เ ส รี ภ า พ เ ส ม อ ภ า ค ภ ร า ด ร ภ า พ
การปฏิวัติฝรั่งเศส
เริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1789
เมื่อกองกำลังประชาชนร่วมกันล้มล้าง
ระบอบเก่า เพื่ อสถาปนาระบอบใหม่
ส า ธ า ร ณ รั ฐ ฝ รั่ ง เ ศ ส
การปฏิวัติฝรั่งเศสนับว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ก่อให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงทางสังคมขนานใหญ่
Timeline การปฏิวัติฝรั่งเศส
ปี ค.ศ. 1789
เดือนพฤษภาคม มีการประชุมสภาฐานันดรขึ้นที่พระราชวังแวร์ซาย
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งสภาฐานันดรขึ้น ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ฐานันดร ได้แก่
ฐานันดรที่ 1 เป็นผู้แทนของพระสงฆ์และนักบวช
ฐานันดรที่ 2 เป็นผู้แทนของขุนนาง
ฐานันดรที่ 3 เป็นผู้แทนของไพร่
เดือนมิถุนายน ฐานันดรที่ 3 รวมตัวกันเพื่อจัดตั้งสภาใหม่ “สมัชชาแห่งชาติ” และปฏิญาณสนามเทนนิส
ฐานันดรที่ 3 สมาชิกสมัชชาแห่งชาติได้รวมตัวกันที่สนามเฌอเดอโปม และร่วมกันประกาศคำปฏิญญาณสนามเทนนิสว่า
“จะไม่มีวันแตกแยก และจะรวมตัวกันไม่ว่าในที่แห่งหนหรือสถานการณ์ใดก็ตาม จนกว่าธรรมนูญแห่งอาณาจักรจะถูกตรา
ขึ้น”
เดือนกรกฎาคม ประชาชนเดินขบวนประท้วงการปกครองของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
ประชาชนเข้าไปบุกทลายคุกบาสติล ซึ่งเป็นที่คุมขังนักโทษทางการเมือง
เดือนสิงหาคม ยกเลิกระบบศักดินา และยอมรับสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมือง
การเดินขบวนของประชาชนบีบบังคับให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ประกาศยอมรับกฎหมายเลิกระบบศักดินา และทรงยอมรับ
ประกาศสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองโดยไม่มีเงื่อนไข
เดือนตุลาคม พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และสมาชิกราชวงศ์ย้ายออกจากพระราชวัง
ภายหลังการยกเลิกระบบศักดินาจากการเดินขบวนของฝ่ายปฏิวัติ ทำให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และสมาชิกราชวงศ์ต้องย้าย
ออกจากพระราชวังไปอยู่ภายในเขตตัวเมืองปารีส
Timeline การปฏิวัติ
ฝรั่งเศส
ปี ค.ศ. 1790
เดือนสิงหาคม นักบวชในฝรั่งเศสเกิดความ
แตกแยกเป็นสองฝ่าย
การตรากฎหมายชื่อ ธรรมนูญว่าด้วยบรรพชิต
ได้มีการยุบสมณศักดิ์ของนักบวช กำหนดให้
นักบวชทั้งหมดคือผู้รับเงินเดือนจากรัฐใน
กำกับของเทศบาลแต่ละแห่ง และบีบบังคับให้
กล่าวสาบานความภักดีต่อประเทศฝรั่งเศส เป็น
เหตุให้พระสันตะปาปาทรงพิ โรธและห้ามนักบวช
ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ จึงเกิดความ
แตกแยกของนักบวชเป็นสองฝ่าย
ปี ค.ศ. 1791
เดือนกรกฎาคม เกิดเหตุการณ์การสังหารหมู่ช็
องเดอมาส
สภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งชาติมีมติว่า พระเจ้า
หลุยส์จะได้คืนพระราชอำนาจ หากยอมรับ
รัฐธรรมนูญ สร้างความไม่พอใจแก่ชาวปารีส
เกิดการร่างประกาศโจมตีพระเจ้าหลุยส์ ฝูงชน
เข้ามาในลานช็องเดอมาส เพื่อลงนามในใบ
ประกาศ ทำให้เกิดความวุ่นวาย นายก
เทศมนตรีบายีจึงสั่งการให้ยิงปืนใส่ฝูงชน
ประชาชนถูกสังหารหลายสิบคน
ปี ค.ศ. 1792
เดือนกันยายน มีการประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐ
สภานิติบัญญัติมีมติให้ล้มเลิกระบอบกษัตริย์
