The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kane Onketpon, 2020-06-17 22:56:20

เขียนแบบ

เขียนแบบ

เอกสารประกอบการสอน รหสั 2100-1001

วชิ าเขียนแบบเทคนคิ เบือ้ งตน้
(Basic Technical Drawing)
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชพี พทุ ธศกั ราช 2556

ณัฐวฒั น์ จันทะบาล
ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการ

แผนกวิชาเทคนคิ พ้ืนฐาน วทิ ยาลยั การอาชีพบ้านผอื

สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
กระทรวงศึกษาธกิ าร

คานา

เอกสารประกอบการสอน วิชาเขียนแบบเทคนิคเบือ้ งต้น รหสั 2100 – 1001 เลม่ นจี้ ดั ทาข้นึ ตาม
จุดประสงค์รายวิชา มาตรฐานรายวิชา และคาอธิบายรายวชิ าหลักสูตรหลักสตู รประกาศนียบตั รวิชาชพี
พทุ ธศักราช 2556 ใชส้ าหรับประกอบการเรยี นรู้กับผเู้ รยี นท้ังห้อง การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนและการใช้
สื่อการเรียนการสอน ในการเรียนรู้ผูเ้ รียนตอ้ งประกอบกจิ กรรมและกรณีศึกษาไปพร้อม ๆ กัน เนอ้ื หาแบ่ง
ออกเป็น 9 หนว่ ย ประกอบดว้ ย เครื่องมือและอปุ กรณ์เขยี นแบบ มาตรฐานงานเขียนแบบเทคนิคเบอื้ งต้น
การสรา้ งรปู ทรงเรขาคณิต การกาหนดขนาดของมิติ การเขยี นแบบภาพสามมิติ การเขียนแบบภาพฉาย
การเขยี นแบบภาพตดั การสเกตช์ภาพ และสญั ลักษณเ์ บือ้ งต้นในงานชา่ งอตุ สาหกรรม นอกจากน้ผี ู้เรียบเรียง
ไดจ้ ัดทาแบบฝกึ หดั ท้ายหนว่ ยการเรยี น ใบงานและใบประเมินผลการปฏบิ ตั งิ านไวอ้ ยา่ งครบถ้วน สอดคล้องกับ
จุดประสงค ์และสมรรถนะของรายวชิ า
ผู้เรียบเรยี ง หวังเป็นอยา่ งยง่ิ ว่าเอกสารประกอบการสอนเล่มน้คี งเป็นประโยชน์กบั ผูเ้ รยี น และผูท้ ่ีสนใจ
หากเอกสารประกอบการสอนเลม่ นมี้ ีขอ้ ผดิ พลาดประการใด ผูเ้ รียบเรียงยนิ ดีน้อมรับคาติชม และขอ้ บกพร่อง
ตา่ ง ๆ จากผู้อา่ นทกุ ทา่ น ถ้าจะกรณุ าแจง้ ให้ผูเ้ รียบเรยี งรบั ทราบ เพอื่ เป็นประโยชน์ตอ่ การแก้ไข ปรับปรุงใน
โอกาสตอ่ ไป

ณัฐวฒั น์ จนั ทะบาล
ผูเ้ รยี บเรียง

หลักสตู รรายวิชา

ชื่อวิชา เขยี นแบบเทคนคิ เบอื้ งตน้ รหัสวชิ า 2100-1001
ท.ป.น. 1-3-2 ทฤษฎี 1 ช่วั โมง ปฏิบัติ 3 ช่วั โมง รวม 4 ช่ัวโมง : สปั ดาห์

จดุ ประสงคร์ ายวชิ า
1. รู้และเข้าใจเก่ยี วกบั หลกั การเขยี นแบบเทคนิค การใช้เครอื่ งมอื อุปกรณเ์ ขียนแบบ
2. มีทักษะเก่ียวกบั การอา่ นแบบและเขียนแบบเทคนิคเบอ้ื งตน้ เกย่ี วกบั ภาพฉาย ภาพตัด และภาพ

สามมิติ ตามมาตรฐานเขยี นแบบเทคนคิ
3. มีเจตคติและกจิ นิสัยที่ดีในการทางานด้วยความละเอยี ดรอบคอบ เปน็ ระเบียบ สะอาด

ตรงต่อเวลา มคี วามซ่ือสตั ย์ รบั ผดิ ชอบ และรักษาสภาพแวดลอ้ ม

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงวิธีการเขยี นแบบเทคนิค การใช้เครอื่ งมือ อปุ กรณ์เขยี นแบบ
2. อา่ นและเขียนแบบภาพชน้ิ ส่วนสองมติ ิ
3. อ่านและเขยี นแบบภาพสามมิติ
4. เขยี นภาพฉาย ภาพชว่ ยและภาพตดั

คาอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบตั ิเกี่ยวกับหลักการอ่านแบบ เขยี นแบบเทคนคิ เบ้อื งต้น การใชแ้ ละการบารงุ รกั ษา

เคร่อื งมือเขียนแบบ มาตรฐานงานเขยี นแบบเทคนิค เส้น ตวั เลข ตวั อกั ษร การสร้างรปู เรขาคณิต การกาหนด
ขนาดของมิติ มาตราส่วน ภาพสามมติ ิ หลักการฉายภาพมมุ ที่ 1 และมุมที่ 3 ภาพสเกตซ์ ภาพตัดและ
สัญลักษณ์เบอื้ งต้นในงานชา่ งอตุ สาหกรรม

บทคดั ย่อ

ช่อื เรอื่ ง การพัฒนาเอกสารประกอบการสอนวิชาเขยี นแบบเทคนิคเบ้อื งตน้ รหสั 2100-1001
หลกั สตู รประกาศนยี บัตรวชิ าชพี พุทธศักราช 2556 ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
ผ้รู ายงาน สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
สถานศกึ ษา นายณฐั วัฒน์ จันทะบาล
ปีการศึกษา วิทยาลัยการอาชีพบ้านผอื
2559

บทคดั ยอ่

การวิจยั คร้งั น้ี มวี ตั ถุประสงค์เพอ่ื พฒั นาคุณภาพหาประสทิ ธภิ าพ ประสิทธผิ ลทางการเรยี นรเู้ ปรยี บเทียบ
ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน และประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรยี นท่ีมตี ่อเอกสารประกอบการสอนวชิ าเขยี นแบบเทคนคิ
เบือ้ งตน้ รหสั 2100-1001 ตามหลักสูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชพี พุทธศักราช 2556 ประเภทวิชาอตุ สาหกรรม
สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา กลุ่มตวั อย่างทใ่ี ช้ ในการศึกษาครงั้ น้ี คือ นกั เรยี นระดบั ประกาศนยี บัตร
วชิ าชพี สาขาวิชาชา่ งยนต์ ชน้ั ปีท่ี 1 กลมุ่ 1,2 ทล่ี งทะเบียนเรยี น วิชาเขยี นแบบเทคนคิ เบ้อื งต้น รหสั 2100-1001
ในภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2559 จานวน 17 คน เครอ่ื งมอื ทีใ่ ชใ้ นการวิจัย ประกอบดว้ ย เอกสารประกอบการสอน
จานวน 9 หน่วย แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นจานวน 100 ขอ้ ทผ่ี า่ นการประเมินคุณภาพ โดยมคี ่า
ความเชือ่ มน่ั (Kr-20) เท่ากับ 0.98 มคี ่าความยากงา่ ย (D) เท่ากับ 0.42 และมคี า่ อานาจจาแนก (V) เทา่ กบั
0.41 และแบบประเมินความพงึ พอใจของผเู้ รียนที่มตี ่อเอกสารประกอบการสอนทีม่ ีคา่ ความเชอื่ มน่ั เท่ากบั 0.832
วิ ธีการวิจยั ดาเนินการโดยการนาเอกสารประกอบการสอน วิชาเขยี นแบบเทคนคิ เบือ้ งตน้ รหัส 2100-1001
ที่พัฒนาขน้ึ ไปทดลองใช้กบั กลุ่มตัวอยา่ ง โดยก่อนเรียนให้ผ้เู รียนทาแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ในระหว่าง
เรียนให้นักเรยี นทาแบบทดสอบท้ายหน่วยการเรยี นหรือแบบฝกึ หัด และเมอื่ เรยี นจบทกุ หนว่ ยแลว้ ผ้วู ิจยั ให้นักเรียน
ทาแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นอกี คร้ัง สว่ นในสัปดาห์สุดท้ายก็ให้ผเู้ รียนประเมนิ ความพึงพอใจทีม่ ตี ่อ
เอกสารประกอบการสอน คะแนนทไี่ ด้จากการทาแบบทดสอบท้ายหน่วยการเรียนและแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์
ทางการเรียนน้ี ไดน้ ามาคานวณหาประสทิ ธภิ าพประสิทธิผลทางการเรียนรู้ และเปรยี บเทียบผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน
ผลการวิจยั สรุปได้ ดงั น้ี

1. คุณภาพของเอกสารประกอบการสอน วชิ าเขียนแบบเทคนคิ เบอื้ งตน้ รหัส 2100-1001
ทพ่ี ัฒนาขึน้ โดยรวมผู้เช่ยี วชาญมคี วามคดิ เห็นอยูใ่ นระดับเห็นด้วยอยา่ งยิง่ (คา่ เฉล่ีย 4.45)

2. เอกสารประกอบการสอนท่ีพฒั นาขน้ึ มปี ระสทิ ธิภาพ เทา่ กับ 81.54 /81.48 สงู กว่าเกณฑท์ ี่ตั้งไว้
3. ประสทิ ธผิ ลทางการเรียนรโู้ ดยใช้เอกสารประกอบการสอน ทาให้นกั เรียนมปี ระสทิ ธิผลทางการ
เรียนรู้ เท่ากับ 65.54 สงู กว่าเกณฑ์ท่ตี ง้ั ไว้ 60.00
4. ผลการทดสอบความแตกต่างของคะแนนก่อนเรียนกบั หลงั เรียนโดยการทดสอบค่าที (t-test
Dependent) พบวา่ ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นของนกั เรียนหลงั เรียนสงู กวา่ ก่อนเรยี นอยา่ งมนี ยั สาคญั ยิ่ง
ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .01

5. ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของนกั เรยี นท่มี ีตอ่ เอกสารประกอบการสอน พบว่าโดยรวมนกั เรียนมี
ความพงึ พอใจต่อเอกสารประกอบการสอนอยูใ่ นระดบั มาก (คา่ เฉลยี่ = 4.24, S.D.=0.54)

คาสาคัญ : เขยี นแบบเทคนคิ เบือ้ งต้น, เอกสารประกอบการสอน

คานา ก
จุดประสงค์ มาตรฐาน และคาอธิบายรายวชิ า ข
บทคัดย่อ ค
สารบญั ง
1
หนว่ ยท่ี 1 เครอ่ื งมือและอุปกรณ์ในงานเขียนแบบ 2
1.1 ความสาคัญและหลกั การเขยี นแบบในงานชา่ งอุตสาหกรรม……………………..…
3
1.2 เครื่องมือและอุปกรณเ์ ขียนแบบและวธิ ีการใช้……………………………….………….
11
แบบทดสอบหน่วยท่ี 1………………………………………………………..………….
14
หน่วยท่ี 2 มาตรฐานในงานเขยี นแบบเทคนคิ เบื้องตน้ 15
2.1 กระดาษเขียนแบบ……………………………………………………..……………………..… 17
2.2 เส้นในงานเขยี นแบบ ……………………………………………………………….…………. 19
2.3 ตัวเลขและตวั อักษร…………………………………………………………………………….. 22
2.4 มาตราส่วน………………………………………………………………………………………… 24
แบบทดสอบหน่วยที่ 2………………………………………………………..…………. 26
ใบงานที่ 2.1 งานเขียนเส้นตามมาตรฐานงานเขียนแบบ…………….……….. 28
ใบงานที่ 2.2 งานเขยี นตวั อกั ษรตามมาตรฐานงานเขยี นแบบ……….……… 35
ใบงานที่ 2.3 การกาหนดมาตราส่วนในงานเขียนแบบ……………….…….. 37
ใบงานที่ 2.4 งานเขียนตัวอักษรตามมาตรฐานงานเขยี นแบบ…….…………
38
หนว่ ยที่ 3 การสร้างรปู ทรงเรขาคณติ 39
3.1 การสรา้ งเสน้ ขนาน…………………………………………………………………………….. 39
3.2 การแบ่งคร่งึ วัตถุ………………………………………………………………………………… 41
3.3 การสร้างส่วนโคง้ สมั ผัส………………………………………………………………………. 43
3.4 การสร้างรปู ทรงหลายเหลยี่ ม………………………………………………………………. 46
3.5 การสรา้ งวงรี……………………………………………………………………………………... 49
แบบทดสอบหนว่ ยท่ี 3………………………………………………………..…………. 52
ใบงานที่ 3.1 งานสรา้ งเส้นขนานและการแบง่ ครงึ่ วัตถุ……………………….. 54
ใบงานที่ 3.2 การสร้างรปู ทรงเลขาคณติ ……………………….………..………… 57
ใบงานที่ 3.3 งานสร้างสว่ นโค้งสัมผสั …………………………….…….………….. 60
ใบงานที่ 3.4 งานสรา้ งรูปวงรี…………………………….…………………….………
62
หนว่ ยที่ 4 การกาหนดขนาดของมิติ 63
4.1 เส้นกาหนดขนาดเสน้ และชว่ ยกาหนดขนาด…………………………………………… 64
4.2 หัวลกู ศรกาหนดขนาด……………………………………………………………………..…… 64
4.3 การกาหนดขนาดชิน้ งาน……………………………………………………………………….. 65
4.4 ตัวเลขกาหนดขนาด……………………………………………………………………………… 68
4.5 กฎเกณฑ์การกาหนดขนาดของมติ ิ…………………………………………………………. 73
แบบทดสอบหนว่ ยที่ 4………………………………………………………..………….

ใบงานที่ 4.1 งานกาหนดขนาดของมติ ิ…………………………………….……….. 76
ใบงานที่ 4.2 งานกาหนดขนาดของมติ ิ…………………………………..………… 78

หน่วยท่ี 5 การกาหนดขนาดของมิติ 82
5.1 ชนดิ ของภาพสามมติ ิ…………………………………………………………………………….. 83
5.2 การเขียนภาพไอโซเมตรกิ ………………………………………………………….…………… 85
5.3 การเขยี นภาพออบลิก……………………………………………………………………………. 88
5.4 การกาหนดขนาดภาพสามมติ ิ………………………………………………..………………. 90
แบบทดสอบหนว่ ยที่ 5………………………………………………………..…………. 92
ใบงานที่ 5.1 การเขยี นภาพสามมติ ิ (Pictorial View)……………….………… 95
ใบงานที่ 5.2 การเขียนภาพสามมิติ (Pictorial View)……………….………… 98
ใบงานที่ 5.3 การเขยี นภาพสามมติ ิจากภาพฉาย………………….…..………… 101

หน่วยท่ี 6 การเขียนแบบภาพฉาย 103
6.1 ความหมายของภาพฉาย………………………………………………………………………. 104
6.2 ระนาบของภาพฉาย………………………………………………………………..…………… 104
6.3 การเขยี นภาพฉายมุมที่ 1………………………………………………..……………………. 105
6.4 หลกั การเขียนภาพฉายมมุ ที่ 1……………………………………………………………….. 106
6.5 การเขียนภาพฉายมมุ ท่ี 3 …………………………………………………………………….. 114
6.6 หลกั การเขยี นภาพฉายมุมที่ 3………………………………….…………………………….. 114
แบบทดสอบหนว่ ยที่ 6………………………………………………………..…………. 120
ใบงานที่ 6.1 งานอา่ นแบบภาพฉายมมุ ท่ี 1 จากภาพสามมติ ิ………………. 124
ใบงานที่ 6.2 งานอา่ นแบบภาพฉายมมุ ที่ 1 จากภาพสามมติ ิ……………… 126
ใบงานที่ 6.3 งานอ่านแบบภาพฉายมุมท่ี 1 จากภาพสามมติ ิ……………… 128
ใบงานที่ 6.4 งานอ่านแบบภาพฉายมมุ ท่ี 1 จากภาพสามมติ ิ………………. 131
ใบงานที่ 6.5 งานอา่ นแบบภาพฉายมุมท่ี 1 จากภาพสามมติ ิ……………… 133
ใบงานที่ 6.6 งานอา่ นแบบภาพฉายมุมที่ 1 จากภาพสามมติ ิ……………… 135
ใบงานที่ 6.7 งานอ่านแบบภาพฉายมุมท่ี 1 จากภาพสามมติ ิ………………. 137
ใบงานที่ 6.8 งานอา่ นแบบภาพฉายมุมที่ 3 จากภาพสามมติ ิ……………… 139
ใบงานที่ 6.9 งานอ่านแบบภาพฉายมุมท่ี 3 จากภาพสามมติ ิ……………… 141
ใบงานที่ 6.10 งานอา่ นแบบภาพฉายมุมที่ 3 จากภาพสามมติ ิ……………. 143
ใบงานที่ 6.11 งานอา่ นแบบภาพฉายมมุ ท่ี 3 จากภาพสามมติ ิ…………..… 145
ใบงานที่ 6.12 งานอา่ นแบบภาพฉายมุมที่ 3 จากภาพสามมติ ิ……………. 147
ใบงานที่ 6.13 งานเขียนแบบภาพฉายมมุ ท่ี 1 จากภาพสามมติ ิ…………..… 149
ใบงานที่ 6.14 งานเขยี นแบบภาพฉายมุมที่ 1 จากภาพสามมติ ิ……………. 151
ใบงานที่ 6.15 งานเขยี นแบบภาพฉายมุมท่ี 3 จากภาพสามมติ ิ…………….. 153
ใบงานที่ 6.16 งานเขียนแบบภาพฉายมุมที่ 3 จากภาพสามมิติ……………. 155

หนว่ ยท่ี 7 การเขยี นแบบภาพตดั 157
7.1 ความหมายและคาจากัดความของการเขยี นภาพตัด…………………………………… 158
7.2 หลกั เกณฑก์ ารเขียนภาพตดั ……………………………………………………………………. 159
7.3 การเขียนเส้นลายตดั ………………………………………………………………………………. 162
7.4 ชิน้ ส่วนท่ียกเว้นในการเขยี นภาพตัด………………………………………………………… 165
7.5 การหมนุ ส่วนประกอบช้ินงานท่ีไม่อย่ใู นระนาบตดั …………………………………….. 166
7.6 การเขยี นภาพตดั …………………………………………………………………………………… 167
แบบทดสอบหน่วยที่ 7………………………………………………………..…………. 176
ใบงานที่ 7.1 งานเขียนแบบภาพตัดเตม็ …………………………………….….……. 179
ใบงานที่ 7.2 งานเขยี นแบบภาพตัดเต็ม……………………………………………… 180
ใบงานที่ 7.3 งานเขียนแบบภาพตดั เตม็ …………………………………….………. 181
ใบงานที่ 7.4 งานเขยี นแบบภาพตัดเตม็ …………………………………..………… 182
ใบงานที่ 7.5 งานเขยี นแบบภาพตัดเตม็ …………………………………..………… 183
ใบงานที่ 7.6 งานเขยี นแบบภาพตดั เตม็ …………………………………….………. 184
ใบงานที่ 7.7 งานเขียนแบบภาพตัด………………………………………..….……… 186
ใบงานที่ 7.8 งานเขียนแบบภาพตัด………………………………………….….……. 187
ใบงานที่ 7.9 งานเขยี นแบบภาพตัด………………………………………..………… 188
ใบงานที่ 7.10 งานเขยี นแบบภาพตัด………………………….……………..……… 189
ใบงานที่ 7.11 งานเขียนแบบภาพตัดยอ่ สว่ น……………………………….…….. 191
ใบงานที่ 7.12 งานเขยี นแบบภาพตดั เกลียว……………………………….…..….. 193
ใบงานที่ 7.13 งานเขียนแบบภาพตดั …………………………………….…….…….. 195
ใบงานที่ 7.14 งานเขียนแบบภาพตัด…………………………………..…….…..….. 196
ใบงานที่ 7.15 งานเขียนแบบภาพตัด…………………………………..…….…..….. 197
ใบงานที่ 7.16 งานเขียนแบบภาพตัด…………………………………..…….…..….. 198

หน่วยที่ 8 การสเกตช์ภาพ 200
8.1 การสเกตซเ์ ส้นตรง…………………………………………………………………………………. 201
8.2 การสเกตซว์ งกลม…………………………………………………………………………………… 201
8.3 การสเกตซว์ งรี……………………………………………………………………………………….. 204
8.4 การสเกตซส์ ่วนโค้ง…………………………………………………………………………………. 205
8.5 การสเกตซ์ภาพไอโซเมตรกิ ……………………………………………………………………… 206
8.6 การสเกตซภ์ าพฉาย……………………………………………………………………………….. 208
แบบทดสอบหนว่ ยที่ 8………………………………………………………..…………. 209
ใบงานที่ 8.1 งานสเกตซเ์ สน้ ตรง วงกลม ส่วนโค้ง วงรี……….………………… 211
ใบงานที่ 8.2 งานสเกตซ์ภาพไอโซเมตริก…………………………………...……… 213

หนว่ ยที่ 9 สัญลักษณ์เบอ้ื งตน้ ในงานชา่ งอตุ สาหกรรม 218
9.1 สญั ลกั ษณเ์ บ้ืองตน้ ในงานเขียนแบบเคร่ืองกล………………………………………… 219
9.2 สัญลกั ษณเ์ บอื้ งตน้ ในงานเขยี นแบบไฟฟา้ …………………………………………….. 233
9.3 สัญลักษณ์เบอ้ื งตน้ ในงานเขยี นแบบกอ่ สรา้ ง…………………………………………. 225
แบบทดสอบหนว่ ยที่ 9………………………………………………………..…………. 227
ใบงานที่ 9.1 สญั ลักษณ์เบื้องตน้ ในงานชา่ งอุตสาหกรรม……………………… 230

บรรณานกุ รม………………………………………………………………………………………………….……… 233

หน่วยที่ 5
การเขยี นแบบภาพสามมิติ

สาระสาคญั

ภาพสามมิตเิ ป็นภาพทแี่ สดงสดั สว่ นของชิน้ งาน ในลักษณะท่คี ล้ายกบั รูปทรงจรงิ ของช้ินงาน ซงึ่
สามารถแสดงมติ ไิ ด้ทั้ง 3 มิติในภาพเพยี งภาพเดียว ทาใหผ้ ูอ้ า่ นแบบเข้าใจแบบได้ง่าย แตไ่ ม่สามารถนาไปใช้
เปน็ แบบทางานได้ เน่ืองจากไม่สามารถกาหนดรายละเอยี ดตา่ ง ๆ ลงในภาพสามมติ ิไดค้ รบถ้วน โดยส่วนมาก
จะใช้รว่ มกับภาพฉาย เพ่อื ให้อา่ นแบบงานได้งา่ ยขนึ้

สาระการเรียนรู้

5.1 ชนดิ ของภาพสามมิติ
5.2 การเขยี นภาพไอโซเมตรกิ
5.3 การเขยี นภาพออบลกิ
5.4 การกาหนดขนาดภาพสามมติ ิ

สมรรถนะของบทเรียน

1. แสดงความรเู้ กย่ี วกับการเขยี นภาพสมมิติ ในงานเขียนแบบเบ้ืองต้น
2. เขยี นภาพฉายสามมติ ิ ชนิดตา่ ง ๆ ตามทกี่ าหนดได้

จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. บอกชนดิ ของภาพสามมติ ิได้
2. เขยี นภาพไอโซเมตริกได้
3. เขียนภาพออบลกิ ได้
4. กาหนดขนาดภาพสามมติ ิได้

5.1 ชนดิ ของภาพสามมติ ิ (Pictorial View Type)

5.1.1 ภาพไอโซเมตรกิ (Isometric) เปน็ ภาพสามมิตทิ น่ี ิยมใชใ้ นการเขียนแบบเครือ่ งกลมากทีส่ ดุ
สามารถเขียนไดง้ า่ ยเพราะมีมุมเอียงของแกน 30 ท้งั 2 ด้าน ขนาดความยาวทกุ ดา้ นเท่ากบั ขนาดความยาว
จรงิ แต่มขี อ้ เสยี คืองานมขี นาดใหญ่กินเน้ือทม่ี าก ดงั รูปที่ 5.1

รปู ท่ี 5.1 ลักษณะของภาพไอโซเมตรกิ
(ทมี่ า: ณฐั วฒั น์ จนั ทะบาล, 2559)
5.1.2 ภาพออบลิก (Oblique) เปน็ ภาพสามมติ ิท่นี ยิ มเขียนเช่นเดียวกัน เพราะสามารเขียนได้ง่ายและ
รวดเรว็ เนื่องจากภาพด้านหนึง่ จะวางอยบู่ นแนวระดับ ส่วนอีกดา้ นหนึ่งเอยี งมุม 45 ไปทางด้านซา้ ยหรือ
ดา้ นขวาก็ได้ ภาพออบลิกสามารถเขยี นได้ 2 แบบ ดงั น้ี
5.1.2.1 คาวาเลียร์ (Cavalier) เปน็ ภาพออบลิกที่มคี วามลกึ ของแบบงานเท่ากับขนาดจริงของ
ชนิ้ งาน ซ่ึงเป็นแบบทีไ่ ม่นิยมใช้ในงานเขียนแบบ เพราะขนาดและรปู ทรงผิดจากความเป็นจริงมากและใช้เนือ้ ท่ี
ในการเขียนมากข้ึนด้วย ดังรปู ที่ 5.2

รปู ท่ี 5.2 ภาพออบลิกแบบคาวาเลียร์
(ท่ีมา: ณัฐวฒั น์ จันทะบาล, 2559)

5.1.2.2 คาบเิ นต (Cabinet) เปน็ ภาพออบลกิ ที่มีความลึกของแบบงานเพยี งคร่ึงหนึง่ ของขนาด
จริง ซง่ึ เปน็ แบบที่นิยมใชม้ ากกว่าแบบคาวาเลยี ร์ เพราะใหภ้ าพที่เหมือนจริงมากกวา่ และใช้พื้นท่ใี นการเขยี น
แบบนอ้ ยกว่า ดังรูปที่ 5.3

รูปท่ี 5.3 ภาพออบลิกแบบคาบิเนต
(ทม่ี า: ณัฐวฒั น์ จนั ทะบาล, 2559)
5.1.3 ภาพไตรเมตรกิ (Trimetric) เปน็ ภาพสามมติ ทิ ี่มอี ัตราส่วนความกวา้ งและความยาวตอ่ ขนาด
ความจริงของชิ้นงานไมเ่ ท่ากนั สว่ นความสูงมีขนาดเทา่ กับความสูงจรงิ เป็นภาพสามมิติทีถ่ อื วา่ มีความสวยงาม
และมีลกั ษณะคล้ายความเปน็ จริงทส่ี ดุ แตเ่ ขยี นยากเพราะมมี ุมเอยี งของแกน 12 และ 23 และมีอตั ราสว่ น
ความยาวในแตล่ ะด้านไม่เทา่ กนั อกี ดว้ ย ดังรปู ท่ี 5.4

รูปที่ 5.4 ลักษณะของภาพไตรเมตริก
(ทีม่ า: ณฐั วฒั น์ จนั ทะบาล, 2559)

5.1.4 ภาพไดเมตริก (Diametric) เปน็ ภาพสามมิติที่มลี ักษณะคลา้ ยกบั ภาพถ่าย มีความสวยงามและ
คล้ายกับความเป็นจรงิ มากท่ีสุด ทาให้ง่ายตอ่ การอา่ นแบบ แต่เขยี นแบบยากเนื่องจากมมุ ของแนวแกนเอยี ง
เท่ากบั 7 และ 42 ซงึ่ จะใชเ้ วลาในการเขยี นมาก ส่วนความลกึ ของภาพจะเขียนเพยี งครง่ึ หนึ่งของความลกึ
จริงของชนิ้ งานเทา่ นั้น ดงั รูปท่ี 5.5

รูปท่ี 5.5 ลกั ษณะของภาพไดเมตริก
(ทม่ี า: ณัฐวัฒน์ จนั ทะบาล, 2559)

5.2 การเขียนภาพไอโซเมตริก

5.2.1 แกนไอโซเมตริกและเส้นไอโซเมตริก (Isometric Axis and Isometric Lines) แกนไอโซเมตริก
ประกอบดว้ ย 3 แกน ซ่งึ แกนหนง่ึ จะอยใู่ นแนวด่งิ และอีก 2 แกน จะทามุม 30 กบั แนวระดบั ดังนน้ั เสน้ ขอบรปู
ของชน้ิ งานท่ีขนานกับแกนไอโซเมตริก จะเรียกว่าเส้นไอโซเมตริก สว่ นเส้นท่ีเอียงหรือเส้นทไ่ี ม่อยู่ในแกนไอโซ
เมตรกิ เรียกวา่ เสน้ นอกแกนไอโซเมตริก (Non Isometric Lines) ดงั รปู ที่ 5.6

(ก) แสดงแกนไอโซเมตริก

(ข) เส้นไอโซเมตรกิ (ค) เสน้ นอกแกนไอโซเมตรกิ

รูปท่ี 5.6 แกนไอโซเมตริกและเสน้ ไอโซเมตรกิ
(ทม่ี า: ณัฐวฒั น์ จันทะบาล, 2559)

5.2.2 ขน้ั ตอนการเขียนภาพไอโซเมตริก (Step in Marking an Isometric Drawing) การเขยี นภาพ
ไอโซเมตรกิ จะเขียนเปน็ ลาดับขนั้ โดยเรมิ่ จากการร่างแกนไอโซเมตริกและรปู กล่องขึ้นมาก่อน จากนัน้ จงึ ร่าง
แบบจากขนาดความกวา้ ง ความยาวและความสูงทัง้ หมดของชิน้ งานในสว่ นท่ีเห็นชดั เจนและสว่ นท่เี ขียนงา่ ย
กอ่ น แล้วจึงเขยี นสว่ นอ่ืน ๆ จนครบตามรายละเอยี ดท่กี าหนดจากภาพฉาย ดงั รูปท่ี 5.7

