The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อาณาจักรสัตว์67

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

อาณาจักรสัตว์

อาณาจักรสัตว์67

ครูวิภาณีย์ จิรธรภักดี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1 โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จ.ลพบุรี วิชา ว33245 ชีววิทยา เรื่อง อาณาจักรสัตว์ ชื่อ....................................................................ชั้น........... ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 อาณาจักรสัตว์ Kingdom Animalia


ครูวิภาณีย์ จิรธรภักดี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2 สัตว์มีลักษณะสำคัญ ได้แก่ 1. ประกอบด้วยเซลล์ประเภทยูคารีโอตเซลล์ (Eukaryotic Cell) เป็นเซลล์ที่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส มี องค์ประกอบต่าง ๆ ที่สำคัญภายในเซลล์ 2. ประกอบด้วยเซลล์จำนวนหลายเซลล์ รวมกันเป็นเนื้อเยื่อ (tissue) หรือเป็นอวัยวะ (organ) ต่างๆ ซึ่ง สามารถทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งได้ 3. ไม่มีผนังเซลล์ และไม่มีคลอโรพลาสต์ ดังนั้นจึงไม่สามารถสร้างอาหารเองได้โดยขบวนการสังเคราะห์ด้วย แสงจึงเรียกว่า Heterotrophic organism (Heterotroph) 4. ดำรงชีพโดยการเป็นผู้บริโภค คือ ต้องอาศัยสารอินทรีย์จากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น โดยการกิน อาจจะกินพืช กิน สัตว์ หรือกินทั้งพืชและสัตว์ 5. สามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว หรือเคลื่อนที่ช้า หรือบางชนิดก็ไม่เคลื่อนที่เลย เช่น ปะการัง , ฟองน้ำ 6. สัตว์ส่วนมากจะมีระบบประสาท ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ให้ทำงานประสานกัน หรือ ใช้รับความรู้สึก เมื่อมีสิ่งใดมาสัมผัส จึงสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ 7. เนื้อเยื่อ และระบบต่าง ๆ จะซับซ้อนกว่าพืชมากและทำหน้าที่อย่างเฉพาะเจาะจง 8. หลังจากสืบพันธุ์หรือมีการปฏิสนธิเกิดขึ้นจะมีระยะตัวอ่อน (Embryo) พักหนึ่ง เกณฑ์ในการจำแนกสัตว์ 1. เนื้อเยื่อ แบ่งเป็น สัตว์ที่มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง และสัตว์ที่ไม่มีเนื้อเยื่อ ที่แท้จริงซึ่งมีเพียงกลุ่มเดียวคือ พวกฟองน้ำ 2. สมมาตร คือการแบ่งร่างกายออกเป็นส่วนๆ ที่เท่ากัน ได้แก่ • สมมาตรตามแนวรัศมี(Radial symmetry) คือ สามารถ แบ่งร่างกายออกเป็นส่วนให้มีลักษณะ เหมือนกันได้หลายแนวโดยตัดผ่านจุดศูนย์กลาง ตามแนวรัศมี • สมมาตรด้านข้าง (Lateral symmetry) คือ สามารถแบ่งร่ายกายออกเป็นสองส่วนเท่าๆกัน 3. การเปลี่ยนแปลงของบลาสโทพอร์(Blastopore)ได้แก่ • โพรโทสโทเมียร์(Protostomere) คือ ตัวอ่อน ที่บลาสโทพอร์เปลี่ยนไปเป็นปาก • ดิวเทอโรสโทเมียร์ (Deuterostomere) คือ ตัวอ่อน ที่บลาสโทพอร์เปลี่ยนไปเป็นทวารหนัก จากสัตว์ทั้ง 5 ชนิด ตามรูปนี้ นักเรียนคิดว่า เราจะใช้เกณฑ์ใดในการจัดจำแนกสัตว์เหล่านี้


ครูวิภาณีย์ จิรธรภักดี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3 4. การเจริญของตัวอ่อน ได้แก่ • ตัวอ่อนแบบโทรโคฟอร์ (Trochophore) เป็นตัวอ่อนที่ไม่มีการลอกคราบขณะเจริญเติบโต • ตัวอ่อนแบบแอคไดโซซัว (Ecdysozoa) เป็นตัวอ่อนที่มีการลอกคราบขณะเจริญเติบโต เกณฑ์สำคัญอื่นๆ ที่ใช้ในการจัดจำแนกสัตว์ จำนวนชั้นของเนื้อเยื่อ สัตว์ที่มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง สามารถแยกได้ตามจำนวนชั้นของเนื้อเยื่อ 1. Diploblastica จะมีเนื้อเยื่อเพียงสองชั้นคือ เนื้อเยื่อชั้นนอก(ectoderm) และเนื้อเยื่อชั้นใน (endoderm) ได้แก่ ไฟลัมไนดาเรีย 2. Triploblastica จะมีเนื้อเยื่อ สามชั้น คือ มีเนื้อเยื่อชั้นกลางเพิ่มเข้ามาคือ Mesoderm ได้แก่ สัตว์จำพวกหนอนตัวแบนขึ้นไป  ช่องว่างในลำตัว (coelom) 1. Acoelomate animal คือสัตว์ที่ไม่มีช่องว่างภายในลำตัว เช่น หนอนตัวแบน 2. Pseudocoelomate animal (Pseudocoelom) คือสัตว์ที่มีช่องว่างแบบเทียม จะมีช่องว่างที่ อยู่ระหว่าง เนื้อเยื่อชั้นนอกกับชั้นกลาง หรือเนื้อเยื่อชั้นกลางกับชั้นใน เช่น หนอนตัวกลม 3. Eucoelomate animal (True coelom) คือสัตว์ที่มีช่องว่างภายในลำตัวแบบแท้ เกิดจาก เนื้อเยื่อชั้นกลางแยกตัว ออกไป เป็นช่อง เช่น ไส้เดือนดิน และสัตว์ชั้นสูง เป็นต้น Acoelomate animal Pseudocoelomate animal Eucoelomate animal นักสัตววิทยาได้จำแนกกลุ่มของสัตว์ออกเป็น 32 ไฟลัม สัตว์ในแต่ละไฟลัมจะมีลักษณะ ที่แตกต่างกัน จากจำนวน 32 ไฟลัมนี้ จะแบ่งเป็น Major phylum คือ กลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 5,000 ชนิด และ Minor phylum ซึ่งมีจำนวนสมาชิกน้อยกว่า 5,000 ชนิด และสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรสัตว์ที่รู้จักกัน มามีจำนวน 9 ไฟลัม ซึ่งจัดเป็น Major phylum ได้แก่ 1. Phylum Porifera 2. Phylum Cnidaria 9. Phylum Chordata 3. Phylum Platyhelminthes 4. Phylum Nematoda 5. Phylum Annelida 6. Phylum Arthropoda 7. Phylum Mollusca 8. Phylum Achinodermata


ครูวิภาณีย์ จิรธรภักดี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4 ไม่มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง ไม่มีสมมาตร (asymmetry) สมมาตรตามแนวรัศมี(Radial symmetry) 1. Phylum Porifera Porifera มาจากภาษาละติน ( porudus + ferre = pore + bearing) หมายถึง สัตว์ที่มีรูพรุน สัตว์ในไฟลัมนี้ ได้แก่ ฟองน้ำ (sponge) ลักษณะสำคัญ - มีช่องว่างภายในลำตัว (spongocoel) น้ำจะผ่านเข้าทาง รูพรุน (ostium) ซึ่งมีอยู่ทั่วตัวสู่ช่องว่างภายในลำตัวและ ผ่านออกจากตัวทางช่องน้ำไหลออก (osculum) - มีโครงร่างค้ำจุนให้คงรูปอยู่ได้ เรียกว่า ขวาก (spicule) ซึ่ง มักเป็น หินปูน เช่น ฟองน้ำหินปูน เป็นซิลิกา (silica) เช่น ฟองน้ำแก้ว และเป็นเส้นใยโปรตีน เรียกว่า spongin ได้แก่ ฟองน้ำถูตัว - มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ได้ตัวอ่อนที่มี ซิเลียว่ายน้ำได้ การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยการแตกหน่อ (budding) ตัวเต็มวัยจะเกาะอยู่กับที่ (sessile animal) โครงสร้าง ฟองน้ำ ฟองน้ำแก้ว ฟองน้ำหินปูน 2. Phylum Cnidaria สัตว์ที่อยู่ในไฟลัมนี้ เรียกว่า Coelenterate ส่วนใหญ่จะ อาศัยอยู่ในทะเล เช่น ปะการัง กัลปังหา ดอกไม้ทะเล แมงกะพรุน มีเพียงส่วนน้อยอยู่ในน้ำจืด เช่น ไฮดรา แมงกะพรุนน้ำจืด ลักษณะสำคัญ - มีเนื้อเยื่อ 2 ชั้น คือ เนื้อเยื่อชั้นนอกทำหน้าที่เป็นผิว ลำตัวเรียกว่า Epidermis และเนื้อเยื่อชั้นในทำหน้าที่ เป็นเยื่อบุทางเดินอาหาร เรียกว่า Gastrodermis ระหว่างเนื้อเยื่อชั้นนอกและเนื้อเยื่อชั้นในมีสารซึ่งมี ลักษณะคล้ายวุ้น แทรกอยู่ เรียกว่าชั้น Mesoglea - ไม่มีอวัยวะแลกเปลี่ยนแก๊สและขับถ่ายโดยเฉพาะ แต่มี ระบบประสาท แบบ nerve net - สัตว์กลุ่มนี้มีรูปร่างเป็น 2 แบบ คือ รูปร่างแบบต้นไม้ เรียกว่า Polyp เช่น ไฮดรา ปะการัง ดอกไม้ทะเล และ รูปร่างคล้ายกระ ดิ่งคว่ำ เรียกว่า Medusa ได้แก่ แมงกระพรุน - มีการสืบพันธุ์แบบสลับระหว่างอาศัยเพศและไม่อาศัย เพศ การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยการแตกหน่อหรือ การแบ่งตัว - กัลปังหา ดอกไม้ทะเล ไฮดรา แมงกะพรุน ปะการัง สัตว์แต่ละไฟลัมมีลักษณะที่สำคัญ และแตกต่างกับไฟลัมอื่นๆ อย่างไร


ครูวิภาณีย์ จิรธรภักดี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 5 มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง สมมาตรด้านข้าง (Bilateral symmetry) Protostomere (Blastopore เปลี่ยนเป็นปาก) Ecdysozoa (ตัวอ่อนมีการลอกคราบ) 3. Phylum Nematoda สัตว์ในไฟลัมนี้เรียกว่า หนอนตัวกลม (Round worm) หรือเนมาโทด (Nematode) เช่น พยาธิตัวกลม หนอน น้ำส้มสายชู ลักษณะสำคัญ - มีช่องว่างในลำตัวแบบเทียม (Pseudocoelomate animal) - ลำตัวกลม ยาว แหลมหัวแหลมท้าย ไม่มีข้อปล้อง ผิว ลำตัวเรียบ มีสารคิวทิเคิลหนาหุ้มตัว - ไม่มีระบบหมุนเวียนเลือด แต่ใช้ของเหลวในช่องว่างเทียม ช่วยในการลำเลียง - ไม่มีอวัยวะหายใจโดยเฉพาะ พวกที่ดำรงชีพแบบปรสิต หายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน - ระบบขับถ่ายประกอบด้วยเส้นข้างลำตัว (Lateral line) ซึ่งภายในบรรจุท่อขับถ่าย (Excretory canal) ไว้ - เป็นพวกแรกที่มีทางเดินอาหารแบบสมบูรณ์ - มีระบบกล้ามเนื้อยาวตลอดลำตัว (Longitudinal muscle) - เป็นสัตว์แยกเพศ พยาธิเส้นด้าย พยาธิปากขอ พยาธิเส้นด้าย 4. Phylum Arthropoda สัตว์ที่จัดอยู่ในไฟลัมนี้เรียกว่าสัตว์ขาข้อ หรืออาร์โทรพอด (Arthropod) ซึ่งหมายถึงมีรยางค์ต่อกัน เป็นข้อๆ สัตว์กลุ่ม นี้มีจำนวนมากที่สุด ประมาณ 1,200,000 ชนิด หรือกว่า 80% ของอาณาจักรสัตว์ พวกอาร์โทรพอดมีความสำพันธ์ กับพวกแอนเนลิดมากโดยเจริญมาจากพวกแอนเนลิด ลักษณะสำคัญ - ลำตัวมีลักษณะเป็นปล้อง และแบ่งออกเป็นส่วนๆ โดยทั่วไปแล้วมี 3 ส่วน คือ ส่วนหัว (Head) ส่วนอก ( Thorax) และส่วนท้อง (Abdomen) เช่น แมลงต่างๆ แต่บางชนิดส่วนหัวและส่วนอกจะรวมกันเป็นส่วนเดียว แยกออกจากกันไม่ได้เรียกว่า เซฟาโลทอแรกซ์ (Cephalothorax) เช่น กุ้ง ปู นอกจากนี้ในพวกกิ้งกือ และ ตะขาบส่วนของอกและท้องจะมีลักษณะเหมือนกัน - มีรยางค์ยื่นออกจากลำตัวเป็นคู่ๆ และรยางค์เหล่านี้มักมี ลักษณะต่อกันเป็นข้อๆ - มีโครงร่างภายนอก (Exoskeleton) เป็นสารจำพวก ไคทิน(Chitin) แข็งหุ้มรอบตัว ดังนั้นในขณะที่มีการ เจริญเติบโต สัตว์ในไฟลัมนี้หลายชนิดจึงต้องมีการลอก คราบ (Molting) Arthropods แบ่งเป็น คลาส ต่างๆ ดังนี้


ครูวิภาณีย์ จิรธรภักดี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6 มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง สมมาตรด้านข้าง (Bilateral symmetry) Protostomere (Blastopore เปลี่ยนเป็นปาก) Ecdysozoa (ตัวอ่อนมีการลอกคราบ) 4. Phylum Arthropoda (ต่อ) Arthropods แบ่งเป็น คลาส ต่างๆ ดังนี้ 4.1) Class Insecta ได้แก่ พวกแมลงต่างๆ ลักษณะที่สำคัญ - ลำตัว 3 ส่วน (ส่วนหัว อก ท้อง) หนวด 1 คู่ - ขา 3 คู่ (ส่วนอกเเบ่งเป็น 3 ปล้อง มีปล้องละ 1 คู่) - บางชนิดมีปีก 2 คู่ (อยู่ปล้องหลังของอกปล้องละ 1 คู่) - หายใจด้วยท่อลม (trachea) 4.2) Class Merostomata ได้แก่ แมงดาทะเล มี 4 ชนิดในโลก ประเทศไทยมี 2 ชนิดคือ เเมงดาจาน (หาง เหลี่ยม) และ เเมงดาถ้วยหรือเหรา (หางกลม) ลักษณะที่สำคัญ - ลำตัว 2 ส่วนคือ เซฟาโลทอเเรกซ์กับท้อง - ขาเดิน 5 คู่ โดยคู่สุดท้ายเป็นแผ่นแบนใช้ขุดทราย - ไม่มีขากรรไกร ไม่มีหนวด - มีกระดองโค้งคลุมลำตัว ส่วนท้ายของลำตัวยื่นยาว คล้ายหาง แมงดาถ้วย แมงดาจาน 4.3) Class Crustacea ส่วนใหญ่อยู่ในน้ำ ได้แก่ กุ้ง ปู ไรน้ำ ( ไรเเดงเเละไรน้ำตาล ) เพรียงหิน ลักษณะที่สำคัญ - ลำตัว 2 ส่วนคือ เซฟาโลทอแรกซ์ เเละส่วนท้อง - หนวด 2 คู่ มีรยางค์รอบปากจำนวนมาก - ขาเดิน 5 คู่ ( อยู่ที่ส่วนอก ) ขากรรไกร 1 คู่ - ส่วนท้องมีรยางค์ 6 คู่ เป็นขาสำหรับว่ายน้ำ 5 คู่ - หายใจด้วยเหงือก เพรียงหิน ไรนางฟ้า กั้ง


ครูวิภาณีย์ จิรธรภักดี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 7 มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง สมมาตรด้านข้าง (Bilateral symmetry) Protostomere (Blastopore เปลี่ยนเป็นปาก) Ecdysozoa (ตัวอ่อนมีการลอกคราบ) 4. Phylum Arthropoda (ต่อ) 4.4) Class Arachnida ได้แก่แมงมุม แมงป่อง เห็บ ไร ลักษณะที่สำคัญ - ลำตัว 2 ส่วน คือ เซฟาโลทอเเรกซ์กับท้อง - มีขาเดิน 4 คู่ - ไม่มีหนวด ไม่มีขากรรไกร - รยางค์มักเปลี่ยนไปทำหน้าที่พิเศษ เช่น ต่อมพิษ เขี้ยว - หายใจด้วยท่อลม (trachea) หรือ book lung แมงมุม แมงป่อง เห็บ ไรฝุ่น 4.5) Class Chilopoda ได้เเก่ ตะขาบ ตะขาบฝอย ลักษณะที่สำคัญ - หัวกับลำตัวที่แบ่งเป็นปล้องๆ - ขาเดินสั้นๆ ปล้องละ 1 คู่ - ขากรรไกรเจริญดี - หนวด 1 คู่ - ดำรงชีพแบบกินซากพืชซากสัตว์ ตะขาบ ตะขาบฝอย 4.6) Class Diplopoda เรียกว่า มิลลิปิด ( millipede ) ได้แก่ พวกกิ้งกือ ตะเข็บ ลักษณะที่สำคัญ - หัวกับลำตัวที่เเบ่งเป็นปล้องๆ - ขาเดินสั้นๆ ปล้องละ 2 คู่ - ขากรรไกรเจริญดี - หนวด 1 คู่ - ดำรงชีพเเบบกินซากพืชซากสัตว์ กิ้งกือ ตะเข็บ


ครูวิภาณีย์ จิรธรภักดี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 8 มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง สมมาตรด้านข้าง (Bilateral symmetry) Protostomere (Blastopore เปลี่ยนเป็นปาก) Trochophore (ตัวอ่อนไม่มีการลอกคราบขณะเจริญเติบโต) 5. Phylum Platyhelminthes สัตว์ในไฟลัมนี้เรียกว่า หนอนตัวแบน (Flat worm) ลักษณะสำคัญ - อาศัยอยู่ทั้งในน้ำเค็ม น้ำจืด และพื้นดินที่มีชื้นสูง มีทั้ง ปรสิต เช่น พยาธิใบไม้ พยาธิตัวตืด และพวกที่ดำรงชีวิต อิสระ เช่น พลานาเรีย - มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น (triloblastics) ไม่มีช่องตัว (acoelomate) - มีทางเดินอาหารแบบไม่สมบูรณ์ - ไม่มีอวัยวะที่ใช้ในการหายใจโดยเฉพาะ ในพวกปรสิตจะ หายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน เช่น พยาธิใบไม้ - มีระบบประสาทแบบ ขั้นบันได (Ladder type) พลานาเรียมี eye spots ไวต่อแสง - ระบบสืบพันธุ์ จัดเป็นกะเทย (hermaphrodite) ปฏิสนธิ ภายในตัวเอง (self fertilization) และปฏิสนธิแบบข้าม ตัว (cross fertilization) และมีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัย เพศ โดยการงอกใหม่ (regeneration ) พลานาเรีย 6. Phylum Annelida Annelida มาจากภาษาละติน (annullus = little ring) แปลว่า วงแหวนหรือปล้อง หมายถึง หนอนปล้อง ลักษณะสำคัญ - ร่างกายแบ่งเป็นปล้องอย่างแท้จริง แต่ละปล้องคล้าย วงแหวนเรียงต่อกันจนตลอดลำตัว และแสดงการเป็น ปล้องทั้งภายในและภายนอก เช่น ลักษณะกล้ามเนื้อ ระบบต่างๆ ในร่างกาย ต่างก็จัดเป็นชุดซ้ำ ๆ กันตลอด ลำตัว และมีเยื่อกั้น (septum) กั้นระหว่างปล้อง - ทางเดินอาหารสมบูรณ์เป็นท่อยาวตลอดร่างกาย - ระบบหมุนเวียนโลหิตเป็นแบบปิด (closed circulatory system) - แลกเปลี่ยนแก๊สผ่านทางผิวหนังหรือเหงือก - หนอนปล้องบางชนิดเป็นกะเทย (hermaphrodite) เช่น ไส้เดือนดิน ปลิงน้ำจืด หนอนปล้องบางชนิดมีเพศแยกกัน (dioecious)) เช่น แม่เพรียง ทากดูดเลือด ไส้เดือนดิน พยาธิใบไม้


ครูวิภาณีย์ จิรธรภักดี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 9 มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง สมมาตรด้านข้าง (Bilateral symmetry) Protostomere (Blastopore เปลี่ยนเป็นปาก) Trochophore (ตัวอ่อนไม่มีการลอกคราบขณะเจริญเติบโต) 7. Phylum Mollusca Mollusca มาจากภาษาละติน (molluscus = soft) แปลว่า นิ่ม หมายถึงลำตัวนิ่ม จึงเรียกสัตว์ลำตัวนิ่ม สัตว์ใน นี้ เรียกโดยทั่วไปว่า มอลลัสก์ (mollusk) จัดเป็นไฟลัที่ใหญ่ รองลงมาจาก Arthropoda เช่น หมึก หอย หอยทาก ลิ่นทะเล ลักษณะสำคัญ - ลักษณะเด่นคือ ลำตัวด้านท้องมีกล้ามเนื้อแข็งแรง ช่วยใน การเคลื่อนที่ - ลำตัวด้านหลังมี เมนเทิล (mentle) หลั่งสาร เป็นสารพวก แคลเซียมคาร์บอเนต (calcium carbonate) เป็นเปลือก (shell) หุ้มอีกลำตัว หรือบางชนิดเปลือกก็ลดรูปไปเป็น โครงร่างที่อยู่ภายในร่างกาย เช่น หมึก - มี Radula เป็นเนื้อเยื่อแข็งๆ ทำหน้าที่คล้ายฟัน และดูด อาหารเข้าปาก ยกเว้นพวกหอยสองฝา - มีระบบหมุนเวียนเลือดแบบวงจรเปิด - พวกที่อยู่ในน้ำใช้เหงือกในการแลกเปลี่ยนแก๊ส พวกที่อยู่ บนบก เช่น หอยทาก ใช้ปอดในการแลกเปลี่ยนแก๊ส - ขับถ่ายโดย เมตาเนฟริเดีย (Metanephridia) - ส่วนใหญ่เป็นสัตว์แยกเพศ หอยทาก หอยมือเสือ หอยงวงช้าง หอยมุก หอยงาช้าง ลิ่นทะเล หรือ หอยแปดเกล็ด ทากเปลือย หมึกยักษ์ หมึกกล้วย


ครูวิภาณีย์ จิรธรภักดี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 10 มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง สมมาตรด้านข้าง (Bilateral symmetry) Deuterostomere (Blastopore เปลี่ยนเป็นทวารหนัก) 8. Phylum Echinodermata Echinodermata มาจากคำกรีก (echinos +derm = spiny skin) แปลว่าผิวหนังที่มีหนาม จึงเรียกว่าสัตว์ผิว หนาม เป็นสัตว์ทะเลทั้งหมด พบประมาณ 7,000 สปีชีส์ ลักษณะสำคัญ - ตัวอ่อนสมมาตรด้านข้าง ตัวเต็มวัยสมมาตรตามแนวรัศมี - ลำตัวแบ่งออกเป็น 5 ส่วนในแนวรัศมีเท่า ๆกัน มีลักษณะ เป็น 5 แฉก (pentamerous) แต่ละแฉกเรียกว่า แขนหรือ อัมบูลากา (arm หรือ ambulaca) - มีระบบท่อน้ำ (water vascular system) ภายในร่างกาย ซึ่ง ภายในท่อบรรจุด้วยน้ำเค็มจากภายนอก ลักษณะ ภายนอกประกอบด้วย เท้าท่อ (tube feet) เมื่อทำงาน ร่วมกันทำให้สามารถเคลื่อนไหวจับอาหาร หายใจและรับ ความรู้สึกได้ ระบบนี้ถือว่าเป็นระบบไฮดรอลิก (hydraulic system) ซึ่งไม่มีในสัตว์ไฟลัมอื่น - มีระบบหมุนเวียนเลือดแบบวงจรเปิด ดาวขนนก ดาวทะเล ปลิงทะเล เม่นทะเล ดาวเปราะ 9. Phylum Chordata ลักษณะสำคัญ 1. มีโนโตคอร์ด (notochord) มีโนโตคอร์ดอย่างน้อย ช่วงหนึ่งของชีวิต 2. มีช่องเหงือก (pharyngeal gill slits) คอร์เดตทุกชนิด โดยเฉพาะพวกที่อยู่ในน้ำจะมีช่องเหงือกตลอดชีวิต ส่วนพวกที่ อาศัยอยู่บนบกจะพบช่องเหงือกในระยะตัวอ่อนเท่านั้น 3. มีระบบประสาทด้านหลัง (Dorsal Hollow Nerve Cord) 4. มีหางในระยะตัวอ่อนหรือมีตลอดชีวิต แบ่งออกเป็น 2 Subphylum 1. Subphylum Protochodata (ไม่มีกระดูกสัน หลัง) 2. Subphylum Vertebrata (มีกระดูกสันหลัง) Subphylum Protochodata 1) Class Urochodata ได้แก่ เพรียงหัวหอม เพรียงลอย เพรียงสาย ลักษณะที่สำคัญ - มีชื่อสามัญว่า Tunicate พบในทะเล - เป็นสัตว์ที่มีลำตัวใส มีถุงหุ้มตัว ประกอบด้วยสารคล้าย เซลลูโลส ระยะตัวอ่อนว่ายน้ำได้ - ตัวเต็มวัยไม่มีโนโตคอร์ด เส้นประสาทและไม่มีหาง - สามารถสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศโดยการแตกหน่อ - ไม่แยกเพศผสมพันธุ์ภายในตัวเองได้ เพรียงหัวหอม


ครูวิภาณีย์ จิรธรภักดี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 11 มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง สมมาตรด้านข้าง (Bilateral symmetry) Deuterostomere (Blastopore เปลี่ยนเป็นทวารหนัก) Subphylum Protochodata (ต่อ) 2) Class Cephalochodata ได้แก่ แอมฟิออก ซัส ลักษณะที่สำคัญ - มีช่องเหงือก โนโตคอร์ด และท่อประสาทขนาดใหญ่ ทางด้านหลังตลอดชีวิต - ลำตัวหัวท้ายแหลม เป็นปล้องชัดเจน ฝังตัวตามพื้น ทรายในทะเล - มีอวัยวะสำคัญ เรียก endostyle ซึ่งสะสมไอโอดีนได้ มี หน้าที่สร้างเมือกเพื่อดักจับอาหาร แอมฟิออกซัส Subphylum Vertebrata 1) Class Agnatha ได้แก่ ปลากปากกลม เช่น แฮกฟิช และแลมเพรย์ ลักษณะที่สำคัญ - ไม่มีขากรรไกร ไม่มีครีบคู่ลำตัวยาวคล้ายปลาไหล ลำตัว นิ่ม ไม่มีเกล็ด - มีโนโตคอร์ดตลอดชีวิต - มีโครงร่างเป็นกระดูกอ่อน - ขอบบนของปากและลิ้นมีฟันเล็กๆ แหลมคมจำนวนมาก - เป็นปรสิตภายนอกของปลาหลายชนิด แลมเพรย์ การเป็นปรสิตภายนอก


ครูวิภาณีย์ จิรธรภักดี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 12 มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง สมมาตรด้านข้าง (Bilateral symmetry) Deuterostomere (Blastopore เปลี่ยนเป็นทวารหนัก) Subphylum Vertebrata (ต่อ) 2) Class Condrichthyes ได้แก่ ปลากดูกอ่อน เช่น ปลาฉลาม ปลากระเบน ปลาโรนัน ปลาฉนาก ลักษณะที่สำคัญ - โครงสร้างกระดูกประกอบด้วยเซลล์กระดูกอ่อนเพียง อย่างเดียว - มีช่องเหงือกที่ไม่มีแผ่นปิดช่องเหงือก 5-7 คู่ - มีทั้งครีบเดี่ยวและครีบคู่ มีเกล็ดเล็กละเอียดคล้ายหนาม - ปฏิสนธิภายใน ส่วนใหญ่ออกลูกเป็นตัว ปลาฉนาก ปลากระเบน ปลาโรนัน ปลาฉลาม 3) Class Osteicthyes ได้แก่ ปลาต่างๆ ม้าน้ำ ลักษณะที่สำคัญ - โครงสร้างภายในเป็นกระดูกแข็ง - มีแผ่นปิดช่องเหงือก (Operculum) - มีครีบคู่ 2 คู่ คือ ครีบอกและครีบสะโพก - มีถุงลม (air bladder) ช่วยในการลอยตัว - ส่วนใหญ่ปฏิสนธิภายนอก มีทั้งออกลูกเป็นตัวและ ออกลูกเป็นไข่ ปลากระดูกแข็งชนิดต่างๆ


ครูวิภาณีย์ จิรธรภักดี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 13 มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง สมมาตรด้านข้าง (Bilateral symmetry) Deuterostomere (Blastopore เปลี่ยนเป็นทวารหนัก) Subphylum Vertebrata (ต่อ) 4) Class Amphibia ได้แก่สัตว์สะเทินน้ำ สะเทินบก สัตว์ในคลาสนี้เรียกว่า Amphibian ลักษณะที่สำคัญ - มี Metamorphosis ในช่วงชีวิตที่อยู่ในน้ำใช้ External gill ในการแลกเปลี่ยนแก๊ส เมื่อเป็นตัวเต็มวัยขึ้นมาอยู่ บนบกใช้ปอดและผิวหนังในการแลกเปลี่ยนแก๊ส - ผิวหนังไม่มีเกล็ดปกคลุม แต่มีต่อมเมือก ทำให้ผิวหนัง เปียกชื้นตลอดเวลา - ปฏิสนธิภายนอก ส่วนใหญ่ออกลูกเป็นไข่ - มีหัวใจ 3 ห้อง ซาลามานเดอร์ แอมฟิเบียน ชนิดต่างๆ งูดิน 5) Class Reptilia ได้แก่ สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ในคลาสนี้เรียกว่า Reptile ลักษณะที่สำคัญ - จัดเป็นสัตว์กลุ่มแรกๆที่วิวัฒนาการขึ้นบกอย่างแท้จริง - มีผิวหนังเป็นเกล็ดแข็งปกคลุม - ปฏิสนธิภายในออกลูกเป็นไข่ - แลกเปลี่ยนแก๊สโดยใช้ปอด - มีหัวใจ 4 ห้องแบบไม่สมบูรณ์ ยกเว้น จระเข้ มีหัวใจ 4 ห้องแบบสมบูรณ์ สัตว์เลื้อยคลานชนิดต่างๆ


ครูวิภาณีย์ จิรธรภักดี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 14 มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง สมมาตรด้านข้าง (Bilateral symmetry) Deuterostomere (Blastopore เปลี่ยนเป็นทวารหนัก) Subphylum Vertebrata (ต่อ) 6) Class Aves ได้แก่สัตว์ปีก ลักษณะที่สำคัญ - มีวิวัฒนาการมาจากสัตว์เลื้อยคลาน - มีเส้นขนแบบ ขนนก หรือเรียกว่า feather ปกคลุม ร่างกาย - ผิวหนังที่ขามีลักษณะเป็นเกล็ด - ปฏิสนธิภายใน ออกลูกเป็นไข่ - เป็นสัตว์เลือดอุ่น มีหัวใจ 4 ห้อง 7) Class Mammalia ได้แก่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วย นม สัตว์ในคลาสนี้เรียกว่า mammal ลักษณะที่สำคัญ - มีวิวัฒนาการมาจากสัตว์ปีก - มีเส้นขนแบบเส้นหรือเรียกว่า hair ปกคลุมร่างกาย - มีต่อมน้ำนม สร้างน้ำนมไว้เลี้ยงลูก - ปฏิสนธิภายใน บางชนิดออกลูกเป็นไข่ส่วนใหญ่ออกลูก เป็นตัว - เป็นสัตว์เลือดอุ่น มีหัวใจ 4 ห้อง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ ตามการ เจริญของรก ได้ดังนี้ 6.1) Monotreme ลักษณะที่สำคัญ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ไม่มีรก ยังคง ออกลูกเป็นไข่ มีต่อมน้ำนมแต่ไม่มีหัวนม น้ำนมจะไหลออก ทางท่อเล็กๆ แทน พบในทวีปออสเตรเลียและบางส่วนของ นิวกินีเท่านั้น อีคิดนา หรือ ตัวกินมดมีหนาม ตุ่นปากเป็ด 6.2) Marsupial ลักษณะที่สำคัญ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีถุงหน้า ท้องออกลูกเป็นตัว แต่ตัวอ่อนจะเจริญอยู่ในมดลูกในระยะ สั้น เนื่องจากรกเจริญไม่ดี แล้วตัวอ่อนจะมาเจริญต่อในถุง หน้าท้องของแม่ ดูดกินนม จนโตเต็มที่จึงออกจากถุงหน้า ท้อง พบในทวีปออสเตรเลียและบางส่วนของนิวกินีและ บางส่วนของทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกากลาง โอพอสซัม ซูการ์ไกลเดอร์ จิงโจ้ โคอาล่า


ครูวิภาณีย์ จิรธรภักดี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 15 ท้าสมองประลองปัญญา : เกมอักษรปริศนา มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง สมมาตรด้านข้าง (Bilateral symmetry) Deuterostomere (Blastopore เปลี่ยนเป็นทวารหนัก) 6.3) Eutherian ลักษณะที่สำคัญ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีรกที่เจริญดี ตัวอ่อนเจริญเติบโตในท้องแม่จนแข็งแรง เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วย นมส่วนใหญ่ กระจายตัวอยู่ทั่วโลก


ครูวิภาณีย์ จิรธรภักดี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 16 จากลักษณะสำคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรสัตว์ที่กำหนดให้ด้านล่าง เขียนคำที่ได้และค้นหาคำที่ซ่อนไว้ใน ตาราง สามารถอ่านได้ทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือแนวทแยง แต่อ่านได้จากบนลงล่าง และจากซ้ายไปขวาเท่านั้น N A M O T O D A T A S C C R E P T I L I A M A P R O O B M P L A T Y H E M U N P I L A A M P H I B I S D M C A R T R O P O D A T R O H G N P O R I F E R A I N O N O N A D A T A P C C O R A A N E L A C G N E H T D T M O L L U S C A A T R A H E T A B I D U A L H E T A R C O N D D R I C Y M A A V E S M A M A L S E E C I N O D E R M A T A S C N I D A R I A M E R P L 1. มีเนื้อเยื่อ 2 ชั้น อาจมีรูปร่างแบบโพลิป หรือเมดูซา คือไฟลัม...................................................................................... 2. มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น มีช่องว่างในลำตัวเทียม ลำตัวแหลมหัวท้าย คือไฟลัม......................................................................... 3. มีลำตัวแบ่งเป็น ส่วนหัว อกและท้อง มีขาเป็นข้อๆ คือไฟลัม...................................................................................... 4. สัตว์ที่พบในทะเลเท่านั้น มีตัวอ่อนแบบดิวเทอโรสโทเมีย คือไฟลัม........................................................................... 5. เป็นสัตว์ที่มีรูพรุนทั่วลำตัว ไม่มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง คือไฟลัม.......................................................................................... 6. เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ออกลูกเป็นไข่...................................................................................................................... 7. สัตว์ที่ลำตัวเป็นปล้องอย่างแท้จริง มีช่องว่างในลำตัวที่แท้จริง คือไฟลัม.................................................................... 8. สัตว์มีกระดูกสันหลัง ที่มีเกล็ดปกคลุมลำตัว ออกลูกเป็นไข่ คือคลาส......................................................................... 9. ปลาที่ไม่มีแผ่นปิดช่องเหงือก กระดูกเป็นกระดูกอ่อน คือคลาส.................................................................................. 10.อาร์โทรพอด ที่มีขาเดิน 5 คู่ มีขาว่ายน้ำ และมีหนวด 2 คู่ คือคลาส...........................................................................


Click to View FlipBook Version