และสถาปนาเป็นสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 1 ภายใต้
การปกครองของกลุ่มอำนาจที่เป็นเผด็จการ
ปี ค.ศ. 1793
เดือนมกราคม พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ถูกประหาร
ชีวิต
สภาปฏิวัติมีมติเอกฉันท์ว่าอดีตกษัตริย์มีความ
ผิดจริงข้อหาโกงชาติ พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ถูก
ตัดสินโทษประหารชีวิตด้วยกิโยตินต่อหน้า
ประชาชน ณ กรุงปารีส
เดือนตุลาคม อดีตราชินี มารี อ็องตัวแน็ต ถูก
ประหารชีวิต
ปี ค.ศ. 1799
เดือนพฤศจิกายน นายพลนโปเลียน โบนาปาร์
ต ก่อรัฐประหาร
นายพลนโปเลียนทำการปฏิวัติรัฐประหาร และ
ตั้งตนเองเป็นกษัตริย์ ซึ่งเป็นการจบปัญหา
ความวุ่นวายทางการเมืองที่ยาวนานหลายปี
โดยหลักการหลายประการในปัจจุบันได้ถือว่า
เป็นพื้ นฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตย
เสรีนิยมสมัยใหม่
เหตุการณ์การปฏิวัติฝรั่งเศส
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1789-1799 เป็น
ยุคสมัยแห่งกลียุคทางสังคมและการเมืองที่
เปลี่ยนแปลงจนถึงรากฐานในฝรั่งเศส ซึ่งส่งผลกระ
ทบอย่างใหญ่หลวงต่อฝรั่งเศสและประเทศต่าง ๆ ใน
ยุโรป ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่ปกครอง
ฝรั่งเศสมาอย่างยาวนานล่มสลายลงใน 3 ปี ทั้ง
ความคิดเก่า ประเพณี ลำดับชั้นและอำนาจของพระ
มหากษัตริย์ อภิชน และศาสนาถูกโค่นล้มอย่างฉับ
พลัน โดยความเสมอภาค ความเป็นพลงเมือง และ
สิทธิที่ไม่โอนให้กันได้ อันเป็นหลักการใหม่แห่งยุค
เรืองปัญญา การปฏิวัติฝรั่งเศสเริ่มต้นในปี ค.ศ.
1789 ด้วยการเรียกประชุมสภาฐานันดร สมาชิก
ฐานันดรที่ 3 เกิดความไม่พอใจ ทำให้ประกาศคำ
ปฏิญาณสนามเทนนิสว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และสิทธิ
พลเมือง และทลายคุกบาสติล สถานที่คุมขังนักโทษ
ทางการเมือง มีการเดินขบวนบีบบังคับให้ราชสำนัก
กลับไปยังกรุงปารีส หลังจากนั้นไม่นาน ความ
ตึงเครียดระหว่างสมัชชาเสรีนิยมต่าง ๆ และพระมหา
กษัตริย์ฝ่ายขวาได้แสดงเจตนาขัดขวางการปฏิรูป
ใหญ่ เมื่อปี ค.ศ. 1792 ได้มีการประกาศจัดตั้ง
สาธารณรัฐฝรั่งเศสขึ้น และพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรง
ถูกประหารชีวิตในปีถัดมา
สาเหตุการปฏิวัติฝรั่งเศส
1. พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงไม่เข้มแข็งพอ และไม่มี
อำนาจเด็ดขาดในการบริหารประเทศ
2. ความเสื่อมโทรมของระอบบการปกครองแบบเก่า
3. ความเหลื่อมล้ำทางสังคม
4. การรับอิทธิพลทางความคิดของชาวต่างชาติ
5. การใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยของราชสำนัก
6. เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพเศรษฐกิจจากภาค
เกษตรกรรมสู่ภาคอุตสาหกรรม
7. ปรับปรุงการเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผลกระทบต่อไทยจากการปฏิวัติฝรั่งเศส
ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝรั่งเศสมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีคณะทูตโกษาปานเดินทางไปฝรั่งเศสใน
ปี 1686 (พ.ศ. 2229) ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ประเทศในยุโรปล่าอาณานิคม ไทยมีกรณีพิพาทกับเสียดินแดนมากมายให้
