The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การอย่างมีวิจารณญาณ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Fah Wilaiporn, 2020-10-30 14:56:09

การอย่างมีวิจารณญาณ

การอย่างมีวิจารณญาณ

กวาิจรอาร่าณนอญยา่าณงมี

ก า ร อ่ า น อ ย่ า ง
มี วิ จ า ร ณ ญ า ณ

จัดทําโดย

นางสาวธัญญาศิริ เปงฟอง

นางสาววิลัยพร เพ็งมา

นายนันทกรณ์ เขือนคํา

นายฐปนนท์กร คําซาว

น า ย ค ณ า วุ ฒิ สุพกิจ

เสนอ

อาจารย์วรรธนะรัตน์ ไชยวงศ์
E-book เล่มนีเปนส่วนหนึงของรายวิชา
geblc201 ศิลปะการใช้ภาษาไทย arts of using

thai language

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้าน
เชียงราย

เ นื อ ห า

01 บทที 1 การอ่าน

2 บทที 2 การอ่านอย่างมี

วิจารณญาณ

03 บทที 3 พัฒนาวิจารณญาณ
โ ด ย ก า ร ฟ ง แ ล ะ ก า ร อ่ า น

04 บทที 4 การวัดผลและ
ประเมินผล

05 บทที 5 รูปแบบการอ่าน

อย่างมีวิจารณญาณ

06 บทที 6 แบบฝกหัด

และเฉลย

บทที 1
การอ่าน

1.1 ความสาํ คัญของการอาน

การอานเปนส่ิงสําคัญอยางหนึ่ง
ในการดาํ เนินชีวิต เพราะการอานมีสวน
ชวยสรางความสาํ เร็จ ผูใดมีความ
สามารถในการอานหนังสือเปนพิเศษ
มักจะมีโอกาสไดรับความเจริญกาวหนา
ในอาชีพ และในชีวิตมากกวาคนที่

อานหนังสือนอยหรืออานไดชา

1.2 ความหมายของการอาน
การอาน หมายถึง

การแปลความหมายของตัวอักษร
ที่อานออกมาเปนความรูความคิด
และเกิดความเขาใจเรื่องราวที่อาน

ตรงกับเร่ือราวที่ผูเขียนเขียน
ผูอานสามารถนาํ ความรู ความคิด

หรือสาระจากเรื่องราวท่ีอานไปใชใหเกิด
ประโยชนได

1.3ลักษณะของนักอานท่ีดีการเปน
นักอานที่ดีน้ันยอมใหประโยชนแก
บุคคลน้ันๆ อยางสูงสุด ซึ่งกอนท่ีจะ
เปนนักอานท่ีดีไดผูอานควรมีความรู
เกี่ยวกับการอานเบ้ืองตนวาตองมี

ความสามารถทางภาษา รูคาํ
รูจัก สวนตาง ๆ ของหนังสือ รูวา
หนังสือประเภทใดควรใชการอาน
อยางไรรูจักเลือกหนังสืออาน

และรูแหลงของหนังสืออีกดวย

1.4ความสัมพันธระหวางการอานกับ
การคิด

การอาน เปนกระบวนการแปลความ
หมายของตัวอักษรสัญลักษณตาง ๆ

จากความคิดออกมาเปนคาํ พูด

1.4 ความสัมพันธระหวางการอานกับการคิด
การอาน เปนกระบวนการแปลความหมาย
ของตัวอักษรสัญลักษณตาง ๆ
จากความคิดออกมาเปนคําพูดมีความเห็น
สอดคลองกันวา การอาน หมายถึงกระบวน
การแหงความคิดในการรับสารเขาไปในขณะ
ที่อาน โดยผูอานใชประสาทสัมผัสทางตารับ
ภาพตัวอักษร หรือสัญลักษณอ่ืนใดผาน
กระบวนการทางความคิด

1.5 ความมุงหมายในการอาน
การรูความมุงหมายในการอาน

เปนองคประกอบหนึ่งของทักษะการอาน
เร็วและการอานเพ่ือไดรับประโยชนอยาง

เต็มท่ี การที่ผูอานรูวาอานเพื่ออะไร
จะทาํ ใหสามารถเลือกส่ือการอานไดอยาง

ถูกตองเหมาะสม และทําใหการอานมี
สมาธิ

1.6 องคประกอบของการอาน
การอานเปนกระบวนการที่สําคัญและมีความ
ซับซอนโดยมีองคประกอบหลายชนิดท่ีชวย
ใหการอานเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ
1.6.1 การเขาใจความหมายของคําผูอาน
1.6.2 การเขาใจความหมายของกลุมคํา
1.6.3 การเขาใจประโยค
1.6.4 การเขาใจยอหนา

1.7 ประเภทของการอาน
การอานแบงออกเปน 2 ประเภทคือ
1.7.1 การอานในใจ
คือการแปลความหมายของตัวอักษรออก
มาเปนความคิด ความเขาใจ และนาํ ความ
คิดความเขาใจที่ไดน้ันไปใชใหเปประโยชน
1.7.2 การอานออกเสียง
หมายถึงการอานขอความโดยการเปลง
เสียงออกมาเพื่อใหผูอื่นไดรับรูขอความ
น้ัน ๆ ดวยการอานออก

บทที 2
การอ่าน
อยา่ งมี
วจิ ารณ
ญาณ

2.1 ความหมายของการอานอยางมี
วิจารณญาณ
การอานเปนกระบวนการรับสารท่ีสาํ คัญ
ในการแสวงหาความรูของมนุษย ซ่ึงการรับ

สารของมนุษยน้ี เก่ียวของกับการคิด
การรับสารสมองของผูอานจะตองคิดตาม
ผูเขียนหรือตีความขอความที่อานไปดวย

ตลอดเวลา

2.2 ความสาํ คัญของการอานอยางมี
วิจารณญาณ
การอานอยางมีวิจารณญาณมีความ
สําคัญ และความจาํ เปนอยางสาํ หรับ
นักเรียนชวยใหนักเรียนรูจักพิจารณา
ไตรตรอง วิเคราะห สังเคราะหและ
ประเมินคาสิ่งที่อานทําใหผูอานรูจักตัดสิน
พิจารณาดวยเหตุดวยผลไมหลงกลเชื่อ
คนงาย สามารถนําความรูที่ไดรับไป
ประยุกตใชในชีวิตจริงได

2.3 ความสามารถในการอานอยางมี
วิจารณญาณ
นักอานที่ดีหรือประสบความสาํ เร็จในการอาน
คือผูที่มีทักษะในการอานและมีความสามารถใน
การอานโดยเฉพาะอยางย่ิงการอานอยางมี
วิจารณญาณ เปนการอานระดับสูงสุดของ
ความเขาใจในการอานความสามารถในการ
อานจึงครอบคลุมพฤติกรรมตั้งแตเร่ิมตนคือ
ระดับความเขาใจตามตัวอักษร การแปลความ
การตีความ จนถึงพฤติกรรมการอานระดับสูง
คือ การวิเคราะห สังเคราะห การประเมินคา
ส่ิงท่ีอานได

2.4องคประกอบของการทานอยางมีวิจารณญาณ
องคประกอบของการอานอยางมีวิจารณญาณ

เปนการแสดงใหเห็นวาในการอานอยางมีวิจารณญาณนั้นมี
องคประกอบที่สาํ คัญหลายประการ
ดังที่นักการศึกษาและผูเช่ียวชาญในการอานอยางมี
วิจารณญาณไดจําแนกไวดังนี้
พอล แมคก้ี (Paul Mckee, 1966: 382-394 อางถึงในสุรี
รัตน ไชยสุริยา, 2543 20) จาํ แนกองคประกอบของการอาน
อยางมีวิจารณญาณไวดังนี้
1. การจาํ แนกขอเท็จจริงออกจากความคิดเห็o
(distinguishing factand opinion)
2. การลวงรูวาเปนการโฆษณาชวนเช่ือ(recognizing
propaganda)
3. การสรุปเรื่องราวที่อานได (concluding)
4. การวิเคราะหเร่ืองราวที่อานได (analyzing)
5. การทํานายผลที่จะเกิดข้ึนได (anticipating outcome)
6. การรูจุดมุงหมายของผูเขียน (recognizing the
authors purpose)
7. การตัดสินใจเรื่องที่อานโดยพิจารณาถึงภูมิหลังของผูเขียน
(judging the story by analyzing from the author's
background)
8. การจับความคิดสาํ คัญของผูเขียนได (getting the
author's Train I point)

บทที 3
พฒั นาวจิ ารณญาณ

โดยการฟงและ
การอ่าน

3.1 สารใหความรู
ไดแก ขอความหรือเร่ืองราวท่ีมีเนื้อหาเกี่ยวกับ
ความรูทั่วไปในการดาํ เนินชีวิตประจําวัน ขอความ
หรือเร่ืองราวเกี่ยวกับขาวสารเหตุการณความ
เปนไปสังคมตั้งแตสังคมขนาดเล็ก ขนาดกลาง

และขนาดใหญ ซึ่งจะมีท้ังสารขอเท็จจริง
สารขอคิดเห็นและ สารแสดงอารมณความรูสึก
นอกจากนี้ยังรวมถึงขอความรูทางวิชาการสาขา
ตาง ๆ การฟงสารประเภทน้ีมีขอควรปฏิบัติดังน้ี
3.1.1 ผูฟงควรฟงสารใหความรูนั้นโดยตลอต้ังแต
ตนจนจบเรื่อง
3.1.2 การฟงสารประเภทโนนนาวใจ
3.1.3 การฟงสารประเภทจรรโลงใจ

3.2 สารท่ีโนมนาวใจ

หมายถึง สารที่โนมนาวใจเปนสารท่ีเราพบเห็น

ประจาํ จากสื่อมวลชน จากการบอกเลาจากปาก

หนึ่งไปสูปากหนึ่งซ่ึงผูสงสารอาจจะมีจุดมุงหมาย

หลายอยางทั้งที่ดี และไมดี มีประโยชนหรือใหโทษ

จุดมุงหมายที่ใหประโยชนก็คือ โนมนาวใจใหรัก

ชาติบานเมือง ใหใชจายอยางประหยัด ใหรักษา

ส่ิงแวดลอม ใหรักษาสาธารณสมบัติและประพฤติ

แตส่ิงที่ดีงาม ในทางตรงขามผูสงสารอาจจะมี

จุดมุงหมายใหเกิดความเสียหาย มุงหมายที่จะ

โฆษณาชวนเชื่อหรือปลุกปนยุยงใหเกิด

กาiแตกแยก ดังนั้นจึงตองมีวิจารณญาณคิด

พิจารณาใหดีกวาสารนั้นเปนไปในทางใด

ตัวอยางสารโนมนาวใจ : รักกันไวเถิด

รักกันไวเถิด เราเกิดรวมแดนไทย

จะเกิดภาคไหน ก็ไทยดวยกัน

เชื้อสายประเพณี ไมมีกีดก้ัน

เกิดใตธงไทยนั้น ปวงชนทุกคนคือไทย

ทองถ่ินแหลมทอง เหมือนทองของแม

เกิดถิ่นเดียวกันแท เหมือนแมเดียวกันใชไหม

ยามฉันมองตาคุณ อบอุนดวงใจ

เห็นสายเลือดไทย ในสายตาบอกสายสัมพันธ

3.3. สารจรรโลงใจ
หมายถึง ความจรรโลงใจ อาจไดจากเพลง
ละคร ภาพยนตร คําประพันธ สุนทรพจน
บทความบางชนิด คาํ ปราศรัย พระธรรมเทศนา
โอวาท ฯลฯ เมื่อไดรับสารดังกลาวแลวจะเกิด
ความรูสึกสบายใจ สุขใจ คลายเครียด เกิด
จินตนาการ มองเห็นภาพและเกิดความซาบซ้ึง
สารจรรโลงใจจะชวยยกระดับจิตใจมนุษยใหสูง
ขึ้นประณีตข้ึน ในการฝกใหมีวิจารณญาณใน
สารประเภทนี้ควรปฏิบัติดังนี้
3.3.1 ฟงและดูดวยความต้ังใจ แตไมเครงเครียด
ทําใจใหสบาย
3.3.2 ทําความเขาใจในเนื้อหาที่สาํ คัญใช
จินตนาการไปตามจุดประสงคของสารน้ัน
3.3.3 ตองพิจารณาวาสิ่งฟงและดูใหความ
จรรโลงในดานใด อยางไรและมากนอยเพียงใด
หากเร่ืองนั้นตองอาศัยเหตุผลตองพิจารณาวาสม
เหตุสมผลหรือไม
3.3.4 พิจารณาภาษาและการแสดง เหมาะสมกับ
รูปแบบเน้ือหาและผูรับสารหรือไมเพียงใด

ตัวอยางสารจรรโลงใจ : คําประพันธ
เมืองใดไมมีทหาร เมืองนั้นไมนานเปนขา
เมืองใดไรจอมพารา เมืองน้ันไมขาอับจน
เมืองใดไมมีพาณิชเลิศ เมืองน้ันยอมเกิดขัดสน
เมืองใดไรศิลปโสภณ เมืองนั้นไมพนเสื่อมทราม
เมืองใดไมมีกวีแกว เมืองนั้นไมแคลวคนหยาม
เมืองใดไรนารีงาม เมืองนั้นส้ินความภูมิใจ
เมืองใดไมมีดนตรีเลิศ เมืองนั้นไมเพริศพิสมัย
เมืองใดไรธรรมอัมพร เมืองนั้นบรรลัยแนเอย

บทที 4
การวดั ผลและ

ประเมนิ ผล

การวัดผลและประเมินผลการอานอยางมี
วิจารณญาณ

การวัดและประเมินผลการอานอยางมี
วิจารณญาณ มีความสาํ คัญและจาํ เปนอยางในการ
จัดการเรียนการสอนชวยใหนักเรียนและครูไดรูผล
ของการจัดการเรียนการสอนวามuประสิทธิภาพ
หรือบรรลุตามเปาหมายท่ีวางไวมากนอยเพียงใด
มีนักการศึกษาใหแนวคิดในการวัดและประเมินผล
ความสามารถในการอานอยางมีวิจารณญาณ

กลาวโดยสรุปการวัดและประเมินผลการ
อานอยางมีวิจารณญาณมีเกณฑแตกตางกันไป
ขึ้นอยูกับวัตถุประสงคในการวัด เชน การวัดประเมิน
ผลดานความรู ความคิดความรูสึกและการปฏิบัติ
งานของนักเรียนซ่ึงในการวัดและประเมินผลในแตละ
ครั้งมีทั้งความรู ความจํา ความเขาใจ การนาํ ไปใช
การวิเคราะหการสังเคราะหและการประเมินคาซึ่งใน
การวัดและประเมินผลในการอานอยางมี
วิจารณญาณสามารถประเมินโดยเนนในสวนที่
ตองการได

บทที 5
รปู แบบการอ่าน

อยา่ งมี
วจิ ารณญาณ

โอเลกุนนาร โซลชาร กุนซือทีมแมนเชสเตอร
ยูไนเต็ด ออกมาเปดใจหลังพาทีมบุกมาชนะไบรจตัน
หวุดหวิด ในศึกพรีเมียรลีก

วันที่ 27 ก.ย. 63 โอเล กุนนาร โซลชาร
ผูจัดการทีม “ปศาจแดง” แมนเชสเตอร ยูไนเต็ด
ยอมรับ ทีมสมควรไดแคแตมเดียว
จากเกมพรีเมียนรลีก อังกฤษ นัดท่ีบุกไปเอาชนะ
ไบรจตัน 3-2 เมื่อคืนวันเสารท่ีผานมา

เกมน้ีท้ังสองทีมทาํ ทาวาจะตองแบงแตมอยูแลว
หลังจากที่ ไบรจตัน ตามตีเสมอเปน 2-2 ในชวง
ทดเจ็บนาทีที่ 90+5 แตสุดทายแมนยูฯ มาไดจุดโทษ
ในนาทีท่ี 90+11 และเปน บรูโน เฟอรนันเดส
รับหนาท่ีสังหารเขาไปให ปศาจแดง บุกมาควาชัยไป
ไดดวยสกอร 3-2 เก็บ 3คะแนนสําคัญไดสาํ เร็จ

โซลชาร กลาววา “เราสมควรไดแคแตมเดียว
ตอนท่ีพวกเขาตีเสมอ 2-2ผมคิดวาเราเสียไปแลว
2 คะแนน บางที 1 แตมอาจเปนสิ่งท่ีเราสมควรไดรับ
ผมไมคิดวาเราสมควรไดอะไรมากกวานี้แตคาแรก
เตอร ท่ีเราแสดงออกมาน้ันทําใหเราสมควรได
มากกวานั้นพวกเขาสรางโอกาสไดเยอะมาก พวกเขา
เปนคูแขงที่เลนดวยยาก เรารูวาเราตองปรับปรุงอีก
มากสัปดาหที่แลวเราแพ คริสตัล พาเลซ เราผิดหวัง
มากที่เราไมไดอะไรจากเกมน้ันแตเราตอบสนองเรื่อง
นั้นไดดีในเกมนี้ ฤดูกาลท่ีแลวเราเสมอมากเกินไป
ดังน้ันการควาชัยชนะในนัดนี้จึงเปนเรื่องท่ีดีมาก
สําหรับเรา”
การวิเคราะหขาวอยางมีวิจารณญาณ
ใคร: โอเล กุนนาร โซลชาร
ทําอะไร : พาทีมบุกมาชนะ ไบรจตัน หวุดหวิด ใน
ศึกพรีเมียรลีก
ที่ไหน : ไบรจตัน
อยางไร : วันที่ 27 ก.ย. 63 โอเล กุนนาร โซลชาร
ผูจัดการทีม “ปศาจแดง” แมนเชสเตอร ยูไนเต็ด ไป
แขงขันในศึกพรีเมียรลีก
เม่ือไหร: วันที่ 27 ก.ย. 63

บทที 6
แบบฝกหดั




















Click to View FlipBook Version