The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วย 1 อ่านเป็นเห็นคุณค่า(อ่านจากสื่ออื่น)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by envoy2929, 2021-10-19 23:33:37

หน่วย 1 อ่านเป็นเห็นคุณค่า(อ่านจากสื่ออื่น)

หน่วย 1 อ่านเป็นเห็นคุณค่า(อ่านจากสื่ออื่น)

ใบความรู้ที่ 4
การเขียนยอ่ ความ

ความหมายของการเขียนยอ่ ความ
การย่อความ คือ การจับใจความสำคัญของเรื่องที่ได้อ่าน ได้ฟัง หรือได้ดูมา ให้ได้ความว่า

ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อใด เพราะเหตุใด แล้วนำมาเรียบเรียงใหม่ให้ครบถ้วน กระชับ รัดกุม
โดยใชถ้ อ้ ยคำสำนวนของผยู้ อ่ เอง และตอ้ งไมเ่ ปลี่ยนแปลงเร่อื งราวของข้อความเดมิ

ประเภทของการเขยี นยอ่ ความ
การยอ่ ความอาจแบ่งได้ ๒ แบบ ดังน้ี
๑. แบ่งตามรูปแบบของบทความที่นำมาย่อ ได้ ๒ ประเภท คือ
๑.๑ การย่อบทความท่เี ป็นร้อยแกว้
๑.๒ การย่อบทความทเี่ ปน็ รอ้ ยกรอง
๒. แบ่งตามลักษณะของเนอ้ื เรอ่ื งท่ียอ่ แลว้ ได้ ๒ ประเภท คือ
๒.๑ การย่อความอย่างธรรมดา คือ การย่อที่นำเอาเฉพาะเนื้อหาที่สำคัญหรือที่เรียกว่า

ใจความ และพลความท่สี ำคญั ที่เด่นในแตล่ ะย่อหน้า มาเรียบเรยี งด้วยถอ้ ยคำสำนวนของผยู้ อ่ เอง
ประโยชนข์ องการยอ่ ความแบบธรรมดา คอื
- การเก็บข้อมูลเพ่อื เขยี นเรียงความ และเขยี นรายงานวชิ าการ
- การบันทึกทางวชิ าการ เพอื่ ทบทวนความคิด ความจำในการเตรียมสอบ
๒.๒ การย่อความอยา่ งส้ันท่ีสดุ หรือที่เรียกวา่ การสรุปความ คือ การย่ออย่างสั้นทีส่ ุด

จะกล่าวเฉพาะความคิดที่สำคัญที่สุด โดยไม่นำพลความที่สำคัญมาประกอบ แล้วนำมาเรียบเรียงใหม่ด้วย
ถอ้ ยคำสำนวนของผยู้ อ่ เอง ผู้ย่อต้องตีความหรือจบั ความคิดของผูเ้ ขียนให้ได้วา่ ต้องการเสนอเรือ่ งใดเป็นสำคัญ

ประโยชนข์ องการสรปุ ความ คือ
- เมือ่ ต้องการกล่าวเฉพาะประเด็นความคดิ ที่สำคัญท่ีสดุ
- เป็นประโยชน์ในการสรุปเรียงความ และการตอบขอ้ สอบทตี่ อ้ งการให้ตอบสน้ั ๆ

หลักการเขียนย่อความ

๑. อ่านหรือฟังเรื่องจะย่อตั้งแต่ต้นจนจบอย่างน้อย ๒ ครั้ง ครั้งแรกเป็นการอ่านหรือฟังคร่าว ๆ
ให้ได้ความว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ครั้งที่สองเป็นการจับใจความสำคัญของเรื่องอย่างย่อ ๆ
แลว้ จดบันทึกสาระสำคัญไว้

๒. เปล่ียนสรรพนามบรุ ุษท่ี ๑ และ ๒ เป็นสรรพนามบรุ ุษท่ี ๓ โดยอาจเอย่ ชอ่ื แทนสรรพนามบุรษุ ท่ี ๓
๓. การยอ่ บทร้อยกรองตอ้ งถอดความเปน็ ร้อยแกว้ ก่อนแล้วจึงจับใจความสำคญั
๔. คำท่เี ปน็ ศพั ทย์ ากให้เปลี่ยนใชค้ ำธรรมดาที่เขา้ ใจง่าย และใชค้ ำทกี่ ระชบั เช่น พระพทุ ธ พระธรรม
พระสงฆ์ ให้ใช้ “พระรัตนตรัย” แทน
๕. ถ้าเป็นบทสนทนาต้องเปลี่ยนเป็นแบบเรอ่ื งเล่า และไมใ่ ช้เครือ่ งหมายคำพูด “ ”

