The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สงครามโลกครั้งที่ 1-3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kanta Sansanawisit, 2021-01-29 01:55:53

สงครามโลกครั้งที่ 1-3

สงครามโลกครั้งที่ 1-3

สงครามโลกครั้งท่ี 1

World War I หรือ First World War

สงครามโลกครัง้ ที่ 1 เปน็ ความขัดแย้งระดบั โลก เริ่ม แผนท่สี งครามโลครั้งที่ 1 แสดง
ใน ค.ศ. 1914 สน้ิ สดุ ในค.ศ.1918 เป็นความขดั แย้งระหวา่ ง การรบในยุโรปและตะวนั ออก
มหาอานาจ 2 คา่ ย คือ ประกอบด้วย เยอรมนี ออสเตรีย –
ฮงั การี และอติ าลี (ผนู้ าสาคัญ คอื บิสมาร์ค แหง่ เยอรมนี) กบั กลาง
ฝา่ ย ประกอบดว้ ย Triple Entente ได้แก่ บรเิ ตนใหญ่ (
องั กฤษ ) ฝรง่ั เศส และรัสเซยี การรบเริ่มขึ้นหลังการลอบ
สังหารมกฎุ ราชกุมารแหง่ ออสเตรยี – ฮังการี และส้ินสุดลง
ด้วยความพ่ายแพ้ของมหาอานาจกลาง หรือ Triple Alliance
มกี ารทาสนธิสัญญาแวร์ซายส์ บังคบั ใหเ้ ยอรมนีและ
พนั ธมติ รเสยี คา่ ปฏกิ รรมสงครามชดใช้จานวนมหาศาลและ
เสยี ดินแดนทเ่ี ปน็ อาณานิคมใหแ้ ก่ฝา่ ย Triple Entente

สาเหตสุ งครามโลกคร้ังที่ 1

1.ลทั ธชิ าตนิ ยิ ม

การเกิดลทั ธิชาตนิ ยิ มจากคริสต์ศตวรรษท่ี 15 เปน็ ต้นมา
ทาให้เกิดระบบรวมรัฐชาติ สร้างระบบรวมอานาจเข้าสู่
ส่วนกลาง รฐั ชาติในประเทศยโุ รปต่างแสวงหาความเป็น
มหาอานาจ ทงั้ ทางทหารและเศรษฐกจิ รัฐชาตหิ มายถึง รัฐหรือ
ประเทศทป่ี ระชาชนมีความรสู้ กึ ผูกพนั กัน มีความสามคั คี
ภาคภูมใิ จในความเป็นชาติ จงรักภักดตี อ่ พระมหากษัตรยิ ์
ความรกั ชาติทีร่ ุนแรงจนเป็นลทั ธชิ าตินยิ ม ทาใหเ้ ชอื่ ว่าชาตติ น
เหนือกว่าชาตอิ ่นื ผลักดนั ชาติของตนไดเ้ ปรยี บชาติอืน่ ไม่วา่ ดา้ น
เศรษฐกิจ หรือการทหาร นาไปสู่การแขง่ ขนั อานาจกนั จน
กลายเป็นสงคราม เช่น สงครามการรวมอติ าลี การรวมเยอรมนี
จนถงึ สงครามโลกคร้งั ที่หน่ึง

2.ลทั ธจิ ักรวรรดินิยม

ลทั ธิชาตินยิ มนาไปส่ลู ทั ธจิ ักรวรรดนิ ยิ ม ลทั ธจิ ักรวรรดนิ ยิ ม หมายถึงประเทศท่พี ัฒนา
แล้วประสบความสาเร็จด้านเศรษฐกจิ การทหาร และวทิ ยาศาสตร์ เข้าครอบครอง ทด่ี ้อยพัฒนา
กวา่ ลัทธจิ ักรวรรดินิยมเรม่ิ จากปลายครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 19 เมอ่ื มกี ารปฏิวตั อิ ตุ สาหกรรม ทาให้
ตอ้ งการวัตถดุ ิบและตลาด มหาอานาจยุโรป เชน่ อังกฤษ ฝร่ังเศส ปรัสเซยี ( เยอรมน)ี
เนเธอร์แลนด์ ตา่ งแข่งขันกันขยายอานาจในการครอบครองดินแดนในทวีปเอเชยี อเมรกิ ากลาง
และอฟั ริกาโดยครอบงาทาวฒั นธรรม และวถิ ชี ีวติ เป็นแหล่งเก็บเก่ียวผลประโยชน์ใหเ้ มอื งแม่

3.การแบง่ กลุ่มพันธมติ รยโุ รป

นโยบายการรวมกลมุ่ ท่ีมผี ลประโยชน์ตรงกัน เริ่มตน้ ใน ค.ศ. 1907 เมอื่ เยอรมัน
และออสเตรีย-ฮงั การีลงนามในสนธสิ ญั ญาพันธมติ รไตรมติ ร (Triple Alliance )
ประจันหน้ากบั รสุ เซีย เนอื่ งจากเยอรมนี ตอ้ งการไม่ใหร้ ัสเซยี เป็นใหญใ่ นชนเผ่าสลาฟ
แหลมสมุทรบอลข่าน ตอ่ มามีอิตาลีมาร่วมประเทศ เพราะไม่พอใจฝรั่งเศสทแ่ี ยง่
ครอบครองตนู ิเซีย ในฐานะรฐั ในอารักขา ฝา่ ยออสเตรยี – ฮังการีซ่ึงตอ้ งการเปน็ ใหญ่
ในแหลมบอลข่านเช่นกัน โดยได้รับการสนบั สนุนจากเยอรมนี อังกฤษ ฝร่ังเศส และ
รัสเซยี ลงนามในสนธสิ ัญญาฉนั ทไมตรีไตรมิตร (Triple Entente ) ค.ศ. 1907และเป็น
พันธมติ รกบั ญีป่ นุ่ ดว้ ย

4. ความขัดแยง้ เรอ่ื งแหลมบอลข่าน

สาเหตสุ าคญั เกิดจากการทอ่ี อสเตรยี – ฮงั การีขดั แยง้
กบั เซอร์เบีย เรือ่ งการสร้างเขตอิทธิพลในแหลมบอลขา่ น
เยอรมนสี นบั สนนุ ออสเตรยี – ฮังการี ขณะท่ีรสั เซีย
สนับสนุนเซอร์เบีย ความขัดแยง้ ขยายความรุนแรงเปน็
สงครามระหวา่ งรฐั ในแหลมบอลข่าน มหาอานาจจงึ มี
โอกาสแทรกแซงและตง้ั กลมุ่ พนั ธมิตร

จดุ ระเบดิ ของสงครามโลกครงั้ ที่ 1 มกฎุ ราชกมุ ารแห่ง
ออสเตรีย-ฮังการคี อื อาร์ค ฟรานซิส เฟอรด์ นิ านด์ กบั พระชายา
โซเฟยี ถกู ลอบปลงพระชนมใ์ นวนั ที่ 28 มถิ ุนายน ค.ศ.1914ทเ่ี มอื ง
ซาราเจโว ขณะเสดจ็ เยอื นเมืองหลวงของบอสเนยี โดยคนร้ายชอ่ื
กาฟรโิ ล ปรินซิพ นักศึกษาชาวบอสเนยี สญั ชาตเิ ซอรเ์ บีย
ออสเตรยี เรียกร้องให้เซอร์เบยี ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ เรยี กร้อง เซอร์เบีย
ปฏเิ สธออสเตรยี -ฮังการจี ึงประกาศสงครามกบั เซอร์เบยี 28
กรกฎาคม 1914 รัสเซียแสดงตนว่าเป็นผพู้ ทิ ักษ์เผ่าสลาฟจึงระดม
พล เยอรมนปี ระกาศสงครามกบั ฝรงั่ เศสและรสั เซีย ตอ่ มาองั กฤษ
เข้าสู่สงครามเม่ือเยอรมนีบกุ เบลเยียม และญปี่ ่นุ ได้ประกาศสงคราม
ต่อเยอรมนี เพราะมุ่งหวังในอาณานิคมของเยอรมนีในจนี

ภายหลังจากอาร์คดยกุ แห่งออสเตรียถูกลอบปลงประชนม์
ประเทศต่าง ๆ ท่เี ปน็ อริกนั ต่างกล่าวหาซึ่งกนั และกัน ในทสี่ ดุ จึงประกาศ
สงครามต่อกนั เปน็ ลกู โซ่ กลายเปน็ สงครามใหญ่

ฝ่ายไตรพันธมิตร/พันธมิตร ฝา่ ยไตรภาคี/มหาอานาจกลาง
Triple Alliance/ Triple Entente/ Allied Central Powers/Triple Entente

(Entente) Powers เยอรมนั นี
ออสเตรีย-ฮังการี
อังกฤษ
ออตโตมานเติร์ก
ฝร่ังเศส

รสั เซยี (เกิดปฏิวัติของเปลีย่ นแปลงการ
ปกครองในประเทศ ปี ค.ศ. 1917 จึงถอนตวั

ออกไป)

อเมรกิ า (เข้ามาร่วมตอนหลงั ค.ศ. 1917) บัลแกเรยี
จีน ญี่ปุ่น ไทย .. อติ าลี (เข้ามารว่ มทีหลัง)

การแข่งขนั การสะสมอาวธุ

การแขง่ ขนั แสนยานภุ าพทางทะเลระหว่างองั กฤษและเยอรมนีน้นั เริม่ รนุ แรงขึ้นเมื่อ
กองทพั เรืออังกฤษสร้างเรอื ประจญั บานช้ันเดรตนอท ซ่งึ เปน็ เรือประจัญบานขนาดหนักไดส้ าเร็จ
ในปี ค.ศ. 1906 การคิดค้นเรอื ดงั กลา่ วนบั เป็นการปฏวิ ัติทัง้ ขนาดและพลังอานาจท่ีเหนือกวา่ เรือ
ประจญั บานธรรมดาอย่างยงิ่ ยิ่งไปกวา่ นัน้ องั กฤษยงั คงสามารถรักษาความเปน็ ผูน้ าทางทะเลได้
เหนอื กว่าเยอรมนีและอติ าลี พอล เคเนดไ้ี ด้ชวี้ ่าทง้ั สองประเทศมีความเชอื่ วา่ แนวคิดของอลั เฟรด
เทยเ์ ลอร์ มาฮานเกีย่ วกบั การบญั ชาการรบทางทะเลว่าเป็นความสาคัญตอ่ สถานภาพของประเทศ
อยา่ งมาก แตก่ ารผ่านการจารกรรมทางพาณชิ ย์อาจพิสจู นว์ ่าแนวคดิ ของเขาอาจจะผดิ กเ็ ปน็ ได้

เดวดิ สตเี วนสัน นกั ประวัตศิ าสตร์สงครามโลกครั้งที่หน่ึง ชาวบรเิ ตน ได้กล่าวถงึ การ
แขง่ ขนั การสะสมอาวธุ ว่าเป็น "การสร้างเสรมิ ตวั เองเป็นวงกลมแห่งการเตรียมความพร้อมด้าน
การทหารอย่างแรงกล้า" เดวิด เฮอรม์ นั นไ์ ด้มองการแข่งขันแสนยานุภาพทางทะเลวา่ เป็นหลักที่
จะชีช้ ะตาทิศทางของสงคราม

อยา่ งไรก็ตาม ไนอลั เฟอร์กสู ัน นกั ประวตั ศิ าสตร์ชาวสก็อต ไดโ้ ตแ้ ย้งว่า ความสามารถของ
องั กฤษท่ีจะรกั ษาความเปน็ ผ้นู าทางการทหารไว้มิได้เปน็ ปจั จยั ของผลกระทบท่ีจะเกดิ ขึ้นใน
เวลาต่อมา

อังกฤษและเยอรมนตี ่างใช้จ่ายเงินในการแขง่ ขนั สะสมอาวุธเปน็ จานาวนมาก จากสถิติแล้ว
หกชาติมหาอานาจยุโรป อันได้แก่ องั กฤษ จกั รวรรดิรสั เซีย ฝร่ังเศส เยอรมนี จกั รวรรดิ
ออสเตรยี -ฮงั การีและอิตาลี ไดใ้ ชง้ บประมาณเพอื่ การแข่งขนั การสะสมอาวธุ เพิ่มข้นึ ถึง 50%
เมอ่ื เปรยี บเทียบระหว่างปคี .ศ. 1908กับปี ค.ศ. 1913

แผนการ ความไมไ่ วว้ างใจและการประกาศระดมพล

แนวคิดดังกล่าวถกู เสนอโดยนกั ปกครองจานวนมากว่า แผนการระดมพลของเยอรมนี
ฝรั่งเศสและรัสเซียน้ันได้ทาใหค้ วามขัดแย้งขยายไปกว้างข้นึ ฟรทิ ซ์ ฟสิ เชอร์ไดก้ ลา่ วถึงความ
รุนแรงโดยเน้ือหาของแผนการชลฟี เฟน็ ซง่ึ ได้แบ่งเอากองทพั เยอรมนั ตอ้ งทาการรบทั้งสองด้าน การ
ทาศึกทัง้ สองดา้ นหมายความวา่ กองทัพเยอรมันจาเป็นทจ่ี ะตอ้ งรบให้ชนะศัตรูจากทางด้านหนึง่ อย่าง
รวดเร็วก่อนทีจ่ ะทาการรบกับศัตรทู เ่ี หลอื ได้ แผนการดังกล่าวเรยี กว่าเป็น "อุบายการตกี ระหนาบ"
เพื่อท่ีจะทาลายเบลเยี่ยมและทาให้กองทพั ฝร่ังเศสกลายเปน็ อมั พาตโดยการโจมตีอยา่ งรวดเรว็ ก่อนที่
ฝรั่งเศสจะพร้อมระดมพล หลังจากไดช้ ยั ชนะแลว้ กองทัพเยอรมนั จะเคลือ่ นไปยงั ทิศตะวันออกโดย
ทางรถไฟและทาลายกองทัพรัสเซยี ซ่ึงระดมพลได้อยา่ งเชอ่ื งช้า

แผนการทีส่ ิบเจ็ดของฝร่ังเศสมีจุดประสงคท์ จ่ี ะส่งกองทัพของตนเข้าเป็นยดึ ครองหบุ เขารูร์
อย่างรวดเร็ว ซ่งึ เป็นหัวใจหลักของอตุ สาหกรรมของเยอรมนี ซงึ่ ทางทฤษฏแี ลว้ จะเป็นการทาให้
เยอรมนหี มดสภาพท่ีจะทาสงครามสมัยใหมต่ ่อไป

