พระพุทธศาสนา ม.๒ หน่วยที่ ๑ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา เข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน และการนับถือ พระพุทธศาสนาของประเทศเพื่อนบ้านในปัจจุบัน พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นในประเทศอินเดียและเจริญรุ่งเรืองมาเป็นเวลา ๑,๕๐๐ ปี จนมาถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๘ (พ.ศ. ๑๗๔๓) พระพุทธศาสนาก็สูญไปจากดินแดน ส่วนใหญ่ของประเทศอินเดีย แต่จากการที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงส่งคณะพระธรรมทูต ออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ส่งผลให้พระพุทธศาสนาไปรุ่งเรืองอยู่ในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบริเวณใกล้เคียง การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเมียนมา พระพุทธศาสนาที่เผยแผ่เข้าสู่ประเทศเมียนมาในระยะแรกเป็นแบบเถรวาท โดยเข้ามาทางเมืองสะเทิมหรือเมืองสุธรรมวดี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมอญ ใน พ.ศ. ๑๕๘๗ พระเจ้าอนุรุทธมหาราช (อโนรธามังช่อ) ทรงรวบรวมดินแดน พม่าให้เป็นแผ่นดินเดียวกันส าเร็จ ในช่วงนี้เองนิกายมหายานได้แผ่ขยายเข้าสู่เมืองพุกาม แต่พระเจ้าอนุรุทธมหาราชไม่ทรงศรัทธา กลับทรงเลื่อมใสนิกายเถรวาท ครั้นเมื่อพระองค์ ทรงทราบว่าพระพุทธศาสนาในอาณาจักรของมอญมีความเจริญรุ่งเรืองมาก จึงทรงส่ง พระราชสาส์นไปถึงพระเจ้ามนูหะ ผู้ครองเมืองสุธรรมวดี การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อพระเจ้าธรรมเจดีย์ศรีปิฎกธร กษัตริย์มอญขึ้นครองราชย์ ทรงมีพระราชด าริว่า ขณะนั้นพระพุทธศาสนาในเมืองมอญเสื่อมโทรมมาก คณะสงฆ์แตกแยกออกเป็น คณะต่าง ๆ ๖ คณะ พระสงฆ์ส่วนใหญ่ปฏิบัติผิดจากพระวินัยบัญญัติ จึงทรงเริ่มฟื้นฟูพระพุทธศาสนาขึ้นมาใหม่ ทรงให้คณาจารย์จาก ๖ คณะ ลาสิกขา เพื่อไปอุปสมบทใหม่ที่ลังกา เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นของคณะสงฆ์อีกครั้ง เมื่อพระสงฆ์เหล่านี้ เดินทางกลับมาถึงเมืองหงสาวดี ก็โปรดเกล้าฯ ให้พระภิกษุทั้งหลายในเมืองมอญลาสิกขาเพื่อรับ การอุปสมบทใหม่ทั้งแผ่นดิน ยังผลให้พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท กลับสู่ความเป็นปึกแผ่น อีกครั้ง การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
การนับถือพระพุทธศาสนาในประเทศเมียนมา ปัจจุบันประเทศเมียนมามีประชากรประมาณ ๕๒.๑ ล้านคน (พ.ศ. ๒๕๕๘) มีผู้นับถือพระพุทธศาสนาร้อยละ ๙๐ ของประเทศ รัฐบาลเมียนมาได้พยายามฟื้นฟู พระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง โดยมีการจัดสังคายนาพระไตรปิฎกขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ โดย นิมนต์พระเถระผู้เชี่ยวชาญพระไตรปิฎกจากประเทศไทย ศรีลังกา ลาว และกัมพูชา ให้เดินทางมาร่วมงาน และได้จัดพิมพ์พระไตรปิฎกพร้อมคัมภีร์อรรถกถาและปกรณ์ (ต ารา) พิเศษเป็นจ านวนมาก การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศลาว ในรัชสมัยของพระเจ้าฟ้างุ้ม (พ.ศ. ๑๘๙๖-๑๙๑๔) แห่งอาณาจักรล้านช้าง เนื่องจาก มเหสีของพระองค์ คือ พระนางแก้วกัลยา ซึ่งเป็นพระธิดาของพระเจ้าศรีจุลราชแห่งเมือง อินทปัตย์ในอาณาจักรกัมพูชา ทรงเคารพนับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทมาก่อน เมื่อพระนางเสด็จมาประทับที่อาณาจักรล้านช้าง จึงกราบทูลให้แต่งคณะราชทูต ไปทูลขอพระสงฆ์จากกัมพูชา เพื่อมาช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนา พระเจ้าศรีจุลราชจึงโปรดเกล้าฯ ให้อาราธนาพระมหาปาสมันตะเถระ และพระมหาเทพลังกาให้น าพระสงฆ์จ านวน ๒๐ รูป เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่อาณาจักร ล้านช้าง นอกจากนี้ได้พระราชทานพระพุทธรูปปัญจโลหะองค์หนึ่งพระนามว่า “พระบาง” พร้อมด้วยพระไตรปิฎก และหน่อพระศรีมหาโพธิ์มาถวายพระเจ้าฟ้างุ้มด้วย การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
การนับถือพระพุทธศาสนาในประเทศลาว พุทธศาสนิกชนในประเทศลาวนับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท เช่นเดียวกับประเทศไทย แต่หลังจากที่ถูกครอบง าด้วยการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ พระพุทธศาสนาในประเทศลาวก็ทรุดโทรมลง ต่อมาเมื่อบ้านเมืองคลายความตึงเครียดลง ประเทศลาวจึงมีความพยายามที่จะฟื้นฟูพระพุทธศาสนาขึ้นมาอีก โดยการส่งพระสงฆ์ลาว ๗ รูป พร้อมคฤหัสถ์ ๓ คน มาประเทศไทย เพื่อศึกษา แนวทางฟื้นฟูพระพุทธศาสนาขึ้นในประเทศลาว จากสมเด็จพระสังฆราชและพระเถระ ชั้นผู้ใหญ่ของประเทศไทย การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศกัมพูชา เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๘ อันเป็นช่วงที่อาณาจักรฟูนันก าลังเจริญรุ่งเรืองอยู่ทาง ทิศใต้ของดินแดนที่เป็นประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน ซึ่งเป็นอาณาจักรใหญ่และมีสัมพันธไมตรี อันดีกับประเทศจีนและอินเดีย ดังนั้นจึงได้รับอิทธิพลพระพุทธศาสนานิกายมหายานจากประเทศทั้งสอง ด้วยเหตุนี้ ท าให้อาณาจักรฟูนันนับถือทั้งศาสนาพราหมณ์และพระพุทธศาสนาควบคู่กัน แต่ก่อนที่อาณาจักร ฟูนันจะเสื่อมอ านาจลง พระพุทธศาสนานิกายมหายานก็ได้รับการท านุบ ารุงจนเจริญรุ่งเรือง ขึ้นมาก การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
พระพุทธศาสนาในประเทศกัมพูชาได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้งในรัชสมัยของ พระเจ้าหริรักษ์รามาธิบดีพระภิกษุกัมพูชาได้รับการส่งเสริมให้เดินทางมาศึกษา พระพุทธศาสนาในกรุงเทพฯ แล้วกลับไปฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองขึ้น ที่ส าคัญคือมี การจัดตั้ง โรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมชั้นสูงขึ้นในกรุงพนมเปญ มีชื่อเรียกว่า “ศาลา บาลีชั้นสูง” และยังน านิกายธรรมยุตจากเมืองไทยเข้ามาเผยแผ่ที่ประเทศกัมพูชา เป็นครั้งแรกอีกด้วย การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
การนับถือพระพุทธศาสนาในประเทศกัมพูชา ด้วยเหตุที่สภาพทางการเมืองของกัมพูชาขาดความมั่นคง โดยเฉพาะการสู้รบ ท าสงครามกลางเมืองระหว่างชาวเขมรด้วยกัน ท าให้พระพุทธศาสนาไม่เจริญถึงขั้นสูงสุด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์พระพุทธศาสนาในกัมพูชาก็เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น หลังสงคราม กลางเมืองเริ่มสงบลงใน พ.ศ. ๒๕๔๓ รัฐบาลเขมรรวมทั้งพุทธศาสนิกชนชาวเขมรมีความ พยายามที่จะฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศกัมพูชาขึ้นมาใหม่พร้อม ๆ กับการบูรณะฟื้นฟู ประเทศ อันเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าสถานการณ์ของพระพุทธศาสนามีแนวโน้มที่จะดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยสงฆ์ขึ้น ได้แก่ มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาพระสีหนุราช ซึ่งเป็น สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาของพระภิกษุสงฆ์ชาวเขมร การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเวียดนาม ประเทศเวียดนามเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์กับประเทศจีนมาแต่สมัยโบราณ ดังนั้น เมื่อจีนนับถือศาสนาใด ศาสนานั้นก็จะเผยแผ่เข้ามาในเวียดนามด้วย เริ่มแรกอิทธิพล ของลัทธิเต๋าและลัทธิขงจื๊อได้เผยแผ่เข้ามาสู่ประเทศเวียดนามก่อนจนถึงคณะธรรมทูตจาก จีนหลายคณะจึงได้เข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนานิกายมหายานในเวียดนาม อย่างไรก็ตาม พระพุทธศาสนาในสมัยเริ่มแรกยังไม่เป็นที่นิยมนับถือกันอย่าง แพร่หลาย จนกระทั่งเมื่อราชวงศ์ดินห์ขึ้นมามีอ านาจปกครองเวียดนาม พระพุทธศาสนา นิกายมหายานจึงได้รับการฟื้นฟูและได้รับการนับถือกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อเวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส พระพุทธศาสนาก็ได้รับความ กระทบกระเทือนอย่างหนัก ทั้งนี้เพราะชาวพุทธได้รวมตัวกันจัดตั้งกระบวนการชาตินิยม ท าสงครามกองโจรสู้รบกับทหารฝรั่งเศส เพื่อปลดปล่อยเวียดนามให้เป็นอิสระ รัฐบาลฝรั่งเศส จึงด าเนินการตอบโต้โดยการควบคุมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างใกล้ชิด การร่วมชุมนุมของพุทธศาสนิกชนเพื่อประกอบพิธีกรรมจะต้องได้รับการอนุญาต จากทางการฝรั่งเศสก่อน นอกจากนี้ชาวเวียดนามที่ต้องการสมัครเข้าท างานกับรัฐบาล ฝรั่งเศสจะต้องโอนสัญชาติเป็นชาวฝรั่งเศสและจะต้องเข้ารีตหันไปนับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิกจึงจะมีสิทธิสมบูรณ์ส่งผลให้ชาวเวียดนามจ านวนไม่น้อยหันไปเข้ารีต นับถือศาสนาคริสต์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
การนับถือพระพุทธศาสนาในประเทศเวียดนาม เนื่องจากสงครามเวียดนามยาวนาน ท าให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในเวียดนาม ต้องหยุดชะงักลง อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๓๐ เป็นต้นมา เมื่อเหตุการณ์สงครามใน คาบสมุทรอินโดจีนสงบลง และมีสันติภาพมากขึ้น ทางรัฐบาลก็ได้ผ่อนปรนมาตรการจ ากัดสิทธิ การนับถือศาสนาของประชาชนลงไปบ้าง จึงท าให้ชาวพุทธบางกลุ่มมีความพยายามฟื้นฟู พระพุทธศาสนาในเวียดนามขึ้นมาใหม่ แต่ก็ไม่ส าเร็จมากนัก ทั้งนี้เพราะมีพระสงฆ์นิกาย มหายานเหลือเพียงไม่กี่รูป และชาวเวียดนามรุ่นใหม่ก็นิยมไปเข้ารีตเพื่อนับถือศาสนาคริสต์ เป็นส่วนใหญ่ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศมาเลเซีย ดินแดนประเทศมาเลเซียแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งอยู่บนแหลมมลายูและอีก ส่วนหนึ่งอยู่บนเกาะบอร์เนียว นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า พระพุทธศาสนาเผยแผ่เข้าสู่ ประเทศมาเลเซีย เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ ๓ โดยระยะแรกเป็นแบบเถรวาท แต่มี ผู้นับถือไม่มากนัก จนกระทั่งเมื่อแหลมมลายูตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักร ศรีวิชัย พระพุทธศาสนานิกายมหายานจึงได้เผยแผ่เข้ามาสู่บริเวณนี้ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
การนับถือพระพุทธศาสนาในประเทศมาเลเซีย ประเทศมาเลเซียมีประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม แต่มีประชาชนจ านวนหนึ่ง เป็นชาวจีนยังนับถือพระพุทธศาสนาทั้งนิกายมหายานและนิกายเถรวาทอย่างเหนียวแน่น ปัจจุบัน มีองค์กรทางพระพุทธศาสนามากมาย เช่น สมาคมผู้สอนพระพุทธศาสนาที่วัดพระพุทธศาสนา ในกัวลาลัมเปอร์ ปัจจุบันรัฐบาลประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดราชการทั่วประเทศมาเลเซีย การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศสิงคโปร์ สิงคโปร์เป็นเกาะเล็ก ๆ อยู่ทางทิศใต้ของประเทศมาเลเซีย ในอดีตรวมกันเป็น สมาพันธรัฐมลายูเช่นเดียวกับประเทศมาเลเซีย แต่ได้แยกตัวออกมาเป็นอิสระเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ ดังนั้น การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศสิงคโปร์จึงมีลักษณะเดียวกันกับประเทศ มาเลเซีย นิกายที่ได้รับการเคารพนับถือมาก ได้แก่ นิกายมหายาน ด้วยเหตุผลที่พลเมืองส่วนใหญ่ของสิงคโปร์เป็นชาวจีน พระพุทธศาสนานิกาย มหายานจึงมีความเจริญรุ่งเรือง การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
การนับถือพระพุทธศาสนาในประเทศสิงคโปร์ ปัจจุบันนี้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสิงคโปร์มีลักษณะเป็นองค์กรต่าง ๆ เช่น ห้องสมุดพุทธศาสนา ก่อตั้งโดยท่านธรรมรัตนะ พระภิกษุชาวศรีลังกา เพื่อจัดกิจกรรมการ บรรยายและปฏิบัติธรรม พุทธสมาคมมหาปรัชญา มีพระภิกษุจากไต้หวันเป็นที่ปรึกษา กิจกรรม หลักคือการสอนพระพุทธศาสนา ทั้งในแบบอินเดียและแบบจีน กลุ่มพุทธสมาคมแห่ง มหาวิทยาลัย มีกิจกรรมสอนพระธรรม และการนั่งสมาธิภาวนา และสมาคมพุทธศาสนาแห่ง สิงคโปร์ มีวัตถุประสงค์ในการน าเสนอพระพุทธศาสนาในรูปแบบที่เหมาะสมกับความก้าวหน้า ของสังคมสมัยใหม่ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศอินโดนีเซีย พระเจ้าอโศกมหาราชทรงส่งพระโสณะและพระอุตตรเถระเดินทางมาเผยแผ่ พระพุทธศาสนาในแถบนี้ ปรากฏหลักฐานอย่างชัดเจนขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๒ เพราะ ได้เกิดอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ขึ้นอาณาจักรหนึ่งชื่อว่า “อาณาจักรศรีวิชัย” ซึ่งมีอิทธิพลครอบคลุม ตั้งแต่ภาคใต้ของประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซียทั้งหมด สันนิษฐานว่า อาณาจักรศรีวิชัยมีการนับถือพระพุทธศาสนานิกายมหายานอย่างแพร่หลาย เพราะได้ค้นพบโบราณวัตถุเป็นจ านวนมาก ที่ส าคัญ ได้แก่ พระพิมพ์ ดินดิบและรูปพระโพธิสัตว์ ซึ่งสร้างขึ้นตามคติความเชื่อของผู้นับถือพระพุทธศาสนานิกายมหายาน การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
พระพุทธศาสนาในอินโดนีเซียถึงจุดเสื่อมโทรมมากในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๙ เมื่ออาณาจักรศรีวิชัยเสื่อมโทรมลง และอาณาจักรมัชปาหิตขึ้นมามีอ านาจแทน ประกอบกับมี กษัตริย์องค์หนึ่งของอาณาจักรมัชปาหิตทรงพระนามว่า ระเด่นปาทา ทรงมีศรัทธาในศาสนา อิสลามมาก ทรงประกาศห้ามการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอาณาจักรของ พระองค์ และทรงยกย่องให้ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจ าชาติ นับตั้งแต่นั้นมาศาสนาอิสลามก็เผยแผ่ไปยังเกาะต่าง ๆ ของอินโดนีเซียอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นศาสนาที่ชาวอินโดนีเซียส่วนใหญ่นับถือไปในที่สุด ส่วนชาวอินโดนีเซียที่ยังมี ความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ยังคงมีอยู่ประปรายในเกาะชวา สุมาตรา และบาหลี การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
การนับถือพระพุทธศาสนาในประเทศอินโดนีเซีย พระพุทธศาสน านิกายมห ายานเจริญรุ่งเรืองในประเทศอินโดนีเซียร าว พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๓ เห็นได้จากพุทธสถานส าคัญ ๆ ที่เหลือเป็นหลักฐานหลายแห่ง โดยเฉพาะพระวิหารบุโรพุทโธ (บรมพุทโธ) หลังจากที่ศาสนาอิสลามได้แพร่เข้ามาและชาวชวา ได้ยอมรับนับถือเป็นศาสนาประจ าชาติแล้ว พระพุทธศาสนาก็เริ่มเสื่อมถอยลงตามล าดับ ปัจจุบันมีชาวอินโดนีเซียประมาณร้อยละ ๑ ที่ยังนับถือพระพุทธศาสนา เช่น ชาวอินโดนีเซีย บนเกาะบาหลี นับถือพระพุทธศาสนานิกายมหายานควบคู่ไปกับศาสนาพราหมณ์ และชาวจีน จ านวนหนึ่งบนเกาะชวาทุก ๆ ปีประชาชนกลุ่มนี้จะมาร่วมกันประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา ที่พระวิหารบุโรพุทโธ ซึ่งจัดเป็นเทศกาลประจ าปีที่ส าคัญงานหนึ่งของเมือง นอกจากนี้มีการ จัดตั้งพุทธสมาคมขึ้นในเมืองจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซียด้วย การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
พระวิหารบุโรพุทโธที่เกาะชวา บริเวณตอนกลางของ ประเทศอินโดนีเซีย เป็นหลักฐานที่แสดงถึง ความเจริญของพระพุทธศาสนา นิกายมหายาน การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน