The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เเบบฝึกหัดท้ายบทวิชาวัดเเละประเมินผล ปี 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sudarut.Choothong, 2021-12-25 22:36:43

เเบบฝึกหัดท้ายบท

เเบบฝึกหัดท้ายบทวิชาวัดเเละประเมินผล ปี 2

ยินดีต้อนรับสู่

แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน

เเบบฝึกหัด
บทที่ 1

ช่อื นางสาวสฎุ ารัต นามสกลุ ชูทอง ช้ันปี 2 หมู่เรยี น D3 เลขท่ี 28

กจิ กรรมท้ายบท
จงทำแบบฝกึ หัดตอ่ ไปนี้

แบบฝกึ หดั ที่ 1

คำชแี้ จง จงพิจารณาขอ้ ความตอ่ ไปนี้ ว่าเป็นการวัดผลหรอื การประเมนิ ผล
1. วจิ ารณ์ ชกมวยเก่ง การประเมินผล
2. รัตนาสอบวดั จดุ ประสงคท์ ่ี 1 ผ่าน การประเมนิ ผล
3. อารยามีเพชรหนัก 10 กะรตั การวดั ผล
4. สนุ สิ าได้เกรด A วชิ าภาษาไทย การประเมินผล
5. สมคั รได้คะแนนเสยี งเก้าแสนคะแนน การวดั ผล
6. อรวีร้องเพลงไพเราะ การปะเมินผล
7. วชั ราทำแบบทดสอบได้ 80 คะแนน การวัดผล
8. สทุ ินขับรถดว้ ยความเร็ว 120 กม./ชม. การวดั ผล
9. บ้านของบุษบาอยู่ห่างจากบา้ นของยุรนนั ท์ 3 กโิ ลเมตร การวัดผล
10. นางสาวไทยปนี ีส้ วยมาก การประเมนิ ผล

แบบฝึกหัดที่ 2
คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ ถ้าต้องการทราบข้อมูลต่อไปนี้ ครูต้องทำการวัดผลเพื่อ
จดุ ม่งุ หมายใด : เพ่ือจดั ตำแหน่ง เพอ่ื เปรียบเทยี บ เพื่อวนิ จิ ฉัย เพอ่ื พยากรณ์ หรอื เพื่อประเมนิ ผล

1. นกั เรยี นคนใดเกง่ เป็นที่ 1 ของหอ้ ง เพือ่ จดั ตำแหน่ง
2. ผเู้ ขา้ รับการอบรมได้รับความรูเ้ พ่ิมข้นึ ไหม เพอื่ เปรยี บเทยี บ
3. พชั รจี บ ม.6 แล้ว ควรเรยี นต่อสาขาใด เพ่อื พยากรณ์
4. วิธีการสอนแบบใหมข่ องครทู พิ ยด์ ีหรอื ไม่ เพือ่ ประเมินผล
5. เหตใุ ด ด.ญ.นอ้ ยจึงอ่านหนังสอื ไมอ่ อก เพอ่ื วินิจฉัย
6. โสรยาสอบวา่ ยน้ำผา่ นหรือไม่ เพ่อื ประเมินผล
7. อนุชาไดร้ ะดับผลการเรยี นเทา่ ใด เมอื่ สิ้นสดุ ภาคเรียน เพอ่ื ประเมนิ ผล
8. อนาคตเพชรสดุ าจะเป็นครไู ด้หรอื ไม่ เพอ่ื พยากรณ์
9. วิวฒั น์ควรเข้าเรยี นในห้องเกง่ หรืออ่อนดี เพ่อื จัดตำแหน่ง
10. ผลการเรยี นของจนิ ตนาพฒั นาขนึ้ หรอื ไม่ เพื่อเปรียบเทยี บ

2 การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ *******************

แบบฝกึ หดั ท่ี 3
คำช้ีแจง จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ว่า ต้องทำการประเมินผลในระยะใด ; ก่อนสอน ผลย่อย
หรือผลรวม

1. นกั เรยี นควรไดผ้ ลการเรยี นระดบั ใด ผลรวม
2. ครูควรปรบั ปรุงการสอนหรอื ไม่ ผลยอ่ ย
3. นักเรียนมีความรู้เดิมอยูเ่ พียงใด กอ่ นสอน
4. นักเรยี นเข้าใจแต่ละบทเรียนหรือไม่ ผลย่อย
5. ครูควรปรับกิจกรรมอยา่ งไรจึงจะเหมาะกับนักเรียน กอ่ นสอน
6. นกั เรยี นสัมฤทธ์ผิ ลในเน้อื หาทั้งหมดหรือไม่ ผลรวม
7. นกั เรียนบกพรอ่ งในเนอื้ เรอ่ื งใด ผลยอ่ ย
8. นักเรียนควรซ้ำช้นั หรือควรเลอื่ นชนั้ ผลรวม

*******************

แบบฝกึ หดั ท่ี 4
คำช้แี จง จงพิจารณาขอ้ ความตอ่ ไปนวี้ ่า เป็นการรายงานผลแบบองิ กลุ่ม หรืออิงเกณฑ์

1. รัตนาวดี สอบได้ลำดับท่ี 1 แบบอิงกลมุ่
2. พนิ ทิพย์สอบบทที่ 1 ไม่ผา่ น แบบอิงเกณฑ์
3. รังษีเก่งกว่าเพอ่ื นๆ อยรู่ ้อยละ 70 แบบอิงกลุ่ม
4. มีคนได้คะแนนสูงกวา่ อาทรร้อยละ 60 แบบอิงกลุ่ม
5. มนตรา ได้ E เพราะทำคะแนนไมถ่ ึงร้อยละ 50 แบบอิงเกณฑ์
6. ทพิ ยล์ ดาทำขอ้ สอบวดั จดุ ประสงคท์ ี่ 1 ผ่านร้อยละ 80 แบบอิงเกณฑ์
7. เปยี ทพิ ยไ์ ดค้ ะแนนสงู กว่าคะแนนเฉลยี่ ของหอ้ งเลก็ น้อย แบบอิงกลุ่ม

*******************

เเบบฝึกหัด
บทที่ 2

ชือ่ นางสาวสฎุ ารตั นามสกุล ชทู อง ชน้ั ปี 2 หมเู่ รยี น D 3 เลขที่ 28

กิจกรรมทา้ ยบท

จงทำแบบฝึกหัดต่อไปน้ี

แบบฝกึ หัดท่ี 1

คำช้ีแจง จงขีด ✓ หน้าข้อที่เป็นจุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม และขีด  หน้าข้อท่ีไม่เป็นจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม และใน

กรณที ี่เป็นจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม จงระบอุ งค์ประกอบโดย

ขีดเส้นใต้หนึง่ เสน้ ในส่วนทเี่ ปน็ สถานการณ์/เงอ่ื นไข

ขดี เส้นใต้สองเสน้ ในสว่ นท่เี ปน็ พฤติกรรมท่คี าดหวัง

ขีดเส้นปะ ในสว่ นท่เี ป็นมาตรฐาน/เกณฑ์

..... .........1. เม่ือเรียนเรือ่ งการวัดแลว้ นักเรยี นเขา้ ใจบอกวธิ กี ารเลือกใชเ้ คร่ืองมือวัดอยา่ งถกู ตอ้ ง
......✓ ........2. หลงั จากเรยี นเรอ่ื งเวลาแลว้ นกั เรียนสามารถ อ่านเวลาจากนาฬกิ าจริงได้
......✓....... 3. นกั เรียนสามารถนำคำที่กำหนดใหม้ าแตง่ เปน็ ประโยคสน้ั ๆ ได้ อย่างน้อย 5 ประโยค
.............. 4. เมือ่ เรยี นเรื่องการหาพื้นทีจ่ บแล้ว นักเรียนสามารถจำสตู รการหาพนื้ ท่ีสี่เหล่ยี มจัตรุ ัสได้
..... ✓........ 5. นักเรียนสามารถร้อยมาลัยดอกไมส้ ดได้
............. 6. ครสู ามารถอธิบายให้ นักเรยี นเขา้ ใจเรอื่ งคุณค่าของสารอาหารประเภทตา่ งๆ ได้
.......✓....... 7. เมือ่ กำหนดช่ือสารเสพติดให้ นกั เรียนสามารถรู้ถงึ โทษจากการใช้สารเสพตดิ ชนิดนัน้ อย่างถูกต้อง
..... ✓.........8. นกั เรยี นสามารถจำแนกประเภทสัตวบ์ ก สัตว์น้ำได้

