การบัญชีต้นทุน 1
เรอื่ ง ความรทู้ ั่วไปเกี่ยวกับบญั ชตี ้นทนุ
แนวคดิ
บญั ชีต้นทุนใชห้ ลักการบญั ชีที่มกี ารเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ด้านต้นทนุ แล้วนำมาวเิ คราะห์เพ่ือให้เจา้ ของกจิ การ
หรอื ผบู้ ริหารใชว้ างแผนและควบคมุ ต้นทนุ การผลติ การจดั ทำบัญชีตน้ ทนุ จะเก็บและรวบรวมข้อมลู ในอดีตอยา่ ง
ต่อเนือ่ งเพ่ือนำมาคำนวณหาต้นทุนของสนิ ค้าหรือผลติ ภัณฑ์ของกจิ การ นอกจากน้ันยงั ใช้ในการประมาณมลู คา่
ของสินค้าคงเหลือทป่ี ระกอบไปด้วยวตั ถุดบิ งานระหว่างทำและสนิ ค้าสำเร็จรปู ด้วย
สาระการเรียนรู้
1.ลักษณะทว่ั ไปของบัญชีตน้ ทนุ
2. วตั ถปุ ระสงคข์ องบญั ชีตน้ ทุน
3. การจำแนกประเภทของตน้ ทุน
4. สนิ คา้ คงเหลือ
5. บันทกึ บญั ชเี ก่ียวกบั สินค้าคงเหลอื
6. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งการบัญชีการเงินและบัญชีตน้ ทนุ
7. งบการเงนิ
ผลการเรียนรทู้ ่คี าดหวงั
1.อธบิ ายลักษณะทั่วไปของบัญชีตน้ ทุนได้
2. อธบิ ายวตั ถปุ ระสงค์ของบัญชีตน้ ทนุ ได้
3. จำแนกประเภทของตน้ ทนุ ได้
4. อธบิ ายวตั ถุดิบคงเหลือได้
5. บนั ทึกบญั ชีเกยี่ วกบั สินค้าคงเหลือ
6. อธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างการบัญชีการเงนิ และบัญชีต้นทนุ ได้
7. จดั ทำงบการเงนิ ของกจิ การอุตสาหกรรมได้
ลกั ษณะท่ัวไปของบัญชตี น้ ทนุ
การบัญชีตน้ ทุนเปน็ วิธกี ารวิเคราะห์ รวมรวบข้อมูลตน้ ทนุ หรือคา่ ใช้จา่ ยตา่ งๆขององค์กรธุรกจิ เพ่ือให้
ได้มาซึ่งสนิ ค้าสำเร็จรูป เม่ือกลา่ วถงึ การบัญชีตน้ ทุน ส่วนใหญม่ ักจะนึกถึงธุรกิจประเภทกจิ การอตุ สาหกรรม
ตัวอยา่ ง กิจการอตุ สาหกรรม เชน่ โรงงานผลิตปลากระปอ๋ ง โรงงานผลติ เสือ้ ผ้า อย่างไรก็ตาม ธรุ กิจในรปู แบบอน่ื ๆ
ตา่ งกม็ ีความต้องการใช้ขอ้ มลู ทางด้านการบัญชีต้นทนุ ดว้ ยกันทัง้ สน้ิ ไมว่ า่ จะเป็นธุรกิจทีซ่ ้ือสนิ ค้ามาขายหรือท่ี
เรียกวา่ กิจการซื้อมาขายไป ท้ังนี้ข้อมูลในด้านการบัญชตี ้นทุนจะเป็นบทบาทที่สำคัญต่อการนำไปใช้ เพอ่ื การ
วางแผน การควบคมุ การประเมินผลงาน และการตัดสินใจทางด้านการตลาด
วัตถุประสงค์ของบญั ชตี ้นทนุ
เป้าหมายที่สำคัญท่ีสุดของธุรกิจทุกประเภท คือ หวังผลกำไรในจำนวนที่มากท่ีสุด ดงั นนั้ การบรหิ ารงาน
เพ่อื ใหบ้ รรลเุ ป้าหมายดงั กล่าว ผูบ้ รหิ ารจำเป็นตอ้ งได้ขอ้ มูลตน้ ทนุ ท่ถี ูกต้องและทนั เวลา เพ่ือใช้ในการตัดสินใจ การ
วางแผน การควบคมุ และการประเมินผลงาน
สรุปได้ว่า วตั ถปุ ระสงค์ของบัญชีต้นทุน คือ
1. เพอ่ื ใหท้ ราบถงึ ต้นทนุ การผลติ ตลอดจนตน้ ทุนขาย (Cost of goods sold) ประจำงวด ซงึ่ จะนำไปหัก
ออกจากรายได้ในงบกำไรขาดทุน เพือ่ ะช่วยใหผ้ ู้บริหารไดท้ ราบผลการดำเนินงานของกิจการว่ามีผลกำไรหรือ
ขาดทนุ อย่างไร
2. เพ่อื ใช้ในการตรี าคาสนิ ค้าคงเหลือ (Inventory Evaluation) ในธรุ กจิ อตุ สาหกรรม สินค้าคงเหลือทีจ่ ะ
ปรากฏในงบดลุ จะประกอบด้วย วัตถดุ ิบ งานระหว่างผลิต และสนิ ค้าสำเร็จรปู ซึง่ การแสดงมูลคา่ ของสินค้า
คงเหลอื เหล่านี้ได้อย่างถกู ต้อง หรอื ใกล้เคยี งความเปน็ จริงมากทีส่ ุดจำเป็นต้องอาศยั วธิ กี ารทางบญั ชีต้นทุนที่มี
ประสทิ ธิภาพ
3. เพอื่ ให้ข้อมลู เกย่ี วกับการตัดสินใจวางแผนและควบคุม (Planning and Control) ซึ่งจะช่วยให้
ผู้บริหารสามารถดำเนนิ ธรุ กจิ ไปอย่างมีแบบแผน และบรรลุเปา้ หมายตามความต้องการของธรุ กิจในที่สุด
นอกจากน้ีข้อมลู ทางบญั ชตี น้ ทุนยงั ช่วยให้ผ้บู ริหารได้ทราบถงึ ความผิดพลาดหรอื จดุ บกพร่องในการดำเนนิ ธุรกิจ
เพ่ือหาทางกำหนดวิธกี ารปฏบิ ัติเพ่อื แก้ไขเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้อยา่ งทันท่วงที
4. เพอ่ื ใช้เป็นเคร่ืองมอื ในการวเิ คราะหป์ ญั หาเพื่อตดั สนิ ใจ (Decision Making) ท้ังนใี้ นการดำเนนิ ธรุ กจิ
ผ้บู ริหารมกั จะต้องประสบปัญหาทจ่ี ะต้องทำการแกไ้ ขอยูต่ ลอดเวลา ไมว่ า่ จะเปน็ ปญั หาในระยะสน้ั หรือปัญหาท่ี
จะส่งผลกระทบในระยะยาวก็ตาม เช่น การตัดสินใจเกยี่ วกับการรับใบสง่ั ซ้ือพิเศษ การปิดโรงงานชวั่ คราว การเพม่ิ
– ลดรายการผลิต การตัง้ ราคาสนิ คา้ การวิเคราะหก์ ำไร การกำหนดกลยุทธใ์ นการประมูลงาน เป็นตน้
การจำแนกประเภทของตน้ ทนุ
ความหมายของต้นทุนมหี ลายชนิดซง่ึ จะแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงคข์ องการนำไปใช้ ในกระบวนการ
วางแผนและตัดสินใจ การเลือกใชต้ ้นทุนท่ีเหมาะสมกบั สถานการณถ์ ือวา่ เป็นสิง่ ทส่ี ำคัญที่สุด การนำตน้ ทนุ ไปใช้ผิด
วตั ถุประสงค์ก็อาจทำให้การตัดสนิ ใจผิดพลาดได้ ตน้ ทุนสามารถจำแนกได้ในลกั ษณะต่าง ๆ ดังน้ี
1. การจำแนกตน้ ทนุ ตามลกั ษณะสว่ นประกอบของผลติ ภัณฑ์ ส่วนประกอบของตน้ ทุนที่ใช้ในการผลิต
สนิ คา้ หรอื ผลติ ภัณฑ์แต่ละชนิด (Cost of a Manufactured Product) จะประกอบด้วยวัตถดุ ิบทางตรง
คา่ แรงงานทางตรง และค่าใชจ้ ่ายการผลิต ซึ่งถ้าพจิ ารณาในด้านทรัพยากรทเี่ ปน็ สว่ นประกอบของสินค้าแลว้
ประกอบด้วย
วตั ถุดบิ (Materials) วัตถุดิบนบั ว่าเปน็ ส่วนประกอบสำคัญของการผลิตสินคา้ หรือผลิตภัณฑส์ ำเรจ็ รปู
โดยทัว่ ไป ซงึ่ ตน้ ทุนที่เกีย่ วกับการใชว้ ตั ถดุ บิ ในการผลิตสินค้าอาจจะถูกแบง่ ออกเปน็ 2 ลกั ษณะ คือ
1. วัตถุดบิ ทางตรง (Direct materials) หมายถงึ วตั ถุดิบหลักที่ใชใ้ นการผลติ และสามารถ
ระบไุ ด้อยา่ งชดั เจนวา่ ใชใ้ นการผลติ สนิ ค้าชนิดใดชนิดหนึง่ ในปริมาณและตน้ ทนุ เท่าใด รวมท้ังจดั เปน็ วัตถดุ ิบสว่ น
ใหญ่ทใ่ี ช้ในการผลิตสนิ ค้าชนดิ นั้น ๆ เช่น ไม้แปรรูปจดั เปน็ วตั ถุดบิ ทางตรงของการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ผ้าทใ่ี ช้ใน
อุตสาหกรรมเส้ือผ้า ยางดบิ ที่ใชใ้ นการผลติ ยางรถยนต์ แร่เหล็กทีใ่ ช้ในอุตสาหกรรมถลงุ เหล็ก กระดาษที่ใชใ้ นธุรกิจ
ส่งิ พมิ พ์ เป็นต้น
2. วตั ถดุ ิบทางอ้อม (Indirect materials) หมายถงึ วตั ถุดบิ ต่าง ๆ ทเี่ กย่ี วข้องโดยทางออ้ มกบั
การผลติ สินค้า แตไ่ ม่ใช่วัตถุดิบหลกั หรอื วัตถุดิบสว่ นใหญ่ เช่น ตะปู กาว กระดาษทรายทใ่ี ชเ้ ป็นสว่ นประกอบของ
การทำเคร่ืองหนังหรือเฟอรน์ ิเจอร์ นำมนั หลอ่ ลื่นเคร่ืองจักร เสน้ ดา้ ยที่ใชใ้ นการตดั เย็บเสื้อผ้า เป็นต้น โดยปกตแิ ล้ว
วัตถุดิบทางอ้อมอาจจะถูกเรยี กว่า “วัสดโุ รงงาน” ซงึ่ จะถือเปน็ ค่าใช้จ่ายการผลติ ชนิดหน่ึง
ค่าแรงงาน (Labor) หมายถึง คา่ จา้ งหรอื ผลตอบแทนทีจ่ ่ายให้แก่ลูกจ้างหรือคนงานท่ีทำหนา้ ที่เกย่ี วข้อง
กบั การผลิตสนิ คา้ โดยปกติแลว้ คา่ แรงงานจะถกู แบง่ ออกเปน็ 2 ชนิด คือ ค่าแรงงานทางตรง (Direct labor) และ
ค่าแรงงานทางอ้อม (Indirect labor)
1. คา่ แรงงานทางตรง (Direct labor) หมายถงึ ค่าแรงงานต่าง ๆ ที่จา่ ยให้แก่คนงานหรอื
ลูกจา้ งท่ีทำหนา้ ทเ่ี กีย่ วกับการผลติ สินคา้ สำเร็จรูปโดยตรง รวมทัง้ เปน็ คา่ แรงงานที่มจี ำนวนมากเม่ือเทียบกับ
ค่าแรงงานทางออ้ มในการผลิตสินค้าหนว่ ยหนึ่ง ๆ และจดั เปน็ ค่าแรงงานสว่ นสำคัญในการแปรรูปวัตถดุ บิ ใหเ้ ปน็
สินคา้ สำเร็จรูป เชน่ คนงานท่ีทำงานเกี่ยวกับการควบคมุ เครอื่ งจกั รที่ใช้ในการผลิตก็ควรถอื เปน็ แรงงานทางตรง
พนกั งานในสายการประกอบ เปน็ ตน้
2. ค่าแรงงานทางอ้อม (Indirect labor) หมายถึง ค่าแรงงานท่ไี มเ่ กยี่ วข้องกบั ค่าแรงงาน
ทางตรงท่ีใช้ในการผลติ สินค้า เชน่ เงินเดือนผคู้ วบคมุ โรงงาน เงินเดือนพนักงานทำความสะอาดเครอื่ งจักร และ
โรงงาน พนกั งานตรวจสอบคุณภาพ ชา่ งซอ่ มบำรุง ตลอดจนต้นทนุ ที่เก่ยี วข้องกบั คนงาน เชน่ คา่ ภาษีทอี่ อกให้
ลกู จ้าง สวสั ดิการต่าง ๆ เป็นตน้ ซึง่ ค่าแรงงานทางอ้อมเหล่าน้จี ะถือเปน็ ส่วนหนึ่งของคา่ ใชจ้ า่ ยการผลิต
ค่าใชจ้ า่ ยการผลิตหรอื โสหุ้ย (Manufacturing Overhead) หมายถึง แหล่งรวบรวมคา่ ใช้จ่ายตา่ ง ๆ
