตราษฎร์บูร์บูรณะ และเขต บางขุนเทียทีน เดิมดิทำ นา เป็นหลัก “นายเสม” เป็นเกษตรกรชาวบางมด สนใจการปลูกส้ม ได้ซื้อกิ่งกิ่ตอนส้มเขียขีว หวานจากคลองบางกอกน้อยมาทดลองปลูกในพื้นที่บที่างมด ได้ผลผลิตที่มีที่ มีคุณภาพ ทำ ให้คนในพื้นที่สที่นใจและ ขยายพื้นที่ปที่ลูกออกไป จึงจึเป็นแหล่งผลิตส้มเขียขีวหวานบางมดที่เที่ป็นที่รู้ที่รู้จักจัทั่วไป คนในชุมชนจึงจึหันหัมาปลูกส้ม มากขึ้นแทนการทำ นาแบบดั้งเดิมดิการริเริริ่มริ่ ประสบความสำ เร็จได้ผลผลิตมากกว่าที่คที่าดไว้ ทว่าการปลูกส้มนั้นจะ ต้องมีการยกร่องเป็นดินดิสลับร่องน้ำ นับเป็นความลำ บากในการเปลี่ยนที่นที่าเดิมดิ ให้กลายเป็นร่องส้ม แต่เมื่อการ ปลูกสำ เร็จส่งผลให้คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีที่ขึ้ดีขึ้น ต่อมาการปลูกส้มได้แพร่หลายและครอบคลุมทุกพื้นที่รที่วม ถึงในเขตทุ่งครุก็ได้รับอิทธิพลมาเช่นกัน ซึ่งส้มเขียขีวหวานที่ปที่ลูกบริเริวณนี้มีนี้ มีชื่อเสียงมากในชื่อ “ส้มบางมด” “ส้มบางมด” เป็นพันธุ์ส้มเขียวหวาน (Tangerine Orange) ในตระกูลส้มแมนดารินริ ลักษณะเด่นของ“ส้มบางมด” รสชาติหวานอม เปรี้ยรี้วเล็กน้อย ผลขนาดปานกลางทรงผลค่อน ข้างกลมถึงแป้นเล็กน้อย ฤดูฝนในช่วงเดือน พฤษภาคม - กรกฎาคม จะเป็นช่วงที่เหมาะกับ การปลูกส้มบางมด จะนิยิมปลูกแบบยกร่อร่ง ดินสลับกับร่อร่งน้ำ บนพื้นที่ดินร่วร่นมีตะกอน สภาพดินลักจืดจืลักเค็ม ตำ นาน “ส้มบางมด” ภาพสวนเขตทุ่งทุ่ ครุในอดีตดี เครดิตดิภาพจาก 3C Project: Facebook กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 5


พ.ศ. 2468 ทศวรรษ 2540- พ.ศ.2553 มีการอพยพมาจากปัตตานี เพื่อตั้งถิ่นถิ่ฐานโดยเข้ามา ทางพระประแดง และเริ่มริ่ ประกอบอาชีพเกษตรกรแบบ ยังชีพ โดยปลูกข้าว ทำ สวน เลี้ยงปลา ชาวสวนส้มได้ร่วมกันจัดตั้ง “สหกรณ์ การเกษตรสวนส้มบางมด” ขึ้น ครอบคลุมพื้นที่ เขตบางขุนเทียน เขตทุ่งครุ และเขตจอมทอง รวมไปถึงตำ บลคลองสวน จังหวัด สมุทรปราการ เกิดน้ำ ท่วมใหญ่สวนส้มบางมดได้รับความเสียหาย สิ่ง ที่มาพร้อมกับน้ำ ท่วม คือ ระดับน้ำ ทะเลน้ำ ทะเลหนุนสูง ทำ ให้น้ำ เค็มทะลักเข้าคลองบางมด และพื้นที่ใกล้เคียง น้ำ ในร่องสวนเปลี่ยนเป็นน้ำ กร่อย ดินเค็ม ทำ ให้ต้นส้ม เกิดภาวะรากเน่า เมื่อน้ำ ลดปัญหาสภาพดินเค็มยังอยู่ ทำ ให้ชาวสวนส่วนหนึ่งเลิกปลูกส้ม หันไปทำ นากุ้งกุลา หรือรับจ้างกันมากขึ้น จากเกษตรกรสู่วิสาหกิจดารุ้ลอิบาดะห์ เกษตรกรชาวบางมด สนใจการปลูกส้ม ได้ซื้อกิ่งกิ่ตอน ส้มเขียขีวหวานจากคลองบางกอกน้อยมาทดลองปลูกใน พื้นที่บที่างมด และเริ่มริ่ขยับขยายไปยังเขตใกล้เคียคีง เกษตรกรเริ่มริ่หันหัมาปลูกส้มแทนการทำ นา เพราะรายได้ ดีกดีว่า พ.ศ. 2517 พ.ศ. 2523 และ พ.ศ. 2526 กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 6 ก่อก่นปี 2468 คนในชุมชนที่ไที่ด้รับผลกระทบหันหัมาทำ อาชีพส่วนตัว รับจ้าง และทำ สวน ซึ่งชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ไห์ด้รวม กลุ่มเพาะเห็ดห็จนนำ ไปสู่การก่อตั้งวิสวิาหกิจกิ ในปี 2553


การเลี้ยงแพะในชุมชน แพะเนื้อนื้ ... เป็นประเภทแพะหลักที่คที่นในชุมชนดารุ้ลอิบา ดะห์นิห์ยนิมเลี้ยงนิยนิมเลี้ยงกัน ซึ่งแพะพันธุ์บอร์จร์ะพบเห็นห็ ได้ มากที่สุที่สุดในฟาร์มร์แพะของชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ และฟาร์มร์ แพะนุชมีซึ่งเป็นฟาร์มร์แพะขนาดใหญ่ในชุมชน แพะนม ... เป็นสายพันธุ์ที่มีที่ มีคุณค่าทางอาหารใกล้เคียคีงกับ นมวัว ส่วนที่แที่ตกต่าง คือ นมแพะจะย่อยง่าง่ย ไขมันกระจายตัว ได้ดีเดีพราะเม็ดไขมันมีขนาดเล็กกว่า ทำ ให้ร่างกายคนสามารถ ดูดซึมไปใช้ประโยชน์ไน์ด้ดีมดีากขึ้น มีสารอาหารที่ช่ที่ ช่วยรักษา อาการภาวะดูดซึมสารอาหารบกพร่อง และกรดอะมิโนจำ เป็น ที่ช่ที่ ช่วยบำ รุงกระดูกของผู้สูงวัย ผู้ป่วย หรือผู้ที่แที่พ้นมวัว โดย แพะพันธุ์ซาเนนเป็นพันธุ์ที่ชุที่ชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์เห์ลี้ยงมากที่สุที่สุด แพะกับ กั ความเชื่อ ของชุมชน เนื่องจากพื้นที่เที่ขตทุ่งครุนั้นเป็นบริเริวณที่มีที่ มีชาวมุสลิมอาศัยศัอยู่ถึงร้อยละ 60 การเลี้ยงแพะจึงจึเป็นส่วน หนึ่งของชุมชน โดยผู้ที่นัที่ นับถือศาสนาอิสลามจะนิยนิมเลี้ยงแพะไว้ประจำ ครัวเรือน เพื่อการบริโริภคทั้งเนื้อและ นม ที่สำที่ สำคัญแพะยังเป็นเครื่องมือในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอีกด้วย แพะเป็นสัตว์เว์คี้ยคี้วเอื้องที่มีที่ มีขนาดเล็ก มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แที่ห้งแล้งได้ และสามารถกินกิ พืชหรืออาหารสัตว์ไว์ด้หลายชนิดนิสามารถเจริญริเติบติ โตและขยายพันธ์ุได้เร็ว และระยะตั้งท้องสั้นเพียง 150 วัน อีกทั้งยังใชพื้นที่เที่ลี้ยงต่อตัวน้อย จึงจึง่าง่ยต่อการเลี้ยงดู การรับขวัญทารกแรกเกิดกิทั้งเพศชายและเพศหญิงญิหรือ เรียรีกว่าการอากีเกีกาะฮ เพื่อแสดงความขอบคุณพระเป็น เจ้าที่ปที่ระทานบุตรลงมา โดยเพศหญิงญิใช้แพะหนึ่งตัว และเพศชายใช้สองตัวที่มีที่ มีลักษณะคล้ายคลึงกัน อากีเ กี กาะฮ กุร กุ บ่า บ่ น การกุรบ่านเป็นพิธีกรรมแสดงความเสียสละเพื่อเข้าใกล้ ชิดพระผู้เป็นเจ้าในวันฮารีรรีายออิดิลดิอัฏฮาโดยการเชือด แพะ 1 ตัวต่อคน หรืออีกนัยคือการฆ่าสัตว์เว์(พื่อเฉลิม ฉลองการเสร็จสิ้นในการปฏิบัฏิ บัติพิติ พิธีฮัจญ์)ญ์โดยให้แบ่ง เนื้อแก่คนยากไร้ รวมทั้งทำ ให้คนในครอบครัวมีความ ดีใดีจ และเสริมริสร้างความผูกพันธ์ระหว่างมุสลิมด้วยกัน ชาวมุสลิมใช้แพะในพิธีการพิเศษต่างๆ เช่น การ ขึ้นบ้านใหม่ การแต่งงาน หรือการทําบุญงาน แพะที่ใที่ช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนานั้นต้อง มีอายุ 2 ปีขึ้นไปโดยสามารถประมาณอายุได้ จากจําจํนวนฟันแท้ที่งที่อกออกมา นอกจากนั้น แพะต้องมีอวัยวะครบสมบูรณ์ไณ์ม่พิการสุขภาพ แข็งแรงและไม่เป็นโรค กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 7


ฮาลาล คืออะไร ? ฮาลาล เป็นคําที่มาจากภาษาอาหรับรัหมายถึง สิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าจ้อนุญาตให้ทำ ได้ ฮาลาลในแง่ขง่องการบริโริภคหมายถึงการผลิตการบริกริารหรือการจําจํหน่ายที่ไที่ม่ขัดต่อหลักศาสนา หรือแปรรูปตามบทบัญญัติขติองศาสนานอกจากในเรื่องดังที่กที่ล่าวมาแล้วนั้นศาสนาอิสลามยังได้ กําหนดชนิดนิของสัตว์ที่ว์สที่ามารถนํามาบริโริภคได้โดยแบ่งออกเป็นสัตว์บว์ก เช่น แพะ แกะ โค และสัตว์ น้ำ จำ พวกปลาและสัตว์ทว์ะเลทั้งหมด นอกจากนั้นยังมีพืชและเครื่องดื่มทุกชนิดนิที่ไที่ม่มีส่วนผสม ของแอลกอฮอล์ แต่ถ้าสิ่งดังกล่าวปนเปื้อนด้วยสิ่งสกปรก (นายิส) จะกลายเป็นอาหารต้องห้าม ทันที ส่วนสัตว์ที่ว์ ไที่ม่สามารถบริโริภคตามหลักศาสนาอิสลาม (หะรอม; Haram) ประกอบด้วยหมู สุนัข งู ลิง สัตว์มีว์ มีกรงเล็บสัตว์มีว์ มีพิษ หรือสัตว์นํว์ นําโรคสัตว์ที่ว์ ไที่ม่อนุญาตฆ่าตามหลักศาสนา เช่น มด ผึ้ง และนกหัวหัขวาน โดยมุสลิมเชื่อว่าหากฝ่าฝืนแล้วจะได้รับความโกรธกริ้วริ้และไม่โปรดปรานจาก พระผู้เป็นเจ้าด้วยเหตุนี้เนี้องเรื่องฮาลาลเป็นแนวทางการปฏิบัฏิ บัติใตินการดำ เนินนิชีวิตวิสำ หรับชาวมุสลิม กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 8 สภาพความเป็นอยู่ขยู่ องคนในชุมชน ดารุ้ล รุ้ อิบาดะห์ห ห์ ลังสิ้นสุดส้มบางมด หลังจากการสิ้นสุดของส้มบางมด คนในชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ไห์ด้แยกย้ายกันไปประกอบอาชีพตาม ความสะดวก และความถนัดของแต่ละครัวเรือน คุณกุสุมา อินสมะพันธ์เล่าว่า “ชาวบ้านแต่ละคนก็ ไปทำ สวนผลไม้ของตัวเอง ไม่ก็ยกยอหาปลาในคลอง บ้างก็ขายที่ดิที่นดิแล้วย้ายไปอยู่ที่อื่ที่อื่นแทน” คุณ กุสุมา อินสมะพันธ์นั้นได้รวมกลุ่มกับคนในชุมชนริเริริ่มริ่การเพาะเห็ดห็นางฟ้าส่งขายตามตลาด ทว่า ในเวลาไม่กี่ปีกี่ ปีก็ต้องแยกย้ายกันไป เนื่องจากไม่สามารถสู้กับพ่อค้ารายใหญ่ได้ อย่างไรก็ตาม คุณ กุสุมาก็เล่าว่าการรวมกลุ่มเพาะเห็ดห็ของเธอนั้น เป็นสิ่งที่จุที่จุดประกายให้เกิดกิการรวมกลุ่มเป็น วิสวิาหกิจกิชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ให์นเวลาต่อมา


ปัญหาน้ำ เค็มค็กร่อร่ย ปัญหาความต้องการทรัพยากรน้ำ ที่แที่ตกต่างกันหลัง จากน้ำ ท่วมครั้งใหญ่ทำ ให้สวนส้มเสียหายชาวสวนส้มต้องการน้ำ จืดจืและ ชาวนากุ้งต้องการน้ำ กร่อย-เค็ม ทว่าแม้ว่าจะผ่านไปหลายปี น้ำ ในคลอง และ ดินดิที่ใที่ช้ในการเพาะปลูกบริเริวณนั้นก็ยังคงไม่เหมาะต่อการเพาะปลูกดังเดิมดิส่ง ผลให้การทำ สวนส้มก็ไม่ได้ผลผลิตเท่าเดิมดิจึงจึเหลือเพียงแค่การอนุรักษ์ส้ษ์ ส้ม บางมดเพียงเท่านั้น ปัญหานากชุกชุม ชุมชนในเขตทุ่งครุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ นั้นประสบกับปัญหานากเข้ามากินกิ ปลาของคนในชุมชน ทำ ให้กระทบกับ เกษตรกรเลี้ยงปลาเป็นอย่างมาก ซึ่งนากเป็นสัตว์คุ้ว์ คุ้มครองทำ ให้คนในชุมชน ไม่สามารถจับจั ได้ อีกทั้งการป้องกันก็ไม่สามารถทำ ได้อย่างรัดกุม เนื่องจาก การประกอบอาชีพการเกษตรของแต่ละครัวเรือนในชุมชนนั้นเป็นเพียงอาชีพ รอง ในเวลาปกติคตินในชุมชนจะไปประกอบอาชีพรับจ้าง หรืออื่นๆ ทำ ให้ไม่ สามารถเฝ้าระวังนากได้อย่างทันท่วงที โดยนากนั้นจะชอบมากินกิ ปลา และ คนในชุมชนจะพบเห็นห็ซากก้างปลากองใหญ่ จากคำ บอกเล่าของคนในชุมชน ที่อที่าศัยศัอยู่บริเริวณนั้นเล่าว่านากที่มีที่ มีน้ำ หนัก 25 กิโกิลกรัม สามารถกินกิ ปลาได้ถึง 18 กิโกิลกรัม ทำ ให้ท้ายที่สุที่สุดกรมอุทยานฯ ต้องส่งเจ้าหน้าที่ขที่องหน่วยงานพัน ท้ายนรสิงห์เห์ข้ามาทยอยจับจันากออกไป อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันปัญหานากใน ชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ก็ห์ ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเด็ดขาด การขยายตัวตัของสังคมเมือง และโครงการบ้านจัดสรร ที่ดิที่นดิทางการเกษตร เป็นจำ นวนมากถูกซื้อเพื่อนำ ไปทำ โครงการบ้านจัดจั สรรเพื่อให้ความเจริญริ ขยายตัวอย่างทั่วถึง โดยที่ดิที่นดิภาคเกษตรถูกกว้านซื้อ และจัดจั สรรเป็นพื้นที่อที่ยู่ อาศัยศัและใช้เป็นแหล่งผลิตในภาคอุตสาหกรรม มีการวางแผนพัฒนาระบบ สาธารณูปณูโภคต่าง ๆ เพื่อรองรับการกระจายตัวของเมืองที่มีที่ มีากขึ้น ทว่าการ เพิ่มขึ้นของจำ นวนโครงการบ้านจัดจั สรร และสังคมเมืองในบริเริวณเขตทุ่งครุ ทำ ให้วิถีวิชีถี ชีวิตวิเกษตรดั้งเดิมดิเริ่มริ่หายไป และถูกลดความสำ คัญลง อีกทั้งยังมี ปัญหาเรื่องมลพิษต่าง ๆ เช่น น้ำ เสียเนื่องมากจากปริมริาณน้ำ เสียจากครัว เรือน โรงงานอุตสาหกรรม น้ำ ทะเลหนุน ดินดิเค็ม และเสื่อมสภาพในเวลาต่อ มา ปริมริาณขยะที่มที่าพร้อมชุมชน ทำ ให้คลองเป็นที่รที่องรับน้ำ เสียและขยะ มลภาวะทางอากาศจากโรงงานอุตสาหกรรม ระบบขนส่ง ส่งผลให้คนใน ชุมชนที่ทำที่ ทำการเกษตรคู่กับวิถีวิชีถี ชีวิตวิริมริน้ำ นั้นเริ่มริ่เกิดกิความเปลี่ยนแปลง คนในชุมชนเริ่มริ่ละทิ้งทิ้การเกษตร จากปัญหาน้ำ เสีย และดินดิเสื่อมสภาพจาก มลภาวะต่างๆ ส่งผลให้อาชีพเกษตรกรไม่มั่นคงเท่าในอดีตดีส้มบางมดที่เที่ป็น ผลไม้ที่มีที่ มีชื่อเสียงก็ไม่สามารถให้ผลผลิตได้ดีเดีท่าในอดีตดีคนในชุมชนเริ่มริ่ละทิ้งทิ้ อาชีพเกษตรกร โดยเหลือไว้เป็นแค่อาชีพรอง กลุ่มคนในชุมชนระแวกนั้นเริ่มริ่ หันหัมาทำ อาชีพรับจ้าง รวมทั้งย้ายไปอยู่ในเมืองเพื่อประกอบอาชีพที่มั่ที่ มั่นคง กว่า การพึ่งพิงเศรษฐกิจกิภายนอกชุมชน เนื่องจากการขยายตัวของโรงงาน อุตสาหกรรมและสถานที่ปที่ระกอบการต่าง ๆ ทำ ให้คนในย่านทุ่งครุมีทางเลือก ในการประกอบอาชีพจากแหล่งงานที่หที่ลากหลายมากขึ้น ปัญหาที่ชุ ที่ ชุ มชนดารุ้ล รุ้ อิบาดะห์เ ห์ ผชิญ กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 9


วิสวิาหกิจกิชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์เห์กิดกิขึ้นขึ้จากการรวมตัวตักันกั ของชาวมุสลิมในเขตชุมชนทุ่งทุ่ ครุ แขวงบางมดในจังจัหวัดวั กรุงเทพมหานคร ที่มีที่ มีการตั้งตั้ถิ่นถิ่ฐานมายาวนาน กว่าว่ 100 ปี ในอดีตดีชุมชนแห่งห่นี้เนี้ป็นป็ท้องนาขนาดกว้าง ประชาชน ส่วนใหญ่ใญ่นพื้นที่ปที่ระกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นป็หลัก มี การปลูกข้าวเพื่อการบริโริภคในครัวรัเรือรืนและมีวิถีวิชีถี ชีวิตวิแบบ ยังชีพ บ้านเรือรืนส่วนใหญ่ตั้ญ่งตั้อยู่บริเริวณใกล้ชิดริมริคลอง มี คลองราชพฤกษ์ไษ์หลผ่านตลอดแนว ในอดีตดีชาวบ้านเป็นป็ จากเดิมดิชาวบ้านประกอบอาชีพเป็นป็ชาวนาก่อก่นจะมี กระแสการปลูกส้มเข้ามา จุดเริ่ม ริ่ ต้น ต้ ของวิสวิ าหกิจ กิ ชุมชน ... จากประวัติวั ศติาสตร์คำร์คำบอกเล่า กล่าวว่าว่การทำ สวนส้มเกิดกิขึ้นขึ้ครั้งรั้แรกตั้งตั้แต่ปีต่ ปีพ.ศ. 2468 พื้นที่ส่ที่ ส่วนนี้เนี้ดิมดิทำ นาเป็นป็หลัก “นายเสม”เป็นป็ เกษตรกรชาวบางมด สนใจการปลูกส้ม ได้ซื้อ กิ่งกิ่ตอนส้มเขียขีวหวานจากคลองบางกอกน้อย มาทดลองปลูกในพื้นที่บที่างมด ได้ผลผลิตที่มีที่ มี คุณคุภาพ ทำ ให้คห้นในพื้นที่สที่นใจและขยายพื้นที่ ปลูกออกไปจึงจึเป็นป็แหล่งผลิตส้มเขียขีวหวาน บางมดที่เที่ป็นป็ที่รู้ที่รู้จักจัทั่วทั่ไป คนในชุมชนจึงจึหันหัมา ปลูกส้มมากขึ้นขึ้แทนการทำ นาแบบดั้งดั้เดิมดิ ใน เวลาต่อต่มาการปลูกส้มได้แพร่หร่ลายและ ครอบคลุมทุกทุพื้นที่ใที่นเขตทุ่งทุ่ ครุและมีชื่อเสียง มากในชื่อ “ส้มบางมด” การก่อตั้งวิสวิาหกิจชุมชน วิสาหกิจชุ ม ชน ดา รุ้ลอิ บ าดะห์ ขอขอบคุณ : สํานักหอสมุด มจธ กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 1 0


ในช่วงแรกของการดำ เนินนิงาน กลุ่มวิสวิาหกิจกิชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ไห์ด้พัฒนาผลิตภัณภัฑ์จฑ์ากเห็ดห็ขึ้นขึ้มา แต่ เนื่อนื่งจากสามารถส่งออกได้ในปริมริาณที่น้ที่ น้อย ไม่เพียงพอต่อต่การความต้องการ ต่อต่มาจึงจึได้เปลี่ยนมาพัฒนาเป็นป็เห็ดห็ อบเนยแต่ไต่ม่เป็นป็ผลสำ เร็จร็นอกจากนี้ธุนี้ธุรกิจกิ ในชุมชนยังคงประสบปัญปัหาเกี่ยกี่วกับกัการจัดจัเก็บก็สินค้าได้ไม่นานเพียง พอ ทำ ให้รห้ายได้ที่รัที่บรัเข้ามานั้นนั้ยังไม่ตอบสนองความต้องการของชุมชน ต่อต่มาจึงจึพัฒนากลายเป็นป็ธุรกิจกิแปรรูปนม แพะซึ่งได้รับรัผลตอบรับรัจากลูกค้าค่อค่นข้างดีมดีาก ในปัจปัจุบันบัมีสมาชิกวิสวิาหกิจกิฯ กว่าว่ 30 คน มีการขยายตัวตัและ เติบติ โตเร็วร็และพยายามขับขัเคลื่อนธุรกิจกิ ในชุมชนเขตทุ่งทุ่ ครุให้เห้ป็นป็ที่รู้ที่รู้จักจัแก่บุก่คบุคลภายนอก คุณคุกุุมกุุ า อินสมะพันธ์ ผู้ริเริริ่มริ่ก่อก่ตั้งตั้วิสาหกิจกิชุมชนดารุ้ลิรุ้ ลิบาดะห์ การดำ เนินนิงานของวิสวิาหกิจกิชุมชนดารุ้ลรุ้อิบาดะห์ ต่อมา พ.ศ. 2485 เกิดกิน้ำ ท่วมใหญ่ในพื้นที่ ระดับ น้ำ ทะเลน้ำ ทะเลหนุนสูงทำ ให้น้ำ เค็มทะลักเข้าคลอง บางมดและไหลเข้าท่วมพื้นที่ ทำ ให้ต้นส้มบางมดตาย เกือบหมด มีการนำ กิ่งกิ่พันธุ์จากจังจัหวัดจันจัทบุรีเรีข้ามา ปลูกทดแทน น้ำ ในร่องสวนเปลี่ยนเป็นน้ำ กร่อย ดินดิ เค็ม ทำ ให้ต้นส้มเกิดกิภาวะรากเน่า ชาวสวนขาดทุนเป็น จำ นวนมาก เมื่อน้ำ ลดปัญหาสภาพดินดิเค็มยังอยู่ หลัง ประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ครั้งนั้นทำ ให้ชาวสวนเลิกปลูก ส้มบางมด หันหั ไปทำ นากุ้งกุลากันมากขึ้น ชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ ก่อตั้งเป็นวิสวิาหกิจกิชุมชน อย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2553 ภายใต้ชื่อกิจกิการ ว่า “กัมปงในดงปรือ” โดย คุณกุสุมา อิสมะพันธ์ คำ ว่า “ดารุ้ลอิบาดะห์”ห์แปลว่า การทำ ความดี โดยมี วัตถุประสงค์สำค์ สำคัญ คือ เพื่อทำ ให้เกิดกิการจ้างงานใน ชุมชน มีการเล็งเห็นห็ถึงความสำ คัญของการกระจาย รายได้โดยให้ผู้สูงอายุสามารถประกอบอาชีพเสริมริ และสร้างรายได้ภายในครัวเรือนส่วนเด็กและเยาวชน ก็มีเป้าหมาย ต้องการลดการยุ่งเกี่ยกี่วกับยาเสพติดติ และหันหัมาสร้างรายได้ด้วยตนเองและเพื่อพัฒนา ผลิตภัณฑ์ใฑ์หม่ที่สที่ามารถจำ หน่ายได้ในราคาสูงเพื่อ ยกระดับคุณภาพชีวิตวิของคนชุมชน โดยเฉพาะชาว มุสลิมในพื้นที่ส่ที่ ส่วนมากประกอบอาชีพเกษตรกรทั้ง เลี้ยงแพะ เลี้ยงปลา เพาะเห็ดห็จำ หน่าย จะเห็นห็ว่าใน ปัจจุบันชุมชนเขตทุ่งครุโดยเฉพาะชาวมุสลิมยังคงมี การเลี้ยงแพะเพื่อจำ หน่ายเกือบทุกครัวเรือน กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 1 1


กิจ กิ กรรมที่ 1 ส่วนเสน่ห์ของกิจกรรมนี้คือ การที่คนต่างถิ่น (อย่างเรา) ได้มีโอกาสเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ได้ลองใช้วัสดุที่มีอยู่ในชุมชนสร้างผลงานศิลปะ พร้อม ๆ กับได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ต่าง ๆ กับคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศาสนา วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ และที่แน่ ๆ ต้อง ได้ความอดทนกลับไปแน่นอน เพราะกว่าจะ ทำ งานสานเสร็จแต่ละอันต้องใช้เวลาพอตัว และจะต้องไม่ล้มเลิกก่อนกลางคัน เพนท์พ ท์ วงกุญกุ แจ กิจกรรม Workshop แรกของการมา เที่ยวกัมปงในดงปรือ คือ การได้เพ้นท์สี พวงกุญแจน้องหมีสุดน่ารัก ทางทีมงาน ที่นี่จะสำ รองกิจกรรมให้กับนักท่องเที่ยว ตามจำ นวนการจองทัวร์ ซึ่งบอกเลยว่า กิจกรรมแรกก็น่าตื่นเต้นแล้ว ดูเป็นงานที่ ไม่น่ายาก แต่พอลงมือทำ เองเท่านั้น แหละ ต้องบอกเลยว่าเป็นงานที่ไม่ถนัด เอาเสียเลย นอกจากจะได้สร้างสรรค์ผล งานงานศิลปะสุดคลาสสิกแล้วยังช่วยฝึก ให้เรามีสมาธิ จดจ่อสิ่งตรงหน้า และใช้ เวลาในการทำ อีกทั้งการเวิร์กชอปงาน หัตถศิลป์เล็กๆครั้งนี้ได้สร้างมิตรภาพอัน ดีกับคนในชุมชน กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 1 2


กิจ กิ กรรมที่ 2 ส่วนเสน่ห์ของกิจกรรมนี้คือ ผลิตภัณฑ์ขนมทอง ม้วนนมแพะ ต้องมาลอง รสชาติดี หอม มัน กรอบ อร่อยสุดๆ ขนมทองม้วนเป็นขนมไทยที่ทำ กินกันมา นานอยู่แล้ว โดยปกติส่วนผสมจะใช้เป็นนมวัว เจ้านี้ ใช้น้ำ นมจากนมแพะ ซึ่งยังเลี้ยงน้องแพะเองอีก ด้วย ว้าวว ๆ ดีเวอร์ และรสชาติไม่เหมือนใครตรงที่ ใส่นมแพะแทนนมวัวทำ ให้ทองม้วนมีกลิ่นหอม มัน กรอบอร่อยมาก นอกจากนี้ประโยชน์ของนม แพะ(Goat Milk) มีคุณค่าทางโภชนาการสูงไม่ต่าง จากนมวัว และยังมีโปรตีนที่ย่อยง่ายกว่า รวมถึงมี แลกโตสน้อยกว่า ปัจจุบันนมแพะสามารถหารับ ประทานได้ง่ายขึ้น เพราะมีการพาสเจอร์ไรซ์บรรจุ กล่องวางจำ หน่ายตามร้านสะดวกซื้อ ทำ ทองม้วนนมแพะ กิจกรรมที่เป็นไฮไลต์สสำ คัญของกัมปง ในดงปรือที่พลาดไม่ได้ คือ การทำ ทอง ม้วนนมแพะ ซึ่งเป็นการเปิดประสบกา รณ์ใหม่ๆแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการ แปรรูปจากนมแพะมาทำ เป็นขนมโดยที่มี ส่วนประกอบสำ คัญมีเพียงนมแพะ เท่านั้น ไม่มีการใช้น้ำ กะทิเหมือนที่เรา เคยรับประทานกันมาอย่างแน่นอน ซึ่ง การทำ ขนมของชุมชนเป็นการมองเห็น คุณค่าของวัตถุดิบที่มีภายในชุมชนมา ต่อยอดทางธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ ชุมชนแลละดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มาลิ้ม ลองรสชาติสุดอร่อยได้ที่นี่ กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 1 3


กิจ กิ กรรมที่ 3 ชมฟาร์ม ร์ แพะนุช นุ มี การเที่ยวชมฟาร์มแพะ เรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์ สำ คัญของการมาเที่ยวกัมปงในดงปรืออีกที่ หนึ่ง ณ ที่แห่งนี้เราจะได้เห็นการเลี้ยงแพะ เห็นแพะวิ่งอยู่กลางทุ่งหญ้าสีเขียวขจี และมี กิจกรรมที่พลาดไม่ได้ คือ การป้อนอาหาร แพะเอง และสามารถอุ้มแพะเพื่อถ่ายรูปเก็บ ความประทับใจได้เช่นเดียวกัน รวมถึงได้ เรียนรู้วิถีชีวิตชาวมุสลิมในชุมชนที่นิยม เลี้ยงแพะแบบดั้งเดิม ที่นี่นิยมเลี้ยงแพะ 2 ชนิด คือ แพะเนื้อ และ แพะนม ซึ่งถือได้ว่า เป็นกิจกรรมที่อยากชวนคุณลองไปสัมผัส ถึงวิถีของชาวชุมชน นมแพะ เนื้อแพะของชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ ขึ้นชื่อในเรื่องของ "ไร้กลิ่นคาว" ที่เป็นสาเหตุทำ ให้ผู้คนไม่นิยมรับประทานกัน มากนัก ผลิตภัณฑ์จากนมแพะ อย่างเช่น นมแพะพาสเจอร์ ไรส์ ทองม้วนนมแพะ โลชั่นนมแพะ สบู่นมแพะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้ชมการสาธิตรีดนมแพะ วิธีการเลี้ยงแพะที่ ทำ ให้ผลิตภัณฑในชุมชนเป็นที่ต้องการของตลาดและส่งเสริม ให้วิสาหกิจชุมชนมีรายได้อีกด้วย แพะกับวิถีอิสลาม “การเลี้ยงแพะตามวิถีมุสลิม นั้นสำ หรับการเลี้ยงจะต้องคำ นึง ถึงมีพื้น ซึ่งต้องมีเหมาะสม ผู้เลี้ยงมีน้ำ และอาหารที่พียงพอ ต่อความต้องการของจำ นวนแพะและห้ามใช้สารปฏิชีวนะใน การเลี้ยงเพราะผลิตภัณฑ์ที่ได้นั้นจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค โดยหลักการเลี้ยงเช่นนี้คำ นึงถึงแพะและผู้บริโภคเป็นหลักการ เลี้ยงแพะตามแบบวิถีมุสลิมดำ รงอยู่ภายใต้ความเชื่อและหลัก ศาสนาที่สะท้อนการดำ รงชีวิตแบบพึ่งพาระหว่างคนและสัตว์ แม้ผลสุดท้ายของการเลี้ยงคือการใช้ประโยชน์แต่ระหว่างทาง คือการให้ทุกชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างเอื้อประโยชน์” กุสุมา อินสมะพันธ์ กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 1 4


กัมปงในดงปรือมีการจัดกิจกรรมให้อาหารไก่ ด้วยแหนแดง ซึ่งจะให้นักท่องเที่ยวได้สาธิต การเก็บไข่แล้วนำ ไข่ไก่ที่ได้ไปประกอบอาหาร ซึ่งจุดเด่นของไข่ไก่ที่กัมปงนั้นรสชาติไม่คาว มี ความเป็นวุ้น สดใหม่จากฟาร์ม เรียกได้ว่าเป็น “ไข่ไก่ออแกนิค”และทางวิสาหกิจชุมชนดารุ้ลอิ บาดะห์ยังมีการจำ หน่ายไข่ไก่ในราคาที่ถูกกว่า ตลาดทั่ว ๆ ไปอีกด้วย นอกจากจะเลี้ยงไก่เพื่อ การบริโภคแล้วยังสามารถจำ หน่ายเพื่อสร้าง รายได้แก่ชุมชนทุ่งครุด้วย กิจ กิ กรรมที่ 4 นั่ง นั่ เรือ รื ชมสวน กิจกรรมนี้เราจะล่องเรือไปตามลำ คลองเพื่อไป ยังฟาร์มแพะ “นุชมี” ซึ่งเป็นฟาร์มแพะขนาด กลาง ที่มีทั้งแพะเนื้อ และแพะนม โดยจะเลี้ยง แพะไว้ในโรงเรือน และในทุ่งโล่ง ๆ กิจกรรม เพิ่มเติมของที่นี่คือ การรีดนมแพะสด ๆ จาก เต้าและการป้อนนมให้ลูกแพะในโรงเรือน นอกจากนี้ทางฟาร์มยังมีน้ำ นมแพะให้ดื่มฟรี สำ หรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย ระห่างทางจะได้ ชมธรรมชาติและวิถีชีวิตคนในชุมชนทั้งสอง ฝั่งคลอง จากการมีเรืองวิ่งในแม่น้ำ จะช่วยเพิ่ม ก๊าซออกซิเจนและบำ บัดน้ำ เสียได้ กิจ กิ กรรมที่ 5 เก็บ ก็ ไข่ไก่จ ก่ ากฟาร์ม ร์ กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 1 5


ผลิตภัณฑ์ของชุมชน 1. ทองม้วนนมแพะ ขนมทองม้วนนมแพะ (Goat Milk Thong Muan Dessert) ผลิตภัณฑ์มีฑ์ มีรสชาติดีติ ดีหอม มัน กรอบ อร่อยสุดๆ โดยปกติส่ติ ส่วนผสมจะใช้เป็นนมวัว เจ้านี้ในี้ช้ น้ำ นมจากนมแพะ ซึ่งยังเลี้ยงน้องแพะเองอีกด้วย นอกจากนี้ปนี้ระโยชน์ขน์องนมแพะมีคุณค่าทาง โภชนาการสูงไม่ต่างจากนมวัวและยังมีโปรตีนตีที่ย่ที่ ย่อย ง่าง่ยกว่า รวมถึงมีแลกโตสน้อยกว่า ผลิตภัณฑ์สฑ์บู่นมแพะ หรือที่รู้ที่รู้จักจักันในแบรนด์ “คารามีอาห์”ห์ที่ใที่ช้นมแพะเป็นส่วนประกอบสำ คัญ ในการผลิต มีสรรพคุณช่วย ปรับ ให้ผิวเนียนีนนุ่ม ชุ่มชื้น ใสเป็นธรรมชาติ โดยไม่ทำ ให้ผิวแห้งเสีย หลังการใช้ อุดมไปด้วยวิตวิามินจาก นมแพะ 100% และวิตวิามินอี ผลิตภัณภัฑ์โฑ์ลชั่นนมแพะ หรือรืที่รู้ที่รู้จัรู้ จักกันกันแบรนด์ “คารามีอาห์”ห์จากวิสวิาหกิจกิชุมชนมีคุณคุค่าค่ โปรตีนตี จากนมแพะเป็นอาหารชั้นยอดของผิวอุดมด้วด้ย Vitamin A,B6,B12 และ Vitamin E อีกทั้งทั้มีสาร Beta-casein ที่มีที่ มีคุณคุประโยชน์ให้คห้วามชุ่มชื้น สูง กว่านมวัวถึงถึ 3 เท่าท่ช่วยบำ รุงผิวให้มีห้ มีสุขภาพดี เนียนนุ่ม ซึ่งเป็นผลิตภัณภัฑ์ขฑ์ายดีขดีองชุมชน 2. สบู่นบู่ มแพะ 3. โลชั่นนมแพะ กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 1 6