แบบฝกึ หดั ท่ี 2
คำชี้แจง จงวิเคราะห์จุดประสงค์ต่อไปน้ี ว่าเป็นพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัยข้ันใด : ความรู้ความจำ/ความเข้าใจ/การ
นำไปใช้/การวเิ คราะห์/การสังเคราะห/์ การประเมนิ คา่

1. เพอ่ื ให้นักเรียนบรรยายเรอ่ื งราวจากภาพได้ ความเขา้ ใจ
2. เพื่อใหน้ กั เรยี นระบใุ จความสำคัญของเรอ่ื งทอ่ี า่ นได้ ความเขา้ ใจ
3. เพ่ือใหน้ กั เรียนแตง่ โคลงสสี่ ุภาพได้ การนำไปใช้
4. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนบรรยายเหตุการณ์สำคัญในวันวิสาขบชู าได้ ความรคู้ วามจำ
5. เพอ่ื ให้นกั เรียนบอกวธิ กี ารหาพ้ืนทสี่ ่ีเหล่ยี มผนื ผา้ ได้ ความรคู้ วามจำ
6. เพื่อให้นักเรียนเขียนประโยคสญั ลกั ษณจ์ ากโจทย์ปญั หาท่กี ำหนดใหไ้ ด้ ความเขา้ ใจ
7. เพื่อให้นกั เรียนยกตวั อย่างอาหาร 1 ม้ือทีเ่ หมาะกบั คนเป็นโรคคอหอยพอกได้ การนำไปใช้
8. เพอ่ื ให้นักเรยี นวจิ ารณข์ ่าวและเหตกุ ารณ์ได้ การวิเคราะห์
9. เพอ่ื ให้นักเรียนเขียนคำขวัญตอ่ ต้านการสบู บหุ ร่ีได้ การสังเคราะห์
10. เพื่อใหน้ ักเรยี นแยกแยะคำโฆษณาทีก่ ำหนดใหไ้ ด้ วา่ เช่ือถอื ไดห้ รือไม่ การวเิ คราะห์

14 การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

แบบฝึกหดั ที่ 3
คำชี้แจง จงพิจารณาจุดประสงค์ตอ่ ไปนีว้ า่ เปน็ พฤติกรรมทางการศกึ ษาดา้ นใด : พุทธิพิสัย /จติ พสิ ยั /ทกั ษะพสิ ยั

1. เพื่อใหน้ ักเรยี นบอกขน้ั ตอนการกรองนำ้ ได้ พทุ ธพิ สิ ยั
2. เพื่อใหน้ กั เรยี นสามารถวาดภาพระบายสีได้ ทกั ษะพิสยั
3. เพื่อให้นกั เรียนนำศัพทท์ ี่กำหนดให้มาแตง่ ประโยคได้ พุทธิพสิ ัย
4. เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นมีเจตคติทดี่ ตี อ่ วชิ าคณติ ศาสตร์ จิตพิสัย
5. เพื่อใหน้ ักเรยี นวางแผนการจดั แสดงละครได้ พุทธพิ สิ ัย
6. เพื่อให้นักเรยี นทำขนมไทยโดยการต้มได้ ทกั ษะพสิ ัย
7. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนจบั ใจความสำคัญของเรอ่ื งได้ พุทธิพิสยั
8. เพื่อใหน้ ักเรียนมคี วามรบั ผดิ ชอบในการทำงาน จิตพสิ ยั
9. เพื่อให้นกั เรียนอ่านออกเสียงได้ ทกั ษะพิสัย
10. เพื่อให้นักเรยี นอ่านแผนภมู ิแทง่ ได้ พทุ ธพิ ิสยั

เเบบฝึกหัด
บทที่ 3

แบบสำรวจความสามารถในการใช้ทักษะทางภาษาองั กฤษ

วชิ าภาษาอังกฤษ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 3
จุดประสงค์ นักเรยี นมคี วามสามารถในการใช้ทักษะทางภาษาองั กฤษในระหวา่ งการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้หรือไม่
คำชีแ้ จง ให้ครผู ู้สอนสงั เกตวา่ นกั เรยี นมีการใช้ทกั ษะทางภาษาในระหวา่ งการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ตามรายการ
ต่อไปน้ีหรือไม่ โดยเขยี นเครื่องหมาย  ลงในชอ่ งตารางใหต้ รงกับความาสามารถของผู้เรียน

ขอ้ ใด ทนี่ ักเรยี นปฏบิ ัติผา่ น ได้คะแนน 1 คะแนน ปฏบิ ตั ไิ ม่ผา่ น ไดค้ ะแนน 0 คะแนน

ช่อื สกุ ล เลขที่ ปฏบิ ัติไม่ผา่ น
ปฏิบัติผา่ น
รายการวิเคราะหผ์ เู้ รียน
1. ฟงั ออกเสียง สะกดและบอกความหมายของคำศัพท์ที่เรียนได้ คะแนน
2. พดู และเขียนเพื่อใหข้ ้อมลู เกย่ี วกับตัวเองได้
3. พดู ทักทายผอู้ ่ืนและตอบได้
4. พูดสนทนาถาม-ตอบเก่ยี วกับส่ิงต่าง ๆ ได้
5. เขียนตัวอกั ษรภาษาอังกฤษ ทั้งเป็นคำและเป็นประโยคได้
6. ร้องเพลงภาษาองั กฤษท่กี ำหนดได้
7. ระบุจำนวนสิ่งของต่างๆ และอ่านตัวอกั ษรของเลข 1-30 ได้
ถกู ต้อง

รวม

มาตราประมาณค่าใชส้ งั เกตความสามารถในการใช้ทกั ษะทางภาษาองั กฤษ

วชิ าภาษาองั กฤษ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3
จดุ ประสงค์ นักเรียนมคี วามสามารถในการใชท้ ักษะทางภาษาอังกฤษในระหวา่ งการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ในระดับ
ผา่ นเกณฑห์ รือไม่
คำชี้แจง ให้ครผู สู้ อน สังเกตการใช้ทกั ษะทางภาษาในขณะปฏบิ ัตกิ ิจกรรมของผเู้ รียน โดยเขียนเครื่องหมาย  ลง
ในช่องตารางให้ตรงกบั ความาสามารถของผู้เรยี น
เกณฑก์ ารให้คะแนน 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรงุ

ชือ่ สกุ ล เลขท่ี

รายการวเิ คราะห์ผเู้ รยี น ดี พอใช้ ปรับปรุง
1. ฟงั ออกเสยี ง สะกดและบอกความหมายของคำศัพท์ที่ รวมคะแนนท้ังหมด
เรียนได้
2. พดู และเขียนเพื่อให้ข้อมลู เกย่ี วกบั ตวั เองได้
3. พูดทักทายผ้อู ่นื และตอบได้
4. พดู สนทนาถาม-ตอบเกี่ยวกับสง่ิ ตา่ ง ๆ ได้
5. เขียนตัวอกั ษรภาษาอังกฤษ ทง้ั เปน็ คำและเป็นประโยค
ได้
6. ร้องเพลงภาษาองั กฤษทก่ี ำหนดได้
7. ระบุจำนวนสง่ิ ของต่างๆ และอา่ นตวั อกั ษรของเลข
1-30 ได้ถูกต้อง

รวม

เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
นักเรียนท่ีได้คะแนน 10 คะแนนขึน้ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
นกั เรียนท่ีได้คะแนนตำ่ กว่า 10 คะแนน ถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์

แบบสอบถามความคิดเห็นเก่ียวกับความคดิ เหน็ ของนักเรียนตอ่ การสอนของครูในรายวิชาภาษาอังกฤษ

คำชี้แจง นักเรยี นมีความคิดเห็นเก่ยี วกบั การสอนของครูในรายวิชาภาษาอังกฤษ วา่ เห็นด้วยต่อประเด็นพฤติกรรม

ทั้งด้านการสอน เนื้อหา และบุคลิกภาพ มากน้อยเพียงใด โปรดเขียนเครื่องหมาย  ลงในช่องให้ตรงกับความ

คิดเหน็ ของนกั เรยี นตามความเปน็ จริง

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

5 หมายถึง เหน็ ด้วยอยา่ งยิ่ง 4 หมายถงึ เห็นด้วย 3 หมายถึง ไม่แน่ใจ

2 หมายถงึ ไมเ่ หน็ ดว้ ย 1 หมายถึง ไม่เห็นดว้ ยอย่างยิ่ง

ขอ้ พฤติกรรมการสอนของครู ระดับความคดิ เหน็
54321
ดา้ นการสอน
1 อธิบายเนือ้ หาไดช้ ัดเจนทำให้ผู้เรียนเขา้ ใจเน้อื หาท่ีเรยี น
2 จดั กจิ กรรมการเรียนการสอนทห่ี ลากหลาย
3 กิจกรรมการเรียนสนกุ สนาน
4 ส่อื การสอนทันสมยั เหมาะกบั เน้ือหาวชิ าทเ่ี รียน
5 ครูมกี ารสรปุ ประเดน็ ความรู้ในแตล่ ะเรื่องได้อยา่ งเข้าใจงา่ ย

ดา้ นเนือ้ หา
1 บทเรยี นมีกิจกรรมหลากหลายน่าสนใจ
2 รายละเอยี ดของเน้ือหาบทเรียนเหมาะสม

ด้านบคุ ลิกภาพ
1 แตง่ กายเรียบร้อย
2 ยมิ้ แย้ม แจม่ ใส
3 พดู จาสุภาพ

แบบสอบถามความคิดเหน็ เกย่ี วกับความคดิ เห็นของนักเรียนต่อการสอนของครใู นรายวชิ าภาษาอังกฤษ

คำชี้แจง นกั เรียนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการสอนของครูในรายวิชาภาษาองั กฤษ ว่าเหน็ ด้วยต่อประเด็นพฤติกรรม
ทั้งด้านการสอน เนื้อหา และบุคลิกภาพ มากน้อยเพียงใด โปรดเขียนเครื่องหมาย  ลงในช่องให้ตรงกับความ
คิดเห็นของนักเรียนตามความเป็นจริง
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

3 หมายถงึ เห็นดว้ ยมากทีส่ ุด
2 หมายถึง เห็นด้วยมาก
1 หมายถึง เหน็ ด้วย
0 หมายถึง ไมแ่ นใ่ จ
-1 หมายถงึ ไม่เหน็ ดว้ ย
-2 หมายถึง ไม่เห็นดว้ ยมาก
-3 หมายถงึ ไม่เห็นด้วยมากท่ีสุด
ด้านการสอน
ชดั เจน 3 2 1 0 -1 -2 -3 มว่ั ซว่ั
หลากหลาย 3 2 1 0 -1 -2 -3 จำเจ
สนกุ สนาน 3 2 1 0 -1 -2 -3 เคร่งเครียด
ทันสมัย 3 2 1 0 -1 -2 -3 ล้าสมัย
เข้าใจง่าย 3 2 1 0 -1 -2 -3 เขา้ ใจยาก

ด้านเน้อื หา
น่าเบื่อ -3 -2 -1 0 1 2 3 น่าสนใจ
ไมเ่ หมาะสม -3 -2 -1 0 1 2 3 เหมาะสม

ดา้ นบคุ ลกิ ภาพ
เรียบรอ้ ย 3 2 1 0 -1 -2 -3 ผดิ ระเบียบ
ยิ้มแย้ม 3 2 1 0 -1 -2 -3 บงึ้ ตงึ
สุภาพ 3 2 1 0 -1 -2 -3 หยาบคาย

เเบบฝึกหัด
บทที่ 4

กจิ กรรมท้ายบท

คำช้ีแจง จงวเิ คราะหค์ ุณภาพข้อสอบรายข้อ โดยใชข้ อ้ มูลจากตารางแจกแจงความถ่คี ำตอบของนักเรยี นกล่มุ สูง และกลุ่มตำ่ ตอ่ ไปนี้

ตารางวิเคราะหข์ อ้ สอบรายข้อ

52 การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ นางสาวสฎุ ารตั ชทู อง รหัส 6321105037 เลขที่ 28

ขอ้ ตวั เลือก จำนวนนักเรียน ความยาก อำนาจจำแนก การแปลความหมาย สรุปผล
กลมุ่ สงู กลุ่มต่ำ (p) (r) นำไปใชไ้ ด้
1ก (H) (L) นำไปใชไ้ ด้
0.125 0.25 ตวั ลวงดี
ข 05 คัดทิ้ง
ค 0.50 1.00 ยากงา่ ยพอเหมาะ จำแนกดีมาก คดั ทิง้
ง 20 0 0.15 0.15 ตัวลวงดี คดั ทิ้ง
จ 03 0.075 0.25 ตวั ลวงดี
2ก 05 0.175 0.35 ตัวลวงดี
ข 07 0.075 0.05 ตัวลวงดี
ค 12 0.125 0.05 ตัวลวงดี
ง 23 0.175 0.05 ตัวลวงดี
จ 34 0.40 0.20 คอ่ นข้างยาก จำแนกพอใช้
3ก 10 6 0.225 0.05 ตวั ลวงดี
ข 45 0.675 0.15 ค่อนข้างง่าย จำแนกไมไ่ ด้
ค 15 12 0.20
ง 0.05 0.10 ตัวลวงดี
จ 35 0.075 0.00 ตัวลวงไมด่ ี
4ก 11 0.00 0.05 ตัวลวงดี
ข 12 0.225 0.00 ตัวลวงไมด่ ี
ค 00 0.10 0.05 ตัวลวงดี
45 0.20
ง -0.10 ตวั ลวงไมด่ ี
จ 31 0.325 0.10 คอ่ นขา้ งยาก จำแนกไมไ่ ด้
5ก 53 0.15
ข 0.05 0.05 ตวั ลวงดี
ค 67 0.175 0.10 ตัวลวงดี
24 0.25 0.10 ตัวลวงดี
ง 02
จ 0.20 0.05 ตัวลวงดี
34 0.325 -0.30 ตัวลวงไมด่ ี
82
-0.10 ตวั ลวงไมด่ ี
53 -0.25 ค่อนขา้ งยาก จำแนกผิด
49

นางสาวสุฎารตั ชูทอง รหัส ก6า3ร2ว1ดั 1แล0ะ5ป0ร3ะ7เมนิเลผขลกทาี่5ร23เร8ยี นรู้

ข้อ ตวั เลอื ก จำนวนนกั เรียน ความ อำนาจ การแปลความหมาย สรปุ ผล
กลมุ่ สงู กลุ่มตำ่ ยาก (p) จำแนก(r) นำไปใชไ้ ด้
(H) (L) ตัวลวงดี นำไปใชไ้ ด้
55 6 ก
0 1 0.025 0.05 ตวั ลวงดี คดั ทิ้ง
งา่ ยมาก จำแนกดี นำไปใชไ้ ด้
ข0 2 0.05 -0.1
ตวั ลวงดี คัดทงิ้
ค 20 13 0.825 0.35 ตวั ลวงดี
ยากง่ายพอเหมาะ จำแนกดี
ง0 1 0.025 0.05 ตัวลวงดี
ตวั ลวงดี
จ0 3 0.075 0.15 ตัวลวงดี
ตวั ลวงไมด่ ี
7ก 12 6 0.45 0.30 ตัวลวงไมด่ ี
ตัวลวงไมด่ ี
ข2 3 0.125 0.05 ตัวลวงดี
ตวั ลวงดี
ค4 7 0.275 0.15 คอ่ นข้างยาก จำแนกไมไ่ ด้
ตวั ลวงดี
ง2 4 0.15 0.1 ยากง่ายพอเหมาะ จำแนกดี
ตัวลวงดี
จ0 0 0.00 0.00
ตัวลวงดี
8ก 1 1 0.5 0.00 ตัวลวงไมด่ ี
ตวั ลวงไมด่ ี
ข3 2 0.125 -0.05 ตัวลวงไมด่ ี
ตวั ลวงไมด่ ี
ค3 5 0.2 0.1
ยากง่ายพอเหมาะ จำแนกผิด
ง5 7 0.3 0.1 ตัวลวงไมด่ ี

จ8 5 0.325 0.15

9ก 3 7 0.25 0.2

ข 14 8 0.55 0.30
ค3 4 0.175 0.05

ง 0 1 0.025 0.05
จ 0 0 0.00 0.00
10 ก 7 0 0.175 -0.35

ข5 0 0.125 -0.25
ค4 0 0.10 -0.2

ง 0 20 0.50 -1

จ4 0 0.10 -0.2

นางสาวสุฎารัต ชูทอง เลขท่ี 28 รหสั 6321105037

แบบฝึกหัด

1. จงหาดัชนคี วามสอดคล้องระหวา่ งข้อสอบกับจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (IOC) โดยให้ผเู้ ช่ียวชาญ 5 คน
ผลการพจิ ารณาของผเู้ ชยี่ วชาญ สรุปไดด้ งั นี้

จดุ ประสงค์การ ข้อสอบ ผลการ R/N IOC ความหมาย
เรียนรู้ พิจารณา
+1 0 -1 R=จำนวน 1.00 ใช้ได้
นกั เรยี นสามารถหา 1. 13+17 มีคา่ เทา่ ไร คะแนนทีไ่ ด้ 0.80 ใช้ได้
5-- -0.60 ตดั ทงิ้
ผลบวกของจำนวนสอง 2. 9+12 มีคา่ เท่าไร 41- 5/5 0.20 ปรับปรุง
1 -4 4/5 -1.00 ตดั ท้งิ
จำนวนทไ่ี มเ่ กิน 2 หลัก 3. 10+13+16 มคี ่าเทา่ ไร 2 21 -3/5
- -5 1/5 1.00 ใชไ้ ด้
ได้ถูกตอ้ ง 4. 19+105 มคี ่าเท่าไร -5/5 0.40 ปรับปรงุ
5-- -0.20 ตัดท้งิ
5. 11+12-15 มีค่าเทา่ ไร 3 11 5/5 0.40 ปรบั ปรุง
1 22 2/5 0.00 ตัดทงิ้
นกั เรียนสามารถหา 6. 79-23 มีค่าเทา่ ไร 3 11 -1/5
2 12 2/5
ผลลบของจำนวน 7. 12-5 มคี ่าเท่าไร 0/5

สองจำนวนท่ีไมเ่ กนิ 8. 32-3-12 มคี ่าเทา่ ไร

สองหลกั ได้ถูกต้อง 9. 45-54 มีค่าเท่าไร

10. 12+32-44 มีคา่ เท่าไร

0.50 - 1.00 หมายถงึ ขอ้ สอบข้อนั้น “ใช้ได.้
0.01 - 0.49 หมายถึง ข้อสอบข้อน้นั ตอ้ ง “ปรับปรุง”
0.00- -1.00 หมายถงึ ข้อสอบขอ้ น้ันต้อง “ตดั ทง้ิ ”

นางสาวสุฎารัต ชูทอง เลขที่ 28 รหสั 6321105037

2. แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตรน์ ำไปทดสอบกับนักเรียน 10 คน จำนวน 2 ครั้ง โดยเวน้ ช่วงการทดสอบประมาณ 2

สปั ดาห์ ไดผ้ ลการสอบดังตาราง จงหาคา่ ความเชื่อม่ันของแบบทดสอบฉบบั น้ีโดยใชส้ ูตรสหสมั พนั ธ์ของเพียร์สัน (Pearson

Product Moment) ข้อสอบชุดนี้ มคี วามเช่อื ม่นั เท่าใด จงแสดงวิธที ำ เพื่อให้ได้ค่าความเช่อื มนั่ ตามวธิ ีการที่ถูกต้อง

นกั เรยี นคนท่ี ผลการสอบ X2 Y2 XY
ครงั้ ท่ี 1 (X) ครงั้ ท่ี 2 (Y)

1 5 6 25 36 30
2 4
3 6 5 16 25 20
4 3
5 5 6 36 36 36
6 6
7 3 4 9 16 12
8 4
9 5 5 25 25 25
10 4
ผลรวม 45 6 36 36 36

3 99 9

4 16 16 16

6 25 36 30

5 16 25 20

50 213 260 234

จากตาราง n = 10 = 234

= 45 = 213

= 50 = 260

หาค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพนั ธ์ดว้ ยสูตร Pearson Product Moment

แทนคา่ ในสตู ร =

=

=

ดงั น้นั ความเชื่อมน่ั ของแบบทดสอบฉบบั น้ีมีค่าเทา่ กบั 0.87

นางสาวสุฎารัต ชูทอง เลขท่ี 28 รหสั 6321105037

3. ครวู ไิ ลวรรณ ไดอ้ อกแบบทดสอบวชิ าภาษาไทยชุดหน่งึ นา ไปทดสอบกบั นกั เรยี น 10 คน แลว้ นามาตรวจ โดย

การตรวจใชว้ ธิ ตี รวจ 2 ครงั้ คอื ครงั้ แรกตรวจขอ้ คู่ แลว้ รวมคะแนนไวใ้ หเ้ ป็นคา่ X ครงั้ ต่อมาตรวจขอ้ ค่ี แลว้ รวม

คะแนนไวใ้ หเ้ ป็นค่า Y ไดค้ ะแนนของนกั เรยี นแต่ละคน นามาใสใ่ นตารางเพอ่ื หาค่าความเชอ่ื มนั่ ของแบบทดสอบ

ฉบบั น้ีโดยใชส้ ตู รสหสมั พนั ธข์ องเพยี รส์ นั (Pearson Product Moment) และ สตู รของ Spearman Brown จงแสดง

วิธีทำ เพอ่ื ให้ได้ค่ำควำมเช่ือมนั่ ตามวธิ กี ารทถ่ี ูกตอ้ ง

นกั เรยี นคนท่ี ผลการสอบ X2 Y2 XY
ขอ้ คู่ (X) ขอ้ ค่ี (Y)

1 18 19 324 361 342

2 19 18 361 324 342

3 18 17 324 289 306

4 17 16 289 256 272

5 16 19 256 361 304

6 17 18 289 324 306

7 15 16 225 256 240

8 19 19 361 361 361

9 18 17 324 289 306

10 20 19 400 361 380

รวม 177 178 3153 3182 3159

n = 10 , = 177 , = 178 , = 3153 , = 3182 , = 3159

นาคะแนนของขอ้ คู่และขอ้ คี่มาหาค่าสัมประสิทธ์ิสหพนั ธ์ ดว้ ยสูตร

แทนค่าในสตู ร =

=

=
= 0.50

นาคา่ ท่ีไดแ้ ทนคา่ ในสูตร Spearman Brown

= = 0.6

นางสาวสุฎารัต ชูทอง เลขท่ี 28 รหสั 6321105037

4. แบบทดสอบวชิ าภาษาไทย จานวน 6 ขอ้ ใหค้ ะแนนตามวธิ ี 0-1 (Zero-one method) นาไปทดสอบกบั
ผสู้ อบ 10 คน ผลการสอบปรากฏดงั ตาราง จงหาความเช่อื มนั่ ของแบบทดสอบฉบบั น้โี ดยใชส้ ตู ร KR-20
และ KR-21
จงแสดงวิธีทำ เพอ่ื ให้ได้ค่ำควำมเช่ือมนั่ ตามวธิ กี ารทถ่ี กู ตอ้ ง

นักเรยี น 2 ขอ้ ท่ี 5 6 คะแนนรวม (X) X2
คนที่ 1 34

1 1 1 1 0 1 1 5 25

2 011001 3 9

3 101100 3 9

4 1 1 0 1 1 1 5 25

5 1 1 1 1 0 0 4 16

6 010010 2 4

7 1 1 0 1 1 0 4 16

8 1 1 0 1 0 1 4 16

9 1 1 1 1 1 1 6 36

10 1 1 1 1 1 1 6 36

รวม 8 9 6 7 6 6 = 4.2 192
p .80 .90 .60 .70 .60 .60

q .20 .10 .40 .30 .40 .40

= 1.56

pq .16 .09 .24 .21 .24 .24

= 1.18

=
=

= 4.2

=-

=

= 19.2 – 17.64
= 1.56

นางสาวสุฎารัต ชูทอง เลขท่ี 28 รหสั 6321105037

แทนคา่ สตู ร KR -20

=

=
= 0.29
แทนคา่ ในสูตร KR – 21

=

= 0.23

เเบบฝึกหัด
บทที่ 5

นางสาวสุฎารตั ชูทอง รหัสนักศกึ ษา 6321105037 เลขท่ี
28

มาตราประมาณค่า แบบ Likert Scale จะเปน็ วธิ ีแบง่ ตามมาตราส่วน (Scale) ของการตีความ แบ่ง
ออกเปน็ 3 , 4 หรอื 5 ระดับ และใชเ้ จตคติวัดหรอื จติ พสิ ัยอ่นื ๆ

ขอ้ ท่ี 4 ใฝ่เรียนรู้

ขอ้ ท่ี ข้อความ ระดบั ความรสู้ กึ เห็นด้วย
มาก มาก ปาน น้อย น้อย
1 ขา้ พเจา้ เอาใจใสใ่ นการเรียน และมีความเพียรพยายามในการ ท่สี ดุ (4) กลาง (2) ท่ีสดุ
เรยี นรู้ส่งิ ต่าง ๆ (5) (3) (1)

2 ข้าพเจ้ามกี ารเตรยี มความพร้อมในการเรียนอย่างสม่ำเสมอ
3 ข้าพเจา้ ไมต่ ้งั เรียน ขณะทค่ี รูสอน
4 ขา้ พเจ้าจะจดบนั ทึกความรู้อยเู่ สมอ
5 ข้าพเจา้ มกั สนใจสง่ิ รอบขา้ งมากกว่าส่ิงที่ครสู อนอยู่บ่อยครั้ง
6 ข้าพเจ้ามักพูดคยุ เลน่ กบั เพื่อนขณะเรียนหนังสอื
7 ข้าพเจ้าจะซกั ถามครผู ู้สอนเมื่อมขี ้อสงสัย
8 ขา้ พเจา้ ชอบเรยี นรดู้ ว้ ยตัวเองจากท่ีอืน่ มากกวา่ มานง่ั เรียน
9 ข้าพเจา้ ศกึ ษาหาความรเู้ พิม่ เติมหลงั จากเรยี นจบคาบ
10 ขา้ พเจ้ามีความกระตือรอื รน้ ในการแสวงหาความรู้จากแหล่ง

เรียนรู้ตา่ ง ๆ อยู่เสมอ













เเบบฝึกหัด
บทที่ 6

[Pick the ชอ่ื ..................................... นามสกลุ หมเู่ รยี น.....................เลขท.่ี .........
date]

กจิ กรรมท้ายบทท่ี 6
กลุ่มท่ี 3 ชอ่ื สมาชกิ กลมุ่
1.ช่อื นางสาวผกามาศ มะโนปราง เลขท่ี 2
2. ชือ่ นางสาวอภิสรา อารกี จิ เลขที่ 27
3. ช่อื นางสาวสุฎารตั ชูทอง เลขที่ 28

คำชแี้ จง จงตอบคำถามและทำแบบฝึกหัดดังตอ่ ไปน้ี
1. จงยกตวั อย่างพฤติกรรมทสี่ อดคล้องกับธรรมชาติของการวดั ทกั ษะพิสยั อยา่ งละ 5 พฤตกิ รรม
1.1 พฤติกรรมทักษะพิสัยที่ต้องวัดรายคน การอ่านออกเสียง การคัดลายมือ การขับเสภา การวาดรูประบายสี การร้องเพลง

ประเภทเด่ียว
1.2 พฤติกรรมทักษะพิสัยท่ีต้องวัดเป็นกลุ่ม การบรรเลงวงดนตรี การแสดงละคร การร้องเพลงประสานเสียง การเล่นตะกร้อ การ

ฟ้อนรำแบบพระนาง
1.3 พฤติกรรมทักษะพิสัยท่ีนักเรียนต้องผลิตช้ินงาน การประดิษฐ์ดอกไม้จากกระดาษ การสานกระเป๋า การร้อยพวงมาลัย การ

แกะสลกั การเยบ็ ปักถกั รอ้ ย
1.4 พฤติกรรมทักษะพสิ ัยที่นักเรียนตอ้ งแสดงทา่ ทางหรอื เปล่งเสียง

2. จงยกตวั อยา่ งพฤตกิ รรมทส่ี อดคล้องลักษณะของการวัดทกั ษะพสิ ัยอยา่ งละ 5 พฤตกิ รรม
2.1 พฤติกรรมทักษะพิสัยท่ีวัดจากผลงานอย่างเดียว การประกอบอาหาร การปลูกผัก การปั้นดินน้ำมัน การประดิษฐ์สิ่งของของ

จากสิ่งของเหลอื ใช้ การทำพานไหว้ครู
2.2 พฤติกรรมทกั ษะพสิ ัยที่วัดกระบวนการและผลงานแยกจากกนั การตัดเยบ็ เสื้อผ้า การสรา้ งงานไม้ การประกอบอาหาร การปั้น

ดนิ นำ้ มัน การทดลองวทิ ยาศาสตร์
2.3 พฤติกรรมทกั ษะพิสัยที่วัดกระบวนการและผลงานพร้อม ๆ กัน การฟ้อนรำ การเล่นกีฬาวอลเลย์บอล การเล่นดนตรี การอ่าน

ออกเสยี ง การโต้วาที
3. จงพิจารณาสถานการณ์ต่อไปน้ีว่าควรเลือกวิธีการวัดผลแบบใดระหว่าง การสังเกตโดยใช้แบบสำรวจรายการ กับ การสังเกตโดยใช้
มาตรประมาณคา่
3.1 ตอ้ งการตรวจสอบว่านักเรยี นอ่านคำควบกลำ้ ถกู หรอื ผดิ การสังเกตโดยใชแ้ บบสำรวจรายการ
3.2 ตอ้ งการตรวจสอบวา่ งานประดษิ ฐ์ของนักเรียนมีคณุ ภาพระดับใด การสงั เกตโดยใชม้ าตรประมาณคา่
3.3 ตอ้ งการตรวจสอบว่านักเรียนปรงุ อาหารถูกต้องตามขนั้ ตอนหรอื ไม่ การสังเกตโดยใชแ้ บบสำรวจรายการ
3.4 ต้องการตรวจสอบวา่ นกั เรียนมหี รอื ไมม่ ที ักษะการเลน่ วอลเลย่ บ์ อลพน้ื ฐาน การสังเกตโดยใช้แบบสำรวจรายการ
3.5 ต้องการตรวจสอบวา่ นักเรยี นรอ้ งเพลงได้ดมี ากหรือนอ้ ยเพยี งใด การสังเกตโดยใช้มาตรประมาณคา่

4. จงสร้างเครอ่ื งมือวัดผลการเรยี นรดู้ า้ นทักษะพสิ ยั 1 ฉบับตามขน้ั ตอนการสรา้ งเคร่อื งมอื
4.1 นยิ ามศัพท์เฉพาะ วา่ พฤตกิ รรมทกั ษะพิสยั คอื อะไร เชน่ เลน่ เปตองเปน็ ทมี หมายถงึ ความสามารถของนักเรียนทีเ่ ล่นเป
ตองเปน็ ทีม ทา่ ทางถูกตอ้ ง คล่องแคล่ว แมน่ ยำ ว่องไว และเป็นอตั โนมัติ ทำงานเปน็ ทีม มคี วามสามคั คี
การเล่นวอลเลยเ์ ป็นทีม หมายถงึ ความสามารถของนกั เรียนทีเ่ ล่นวอลเลยบ์ อลเป็นทมี ท่าทางถูกต้อง ว่งิ คล่องแคลว่ และวอ่ งไว
มไี หวพริบในการเลน่ ท่ีดี ระบบการเล่นเป็นสากลแบบอตั โนมตั ิ ร่วมกนั การวางแผนทำงานเป็นทีม มคี วามสามัคคีเปน็ หม่คู ณะ

100 การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

4.2 ทำ Rubric Score ให้รายละเอียด (ประเด็นนี้ เปน็ เกณฑ์ในการใหค้ ะแนนแบบบรรยาย ให้กรรมการหรือผ้ใู ห้คะแนนทุกคน
เข้าใจตรงกนั )

รายการที่ 1) การเสริ ฟ์ ลูก
ให้ 1 คะแนน เมื่อ การเสริ ฟ์ ลกู ถกู ตอ้ งตามแบบกฎกติกา
ให้ 0 คะแนน เม่อื การเสิรฟ์ ลกู ไม่ถกู ต้องตามแบบกฎกติกา

รายการท่ี 2) ความแมน่ ยำในการเสริ ฟ์
ให้ 1 คะแนน เมอ่ื การเสริ ฟ์ ลกู ได้ตรงตามท่ีกำหนด
ให้ 0 คะแนน เมอ่ื การเสิรฟ์ ลูกไม่ตรงตามท่ีกำหนด

รายการท่ี 3) ตำแหนง่ การยนื
ให้ 1 คะแนน เม่อื ขณะทเี่ ล่นยนื ตรงตามแหนง่ ทีก่ ำหนดไว้
ให้ 0 คะแนน เมื่อ ขณะทเ่ี ลน่ ยนื ไม่ตรงตามแหน่งทีก่ ำหนดไว้

รายการท่ี 4) การแตะชลู กู (การเซต)
ให้ 1 คะแนน เมอ่ื วธิ กี ารเซตถูกต้องตามแบบ
ให้ 0 คะแนน เมอ่ื วธิ ีการเซตไม่ถูกตอ้ งตามแบบ

รายการที่ 5) การเลน่ ลกู ขา้ มตาขา่ ย
ให้ 1 คะแนน เมอ่ื การสง่ ลกู ข้ามตาข่ายผา่ นไปยงั ฝา่ ยตรงขา้ ม
ให้ 0 คะแนน เมือ่ การส่งลกู ไมข่ า้ มตาขา่ ยผ่านไปยังฝา่ ยตรงขา้ ม

รายการท่ี 6) การเลน่ ลกู มอื ลา่ ง
ให้ 1 คะแนน เมอ่ื ทอ่ นแขนลา่ งของท้งั สองข้างบงั คบั ลูกไปยงั ทิศทางหรือตำแหนง่ ทีต่ อ้ งการ
ให้ 0 คะแนน เมอ่ื ท่อนแขนลา่ งของทั้งสองขา้ งบังคับลกู ไม่ไปยงั ทิศทางหรอื ตำแหนง่ ทต่ี อ้ งการ

รายการท่ี 7) การยนื ตงั้ รบั ลกู
ให้ 1 คะแนน เมื่อ การยืนต้องไม่บงั ตำแหนง่ ของผู้อนื่ และสามารถควบคมุ ได้ทง้ั สนาม
ให้ 0 คะแนน เมอ่ื การยนื บงั ตำแหนง่ ของผู้อ่นื และไมส่ ามารถควบคมุ ไดท้ ง้ั สนาม

รายการที่ 8) การประสานมอื รบั ลกู
ให้ 1 คะแนน เมื่อ การซ้อนมอื อย่างถูกตอ้ งและเหยียดแขนตรง
ให้ 0 คะแนน เมือ่ การซ้อนมือไม่ถกู ตอ้ งและเหยียดแขนไม่ตรง

รายการที่ 9) การตบี อลถกู จดุ สมั ผสั บอล
ให้ 1 คะแนน เมอ่ื ตีบอลบรเิ วณท่อนแขนดา้ นหนา้ ท้ังสองแขนพร้อมกันตัง้ แตเ่ หนือขอ้ มอื ข้ึนไป
ให้ 0 คะแนน เมือ่ ตบี อลบรเิ วณอื่นที่ไมใ่ ช่ทอ่ นแขนด้านหน้าและใช้แขนเพยี งเดยี ว

รายการท่ี 10) การพงุ่ ตวั รบั บอล
ให้ 1 คะแนน เมอ่ื เอยี งตวั ไปตามทิศทางท่ลี ูกบอลมาแลว้ พงุ่ ไปถกู ตอ้ งตามทิศทาง
ให้ 0 คะแนน เมอื่ เอียงตวั ไม่ไปตามทิศทางทีล่ กู บอลมาและพงุ่ ตวั ไปไม่ถูกตอ้ งตามทิศทาง

การวัดและประเมนิ ผล1ก0า1รเรียนรู้

4.3 สรา้ งแบบวดั ทกั ษะพสิ ัย ตามความเหมาะสมกบั พฤติกรรมท่กี ำหนด
แบบประเมนิ สำหรบั สงั เกตพฤตกิ รรมทักษะพสิ ยั
จดุ ประสงค์ “สามารถเลน่ วอลเลยบ์ อลเปน็ ทมี ได”้

คำชแ้ี จง ใหค้ รสู งั เกตนกั เรยี นขณะทเ่ี ลน่ วอลเลยบ์ อลเปน็ ทมี ตามรายการพฤตกิ รรมและเกณฑก์ ารให้คะแนนทก่ี ำหนดในแบบ
ประเมนิ แลว้ เขยี นคะแนนลงในชอ่ งคะแนนทไี่ ด้

ชอื่ นกั เรยี น..........................................นามสกุล.................................................เลขท.่ี ......................

รายการพฤตกิ รรม ผา่ น (1 คะแนน) ไมผ่ า่ น (0 คะแนน) คะแนนทไ่ี ด้
1. การเสริ ฟ์ ลกู การเสริ ฟ์ ลกู ถูกต้อง การเสริ ฟ์ ลูกไม่ถกู ตอ้ ง
2. ความแมน่ ยำในการเสิรฟ์ ตามแบบกฎกตกิ า ตามแบบกฎกติกา
3. ตำแหนง่ การยนื การเสริ ฟ์ ลกู ไดต้ รงตามท่ีกำหนด การเสริ ฟ์ ลกู ไม่ตรงตามท่ีกำหนด
4. การแตะชลู กู (การเซต) ขณะที่เล่นยนื ตรงตามแหนง่ ที่ ขณะท่เี ลน่ ยนื ไม่ตรงตามแหน่งที่
5. การเลน่ ลกู ขา้ มตาขา่ ย
6. การเลน่ ลกู มอื ลา่ ง กำหนดไว้ กำหนดไว้
วิธกี ารเซตถูกตอ้ งตามแบบ วิธกี ารเซตไม่ถูกตอ้ งตามแบบ
7. การยนื ตงั้ รบั ลกู การสง่ ลูกขา้ มตาขา่ ยผา่ นไปยงั การส่งลูกไม่ข้ามตาข่ายผ่านไปยงั
8. การประสานมอื รบั ลกู
9. การตบี อลถกู จดุ สมั ผสั บอล ฝ่ายตรงข้าม ฝา่ ยตรงข้าม
ท่อนแขนลา่ งของท้งั สองข้าง ทอ่ นแขนลา่ งของทง้ั สองขา้ ง
10. การพงุ่ ตวั รบั บอล บงั คับลกู ไปยงั ทิศทางหรอื บงั คบั ลกู ไม่ไปยงั ทิศทางหรอื

ตำแหนง่ ท่ตี อ้ งการ ตำแหนง่ ทีต่ อ้ งการ
การยืนต้องไมบ่ งั ตำแหนง่ ของผอู้ ่ืน การยนื บังตำแหน่งของผู้อื่นและ
และสามารถควบคุมไดท้ ั้งสนาม ไม่สามารถควบคมุ ไดท้ ัง้ สนาม
การซอ้ นมอื ไม่ถกู ตอ้ งและเหยียด
การซ้อนมืออยา่ งถูกต้อง
และเหยียดแขนตรง แขนไม่ตรง
ตบี อลบรเิ วณอ่นื ทไ่ี มใ่ ช่ทอ่ นแขน
ตบี อลบรเิ วณท่อนแขนดา้ นหนา้ ด้านหนา้ และใช้แขนเพียงเดียว
ท้ังสองแขนพรอ้ มกนั ต้งั แตเ่ หนอื
เอียงตัวไม่ไปตามทศิ ทางทล่ี กู บอล
ขอ้ มอื ขน้ึ ไป มาและพงุ่ ตวั ไปไม่ถกู ต้องตาม
เอียงตวั ไปตามทิศทางทล่ี ูกบอล ทศิ ทาง
มาแล้วพงุ่ ไปถูกตอ้ งตามทิศทาง

คะแนนรวม

ผลการประเมนิ

ผ่านการประเมิน เม่ือ ไดค้ ะแนนรวม 7 - 10 คะแนน

ไม่ผา่ นการประเมนิ เมื่อ ได้คะแนนรวม 0 - 6 คะแนน

ความคดิ เห็นเพิม่ เติม........................................................................................................................................................................

ผูส้ งั เกต...................................................................

วันท่ีสังเกต............/................./...............

102 การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

โดยเลอื กจุดประสงค์การเรยี นรู้ต่อไปน้ี
1. นักเรียนสามารถวาดรูปโดยใชโ้ ปรแกรมสำเร็จรูปคอมพวิ เตอร์ได้
2. นักเรียนสามารถเล่นฟตุ บอลเปน็ ทมี ได้
3. นกั เรยี นสามารถเล่นวอลเลย์บอลเป็นทีมได้
4. นกั เรียนสามารถเป่าขลยุ่ ร่วมกันเปน็ วงได้
5. นักเรยี นสามารถแสดงบทบาทสมมตเิ กี่ยวกบั เรอื่ งท่ีอา่ นได้
6. นักเรยี นสามารถรอ้ งเพลงตามแนวเพลงทชี่ อบได้
7. นักเรียนสามารถทำอาหารตามเมนทู ช่ี อบได้
8. นกั เรียนสามารถทดลองเก่ยี วกับเรอื่ งทีเ่ รียนได้
9. นักเรยี นสามารถเขยี นโปรแกรมตามท่ีกำหนดได้
10. นักเรียนสามารถรำไทยตามขนั้ ตอนได้
11. นักเรียนสามารถปน้ั ดนิ นำ้ มันตามเรื่องที่อา่ นได้
12. นักเรยี นสามารถออกแบบโปสเตอรโ์ ฆษณาสน้ิ คา้ ตามที่สนใจได้

สาขาการประถมศกึ ษา จำนวน 28 คน จะมี กลมุ่ ละ 2 คน มี 8 กล่มุ ละ 3 คน มี 4 กล่มุ

เเบบฝึกหัด
บทที่ 7

นางสาวผกามาศ มะโนปราง รหสั 6321105005 เลขท่ี 5
นางสาวสฎุ ารัต ชูทอง รหสั 6321105037 เลขที่ 28

บทท่ี ๗ การทำงานตามภาระงาน

จุดประสงค์การเรยี นรู้
นักเรียนสามารถปัน้ หุ่นเหมือนของจริงตามทสี่ นใจได้

ขนั้ ท่ี ๑ การออกแบบภาระงานทป่ี ฏบิ ตั ิหรือกจิ กรรม ออกแบบกจิ กรรมการเรยี ยนร้กู ้านการปฏิบัติ

ภาระงานทีป่ ฏบิ ัติ : ป้นั หุ่นจำลองเหมือนของจรงิ ตามรูปแบบท่ีสนใจได้อย่างสวยงาม
เงอ่ื นไขทก่ี ำหนด
ให้นักเรียนปั้นหุ่นจำลองจากรูปแบบท่ีนักเรียนสนใจให้เหมือนกับของจริงให้มากท่ีสุด มีความริเร่ิม
สร้างสรรค์ในการออกแบบผลงาน โดยต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับงานป้ันให้ถูกวิธี ปฏิบัติให้ถูกต้องตาม
หลักการป้ันและตอ้ งจดั องค์ประกอบศิลป์ให้ถกู ต้องตามหลักงานทศั นศิลป์เพื่อให้ผลงานมีความสวยงามเหมือนกับ
ของจรงิ

ข้ันท่ี ๒ การออกแบบภาระงานท่ปี ฏบิ ตั หิ รือกิจกรรม ออกแบบกจิ กรรมการเรยี ยนรกู้ ้านการปฏบิ ัติ

จุดประสงค์การเรยี นรู้ ผลงาน/พฤติกรรม/กระบวนการ วธิ กี ารวดั /เครอื่ งมือวดั ผล

1. สามารถบอกวิธีการใชว้ ัสดุอุปกรณ์ใน สงั เกตพฤติกรรมระหว่างการปั้น การสังเกต

งานปน้ั และเลอื กใช้ไดอ้ ย่างถกู วิธี (C) (แบบสำรวจรายการ/แบบฝกึ หัด)

2. สามารถสร้างสรรค์ผลงานปั้นได้ ผลงานการป้นั การประเมนิ จากการผลงานการป้ัน

เหมือนของจรงิ ตามที่สนได้ (P) (แบบสำรวจรายการ/มาตรประมาณคา่ )

3. สามารถจดั งานป้นั ไดถ้ กู ต้องตามหลัก

องค์ประกอบศิลป์ในหลักงานทัศนศิลป์

ได้ (P)

4. มีความรบั ผิดชอบ (A) สังเกตพฤติกรรมระหว่างเรียน การสังเกต

และการส่งงานตามเวลาทกี่ ำหนด (แบบสำรวจรายการ)

นางสาวผกามาศ มะโนปราง รหสั 6321105005 เลขท่ี 5
นางสาวสุฎารตั ชูทอง รหสั 6321105037 เลขที่ 28

ขน้ั ท่ี ๓ กำหนดเกณฑก์ ารให้คะแนน

รายการประเมนิ ระดับคณุ ภาพและความหาย

ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)

1. บอกวิธีการใช้วัสดุอปุ กรณ์ - บอกวธิ กี ารใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์ - บอกวิธีการใช้วัสดุ - บอกวิธีการใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์

ในงานปนั้ และเลอื กใช้ได้อย่าง ในการป้ันไดถ้ กู ต้อง อปุ กรณ์ในการปนั้ ได้ ในการปั้นไม่ถูกต้อง

ถกู วธิ ี (C) - เลือกใช้วัสดอุ ุปกรณไ์ ด้ บางอย่าง - เลือกใช้วัสดอุ ุปกรณไ์ ม่ตรง

ถูกตอ้ งตรงกับหลกั การป้ัน - เลอื กใชว้ ัสดุอุปกรณ์ไม่ กับหลกั การปนั้

ตรงกบั หลกั การป้ัน

2. สร้างสรรค์ผลงานป้ันได้ - สรา้ งสรรค์ผลงานป้นั ได้ - สรา้ งสรรค์ผลงานป้ัน - สร้างสรรค์ผลงานปนั้ ได้ไม่

เหมือนของจริงตามทส่ี นได้ (P) เหมือนของจรงิ ตามที่สนใจ ได้ค่อนขา้ งเหมอื นของ เหมือนของจรงิ ตามทสี่ นใจ

- มีความสวยงาม จรงิ ตามท่สี นใจ - ไมส่ วยงาม

- ค่อนขา้ งสวยงาม

3. จัดงานปั้นได้ถูกต้องตาม ผลงานปนั้ มีความสมบูรณ์ ผลงานปน้ั มีความ ผลงานปน้ั มคี วามสมบูรณ์

หลักองค์ประกอบศิลป์ในหลัก ถูกต้อง เหมาะสม ตาม สมบรู ณต์ ามหลักการจัด ตามหลกั การจัดองค์ประกอบ

งานทัศนศิลป์ (P) หลักการ จดั องค์ประกอบ องคป์ ระกอบศลิ ปใ์ นงาน ศิลป์ในงานทัศนศลิ ป์เพยี ง

ศิลป์ในงานทัศนศิลป์ ทัศนศิลปเ์ ปน็ สว่ นใหญ่ สว่ นนอ้ ย และไมเ่ หมาะสม

4. มีความรบั ผิดชอบ (A) - ทำความสะอาดวัสดุ บกพรอ่ งขอ้ ใดข้อหนึ่ง บกพร่องมากกวา่ 1 ขอ้
อปุ รณ์หลงั จากใชง้ าน
- เก็บวัสดอุ ุปรณห์ ลงั จากใช้
งานได้อย่างเรียบรอ้ ย
- สง่ งานตามเวลาท่ีกำหนด

เกณฑก์ ารพจิ ารณาการตดั สนิ ระดับคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

10 – 12 ดี

6 – 9 พอใช้

ตำ่ กว่า 6 ปรบั ปรุง

นางสาวผกามาศ มะโนปราง รหสั 6321105005 เลขที่ 5
นางสาวสุฎารัต ชูทอง รหสั 6321105037 เลขท่ี 28

ขน้ั ท่ี ๔ สรา้ งเคร่ืองมอื การวัดผล

แบบบนั ทกึ คะแนนการตรวจผลงาน “ การปั้นหุ่นเหมือนของจริงตามทส่ี นใจ ”
วิชา ทัศนศิลป์ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

*************************************************************************
คำช้ีแจง

1. การประเมินผล “การปั้นหนุ่ เหมอื นของจรงิ ตามท่ีสนใจ” กำหนดองค์ประกอบการประเมนิ ดังนี้
- บอกวิธกี ารใช้วัสดอุ ปุ กรณ์ในงานปั้นและเลือกใชไ้ ด้อย่างถูกวิธี
- สร้างสรรค์ผลงานปนั้ ได้เหมอื นกับของจรงิ ตามทส่ี นใจ
- จดั งานป้ันไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั องคป์ ระกอบศิลป์ในหลกั งานทศั นศิลป์
- มีความรับผิดชอบ

2. เขียนคะแนนทีผ่ ู้เรียนทำได้ ลงในช่องให้ตรงกบั หัวข้อการประเมนิ ท่ีกำหนด
3. สรปุ ผลการประเมินดงั น้ี

ดี หมายถึง ผลงานมีระดบั คะแนน 10-12 คะแนน
พอใช้ หมายถงึ ผลงานมีระดบั คะแนน 6-9 คะแนน
ปรบั ปรงุ หมายถึง ผลงานมีระดับคะแนน ตำ่ กวา่ 6 คะแนน

องค์ประกอบการประเมนิ

บอกวิธกี ารใช้ สร้างสรรค์ จัดงานป้นั ได้ มีความ

ท่ี ช่ือ-สกลุ วสั ดุอุปกรณ์ ผลงานป้ันได้ ถกู ต้องตามหลัก รับผดิ ชอบ รวม สรุปผล
ในงานปนั้ และ เหมอื นกับ องคป์ ระกอบ (3 คะแนน) (12คะแนน)
เลอื กใช้ได้ ของจริง ศิลป์ในหลักงาน

อย่างถกู วิธี ตามที่สนได้ ทัศนศิลป์

(3 คะแนน) (3 คะแนน) (3 คะแนน)

1

2

3

รวม

ลงชอ่ื …………………………………………………………. ผปู้ ระเมิน
……………/……………/……………

เเบบฝึกหัด
บทที่ 8

นางสาวสุฎารัต ชทู อง รหสั นักศกึ ษา 6321105037 เลขท่ี 28

แบบฝกึ หัดที่ 1

จงหาคา่ เฉล่ยี คา่ มธั ยฐาน และฐานนยิ ม ของขอ้ มูลการวดั คะแนนของนักเรยี นต่อไปนี้

1. 10, 8, 6, 0, 8, 3, 2, 2, 8, 0

คำตอบ คา่ เฉล่ีย = 47 คา่ มธั ยฐาน = 4.5 ฐานนิยม = 8

2. 1, 3, 3, 5, 5, 5, 7, 9

คำตอบ ค่าเฉล่ีย = 4.7 คา่ มธั ยฐาน = 5 ฐานนยิ ม = 5

3. 120, 5, 4, 4, 4, 4, 2, 1, 0

คำตอบ คา่ เฉล่ีย = 16 ค่ามัธยฐาน = 4 ฐานนยิ ม = 4

4. 20, 18, 18, 19, 17, 16, 14, 4, 7

คำตอบ ค่าเฉลี่ย = 14.7 คา่ มธั ยฐาน = 17 ฐานนยิ ม = 18

5. 4, 5, 4, 3, 4, 8, 5, 7, 9, 6

คำตอบ คา่ เฉลย่ี = 5.5 ค่ามัธยฐาน = 5 ฐานนยิ ม = 4

6. 1, 2, 3, 1, 1, 1, 6, 5, 4, 1, 4, 4, 3

คำตอบ คา่ เฉล่ยี = 2.76 ค่ามธั ยฐาน = 3 ฐานนิยม = 1

แบบฝึกหัดท่ี 2
คำช้ีแจง จงตอบคำถามต่อไปน้ี โดยใช้ข้อมลู ทีก่ ำหนดให้ พรอ้ มแสดงวิธีคำนวณ

คะแนนผลการสอบวชิ าภาษาไทยเปน็ ดังน้ี
6 4 6 3 87 5 7 9 8
7 1 5 2 66 8 7 6 5
7 5 4 4 66 3 9 28
1. จงแจกแจงความถข่ี องขอ้ มลู
2. จงหาคะแนนเฉล่ยี
3. จงหาสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน
4. จงหาความแปรปรวน (สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน ยกกำลงั สอง)

1. ทำตารางแจกแจงความถข่ี องขอ้ มลู ได้ดงั นี้

คะแนน (x) f Fx X2 f X2
9 2 18 81 162
8 4 32 64 256
7 5 35 49 245
6 7 42 36 252
5 4 20 25 100
4 3 12 16 48
3 2 6 9 18
2 2 4 48
1 1 1 11
รวม 30 170 285 1,090

2. จงหาคะแนนเฉลี่ย นางสาวสฎุ ารัต ชทู อง รหสั นักศึกษา 6321105037 เลขท่ี 28

วิธคี ิด จากสตู ร x = ∑ X
N

x = 170
30
x
= 5.67 คะแนน

3. จงหาส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน

วิธีคดิ จากสตู ร S = √∑ 2 − [∑ ]2



S = √1,090 − [13700]2

30

S = 2.05

4. จงหาความแปรปรวน (สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน ยกกำลังสอง)

วิธีคดิ จากสูตร S2 =  fx2 −   fx 2
S2 = N  N 

, − [ ]


คำนวณค่า S ได้ = 2.05

ดงั นั้น s2 = 4.20

แบบฝกึ หัดท่ี 3

คำช้ีแจง จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี โดยใช้ข้อมูลทกี่ ำหนดให้ พรอ้ มแสดงวิธคี ำนวณ

แบบทดสอบภาษาไทยฉบับหน่ึงมจี ำนวนข้อสอบ 10 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน นำไปทดสอบกับนกั เรยี นได้

คะแนนตามข้อมูลในแบบฝึกหดั ท่ี 1 จงหาค่าความเชอ่ื มน่ั ของแบบทดสอบ แบบ KR - 21 โดยแสดงวธิ คี ำนวณ

ตามขั้นตอน ดังนี้

1. สตู ร KR-21 rtt

rtt = k {1 − (k s−t2 )}
k−1

2. k = 10 ข้อ

3. X= ∑

= 45 = 4.5

10
= ∑x2 − [∑x]2
4. S t2
nn

= 285 − [45]2

10 10

= 8.25

5. แทนค่าสตู ร

rtt = 10 {1 − 4.150(1×08−.245.5)}
10−1

= 1.1(0.7)

= 0.77

***************************

แบบฝีกหัดที่ 4
คำชีแ้ จง จงตอบคำถามต่อไปน้ี โดยใชข้ อ้ มูลท่กี ำหนดให้ พรอ้ มแสดงวธิ ีคำนวณ

ผลการสอบวิชาภาษาไทยของนักเรยี นช้นั ม.6 มคี ะแนนเฉลี่ย 30 คะแนน มสี ว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน
เท่ากบั 5 รัตนาภรณ์สอบได้ 30 คะแนน คดิ เป็นคะแนนที (T – Score) เท่าไร

จากสูตร Z – Score = −

= 30−30
5
=0

ดังนั้น T – Score = 10Z + 50
= 10(0) + 50
=0

ตอบ T – Score ของรตั นาภรณ์คิดเปน็ 0 คะแนน

***************************

แบบฝีกหัดที่ 5
คำชแ้ี จง จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี โดยใช้ข้อมูลจากแบบฝกึ หดั ท่ี 1

1. จงแปลงใหเ้ ปน็ เปอร์เซน็ ไทล์
2. ด.ญ. ลลิตา สอบได้ 6 คะแนน แปลความหมายในรูปเปอรเ์ ซน็ ไทลไ์ ดว้ ่าอยา่ งไร
3. จงแปลงใหเ้ ป็นคะแนนที – ปกติ

(1) (2) (3) (4) (5) (1) T-Score
Xf cf
1f cf - 1 f 100 (cf – 1 f) 68
92 30 61
2 2 n2 56
84 28 50
1.0 29.0 96.60 46
75 24 2.0 26.0 86.60 42
2.5 21.5 71.60 39
67 19 3.5 15.5 51.60 35
2.0 10.0 33.30 29
54 12 1.5 6.5 21.60
1.0 4.0 13.30
43 8 1.0 2.0 6.60
0.5 0.5 1.60
32 5

22 3

11 1

n = 30

ตอบ ด.ญ. ลลิตา สอบได้ 6 คะแนน ตรงกบั เปอร์เซ็นตไ์ ทลท์ ่ี 51.60 หมายความว่า มคี นท่ีได้คะแนนตำ่ กว่า 6
คะแนน อยู่ 52 คน จากคนทง้ั หมด 100 คน

The End.


Click to View FlipBook Version