โครงงานภาษาไทย
เรอื่ ง อาหารไทย
โดย
นางสาวนลินทพิ ย์ หัสดี เลขที่ ๓๔
นายนรินทร์ เกดิ ประดบั เลขที่ ๒
นางสาวภาวนิ ี สทิ ธิเกษร เลขที่ ๒๙
นางสาววรี สิ า ปอสริ โิ ภคา เลขที่ ๓๙
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔/๑๐
เสนอ
คณุ ครณู ฏั ฐณชิ า แทบทาม
รายงานน้ีเปน็ ส่วนหนง่ึ ของวชิ าโครงงานภาษาไทย รหสั ท๓๐๒๐๑
ภาคเรยี นท่ี ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
โรงเรียนสิงห์บุรี
สานกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษามธั ยมศกึ ษาสงิ ห์บรุ ี อา่ งทอง
โครงงานภาษาไทย
เรอื่ ง อาหารไทย
โดย
นางสาวนลินทพิ ย์ หัสดี เลขที่ ๓๔
นายนรินทร์ เกดิ ประดบั เลขที่ ๒
นางสาวภาวนิ ี สทิ ธิเกษร เลขที่ ๒๙
นางสาววรี สิ า ปอสริ โิ ภคา เลขที่ ๓๙
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔/๑๐
เสนอ
คณุ ครณู ฏั ฐณชิ า แทบทาม
รายงานน้ีเปน็ ส่วนหนง่ึ ของวชิ าโครงงานภาษาไทย รหสั ท๓๐๒๐๑
ภาคเรยี นท่ี ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔
โรงเรียนสิงห์บุรี
สานกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษามธั ยมศกึ ษาสงิ ห์บรุ ี อา่ งทอง
ก
ชอ่ื โครงงาน อาหารไทย
ผู้จดั ทา ๑. นางสาวนลินทพิ ย์ หสั ดี
๒. นายนรินทร์ เกิดประดบั
คณุ ครทู ป่ี รึกษา ๓. นางสาวภาวนิ ี สทิ ธิเกษร
ปีการศึกษา ๔. นางสาววรี สิ า ปอสริ โิ ภคา
คณุ ครูณัฏฐณิชา แทบทาม
๒๕๖๔
บทคดั ยอ่
เนือ่ งจากในปจั จุบนั นีอ้ าหารไทยไดร้ บั การกลา่ วขานจากทุกประเทศท่วั โลกวา่ เปน็ อาหารทม่ี ี
ความอร่อยจึงทาใหอ้ าหารไทยเป็นทนี่ ยิ มของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจานวนมาก ซึ่งจะเหน็ ไดจ้ าก
การมีร้านอาหารไทยตามประเทศต่างๆทว่ั โลก และการทชี่ าวตา่ งชาติเดนิ ทางเขา้ สู่ประเทศเพ่ือรับประทาน
อาหารไทย อนั เปน็ ผลทาให้เกิดรายไดเ้ ขา้ สู่ประเทศอย่างมากมาย ซ่งึ ถอื เปน็ รายไดท้ ส่ี าคัญอย่างหนึง่ ของ
ประเทศเลยทเี ดยี ว
ดงั นั้นผจู้ ดั ทาจงึ ได้จดั ทาโครงงาน เร่อื งอาหารไทย เพ่ือเผยแพรค่ วามรู้ในเร่อื งอาหารไทยให้
เปน็ ประโยชนต์ ่อผู้ทส่ี นใจศึกษาต่อไป
ข
กติ ติกรรมประกาศ
โครงงานฉบบั น้สี าเร็จได้ดว้ ยความอนเุ คราะหข์ องคุณครูณฎั ฐณชิ า แทบทามครผู ู้สอนท่ีไดใ้ ห้
