พระสงฆ์ในพระพุทธ ศาสนา เสนอ รศ.ดร.ศรัน รั ย์ วงศ์คำ จัน จั ทร์
พระสงฆ์ หมายถึง หมู่สาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ฟังคำ สั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้วเลื่อมใส ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยที่ทรงสั่งสอนและ กำ หนดไว้ พระสงฆ์ คือ ?
คำ ว่า “ สงฆ์ ” หรือ สงฺฆ มาจากภาษาบาลี แปลว่า หมู่ พระสงฆ์ หมายถึง สาวกของพระพุทธเจ้าที่มีความศรัทธาเลื่อมใสในหลัก ธรรมคำ สอน แล้วขอบรรพชาอุปสมบทเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนาและ ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติไว้ พระสงฆ์ ถือว่าเป็นเพศบรรพชิต เป็นเพศพิเศษ เรียกว่า สมณเพศ เป็นเพศที่ได้รับ ยกย่องให้เกียรติว่าสูงส่งกว่าชาวบ้านทั่ว ๆ ไป และพระสงฆ์นี้ถือว่าเป็น ศาสนทาญาติ ผู้สืบต่ออายุของพระพุทธศาสนาและผู้เผยแพร่พระพุทธ ศาสนา ความหมายของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ดังนั้นคำ ว่า พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา หมายถึง สาวกของ พระพุทธเจ้าที่มีความศรัทธาเลื่อมใสในหลักธรรมคำ สอนของ องค์พระศาสดาผู้ประกาศศาสนา
สมมุติสงฆ์ อริยริสงฆ์ การจำ แนกประเภทของพระสงฆ์ พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนานั้น จำ แนกออกเป็น 2 ประเภท คือ สมมุติสงฆ์ และ อริยสงฆ์ 1.สมมุติสงฆ์ ได้แก่ ภิกษุหรือพระภิกษุที่บรรพชา แบบถูกต้องตามพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า แล้วประพฤติปฏิบัติชอบตามหลักคำ สอนของพระพุทธองค์ แต่ยังไม่บรรลุธรรมชั้นสูงเป็นอริยบุคคล 2.อริยสงฆ์ ได้แก่ ภิกษุหรือพระภิกษุที่บรรพชา แบบถูกต้องตามพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า แล้วประพฤติปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัย คือหลักธรรมคำ สอนที่พระพุทธเจ้าบรรลุคุณธรรมชั้นสูงเป็นอริยบุคคล อริยสงฆ์นี้จำ แนกออกเป็น ๔ ประเภท คือ
3.พระอนาคามี พระผู้ไม่เวียนกลับมาอีก 2.พระสกทาคามี พระผู้กลับมาอีกครั้งเดียว 4.พระอรหันต์ พระผู้ให้กำ แห่งสงสาร อริยสงฆ์ แบ่งออก เป็น ๔ ประเภท 1.พระโสดาบัน พระผู้ถึงกระแส
การอุปสมบท เป็นภิกษุ ในพระพุทธศาสนา การอุปสมบทเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา การอุปสมบท เข้ามาเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนานั้น มี 3 วิธี คือ
เอหิภิกขุอปสัมปทาเป็นวิธีที่พระพุทธเจ้าประทานโดยตรงด้วยพระองค์เอง และทรงใช้ในยุคแรกเท่านั้น โดยพระองค์จะตรัสเพียงว่า “ จงเป็นภิกษุมาเถิด ธรรมอันเราตรัสดีแล้ว จงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์เถิด ” สำ หรับบุคคลทั่ว ๆ ไป 1.เอหิภิกขุอปสัมปทา
เป็นวิธีอุปสมบทแบบที่พระสาวกได้ให้การอุปสมบทเองด้วย การให้ถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก วิธีอุปสมบทแบบนี้พระพุทธเจ้า ทรงอนุญาตให้ใช้ในขณะที่พระองค์ทรงส่งพระสาวกออกไปเผยแพร่ ประกาศ พระธรรมคำ สอนในครั้งแรก ครั้นกาลต่อมาได้ทรงยกเลิกเสีย และในปัจจุบันนี้ ได้นำ ไปใช้ในการบรรพชาสามเณร 2.ติสรณคมนูปสัมปทา
เป็นวิธีอุปสมบทโดยคณะสงฆ์ซึ่งมีพระสงฆ์จำ นวน ๕ รูป (สงฆ์ ๕ รูปในพื้นที่ห่างไกลกันดาร คือ ปัจจันตชนบท) หรือ สงฆ์จำ นวน ๑๐ รูป (สงฆ์ ๑๐ รูป ในพื้นที่ที่เจริญแล้ว คือ มัธยมประเทศ) ขึ้นไป โดยมีอุปัชฌาย์เป็นประธาน วิธีนี้เป็นวิธี อุปสมบทที่ใช้กันมาจนกระทั่งปัจจุบัน บุคคลผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส ประสงค์จะอุปสมบทเป็นภิกษุใน พระพุทธศาสนานั้นจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ 3.ญัตติจตุตถกรรมอุปสัมปทา
1. เป็นมนุษย์ 2. เป็นเพศชาย 3. มีอายุครบ ๒๐ ปี บริบูรณ์ 4. เป็นไท (มิใช่ทาส) 5. ไม่มีหนี้สิน 6. ไม่เป็นโรคเรื้อน 7. ไม่เป็นโรคฝีชนิดที่รักษาไม่หาย 8. ไม่เป็นโรคกลาก 9. ไม่เป็นวัณโรค 10. ไม่เป็นโรคลมบ้าหมู 11. ไม่เป็นบุคคลมีอวัยวะบกพร่อง เช่น มือขาด เท้าขาด เป็นไบ้ หูหนวก ตาบอด 12. ไม่เป็นบุคลิกพิการทุพพลภาพ เช่น คนง่อย เปลี้ย เป็นต้น 13. ไม่เป็นโจรหัวโจก 14. ไม่เป็นอภัพบุคคล คือ บุคคลที่ไม่ควรอุปสมบท ๓ ประเภท คือ บุคคลที่มี ความวิปริตเพศบกพร่อง บุคคลที่ทำ ผิดต่อพระพุทธศาสนา บุคคลที่ทำ ผิดต่อผู้ให้ กำ เนิด 15. ไม่เป็นข้าราชการ แต่ถ้าเป็นข้าราชการต้องได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา 16. ต้องได้รับอนุญาตจากบิดา มารดา 17. ต้องมีบริขาร ๘ ครบบริบูรณ์ คือ ๑๗.๑ ผ้าห่มหรืออุตตราสงค์ (จีวร) ๑๗.๒. ผ้านุ่งหรืออันตรวาสก (สบง) ๑๗.๓ ผ้าห่ม ๒ ผืนซ้อนกัน หรือ สังฆาฏิ ใช้พาดบ่าหรือใช้ห่ม ๑๗.๔ ประคตเอว ๑๗.๕ บาตร ๑๗.๖ มีดโกน ๑๗.๗ เข็มเย็บผ้า ๑๗.๘ กระบอกกรอกน้ำ หรือธัมมกรก คุณสมบัติ
2. บรรพชิต แปลว่า “ ผู้เว้นทั่ว ” หมายถึง ผู้เว้นชีวิตจากฆราวาส เว้นจากบาปอกุศลธรรมทั้งปวง 3. ภิกษุ แปลว่า “ ผู้ขอ ” หมายถึง ผู้ขอปัจจัย ๔ จากผู้อื่นมาดำ รงชีวิต และแปลว่า “ ผู้เห็นภัย ” หมายถึง ผู้เห็นภัยคือทุกข์ในวัฏฏะ จึงสละชีวิตฆราวาสออกบวช ประพฤติปฏิบัติตัวเพื่อหนีภัยในวัฏฏะ การเรียกขานนามพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนานั้นมีชื่อเรียกต่าง ๆ กัน ดังนี้ 1. สาวก แปลว่า “ ผู้ฟัง ” หมายถึง ผู้รับฟังคำ สอนของพระพุทธเจ้าแล้วปฏิบัติตามจนบรรลุ 4. สมณะ แปลว่า “ ผู้สงบ ” หมายถึง ผู้มีกาย วาจา และใจ สงบจากความชั่วและสงบระงับจากความทุกข์ทั้งมวล 5. อนาคาริก แปลว่า “ ผู้ไม่มีเรือน ” หมายถึง ผู้สละเคหะสถานบ้านเรือน อาชีพการงาน ออกบวชเพื่อหาสัจธรรมให้แก่ ตน 6. ศากยะบุตร แปลว่า “ บุตรแห่งศากยะมุณี” หมายถึง ผู้เป็นบุตร (ในทางธรรม) ของพระพุทธเจ้า 7. พรหมจารี แปลว่า “ ผู้มีความประพฤติเพียงดังพรหม ” หมายถึง มีจิตใจสูงด้วยคุณธรรม คือ มีเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา มีชีวิตประเสริฐไม่เกี่ยวข้องด้วยกาม 8. พระ แปลว่า “ ผู้ประเสริฐ” หมายถึงผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ บริสุทธิ์ด้วย กาย วาจา และใจ
พระคุณของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา 1. สุปฏิปันโน เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว หมายถึง เป็นผู้ปฏิบัติดี ถูกต้องตามหลักของศีล สมาธิ 2. อุชุปฏิปันโน เป็นผู้ปฏิบัติตรง หมายถึง เป็นผู้ปฏิบัติตรงตามพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า 3. ญายปฏิปันโน เป็นผู้ปฏิบัติเป็นธรรม ปฏิบัติเพื่อความรู้ 4. สามีจิปฏิปันโน เป็นผู้ปฏิบัติสมควร น่านับถือ เหมาะสมแก่การเคารพกราบไหว้บูชาของ ประชาชน 5. อาหุเนยโย เป็นผู้ควรแก่ของคำ นับบูชาที่ประชาชนนำ มาถวาย
พระคุณของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา 6. ปาหุเนยโย เป็นผู้ควรแก่ของต้อนรับ คือสมควรจะได้รับของต้อนรับ 7. ทักขิเณยโย เป็นผู้ควรแก่ทักษิณา คือ ควรแก่ของที่ประชาชนนำ มาทำ บุญ 8. อัญชลีกรณีโย เป็นผู้ควรแก่อัญชลีกรรม คือ การกราบไหว้ บูชา 9. อนุตรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมของชาวโลกไม่มีนาบุญ อื่นจะยิ่งไปกว่า คือ เป็นบุคคลที่เหมาะที่สุดที่ชาวโลกควรจะทำ บุญด้วย และเมื่อทำ บุญแล้ว จะได้ผลานิสงส์มาก
บทบาทของ พระสงฆ์ใน ๑. เป็นสถานศึกษา สำ หรับชาวบ้านส่งกุลบุตรมาอยู่รับใช้พระ รับการฝึกอบรม ทางศีลธรรม และเล่าเรียนวิชาการต่างๆ ตามที่มีสอนในสมัยนั้น ๒. เป็นสถานสงเคราะห์ ที่บุตรหลานชาวบ้านที่ยากจนได้มาอาศัยเลี้ยงชีวิตอยู่ และศึกษาเล่าเรียนด้วย ตลอดถึงผู้ใหญ่ที่ขัดสนมาอาศัยเลี้ยงชีพ ๓. เป็นสถานพยาบาล ที่แจกจ่ายบอกยาและรักษาผู้เจ็บป่วยตามภูมิรู้ของคนสมัยนั้น ๔. เป็นที่พักคนเดินทาง อดีต
บทบาทของ พระสงฆ์ใน ๕. เป็นสโมสร ที่ชาวบ้านมาพบปะสังสรรค์ หย่อนใจ หาความรู้เพิ่มเติม ๖. เป็นสถานบันเทิง ที่จัดงานเทศกาล และมหรสพต่างๆ สำ หรับชาวบ้านทั้งหมด ๗. เป็นที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เป็นที่ปรึกษา แก้ปัญหาชีวิตครอบครัวและความทุกข์ต่างๆ อดีต ๘. เป็นศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรม ที่รวบรวมศิลปกรรมต่าง ๆ ของชาติเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ ๙. เป็นคลังพัสดุ สำ หรับเก็บของใช้ต่างๆ ซึ่งชาวบ้านจะได้ใช้ร่วมกันเมื่อมีงานที่วัด หรือยืมไปใช้เมื่อตนมีงาน ๑๑. เป็นที่ประกอบพิธีกรรม หรือให้บริการด้านพิธีกรรม อันเป็นเรื่องผูกพันกับชีวิตของทุกคน
หน้าที่ทางสังคมของพระสงฆ์ เกิดขึ้นเพราะความผูกพันในด้านความเป็นอยู่นี้ เป็นสำ คัญส่วนหนึ่ง นอกจากนั้น เมื่อกล่าวในแง่คุณธรรม พระสงฆ์ก็ย่อม มีหน้าที่จะต้องช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ ด้วยอาศัยเมตตาและกรุณา ธรรมของตน บทบาทของ พระสงฆ์ใน ปัจจุบัน
นิกายคณะสงฆ์ไทย พระพุทธศาสนาในประเทศไทยเป็นนิกายเถรวาท คณะสงฆ์ได้แบ่งลักษณะการบริหารออกเป็น ๒ ฝ่าย คือ ๑. มหานิกาย คณะสงฆ์องค์คณะใหญ่ของเถรวาทดั้งเดิม ๒. ธรรมยุติกนิกาย นิกายธรรมยุต ตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิรูปพระพุทธศาสนา ฟื้นฟูด้านวัตรปฏิบัติของ สงฆ์ เป็นเครื่องเตือนพุทธสาวกของพระองค์ว่า พึงอิงอยู่กับพระธรรม เป็นนิกายที่มี ความเป็นเหตุผลและวิทยาศาสตร์ แก่นของพระศาสนา สัจธรรมอันลึกซึ้งที่จะนำ ไปสู่ ความหลุดพ้น ข้อสำ คัญคำ สอนในพระพุทธศาสนาไม่มีอะไรขัดแย้งกับความเจริญทางวิทยาศาสตร์ สมัยใหม่ สิ่งที่วิทยาศาสตร์ค้นพบนั้นเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงหยั่งรู้เมื่อ 2000 ปีมาแล้ว
สมาชิกชิ นางสาวธนพร ขันทอง 651121306 นางสาวอรอินทุ์ นะวะศรี 651121307 นางสาวจิรนันท์ เจนจบ 651121323 นางสาวจุฬารัตน์ จันทรา 651121327 นายสิทธิพร คำ ทอง 651121328 THAN YOU โปรแกรมวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำ แพงเพชร