รูปท่ี 5.7 ขนั้ ตอนการเขยี นภาพไอโซเมตริก
(ท่มี า: ณฐั วฒั น์ จันทะบาล, 2559)

5.2.3 การสร้างวงรใี นภาพภาพไอโซเมตริก (Ellipse in Isometric Drawing) ชน้ิ งานที่มลี กั ษณะเป็น
รูปทรงกระบอกหรืองานทีม่ ีหนา้ ตดั กลม เชน่ เพลา รูกลม สว่ นโค้ง เมอ่ื เขยี นเป็นภาพไอโซเมตรกิ หนา้ ตดั ของ
ทรงกระบอกหรือรูกลมน้นั จะเอยี งมุม 30 ทาให้มองเหน็ เปน็ รูปวงรี การสร้างวงรใี นภาพสามมิติ สามารถ
สรา้ งโดยใชจ้ ดุ ศูนย์กลาง 4 จดุ ซ่ึงเปน็ วธิ ีทน่ี ยิ มเขยี นมากท่สี ุดเพราะสร้างได้งา่ ย ซ่งึ มขี นั้ ตอนดังต่อไปนี้

5.2.3.1 สรา้ งรปู สเี่ หล่ยี มขนมเปยี กปูนมุม 30 ใหข้ นาดแต่ละด้านมขี นาดเท่ากบั
เส้นผ่าศนู ยก์ ลางของวงกลม กาหนดให้จุดที่ 1, 2, 3, และ 4 เปน็ จดุ แบ่งครง่ึ ด้านจดุ O และจุด P เปน็ มุมปา้ น
ของรูปส่ีเหลยี่ ม

5.2.3.2. จากมุมปา้ น O และ P ลากเส้นไปแบ่งครึ่งดา้ นตรงขา้ มคอื จดุ ที่ 2, 3 และ 1, 4 จะ
ได้จุดตดั Q และ R

รูปท่ี 5.8 ขน้ั ตอนการสรา้ งวงรีในภาพไอโซเมตรกิ
(ทม่ี า: ณัฐวัฒน์ จันทะบาล, 2559)

5.2.3.3. ใชจ้ ดุ Q และ R เป็นจุดศูนยก์ ลางเขยี นส่วนโค้งเลก็
5.2.3.4. ใชจ้ ุด O และ P เปน็ จดุ ศนู ยก์ ลางเขียนสว่ นโคง้ ใหญ่

รูปท่ี 5.9 ลักษณะของวงรใี นภาพไอโซเมตรกิ
(ทมี่ า: ณฐั วฒั น์ จันทะบาล, 2559)

5.3 การเขยี นภาพออบลิก

5.3.1 เสน้ แกนออบลกิ และมุมมองของภาพออบลกิ (Oblique Axis and Oblique View) เสน้ แกน
ออบลิกจะมีแกน 2 แกนตัง้ ฉากกัน ส่วนอกี แกนหนึง่ จะทามมุ เอยี ง 45 กบั แกนระดับ ส่วนมมุ มองภาพออ
บลกิ ทีใ่ ช้ในการวางตาแหนง่ ภาพสามารถวางได้หลายทศิ ทาง ข้ึนอย่กู ับมมุ มองและสว่ นทีต่ อ้ งการแสดง
รายละเอยี ดของช้นิ งาน ซง่ึ สว่ นใหญ่จะนยิ มใชอ้ ยู่ 4 มุมมอง ดังรูปท่ี 5.10

รูปที่ 5.10 แสดงรปู แบบของแกนออบลกิ และการวางตาแหน่งของภาพออบลกิ
(ท่มี า: ณฐั วฒั น์ จนั ทะบาล, 2559)

5.3.2 ขั้นตอนการเขยี นภาพออบลิก (Step in Oblique Drawing) การเขียนภาพออบลกิ มขี ้นั ตอน
การเขียนเชน่ เดียวกนั กบั ภาพไอโซเมตรกิ จะแตกต่างกนั ที่ลักษณะของเส้นแกนเทา่ นน้ั โดยเรมิ่ จากการร่าง
แกนออบลกิ และภาพด้านหน้า จากน้ันจงึ รปู กล่องส่ีเหล่ยี มตามขนาดความหนา แล้วจึงร่างส่วนอื่น ๆ จนครบ
ตามรายละเอยี ดท่ีกาหนดจากแบบงาน จงึ เขยี นเสน้ ขอบรปู ดังรปู ท่ี 5.11

รูปที่ 5.11 แสดงตวั อย่างการเขียนภาพออบลิก
(ท่มี า: ณัฐวฒั น์ จันทะบาล, 2559)

5.3.3 การสรา้ งวงรใี นภาพออบลิก (Ellipse in Oblique) ภาพออบลิกทีส่ ร้างรูปวงรไี ดน้ ้นั จะตอ้ งเปน็
ภาพออบลกิ ท่เี ขยี นแบบคาวาเลยี ร์ การวางแนวในการสร้างรปู วงรใี นภาพออบลิกมี 2 แบบคอื วงรีดา้ นขา้ ง
และวงรีดา้ นบน ขน้ั ตอนการสรา้ งวงรใี นภาพออบลกิ มีขั้นตอนดงั น้ี

5.3.3.1 สรา้ งรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนใหม้ ขี นาดความยาว และความกว้าง เทา่ กับเส้นผา่ น
ศูนย์กลางของวงกลม กาหนดใหจ้ ุดที่ 1, 2, 3, และ 4 เปน็ จุดแบง่ ครึ่งของส่ีเหลยี่ ม

5.3.3.2 ทจ่ี ุดท่ี 1 และจุดที่ 3 ลากเสน้ ตั้งฉากให้เลยรูปส่เี หลยี่ มพอประมาณ

(ก) ขนั้ ตอนการสรา้ งวงรีในภาพออบลกิ
5.3.3.3 ท่ีจุดที่ 2 และจดุ ที่ 4 ลากเส้นตั้งฉากให้เลยรปู สเี่ หลีย่ มจะได้จุดตดั O, P, Q, และ R
5.3.3 4 ใช้จุด Q และจดุ R เปน็ จุดศนู ยก์ ลางของสว่ นโคง้ เล็ก และใชจ้ ดุ O และจุด P เปน็
จุดศูนย์กลางของสว่ นโค้งใหญ่ จะไดว้ งรใี นภาพออบลกิ ตามขนาดทตี่ อ้ งการ

รปู ท่ี 5.12 ลกั ษณะของวงรใี นภาพออบลกิ
(ท่ีมา: ณฐั วฒั น์ จันทะบาล, 2559)

5.4 การกาหนดขนาดภาพสามมิติ (Pictorial Dimensioning)

ในการเขยี นภาพสามมิติ ก็จะตอ้ งกาหนดขนาดเชน่ เดียวกนั กบั การเขียนภาพฉาย แตม่ ีขอ้ ควรระวังใน
การกาหนดขนาดในภาพสามิตคิ อื ขนาดความลึกของภาพสามิติบางชนดิ ที่เขียนโดยไมไ่ ด้ใชค้ วามลกึ จรงิ ของ
ชิน้ งาน การกาหนดขนาดความลกึ จะต้องกาหนดขนาดจรงิ ของชน้ิ งานเท่านน้ั ไม่ใชข่ นาดท่ีนามาเขียนแบบ
การกาหนดขนาดภาพสามิตมิ ีหลักการทีส่ าคญั ดงั น้ี

5.4.1 การกาหนดขนาดจะต้องกาหนดดา้ นทเี่ ห็นไดช้ ัดเจนทสี่ ุด
5.4.2 เสน้ ช่วยกาหนดขนาด (Extension Line) ตอ้ งลากออกจากเสน้ ขอบรูปทีต่ อ้ งการกาหนดขนาด
5.4.3 เส้นกาหนดขนาด (Dimension Line) ตอ้ งขนานกับเสน้ แกนของภาพสามมติ ิ เขยี นหวั ลูกศร
แบบปลายปิดระบายดาทึบ ทป่ี ลายเสน้ ทัง้ สองข้าง (ในบางกรณีอาจมหี ัวลูกศรขา้ งเดยี วก็ได้)

(ก) การกาหนดขนาดภาพสามมิติ

5.4.4 การกาหนดขนาดความลกึ ของรู และความสูงของทรงกระบอก จะต้องกาหนดจากศูนย์กลาง
ของรูและทรงกระบอก

5.4.5 การกาหนดขนาดเสน้ ผ่านศูนย์กลางของรแู ละทรงกระบอก เสน้ กาหนดขนาดตอ้ งขนานกบั เสน้
แกนของภาพสามมิติ

5.4.6 การเขียนตวั เลขกาหนดขนาดจะตอ้ งเขียนใหอ้ ่านได้จากทางขวามือ และเขียนไว้เหนือเส้น
กาหนดขนาดประมาณ 1-2 มม.

5.4.7 การกาหนดขนาดในภาพสามมิติ บางครง้ั อาจต้องแสดงตาแหนง่ รูเจาะหลาย ๆ รู ใหใ้ ช้เสน้ ชโ้ี ยง
กาหนดขนาด เช่น 5-2Holes, 4-M6 และ 6.5Thru C’bore 11-6Deep เป็นต้น

5.4.8 การกาหนดขนาดรศั มขี องสว่ นโคง้ วงกลม จะตอ้ งเขยี นตวั R กากับหนา้ ตัวกาหนดขนาดดว้ ย

(ข) การกาหนดขนาดการเจาะรูภาพสามมิติ
รูปที่ 5.13 แสดงการกาหนดขนาดภาพสามมิติ

(ท่มี า: ณัฐวฒั น์ จันทะบาล, 2559)

แบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยที่ 5

คาสั่ง : จงทาเครอื่ งหมายกากบาท (X) ทบั ข้อที่ถกู ต้องทสี่ ุดเพยี งคาตอบเดยี ว

1. ขอ้ ใดเปน็ ภาพสามมิติท่ีมีแกนเอียงมมุ เท่ากับ 30 ท้งั 2 ดา้ น

ก. ภาพออบลกิ ข. ภาพไอโซเมตรกิ

ค. ภาพไตรเมตรกิ ง. ภาพไดเมตริก

2. ขอ้ ใดเปน็ ภาพสามมติ ทิ ่มี แี กนหนงึ่ อยใู่ นแนวระดับและอีกแกนหนงึ่ ทามุมเทา่ กับ 45

ก. ภาพออบลิก ข. ภาพไอโซเมตรกิ

ค. ภาพไตรเมตริก ง. ภาพไดเมตริก

3. ข้อใดเปน็ ภาพสามมติ ิทมี่ ีแกนหนึ่งเอียงมมุ เท่ากับ 12 และอีกแกนหนึ่งเอยี งมมุ เท่ากับ 23

ก. ภาพออบลกิ ข. ภาพไอโซเมตรกิ

ค. ภาพไตรเมตริก ง. ภาพไดเมตรกิ

4. ข้อใดเปน็ ภาพสามมติ ทิ ี่มีแกนหน่ึงเอียงมุมเทา่ กับ 7 และอกี แกนหน่งึ เอียงมมุ เทา่ กบั 42

ก. ภาพออบลิก ข. ภาพไอโซเมตรกิ

ค. ภาพไตรเมตรกิ ง. ภาพไดเมตริก

5. ภาพไอโซเมตรกิ เปน็ สว่ นหนึ่งของภาพสามมิติชนดิ ใด

ก. ภาพแบบออบลกิ ข. ภาพแบบ Projective

ค. ภาพแอกโซโนเมตรกิ ง. ภาพไตรเมตริก

6. ภาพไอโซเมตรกิ จะตอ้ งมีมุมของแกนทามมุ กับแนวระนาบกอ่ี งศา
ก.45o ข. 30o
ค. 75o ง. 60o

7. ข้อใดคือภาพไอโซเมตริก

ก. ข.

ค. ง.

8. ภาพสามมติ ไิ อโซเมตริกสัดส่วนความยาว x : y : z ข้อใดถกู ตอ้ ง

ก. 1 : 1 : 1 ข. 1 : 0.5 : 1
ค. 0.5 : 0.5 : 1 ง. 0.5 : 1 : 1

9. ข้นั ตอนการเขยี นภาพไอโซเมตริกทถี่ ูกต้อง ขนั้ ตอนแรกคอื ข้อใด
ก. ข.

ค. ง.

10. ภาพใดเป็นภาพขน้ั ตอนการเขยี นภาพไอโซเมตรกิ ทเ่ี หมาะสมทสี่ ดุ ตอ่ เน่อื งจากข้อ 6
ก. ข.

ค. ง.

11. ข้อใดเปน็ ภาพสามมิติทเี่ ขียนความลกึ ของแบบงานเพียงคร่ึงเดยี วเทา่ นน้ั

ก. ภาพไตรเมตริก ข. ภาพไอโซเมตริก

ค. ภาพออบลกิ แบบคาวาเลยี ร์ ง. ภาพออบลกิ แบบคาบเิ นต

12. ขอ้ ใดเปน็ ภาพสามมติ ิทเี่ ขยี นความลกึ ของช้ินงานเทา่ กับขนาดจริง

ก. ภาพไตรเมตริก ข. ภาพไอโซเมตริก

ค. ภาพออบลิกแบบคาวาเลยี ร์ ง. ขอ้ ข. และข้อ ค. ถกู ต้อง

13. ขอ้ ใดกลา่ วถึงแกนและเส้นไอโซเมตริกไมถ่ ูกต้อง

ก. แกนไอโซเมตรกิ ประกอบไปด้วย 3 แกน

ข. เสน้ ท่ีขนานกบั แกนไอโซเมตริกเรียกว่าเสน้ ไอโซเมตริก

ค.เส้นเอยี งทไี่ ม่อยใู่ นแกนไอโซเมตริกเรียกวา่ เส้นไอโซเมตริก

ง. แกนไอโซเมตริก 3 แกน ทามุมซึง่ กนั และกันเทา่ กบั 120

14. ข้อใดกล่าวถึงข้ันตอนการเขียนภาพไอโซเมตริกไม่ถูกตอ้ ง

ก. การเขยี นภาพไอโซเมตริกจะเขยี นเปน็ ลาดบั ขัน้ ตอน

ข. การร่างแบบภาพไอโซเมตริกจะรา่ งรายละเอียดท้ังหมด แล้วจึงเขียนเสน้ ขอบรูป

ค. การร่างแบบภาพไอโซเมตรกิ เร่ิมจากการรา่ งแกนไอโซเมตรกิ และรปู กล่องขึ้นมาก่อน

ง. การร่างแบบภาพไอโซเมตรกิ จะรา่ งในสว่ นทเี่ ห็นชดั เจนและส่วนทง่ี ่ายก่อน

15. ข้อใดเป็นวิธีการสร้างวงรใี นภาพไอโซเมตริกทน่ี ยิ มเขียนมากทส่ี ุด

ก. แบบจดุ ศนู ย์กลาง 2 จุด ข. แบบจุดศูนย์กลาง 3 จดุ

ค. แบบจุดศูนย์กลาง 4 จุด ง. แบบจุดศนู ย์กลาง 6 จุด

16. ขอ้ ใดกลา่ วถงึ เส้นแกนและมุมของภาพออบลิกไม่ถูกต้อง

ก. เส้นแกนออบลกิ จะมี 2 แกนต้ังฉากกนั และอีกแกนหน่ึงทามมุ 45
ข. มุมมองของภาพออบลกิ สามารถวางได้หลายทศิ ทาง
ค.การวางตาแหนง่ ภาพออบลิกขน้ึ อยู่กบั ส่วนทีต่ ้องการแสดงรายละเอียดชน้ิ งาน
ง. มุมมองของภาพออบลกิ สามารถวางได้ 4 ตาแหนง่ เท่าน้ัน
17. ภาพสามมิติแบบแคบิเนตสัดส่วนความยาว x : y : z ข้อใดถกู ตอ้ ง