ที่เกย่ี วข้องกับการผลติ สนิ คา้ ซ่ึงนอกเหนือจากวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง เชน่ วัตถุดบิ ทางอ้อม ค่าแรงงาน
ทางอ้อม ค่าใช้จ่ายในการผลิตทางอ้อมอื่น ๆ ได้แก่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า คา่ เส่ือมราคา ค่าประกนั ภยั คา่ ภาษี เปน็
ต้น แตอ่ ยา่ งไรก็ตามค่าใชจ้ ่ายเหล่าน้กี จ็ ะต้องเปน็ ค่าใช้จ่ายทีเ่ ก่ยี วกับการดำเนนิ การผลติ ในโรงงานเทา่ นน้ั ไม่
รวมถึงเงินเดือน ค่าเช่า คา่ ไฟฟ้า ค่าเสื่อมราคา ทเี่ กดิ ข้นึ จากการดำเนินงานในสำนักงาน ดงั นัน้ คา่ ใช้จา่ ยการผลติ
จึงถือเปน็ ที่รวมของคา่ ใช้จ่ายในการผลติ ทางอ้อมต่าง ๆ (Cost pool of indirect manufacturing costs)
นอกจากนี้ ยังจะพบว่าในบางกรณีก็มกี ารเรยี กค่าใช้จ่ายการผลติ ในชอื่ อื่น ๆ เช่น คา่ ใชจ้ า่ ยโรงงาน (Factory
Overhead) โสหุ้ยการผลติ (Manufacturing Burden) ต้นทนุ ผลติ ทางอ้อม (Indirect Costs) เปน็ ต้น
สว่ นประกอบต่างๆ พอสรุปได้ ดงั ภาพ
วตั ถดุ ิบทางตรง คา่ แรงทางตรง ค่าใชจ้ า่ ยการผลิต
ตน้ ทนุ การผลิต
ตน้ ทนุ ขน้ั ตน้ ตน้ ทนุ แปรสภาพ
ตน้ ทนุ การผลติ
แสดงสว่ นประกอบของต้นทุนการลิต
2. การจำแนกต้นทุนตามความสำคัญและลกั ษณะของต้นทุนการผลติ การจำแนกตน้ ทุนตาม
ความสำคญั และลกั ษณะของต้นทนุ การผลติ น้นั จะมลี ักษณะที่คลา้ ยคลงึ กบั การจำแนกต้นทนุ ตามส่วนประกอบ
ของการผลติ ซ่งึ วตั ถุประสงค์ของการจำแนกต้นทุนในลักษณะนี้ กเ็ พ่ือใชใ้ นการวางแผนและควบคุมมากกวา่ ทีจ่ ะ
จำแนกเพ่ือการคำนวณตน้ ทนุ ของสนิ ค้าหรอื บริการ การจำแนกตน้ ทนุ ตามความสำคัญและลักษณะของต้นทุนการ
ผลติ เราสามารถจำแนกได้ 2 ลักษณะคือ
1 ตน้ ทุนข้ันตน้ (Prime Costs) หมายถงึ ต้นทุนรวมระหว่างวัตถุดิบทางตรงและค่าแรงงานทางตรง ซ่ึง
ตามปกติเราจะถือว่า ต้นทุนข้ันตน้ จะมีความสมั พนั ธโ์ ดยตรงกับการผลติ รวมทงั้ เปน็ ต้นทุนที่มีจำนวนมากเม่ือ
เทียบกบั ต้นทุนการผลติ ทง้ั หมด แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามในยุคปัจจุบนั การผลิตในธุรกจิ บางแหง่ มกี ารใช้เคร่ืองจักรมากขึน้
ทำใหต้ น้ ทนุ คา่ แรงงานทางตรงลดลง ในลกั ษณะเช่นนต้ี ้นทุนขน้ั ต้นกจ็ ะมคี วามสำคัญลดลงเม่อื เทียบกับตน้ ทนุ แปร
สภาพ
2 ต้นทุนแปรสภาพ (Conversion costs) หมายถงึ ต้นทนุ ที่เกี่ยวกับแปรสภาพและเปลี่ยนรปู แบบจาก
วตั ถุดิบทางตรงให้กลายเปน็ สินคา้ สำเร็จรปู ต้นทุนแปรสภาพจะประกอบดว้ ย คา่ แรงงานทางตรง และค่าใชจ้ ่าย
การผลติ จากทีก่ ล่าวแล้วก็คือ เม่ือกจิ การมีการลงทุนในเครือ่ งจักรมากขึ้น คา่ เส่อื มราคา คา่ ซอ่ มบำรงุ ซ่ึงจดั เป็น
คา่ ใช้จ่ายการผลติ กจ็ ะมจี ำนวนมากขน้ึ ตามไปด้วย ดงั น้นั ในปัจจุบนั นี้ สำหรบั ธุรกิจที่มีการใช้เทคโนโลยีชนั้ สงู กจ็ ะ
ให้ความสำคญั กับตน้ ทนุ แปรสภาพมากกวา่ ตน้ ทุนข้ันตน้
3. การจำแนกต้นทนุ ตามความสัมพนั ธก์ บั ระดบั ของกจิ กรรม การจำแนกตน้ ทุนความสมั พนั ธก์ ับระดบั
ของกจิ กรรมน้ี บางคร้ังเราก็เรียกว่า “การจำแนกตน้ ทนุ ตามพฤติกรรมของต้นทุน (Cost Behavior) ซึ่งมีลักษณะที่
สำคัญ คอื เป็นการวิเคราะห์จำนวนของตน้ ทุนทจี่ ะมีการเปล่ยี นแปลงไปตามปริมาณการผลติ หรือระดบั ของ
กจิ กรรมทเ่ี ปน็ ตวั ผลกั ดันใหเ้ กิดตน้ ทนุ (Cost Driver) ในการผลติ ทงั้ ท่เี กยี่ วกับการวางแผน การควบคุม การ
ประเมิน และวัดผลการดำเนินงาน การจำแนกตน้ ทนุ ตามความสมั พนั ธก์ ับระดบั ของกจิ กรรม เราสามารถท่จี ะ
จำแนกต้นทุนได้ 3 ชนิด คอื ตน้ ทุนผนั แปร ต้นทุนคงที่ ต้นทุนผสม อยา่ งไรกต็ ามแนวคดิ ในการจำแนกต้นทนุ ใน 3
ชนดิ นี้ เปน็ การจำแนกตน้ ทุนที่อยูใ่ นช่วงของตน้ ทนุ ทม่ี ีความหมายต่อการตัดสินใจ (Relevant range) นั่นก็คือ
เปน็ ช่วงท่ีต้นทนุ คงที่รวม และตน้ ทนุ ผนั แปรต่อหน่วย ยังมีลักษณะคงท่ีหรอื ไมเ่ ปล่ียนแปลง
1 ต้นทุนผนั แปร (Variable Costs) หมายถึง ตน้ ทุนทจ่ี ะมตี น้ ทุนรวมเปลย่ี นแปลงไปตามสดั สว่ นของ
การเปล่ยี นแปลงในระดับกิจกรรมหรอื ปริมาณการผลิต ในขณะท่ีต้นทนุ ต่อหนว่ ยจะคงที่เทา่ กนั ทุก ๆ หนว่ ย
โดยทวั่ ไปแลว้ ต้นทุนผันแปรนี้จะสามารถควบคมุ ได้โดยแผนกหรือหนว่ ยงานท่ีทำใหเ้ กิดต้นทนุ ผนั แปรน้ัน
2. ต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) หมายถึง ต้นทนุ ทมี่ ีพฤติกรรมคงที่ หมายถึง ตน้ ทนุ รวมท่มี ิได้
เปลยี่ นแปลงไปตามระดบั ของการผลติ ในชว่ งของการผลิตระดบั หนง่ึ แต่ตน้ ทุนคงท่ีตอ่ หนว่ ยกจ็ ะเปลีย่ นแปลง
ในทางลดลงถ้าปรมิ าณการผลิตเพิ่มมากข้นึ นอกจากนีต้ น้ ทุนคงทยี่ งั แบ่งออกเป็นตน้ ทุนคงที่อีก 2 ลกั ษณะ คือ
ตน้ ทนุ คงทร่ี ะยะยาว (Committed Fixed Cost) เปน็ ต้นทนุ คงที่ที่ไม่สามารถเปลยี่ นแปลงได้ในระยะสั้น เช่น
สญั ญาเชา่ ระยะยาว คา่ เสอื่ มราคา เปน็ ต้น และตน้ ทุนคงท่ีระยะสัน้ (Discretionary Fixed Cost) จดั เป็นตน้ ทนุ
คงท่ที ่เี กิดขน้ึ เป็นครั้งคราวจากการประชมุ หรือตดั สินใจของผ้บู ริหาร เช่น ค่าโฆษณา คา่ ใช้จา่ ยในการค้นคว้าและ
วิจัย เป็นต้น สำหรบั ในเชิงการบรหิ ารแลว้ ต้นทุนคงทส่ี ว่ นใหญม่ กั จะควบคมุ ได้ดว้ ยผบู้ ริหารระดบั สูงเทา่ นัน้
3. ตน้ ทนุ ผสม (Mixed Costs) หมายถงึ ตน้ ทุนท่มี ีลกั ษณะของต้นทุนคงทแี่ ละตน้ ทนุ ผนั แปรรวมอยู่
ดว้ ยกนั ในช่วงของการดำเนนิ กจิ กรรมท่ีมคี วามหมายตอ่ การตดั สินใจ โดยต้นทุนผสมน้ีจะแบง่ ออกเป็น 2 ชนิด คือ
ตน้ ทนุ ก่ึงผันแปร และต้นทุนกึ่งคงที่หรือตน้ ทนุ เชงิ ขน้ั
ตน้ ทุนก่งึ ผันแปร (Semi variable cost) หมายถึง ตน้ ทุนท่ีจะมตี ้นทนุ ส่วนหนึง่ คงที่ทุกระดบั
ของกิจกรรม และมตี ้นทนุ อีกสว่ นหนง่ึ จะผันแปรไปตามระดบั ของกิจกรรม เชน่ คา่ โทรศัพท์ ค่าโทรสาร เปน็ ต้น
อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งก็เป็นการยากท่จี ะระบไุ ด้ว่าตน้ ทุนส่วนใดเป็นตน้ ทุนผนั แปร ดังนน้ั จึงจำเป็นตอ้ งใช้เทคนิค
ในการประมาณต้นทุนเขา้ มาชว่ ยในการวิเคราะห์ ซึง่ เทคนิคในการประมาณตน้ ทนุ จะได้ศกึ ษาต่อไปในส่วนของการ
บญั ชตี น้ ทุนท่เี กีย่ วกับการใชข้ ้อมลู เพื่อการตดั สนิ ใจ
ต้นทนุ เชิงขั้น (Step cost) หรอื ต้นทุนกง่ึ คงที่ (Semi fixed cost) หมายถงึ ตน้ ทนุ ท่ีจะมี
จำนวนคงท่ี ณ ระดบั กจิ กรรมหนึ่งและจะเปลยี่ นไปคงท่ใี นอีกระดบั กจิ กรรมหนง่ึ เช่น เงนิ เดือน ผ้คู วบคุมคนงาน
คา่ เชา่ บางลกั ษณะ เปน็ ตน้
4.การจำแนกตน้ ทนุ ตามหนา้ ท่งี านในสายการผลติ การดำเนนิ งานของธุรกิจอุตสาหกรรมต่าง ๆ มักจะ
ประกอบไปด้วยแผนกตา่ ง ๆ จำนวนมากในสายการผลติ สินค้า และแต่ละแผนกกท็ ำหนา้ ทีง่ านท่ีไดร้ บั มอบหมาย
สำหรับกจิ การทท่ี ำการผลติ สินค้าเราสามารถทจ่ี ะจำแนกแผนกตา่ ง ๆ ออกเปน็ 2 ลักษณะใหญ่ ๆ คือ
1. ตน้ ทุนแผนกผลิต (Cost of production departments) หมายถงึ ต้นทุนตา่ ง ๆ ทีเ่ ก่ยี วกบั การ
ทำงานของเครื่องจักร คนงาน และคา่ ใชจ้ ่ายอน่ื ๆ ท่เี กิดข้ึนในแผนกผลิตสินค้าของกจิ การ เชน่ แผนกตัด แผนก
เช่ือม แผนกประกอบ แผนกบรรจุ เป็นตน้
2. ต้นทุนแผนกบรกิ าร (Cost of service departments) หมายถึง ต้นทุนต่าง ๆ ท่ไี ม่เก่ยี วข้องกับ
การผลติ โดยตรงโดยแผนกตา่ ง ๆ เหลา่ นี้จะทำหน้าที่ในดา้ นการบริการให้แก่แผนกอืน่ ๆ เชน่ แผนกเงินเดือนและ
ค่าจา้ ง แผนกบุคคล แผนกซ่อมบำรุง แผนกธุรการโรงงาน เปน็ ตน้ โดยปกตแิ ลว้ ต้นทนุ ในแผนกบรกิ ารส่วนที่
เก่ยี วกบั การผลติ กจ็ ะถูกจัดสรรเขา้ แผนกผลิตตา่ ง ๆ เพือ่ ทำการคำนวณหาต้นทุนผลิตที่เหมาะสม อยา่ งไรกต็ าม
การจัดสรรต้นทนุ จากแผนกบรกิ ารให้แก่แผนกผลิตก็จะตอ้ งคำนงึ ถึงการท่ีแผนกผลติ ได้ใชป้ ระโยชน์จากแผนก
บริการน้ัน ๆ
5. การจำแนกต้นทุนตามหนา้ ทีง่ านในกจิ การ การจำแนกต้นทนุ ตามหนา้ ทีง่ าน เป็นการพจิ ารณาต้นทนุ
ที่เกดิ ขนึ้ จากการดำเนินงานหรอื ปฏบิ ตั งิ านของหนา้ ท่ีงานต่าง ๆ โดยปกติแลว้ จะสามารถแบง่ หนา้ ที่งานในกจิ การ
ตา่ ง ๆ ออกเปน็ 4 หนา้ ที่งาน คอื การผลิต การตลาด การบริหาร การเงิน ดงั น้นั ตน้ ทนุ ทีจ่ ะเกิดข้นึ ในหน้าที่งาน
ต่าง ๆ ก็คือ
1. ต้นทนุ ที่เก่ียวกบั การผลติ (Manufacturing costs) ได้แก่ต้นทุนทม่ี คี วามสัมพนั ธก์ ับการผลิต คอื
วัตถุดิบทางตรง คา่ แรงงานทางตรง และคา่ ใชจ้ ่ายการผลติ
2. ตน้ ทุนทเ่ี กีย่ วกบั การตลาด (Marketing costs) หมายถงึ ต้นทนุ ตา่ ง ๆ ท่เี กีย่ วกับการส่งเสรมิ การ
จำหน่ายสินค้า หรอื บรกิ าร ค่าโฆษณา ค่านายหน้าพนักงานขาย
3. ตน้ ทนุ ท่เี กย่ี วกบั การบริหาร (Administrative costs) ไดแ้ ก่ ต้นทนุ ท่เี กดิ ขน้ึ ในลักษณะทเี่ กย่ี วกบั
การส่งั การ การควบคมุ และการดำเนินงานของกจิ การ นอกจากนย้ี งั รวมถงึ เงินเดอื นของผบู้ ริหารและพนักงานใน
แผนกต่าง ๆ ท่ีไมเ่ ก่ียวกับแผนกผลิต และแผนกขาย
.4. ต้นทนุ ทางการเงนิ (Financial costs) หมายถึง ตน้ ทุนท่เี กดิ ขึ้นอนั เน่ืองมากจากการจดั หาเงินทุน
หรอื การบริหารเงนิ ทุนของกจิ การ เช่น คา่ ดอกเบ้ีย คา่ ธรรมเนยี มต่าง ๆ เป็นต้น
6.การจำแนกตน้ ทนุ ตามลกั ษณะของความรบั ผิดชอบ
1. ต้นทนุ ทค่ี วบคุมได้ (Controllable cost) หมายถึง ต้นทนุ หรือ คา่ ใชจ้ า่ ยที่สามารถระบุหรือกำหนด
ไดว้ า่ หน่วยงานใดหรอื บุคคลใดบุคคลหนง่ึ เปน็ ผู้รับผดิ ชอบโดยตรง กล่าวอีกนยั หน่ึงก็คือ มีอำนาจ หนา้ ที่ หรอื มี
ความสามารถท่จี ะทำใหต้ ้นทุนจำนวนนนั้ เพ่มิ ขนึ้ หรอื ลดลงจากการตัดสินใจของตน ซ่ึงถา้ จะพจิ ารณาให้มากข้นึ ก็
พอที่จะสรุปได้ว่า ตน้ ทนุ ทีค่ วบคมุ ได้ในหน่วยงานหรือผบู้ ริหารคนใดคนหน่งึ ก็อาจจะเป็นต้นทุนที่ควบคุมไมไ่ ด้ใน
อีกหน่วยงานหรือผ้บู รหิ ารอีกคนหนงึ่ ก็ได้
2. ต้นทุนทค่ี วบคุมไม่ได้ (Uncontrollable Cost) หมายถงึ ตน้ ทนุ หรอื คา่ ใช้จ่ายที่ไมอ่ ยภู่ ายใต้
อำนาจหน้าท่ี ท่หี นว่ ยงานหรือผบู้ ริหารในระดบั นั้น ๆ จะควบคมุ ไว้ได้ นนั่ คอื ไม่สามารถท่จี ะกำหนดตน้ ทุนประเภท
นี้ให้เพม่ิ ข้นึ หรือลดลงได้ โดยปกตติ น้ ทนุ ที่ควบคุมไม่ได้ของผ้บู ริหารระดบั ลา่ งก็มกั จะเกดิ จากการตดั สนิ ใจของ
ผู้บริหารระดบั สูง
7. การจำแนกตน้ ทุนตามลักษณะของการวเิ คราะหป์ ัญหาเพ่ือตัดสนิ ใจ ในการดำเนินธรุ กจิ ผูบ้ รหิ าร
มกั จะต้องประสบปัญหาต่าง ๆ มากมายและท่ีสำคญั ก็คือ ผบู้ รหิ ารจะต้องพยายามทำการตัดสนิ ใจแก้ไขปัญหา
หรือเลือกทางเลือกที่ดที ส่ี ดุ ข้อมลู ทางด้านตน้ ทุนทเ่ี ขา้ มามีบทบาทในการตดั สินใจจงึ มักจะถกู จำแนกเปน็
1. ต้นทุนจม (Sunk Cost) หมายถึง ต้นทุนทีห่ ลีกเลย่ี งไม่ได้ (Unavoidable Cost) หรือไมส่ ามารถทจี่ ะ
ทำการเปลีย่ นแปลงได้ไมว่ ่าผู้บริหารจะทำการตดั สินใจอย่างไร ดงั นน้ั ตน้ ทนุ จมจึงเปน็ ต้นทุนที่เกดิ ข้ึนจากการ
ตัดสนิ ใจในอดตี ซ่ึงจะไมม่ ผี ลกระทบต่อการตดั สนิ ใจในปัจจุบนั เช่น คา่ เชา่ ทีเ่ ปน็ สญั ญาเชา่ ระยะยาว คา่ เสื่อม
ราคาสินทรพั ย์ประจำ เป็นตน้ ถงึ แมว้ า่ ต้นทุนจมจะไม่มผี ลต่อการตดั สินใจในปัจจบุ นั แต่ผู้บรหิ ารก็ควรที่จะทำการ
ตัดสนิ ใจเลือกทางเลอื กทสี่ ามารถใช้ประโยชนจ์ ากต้นทนุ จมให้ได้มากท่ีสุดเท่าทจ่ี ะเป็นไปได้
2. ตน้ ทนุ ทหี่ ลกี เล่ียงได้ (Avoidable Cost) หมายถึง ต้นทุนทส่ี ามารถประหยดั ได้จากการตดั สนิ ใจ
เลือกทางใดทางหน่ึง ต้นทุนท่ีหลกี เลีย่ งไดม้ ักจะมีบทบาทที่สำคัญตอ่ การตัดสนิ ใจของผ้บู รหิ ารเสมอ
3. ตน้ ทนุ เสยี โอกาส (Opportunity Cost) คือ ผลประโยชน์หรือผลตอบแทนท่กี ิจการจะได้รบั จากการ
ตัดสินใจเลือกทางเลือกหนง่ึ แตก่ บั ตอ้ งสูญเสยี ไป จากการที่เลอื กตดั สนิ ใจในอีกทางเลือกหนึ่ง เช่น ถา้ กิจการมเี งนิ
จำนวนหนง่ึ และสามารถนำไปฝากธนาคารได้ดอกเบย้ี ปลี ะ 20,000 บาท แต่ถา้ กจิ การต้องการนำเงนิ ที่มอี ยู่นั้นไป
ลงทุนทำธุรกจิ การทก่ี จิ การเลือกลงทนุ ทำธรุ กิจทำใหส้ ญู เสียดอกเบยี้ ทจ่ี ะไดร้ ับ 20,000 บาท ถอื ว่าถ้ากิจการเลอื ก
ทำธรุ กิจกจ็ ะมีตน้ ทนุ เสียโอกาสเกดิ ขึน้ 20,000 บาท โดยปกติต้นทนุ เสียโอกาสจะไม่มีการบนั ทกึ ลงบัญชีของ
กจิ การเพราะมไิ ด้เป็นต้นทุนท่ีเกิดขึน้ จรงิ แตเ่ ป็นต้นทุนท่ีถูกสมมตเิ พ่ือการตดั สินใจ
4. ตน้ ทุนส่วนท่ีแตกตา่ ง (Differential Cost) หมายถึง ต้นทุนที่เกิดการเปล่ยี นแปลงไปจากการ
ตัดสนิ ใจเลอื กกระทำอยา่ งใดอย่างหนงึ่ ซ่ึงอาจจะเปลีย่ นแปลงในทางเพ่ิมข้นึ หรือลดลงก็ได้ (Incremental Cost
or Decremental Cost) โดยปกติต้นทุนประเภทน้ีจะเกดิ ก็ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงวิธกี ารปฏิบัตแิ บบเดิม มาเป็น
วิธกี ารปฏิบัตแิ บบใหม่ เชน่ ถ้าผู้บรหิ ารกำลังทำการตัดสินใจว่าควรท่จี ะซื้อเคร่ืองจักรร่นุ ใหม่ เขา้ มาทำการผลิต
แทนเครื่องจกั รเกา่ ที่มอี ยู่หรือไม่ ทง้ั นเี้ ครือ่ งจักรใหม่อาจจะตอ้ งลงทนุ สูง แต่กส็ ามารถทีจ่ ะประหยดั ตน้ ทนุ ผนั แปร
ตอ่ หน่วยลงไปได้ ซ่ึงผบู้ รหิ ารจะต้องทำการตัดสนิ ใจโดยพิจารณาจากตน้ ทุนส่วนทีแ่ ตกต่างรวมสุทธิ (Net Total
Differential Cost)
5. ตน้ ทนุ เพ่ิมต่อหนว่ ย (Marginal Cost) หมายถึง ต้นทุนท่จี ะเพิ่มขึ้นจากการผลิตเพิ่มขนึ้ หนึ่งหน่วย
ซง่ึ มลี ักษณะคล้ายคลงึ กับต้นทนุ สว่ นเพ่ิม (Incremental Cost) แตต่ น้ ทุนส่วนเพ่ิมต่อหน่วยเปน็ การพิจารณาส่วนท่ี
เพิ่มจากการเพมิ่ ของการผลิตเพียง 1 หนว่ ย ตามที่กล่าวแล้ว ชว่ ยผ้บู ริหารเพ่ือการตัดสนิ ใจไดเ้ ชน่ กัน
สนิ ค้าคงเหลอื
สินคา้ คงเหลือของกิจการอตุ สาหกรรมแบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท
1. วัตถดุ บิ (Raw materials) หมายถึง สิง่ ของทน่ี ำมาแปรสภาพใหเ้ ปน็ สินคา้ สำเรจ็ รูปและคงเหลืออยู่
ในมือเพอื่ รอท่ีจะเข้าไปในกระบวนการผลติ วตั ถุดิบคงเหลือสามารถแบ่งออกได้เป็น
วัตถุดบิ ทางตรง (Direct Materials) หมายถึง สง่ิ ทน่ี ำมาใชเ้ ปน็ ส่วนประกอบสำคัญโดยตรงใน
การผลิตสินคา้ วตั ถดุ บิ หลกั ท่ีใช้ในการผลติ และสามารถระบุได้อยา่ งชดั เจนวา่ ใช้ในการผลิตสนิ คา้ ชนดิ ใดชนดิ หนึง่
ในปริมาณและตน้ ทนุ เท่าใด รวมท้งั จัดเปน็ วัตถดุ ิบสว่ นใหญ่ทใี่ ชใ้ นการผลติ สินคา้ ชนิดน้นั ๆ
วัตถดุ บิ ทางอ้อม (Indirect Materials) หมายถงึ วัตถดุ ิบท่ีนำมาใช้ในการผลติ สินคา้ แตใ่ ชเ้ ป็น
จำนวนน้อย และไม่สามารถคำนวณต้นทนุ เข้าไปในตัวสินค้าได้โดยงา่ ย เช่น กาว นำ้ มันหลอ่ ลื่น ด้าย เปน็ ต้น
2.งานระหว่างทำหรือสินค้าระหวา่ งผลิต (Work in Process) หมายถงึ วตั ถุดิบที่อย่ใู นระหวา่ ง
กระบวนการผลิตซึง่ ยังผา่ นกระบวนการผลติ ไม่ครบถว้ น ซึ่งงานทอ่ี ยรู่ ะหว่างการผลิต ยังไมถ่ อื เปน็ สินค้าสำเร็จรูป
แต่จะถือเปน็ สินค้าคงเหลอื ปลายงวดของกิจการ
3.สนิ ค้าสำเรจ็ รปู (Finished goods) หมายถงึ วัตถุดบิ ท่ีไดผ้ า่ นกระบวนการผลิตครบถ้วนและอยูใ่ น
สภาพท่พี ร้อมขายได้ ณ วนั ส้ินงวดบัญชี จะเปน็ สินคา้ คงเหลอื ปลายงวด
วิธกี ารบนั ทกึ วัตถดุ ิบคงเหลือ
ในกิจการโดยทั่วไปจะมีวิธบี ันทึกสินค้าคงเหลือหรือวัตถดุ บิ คงเหลือ ได้ 2 วิธี
1. การบนั ทึกบญั ชีวตั ถุดิบคงเหลือแบบต่อเนือ่ ง (Perpetual Inventory System)
2. การบันทกึ บัญชีวตั ถุดิบคงเหลือเมื่อส้ินงวด (Periodic Inventory System)
1. วิธีบนั ทกึ วตั ถุดบิ คงเหลอื แบบตอ่ เนือ่ ง วิธีน้จี ะมีบญั ชี "วัตถุดิบ" ไว้เพ่ือบันทึกความเคลอ่ื นไหวของ
วัตถุดบิ ทุกประเภททีเ่ กิดขึน้ ตลอดการดำเนินงาน โดยใชบ้ นั ทึกมลู ค่าของวตั ถุดบิ ทั้งวตั ถดุ ิบทางตรงและทางอ้อมไม่
วา่ จะเปน็ การซ้ือ ขาย สง่ คนื และรบั คืน ดงั นน้ั จึงทำใหท้ ราบยอดคงเหลือของวัตถดุ ิบไดต้ ลอดเวลา
2. วิธบี ันทกึ วัตถดุ ิบคงเหลือแบบสิ้นงวด วธิ นี ี้จะไมม่ ีการบนั ทึกบญั ชี "วตั ถุดบิ " ในระหวา่ งงวด ไมแ่ สดง
การเคลือ่ นไหวของวตั ถุดิบ วัตถุดิบคงเหลือหรือวสั ดโุ รงงานคงเหลอื ณ วันสิ้นงวด จะใช้วิธีการตรวจนับและตีราคา
พรอ้ มกบั บนั ทึกบญั ชไี ว้ การคำนวณต้นทุนวตั ถดุ ิบเบิกใช้ จะกระทำไดก้ ต็ ่อเม่ือทราบยอดวตั ถุดบิ ปลายงวดทต่ี ีราคา
แล้ว
การบนั ทึกวตั ถุดิบคงเหลือแบบตอ่ เนอื่ ง การบนั ทึกวตั ถุดิบคงเหลอื แบบสนิ้ งวด
วตั ถุดิบคงเหลอื ต้นงวด
ตน้ ทุนวตั ถดุ ิบเบิกใช้ ซอ้ื วตั ถดุ ิบระหว่างงวด 16,000
วตั ถดุ บิ ที่มีไวเ้ พื่อใช้ 24,000
(ได้จากการบันทึกประจำวัน) 30,000 หัก วัตถุดิบคงเหลือปลายงวด 40,000
ต้นทุนเบกิ 10,000
30,000
แสดงการเปรียบเทียบการคำนวณต้นทุนวัตถดุ บิ เบิกใช้วธิ ี Perpetual กับวิธี Periodic
ความสมั พันธร์ ะหว่างการบญั ชีการเงนิ และบัญชีต้นทนุ
การบัญชีการเงิน (Financial Accounting)
เป็นกระบวนการจัดทำบญั ชี จากการดำเนนิ ของกิจการตามมาตรฐานการบัญชีเพื่อจดั ทำงบการเงินแสดง
ถึงผลการดำเนนิ งานและฐานะการเงนิ ของกิจการ งบการเงินเปน็ ประโยชนม์ ากสำหรับบุคคลภายในหรือ
บคุ คลภายนอกสำหรบั นกั ลงทุนใชเ้ ป็นแนวทางในการตดั สินใจลงทนุ ผ้ขู ายใชเ้ ปน็ ข้อมลู ในการขายเชื่อ เปน็ ตน้
การบญั ชตี ้นทุน (Cost accounting)
เป็นวิธกี ารทางบญั ชที ี่ทำหน้าทรี่ วบรวมและประเมนิ คา่ ขอ้ มูลทางด้านต้นทุน ประเภทอุตสาหกรรม โดยมี
วตั ถุประสงค์พน้ื ฐานในการจัดทำรายงานทางการเงนิ ตลอดจนวเิ คราะห์ และจำแนกข้อมูลเพ่ือใช้ในการบรหิ าร
ตน้ ทุน ตามความตอ้ งการของผู้บรหิ าร นัน่ ก็หมายความวา่ การบญั ชกี ารเงินและการบญั ชีต้นทนุ มคี วามสัมพนั ธ์กัน
ในลักษณ์ท่กี ารบัญชีต้นทุนจะรวบรวมและคำนวณตน้ ทนุ ทเ่ี กิดข้นึ และนำไปใชใ้ นรปู ของการบัญชีการเงินสว่ นหน่งึ
อีกส่วนนำไปใชส้ ำหรบั ฝ่ายบรหิ ารนัน่ คอื เพื่อเปน็ ข้อมลู ในการวางแผน ควบคุมการตดั สนิ ใจทางการตลาด
การบัญชกี ารเงินและการบัญชตี น้ ทุนสามารถสรปุ ข้อแตกต่างได้ดังนี้
รายการ การบญั ชตี ้นทุน การบญั ชกี ารเงิน
ผใู้ ช้ข้อมูลคือใคร ผ้ใู ชง้ บหรอื รายการภายในกจิ การ ผใู้ ชง้ บการเงินภายนอกกิจการ
หลกั การจดั ทำ อาจไม่เปน็ ไปตามหลกั การบัญชีท่ยี อมรบั ตอ้ งทำตามหลกั การบญั ชีที่ยอมรบั
โดยท่ัวไป โดยท่ัวไป
งวดเวลาทจี่ ดั ทำ ตามงวดเวลาทผ่ี ้บู ริหารภายในกิจการ เมอื่ ส้ินงวดบญั ชี 1 ปี
ต้องการ (รายวนั ,รายสปั ดาห์,รายเดอื นหรอื
รายปี)
หนว่ ยที่ใชว้ ัดคา่ หนว่ ยที่ผลิต,จำนวนชวั่ โมงหรอื จำนวนเงนิ จำนวนเงนิ
จัดทำในลกั ษณะใด แลว้ แต่ความตอ้ งการใช้ขอ้ มูลของผูบ้ รหิ าร แสดงฐานะรวมทั้งกจิ การ
ฝ่ายน้นั ๆ อาจแยกเป็นแต่ละฝ่ายหรือแผนก
งบการเงนิ (Financial Statement)
กจิ การอุตสาหกรรมต้องมีการคำนวณต้นทนุ สนิ คา้ ดนั นั้น การจดั ทำงบการเงนิ ของกจิ การประเภทน้ี จงึ
ต้องมีการทำงบต้นทนุ การผลิต โดนแสดงเปน็ งบต้นทนุ สินค้าขาย และในการทำงบกำไรขาดทนุ ของกิจการ จะ
แสดงการคำนวณต้นทุนขายไวใ้ นงบกำไรขาดทุนดว้ ย
ดังนั้น จะเหน็ ไดว้ ่างบการเงินของกิจการอตุ สาหกรรมจะประกอบดว้ ย งบตน้ ทุนผลติ กับงบกำไรขาดทนุ
และงบแสดงฐานะการเงนิ ในขณะท่กี ิจการซือ้ มาขายไปจะมีเพยี งงบกำไรขาดทุนและงบแสดงฐานะการเงินเทา่ น้นั
แตง่ บการเงินของกจิ การทั้ง 2 ประเภท จะมีความสมั พนั ธ์กันดังน้ี
กิจการอตุ สาหกรรม กิจการซ้ือมาขายไป
วตั ถุดบิ ตน้ งวด XX
XX
บวก ซอ้ื วตั ถดุ บิ XX
ต้นทุนวตั ถดุ ิบมไี วผ้ ลิต XX
XX
หัก วัตถุดิบปลายงวด XX งบตน้ ทุนการผลิต
ตน้ ทุนวัตถุดิบใชไ้ ป XX
คา่ แรงทางตาง XX
คา่ ใช้จ่ายการผลติ XX
ตน้ ทนุ การผลติ XX
XX
บวก งานระหว่างทำปลายงวด XX
หกั งานระหว่างทำปลายงวด XX สนิ คา้ ต้นงวด
ต้นทนุ สนิ คา้ สำเร็จรปู XX บวก ซอ้ื
XX งบกำไร ต้นทนุ สนิ ค้ามีไวข้ าย
สนิ ค้าสำเรจ็ รปู ต้นงวด XX ขาดทุน หกั สนิ คา้ ปลายงวด
บวก ตน้ ทนุ สินค้าสำเร็จรูป XX ตน้ ทุนขาย
ตน้ ทนุ สินค้าท่ีมีไวเ้ พ่ือขาย
หัก สินคา้ สำเรจ็ รูปปลายงวด งบแสดงฐานะการเงิน
ตน้ ทนุ ขาย สนิ ทรัพย์หมุนเวียน
สนิ คา้ คงเหลือ
งบแสดงฐานะการเงนิ
สนิ ทรพั ย์หมนุ เวยี น XX งบแสดงฐานะ
XX การเงิน
สนิ ค้าคงเหลอื XX
สนิ คา้ สำเรจ็ รูป
งานระหวา่ งทำ
วัตถดุ บิ
แสดงความสัมพันธ์ของงบการเงนิ ของกิจการทั้ง 2 ประเภท
ตอ่ ไปนเ้ี ป็นตวั อย่าง งบกำไรขาดทนุ งบแสดงฐานะการเงนิ และงบประกอบตา่ งๆ
บรษิ ัท นำไทย จำกดั
งบกำไรขาดทุน
สำหรับปีสน้ิ สุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565
ขาย 11,650.00
ต้นทุนสนิ คา้ ขาย (งบประกอบ 1) 6,969.93
กำไรขั้นต้น 4,680.07
ค่าใช้จ่ายในการดำเนนิ งาน
ค่าใช้จ่ายในการขาย (งบประกอบ 2) 1,153.07
คา่ ใชจ้ า่ ยในการบรหิ าร (งบประกอบ 3) 675.54 1,828.61
2,851.46
กำไรสุทธิ
งบประกอบ 1
บริษัท นำไทย จำกัด
งบตน้ ทุนขาย
สำหรบั งวด 1 ปี สิ้นสดุ วันท่ี31 ธันวาคม 2565
วัตถดุ ิบ
วตั ถุดิบคงเหลอื 1 ม.ค. 65 781,000
ซอ้ื 3,561,000
บวก ค่าขนส่งเข้า 20,000
3,581,000
หกั สง่ คืนและสว่ นลดรบั 41,000 3,540,000
วัตถุดิบทม่ี ีไวเ้ พ่ือใช้ 4,321,000
หกั วตั ถุดบิ คงเหลือ 31 ธ.ค. 65 1,256,000
ต้นทนุ วัตถดุ ิบใชไ้ ป 3,065,000
ค่าแรงทางตรง 1,150,000
ค่าใชจ้ า่ ยการผลิต
คา่ แรงงานทางอ้อม 816,000 2,883,330
เงนิ เดือน 750,000 7,098,330
ค่าสาธารณปู โภค 641,130 1,218,000
คา่ ซอ่ มแซมบำรงุ เคร่ืองจกั ร 171,000 8,316,330
ค่าเสอื่ มราคา-เครื่องจักร 110,000 1,325,000
ค่าเส่อื มราคา-โรงงาน 250,000 6,991,330
ค่าเบย้ี ประกนั โรงงาน 145,200 1,180,400
ตน้ ทนุ ผลิตของงวดทั้งหมด 8,171,730
บวก งานระหว่างทำ 1 ม.ค.65 1,201,800
6,969,930
หกั งานระหว่างทำ 31 ธ.ค. 65
ต้นทุนการผลิตสินคา้ สำเร็จรูป 500,700
บวก สินค้าสำเร็จรูปคงเหลอื 1 ม.ค.65 266,000
ต้นทนุ สนิ ค้าท่ีมไี ว้เพ่ือขาย 185,000
หกั สินค้าสำเรจ็ รูปคงเหลอื 31 ธ.ค. 65 38,000
ตน้ ทนุ สนิ คา้ ขาย 100,270
50,000
งบประกอบ 2 12.300
ค่าใชจ้ ่ายในการขาย 1,153,070
เงินเดอื น
ค่านายหน้า
ค่าโฆษณา
คา่ ขนส่ง
คา่ รับรอง
คา่ เสอื่ มราคา-รถบรรทุก
ค่าโทรศัพท์
งบประกอบ 3
คา่ ใชจ้ า่ ยในการบรหิ าร
เงินเดอื น 598,700
ค่าเสือ่ มราคา-เครื่องใชส้ ำนักงาน 55,000
ค่าเคร่ืองเขียน 15,300
ค่าโทรศัพท์ 5,980
ค่าไปรษณีย์
560
675,540
บริษัท นำไทย จำกดั
งบแสดงฐานะการเงิน
ณ วันที่ 31 ธนั วาคม 2565
สินทรัพย์
สินทรพั ย์หมุนเวยี น
เงนิ สด 85,000
1,100,000
ธนาคาร
200,000
ลกู หน้ี 210,000
3,782,800
หกั คา่ เผือ่ หน้ีสงสัยจะสูญ 10,000 2,300
50,000
สินค้าคงเหลอื
5,220,100
สนิ ค้าสำเร็จรูป 1,201,800
530,000
งานระหวา่ งทำ 1,325,000
1,800,000
วัตถุดบิ 1,256,000
1,120,000
วสั ดุสำนักงาน
235,000
ค่าเบีย้ ประกนั จ่ายล่วงหน้า
425,000
รวมสินทรัพยห์ มนุ เวียน 4,110,000
9,330,100
สนิ ทรัพยไ์ ม่หมุนเวียน
ทีด่ นิ
อาคารโรงงาน 2,100,000
หกั ค่าเสอ่ื มราคาสะสม-อาคารโรงงาน 300,000
เครือ่ งจักร 1,240,000
หัก คา่ เสื่อมราคาสะสม-เคร่ืองจักร 120,000
เครือ่ งใชส้ ำนักงาน 300,000
หกั ค่าเส่ือมเราคาสะสม-เครื่องใช้สำนักงาน 65,000
รถบรรทุก 500,000
หัก ค่าเส่ือมราคาสะสม-รถบรรทุก 75,000
รวมสินทรพั ยไ์ มห่ มนุ เวียน
รวมสนิ ทรัพย์
หน้สี นิ และสว่ นของผู้ถือหุ้น 48,000
หน้ีสนิ หมนุ เวียน 12,000
60,000
เจ้าหน้ี
คา่ แรงงานค้างจ่าย 1,000,000
1,000,000
รวมหน้สี นิ หมุนเวียน 1,060,000
หนส้ี ินไม่หมุนเวียน
4,000,000
เงินกู้ 100,000
รวมหนี้สนิ ไมห่ มนุ เวียน 4,170,100
8,270,100
รวมหนี้สิน 9,330,100
ส่วนของผู้ถือหนุ้
ทนุ หุ้นสามัญจดทะเบียน 10,000 หุ้นๆละ 400 บาท
ส่วนเกินมูลค่าหนุ้
กำไรสะสม 31 ธ.ค. 65
รวมสว่ นของผู้ถอื หุ้น
รวมหนี้สนิ และส่วนของผถู้ ือหุ้น