ฝรั่งเศส ในปีค.ศ. 1894 (พ.ศ. 2437) นั่นคือ 46 ปีหลังจากการปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ของฝรั่งเศส กรณีพิพาทกับ
ประเทศผู้ล่าอาณานิคมทำให้มีการเสด็จพระราชดำเนินไปยังประเทศในทวีปยุโรปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า
อยู่หัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสานสัมพันธไมตรีแก่ประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป เพื่อให้ประเทศที่พระองค์เสด็จประพาส
เหล่านั้นมองเห็นว่าประเทศสยามเป็นประเทศที่มีการพัฒนาตนเองและไม่ได้ล้าหลังป่าเถื่อน และเพื่อโอกาสในการร่วมกัน
แก้ไขปัญหาความมั่นคงและส่งเสริมความเป็นเอกราชของประเทศสยาม
การปฏิวัติสู่ประชาธิปไตยในประเทศฝรั่งเศสและในยุโรป เรียกร้องความเสมอภาค ไม่ได้ทำให้มองประเทศอื่น ๆ ว่าเท่า
เทียมเสมอภาคกับตนแม้แต่น้อย การล่าอาณานิคมเพื่อปกครองและเอาเปรียบประเทศอื่น เป็นการช่วงชิงเสรีภาพ
เป็นการไร้ภราดรภาพโดยแท้
ในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อนการประพาสยุโรป ได้มีการเรียกร้องให้มีระบบการปกครองที่ทัดเทียมนานาอารยประเทศมากขึ้น
เริ่มจากใน พ.ศ.2427 มีคณะบุคคล ประกอบด้วยเจ้านายและขุนนางที่รับราชการในสถานทูต ณ กรุงลอนดอนและกรุง
ปารีส ทำหนังสือกราบบังคมทูลเสนอให้เปลี่ยนระบอบการปกครองเป็น “คอนสติติวชั่นแนลโมนากี” (Constitutional
Monarchy) มีรัฐธรรมนูญเป็นหลักในการปกครองประเทศ
การเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5 พระองค์เสด็จไปหลายประเทศ รวมทั้งฝรั่งเศสด้วย เมื่อกลับมายังประเทศไทย
ทรงปฏิรูปการปกครองของไทยมีการรวมอำนาจเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงจากระบบหัวเมืองมาเป็นแบบเทศาภิบาลโดย
รวมหัวเมืองหลายเมืองเข้าด้วยกัน ยกเลิกระบบศักดินาและระบบไพร่ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้นับเป็นการปฏิรูป
ประเทศไทยครั้งสำคัญ
ในสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์โปรด ฯ ให้เรียกชื่อ "จังหวัด" แทนคำว่า"เมือง" และทรงขยายมณฑลเพิ่มเติมอีก นอกจากนี้
พระองค์โปรด ฯ ให้จัดตั้ง "ดุสิตธานี" ขึ้นในบริเวณเขตพระราชวังดุสิต เพื่อทดลองสร้างเมืองจำลองการปกครองแบบ
ประชาธิปไตย
ผลกระทบต่อไทยจากการปฏิวัติฝรั่งเศส
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 7 เปลี่ยนรูปแบบประเทศจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปเป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
และเปลี่ยนรูปแบบการปกครองไปเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาเกิดขึ้นจากคณะนายทหารและพลเรือนที่ประกอบกัน
เรียกตนเองว่า"คณะราษฎร" นับว่าเป็นครั้งแรกที่คนไทยได้เสรีภาพทางการเมือง
การอภิวัฒน์สยามที่เกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2475 นั้น ได้รับอิทธิพลมาจากกระแสการเมืองโลกตั้งแต่หลัง พ.ศ. 2465
(ค.ศ. 1922) ที่มีการพังทลายของสมบูรณาญาสิทธิราชย์ทั่วโลก ประเทศมหาอำนาจที่เคยปกครองแบบ
สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี รัสเซีย และตุรกี ต่างก็ถูกโค่นลงทุกประเทศ ส่วนประเทศ
ที่ยังมีระบอบกษัตริย์ในยุโรปต่างก็เปลี่ยนเป็นระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ มีรัฐธรรมนูญและรัฐสภาจากการเลือกตั้ง
กลายเป็นปรากฏการณ์ธรรมดาของยุคสมัยนั้นไปโดยปริยาย
ประเทศไทยเกิดการรัฐประหารหลายต่อหลายครั้ง และมีการเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งสำคัญ ๆ เช่น กรณี 14 ตุลา
2516, กรณี 6 ตุลา 2519, และ กรณีพฤษภาทมิฬ 2535 ปัญหาวงจรคอรัปชั่น การฉ้อฉลเชิงนโยบาย ซึ่งเกิดขึ้นแม้ใน
รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ปัจจุบันประเทศไทยมีขั้วการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญที่เกิด
หลังการรัฐประหาร ทำให้ขั้วการเมืองที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยใช้สัญลักษณ์ “ชูสามนิ้ว” แทนความหมายเสรีภาพ
เสมอภาค และกราดรภาพ มุมมองและความเห็นต่างทางการเมืองร่วมกับเทคโนโลยีสื่อสารที่รวดเร็วกว้างขวางย่อมส่ง
ผลต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับว่า สังคมไทยจะมีกลไกสร้างความยอมรับและทำให้ความหลากหลายเหล่านี้เป็น
คุณต่อการพั ฒนาประเทศอย่างไร
กล่าวโดยสรุป การปฏิวัติฝรั่งเศส เป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคม ส่งแรงกระเพื่อมในยุโรป และแผ่ขยาย
เป็นกระแสโลก ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบนี้เช่นกัน ทำให้เกิดการพัฒนาประเทศ และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและ
สังคมเช่นกัน
ผลกระทบต่อมนุษยชาติ
จากการปฏิวัติฝรั่งเศส
1. ประชาชนมีความเสมอภาคและเท่าเทียมกันมากยิ่ง
ขึ้น
ครั้นในการปฏิวัติฝรั่งเศสสภาสมัชชาแห่งชาติ
(ASSEMBLEE NATIONALE) ได้มีการประกาศว่า
“ประชาชนทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน และล้มเลิกสิทธิ
การงดเว้นภาษีของคณะสงฆ์” รวมทั้งให้ทุกคนมี
โอกาสในการประกอบอาชีพทุกอย่างเท่าเทียมกัน
การกระทำในครั้งนี้ส่งผลให้ประชาชนมีสิทธิเท่าเทียม
กันมากขึ้น และยังลดช่องว่างระหว่างชนชั้นในสังคม
ลง
2. แนวคิดชาตินิยมมีการขยายตัว
การปฏิวัติฝรั่งเศสนั้น ส่งผลให้ประชาชนในชาติอื่น ๆ
ให้ความสำคัญกับชาติหรือความเป็นชาติ ผล
ประโยชน์ ของชาติมีความสำคัญยิ่งกว่าผลประโยชน์
ของส่วนบุคคล มีการเรียกร้องให้ประชาชนเสียสละ
ผลประโยชน์ตนเองเพื่อชาติ มีความเชื่อมั่นและความ
ภาคภูมิใจในชาติ เชื้อชาติและวัฒนธรรมในชาติของ
ตนมากขึ้น โดยการเกิดแนวคิดชาตินิยมในหมู่
ประชาชนมักเกิดจาก การมีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม
และการเผชิญปัญหาร่วมกัน ดังเช่นการที่ชาว
ฝรั่งเศสร่วมมือกันประท้วงเพื่ อความชีวิตความเป็น
อยู่ที่ดีขึ้นของคนในชาติ
3. แนวคิดเรื่องเสรีภาพ ความเสมอภาค และ
ภราดรภาพ ได้รับความนิยม
แนวความคิดประชาธิปไตยของล็อก สองเตสกิเออร์
วอลแตร์ และรูโซ มีส่วนสำคัญอย่างมากในการปลุก
เร้าจิตสำนึกทางการเมืองของประชาชน และก่อให้เกิด
การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยในประเทศต่าง ๆ
เกิดขึ้นตามมาตามลำดับ
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16
ช่วงต้นรัชกาลได้รับการบันทึกไว้ว่าทรงพยายามที่จะ
ปฏิรูปฝรั่งเศส เนื่องจากทรงได้รับอิทธิพลจาก
แนวคิดของยุคเรืองปัญญา อาทิเช่น ความพยายาม
ในการล้มเลิกระบบมาเนอร์ และสนับสนุนขันติธรรม
ไปในแนวทางที่ออกห่างจากคริสตจักรโรมันคาทอลิก
แต่ฝ่ายขุนนางฝรั่งเศสกลับแสดงท่าทีอันเป็น
ปฏิปักษ์ต่อการปฏิรูปของพระองค์และประสบความ
สำเร็จในการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ส่ง
ผลให้เกิดความไม่พอใจในหมู่สามัญชนมากขึ้น
นอกจากนี้ยังทรงเข้าไปพั วพั นกับสงครามประกาศ
อิสรภาพสหรัฐอเมริกา ด้วยการประกาศให้ฝรั่งเศส
เป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกา สงครามดังกล่าว
สร้างภาระค่าใช้จ่ายแก่ฝรั่งเศสเป็นเงินจำนวนมาก
จนทำให้ฐานะการคลังของประเทศตกอยู่ในภาวะเลว
ร้าย
ในขณะที่ประชาชนมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่
ขนมปังซึ่งเป็นอาหารหลักมีราคาเพิ่มขึ้นสูงมาก แต่
เหล่าขุนนางและราชวงศ์ยังคงใช้ชีวิตอย่างหรูหรา
และ มีการกักตุนอาหารไว้เป็นจำนวนมากทำให้ไม่
ต้องทุกข์ยากเหมือนประชาชน ประชาชนเริ่มตั้งข้อ
สงสัยแก่ราชวงศ์ว่าเหตุใดพวกไพร่ต้องเกิดมา
ทำงาน บ้างต้องอดอยาก แต่ชนชั้นสูงกลับได้ใช้
ชีวิตอย่างสุขสบายโดยไม่ต้องทำงานอะไรเลยและ
กลุ่มคนเหล่านี้ล้วนแทบจะไม่ต้องเสียภาษี
การแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของกษัตริย์นั้นกลับ
ทำให้เหตุการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก มีการประชุมฐานันดร
เกิดขึ้นซึ่งการประชุมแบบนี้แทบจะไม่มียกเว้นบ้าน
เมืองเกิดวิกฤตจริง ๆ ในการประชุมนั้นแต่ละ
ฐานันดร จะมีสิทธิเท่ากันคือทั้งฐานันดรมี 1 เสียง
เหตุที่เกิดคือ ฐานันดรที่1 (พระสงฆ์) และ ฐานันดร
ที่2 (เชื้อพระวงศ์) ต่างช่วยกันโหวตรวมกันเป็น 2
เสียง ให้ ฐานันดรที่3 (คนที่เหลือทั้งประเทศ) ต้อง
จ่ายภาษีเพิ่ม ถึงแม้ฐานันดรที่3จะมีจำนวนสมาชิก
คือ คนทั้งประเทศแต่ก็สามารถโหวตได้แค่เสียงเดียว
นั่นสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนอย่างมาก
เนื่องจากพวกเขาไม่มีสิทธิ มีเสียงในการปกครอง
เพี ยงแค่เขาเกิดไม่ได้เกิดมาเป็นชนชั้นสูง
เหล่าประชาชนจึงตั้งองค์ประชุมของตนเองโดยด้วยความสิ้นหวังในสภาฐานันดร และ มีการยกระดับขึ้นมาเรื่อย ๆจนมี
การประกาศรัฐธรรมนูญสิทธิของชาย มีการสถาปณารัฐฝรั่งเศสแบบกษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญโดยการเดินขบวน
ของผู้หญิงไปล้อมวังเพื่อให้กษัตริย์รับฟังข้อเรียกร้อง เพราะยังเชื่อว่ากษัตริย์ยังจำเป็นต่อประเทศ แต่ก็มีการทะเลาะกัน
ของสองฝ่ายว่าจะยังคงมีกษัตริย์ไว้ดีหรือไม่
เนื่องด้วยราชวงศ์ของยุโรปมีความสัมพั นธ์การอย่างหนาแน่นโดยระบบที่ขุนนางแต่ละประเทศจะอภิเษกกันเพื่ อกระชับ
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จึงสนับสนุนให้ประเทศรัสเซีย และออสเตรียในการมายึดประเทศของ
พระองค์เพื่อที่ท่านจะได้กลับมาเป็นกษัตริย์อีกครั้ง และเพื่อกลับมาต่อกรกับฝ่ายปฏิวัติ ในเดือนมิถุนายน 1791 การต่อ
ต้านสถาบันได้ขยายตัวจนพระเจ้าหลุยส์และครอบครัวตัดสินใจหลบหนีออกจากกรุง แต่ไม่สำเร็จ พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรง
ถูกจับกุมตัวระหว่างทางและทรงถูกพาตัวกลับปารีส พระองค์ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาทรยศต่อชาติ โดยมีการเปิดเผย
เอกสารลับจากตู้เก็บเอกสารของพระองค์ที่มีเนื้อหาต้องการยึดพระราชอำนาจคืน ซึ่งพระองค์ก็มิได้แก้ข้อกล่าวหาดัง
กล่าวอย่างหนักแน่นในการพิจารณาคดีในสภากงวองซีอง พระองค์ถูกตัดสินว่ามีความผิด และต้องโทษประหารด้วยกิโย
ตินในวันที่ 21 มกราคม 1793 โดยวันนี้ยังถือเป็นวันเชิงสัญลักษณ์ที่ฝรั่งเศสเข้าสู่สถานการณ์แตกเป็น 2 ฝ่ายคือนิยม
กษัตริย์ และนิยมสาธารณรัฐ
พระนางมารี อ็องตัวแน็ต
ประสูติเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 1755 พระนางเป็นเจ้าหญิงจากราชวงศ์ฮับส์บูร์กของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
เป็นพระราชธิดาในจักรพรรดิฟรันซ์ที่ 1 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ แกรนด์ดยุกแห่งทัสกานี (ราชวงศ์ลอแรน) กับ
จักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา แห่งฮังการีและโบฮีเมีย อาร์ชดัชเชสแห่งออสเตรีย (ราชวงศ์ฮับส์บูร์ก) โดยสรุปคือ พระนาง
เป็นชาวออสเตรีย โดยเป็นพระธิดาองค์ที่ 14 ในจำนวน 16 พระองค์ของพระบิดาและพระมารดา และเมื่อพระนางมีพระ
ชนมายุได้ 14 ชันษา พระนางได้ถูกสู่ขอให้ไปอภิเษกสมรสกับมกุฎราชกุมารแห่งฝรั่งเศส หรือพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ในเวลา
ต่อมา ทว่าฝ่ายฝรั่งเศสบางส่วนที่คัดค้านการอภิเษกสมรสครั้งนี้ได้ริเริ่มคำเรียกพระนางว่า “ผู้หญิงออสเตรีย” ในฐานะ
คำสบประสาท (เนื่องจากแต่เดิมฝรั่งเศสและออสเตรียเป็นปฏิปักษ์กัน การแต่งงานนี้จึงมีขึ้นหมายจะสานสัมพันธ์ระหว่าง
สองประเทศ)
หลังจากนั้นชีวิตของพระนางมิได้ราบรื่นเท่าที่ควร มีการปรับตัวหลายอย่างเนื่องจากความแตกต่างระหว่างธรรมเนียม
ออสเตรียกับฝรั่งเศส พระนางต้องเผชิญปัญหามากมาย พระนางต้องทนทุกข์กับการปรับตัวเข้ากับพระราชพิธี และ
ขนบประเพณีแบบฝรั่งเศส ทำให้แท้ที่จริงพระนางทรงไม่สบายใจกับการใช้ชีวิตกับผู้คนรอบข้าง ไหนจะพระสวามีอย่าง
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ที่ถูกสอนให้รังเกียจออสเตรียเช่นกันก็ไม่แคล้วตีตนออกห่างจากพระนาง โดยการหนีไปออกป่าล่า
สัตว์แต่เช้าตรู่ (ทั้งคู่เริ่มมีสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาอย่างแท้จริง ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2316) นอกจากนี้ยังต้องเผชิญ
ปัญหามากมายที่หญิงชนชั้นสูงคนนึงจะได้ประสบพบเจอ ไม่ว่าจะเรื่องข่าวลืออื้อฉาว การแบ่งพรรคแบ่งพวกและดึงตัว
เข้ากลุ่ม อย่างไรก็ตาม แม้พระนางจะได้ชื่อว่ารักสนุก รักอิสระ และวัน ๆ อยู่แต่กับเรื่องไร้สาระอย่างการเที่ยวใช้จ่าย
สุรุ่ยสุร่าย ชอบเล่นการพนันขันต่อ แต่งตัวแฟชั่นใหม่ ๆ และจัดงานเลี้ยงหรูหราฟุ่มเฟือย แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะ
พระนางต้องการระบายความเครียดจากเรื่องราวต่าง ๆ ในพระราชวัง ไม่ว่าจะเรื่องการที่พระสวามีไม่ค่อยสนใจตนเอง
เท่าที่ควร เรื่องอื้อฉาวในราชสำนัก และข่าวลือไม่มีมูลต่าง ๆ มากมาย หนึ่งในนั้นคือ คดีสร้อยพระศอ คือมีช่างเพชรคน
หนึ่งได้เรียกร้องเงิน (ตีเป็นประมาณ 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2015) จากองค์ราชินี เป็นค่าสร้อยคอเพชร ที่พระ
คาร์ดินัล เดอ โรออง เป็นผู้ว่าจ้างให้ทำขึ้นในนามของราชินี มารี อ็องตัวแน็ต ทว่าพระนางมิได้ทรงรู้เรื่องมาก่อน เป็นผู้
บริสุทธิ์และผู้เสียหายในคดีนี้ แต่ทว่าข่าวคราวที่ออกไปถึงประชาชน กลับเป็นข้อมูลคนละด้าน ประชาชนไม่เชื่อและมองว่า
ราชินี มารี อ็องตัวแน็ต มีความผิดจริง
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1774 พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 แห่งฝรั่งเศสเสด็จสวรรคต และพระนางมารี อ็องตัวแน็ต ได้ทรง
ขึ้นเป็นพระราชินีแห่งฝรั่งเศส ทว่าตั้งแต่ ค.ศ. 1777 เป็นต้นมา
กระแสต่อต้านพระนางเริ่มแพร่สะพัด พระนางถูกรายล้อมด้วยพระสหายสนิทจำนวนหนึ่ง (เจ้าหญิงแห่งลอมบาลล์ บา
รอนแห่งเบอซองวาล ดยุกแห่งควงยี รวมถึงโยลองด์ เดอ โปลาสตรง กับเคาน์เตสแห่งโปลินยัก) ซึ่งสร้างความอิจฉา
ริษยาให้แก่นางสนมคนอื่น ๆ ด้วยการจัดหาเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับจำนวนมาก จัดงานเลี้ยงหรูหราฟุ่มเฟือย
และจัดเกมการละเล่นที่มีเงินเดิมพั นจำนวนมหาศาล
นอกจากนี้ คนส่วนใหญ่เชื่อว่าพระนางได้สั่งแต่งตั้ง โยกย้าย และปลดขุนนางตามอำเภอใจเป็นว่าเล่น ทว่าในข้อมูลบาง
แหล่งกลับบอกว่า บทบาททางการเมืองของพระนางค่อนข้างจำกัดมาก และแทบไม่มีอำนาจใด ๆ มากนัก
พอการปฏิวัติฝรั่งเศสปะทุขึ้น มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นมากมายตั้งแต่การทลายคุกาสติลล์ และพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
ทรงขาดความสามารถในการจัดการเรื่องต่าง ๆ พระนางจึงต้องออกว่าราชการแทน พระนางได้พยายามเต็มที่ที่จะ
ปกป้องครอบครัวของพระนางและสถาบันกษัตริย์ พระนางได้เก็บเงินจำนวนหนึ่งเพื่อใช้อุทิศให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้ คอย
รับอุปการะเด็กกำพร้ามากมาย และยังใช้เงินท้องพระคลังช่วยเหลือเหล่าผู้สูญเสียสมาชิกในครอบครัวจากเหตุการณ์ที่
เหยียบกันตาย แต่ไม่ว่าจะพยายามทำดีอย่างไร ก็มิอาจสู้กระแสความเกลียดชังที่พวกปฏิวัติพยายามกรอกหูประชาชนทุ
กวี่ทุกวันได้ พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เองก็ทำหน้าที่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร ชาววังจำนวนมากหลบหนี แต่พระนางและพระสวามีรวม
ถึงลูก ๆ ทั้งสองหนีช้ากว่าที่ควร ส่งผลให้เกิดความผิดพลาดและถูกคณะปฏิวัติจับตัวได้ในที่สุด
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม สภาคณะปฏิวัติแห่งชาติฝรั่งเศสได้ลงมติให้ประหารกษัตริย์ ส่งผลให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ถูก
ประหารเมื่อวันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 1793 ต่อมาในวันที่ 27 มีนาคม "มักซีมีเลียง รอแบสปีแยร์" ผู้นำกลุ่มหัวรุนแรงยื่น
ร้องให้จัดการกับราชินีอีกพระองค์ด้วย
มีหลายคนพยายามช่วยพาพระนางหนีแต่สุดท้ายก็ล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ในคืนสุดท้ายพระนางได้เขียนจดหมายฉบับ
สุดท้ายถึงพระขนิษฐภคินี(น้องสะใภ้)คือ พระนางเอลิซาเบธแห่งฝรั่งเศส ใจความสรุปโดยย่อคือพระนางให้อภัยทุกคนที่
กระทำเรื่องเลวร้ายต่อพระองค์ และไม่ต้องการให้ลูก ๆ ของพระนางแก้แค้นให้ตนเองหรือพระสวามีแต่อย่างใด และฝาก
ถึงเหล่ามิตรสหายว่าจะระลึกถึงพวกเขาเสมอแม้ในวินาทีสุดท้าย ในวาระสุดท้ายที่พระนางกำลังเดินขึ้นสู่แท่นประหาร
พระนางเผลอสะดุดเท้าของเพชฌฆาต และพู ดประโยคสุดท้ายของพระนาง ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า “"Pardon me,
sir, I meant not to do it",” (ขอโทษด้วย ฉันไม่ได้ตั้งใจ)
พระนางเสด็จขึ้นแท่นประหารกิโยติน พระนางปฏิเสธที่จะสารภาพบาปกับบาทหลวงที่ทางคณะปฏิวัติจัดหาให้ และทรง
น้อมรับวาระสุดท้ายของชีวิตอย่างมิเกรงกลัว ในข้อกล่าวหาว่ากบฏต่อประเทศชาติ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีอย่าง
สะใจของประชาชนและพวกปฏิวัติ
ความรู้เพิ่มเติม เครื่องประหารกิโยติน
กิโยติน เป็นเครื่องมือประหารนักโทษ ซึ่งพัฒนาขึ้นในช่วงปลายรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เริ่มจากใช้เป็นเครื่องประหาร
สำหรับผู้ต้องโทษที่มีชาติกำเนิดเป็นชนชั้นสูง
กิโยติน (Guillotine) เป็นเครื่องมือในการลงโทษผู้มีความผิดถึงขั้นประหารชีวิต อุปกรณ์เป็นเสาไม้ตั้งตรงสองอันที่ตั้ง
ขวางคานที่ใส่ตัวบังคับใบมีดเอาไว้ สำหรับปล่อยลงเพื่อตัดลำคอผู้ถูกลงโทษ เดิมเครื่องประหารนี้ถูกตั้งชื่อว่า “ลุยซง”
หรือ “ลุยแซ็ต” ตามผู้คิดค้นกระบวนการทำงานโดยศัลยแพทย์ชาวฝรั่งเศส “อ็องตวน หลุยส์“ ก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็นชื่อ
กิโยติน ตามผู้เสนอวิธีประหารนี้ในปี ค.ศ.1789 นั่นก็คือ “โจเซฟ-อีญัส กีโยติน” (Joseph-Ignace Guillotin) แพทย์ชาว
ฝรั่งเศสและสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ โจเซฟ-อีญัส กีโยติน ผู้เป็นตัวตั้งตัวตีในการผลักดันกฎหมายการใช้กิโยตินเพื่อ
ความเท่าเทียม หมายถึงควรใช้กิโยตินกับนักโทษประหารทุกชนชั้น ไม่จำกัดเฉพาะชนชั้นสูงเท่านั้น ที่จะได้รับสิทธิตายแบบ
เจ็บปวดน้อยถึงน้อยมาก ขณะที่ชนชั้นล่างต้องถูกประหารด้วยดาบหรือขวานตัดคอที่เจ็บปวดมากกว่า แม้ อ็องตวน
หลุยส์ จะคิดค้นกระบวนการทำงานของกิโยติน แต่ผู้สร้างเครื่องกิโยตินจริง ๆ คือ โทเบียส สมิดต์ (Tobias Schmidt)
ช่างชาวเยอรมันผู้ทำเครื่องดนตรี ฮาร์ปซิคอร์ด (Harpsichord) แต่หนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสยุคนั้นเรียกเครื่องมือนี้ว่า กิ
โยติน ตามแพทย์กิโยตินที่เป็นผู้ผลักดันการพัฒนาเครื่องมือนี้ขึ้นมา
กิโยตินฝรั่งเศสรุ่นปฏิวัติฝรั่งเศส เริ่มใช้ครั้งแรกในเดือนเมษายน ค.ศ. 1792 ก่อนจะได้ใช้ประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ในปี
ต่อมา และกลายเป็นสัญลักษณ์ของยุคแห่งความน่าสะพรึงกลัว (Reign of Terror) โดยในช่วงแรกของการปฏิวัติ
ฝรั่งเศสที่ยังมีการแย่งชิงอำนาจระหว่างนักเคลื่อนไหวและกับนักการเมืองหลายฝ่าย กิโยตินถูกใช้ประหารชีวิตบุคคลฝ่าย
ตรงข้ามนับพันตลอดช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส และหลังจากนั้นฝรั่งเศสก็ยังใช้กิโยตินประหารนักโทษจนถึงนักโทษคน
สุดท้ายเมื่อปี ค.ศ. 1977 ต่อมาในเดือนกันยายน ค.ศ.1981 ฝรั่งเศส ออกกฎหมายยกเลิกการใช้กิโยตินอย่างถาวร
ร า ย ชื่ อ ส ม า ชิ ก
นั ก เ รี ย น ชั้ น มั ธ ย ม ปี ที่ 6 ห้ อ ง 8
น า ง ส า ว ญ า ณิ ศ า น า ม ว า ท เ ล ข ที่ 9
น า ง ส า ว ทั ก ษ พ ร แ ช่ ม ส ะ อ า ด เ ล ข ที่ 1 4
น า ง ส า ว ธิ ร ด า วั ฒ น า สุ น ท ร เ ล ข ที่ 1 6
น า ง ส า ว ธี ริ น ท ร ห ล่ อ ภู มิ พั น ธ์ เ ล ข ที่ 1 7
น า ง ส า ว พ ร ร ณ ภั ค ศิ โ ร เ ว ฐ นุ กู ล เ ล ข ที่ 2 3
การปฏิวัติฝรั่งเศสนับว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญหนึ่งใน
ประวัติศาสตร์ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมขนานใหญ่