The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ผลงานของบุคคลสำคัญในการสร้างสรรค์ชาติไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ัํYutTha, 2023-01-04 01:02:09

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ผลงานของบุคคลสำคัญในการสร้างสรรค์ชาติไทย

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ผลงานของบุคคลสำคัญในการสร้างสรรค์ชาติไทย

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 4

ผลงานของบคุ คลสาคญั
ในการสรา้ งสรรค์ชาตไิ ทย

ใครคอื ผ้สู ถาปนากรงุ สุโขทยั

ใครคอื ผ้ปู ระดษิ ฐอ์ ักษรไทย

ใครคือผู้ปฏิรูปการปกครอง
อาณาจกั รอยธุ ยา

ยคุ ทองทางเศรษฐกิจ
ในสมยั อยธุ ยา

ใครคือผ้สู ถาปนาธนบรุ ี

สนธสิ ัญญาเบาวร์ งิ
เกิดขน้ึ ในสมัยใด

ใครคอื ผ้ยู กเลิกระบบไพร่และทาส

ผ้คู ิดคน้ เกษตรทฤษฎใี หม่

ผผู้ ลติ หนงั สอื พิมพ์
ฉบับแรกของไทย

ใครคือหวั หนา้ คณะทตู เดินทางไป

เจรญิ สัมพนั ธไมตรีกับฝรั่งเศส

พระมหากษตั รยิ ท์ มี่ บี ทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าตไิ ทย

สมยั สโุ ขทัย

พระมหากษัตรยิ ท์ ี่มบี ทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าตไิ ทย

พ่อขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย์
(ครองราชย์ พ.ศ. 1792 - ไม่ปรากฏ)

มพี ระนามเดิมว่า พ่อขนุ บางกลางหาว
ไดร้ ว่ มกับพ่อขุนผาเมอื งกาจดั อิทธพิ ลขอมออกไปจากสโุ ขทยั
ทรงสถาปนาราชวงศพ์ ระร่วง และกรุงสโุ ขทยั เป็นราชธานี
พ.ศ. 1792 พระนามวา่ พอ่ ขุนศรีอินทราทติ ย์
ทรงทาใหค้ นไทยรวมตวั กันได้อยา่ งมั่นคง

พระมหากษัตรยิ ท์ ีม่ ีบทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าตไิ ทย

พ่อขุนรามคาแหงมหาราช

(ครองราชย์ พ.ศ. 1822- 1841)

ทรงทายุทธหตั ถีกบั ขนุ สามชนเจ้าเมืองฉอด

และขยายอาณาเขตออกไปอยา่ งกว้างขวางมากท่ีสุดในสมัยสโุ ขทยั
ทรงประดษิ ฐอ์ ักษรไทย ท่เี รียกวา่ ลายสอื ไทย
ทรงวางรากฐานของพระพทุ ธศาสนาในอาณาจกั รสโุ ขทยั

จารกึ เรอ่ื งราวบางส่วนที่เกดิ ขนึ้ ลงในศิลาจารกึ

ทรงวางรปู แบบการปกครองแบบพอ่ ปกครองลกู
โปรดใหส้ ร้างพระแทน่ มนังศลิ าบาตร สาหรับพระสงฆแ์ สดงธรรมใน
วันธรรมสวนะ และเปน็ ทป่ี ระทบั อบรมส่ังสอนพสกนิกร

พระมหากษัตรยิ ท์ มี่ บี ทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าตไิ ทย

พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย)

(ครองราชย์ พ.ศ. 1890 -1911)

ทรงรวบรวมอาณาจักรสโุ ขทัยใหเ้ ป็นปกึ แผ่นข้นึ

หลังจากท่เี คยกวา้ งขวางมาแล้วในสมัยพอ่ ขุนรามคาแหงมหาราช

ทรงเผยแพรก่ ารเมืองแบบธรรมราชา

ทรงพระราชนพิ นธ์ไตรภมู ิพระรว่ ง อนั วรรณกรรมท่ีเกี่ยวกับ
พระพทุ ธศาสนา

พระมหากษัตรยิ ท์ มี่ ีบทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าตไิ ทย

สมัยกรุงศรอี ยุธยา

พระมหากษัตรยิ ท์ ีม่ บี ทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาติไทย

สมเดจ็ พระรามาธบิ ดีท่ี 1 (อูท่ อง)

(ครองราชย์ พ.ศ. 1893 -1912)

ทรงสถาปนาราชวงศ์อทู่ องและกรุงศรีอยุธยาเปน็ ราชธานี
ทรงนารปู แบบการปกครองแบบจตุสดมภม์ าใช้

ทรงรับเอาลัทธิเทวราชาท่ีกษัตริยท์ รงมีสถานะเปน็ สมมตเิ ทพ

มาดัดแปลงให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทยทาใหพ้ ระมหากษัตริยไ์ ด้
กลายเปน็ สถาบนั ทางการเมอื งท่สี าคญั และมน่ั คงของไทยมาจนถึงปจั จบุ นั

พระมหากษตั รยิ ท์ มี่ ีบทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าตไิ ทย

สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ

(ครองราชย์ พ.ศ. 1991-2031)

ทรงปฏริ ปู การปกครองแผ่นดินอาณาจักรอยธุ ยาคร้ังใหญ่
ท่ไี ดก้ ลายเปน็ รากฐานการปกครองอาณาจักรในสมยั ตอ่ มา

โปรดใหแ้ ตง่ ตั้งอคั รมหาเสนาบดี 2 ตาแหนง่
คอื สมุหพระกลาโหม กับสมหุ นายก และแบ่งหัวเมอื งออกเปน็ หวั เมอื งช้ันใน
หัวเมอื งชั้นนอก แบง่ หัวเมืองขนาดใหญ่ เล็ก ตามลาดับความสาคญั

ทรงตรากฎมณเฑยี รบาลขนึ้ ในราชสานกั
ทรงตราพระราชกาหนดศักดินาเปน็ การจดั ระเบยี บสงั คม
ให้ทกุ คนรสู้ ิทธิ หนา้ ที่ทีร่ ับผิดชอบ

พระมหากษัตรยิ ท์ ี่มบี ทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าตไิ ทย

สมเด็จพระสรุ โิ ยทัย

(มีพระชนมายุระหว่าง พ.ศ. 2054 - 2092)

ทรงเป็นวีรสตรที กี่ ล้าหาญสละพระชนม์ชพี
ในการปกปอ้ งสมเด็จพระมหาจกั รพรรดิ

ผทู้ รงเปน็ พระสวามี ขณะทายุทธหตั ถีกบั ข้าศกึ
ทรงเปน็ แบบอย่างของสตรแี ละอนุชนไทยรุ่นหลัง
ท่ีแสดงความจงรักภักดีปกป้องสถาบันพระมหากษตั ริย์และชาตบิ า้ นเมอื ง

พระมหากษตั ริยท์ ี่มีบทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาตไิ ทย

สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
(ครองราชย์ พ.ศ. 2133-2148)

ทรงประกาศอิสรภาพของกรงุ ศรอี ยุธยา
ทรงทาสงครามยทุ ธหัตถกี ับสมเดจ็ พระมหาอปุ ราชา
ทรงทาสงครามปอ้ งกนั อาณาจกั รตลอดพระชนม์ชีพ
ทาใหร้ าชอาณาจกั รปลอดภยั และมั่นคง และเป็นที่คร่นั ครา้ มของข้าศกึ
จงึ ทาให้กรงุ ศรอี ยธุ ยารอดพน้ จากการโจมตขี องข้าศึกเปน็ เวลานาน

พระมหากษตั รยิ ท์ ีม่ ีบทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าติไทย

สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช
(ครองราชย์ พ.ศ. 2199-2231)

ทรงตอ้ นรบั ชาวตา่ งชาตทิ เี่ ข้ามาทาการค้าขายกับอยุธยา

เพ่อื ประโยชน์ทางเศรษฐกจิ

ทรงดาเนินพระบรมราโชบายดา้ นการต่างประเทศทีช่ าญฉลาด

ทาใหอ้ ยุธยารอดพน้ จากการคุกคามของชาติตะวนั ตก

โปรดใหม้ กี ารแต่งหนังสอื จินดามณี

ซ่ึงเป็นแบบเรยี นหรือตาราเรียนเลม่ แรก

ทรงสนับสนุนและทรงพระราชนิพนธ์สมทุ รโฆษคาฉันท์

จนทาใหเ้ กิดวรรณกรรมสาคัญๆ ข้ึนในสมัยของพระองคเ์ ป็นจานวนมาก

พระมหากษตั ริยท์ ่มี ีบทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาตไิ ทย

สมยั ธนบุรี

สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราช

(ครองราชย์ พ.ศ. 2311-2325)

ทรงกอู้ สิ รภาพของอาณาจักรไทย

ใหพ้ น้ จากการยึดครองของพม่า

ทรงสถาปนากรุงธนบุรเี ปน็ ราชธานี
ทรงรวบรวมพระราชอาณาเขตใหเ้ ปน็ ปกึ แผน่

ทรงฟ้นื ฟเู ศรษฐกิจ และสังคม

เพอื่ ความรม่ เย็นเป็นสุขของราษฎร

พระมหากษตั ริยท์ ีม่ ีบทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าตไิ ทย

สมยั รัตนโกสินทร์

พระมหากษัตรยิ ท์ ่มี ีบทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาตไิ ทย

พระบาทสมเดจ็
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

(ครองราชย์ พ.ศ. 2325-2352)

ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เปน็ ราชธานี
ทรงสถาปนาพระบรมราชจกั รีวงศ์
ทรงมีพระปรชี าสามารถทางการรบ

เช่น การทาสงครามเก้าทัพกับพมา่

ทรงเป็นตวั อย่างของผูป้ กครองท่ีธารงไว้ซึ่งความยตุ ิธรรม
โปรดเกล้าฯ ใหต้ รวจชาระกฎหมายข้ึนใหม่

เรยี กว่า กฎหมายสามดวง

พระมหากษตั ริยท์ ่ีมีบทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าติไทย

พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หล้านภาลยั

(ครองราชย์ พ.ศ. 2352-2367)

ทรงพระราชนพิ นธ์บทละครข้ึนใหม่

คือ บทละครเร่อื ง อเิ หนา

ทรงพระราชนิพนธก์ าพยเ์ หเ่ รือ บทพากยโ์ ขน
ให้สร้างพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม
ทรงพระราชนพิ นธท์ านองเพลง

บหุ ลนั ลอยเล่ือน ที่ยงั นิยมบรรเลงมาจนถึงปจั จบุ ัน

ทรงประดษิ ฐท์ ่าราประกอบการเล่นละครไทยจานวนมาก

พระมหากษตั รยิ ท์ ีม่ บี ทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าตไิ ทย

พระบาทสมเดจ็ พระนัง่ เกล้าเจ้าอยหู่ ัว

(ครองราชย์ พ.ศ. 2367-2394)

ทรงปอ้ งกันพระราชอาณาจักรจากภัยคกุ คามของขา้ ศึก
และรกั ษาผลประโยชน์ของชาตไิ วไ้ ด้

ทรงสง่ เสริมการค้าระหวา่ งประเทศโดยเฉพาะการคา้ กบั จีน
ในรชั สมยั ของพระองค์ มีการทาสนธิสญั ญาเบอร์นีย์

ทรงบรู ณปฏิสังขรณพ์ ระปรางค์วัดอรณุ ราชวราราม
สรา้ งเรือสาเภาไว้ทีว่ ัดยานนาวา

พระมหากษตั ริยท์ ่มี ีบทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาติไทย

พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั

(ครองราชย์ พ.ศ. 2394 - 2411)

ทรงตั้งธรรมยตุ ิกนิกาย
ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินในเอเชยี พระองค์แรก

ทีใ่ ช้ภาษาอังกฤษได้

ทรงศึกษาศาสตร์ตา่ ง ๆ ท่ีเปน็ ประโยชนต์ อ่ บา้ นเมือง
ทรงทาสนธสิ ญั ญาเบาว์รงิ

เพือ่ ประโยชน์ทางการทตู และการพาณชิ ย์

ทรงเป็นผนู้ าสังคมไทยเข้าสู่ความทันสมัย

และทาใหบ้ า้ นเมอื งรอดพน้ จากการรกุ รานของมหาอานาจตะวนั ตก

พระมหากษตั รยิ ท์ ่ีมบี ทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาติไทย

พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอย่หู ัว

(ครองราชย์ พ.ศ. 2411 - 2453)

ทรงมพี ระปรชี าสามารถ

ทาให้ไทยสามารถรักษาเอกราช
จากการแสวงหาอาณานคิ มของชาตติ ะวันตกไว้ได้

ทรงยกเลิกระบบไพร่และทาส
ทรงปฏิรูปการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ ให้ทันสมัย

ทรงปฏิรูปการศกึ ษา
ทรงทาใหส้ ังคมไทยมีความกา้ วหน้าเจริญ

เทา่ เทยี มนานาอารยประเทศ

พระมหากษตั ริยท์ ม่ี ีบทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาตไิ ทย

พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยหู่ ัว

(ครองราชย์ พ.ศ. 2453 - 2468)

โปรดเกลา้ ฯ ให้มกี ารตราพระราชบญั ญัตปิ ระถมศกึ ษา
จัดต้ังจฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย และสถาบนั การศกึ ษาอีกเป็นจานวนมาก

ทรงสรา้ งเมอื งจาลองดสุ ิตธานี
เพอื่ ทดลองเกยี่ วกบั การปกครองตนเองตามระบอบประชาธิปไตย

ทรงใหไ้ ทยเข้าร่วมสงครามโลกคร้ังที่ 1
สง่ ผลให้ไทยมโี อกาสปรบั ปรงุ สนธสิ ัญญาและไดร้ บั การรบั รองจากนานาประเทศ

ทรงพระราชนพิ นธ์วรรณกรรมตา่ งๆ
บทละคร สารคดี นิทาน โคลง ฉนั ท์ กาพย์ กลอน
โปรดเกล้าฯ ใหป้ ระดษิ ฐ์ธงชาติใหม่
พระราชทานชือ่ ธงไตรรงค์ นามสกลุ จดั ตัง้ กองเสอื ป่า และจดั ตงั้ สถานเสาวภา

พระมหากษัตรยิ ท์ ี่มบี ทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาติไทย

พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจา้ อยหู่ วั

(ครองราชย์ พ.ศ. 2468-2477)

เกิดการเปลยี่ นแปลงการปกครองจากระบอบสมบรู ณาญาสทิ ธิราชย์

เป็นระบอบประชาธิปไตย

ทรงยอมรบั การเปลย่ี นแปลงดว้ ยความเตม็ พระทยั

เพอ่ื ไมใ่ ห้เกิดการสูญเสยี เลือดเนอ้ื ของคนไทยดว้ ยกันเอง

โปรดเกลา้ ฯ ใหม้ ีการร่างรัฐธรรมนูญเพ่อื เตรียมประกาศใชเ้ มอ่ื ถงึ เวลา

กอ่ นหนา้ ทค่ี ณะราษฎรจะยึดอานาจ

เม่อื คณะราษฎรจะขอพระราชทานรฐั ธรรมนญู พระองคจ์ ึงไม่ทรงขดั ขวาง

แสดงใหเ้ หน็ ถึงการเสียสละพระราชอานาจของ
เพ่ือความเปน็ ประชาธปิ ไตยของชาวไทยอย่างแท้จริง

พระมหากษัตรยิ ท์ ่ีมบี ทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาติไทย

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหดิ ล
พระอัฐมรามาธบิ ดินทร
(ครองราชย์ พ.ศ. 2477 - 2489)

พระราชทานธงประจากองลกู เสือ
และทอดพระเนตรการแขง่ ขนั กรีฑาและวิชาลูกเสือ ณ กรีฑาสถานแหง่ ชาติ
พระราชทานทุนทรัพย์แกโ่ รงพยาบาล และสถานศึกษาต่าง ๆ

ทรงตรวจพลสวนสนามของกองทัพพันธมติ ร
พรอ้ มกบั ลอรด์ หลยุ ส์ เมานต์แบตเทน

ผู้บัญชาการทหารฝ่ายพนั ธมติ รในเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้
ทรงเสด็จประพาสสาเพง็ และทรงเยี่ยมเยียนราษฎร

ในจงั หวัดใกลเ้ คียงและภายในเขตพระนคร

พระมหากษัตรยิ ท์ ่ีมบี ทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาติไทย

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

(ครองราชย์ พ.ศ. 2489 -2559)

พระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษกเปน็ พระเจ้าแผ่นดิน
เม่ือวันท่ี 5 พฤษภาคม 2493

ทรงมพี ระปฐมบรมราชโองการว่า
“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม
เพอื่ ประโยชนส์ ขุ แหง่ มหาชนชาวสยาม”
พระองค์ได้ทรงปฏิบตั ิพระราชกรณียกจิ ท่สี าคญั เพ่อื ประโยชน์แก่พสกนกิ รไว้มากมาย

พระมหากษตั ริยท์ มี่ ีบทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาติไทย

ดา้ นการศึกษา

ตง้ั ทนุ ภมู พิ ล เพื่อพระราชทานแกผ่ ู้มีผลการเรยี นดแี ตข่ าดแคลนทนุ ทรัพย์
ก่อต้งั ทนุ อานันทมหิดล เพอ่ื สนับสนุนให้ผูท้ ่ีมคี วามสามารถทางวิชาการ

ด้านศาสนา

ดา้ นศิลปวฒั นธรรม ทรงพระผนวชและทรงเป็นอคั รศาสนูปถมั ภก

ของพระพทุ ธศาสนา

ทรงฟน้ื ฟพู ระราชพิธีจรดพระนงั คลั แรกนาขวญั ทรงเสดจ็ พระราชดาเนนิ ไปบาเพ็ญ
เพื่อบารุงขวญั และกาลงั ใจแก่เกษตรกรไทย พระราชกศุ ลในวนั สาคญั ทางพุทธศาสนา

ทรงฟืน้ ฟพู ระราชพธิ ีเสด็จโดยพยุหยาตราทางชลมารค

เพ่ือถวายผา้ พระกฐินแก่พระอารามหลวง

พระมหากษัตริยท์ ีม่ ีบทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาติไทย

ด้านการสง่ เสริมคณุ ภาพชีวิตของประชาชน

ทรงมพี ระราชหฤทยั มงุ่ ม่นั
ทีจ่ ะแก้ไขปัญหาความเดอื ดร้อนของราษฎร และทรงเพียรพยายามทจ่ี ะพัฒนา

ความเป็นอยูข่ องราษฎร จึงได้เกิดโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดารขิ ้นึ

โครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดารมิ ากกว่า 4,000 โครงการ

โครงการดา้ นการเกษตร โครงการดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม
การเกษตรแผนใหม่ โครงการฝนหลวง
โครงการแกลง้ ดิน
โครงการช่งั หวั มันตามพระราชดาริ การทาเกษตรทฤษฎีใหม่

การจัดสรรท่ีดินให้เหมาะสม

พระมหากษตั ริยท์ ่มี ีบทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาตไิ ทย

โครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดาริมากกวา่ 4,000 โครงการ (ตอ่ )

โครงการดา้ นสาธารณสุข โครงการด้านการสง่ เสรมิ อาชีพ

โครงการหนว่ ยแพทย์พระราชทาน โครงการฝกึ อบรมและถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร
เพอ่ื แก้ไขปญั หาด้านสุขภาพอนามยั ของราษฎร ในหมบู่ า้ นรอบศูนยศ์ ึกษาการพฒั นา
โครงการศลิ ปาชีพพเิ ศษท่วั ประเทศ
ท่อี ยใู่ นพื้นท่ีหา่ งไกล

โครงการด้านพฒั นาแหลง่ นา้

โครงการพฒั นาแหล่งนา้ เพ่อื การเพาะปลกู และอุปโภค
โครงการพฒั นาแหลง่ นา้ เพอื่ การอนรุ ักษป์ า่ ต้นนา้ ลาธาร
โครงการพัฒนาแหลง่ น้าเพ่อื การผลิตไฟฟ้าพลังน้า
โครงการระบายนา้ ออกจากท่ีลมุ่ หรือพนื้ ทีส่ ่งนา้ ชลประทาน
โครงการปอ้ งกันและบรรเทาอุทกภยั เป็นการระบายน้าท่วมออกจากพื้นทบี่ รเิ วณตา่ ง ๆ

พระมหากษตั รยิ ์ทม่ี บี ทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าตไิ ทย

โครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดารมิ ากกวา่ 4,000 โครงการ (ตอ่ )

โครงการด้านสวัสดกิ ารสังคม โครงการด้านการคมนาคมส่อื สาร

เพ่ือชว่ ยเหลือราษฎรใหม้ ีท่ีอยู่อาศัยที่ทากนิ โครงการเกี่ยวกับการปรับปรุงถนน
และไดร้ บั ส่ิงจาเปน็ ขัน้ พ้ืนฐาน การกอ่ สรา้ งถนนเพ่ือความสะดวกในการสญั จร
โครงการทางค่ขู นานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี

ทช่ี ่วยแกไ้ ขปญั หาจราจรติดขัด

ดา้ นการประดิษฐ์

กงั หนั น้าชยั พฒั นา ปัญหาเรอ่ื งนา้ เสยี
แก้ไขปัญหาดว้ ยวธิ เี ตมิ ออกซเิ จนลงไปในน้าเสยี

ขนุ นางและชาวตา่ งชาตทิ ีม่ บี ทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าตไิ ทย

สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส

(มพี ระชนมายรุ ะหว่าง พ.ศ. 2403 – 2464)

ทรงมีพระนามเดมิ ว่า พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ
รัชกาลท่ี 5 ใหเ้ ป็น ผรู้ บั ผิดชอบการจัดการศกึ ษาของชาติในหัวเมอื ง
ทรงมีบทบาทสาคญั ในการศึกษาธรรมะของภิกษุ

อานวยการให้ภิกษุรับภาระหนา้ ทใี่ นการอบรมส่ังสอนกุลบุตร
ทรงแนะนาพระสงฆ์และฆราวาสให้จดั ตง้ั โรงเรยี นข้ึนใหมเ่ ท่าทจี่ ะทาได้

ทาใหก้ ารจดั การศึกษามคี วามเจรญิ กา้ วหน้ามาก

ขนุ นางและชาวต่างชาตทิ ีม่ บี ทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าตไิ ทย

พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท

(มีพระชนมายรุ ะหว่าง พ.ศ. 2351-2414)

ทรงเป็นตน้ ราชสกลุ สนทิ วงศ์
ทรงรับราชการเป็นผู้กากบั กรมหมอ ในสมยั รัชกาลท่ี 3
ทรงกากับราชการมหาดไทย ตาแหน่งพระคลงั สินค้าในรชั กาลท่ี 4
ทรงมีบทบาทสาคญั ดา้ นการแพทย์ ในเรื่องยาไทยและแพทยแ์ ผนไทย

ทรงมีบทบาทสาคัญในการสร้างความสมั พันธก์ ับต่างประเทศ

ขนุ นางและชาวตา่ งชาตทิ ่มี ีบทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาตไิ ทย

สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ
(มีพระชนมายุระหวา่ ง พ.ศ. 2401 – 2466)

ทรงมบี ทบาทสาคัญด้านการต่างประทศ

เจรจาแกไ้ ขปญั หาระหวา่ งไทยกบั องั กฤษจนประสบความสาเร็จ

ประเทศไทยรอดพน้ จากการเปน็ อาณานิคมของฝรั่งเศส

ดว้ ยนโยบายทางการทูตของพระองค์

ทรงมบี ทบาทสาคัญด้านการเมืองการปกครอง
ทรงดารงตาแหนง่ เสนาบดผี วู้ า่ การต่างประเทศ
ทรงมีบทบาทสาคญั ในการจดั ตง้ั รัฐมนตรสี ภา

รัชกาลท่ี 6 โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหเ้ ป็นผ้ทู รงปฏิบัตริ าชการแทน

ขุนนางและชาวต่างชาตทิ ่มี บี ทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าติไทย

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานภุ าพ
(มีพระชนมายุระหวา่ ง พ.ศ. 2405 - 2486)

ทรงบาเพ็ญพระกรณยี กจิ ท้งั ทางด้านการเมอื ง การปกครอง
วฒั นธรรม และประวตั ิศาสตร์

ทรงดารงตาแหน่งเสนาบดกี ระทรวงมหาดไทยคนแรก

ทรงเปน็ กาลงั สาคัญในการปฏริ ปู การปกครองสมัยรชั กาลท่ี ๕

ทรงมีผลงานด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี
ทรงได้รับการยกยอ่ งว่าเปน็

“ พระบิดาแห่งประวัตศิ าสตร์ไทย ”

ขุนนางและชาวตา่ งชาตทิ ี่มบี ทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาตไิ ทย

สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ เจา้ ฟา้ กรมพระยานรศิ รานุวดั ตวิ งศ์
(มพี ระชนมายรุ ะหวา่ ง พ.ศ. 2406 - 2490)

ทรงดารงตาแหนง่ เสนาบดกี ระทรวงโยธาธกิ าร
กระทรวงพระคลงั มหาสมบัติ กระทรวงกลาโหม และกระทรวงวงั เพื่อวางรากฐานการ
บรหิ ารราชการให้มีความม่นั คง
ทรงเปน็ อภริ ัฐมนตรที ่ีปรึกษาราชการแผ่นดินในสมยั รชั กาลท่ี 7
และยังทรงเปน็ ผูส้ าเรจ็ ราชการหลังการเปลย่ี นแปลงการปกครอง
ทรงมีพระปรชี าสามารถด้านการชา่ งและศลิ ปะ จึงทรงได้รบั ยกย่องใหเ้ ปน็
บรมครแู หง่ การช่างและศิลปะ
องค์การยเู นสโกไดป้ ระกาศเกยี รติคุณ เปน็ ผ้มู ผี ลงานดีเด่นดา้ นวัฒนธรรม
ระดบั โลก พ.ศ. 2506

ขนุ นางและชาวต่างชาตทิ ีม่ ีบทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาตไิ ทย

สมเด็จพระศรีสวรนิ ทิราบรมราชเทวี พระพนั วัสสาอยั ยิกาเจา้
(มพี ระชนมายุระหวา่ ง พ.ศ. 2505 - 2498)

ทรงจดั สรา้ งโรงพยาบาลสมเด็จ
(ปจั จบุ ัน คือ โรงพยาบาลสมเดจ็ พระบรมราชเทวี ณ ศรรี าชา)
ทรงริเริม่ หนว่ ยแพทยเ์ คลื่อนที่
เพอ่ื ให้การรักษาแกป่ ระชาชนทอี่ ยู่ห่างไกล และไดพ้ ระราชทานทุน
เพื่อส่งแพทยพ์ ยาบาลไปศกึ ษาตอ่ ต่างประเทศ เพ่ือพัฒนาวงการแพทย์ไทย
ทรงสง่ เสรมิ การศึกษาทกุ ระดบั สนบั สนนุ สตรใี หม้ ีโอกาสไดศ้ ึกษา
เล่าเรียนในระดบั สงู และพระราชทานพระราชทรัพย์ เพอ่ื บารงุ โรงเรียนตา่ ง ๆ

ขนุ นางและชาวต่างชาตทิ มี่ บี ทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาตไิ ทย

ออกญาโกษาธบิ ดี (ปาน)

(มอี ายุระหว่าง พ.ศ. ไม่ปรากฏ - 2243)

เปน็ หัวหน้าคณะทูตเดนิ ทางไปเจริญสัมพนั ธไมตรีกบั ฝรั่งเศส
ชว่ ยสร้างความสัมพันธร์ ะหว่างอยุธยากบั ฝร่ังเศส
ใหม้ คี วามใกลช้ ิด เพอื่ ดึงฝรัง่ เศสมาถว่ งดลุ อานาจกับฮอลนั ดาได้

ในสมยั พระเพทราชาไดร้ บั การแต่งต้ังเป็นเจา้ พระยาพระคลงั
มหี น้าทค่ี วบคุมราชการดา้ นการต่างประเทศเปน็ ขนุ นางทีส่ ร้างชื่อเสยี ง
และเกียรติภมู ิใหช้ าตบิ า้ นเมืองในสมยั อยุธยา

ขนุ นางและชาวต่างชาตทิ ่ีมีบทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาติไทย

หมอ่ มราโชทัย (หม่อมราชวงศก์ ระต่าย อศิ รางกรู )

(มอี ายรุ ะหว่าง พ.ศ. 2363 - 2410)

มบี ทบาทสาคญั ดา้ นการต่างประเทศในสมยั รัชกาลที่ 4
ดารงตาแหน่งล่ามหลวงประจาคณะทูตไทย

ไปเจริญพระราชไมตรกี บั ประเทศอังกฤษเปน็ คร้ังแรกในสมยั รัตนโกสินทร์

ดารงตาแหน่งผูพ้ พิ ากษาศาลตา่ งประเทศคนแรก

กวนี พิ นธ์ชน้ิ สาคัญ คือ “จดหมายเหตเุ ร่อื งราชทูตไทยไปลอนดอน”
และ“นริ าศลอนดอน”

ขนุ นางและชาวตา่ งชาตทิ ีม่ ีบทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาตไิ ทย

สมเด็จเจา้ พระยาบรมมหาศรีสุรยิ วงศ์ (ช่วง บุนนาค)

(มอี ายรุ ะหวา่ ง พ.ศ. 2351 - 2425)

เขา้ รับราชการแผ่นดินตั้งแต่สมยั รชั กาลที่ 1 – 5
ปลายรชั กาลท่ี 3 ได้มคี วามเห็นร่วมกบั เสนาบดีคนอื่น ๆ

วา่ สมเดจ็ เจา้ ฟา้ มงกุฎสมควรเปน็ พระเจา้ แผ่นดินตอ่ จากรชั กาลท่ี 3

สมัยรัชกาลที่ 4 เลอ่ื นเปน็ เจา้ พระยาศรีสุรยิ วงศ์

ว่าท่ีสมุหพระกลาโหม และเล่อื นเปน็ อัครมหาเสนาบดีท่สี มหุ พระกลาโหม

ดารงตาแหน่งเปน็ ผู้สาเร็จราชการแผน่ ดินแทนจนรัชกาลท่ี 5
จากตาแหน่งผู้สาเร็จราชการไดร้ ับเลือ่ นขนึ้ เป็น

สมเดจ็ เจ้าพระยาบรมมหาศรสี ุรยิ วงศ์

ขนุ นางและชาวตา่ งชาตทิ ่มี บี ทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าตไิ ทย

ลาลแู บร์

(มีอายรุ ะหวา่ ง พ.ศ. 2185 - 2272)

เป็นหัวหน้าคณะราชทูตฝร่ังเศส

ท่เี ดนิ ทางมายงั กรุงศรอี ยธุ ยา ในสมัยสมเด็จพระนารายณม์ หาราช

เป็นผแู้ ทนฝร่งั เศสในการเจรจากับอยธุ ยา

เพอ่ื ทาการคา้ และได้ลงนามในสญั ญาการค้าท่ีเมืองลพบรุ ี เมอ่ื พ.ศ. 2230

เป็นผบู้ ันทึกเร่อื งราวและเหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ เกีย่ วกบั กรงุ ศรอี ยุธยา

จนกลายมาเป็นหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรท์ ่สี าคญั ท่ีเรียกว่า
จดหมายเหตลุ าลูแบร์

ขนุ นางและชาวต่างชาตทิ มี่ ีบทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าติไทย

บาทหลวงปาลเลอกวั ซ์

(มอี ายุระหว่าง พ.ศ. 2348 - 2405)

เป็นชาวฝรั่งเศส และได้บวชเป็นบาทหลวง
เดินทางเขา้ มาเผยแผค่ รสิ ตศ์ าสนานิกายโรมันคาทอลิก

ในประเทศไทย เมอ่ื พ.ศ. 2372
งานเขยี นเก่ยี วกบั ประเทศไทย เช่น เลา่ เรอ่ื งกรงุ สยาม
และยังไดเ้ รียบเรียงปทานกุ รมฉบับใหญม่ าก ช่อื ศริ พจน์ภาษาไทย
มบี ทบาทสาคัญ ในการสร้างความสมั พันธร์ ะหว่างประเทศไทย
กบั สานักวาติกนั ทก่ี รงุ โรม

ขนุ นางและชาวตา่ งชาตทิ ม่ี บี ทบาทในการสรา้ งสรรคช์ าตไิ ทย

หมอบรัดเลย์ (ดร.แดน บชี บรัดเลย)์
(มอี ายุระหว่าง พ.ศ. 2347 - 2416)

เปน็ หวั หนา้ คณะมชิ ชนั นารจี ากสหรัฐอเมริกา
จัดตงั้ โรงพิมพห์ นังสอื ไทยขึ้นเปน็ คนแรก

สรา้ งเครือ่ งพมิ พ์ดว้ ยไม้
หล่อตวั พิมพ์อักษรไทย พ.ศ. 2384

ออกหนังสือพิมพ์ “บางกอกรีคอร์เดอร์”

เปน็ หนงั สือพิมพฉ์ บบั แรกของไทย

เปน็ ผ้รู ิเร่มิ นาวชิ าการแพทย์แผนใหม่

มาเผยแพรใ่ นประเทศไทย

ขนุ นางและชาวตา่ งชาตทิ ่มี บี ทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาติไทย

พระยารัษฎานปุ ระดิษฐมหศิ รภกั ดี (คอซมิ บี๊ ณ ระนอง)

(มอี ายุระหวา่ ง พ.ศ. 2400 - 2456)

ให้ความสาคญั กับการคมนาคม

เพราะเปน็ ประโยชน์ตอ่ การปกครอง การคา้ ขาย การปราบปรามโจรผู้รา้ ย

เป็นผูร้ เิ ริ่มนาพนั ธ์ุยางจากประเทศเพ่ือนบา้ นมาปลกู

จนแพร่หลายกลายเป็นอาชีพทีส่ าคัญของคนไทยมาถงึ ปจั จบุ นั

มกี ารตดิ ต่อให้เปิดการทาเหมอื งแร่

โดยใหท้ าผลประโยชนแ์ ก่ทางราชการแทนการเรยี กรอ้ งคา่ ธรรมเนยี ม

ไดค้ ดั เลอื กบตุ รหลานของข้าราชการ

ในจงั หวัดภูเก็ตไปเรียนภาษาองั กฤษท่เี กาะปีนัง

ขนุ นางและชาวตา่ งชาตทิ มี่ บี ทบาทในการสรา้ งสรรค์ชาติไทย

พระยากัลยาณไมตรี (ดร.ฟรานซิส บ.ี แซร์)

(มีอายรุ ะหว่าง พ.ศ. 2428 - 2515)

เป็นชาวอเมริกนั

ดารงตาแหน่งที่ปรกึ ษากระทรวงการตา่ งประเทศของไทยสมัยรัชกาลที่ 6

ดาเนินการแกไ้ ขข้อผกู พนั ตามสนธสิ ัญญาต่าง ๆ

โดยสหรฐั อเมรกิ าเป็นประเทศแรกท่ยี อมยกเลิกข้อกาหนดอัตราภาษี
และสิทธิสภาพนอกอาณาเขต

ทาการเจรจาแก้ไขกบั ประเทศต่าง ๆ

เพอ่ื ใหไ้ ด้เอกราชทางดา้ นภาษแี ละการศาลของไทยกลับคืนมา

เปน็ ผ้ทู ูลเกล้าฯ

ถวายคาแนะนาเกีย่ วกับสถานการณบ์ า้ นเมืองของไทย แดร่ ัชกาลท่ี 7


Click to View FlipBook Version