สว่ นแผนการทส่ี บิ เกา้ ของจักรวรรดริ สั เซียมเี ป้าหมายทีจ่ ะมองการณ์ไกลและระดม
กองทัพของตนเพอ่ื ต่อต้านท้งั จกั รรวรดอิ อสเตรยี -ฮังการแี ละจกั รรวรดเิ ยอรมนี

แผนการของทั้งสามประเทศไดก้ อ่ ใหเ้ กดิ บรรยากาศซ่ึงตอ้ งทาใหไ้ ดม้ าซึง่ ชยั ชนะ
อยา่ งรวดเร็วเพ่ือทจ่ี ะสามารถกุมชัยชนะได้ ทกุ ฝ่ายต่างมีตารางเวลาซ่ึงถูกคานวณอยา่ ง
ละเอยี ดลออ เมื่อมีการระดมพลเกดิ ขนึ้ โอกาสทจี่ ะถอยหลงั ก็หมดสน้ิ ไปแลว้ ความลา่ ชา้
ทางการทูตและการคมนาคมขนส่งที่เลวส่งผลทาให้แผนการเหล่านี้ประสบความติดขัด
หรือหยดุ ชะงัก และเหตุผลอีกประการหน่งึ กค็ อื แผนการของทง้ั สามประเทศนีเ้ ปน็
ปฏบิ ตั ิการเชงิ รกุ ซงึ่ ทาใหต้ ้องมกี ารพัฒนาความสามารถในการปอ้ งกนั และการขดุ สนาม
เพลาะเพ่อื การปอ้ งกนั ประเทศ

ลทั ธนิ ยิ มทหารและเอกาธิปไตย

ประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสันแห่งสหรัฐอเมริกาและคนอ่ืน ๆ ไดม้ ีความเห็นวา่ สงครามโลก
คร้ังท่หี นึ่งอาจเกิดจากลทั ธนิ ยิ มทหาร บางคนอาจโตเ้ ถยี งว่าเปน็ เพราะการปกครองแบบอภชิ นาธปิ
ไตย และสาหรับพวกนายทหารชนั้ สูงในกองทพั มอี านาจมากมายดงั เชน่ ในประเทศอย่างเยอรมนี
รสั เซียและออสเตรีย-ฮังการี ผูซ้ ง่ึ เหน็ วา่ สงครามเป็นโอกาสทองท่ีพวกเขาจะสามารถไดร้ บั
ตอบสนองความตอ้ งการเพ่ืออานาจทางการทหารและดถู ูกการปกครองแบบประชาธปิ ไตย โดย
เหตุการณ์ดังกลา่ วน้นั เกดิ ขนึ้ อยา่ งโดดเดน่ ในโฆษณาต่อตา้ นเยอรมนี เนือ่ งจากวา่ ผสู้ นับสนนุ
แนวคิดดงั กล่าวได้เรียกร้องให้มีการสละราชสมบัตขิ องผนู าประเทศ อยา่ งเชน่ สมเดจ็ พระ
จกั รพรรดวิ ิลเฮลม์ ท่ี 2 แห่งเยอรมนี รวมไปถึงการกาจดั พวกชนชั้นสงู ซึ่งมสี ่วนร่วมในการ
ปกครองของยุโรปมาหลายศตวรรษรวมไปถงึ ลทั ธินิยมทหารด้วย เวทนี ้ไี ด้ใหเ้ หตผุ ลอันสมควรแก่
สหรัฐอเมรกิ าท่ีเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึง่ เมื่อจกั รวรรดิรัสเซยี ยอมจานนเมื่อปี 1917

ฝ่ายพนั ธมิตรซ่งึ ประกอบดว้ ยสหราชอาณาจักรและฝร่ังเศส มีการปกครองระบบ
ประชาธปิ ไตย ไดต้ อ่ สกู้ บั ฝา่ ยมหาอานาจกลางซึ่งประกอบดว้ ย เยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการแี ละ
จกั รวรรดิออตโตมาน รวมไปถงึ รัสเซยี พันธมติ รขององั กฤษและฝรั้งเศสเอง ยังคงมกี ารปกครอง
ระบบจักรวรรดจิ นกระทั่งถึงปี 1917-1918 แต่ก็ตรงกนั ข้ามกับการปราบปรามเชอ้ื ชาติสลาฟของ
จกั รวรรดอิ อสเตรีย-ฮงั การี

โดยหลงั ฉากน้ี มุมมองของสงครามของหนงึ่ ในกลมุ่ ประชาธปิ ไตยกบั การปกครองแบบ
เผด็จการมาต้ังแต่กอ่ นสงครามน้ันดูสมเหตุสมผลและมนี ้าหนักพอสมควร แตม่ มุ มองเหล่าน้ันได้
สญู เสียความนา่ เชอ่ื ถือไปเรื่อย ๆ ขณะทค่ี วามขัดแยง้ ยังคงดาเนินตอ่ ไป

วิลสนั นนั้ หวงั วา่ สันนบิ าตชาตแิ ละการปลดอาวธุ นั้นจะชว่ ยให้สามารถธารงสันตภิ าพให้
คงอยกู่ าลนาน โดยยมื แนวคดิ มาจากเอช.อ.ี เวลส์ เขาไดอ้ ธบิ ายเกย่ี วกบั สงครามโลกครั้งทีห่ น่งึ ว่า
เป็น "สงครามเพอ่ื ทีจ่ ะยตุ สิ งครามท้ังมวล" เขายังหวังท่ีจะเขา้ รว่ มกับฝ่ายพนั ธมิตรของอังกฤษ
และฝร่งเศสต้งั แตต่ น้ จนจบ แม้วา่ ทั้งสองประเทศจะมีลทั ธนิ ยิ มทหารอยู่บ้าง

สมดลุ แห่งอานาจ

หนึ่งในเปา้ หมายของประเทศมหาอานาจกอ่ นท่จี ะเกดิ สงครามโลกครั้งที่หน่ึงกค็ ือ การ
รกั ษา "สมดลุ แห่งอานาจ" ในทวปี ยุโรป ทาใหต้ ่อมาได้กลายเปน็ ระบบท่ีประณีตของข้อตกลงและ
สนธิสัญญาตา่ ง ๆ ทง้ั ตอ่ หน้า (เผยแพร่ตอ่ สาธารณชน) และลับหลัง (เปน็ ความลับ) ตวั อยา่ งเชน่
หลังจากสงครามฝร่ังเศส-ปรสั เซยี องั กฤษก็ไดใ้ ห้ความช่วยเหลอื แกเ่ ยอรมนอี ันแขง็ แกร่ง ซ่ึง
องั กฤษหวงั ว่าจะชว่ ยรักษาสมดุลกับศตั รทู างวัฒนธรรมขององั กฤษ นัน่ คือ ฝรั่งเศส แต่วา่ ภายหลัง
จากท่ีเยอรมนีเร่มิ ทีจ่ ะสร้างกองทัพเรือขนึ้ มาแข่งขันกับองั กฤษ กท็ าใหส้ ถานภาพนีเ้ ปลี่ยนไป
ฝรั่งเศสผู้กาลงั หาพนั ธมิตรใหม่เพื่อรักษาความปลอดภยั จากอนั ตรายของเยอรมนี คือ จักรวรรดิ
รสั เซยี สว่ นจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ซึ่งเผชญิ กับภัยจากรสั เซยี ไดร้ บั ความช่วยเหลือจากเยอรมนี

เม่ือสงครามโลกครง้ั ท่ีหนง่ึ ปะทุ สนธสิ ัญญาเหลา่ นีเ้ ป็นแคต่ ัวตดั สินว่าพวกเขาจะเข้าร่วม
สงครามกับฝา่ ยใด องั กฤษผไู้ ม่มีสนธิสัญญาผูกพนั กับฝร่งั เศสและรัสเซีย แต่ก็เข้าร่วมสงครามกับ
ฝา่ ยพันธมติ ร ทางด้านอติ าลมี ที ง้ั สนธสิ ญั ญาผกู พันกบั ทง้ั เยอรมนแี ละออสเตรยี -ฮังการี แตก่ ็ไมไ่ ด้
เข้ารว่ มสงครามกับฝา่ ยมหาอานาจกลาง กลบั เปน็ ฝา่ ยพันธมิตร บางที สนธิสัญญาที่น่าสงั เกต
ทีส่ ดุ นา่ จะเป็นสนธสิ ัญญาการป้องกนั รว่ มกันระหวา่ งเยอรมนแี ละออสเตรีย-ฮงั การี ซึ่งเยอรมนี
ไดร้ า่ งขนึ้ ในปี 1909 โดยไดก้ ลา่ วไว้วา่ เยอรมนจี ะยืนเคยี งขา้ งจักรวรรดอิ อสเตรีย-ฮังการี แม้วา่
พวกเขาจะเป็นฝา่ ยเรมิ่ สงครามกอ่ นก็ตาม

เศรษฐกจิ ลทั ธจิ ักรวรรดนิ ยิ ม

วลาดมี รี ์ เลนินไดย้ นื ยนั วา่ สาเหตขุ องสงครามนัน้ ต้งั อยบู่ นจักรวรรดนิ ิยม เขาไดก้ ล่าว
พรรณาถึงแนวคดิ ทางเศรษฐศาสตร์ของคาร์ล มารก์ ซ และนักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษ จอหน์
เอ. ฮอบสัน ซ่งึ ไดท้ านายวา่ การแข่งขันอยา่ งไม่ส้ินสดุ เพ่อื การขยายตลาดการค้านั้นจะนาไปสู่
ความขัดแย้งในระดับโลก โดยเหตผุ ลดงั กล่าวนน้ั มผี เู้ ชือ่ ถือเปน็ จานวนมากและได้สนับสนนุ
การเจรญิ เติบโตของลทั ธคิ อมมวิ นิสต์ เลนนิ ยงั ได้กลา่ วว่าความสนใจในการเงนิ ของมหาอานาจ
ลทั ธิทนุ นยิ ม-จกั รวรรดินิยมจานวนมากไดก้ ่อให้เกดิ สงคราม

การแข่งขนั ทางการเมอื งและมนุษยชาติ

สงครามบนคาบสมทุ รบอลข่านระหวา่ งจักรวรรดอิ อสเตรยี -ฮังการีและเซอร์เบียนัน้ ถกู
พจิ ารณาว่าไมส่ ามารถหลีกเล่ียงได้ ด้วยอิทธิพลของจกั รวรรดิออสเตรยี -ฮงั การีไดเ้ สอ่ื มถอยและการ
เจรญิ เติบโตของลัทธริ วมเชื้อชาติสลาฟ และความเจริ ญขน้ึ ของลัทธิชาตินิยมภายในประจวบกบั การ
เจริญเติบโตของเซอร์เบยี ซง่ึ ความรู้สกึ ต่อตา้ นชาวออสเตรียอาจจะมีความรุนแรงมากทสี่ ุด
จกั รวรรดอิ อสเตรีย-ฮังการีนัน้ ได้ยดึ ครองแควน้ บอลเนีย-เฮอร์เซโกวเิ นียของจกั รวรรดิออตโตมาน
ซงึ่ มจี านวนประชากรชาวเซริ บ์ เป็นจานวนมากในปี 1878 และจากนน้ั กไ็ ด้ถูกยบุ รวมเป็นส่วนหนึง่
ของจักรวรรดิออสเตรยี -ฮงั การใี นปี 1908 ความรู้สึกรกั ชาติท่ีเพ่มิ มากขนึ้ พรอ้ มกบั ท่ีจักรวรรดอิ อต
โตมาน รัสเซียน้นั ได้สนบั สนุนการเคลอื่ นไหวเพ่อื การรวมเชือ้ ชาตสิ ลาฟ และกระต้นุ โดย
มนษุ ยธรรมและความจงรักภักดีตอ่ ศาสนาและการแข่งขนั กับจักรวรรดิออสเตรยี -ฮังการีย้อนกลบั
ไปยงั สงครามไครเมยี เหตกุ ารณ์ปัจจุบนั อย่างเช่น สนธิสญั ญาลม้ เหลวระหว่างออสเตรีย-ฮังการกี ับ
รสั เซีย และความฝนั เกา่ ต้ังแตต่ น้ ศตวรรษเรอ่ื งท่าเรือน้าอุน่ กไ็ ด้ถูกกระตนุ้ ในเซนต์ปีเตอรส์ เบิร์ก

นอกจากในบอสเนยี แล้ว ก็ยังมีเจตนาอยู่ในสถานที่อืน่ ๆ อกี เช่นกนั ยกตัวอย่างเชน่ การสญู เสีย
แคว้นอัลซาซและแคว้นลอรเ์ รนภายหลงั สงครามฝร่ังเศส-ปรัสเซยี ได้กอ่ ใหเ้ กดิ ความรู้สกึ ตอ่ ต้านใน
กลุ่มประชากรไปโดยปริยาย ในทส่ี ุด ฝรัง่ เศสก็ไดร้ ัสเซียเป็นพนั ธมิตร และไดส้ ร้างสิ่งที่ตั้งเค้าวา่ จะ
กลายเปน็ บศกึ สองด้านกับเยอรมนี

วิกฤตการณเ์ ดือนกรกฎาคมและการประกาศสงคราม

รฐั บาลของจกั รวรรดิออสเตรีย-ฮงั การี ซึ่งไดร้ ับการสนบั สนนุ จากเยอรมนี ได้ยกเอาเหตุผล
ของการลอบปลงพระชนม์ อาร์คดยุคฟรานซ์ เฟอร์ดินานดแ์ หง่ ออสเตรยี เปน็ การตง้ั คาถามกบั
เซอร์เบีย เมอื่ วันท่ี 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1914 ออสเตรีย-ฮงั การีไดย้ ่ืนคาขาดแก่เซอรเ์ บียโดยมีความ
ต้องการสบิ ขอ้ ซ่ึงบางข้อน้ันเซอรเ์ บยี เหน็ ว่ารุนแรงเกินไป จึงปฏเิ สธคาขาดขอ้ ทหี่ ก เซอร์เบียน้นั
ไวใ้ จวา่ ตนจะได้รบั การสนับสนุนอยา่ งเพียงพอจากรัสเซีย จึงทาใหเ้ กิดการปฏิเสธคาขาดบางกรณี

และหลังจากน้นั ก็มกี ารออกคาสงั่ ระดมพล จกั รวรรดอิ อสเตรยี -ฮังการไี ด้ตอบสนอง
โดยการประกาศสงครามเมอ่ื วนั ท่ี 28 กรกฎาคม ในตอนเรม่ิ ตน้ กองทพั รัสเซียได้ส่ังระดมพล
เปน็ บางส่วน มงุ่ ตรงมายังชายแดนของจกั รวรรดิออสเตรยี -ฮงั การี เมอ่ื วนั ที่ 31 กรกฎาคม
หลังจากท่กี องเสนาธกิ ารทัว่ ไปของรัสเซยี ได้ทลู แกพ่ ระเจา้ ซารว์ ่า การสง่ กาลังบารุงแก่ทหาร
เกณฑน์ นั เป็นเร่อื งที่เป็นไปไม่ได้ จึงไดเ้ ปลี่ยนเป็นการระดมพลเต็มขนาดแทน แผนการชลีฟ
เฟ็นซึง่ มีเป้าหมายทจี่ ะโจมตีสายฟ้าแลบต่อฝรั่งเศสน้นั ไม่สามารถใหร้ สั เซยี สามารถระดมพล
ได้ นอกจากภายหลังกองทัพเยอรมนั ได้เขา้ โจมตีแลว้ ดังน้ัน เยอรมนีจงึ ประกาศสงครามกับ
รัสเซยี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม และฝร่ังเศสในอกี สองวันตอ่ มา หลังจากน้ันเยอรมนีกไ็ ดฝ้ า่ ฝืนต่อ
ความเป็นกลางของเบลเย่ียมโดยการเดินทัพผา่ นเพือ่ ไปโจมตกี รุงปารสี ซงึ่ ส่งผลให้จกั รวรรดิ
อังกฤษเขา้ สู่สงคราม ดว้ ยสาเหตนุ ้ี หา้ ในหกประเทศมหาอานาจของยโุ รป จึงเขา้ มาพวั พนั อยู่
ในความขดั แยง้ วงกวา้ งภายในทวีปยโุ รปคร้ังใหญ่ท่ีสุดนับต้งั แต่สงครามนโปเลยี น

เสน้ ทางของสงคราม

กระสุนนัดแรก

ความสับสนภายในฝ่ายมหาอานาจกลางแผนการทางยุทธศาสตร์ของฝ่ายมหาอานาจกลาง
ตอ้ งหยุดชะงกั ลง เน่อื งจากความไร้ประสิทธภิ าพของการคมนาคมและการสอื่ สารระหวา่ งกนั
เยอรมนีใหค้ ามน่ั แก่ออสเตรีย-ฮังการวี ่าตนจะชว่ ยสนบั สนุนในการรกุ รานเซอรเ์ บีย จึงทาให้เกดิ
ความผดิ ใจกนั ในฝา่ ยมหาอานาจกลาง ออสเตรยี -ฮังการนี นั้ เชื่อวา่ เยอรมนีจะช่วยสง่ กองทัพเข้า
มาปอ้ งกนั ประเทศทางชายแดนดา้ นทิศเหนือซง่ึ ตดิ กบั รัสเซีย อยา่ งไรกต็ าม ออสเตรีย-ฮังการไี ดม้ ี
ความเหน็ ท่ีจะสง่ กองทัพหลกั ของตนพ่งุ เป้าไปยังรัสเซีย ขณะทเี่ ยอรมนีจดั การกับประเทศ
ฝรั่งเศส จากสาเหตดุ ังกลา่ วไดส้ ร้างความสับสนให้แก่กองทพั ออสเตรยี -ฮงั การี ซง่ึ จาเป็นต้อง
แบ่งกองทัพของตนเพ่อื รบกบั ท้ังเซอร์เบยี และรัสเซยี ทั้งสองด้านเขตสงครามทวปี แอฟริกาดู
บทความหลักได้ที่ เขตปฏบิ ตั ิการทวีปแอฟรกิ า (สงครามโลกคร้ังท่ีหน่ึง)

ประกายแรกของสงครามกไ็ ด้เขา้ มาพวั พันกับอาณานิคมทั้งหลายขององั กฤษ
ฝรั่งเศสและเยอรมนีในทวีปแอฟรกิ า เมื่อวนั ที่ 8 สิงหาคม 1914 กองทพั อาณานิคมของ
อังกฤษและฝร่ังเศสไดเ้ ข้าโจมตีรฐั ในอารักขาของเยอรมนี โตโกแลนด์ อกี สองวนั ต่อมา
กองทพั เยอรมนั ในนามิเบียได้เข้าโจมตีแอฟรกิ าใต้ การรบในทวปี แอฟริกายังมีขึ้นอย่าง
ประปรายและรนุ แรงตลอดช่วงเวลาของสงครามโลกครัง้ ทีห่ นึ่ง

สงครามทางทะเล

ในตอนเร่มิ ตน้ ของสงคราม จักรวรรดเิ ยอรมนีนนั้ มเี รอื ลาดตระเวนเปน็ จานวนประปราย แตอ่ ยู่
ทวั่ ทง้ั โลก ในภายหลังกองทพั เรือเยอรมนั ได้ใช้เรอื รบดงั กล่าวเพอื่ การจมเรือพาณิชย์ของฝ่ายพนั ธมติ ร
กองทพั เรอื อังกฤษน้นั ไดพ้ ยายามตามล่าเรือรบเหล่าน้ีอย่างเปน็ ระบบ แต่ว่ากองเรอื เหลา่ น้มี ีความอบั
อายเนอื่ งจากเรอื รบเหลา่ น้ีไมส่ ามารถป้องกนั เรอื พาณิชย์ได้ จึงไดม้ ีการกระทาบางประการ เชน่ มีเรือ
ลาดตระเวนเบาอนั สนั โดษของเยอรมัน "เอมเดน" ซง่ึ เป็นส่วนหนึง่ ของกองเรอื เอชยี ตะวันออก
ประจาการอยใู่ นเมืองท่าซิงเทา ถกู เผาและพ่อคา้ 15 ตนบนเรอื เสยี ชีวิต รวมไปถึงการจมเรอื
ลาดตระเวนเบาของรัสเซยี และเรอื พฆิ าตฝรั่งเศสอีกดว้ ย อย่างไรก็ตาม ด้วยขนาดใหญโ่ ตของกองเรือ
เอเชยี ตะวันออกของเยอรมัน-ซง่ึ ประกอบด้วยเรอื ลาดตระเวนห้มุ เกราะ Scharnhorst และ Gneisenau
เรือลาดตระเวนเบา Nürnberg และ Leipzig และเรือบรรทกุ อกี สองลา- นน้ั มิได้รบั คาสั่งให้เขา้ ปล่นเรือ
สินคา้ ฝ่ายพันธมติ รแตอ่ ยา่ งใด

และกาลังเดินทางกลับสู่เยอรมนเี ม่ือกองเรือเหลา่ นีป้ ะทะเข้ากับกองเรือองั กฤษ กองเรอื
เล็กเยอรมัน พร้อมด้วยเรอื เดรสเดน ได้จมเรอื ลาดตระเวนหมุ้ เกราะไปสองลาในยุทธนาวโี ค
โรเนลแต่ว่ากองเรอื ดังกล่าวกเ็ กือบจะถูกทาลายจนส้นิ ในยทุ ธนาวหี มูเ่ กาะฟอล์คแลนด์ ในเดอื น
ธันวาคม 1914 เหลอื เพยี งเรือเดรสเดนเทา่ น้ันท่ีสามารถหลบหนีได้

ไม่นานหลังจากการรบทางทะเลเริม่ ตน้ องั กฤษกไ็ ดท้ าการปิดล้อมทางทะเลกบั เยอรมนี
ซง่ึ เปน็ ยทุ ธศาสตร์ท่ีพสิ จู น์ว่าได้ผลในสงครามคร้ังน้ี การปดิ ลอ้ มได้ตัดเสบียงและทรัพยากรของ
เยอรมนี แม้ว่าการกระทาดงั กล่าวจะเปน็ การละเมดิ ประมวลกฤหมายนานาชาติซึ่งถูกร่างข้ึนโดย
ทัง้ สองประเทศก็ตาม กองทพั เรือองั กฤษยงั ได้วางทุ่นระเบดิ ตามนานนา้ สากลเพ่ือป้องกันมใิ ห้
กองเรือใดๆ เขา้ ออกเขตมหาสมุทร ซึง่ เปน็ อนั ตรายแม้แตก่ บั เรือของประเทศท่เี ป็นกลางและ
เนอ่ื งจากองั กฤษไม่ออกมารบั ผดิ ชอบตอ่ ผลเสียท่ีเกิดจากยทุ ธวิธนี ้ี เยอรมนจี ึงได้กระทาแบบ
เดียวกันกบั กลยทุ ธ์เรือดาน้าของตนเช่นกัน

ปี 1916ยุทธนาวแี หง่ คาบสมทุ รจตั แลนด์ (ภาษาเยอรมนั : "Skagerrakschlacht", หรือ
"Battle of the Skagerrak") ไดก้ ลายเป็นยุทธนาวที ่ยี ่ิงใหญ่ท่ีสุดในสงครามโลกคร้งั น้ี ซ่ึงเป็นการ
ปะทะกนั เตม็ อัตราศึกของกองทัพเรือท้ังสองฝา่ ย ซง่ึ กินเวลาตั้งแตว่ นั ที่ 31 พฤษภาคม - 1
มถิ นุ ายน 1916 บรเิ วณทะเลเหนอื หา่ งจากคาบสมุทรจัตแลนด์ กองเรือทะเลหลวงของกองทัพเรือ
เยอรมันบญั ชาการโดยพลเรือโท Reinhard Scheer เผชิญหน้ากับกองเรอื หลวงของกองทพั เรือ
องั กฤษภายใตก้ ารนาของพลเรอื เอก เซอร์ John Jellicoe ผลชองยทุ ธนาการครั้งนค้ี ือเสมอกัน ฝา่ ย
เยอรมนั น้ันมีชัยชนะเชิงเลห่ ์เหลีย่ มเหนอื กองทัพอังกฤษทีม่ ีขนาดใหญก่ ว่า ซ่ึงกองเรอื เยอรมัน
วางแผนท่จี ะหลบหนแี ละได้สร้างความเสียหายตอ่ กองทพั เรอื อังกฤษมากกว่าที่กองเรือเยอรมนั
ไดร้ บั แตท่ างยทุ ธศาสตร์แล้ว กองทัพเรืออังกฤษยงั คงครองความเป็นเจา้ สมทุ รเหนอื มหาสมุทร
ตอ่ ไป และกองทพั เรอื บนผิวนา้ กถ็ ูกกักให้อยู่แตใ่ นทา่ (ไมส่ ามารถปฏบิ ตั ิการได)้ อกี เลยตลอด
ช่วงเวลาของสงคราม

เรอื อขู องเยอรมันน้ันมคี วามพยายามท่ีจะตัดเส้นทางสนับสนุนระหวา่ งสหรัฐอเมรกิ ากบั
อังกฤษ และเป็นธรรมชาติของกลยทุ ธ์เรือดาน้าทจ่ี ะทาการโจมตโี ดยไมม่ กี ารกลา่ วตักเตือน เรือสนิ คา้
ท่ถี ูกจมจึงมคี วามหวังน้อยมากทีล่ ูกเรือจะมชี วี ิตรอด สหรฐั อเมริกาจึงประท้วง เยอรมนจี ึงปรับปรุง
รูปแบบการทาการรบภายหลังจากการจมเรือโดยสารลซู ิทาเนียอันโดง่ ดัง ในปี 1915 เยอรมนีสญั ญาว่า
จะไม่โจมตีเส้นทางของเรอื พาณิชยอ์ ีก ขณะที่อังกฤษไดต้ ดิ อาวธุ ให้กบั เรือพาณชิ ย์ของตน ในทีส่ ดุ แล้ว
ต้นปี 1917 เยอรมนไี ด้กกั นโยบายกลยุทธ์เรอื ดาน้าแบบไม่จากดั เนอ่ื งจากกลัวว่าสหรัฐอเมริกาจะเข้าสู่
สงคราม ด้านแยอรมนีพยายามที่คน้ หาเส้นทางการเดินเรือของฝ่ายพันธมิตรกอ่ นที่สหรัฐอเมรกิ าจะ
ขนสง่ กองทพขนาดใหญ่ข้ามทะเลมาได้

ภยั จากเรอื อูนั้นเริ่มลดลงเมอ่ื ปี 1917 เม่ือเรอื พาณิชยข์ ององั กฤษไดเ้ ข้าร่วมกบั ขบวนเรือ
คมุ้ กนั ซ่ึงประกอบไปดว้ ยเรอื พิฆาต ยุทธวิธดี งั กล่าวทาใหเ้ ป็นการยากท่ีเรืออขู องเยอรมนั จะ
สามารถค้นหาเปา้ หมาย ทาให้เกิดความสญู เสียน้อยลง ภายหลงั การเปดิ ตัวไฮโดรโฟนและ
ระเบดิ นา้ ลกึ ทาใหเ้ รือพิฆาตมีความหวงั ท่ีจะโจมตเี รอื ดาน้าซึ่งยังปฏบิ ัตกิ ารอยู่ได้ แต่ว่าการใช้
ระบบขบวนเรือดังกล่าวก็ทาใหเ้ กิดความล่าชา้ ในการขนส่งเสบียง เนอื่ งจากต้องใช้เวลานานใน
การรวบรวมเรอื เขา้ จัดตง้ั เปน็ ขบวน เหตุการณ์ดังกล่าวไดน้ าไปสู่การสรา้ งเรือบรรทุกสนิ คา้
แบบใหม่ จากนนั้ เรอื ทหารก็ไม่สามารถตกเปน็ เปา้ ของเรือดาน้าเยอรมนีได้อกี ตอ่ ไป

ชยั ชนะของฝา่ ยพนั ธมิตร

ฝ่ายพนั ธมิตรได้โจมตีโต้กลบั ซง่ึ เป็นท่ีร้จู ักกันวา่ การรกุ รอ้ ยวัน เริ่มขึ้นเมื่อวันท่ี 8 สงิ หาคม
1918 ในยุทธการแห่งอเมนส์ กองทัพพนั ธมติ รสามารถรกุ เขา้ ไปในแนวรบเยอรมนั ได้ 12 กิโลเมตรใน
เวลาเพยี ง 7 ชว่ั โมง นายพลอริ ิค ลเู ดนดอรฟ์ ได้กล่าวถงึ วันน้วี า่ เป็น "วนั อันมดื มนของกองทพั เยอรมัน"

กองทัพฝา่ ยพันธมติ รนาโดยกองทัพผสมออสเตรเลยี -แคนาดาที่อเมนส์ และสนบั สนุนการ
เดินทพั ของกองทพั องั กฤษไปทางทิศเหนอื และกองทัพฝรั่งเศสไปทางทิศใต้ ขณะที่การต้านทานของ
ฝ่ายเยอรมนั ที่มตี ่อแนวรบกองทัพอังกฤษที่สีท่ ่อี เมนส์ หลงั จากทก่ี องทพั อังกฤษสามารถรุกเข้าไปได้
23 กโิ ลเมตร และสามารถยุติการรบลงได้ ส่วนกองทัพฝร่งั เศสทส่ี ามได้ขยายแนวรบที่อเมนส์ในวันที่
10 สงิ หาคม ขณะทีอ่ ยู่ทางปีกขวาของกองทัพฝร่ังเศสทีห่ นงึ่ และสามารถรุกเข้าไปได้ 6 กโิ ลเมตร เข้า
ปลดปล่อยเมืองลาร์ชิญี ในการรบท่ีดาเนินตอ่ ไปจนกระทงั่ ถึงวันที่ 16 สงิ หาคม ส่วนทางตอนใต้ นาย
พลมานแชงได้นากองทัพฝร่ังเศสท่ีสิบมงุ่ หนา้ ไปยังเมืองชัวสซอนส์ในวนั ที่ 20 สงิ หาคม และสามารถ
จบั ทหารข้าศกึ เป็นเชลยได้กว่าแปดพันคน ปืนใหญส่ องร้อยกระบอกและท่ีราบสูงแอเนอ ซงึ่ เปน็ การ
กดดนั ทหารเยอรมนั ซึง่ ประจาอยู่ทางตอนเหนือของเวสเลอ ซ่ึงเปน็ "วันอนั มดื มน" อีกวนั หนึ่งทน่ี าย
พลลเู ดนดอร์ฟได้กล่าวถึง

ขณะทีก่ องทัพองั กฤษทีส่ ามภายใต้การบญั ชาการของนายพลบนี ง พบวา่ แนวรบ
ของขา้ ศึกเปราะบางลงเน่ืองจากมกี ารถอนกาลังออกไป จงึ ได้โจมตีดว้ ยรถถัง 200 คนั ไปยัง
เมอื งบาโปม และในยุทธการแห่งอัลเบริ ์ต กองทัพดังกล่าวไดร้ ับคาสั่งเฉพาะวา่ "ทาลาย
แนวรบของขา้ ศกึ เพอ่ื ท่ีจะโอบหลังแนวรบของศตั รู ณ เวลาน้ี" (ซึง่ ต้งั อย่ตู รงข้ามกับ
กองทัพอังกฤษที่ส่ที ี่เมืองอเมนส์) ผ้บู ัญชาการทหารฝ่ายพันธมติ รพบวา่ การโจมตีทางจุด
ตา้ นทานของศัตรทู าใหเ้ กิดการสญู เสียชวี ติ และเหน็ วา่ ควรจะผ่านจดุ เหล่านไ้ี ป จากนน้ั จึงมี
การโจมตอี ยา่ งรวดเรว็ เพ่ือชงิ ความไดเ้ ปรียบจากการโจมตที ่ปี ระสบความสาเร็จ และยกเลกิ
การโจมตีหากพบว่าความเรว็ ในการรุกลดลงจากเดิมแล้ว

ผลของสงครามโลกครั้งที่ 1

ผลของสงครามโลกคร้ังท่ี 1 ทาใหแ้ ผนทีย่ โุ รปเปลีย่ นไปเน่อื งจากการลม่ สลายของ
จกั รวรรดใิ หญท่ ง้ั ส่ี ก่อใหเ้ กิดประเทศใหม่ ๆ อกี หลายประเทศ เศรษฐกิจตกต่าคร้งั ใหญท่ วั่ โลก
ประเทศยุโรปหลายแหง่ ต่างเปน็ ลกู หนีข้ องสหรฐั อเมริกาซ่ึงเติบโตจนกลายเป็นประเทศมหาอานาจ
ของโลกหลังจากสงครามน้ี

สงครามโลกคร้ังท่ี 1 นอกจากจะจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายพันธมติ รแลว้ ยงั ส่งผลกระทบ
สาคญั อ่ืน ๆ ตามมาอกี หลายประการ ประการแรก หลงั จากท่สี หรัฐอเมรกิ าได้เขา้ รว่ มรบและ
ประกาศศกั ดาในสงครามคร้ังนใ้ี หเ้ ป็นทป่ี ระจกั ร ทาใหส้ หรัฐอเมรกิ าได้ก้าวเข้ามาเป็นหน่ึงใน
มหาอานาจโลกเสรบี นเวทีโลกเคยี งคูก่ บั อังกฤษและฝรั่งเศส

รัสเซยี กลายเปน็ มหาอานาจโลกสังคมนยิ ม(โลกคอมมิวนิสต์) หลังจากเลนินทาการ
ปฏวิ ตั ิยดึ อานาจในปี ค.ศ. 1917 (ช่วงก่อนท่ีสงครามครงั้ ที่ 1 จะยุติ) และต่อมาเมือ่ สามารถขยาย
อานาจไปผนวกแควน้ ตา่ ง ๆ มากขึน้ เชน่ ยเู ครน เบลารุส ฯลฯ จึงประกาศจดั ต้ังสหภาพโซเวียต
(Union of Soviet Republics -USSR) ในปี ค.ศ. 1922

การรา่ งสนธิสญั ญาสนั ตภิ าพแวรซ์ ายส์ (The Treaty of Veraailles) โดยฝ่ายชนะ
สงครามสาหรับเยอรมนี และสนธิสญั ญาสันติภาพอีก 4 ฉบบั สาหรับพันธมิตรของเยอรมนี
เพ่ือใหฝ้ ่ายผู้แพ้ยอมรับผดิ ในฐานะเปน็ ผู้ก่อให้เกิดสงคราม ในสนธิสัญญาดงั กล่าวฝา่ ยผู้แพต้ อ้ ง
เสยี คา่ ปฏกิ รรมสงคราม เสียดินแดนทงั้ ในยโุ รปและอาณานิคม ตอ้ งลดกาลงั ทหาร อาวุธ และ
ต้องถูกพนั ธมติ รเขา้ ยดึ ครองดินแดนจนกวา่ จะปฏิบัตติ ามเงือ่ นไขของสนธิสัญญาเรียบรอ้ ย
อยา่ งไรก็ตาม ด้วยเหตทุ ่ีประเทศผู้แพไ้ มไ่ ด้เข้าร่วมในการร่างสนธิสญั ญา แต่ถูกบีบบังคบั ใหล้ ง
นามยอมรับข้อตกลงของสนธิสัญญา จงึ ก่อให้เกิดภาวะตึงเครียดขนึ้

เกดิ การกอ่ ตัวของลัทธิฟาสซสิ ต์ในอิตาลี นาซีในเยอรมัน และเผด็จการทหารใน
ญป่ี ่นุ ซ่งึ ทา้ ยสุดประเทศมหาอานาจเผด็จการท้ังสามไดร้ ่วมมอื เปน็ พนั ธมติ รระหว่างกัน เพื่อ
ต่อต้านโลกเสรีและคอมมวิ นสิ ต์ เรยี กกันวา่ ฝ่ายอักษะ (Axis)

ความสญู เสียจากสงครามโลกครั้งนี้ทาให้เกดิ การตระหนกั ถึงความจาเป็นทีจ่ ะต้อง
มีความร่วมมอื ระหวา่ งประเทศ เพอื่ รกั ษาความมน่ั คง ปลอดภยั และสันตภิ าพในโลก ดังน้นั
จึงมีการจดั ตง้ั องคก์ ารสนั นบิ าตชาติขึ้นเป็นองค์กรกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยขอ้ พพิ าท
ระหวา่ งประเทศ กระนั้นความพยายามดังกล่าวกด็ ูจะล้มเหลว เพราะในปี ค.ศ. 1939ได้เกดิ
สงครามท่รี ุนแรงข้นึ อกี ครั้ง นนั่ คอื สงครามโลกคร้ังท่ี 2

(สนธิสัญญาแวร์ซายส์ ซึ่งเป็นไปตามหลัก 14 ประการ ของประธานาธิบดวี ิลสนั
ของสหรัฐฯ ซงึ่ สนธสิ ญั ญาแวรซ์ ายส์ข้อที่ 1 ทาให้เกดิ "สนั นบิ าตแห่งประชาชาติ")

ฝา่ ยสมั พันธมิตรไดร้ บั ชัยชนะและเกดิ สนธสิ ญั ญาสนั ติภาพที่บีบบังคบั ประเทศผู้แพ้สงคราม 3
ประการ คอื

1. จ่ายคา่ ปฏิกรรมสงครามจานวนมหาศาล

2. ถูกจากดั กาลังทหารและหา้ มสะสมอาวุธ

3. เสียดนิ แดนท่มี ีความสาคัญทางเศรษฐกิจ

สนธสิ ญั ญาสันติภาพทส่ี ัมพนั ธมติ รทากับประเทศผูแ้ พส้ งคราม 5 ประเทศ ไดแ้ ก่
- สนธิสญั ญาแวร์ซายส์ (Versailles Treaty) ทากับเยอรมนั เมอื่ วันท่ี 28 มถิ ุนายน 1919
- สนธิสญั ญาแซงต์แยร์แมง ทากับออสเตรีย
- สนธิสญั ญาเนยยี ทากับบัลแกเรยี
- สนธิสญั ญาตริอานอง ทากบั ฮังการี
- สนธิสญั ญาแซฟส์ ทากับตุรกี ภายหลังตรุ กีขอแกไ้ ขสญั ญาใหมเ่ ปน็ สนธิสัญญาโลซานน์

ผลกระทบของสงคราม

1. ความพ่ายแพ้ของมหาอานาจกลางและความหายนะของมนุษยชาติ ทาให้ประเทศ
ตา่ งๆ มีแนวคดิ รว่ มมอื กนั ระหวา่ งประเทศเพ่ือแก้ปัญหาต่างๆ โดยสนั ติวธิ โี ดยการกอ่ ตง้ั
องค์การสนั นิบาตชาติ

2. เกดิ ประเทศเอกราชใหมๆ่
3. สภาพเศรษฐกิจตกตา่ ทวั่ โลก
4. ความสูญเสียทางสังคมและทางจิตวิทยา

ไทยกบั สงครามโลกครงั้ ท่ี 1

เมือ่ เกดิ สงครามโลกครั้งที่ 1 ขน้ึ ในยุโรปใน พ.ศ.
2457 นั้น ประเทศไทยยังคงยึดม่ันอยูใ่ นความ เป็นกลางแต่
พระ บาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยหู่ วั ไดท้ รงสังเกต
ความเคลอ่ื นไหวของคสู่ งคราม อย่างใกล้ชดิ การสงคราม
ไดร้ ุนแรงขึน้ เปน็ ลาดับ ทรงเหน็ ว่าฝ่ายเยอรมนีเป็นฝ่าย
รุกรานจึงทรงตัดสินพระ ทัยประกาศสงครามกับเยอรมนี
และออสเตรีย -ฮงั การี เม่อื วันท่ี 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460
แล้วประกาศเรยี กพลทหารอาสาสาหรับกองบินและกอง
ยานยนตท์ หารบก เพือ่ สง่ ไปช่วย สงครามยุโรป การสง่
ทหารไปรบครั้งนีน้ บั วา่ เปน็ ประโยชน์ เพราะเทา่ กับได้
เรยี นรูว้ ชิ าการทางเทคนิคการรบและการช่างในสมรภมู ิ
จรงิ ๆ

เมือ่ เสร็จสงครามสมั พันธมติ รเป็นฝ่ายชนะ ประเทศไทย
ได้สง่ ผแู้ ทนเข้าประชมุ ณ พระราชวังแวรซ์ าย ดว้ ยผลพลอยได้
จากการเข้าสงครามนี้ กค็ ือสัญญาตา่ งๆ ทไี่ ทยทากบั เยอรมนแี ละ
ออสเตรยี -ฮงั การี ย่อมสิ้นสดุ ลงต้งั แตไ่ ทยประกาศสงครามกับ
ประเทศน้นั และไทยกไ็ ด้พยายามขอเจรจาขอ้ แก้ไขสนธสิ ญั ญา
ฉบับเกา่ ซง่ึ ทาไวก้ บั อังกฤษ ฝรั่งเศส และ ชาตอิ นื่ ๆ แตก่ ป็ ระสบ
ความยากลาบากอยา่ งมาก อาศัยท่ไี ทยไดค้ วามชว่ ยเหลอื จาก ดร.
ฟราน ซสิ บี แซยร์ (Dr. Francis B. Sayre)

ชาวอเมริกาซึ่งเคยเปน็ ที่ปรกึ ษาต่างประเทศจนได้รับ
พระราชทานบรรดาศักดิเ์ ปน็ พระยากัลยาณไมตรี ในทสี่ ุด
ประเทศต่างๆ 13 ประเทศ รวมท้งั อังกฤษ ตามสนธสิ ญั ญา
พ.ศ. 2468 และ ฝร่ังเศส ตามสนธิสัญญา พ.ศ. 2467 ตกลง
ยอมแก้ ไขสัญญาโดยมเี ง่ือนไขบางประการ เชน่ จะยอม
ยกเลิกอานาจศาลกงสลุ เมอื่ ไทยมปี ระมวลกฎหมาย
ครบถว้ น และยอมให้อสิ รภาพในการเกบ็ ภาษีอาการ

ยกเวน้ บางอย่างทอี่ ังกฤษขอลดหย่อนต่อไปอกี 10 ปี
เช่น ภาษีสนิ ค้าฝา้ ยเป็น เหลก็ ไทยพยายามเร่งชาระประมวล
กฎหมายต่างๆ ต่อมาจนแลว้ เสรจ็ และเปดิ การเจรจาอกี คร้ัง
หนึง่ ในที่สุด ประเทศตา่ งๆ ก็ยอมทาสัญญาใหม่กับไทย เมอื่
พ.ศ. 2480 ไทย ไดอ้ ิสรภาพทางอานาจศาล และภาษอี ากรคืน

มาโดยสมบูรณ์

QuickTime™ and a
decompressor

are needed to see this picture.

• สงครามโลกครง้ั ท่ี 1





ขอบคุณครับ

นายกติ ตพิ งศ์ จันทวสี มบรู ณ์ จัดทาโดย
นายบุญยภทั ร อินตะ๊ สนิ ม.6/2 เลขท่ี 1
ม.6/2 เลขที่ 2


Click to View FlipBook Version