๖. ถ้ามีคำราชาศพั ท์ และใจความสำคญั ต้องใชร้ าชาศัพท์ ให้คงราชาศัพทน์ น้ั ไว้
๗. หากเรอ่ื งท่ยี ่อ เดมิ ไมม่ ชี อื่ เรอ่ื ง ต้องตั้งชื่อเรื่องให้มคี วามสอดคล้องกบั ข้อความที่ย่อ
๘. เรียบเรียงใหม่โดยใช้สำนวนภาษาของผู้ย่อเองให้สั้น กระชับ ได้ใจความ และมีความยาว
ประมาณ ๑ ใน ๓ ของเน้ือความเดิม
๙. เขยี นใหถ้ ูกตอ้ งตามรูปแบบของการยอ่ ความ ดงั น้ี

๙.๑ ย่อหนา้ ท่ี ๑ ใชแ้ บบส่วนนำตามประเภทของเรื่องที่จะยอ่
๙.๒ ย่อหน้าที่ ๒ เขียนข้อความที่ย่อแล้วในย่อหน้าต่อไป ส่วนใหญ่ใจความที่ย่อแล้ว
จะเหลอื เพียงย่อหนา้ เดยี ว เวน้ แต่ข้อความเดิมเปน็ เรื่องต่างกนั แยกกันเป็นตอน ๆ อย่แู ล้ว

แบบส่วนนำของยอ่ ความ

ส่วนคำนำของการย่อความ หรือแบบขึ้นต้นย่อความ เป็นการนำเรื่องให้ผู้อ่านได้ทราบที่มาของเร่อื ง
เพือ่ ช่วยใหเ้ ข้าใจ และสะดวกแกผ่ ู้สนใจทจ่ี ะไปอ่านรายละเอยี ดเพิ่มเติมจากข้อความเดิม

๑. การย่อความเรียงร้อยแก้วธรรมดา เช่น บทความ สารคดี ตำนาน นิทาน นิยาย เรื่องสั้น ฯลฯ
ให้บอก ชือ่ ประเภท ช่ือเรอ่ื ง ชื่อผแู้ ตง่ เดือน ปที แี่ ต่ง (เท่าท่ที ราบ) ตามรูปแบบดังน้ี

ยอ่ .....(ประเภทของความเรยี งรอ้ ยแก้ว).......เร่อื ง…......(ชอ่ื เรอ่ื ง).......ของ.......(ช่อื ผ้แู ตง่ ).........
จาก.......(ชอื่ หนงั สือ)........หน้า.......(เลขหนา้ )........ความว่า

...............(ใจความ)....................................................................................................................... ...........
..................................................................................................................................................

ตัวอย่าง จาก
ยอ่ บทความ เรอ่ื ง กรุงเทพฯ เมืองสีเขยี ว ปลอดขยะ ของ สนุ ิรินธน์ จิระตรัยภพ …

กรุงเทพเมอื งสีเขยี ว หนา้ ๑๕ ความวา่
กรงุ เทพเปน็ เมอื งหลวงของประเทศไทย และเปน็ เมืองท่ตี ดิ อนั ดบั นา่ ทอ่ งเท่ยี ว

๒. การย่อเป็นร้อยกรอง ให้ถอดเป็นร้อยแก้วก่อน ให้บอก ชนิดของคำประพันธ์ บอกเรื่อง ตอน
ตามรปู แบบดังน้ี

ย่อ....(ประเภทของบทร้อยกรอง)....เรื่อง....(ชื่อบทร้อยกรอง,ชื่อเรื่อง).....ของ......(ชื่อผู้แต่ง)....
ตอน.....(ชือ่ ตอน)......จาก.......(ชอื่ หนังสือ)........หน้า.......(เลขหน้า)........ความว่า

................(ใจความ).............................................................................................................. ...................

..................................................................................................................................................

ตวั อย่าง
ย่อนิทานคำกลอน เรื่อง พระอภัยมณี ของ สุนทรภู่ ตอน พระอภัยมณีหนีผีเสื้อสมุทร

จาก หนังสือเรือ่ งพระอภัยมณี หนา้ ๑๔๕- ๑๖๐ ความว่า
พระอภยั มณอี ยูก่ บั ผเี ส้ือสมทุ รจนมลี กู อยู่ด้วยกัน คือสนิ สมทุ ร...

๓. การยอ่ พระบรมราโชวาท โอวาท เทศนา ให้บอก ประเภท ของใคร แสดงแกใ่ คร ในโอกาสใด
ณ ทใ่ี ด (เทา่ ทจี่ ะบอกได้) ตามรูปแบบดงั น้ี

ย่อ.....(ประเภทของงานเขียน).......ใน.......(ชื่อผู้แต่ง)........พระราชทานแก่................
ในโอกาส..............ณ......(สถานที่)........เมื่อวันที่.......(วนั เดอื น ป)ี ...... ความว่า

...............(ใจความ)................................................................................................................. .................
..................................................................................................................................................

ตัวอยา่ ง
ย่อพระราโชวาท ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาส พิธีพระราชทาน

ปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประจำปีการศึกษา ๒๕๔๙ ณ
มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ วทิ ยาเขตองครักษ์ จังหวัดนครนายก เมื่อวนั ที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๔๙ ความว่า

ขอให้ผทู้ ส่ี ำเรจ็ การศกึ ษาพงึ ตระหนกั ไว้ว่าทกุ ทา่ นเปน็ ผู้ซึ่ง...

๔. การย่อประกาศ แจ้งความ แถลงการณ์ ระเบยี บคำสั่ง หมายกำหนดการ ฯลฯ ใหบ้ อก
ชือ่ ประเภท เรือ่ งอะไร ของใคร วนั ทอ่ี อก ตามรูปแบบดังน้ี

ย่อ.....(ประเภทของงานเขียน).......เรื่อง......(ชื่อเรื่อง)..............ของ.......(ชื่อผู้แต่ง)........
ลงวนั ท.ี่ .....(วัน เดอื น ปี) ....... ความว่า

...............(ใจความ).....................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ตัวอย่าง
ย่อหมายกำหนดการ เรื่อง พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้า

กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ของ สำนักพระราชวัง ลงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ความว่า

พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั และสมเด็จพระราชินเี สด็จพระราชดำเนนิ ยังพธิ ีเพื่อ…

๕. การย่อหนงั สอื ราชการ จดหมายตอบโตส้ าสน์ ให้บอก ประเภท ของใคร เลขท่ีเทา่ ไร ถงึ ใคร
ลงวนั ทีเ่ ทา่ ไร ตามรูปแบบดังน้ี

ย่อ.....(ประเภทของงานเขียน).......ของ.........(ผู้เขียน).......ถึง......(ผรู้ ับ)............เร่ือง.......(ช่ือเรื่อง)........
เลขที.่ .....(เลขทหี่ นงั สือ)......ลงวันท.ี่ .....(วนั เดือน ปี)....... ความว่า

..............(ใจความ)...................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ตัวอยา่ ง
ย่อหนังสือราชการ ของ กระทรวงศึกษาธิการ ถึงมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

เรื่อง ขอเชิญสัมมนาเรื่อง “แนวโน้มการพัฒนามหาวิทยาลัยในอีก ๒๐ ปีข้างหน้า” เลขท่ี ศธ ๒๕๕๑/๒๓๔
ลงวันที่ ๑๗ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๑ ความว่า

จากการพัฒนาทางด้านการศึกษาเพื่อกา้ วเขา้ ส่คู วามเป็นสากล...

๖. การย่อความเป็นคำสอน คำบรรยาย ปาฐกถา ถ้อยแถลง ให้บอก ประเภท ของใคร เรื่องอะไร
แสดงท่ีไหน เมอ่ื ไร ตามรปู แบบดงั นี้

ย่อ.....(ประเภทของงานเขียน).......เร่อื ง.......(ชือ่ เรือ่ ง)........ของ.........(ผู้เขยี น).......จากหนังสือ...............
(ช่อื หนังสือ) ...........หน้า......(เลขหนา้ )......ความว่า

.............(ใจความ)................................................................................................................. .....

ตวั อย่าง
ย่อคำสอน เรื่องการตั้งตนไว้ชอบ ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ จากหนังสือ ตามแนวมงคลสูตร

หน้า ๑๗๓ ความว่า
การต้งั ตนไว้ชอบเปน็ มงคลอย่างสูงสุด…

ชือ่ -สกลุ ..................................................................................
ชั้น...............เลขท.่ี .................. วชิ า ภาษาไทย๓ ท๒๒๑๐๑

วิชาภาษาไทย 3 ใบกิจกรรมท่ี 1 ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2
รหัสวิชา ท22101
เรอ่ื ง การเขียนส่วนนำของย่อความ หนว่ ยที่ 1 อา่ นเป็นเหน็ คุณคา่

ใบกจิ กรรมท่ี 4.๑ให้มคี วามหมายตรงตามตวั อักษร โดยขนึ้ อยกู่ บั จดุ ประสงค์และเนือ้ หาของเรื่อง

คำชี้แจง การเขยี นส่วนนำของยอ่ ความ

คำชแ้ี จง : ให้นักเรียนเขยี นส่วนนำการยอ่ ความจากขอ้ มูลแหล่งต่าง ๆ ดังนี้

๑. บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ตอนกำเนดิ พลายงาม จากหนงั สือเรอื่ งบทเสภาขุนชา้ งขนุ แผน หนา้ ๓๙-๔๕
................................................................................................................................... ..........................................
............................................................................................................................. ..............................................

๒. นวนยิ ายเรือ่ งส่แี ผ่นดิน หนา้ ท่ี ๑๑๒-๒๐๐ แต่งโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์
................................................................................................................................................ .............................
.......................................................................................................................................................................... .

๓. พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว พระราชทานแก่บัณฑติ จฬุ าลงกรณ์
มหาวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา ๒๕๐๕ เมอื่ วนั ท่ี ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ณ จฬุ าลงกรณ์
มหาวิทยาลัย
................................................................................................................................................ .............................
.......................................................................................................................................................................... .

๔. หนังสือเรอ่ื งคำพอ่ คำแม่ หมวดวรรณกรรมคำสอน โดยพระธรรมกติ ติวงศ์ ราชบณั ฑติ หนา้ ที่
๙๔-๙๕
................................................................................................................................................ .............................
...................................................................................................... .................................................................... .

๕. บทความเรื่อง “ทางออกอยทู่ ่ีทางเขา้ ” นิตยสาร IMAGE (หน้า ๑๒) : พระไพศาล วิสาโล

................................................................................................................................................ .............................
...................................................................................................... .................................................................... .

ชือ่ -สกุล..................................................................................
ชั้น...............เลขที.่ .................. วชิ า ภาษาไทย๓ ท๒๒๑๐๑

วิชาภาษาไทย 3 ใบกจิ กรรมที่ 2 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2
รหัสวชิ า ท22101
เร่อื ง ฝกึ ทักษะการเขยี นย่อความ หนว่ ยที่ 1 อา่ นเป็นเหน็ คณุ คา่

ใบกิจกรรมที่ 4.๒ให้มีความหมายตรงตามตัวอักษร โดยขน้ึ อยกู่ ับจุดประสงคแ์ ละเนอื้ หาของเรื่อง

คำชี้แจง ฝึกทักษะการเขียนยอ่ ความจากสื่อ

คำชี้แจง : ให้นักเรียนเขียนย่อความจากสื่อ “บทความ” และ “พระบรมราโชวาท” โดยย่อ
ตามรูปแบบทก่ี ำหนดให้ถกู ตอ้ ง

อาหารชีวจติ

อาหารชีวจิตเป็นแนวทางการรับประทานอาหารที่ ดร.สาทิส อินทรกําแหง ศึกษาและปรับปรุง
จากหลักการของแมคโครไบโอติกส์ ให้เหมาะสมกับสภาพวิถีชีวิตของคนไทย กล่าวโดยรวม ๆ อาหารชีวจิต
คือ อาหารชั้นเดียว หมายถึง อาหารที่คงสภาพตามธรรมชาติไว้มากที่สุด ไม่ต้องผ่านการปรุงแต่งมากมาย
และคงรสชาตเิ ดิมของอาหารไวม้ ากที่สุด

ทั้งนี้ อาหารชีวจิต เป็นการนําความรู้ทางโภชนาการขั้นสูงมาพิจารณาอาหารต่าง ๆ แล้วเลือกสรร
เฉพาะอาหารที่ให้คณุ ค่าแก่ร่างกายและจิตใจมากทีส่ ดุ ที่สําคัญ คือ เป็นอาหารทีก่ ่อให้เกดิ สารพิษ “ท็อกซิน -
Toin” ตกค้างน้อยทสี่ ุด ซง่ึ สตู รสัดสว่ นอาหารชีวจิต มีดังน้ี

1. อาหารประเภทแป้งซึ่งไม่ขัดขาว เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ถ้าเป็นข้าวโพด จะเป็นช้าวโพด
ทั้งเมล็ดหรือทั้งฝัก และถ้าเป็นแป้งขนมปัง ก็เป็นขนมปังโฮลวีท และถ้าจะให้เป็นแป้งกลุ่มตอมเพล็กซ์
คาร์โบไฮเดรต คือเป็นแป้งหลายชั้นซึ่งมีโปรตีนปนอยู่ด้วย ก็ควรเดิมมันเทศ มันฝรั่ง เผือก ฟักทองลงไป
กลมุ่ น้ี รับประทาน 50% หรอื คร่งึ หน่ึงของแต่ละมอ้ื

2. ผกั ใชท้ ง้ั ผักดิบและผกั ปรุงสกุ อยา่ งละคร่ึง ผักถา้ ปลกู เอง ไมใ่ ชส้ ารเคมีจะดที ี่สดุ แตถ่ ้าต้องซื้อจาก
ตลาด ต้องเลือกผกั ท่ีปลอดสาร ล้างผ่านน้าํ และแช่น้ําต่างทับทมิ หรือแช่นํ้าสม้ สายชูเจือจางสัก 1-2 ชั่วโมง ก็
จะช่วยล้างสารพิษไดด้ ว้ ย - รบั ประทานผักหนึ่งในสี่หรือ 25% ของปรมิ าณอาหารที่กนิ ในแตล่ ะม้ือ