ความรู้ คาแนะนา ตรวจทาน และแก้ไขขอ้ บกพร่องต่างๆดว้ ยความเอาใจใสท่ ุกข้ันตอน เพ่ือใหก้ ารเขียน
รายงานค้นคว้าอย่างอสิ ระฉบับนีส้ มบรู ณท์ ่สี ดุ ผูศ้ ึกษาใครข่ อกราบขอบพระคณุ เปน็ อยา่ งสงู ไว้ ณ โอกาสน้ี
ที่ชว่ ยในการสบื คน้ ข้อมลู แลกเปลยี่ นความคิด และให้กาลังใจในการศึกษาคน้ คว้าตลอดเวลา
ทา้ ยสุดนีค้ ณะผ้จู ดั ทาโครงงานหวงั เป็นอย่างย่ิงวา่ โครงงานฉบบั นจี้ ะเปน็ ประโยชนไ์ ม่มากก็
น้อยสาหรบั ผู้ท่ีให้ความสนใจหรือตอ้ งการศึกษาเร่ืองของอาหารตอ่ ไป
คณะผู้จดั ทา
๒๔ มกราคม ๒๕๖๕
สารบัญ ค
บทคดั ย่อ หน้า
กิตติกรรมประกาศ ก
สารบัญ ข
สารบญั รูปภาพ ค
บทที่ ๑ บทนา จ
๑
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน ๑
จุดมงุ่ หมายเพ่อื การศึกษาคน้ คว้า ๑
สมมติฐานในการศึกษา ๑
ประโยชน์ท่คี าดวา่ จะได้รบั ๑
บทท่ี ๒ เอกสารทีเ่ กีย่ วข้อง ๒
ความหมายของอาหาร ๒
เอกลกั ษณ์ของอาหารไทย ๓
อาหารไทยเป็นยา ๔
อาหารไทยเปน็ ท่นี ิยมของนานาชาติ ๔
บทท่ี ๓ วธิ ีการดาเนินการศึกษา ๕
วิธดี าเนนิ งาน ๕
วิธกี ารศกึ ษา ๕
บทท่ี ๔ ผลการศึกษา ๖
จุดกาเนิดของอาหารไทยในแตล่ ะสมยั ๖
ประเภทของอาหารไทย ๘
ความรเู้ กี่ยวกบั วัฒนธรรมด้านอาหารไทย ๙
สารบัญ (ต่อ) ง
ความหมายของวัฒนธรรมด้านอาหารไทย หน้า
จุดเด่นของอาหารไทยท่ีไม่เหมอื นใคร ๙
รสชาตทิ ่เี ปน็ เอกลักษณ์ของอาหารไทย ๑๐
เมนอู าหารไทยยอดนิยม ถูกใจทั้งชาวไทยและชาวตา่ งชาติ ๑๐
๗ เอกลักษณอ์ าหารไทย เสนห่ ท์ คี่ นไทยควรภมู ิใจ ๑๑
บทที่ ๕ สรปุ ผลการศกึ ษา ๑๓
ประโยชน์ทีไ่ ด้รับจากการทาโครงงาน ๑๗
การนาผลการศึกษาไปใช้ ๑๗
ขอ้ เสนอแนะ ๑๗
บรรณานกุ รม ๑๗
๑๘
สารบญั รปู ภาพ จ
รูปท่ี ๑ ๗ เอกลักษณ์อาหารไทย หน้า
รปู ที่ ๒ มขี ้าวเปน็ อาหารหลัก ๑๓
รปู ที่ ๓ ใน ๑ คามี ๗ รสชาติ ๑๓
รูปท่ี ๔ พถิ พี ิถนั ทุกข้ันตอน ๑๔
รูปที่ ๕ เนน้ ความประณีต ๑๔
รปู ที่ ๖ การใช้บรรจภุ ณั ฑจ์ ากธรรมชาติ ๑๔
รูปที่ ๗ ใช้เปน็ ยา ๑๕
รูปที่ ๘ เปน็ ทนี่ ยิ มของนานาชาติ ๑๖
๑๖
๑
บทท่ี ๑
บทนา
๑. ทม่ี าและความสาคญั ของโครงงาน
ในปัจจบุ ันประเทศไทยได้มองเหน็ คุณคา่ ทางดา้ นอาหารไทยและอาหารไทยเป็นเอกลักษณ์
ประจาชาติไทย ทีม่ ีการส่ังสมและ ถา่ ยทอดมาอยา่ งต่อเนอื่ งแต่อดีต อาหารไทยได้รบั ความนิยมอย่างสูง
และแพรห่ ลายไปส่ปู ระเทศต่างๆทัว่ โลกอยา่ งรวดเร็ว
เอกลักษณท์ ่ีบง่ บอกถึงความเปน็ อาหารไทยได้ชดั เจนกค็ ือกล่ินฉนุ และรสชาติทเ่ี ผด็ ร้อน
ผู้คนสว่ นใหญท่ ั้งในและตา่ งประเทศต่างนิยมชอบในอาหารไทยมากมาย อาหารไทย ในยคุ ปจั จุบันได้รับ
อทิ ธพิ ลจากวัฒนธรรมทางด้านอาหารจากนานาประเทศ จุดกาเนดิ ของอาหารไทยอาหารไทยมจี ุด
กาเนิดพร้อมกับการตง้ั ชนชาตแิ ละมกี ารพฒั นาอยา่ งต่อเนอื่ งมาต้ังแต่สมัยสโุ ขทัย
๒. จดุ มุ่งหมายของการศกึ ษาค้นควา้
๒.๑ เพอื่ ศึกษาความเปน็ มาของอาหารไทย
๒.๒ เพอ่ื ศึกษาประเภทของอาหารไทย
๒.๓ เพ่ือศกึ ษาเอกลกั ษณแ์ ละคณุ ค่าของอาหารไทย
๓. สมมติฐานในการศกึ ษา
อาหารไทยมีมาตง้ั แต่ก่อนกรงุ รัตนโกสินทร์อย่างแนน่ อน แตจ่ ะมชี นดิ ใดบา้ งหรือถูก
ปรับปรงุ เปล่ียนแปลงไปเช่นไรจนถงึ ปจั จบุ นั จึงต้องมีการสืบคน้ เพื่อหาเอกลกั ษณแ์ ละคณุ ค่าของ
อาหารไทย รวมท้ังประเภทของอาหารแตล่ ะชนดิ
๔. ขอบเขตของการศึกษา
ในการศึกษาครงั้ น้ี เพ่ือใหม้ ีความเขา้ ใจเรียนรอู้ าหารไทยแต่ละชนิด และเล็งเหน็ ความสาคัญ
ของอาหารไทยมากขน้ึ
๕. ประโยชนท์ ่คี าดวา่ จะได้รบั
- ร้ถู งึ ประโยชนแ์ ละการนามาใช้ เก่ียวกบั อาหารไทย
- รู้ถงึ ความเป็นมาและข้อมลู ของ อาหารไทย
- ผูท้ ส่ี นใจสามารถนาข้อมูลท่ีไดร้ บั ไปศกึ ษาและพัฒนาต่อไป
๒
บทท่ี ๒
เอกสารทเ่ี กย่ี วข้อง
ความหมายของอาหาร
อาหาร หมายถงึ สง่ิ ที่มนษุ ยร์ ับประทานเขา้ ไปเพื่อเป็นพลังงานหลอ่ เล้ยี งชวี ิต มคี ุณสมบัติในการบารงุ รักษา
ซ่อมแซมรา่ งกายให้อยู่ในสภาพทสี่ มบูรณ์ และเมื่อนามาปรุงแต่งดว้ ยวัตถดุ บิ และวธิ กี ารโดยเฉพาะตาม
แบบวฒั นธรรมไทยจงึ เรยี กขานวา่ “อาหารไทย” อาหารไทยจึงถอื ไดว้ ่า เกิดจากการผสมผสานวฒั นธรรมท่ี
สง่ั สมมาเป็นการบันทึกรสนยิ มและภูมปิ ญั ญาท่บี รรพบรุ ุษถ่ายทอดให้อนุชนรุน่ หลัง
ถอื วา่ มีลกั ษณะโดดเดน่ เปน็ พเิ ศษ เน่อื งจากประเทศไทยเปน็ อู่ขา้ ว อู่น้า มีอาหารตาม
ธรรมชาติทีม่ ี ลกั ษณะพเิ ศษตามภูมอิ ากาศและภูมปิ ระเทศท่ีหลากหลายตลอดท้งั ปี รวมทง้ั คนไทยมีศลิ ปะ
อยู่ในสายเลอื ดอยแู่ ลว้ จึงแสดงออกซ่งึ ศลิ ปวทิ ยาของตนในรปู แบบการปรงุ แตง่ และการกินอาหารท่ีมี