ผลิตภัณฑ์ของชุมชน 4. บูดู บู กั ดู ม กั ปง ผลิตภัณฑ์น้ำฑ์ น้ำ พริกริปลาบูดูทรงเครื่องกัมปง รสชาติ อร่อย สะอาด อนามัย ขั้นตอนการผลิตส่วนใหญ่ชาว มุสลิมทำ กันเอง รสชาติขติองบูดูทรงเครื่องเค็มและ เปรี้ยรี้ว เป็นอาหารพื้นเมืองที่ไที่ด้รับความนิยนิมในภาค ใต้ และอยู่คู่ครัวชาวปักษ์ใษ์ต้มานานแสนนาน ใช้เวลา ในการหมักเป็นเวลา 3 เดือน ก่อนจะได้รับประทาน ไข่ไก่ออร์แร์กนิคนิที่ไที่ด้จากการเลี้ยงไก่ในชุมชนดารุ้ลอิ บาดะห์ เป็นไข่ที่ไที่ด้มาจากไก่ที่เที่ลี้ยงโดยอาหาร อินทรีย์รี ย์ที่ไที่ม่ใช้สารเคมีหรือฮอร์โร์มนใด ๆ จึงจึทำ ให้ ไม่มีสารพิษตกค้างที่เที่ป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งมี ส่วนช่วยสำ คัญในการส่งเสริมริสุขภาพร่างกายของ ผู้บริโริภคได้ดีมดีากขึ้น ผลิตภัณภัฑ์เฑ์นนื้อแพะของกัมกั ปงมีคุณคุค่าค่ โภชนาการ สูงกว่าเนื้อของสัตว์เว์คี้ยคี้วเอื้อง ทั่วทั่ไป เช่น เนื้อโค เนื้อแกะ ฯลฯ เพราะร่าร่งการย่อยโปรตีนตี ได้มด้ากกว่า ในขณะที่มีที่ มีไขมันรวม กรดไขมันอิ่มตัวตัและ คอเลสเตอรอลที่ตที่ ่าและ เป็นแหล่งของธาตุเตุหล็ก วิตวิามินบี1บี2 และโพแทสเซียม 5. ไข่ไข่ ก่อ ก่ อร์แ ร์ กนิค นิ 6. เนื้อ นื้ แพะ กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 1 7


สิ่งที่จ ที่ ะเกิดขึ้นในอนาคต วิสาหกิจกิดารุ้ลรุ้อิบาดะห์ เขตทุ่งทุ่ ครุ กรุงเทพมหานคร ถือได้ว่าเป็นชุมชนที่ กำ ลังเติบติ โตและพัฒนา เนื่องจากเริ่มริ่แรกเป็นแค่การรวมตัวของชาวบ้านที่ ต้องการตั้งวิสวิาหกิจกิชุมชน จนตอนนี้ก็นี้ ก็พอเป็นที่รู้ที่รู้จักจับ้างในหมู่นักท่องเที่ยที่ว และมีชื่อการท่องเที่ยที่วเป็นของตัวเองคือ “กัมปงในดงปรือ” มีหลาย มหาวิทวิยาลัยที่เที่ข้ามาทำ วิจัวิยจั ในพื้นที่แที่ห่งห่นี้ และวิสวิาหกิจกิชุมชนก็ได้ออกบูธ เพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์ขฑ์องวิสวิากิจกิชุมชนเอง เป็นที่รู้ที่รู้กันว่า ณ ที่แที่ห่งห่นี้ ในเริ่มริ่ แรกไม่ได้เริ่มริ่ต้นจากการเลี้ยงแพะหรือมีวิสวิาหกิจกิชุมนตั้งแต่ต้น แต่เริ่มริ่จาก การปลูกข้าว ปลูกส้มบางมด และถึงจะมาเป็นวิสวิาหน้ากิจกิชุมชนดารุ้ลอิบา ดะห์ และการท่องเที่ยที่วเชิงเกษตรกัมปงในดงปรือ ที่นำที่ นำวัฒนธรรมดั้งเดิมดิของ ศาสนาอิสลามมาเป็นจุดขายที่น่ที่ น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงแพะไว้รีดรีนม หรือแพะเนื้อที่เที่ลี้ยงไว้เชือดตามหลักฮาลาลที่ถูที่ถูกต้องของศาสนาอิสลาม การพัฒนาของวิสาหกิจกิชุมชนดารุ้ลรุ้อิบาดะห์ ได้เริ่มริ่ขยายตัว และออกสินค้าใหม่ๆ ตามกำ ลัง และความสามารถของชุมชน แต่ได้รับความร่วม มือจากมหาวิทวิยาลัยอื่นๆ ในการพัฒนาสินค้า ใหม่ๆ เช่น สบู่นมแพะ โลชั่นนมแพะ และนมแพะ พาสเจอร์ไร์รส์ เป็นต้น และสิ่งที่ชุที่ชุมชนสามารถทำ ขึ้นเองได้คือ ปลาบูดูทรงเครื่องสมุนไพร ทอง ม้วนนมแพะ กระเป๋าสานจากปรือ และไข่ไก่ ออร์แร์กนิกนิฯลฯ ถือว่าเป็นชุมชนที่สที่ามารถผลัก ดันวัตถุดิบดิที่มีที่ มีอยู่แล้วให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น และ เป็นรายได้เข้าสู่ชุมชน จะเห็นห็ ได้ว่าจุดขายที่ สำ คัญสำ หรับวิสวิาหกิจกิชุมชนแห่งห่นี้ คือ “การเลี้ยงแพะ” และผลิตภัณฑ์ที่ฑ์ ไที่ด้จากแพะ อย่าง นมแพะพาสเจอร์ไร์รส์ ซึ่งนมแพะถือว่า บริโริภคเป็นยาก็ได้ เพราะเป็นตัวเสริมริภูมิคุ้มกัน เพื่อต่อต้านสารก่อภูมิแพ้ เนื้อแพะสไลด์แด์ละเนื้อ แพะเสียบไม้แบบสำ เร็จรูป ที่ขที่ายจากวิสวิาหกิจกิ ชุมชนโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งมี คุณภาพที่ดีที่แดีละถือว่าได้อุดหนุนชุมชนอีกด้วย อีกทั้งปลาบูดูทรงเครื่องสมุนไพร ของหาทานยากสมัยนี้ บางคนอาจนึกถึงน้ำ บูดูของภาค ใต้ ซึ่งก็มีความสอดคล้องกัน เนื่องจากประชาชนอิสลามชาวทุ่งครุก็ได้อพยพมาจากทาง ใต้เช่นกัน โดยปลาบูดูทรงเครื่องสมุนไพรนั้นมีวัตถุดิบดิหลักคือปลาในคลองที่หที่าได้ง่าง่ย นำ มาแปรรูปและสร้างมูลค่าให้กับมัน กลายเป็น ปลาบูดูทรงเครื่องสมุนไพรทางวิสวิาหกิจกิ ชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ ในอนาคตจะจัดจัตั้งคาเฟ่กาแฟนมแพะ และไอศกรีมรีนมแพะ สิ่งที่จที่ะ ถูกพัฒนาขึ้นในอนาคตนั้นเป็นความตั้งใจของหนึ่งในผู้ก่อตั้งวิสวิาหกิจกิชุมชน เพื่อต้องการ ที่จที่ะผลักดันชุมชนให้เข้มแข็งขึ้น และดึงมาเป็นจุดแข็งอีกอย่างหนึ่ง เป็นการสร้างจุดขาย ให้กับชุมชนของตนเองและเป็นช่องทางหนึ่งที่ต้ที่ ต้องการ กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 1 8


ผู้ใหญ่ คนละ 350 บาท เด็กไม่เกินกิ 9 ขวบ คนละ 300 บาท (เด็กอายุตำ กว่า 2 ขวบ เข้าร่วมกิจกิกรรมฟรี)รี ท่อ ท่ งเที่ย ที่ วกับ กั เรา ช่องทางการติดติต่อต่ / ข่าวประชาสัมพันธ์ ค่าค่เข้าข้ร่วร่มกิจกิกรรม / จองทัวทัร์ การเดินดิทางด้วด้ยขนส่งสาธารณะ MRT หัวหัลำ โพง ทางออกที่ 1 ต่อรถโดยสารประจำ ทางสาย 75 (ลงอู่ธารทิพทิย์) หรือ รถกระป๋องสาย 70 (ลงปากซอยพุทธบูชบูา 36 และต่อต่รถมอเตอร์ไร์ซด์เด์ข้าไปที่กัที่มกั ปงในดงปรือรื ) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติ ได้ที่ด้ ที่ การเดินดิทางด้วด้ยรถยนต์ส่ต์ ส่วนบุคคล (มีบริกริารที่จที่อดรถฟรีด้รีาด้นหน้าน้ตลาด) เวลากิจกิกรรมท่อท่งเที่ยที่วจะมีในวันอาทิตทิย์แรกของทุกทุเดือนดื !! 086 936 8299, 083 024 8107 Facebook : กัมปงในดงปรือ - หน้าหลัก Website : sites.google.com/view/gumpongtour/ กั ม ป ง ใ น ด ง ป รื อ | 1 9


บรรณานุกรม กรมทรัพย์สินทางปัญญา. (2567). ประกาศขึ้นทะเบียนทางภูมิศาสตร์. สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2567, จาก https://www.ipthailand.go.th/th/gi-011.html กุสุมา อินสมะพันธ์. (เมษายน 2567). ประธานวิสาหกิจชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์. (ปรวัตร ชัยศรีสังข์, วรวรรณ ขจรวงษ์, ณัฐธยาน์ ผู้สัมภาษณ์) กัปงในดงปรือ. (2567). เพจกัมปงในดงปรือ. เข้าถึงได้จาก https://www.facebook.com/Gumpongnaidongpru/?locale=th_TH ธนพร จิตรจำ ลอง. (2564). สารคดี : ชุมชนดารุ้ลอิบาดะฮ์ ชุมชนที่สร้างโอกาสจากความร่วมมือในชุมชน. สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2567, จาก https://shorturl.asia/zlrCE สาธินี สาดบุญสร้าง. (2562). แนวทางการพัฒนาวิสหกิจชุมชนดารุ้ลอิบาดะห์ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร. สืบค้นเมื่อ 9 เมษายน 2567, จาก http://www.cusri.chula.ac.th/wp-content/uploads/2022/12/ สำ นักงานเขตทุ่งครุ. (2566). ประวัติความเป็นมา. สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2567, จาก https://shorturl.asia/qQ74H สำ นักหอสมุด KMUTT LIBRARY. (2567). ความเป็นมาของส้มบางมด. สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2567, จาก https://www.lib.kmutt.ac.th/history-of-bangmod-som/ เอกรินทร์ พึ่งประชา. (2554). พิพิธิภัณฑ์พื้นบ้าน “พื้นที่” ที่ถูกต่อรองบนความขัดแย้ง กรณีศึกศึษา : ศูนศูย์ศิลศิปวัฒนธรรมมอญบางกระดี่. สืบค้นเมื่อ 10 เมษายน 2567. จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/damrong/article/view/21244 .....................


KAMPONG วิ ส า ห กิ จ ด า รุ้ ล อิ บ า ด ะ ห์ “กัม กั ปงในดงปรือ รื” โอบกอดธรรมชาติ เรีย รี นรู้ค รู้ วามเรีย รี บง่าย ตามวิถีเ ถี กษตรท้อ ท้ งถิ่น ถิ่ ชาว มุสลิม ย่านทุ่งทุ่ ครุ ตีพิ ตี พิ มพ์ พฤษภาคม, 2567


Click to View FlipBook Version