3. ถั่วต่างๆ อยู่ในประเภทโปรตีน เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น เต้าหู
โปรตีนเกษตร - รับประทาน 15% ของแต่ละมื้อ นอกจากนี้ จะใช้โปรตีนจากสัตว์เป็นครั้งคราว คือ ไข่ ปลา
และอาหารทะเล สปั ดาห์ละ 3 จาก 5

4. เบ็ดเตล็ด ประเภทแกงก็เป็น แกงจืด แกงเลียง - ประเภทซุป ก็เป็นมิโซซปุ (มิโซ่ = เต้าเจี้ยวญ่ปี ุ่น
ชนิดหน่ึง) - ประเภทของขบเคี้ยว งาสดและงาค่ัว ใช้อาหารต่างๆได้ทุกอย่าง ถั่วตัว เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงโม
เมล็ดดอกทานตะวัน - ผลไม้สด ต้องเป็นผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น ฝรั่ง มะละกอห่าม มะม่วงดิบ พุทรา -
รับประทาน 10% ของแตล่ ะม้ือ

(นพ.ววิ ฒั น์ วริ ิยกจิ จา. "อาหารชวี จิต", ชีวจิต. 10 : 30)

ยอ่ ความ
............................................................................................................................. ..............................

..................................................................................................... ..............................................................
............................................................................................................................. ..............................

...................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................
............................................................................................................................. .........................................
......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................

ไมม่ ีอะไรทที่ ำไม่ได.้ .ถ้าใจสู้

“ความคิดนั้นสำคัญมาก ถือได้ว่าเปน็ แม่บทใหญ่ของคำพูดและการกระทำทั้งปวง กล่าวคอื
ถ้าคนเราคิดดี คิดถูกต้อง ทั้งตามหลักวิชาและคุณธรรม คำพูดและการกระทำก็เป็นไปในทางที่ดีท่ี
เจริญ แตถ่ ้าคดิ ไม่ดีไม่ถูกต้อง คำพดู และการกระทำกอ็ าจก่อความเสียหาย ท้งั แก่ตัวเองและสว่ นรวม
ได้ ด้วยเหตุนี้ กอ่ นที่บคุ คลจะพดู จะทำส่ิงใด จำเปน็ ต้องหยดุ คิดเสียก่อนว่า กจิ ทจี่ ะทำ คำที่จะพูด
ผิดหรือถูก เป็นคุณประโยชน์หรือเป็นโทษเสียหาย เป็นสิ่งทีค่ วรพูด ควรกระทำ หรือควรงดเว้น
เมือ่ คิดพจิ ารณาได้ดังน้ี กจ็ ะสามารถยบั ย้งั คำพูดท่สี มควรหยุดย้ัง การกระทำทไี่ มถ่ ูกต้อง พูดและทำ
แตส่ ง่ิ ที่จะสัมฤทธ์ผิ ลเปน็ คุณ เป็นประโยชน์และเป็นความเจริญ”

(พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ณ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั

เมอ่ื วันท่ี ๙ กรกฎาคม ๒๕๔๐)

ยอ่ ความ
............................................................................................................................. ..............................

..................................................................................................... ..............................................................
............................................................................................................................. ..............................

..................................................................................................... ..............................................................
............................................................................................................................. .........................................
....................................................................................................................................................... ...............
................................................................................................................... ...................................................
............................................................................................................................. .........................................

เฉลยใบกิจกรรมที่ 4.๑

ใหม้ ีความหมายตรงตามตวั อักษร โดยขึน้ อยกู่ ับจดุ ประสงคแ์ ละเน้อื หาของเร่ือง

การเขียนสว่ นนำของย่อความ

คำชีแ้ จง

ตอนที่ ๑

คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นเขยี นส่วนนำการย่อความจากข้อมลู แหล่งต่าง ๆ ดงั น้ี

๑. บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ตอนกำเนดิ พลายงาม จากหนงั สอื เร่อื งบทเสภาขนุ ชา้ งขุนแผน หน้า ๓๙-๔๕

ย่อบทเสภาเรื่องขุนชา้ งขุนแผน ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หลา้ นภาลยั ตอน กำเนิดพลายงาม

จากหนังสอื เร่ืองบทเสภาเรื่องขุนช้างขนุ แผน หน้า 39-45 ความวา่ .

๒. นวนิยายเรอื่ งสแ่ี ผ่นดนิ หน้าท่ี ๑๑๒-๒๐๐ แตง่ โดย ม.ร.ว.คึกฤทธ์ิ ปราโมทย์

ยอ่ นวนิยาย เร่ือง สแ่ี ผน่ ดนิ ของ คึกฤทธ์ิ ปราโมทย์ จาก หนังสือเร่อื งสี่แผ่นดิน หน้า 112-200

ความว่า .

๓. พระบรมราโชวาทพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัว พระราชทานแกบ่ ัณฑิตจุฬาลงกรณ์

มหาวิทยาลัย ประจำปกี ารศกึ ษา ๒๕๐๕ เมอ่ื วนั ท่ี ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ณ จฬุ าลงกรณ์

มหาวิทยาลัย

ย่อพระบรมราโชวาท ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั พระราชทานแก่ บณั ฑติ ในโอกาสพธิ ี

พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผสู้ ำเรจ็ การศกึ ษาจากจุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ประจำปี 2505 ณ จุฬาลงกรณ์

มหาวิทยาลัย เมื่อวนั ที่ 29 กรกฎาคม 25085 ความว่า .

๔. หนังสอื เร่อื งคำพอ่ คำแม่ หมวดวรรณกรรมคำสอน โดยพระธรรมกติ ติวงศ์ ราชบัณฑติ หนา้ ที่

๙๔-๙๕

ยอ่ คำสอน เรอื่ ง คำพ่อคำแม่ ของพระธรรมกิตตวิ งศ์ ราชบัณฑิต จากหนงั สือคำพ่อคำแม่

หนา้ 94-95 ความวา่ .

๕. บทความเร่อื ง “ทางออกอยทู่ ่ีทางเข้า” นิตยสาร IMAGE (หนา้ ๑๒) : พระไพศาล วิสาโล

ยอ่ บทความ เรอื่ ง ทางออกอยู่ทท่ี างเข้า ของพระไพศาล วิสาโล จาก นิตยสาร IMAGE หนา้ 12

ความวา่ .

เฉลยใบกิจกรรมท่ี 4.๒

ให้มคี วามหมายตรงตามตวั อักฝษรึกโทดยกั ข้ึนษอยะู่กกบั จาุดรปเรขะสยีงคนแ์ ลยะเ่อนอื้คหวาขาองมเรจ่ืองากสอื่

คำชแ้ี จง

คำชี้แจง : ให้นักเรียนเขียนย่อความจากสื่อ “นิทาน” และ “พระบรมราโชวาท” โดยย่อตาม
รูปแบบทีก่ ำหนดใหถ้ ูกตอ้ ง

นทิ านเรอ่ื ง “นายดั้น”

“นายดั้น” เป็นคนตาบอดใส อยากได้ “นางริ้งไร” เป็นภรรยา จึงส่งคนไปสู่ขอและนัดวันแต่งงาน
โดยนางริ้งไรไม่รู้ว่านายดั้นตาบอด เมื่อถึงวันแต่งงานนายดั้นพยายามกลบเกลื่อนความพิการของตนโดยใช้
สติปัญญาและไหวพริบต่าง ๆ แก้ปัญหา เมื่อขบวนขันหมากมาถึงบ้านเจ้าสาว เจ้าภาพขึ้นบนบ้านแต่นายดั้น
กลับนั่งตรงนอกชาน เมื่อมีคนทักนายดั้นจึงแก้ตัวว่า “ขอน้ำสักน้อย ล้างตีนเรียบร้อย จึงค่อยคลาไคล
ทำดมทำเช็ด เสร็จแลว้ ด้วยไว แล้วจึงขน้ึ ไป ยอไหวซ้ ้ายขวา”

ขณะอยู่กินกับนางริ้งไร วันหนึ่งนางริ้งไรจัดสำรับไว้ให้แล้วลงไปทอผ้าใต้ถุนบ้าน นายดั้นเข้าครัวหา
ข้าวกินเองทำข้าวหกเรี่ยราดลงใต้ถุนครัว เมื่อนางริ้งไรร้องทักว่าเทข้าวทำไม นายดั้นจึงแก้ตัวว่า “เป็ดไก่
เล็กน้อย บ้างง่อยบ้างเพลีย ตัวผู้ตัวเมีย ผอมไปสิ้นที่ อกเหมือนคมพร้า แต่เพียงเรามา มีข้ึนดิบดี
หวา่ นลงทุกวนั ชิงกันอ่งึ มี่ กลบั วา่ เราน้ี ขึ้งโกรธโกรธา”

วนั หน่งึ นางรง้ิ ไรให้นายด้ันไปไถนา นายดั้นบังคบั ววั ไม่ได้ วัวหกั แอกหกั ไถหนีเตลดิ ไป นายดนั้ จงึ เที่ยว
ตามวัว ได้ยินเสียงลมพัดใบไม้แห้งชายปา่ เข้าใจว่าเป็นวัวจึงวิดน้ำเข้าใส่เพื่อให้วัวเช่ือง นางริ้งไรมาเห็นจึงถาม
ว่าทำอะไร นายดั้นได้แก้ตัวว่า “พี่เดินไปตามวัว ปะรังแตนแล่นไม่ทัน จะเอาไฟหาไม่ไฟ วิดน้ำใส่ตาย
เหมอื นกนั ครน้ั แม่บนิ ออกพลัน เอารงั มนั จมนำ้ เสีย”