ลกั ษณะเฉพาะ ตั้งแต่เร่ืองการผสมกลม กลืนในการปรุงแต่งกล่ิน รส ให้กลมกล่อมอร่อยและรสจดั อย่างโดด
เดน่ เป็นพเิ ศษ ในเรื่องการจัดรปู แบบและแกะสลัก ตบแตง่ สสี ันสวยงามวจิ ติ รบรรจง ในเรือ่ งการผสมผสาน
ทางคณุ คา่ อาหารและสรรพคุณทางยาเพ่อื ให้เกดิ ผลดีต่อสขุ ภาพ สงู สุดทง้ั ในแง่การป้องกัน การบารงุ และ
การรักษา ตลอดจนการใชอ้ าหารเปน็ เครือ่ งแสดงความผูกพันในหมู่ญาติมติ รและเป็นเคร่ืองแสดงฐานะทาง
สังคม รวมทง้ั การใช้อาหารเป็นสอื่ ทางความเชื่อและพธิ ีกรรมต่างๆ
อาหารไทยเปน็ วัฒนธรรมท่สี บื ทอดกันมานาน แต่แมจ้ ะมเี อกลักษณ์และความโดดเด่นจาก
สว่ นผสมจากสมนุ ไพรแต่อาหารในแต่ละภูมภิ าคก็มีความแตกต่างกันอาหารไทย เป็นอาหารประจาของ
ประเทศไทย ท่ีมีการสัง่ สมและถา่ ยทอดมาอยา่ งตอ่ เน่ืองต้ังแต่อดีต จนเป็นเอกลักษณ์ประจาชาติ ถือไดว้ า่
อาหารไทยเป็นวฒั นธรรมประจาชาติทส่ี าคัญของไทย อาหารไทยเป็นอาหารทีป่ ระกอบดว้ ยรสเข้มข้นมี
เครือ่ งปรุงหลายอยา่ งรสชาติอาหารแตล่ ะอย่างมีรสเฉพาะตวั การใชเ้ ครือ่ งปรุงรสต่างๆก็ไม่เหมือนกันผู้
ประกอบอาหารไทยตอ้ งศึกษาจาก9eราอาหารไทยและผูเ้ ช่ียวชาญการmeอาหารไทยให้อรอ่ ยต้องใช้ความ
ชานาญและประสบการณต์ ลอดจนกรรมวธิ ีในการประกอบอาหารไทยผู้ทาจะต้องพิถีพถิ ัน ประณตี มี
ข้ันตอนเพ่อื ใหอ้ าหารน่ารับประทานอาหารไทยข้นึ ชอ่ื ได้ว่ามีประวัติมาช้านาน ผ้คู นสว่ นใหญ่ทัง้ ในและ
ตา่ งประเทศตา่ งนิยมชมชอบในอาหารไทยกนั มากมาย โดยเฉพาะชือ่ เสยี งในด้านความเข้มข้นและจดั จ้านข
องรสอาหารที่ติดปากตดิ ใจผ้คู นมานับศตวรรษคาพดู ท่วี ่าเราเปน็ คนไทย เรากนิ อาหารไทย เราเทย่ี ว
เมอื งไทย แต่จะมซี ักกี่ท่ีรู้ว่าอาหารทีเ่ รากนิ นั้นมันมีประโยชนต์ อ่ ร่างกายของเราอยา่ งไร จากอดตี มาสู่ยคุ
ปัจจบุ ัน ซ่งึ อาหารของไทยนน้ั เปน็ วัฒนธรรมประจาชาติทส่ี าคัญ ซง่ึ ผลสารวจแล้วว่าอาหารไทยมากกว่า
๕๐ ชนดิ เป็นอาหารทอี่ ร่อยที่สุดในโลก โดยอ้างอิงคจ์ าก CNN ในปี ๒๕๕๔ และมี ๔ ชนิดทไี่ ด้รบั ความ
นิยมสงู ที่สุด ไดแ้ ก่ สม้ ตา น้าตกหมู แกงมัสมน่ั และตม้ ยากุ้ง
๓
อาหารแต่ละชนิดเชอื่ ว่าทุกคนน้นั สามารถทาทานเองได้ เช่น อาหารตามสง่ั อาหารจาน เดยี ว
จานดว่ นหรอื อ่ืนๆอีกมากมาย แต่ที่สาคัญกวา่ คอื ทานเขา้ ไปแล้วจะไดป้ ระโยชนม์ ากน้อยแค่ไหน