ก.1 : 1 : 1 ข. 1 : 0.5 : 1

ค.0.5 : 0.5 : 1 ง. 0.5 : 1 : 1

18. ข้นั ตอนการเขียนภาพแบบออบลกิ ทถี่ ูกตอ้ ง ขัน้ ตอนแรกคือข้อใด

ก. ข.

ค. ง.

19. ข้อใดกลา่ วถงึ การกาหนดขนาดในภาพสามมติ ไิ ม่ถกู ต้อง
ก. การกาหนดขนาดในภาพสามมติ ิ กาหนดเชน่ เดยี วกนั กับการกาหนดในภาพฉาย
ข. การกาหนดขนาดในภาพสามมิติ ใหย้ ดึ ขนาดในการเขยี นแบบเปน็ ขนาดกาหนด
ค. การกาหนดขนาดความลกึ ของชิน้ งานต้องเปน็ ขนาดจริงเทา่ น้ัน
ง. การกาหนดขนาดในภาพสามมิติ ในบางกรณอี าจกาหนดขนาดแบบหัวลกู ศรข้างเดียวได้

20. ขอ้ ใดกล่าวถงึ การกาหนดขนาดในภาพสามมิตไิ ม่ถูกต้อง
ก. เส้นกาหนดขนาดในภาพสามมิติจะต้องขนานกับเสน้ แกนของภาพสามมติ ิ
ข. การกาหนดความลึกของรูเจาะ ความสงู ของทรงกระบอก จะต้องกาหนดจากศูนย์กลาง
ค. การกาหนดขนาดรัศมสี ว่ นโค้ง วงกลมในภาพสามมติ ิ ไม่ต้องเขียนตัวอกั ษรR นาหนา้
ง. การกาหนดขนาดเส้นผ่านศูนยร์ แู ละทรงกระบอก เสน้ กาหนดขนาดต้องขนานกบั เส้นแกน

ของภาพสามมติ ิ

ใบงานที่ 5.1 หนว่ ยที่ 5

ช่ือวชิ า: เขยี นแบบเทคนิคเบือ้ งต้น รหสั 2100-1001

ช่อื หน่วย: การเขียนแบบภาพสามมิติ สอนสปั ดาห์ท่ี 8

ชอ่ื งาน: การเขยี นภาพสามมิติ (Pictorial View) จานวน 2 ชวั่ โมง

คาสง่ั : จงเขียนแบบภาพไอโซเมตริก พรอ้ มกาหนดขนาดให้สมบรู ณ์ด้วยมาตราสว่ น 1:1

(กาหนดให้ 1 ชอ่ งตาขา่ ยเท่ากบั 10 มม.)

1.

ชื่อ…………………………………………………………...เลขท…่ี ………กลมุ่ ……………สาขาวิชา……………………………………..

เฉลยใบงานที่ 5.1 หนว่ ยที่ 5

ชื่อวชิ า: เขียนแบบเทคนิคเบ้อื งตน้ รหัส 2100-1001

ชอ่ื หนว่ ย: การเขียนแบบภาพสามมติ ิ สอนสัปดาห์ท่ี 8

ชอ่ื งาน: การเขยี นภาพสามมติ ิ (Pictorial View) จานวน 2 ช่วั โมง

คาสั่ง: จงเขยี นแบบภาพไอโซเมตรกิ พร้อมกาหนดขนาดใหส้ มบูรณ์ดว้ ยมาตราส่วน 1:1

(กาหนดให้ 1 ชอ่ งตาขา่ ยเท่ากับ 10 มม.)

2.

ชอ่ื …………………………………………………………...เลขท…่ี ………กลมุ่ ……………สาขาวชิ า……………………………………..

แบบประเมินผลการปฏิบตั งิ าน ใบงานที่5.1 เวลา…………………นาที
ช่อื งาน: การเขยี นภาพสามมติ ิ (Pictorial View) เริ่มเวลา…………………น.
เสรจ็ เวลา…….………….น.
ชื่อ……………………………………………….นามสกุล……………………………………… คะแนนเต็ม คะแนนทีไ่ ด้
กลุม่ ……………เลขที่………..สาขาวิชา………………….…………………………………
20
ลาดบั ท่ี จุดใหค้ ะแนน 20
1 เขยี นแบบภาพไอโซเมตริก ตามใบงานไดถ้ กู ตอ้ ง 20
2 ความหนาของเส้นถกู ตอ้ งตามมาตรฐาน 20
3 มาตราสว่ นถูกต้อง และกาหนดขนาดไดถ้ กู ต้องตามมาตรฐาน
4 ใชเ้ ครอ่ื งมือในงานเขียนแบบตามงานที่กาหนดไดถ้ ูกตอ้ ง มีคณุ ธรรม 10
จริยธรรม ระเบยี บวนิ ัย และกิจนสิ ัยทดี่ ีในการปฏิบัตงิ าน 10
5 งานทเี่ ขียนมีความสะอาดและเรียบร้อย 100
6 งานสาเร็จและส่งตามเวลาทกี่ าหนด
รวม

หมายเหตุ
1. คะแนนทไ่ี ด้จากการตรวจใบงาน ตอ้ งไดค้ ะแนนไม่นอ้ ยกวา่ 60 คะแนน จึงจะผา่ นการประเมนิ
2. ถ้าคะแนนทไี่ ดร้ วมกนั ไม่ถึง 60 คะแนน ต้องฝกึ เขียนใหม่

ผลการประเมนิ ผา่ นการประเมนิ ไม่ผา่ นการประเมนิ

บนั ทึกข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……

ลงชอื่ ………………………………………..ผูป้ ระเมนิ
(นายณฐั วฒั น์ จันทะบาล)

……………../………………………../……………

ใบงานท่ี 5.2 หน่วยที่ 5

ชื่อวชิ า: เขียนแบบเทคนคิ เบื้องต้น รหสั 2100-1001

ช่ือหนว่ ย: การเขียนแบบภาพสามมิติ สอนสปั ดาห์ที่ 9

ชื่องาน: การเขียนภาพสามมติ ิ (Pictorial View) จานวน 2 ชวั่ โมง

คาสั่ง: จงเขียนแบบภาพออบลิกแบบคาวาเลียร์ พรอ้ มกาหนดขนาดใหส้ มบูรณด์ ้วยมาตราส่วน 1:1

(กาหนดให้ 1 ช่องตาข่ายเทา่ กับ 10 มม.)

1.

ชื่อ…………………………………………………………...เลขท…่ี ………กลุ่ม……………สาขาวชิ า……………………………………..

ใบงานที่ 5.2 หน่วยที่ 5

ช่อื วชิ า: เขยี นแบบเทคนคิ เบื้องต้น รหสั 2100-1001

ชอื่ หนว่ ย: การเขยี นแบบภาพสามมิติ สอนสปั ดาหท์ ่ี 9

ชื่องาน: การเขยี นภาพสามมิติ (Pictorial View) จานวน 2 ชัว่ โมง

คาสง่ั : จงเขยี นแบบภาพออบลกิ แบบคาบิเนต พร้อมกาหนดขนาดใหส้ มบูรณ์ดว้ ยมาตราส่วน 1:1

(กาหนดให้ 1 ชอ่ งตาขา่ ยเทา่ กับ 10 มม.)

2.

ช่ือ…………………………………………………………...เลขท…่ี ………กลุ่ม……………สาขาวชิ า……………………………………..

แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน ใบงานที่5.2 เวลา…………………นาที
ชอื่ งาน: การเขียนภาพสามมติ ิ (Pictorial View) เริ่มเวลา…………………น.
เสรจ็ เวลา…….………….น.
ชอ่ื ……………………………………………….นามสกุล……………………………………… คะแนนเตม็ คะแนนทีไ่ ด้
กลุม่ ……………เลขท่ี………..สาขาวิชา………………….…………………………………
20
ลาดบั ที่ จุดใหค้ ะแนน 20
1 เขยี นแบบภาพออบลกิ ตามใบงานได้ถกู ต้อง 20
2 ความหนาของเสน้ ถกู ต้องตามมาตรฐาน 20
3 มาตราสว่ นถกู ตอ้ ง และกาหนดขนาดได้ถกู ตอ้ งตามมาตรฐาน
4 ใช้เคร่ืองมือในงานเขยี นแบบตามงานทก่ี าหนดได้ถกู ต้อง มีคุณธรรม 10
จริยธรรม ระเบยี บวินยั และกิจนิสยั ทดี่ ีในการปฏิบัติงาน 10
5 งานทเ่ี ขียนมีความสะอาดและเรียบร้อย 100
6 งานสาเรจ็ และส่งตามเวลาท่กี าหนด
รวม

หมายเหตุ
1. คะแนนท่ไี ด้จากการตรวจใบงาน ตอ้ งไดค้ ะแนนไมน่ ้อยกวา่ 60 คะแนน จงึ จะผ่านการประเมิน
2. ถา้ คะแนนทีไ่ ดร้ วมกันไม่ถงึ 60 คะแนน ตอ้ งฝกึ เขียนใหม่

ผลการประเมิน ผา่ นการประเมนิ ไม่ผ่านการประเมนิ

บนั ทึกขอ้ เสนอแนะ
………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……

ลงชอ่ื ………………………………………..ผ้ปู ระเมิน
(นายณฐั วัฒน์ จันทะบาล)

……………../………………………../……………

ใบงานท่ี 5.3 หน่วยที่ 5

ช่อื วชิ า: เขียนแบบเทคนิคเบือ้ งตน้ รหัส 2100-1001

ชื่อหนว่ ย: การเขียนแบบภาพสามมิติ สอนสปั ดาหท์ ี่ 10

ชือ่ งาน: การเขยี นภาพสามมิติจากภาพฉาย จานวน 1 ช่ัวโมง

คาสง่ั : จากแบบงานภาพฉาย 3 ด้าน จงเขยี นแบบภาพไอโซเมตริกและภาพออบลกิ แบบคาบเิ นตในกระดาษ

เขยี นแบบ ดว้ ยมาตราส่วน 1:1

1.

ภาพไอโซเมตริก

ภาพออบลกิ แบบคาบิเนต
ชื่อ…………………………………………………………...เลขท…่ี ………กลุม่ ……………สาขาวิชา……………………………………..

แบบประเมินผลการปฏิบตั งิ าน ใบงานที่5.3 เวลา…………………นาที
ชอ่ื งาน: การเขียนภาพสามมติ ิจากภาพฉาย เร่มิ เวลา…………………น.
เสรจ็ เวลา…….………….น.
ชื่อ……………………………………………….นามสกลุ ……………………………………… คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้
กลุ่ม……………เลขท่ี………..สาขาวิชา………………….…………………………………
20
ลาดับท่ี จุดใหค้ ะแนน
1 เขียนแบบภาพไอโซเมตรกิ และภาพออบลกิ แบบคาบิเนต 20
ตามใบงานไดถ้ ูกต้อง 20
2 ความหนาของเส้นถูกต้องตามมาตรฐาน 20
3 มาตราส่วนถูกตอ้ ง และกาหนดขนาดไดถ้ ูกต้องตามมาตรฐาน
4 ใช้เคร่ืองมือในงานเขียนแบบตามงานท่ีกาหนดได้ถกู ต้อง มีคณุ ธรรม 10
จรยิ ธรรม ระเบียบวนิ ัย และกิจนสิ ยั ทีด่ ีในการปฏบิ ตั งิ าน 10
5 งานท่ีเขียนมคี วามสะอาดและเรียบรอ้ ย 100
6 งานสาเร็จและสง่ ตามเวลาทกี่ าหนด
รวม

หมายเหตุ
1. คะแนนที่ไดจ้ ากการตรวจใบงาน ตอ้ งได้คะแนนไมน่ ้อยกวา่ 60 คะแนน จึงจะผ่านการประเมิน
2. ถ้าคะแนนทีไ่ ด้รวมกนั ไมถ่ ึง 60 คะแนน ต้องฝึกเขียนใหม่

ผลการประเมนิ ผ่านการประเมนิ ไม่ผ่านการประเมิน

บันทึกขอ้ เสนอแนะ
………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……

ลงชือ่ ………………………………………..ผปู้ ระเมิน
(นายณัฐวฒั น์ จันทะบาล)

……………../………………………../……………

เอกสารอา้ งองิ ประจาหน่วยท่ี 5

จารูญ ตันติพิศาลกุล, เขียนแบบวิศวกรรม 2 (เขียนแบบเคร่อื งกล) พิมพ์คร้ังที่ 9, ศูนย์หนงั สือพระจอมเกล้า
ธนบุรี, 2547: 3

ดอกธูป พทุ ธมงคล และคณะ. เขียนแบบเทคนิค 1. กรงุ เทพมหานคร: ม.ป.ป
ธรี ะยทุ ธ สวุ รรณประทีป และสันติ ลกั ษติ านนท์. เขียนแบบวิศวกรรมเบ้อื งต้น. กรงุ เทพมหานคร:

นาอักษรการพิมพ,์ พมิ พ์ครงั้ ท่ี 3, 2540
นิพนธ์ วรรณโสภาคย์, เอกสารประกอบการเรยี นวิชา 2103105 พน้ื ฐานการเขยี นแบบ วศิ วกรรม,

มิถุนายน 2550: 2
บรรเลง ศรนลิ และสมนึก วัฒนศรยี กลุ . ตารางคมู่ อื งานโลหะ. พมิ พ์ครง้ั ที่ 4. กรงุ เทพมหานคร:

มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ, 2552
ประเวช มณีกลุ . เขยี นแบบเทคนคิ เบื้องตน้ . กรงุ เทพมหานคร: สานักพมิ พจ์ ิตรวัฒน์, 2545
อานวย อดุ มศรี. เขียนแบบทว่ั ไป. กรงุ เทพมหานคร: บริษัทสกายบกุ๊ จากัด, พิมพค์ รงั้ ท่ี 2, 2538
อานวย อุดมศรี. เขยี นแบบเทคนคิ 2. กรงุ เทพมหานคร: บรษิ ัทสกายบุ๊ก จากัด, 2539
อาพล ซอ่ื ตรง. เขียนแบบเทคนิค 1. กรุงเทพมหานคร: สานกั พมิ พศ์ ูนยส์ ่งเสรมิ วชิ าการ, มปพ


Click to View FlipBook Version