อยู่มาวันหนึ่งนายดั้นจะกินหมาก แต่ในเชี่ยนหมากไม่มีปูนจึงร้องถามนางริ้งไร นางบอกที่วางปูนให้
แตน่ ายด้ันหาไม่พบ รอ้ งถามอีกหลายครง้ั แต่ก็ยังหาไม่พบ นายดนั้ จงึ รอ้ งท้าให้นางริ้งไรขึ้นบ้านมาดู หากปูนมี
ตามที่บอก จะยอมให้นางริ้งไรเอาปูนมาทาขยี้ตา นางริ้งไรจึงเอาปูนมาทาขยี้ตานายดั้น นายดั้นถือโอกาสจึง
รอ้ งบอกว่าตาบอดเพราะปูนทา นางรงิ้ ไรจงึ ตอ้ งหายามารกั ษาจนตาหายบอดได้บวชเรยี น

นทิ านพื้นบา้ นภาคใต้ ชดุ สืบสานวัฒนธรรมไทย (หนา้ ๒๓) : กฤชกร เพชรนอก

ย่อความ

ย่อนิทาน เรื่อง นายดั้น ของกฤชกร เพชรนอก จากหนังสือนิทานพื้นบ้านภาคใต้

ชุดสบื สานวฒั นธรรมหนา้ 23 ความว่า .

นายดั้นเป็นคนตาบอดใส มีภรรยาชื่อนางริ้งไร นายดั้นพยายามกลบเกลื่อนความพิการของตนใน

สถานการณ์หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ จนอยู่มาวันหนึ่งนายดั้นอยากกินหมาก แต่เชี่ยนหมากไม่มีปูน นายด้ัน

พยายามหาปูนแต่ก็ไม่พบ นายดั้นจึงท้าให้นางริ้งไรขึ้นมาดูปูน ถ้ามีปูนจะยอมให้นางริ้งไรเอาปูนมาขยี้ตา

ปรากฏว่านางริ้งไรไดน้ ำปูนมาขยี้ตานายดั้น นายดัน้ จึงถือโอกาสร้องบอกว่าเขาตาบอดเพราะปนู นางริ้งไร

จงึ ต้องหายามารกั ษาจนตาหายเปน็ ปกติ .

“ความคิดนั้นสำคัญมาก ถือได้ว่าเป็นแม่บทใหญ่ของคำพูดและการกระทำทัง้ ปวง กล่าวคือ
ถ้าคนเราคิดดี คิดถูกต้อง ทั้งตามหลักวิชาและคุณธรรม คำพูดและการกระทำก็เป็นไปในทางที่ดีท่ี
เจริญ แตถ่ ้าคิดไมด่ ีไมถ่ ูกต้อง คำพดู และการกระทำก็อาจก่อความเสยี หาย ทง้ั แก่ตวั เองและสว่ นรวม
ได้ ด้วยเหตุนี้ ก่อนที่บุคคลจะพูดจะทำสิ่งใด จำเป็นต้องหยุดคิดเสียก่อนว่า กิจที่จะทำ คำที่จะพูด
ผิดหรือถกู เปน็ คุณประโยชน์หรอื เปน็ โทษเสียหาย เปน็ สง่ิ ทีค่ วรพูด ควรกระทำ หรอื ควรงดเวน้ เม่ือ
คิดพิจารณาได้ดังนี้ ก็จะสามารถยับย้ังคำพูดท่ีสมควรหยุดยั้ง การกระทำทีไ่ ม่ถกู ตอ้ ง พูดและทำแต่
สิง่ ที่จะสัมฤทธผิ์ ลเป็นคณุ เป็นประโยชน์และเป็นความเจริญ”

(พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ณ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั

เม่ือวันท่ี ๙ กรกฎาคม ๒๕๔๐)

ยอ่ ความ

ย่อพระบรมราโชวาท ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่บัณฑิต ในโอกาสพิธี

พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2540

ณ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั เม่ือวนั ท่ี 9 กรกฎาคม 2540 ความว่า .

ยบั ยั้งคำรพหควดูวัสชิ าทวามภชิ่สี คมาาิดษคทสวา2ำรไทคห2ัญยย1ุดม03ยา1ัง้กกถาือรไกดร้วะ่าทเปำท็นี่ไแมเมร่ถื่อ่บกู งทตใแ้อกหงบาญรบพเ่ขขทดู อยีดแงนสลคยอะำท่อบพคำูดแวแตาล่สมะ่ิงกทาี่จระกเประ็นทปหำรนทะ่วั้งโชยยปทน้ัชวม่ีนง1ัธแ์ กยลอามะา่รเศนคปกึิเด็นปษกค็นา็จวเปะาหสีทม็นาี่เคจ2มรุณาิญรคถ่า

คำชี้แจง : ให้นักเรียนเขียนย่อความจากบทความต่อไปนี้ โดยย่อตามรูปแบบที่กำหนด

ให้ถูกต้อง

เร่ือง ประโยชน์ขององนุ่ หลากสี

องุ่น เป็นผลไม้ที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดบ้านเรา และยังมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว เป็นที่ถูกใจ
สำหรับคนทุกเพศทุกวัย นอกจากจะมีรสชาติดี แล้วยังหาซื้อง่ายอีกด้วย ซึ่งในผลองุ่นจะมีวิตามินและ
สารอาหารท่ีมปี ระโยชน์มากมาย โดยเฉพาะท่เี ปลอื กและเมล็ด อย่างที่เราเคยได้ยินถงึ การสกัดน้ำมันจากเมล็ด
องุ่นมาเป็นส่วนผสมในครีมบำรุงผิวหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่าง ๆ น้ำมันองุ่นจะช่วยให้ผนังหลอดเลือด
แข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการจับตัวของก้อนเลือด และลดโคเลสเตอรอลชนิดแอลดีแอล (ไขมันไม่ดี)
จึงช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบเลือดและหัวใจได้ดี นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยลดริว้ รอยและทำให้ผิวหนงั
มีความยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย ส่วนวิตามินต่าง ๆ ที่พบในองุ่นนั้นก็มีมากมายหลายชนิด ได้แก่ วิตามินเอ
วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และเกลือแร่ชนิดต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยในการกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่นได้เร็ว
อาจเปน็ เพราะนำ้ ตาลในองุ่นเปน็ นำ้ ตาลทร่ี ่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้เลย จงึ ชว่ ยเร่งการเผาผลาญในรา่ งกาย
และกระตนุ้ ให้ตับทำหนา้ ท่ฟี อกเลือดได้อยา่ งมีประสิทธิภาพอีกดว้ ย ซงึ่ องุ่นบ้านเราจะมีใหเ้ ลือกถึง 3 สีหลัก ๆ
และมปี ระโยชน์โดดเด่นแตกต่างกันไป ดังนี้

องุ่นเขียว อุดมไปด้วยสารพฤกษเคมีซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เช่น คาเตชิน
(Catechin) และเทอร์ซอทิลบีน (Ptersotilbene) องุ่นเขียวจึงช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะ
ปัสสาวะ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคของระบบประสาท โรคอัลไซเมอร์
และลูคีเมยี ตลอดจนปอ้ งกนั การติดเชื้อราและเช้ือไวรัสต่าง ๆ

องุ่นแดง จัดเป็นราชินีแห่งผลไม้ทุกชนิด และมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอีกมากมาย
เพราะสีแดงเข้มของผลองุ่นประกอบด้วย สารฟลาวโวนอยด์ ซ่ึงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และมีสารอาหาร
สำคัญ คือ เรสเวอราทรอล (Resveratrol) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และช่วยชะลอวัย
นอกจากนี้ยังมสี ารซาโปนิน (Saponin) ซ่ึงมีคณุ สมบัตเิ ป็นสารต้านแบคทเี รีย ไวรสั ปอ้ งกันเนือ้ งอก ลดการดูด
ซึมของคอเลสเตอรอลในกระแสเลอื ด ซง่ึ สง่ ผลต่อการปอ้ งกันโรคหัวใจอกี ด้วย

องุ่นดำ สถาบันการแพทย์ Mayo Clinic แนะนำว่า ถ้าต้องการลดนำ้ หนัก ให้กินองุ่นดำวันละ 1 คร้ัง
อาจกินเป็นของกินเล่น หรือใส่ในสลัดก็ได้ เพราะจากการศึกษาพบว่าองุ่นดำอุดมด้วยไฟเบอร์ ทำให้รู้สึกอ่ิม
และให้แคลอรี่ต่ำ ทำให้การทำงานของลำไส้เป็นไปตามปกติ สารแอนตี้ออกซิแดนท์ในองุ่นดำยังช่วยในการ
ขับท็อกซนิ ออกจากร่างกาย ซง่ึ ชว่ ยในกระบวนการลดน้ำหนกั ให้มีประสิทธิภาพมากขน้ึ

(นพ.ววิ ัฒน์ วริ ิยกิจจา. "ประโยชนข์ ององุ่นหลากสี", ชวี จิต. 10 : 30)


Click to View FlipBook Version