เอกลกั ษณข์ องอาหารไทย
อาหารไทยเปน็ อาหารเอกลักษณแ์ ละภมู ิปญั ญาของบรรพบรุ ุษทค่ี นทาอาหารต้องตระหนกั ถงึ
จุดนี้อาหารไทยเปน็ ท่ีนยิ มทั้งในประเทศไทยเองและในตา่ งประเทศเป็นที่ยอมรับและร้จู ักอยา่ งแพรห่ ลาย
เห็นได้อยา่ งความประสบความสาเรจ็ ของร้านอาหารไทยในตา่ งประเทศ เสน่ห์ของอาหารไทยแต่ละจานมี
เอกลักษณ์ที่แตกต่างกนั ไป มีส่วนผสมที่หลากหลายนามาผสมผสานกันเพ่ือใหเ้ ป็นเกิดความอร่อยและ
ประทบั ใจ อีกทั้งอาหารไทยเป็นอาหารสขุ ภาพ ใชไ้ ขมนั ในการปรงุ อาหารน้อย ใชเ้ นื้อสัตวน์ ้อย เน้นผักเป็น
สาคัญ ทาให้มีคุณคา่ ทางโภชนาการสูง และมีสรรพคุณทางยาในคราวเดียวกนั
การปรงุ แตง่ กล่นิ สี รส มาจากธรรมชาติ จากพชื ผกั ดอกไม้ เคร่ืองเทศและผลติ ภณั ฑจ์ ากธรรมชาติทัง้ สิน้
การจาแนกคุณค่าอาหารไทยออกได้ ๓ ดา้ น ดงั นี้
๑. คุณค่าทางโภชนาการ อาหารไทยแต่ละจานมีสารอาหารหลายตวั สารอาหารแต่ละตัวรา่ งกายจะใช้
ประโยชน์ไดต้ อ้ งทางานร่วมกัน เชน่ วติ ามินเอท่มี ีอยู่ในมะเขือพวง เมื่อใส่ในแกงเขียวหวาน รา่ งกายจะใช้
วติ ามนิ เอท่ีมีอยู่ในมะเขือพวงไดก้ ็ต้องได้ไขมันจากกะทิและโปรตีนจากไก่ เปน็ ตน้
๒. คณุ คา่ สรรพคุณทางยาของผกั และสมุนไพรที่เป็นเคร่ืองปรงุ ของอาหารแต่ละจาน เช่น หอมแดงและ
กระเทยี มท่ใี ส่ในน้าพริกแกงชว่ ยลดไขมันในเลือดเส้นใยอาหารในมะเขือพวงชว่ ยกวาดน้าตาลในเลอื ด
พริกทาใหก้ ารไหลเวยี นของเลอื ดดี สลายลิม่ เลือด ลดความดัน
๓. คณุ ค่าทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรม โดยปกติพืชผัก สมุนไพร เครื่องเทศ แตล่ ะอยา่ งจะมีรสชาติและ
ลักษณะเป็นเอกลักษณข์ องตัวเอง เชน่ ขเ้ี หล็กจะมีรสขมม ยิ่งกวา่ ยาขมใด ๆ เพราะภูมปิ ัญญาของบรรพ
บรุ ษุ เม่อื นามาทาเปน็ แกงขเี้ หล็กโดยมีสว่ นผสมของนา้ พริกแกง (น้าพริกแกง คือ การนาเอาสมนุ ไพรและ
เครื่องเทศหลายอยา่ งมาผสมเข้าด้วยกัน) กะทิและเนื้อสัตว์ทาใหอ้ าหารจากผักท่ีขมเกิดความอรอ่ ยขน้ึ มาได้
อาหารไทยมีหลายรสชาตหิ ลากหลายอยู่ในจานเดยี วกัน อาหารแตล่ ะรสสง่ เสริมซง่ึ กันและกนั ใหเ้ กิดความ
อร่อย เช่น ต้มยากุ้ง ความเปรีย้ วของมะนาวในตม้ ยาถกู ลดความเปรี้ยวดว้ ยความเผด็ ของพริกขหี้ นูความ
เผด็ ของพริกขีห้ นถู ูกลดความเผ็ดด้วยกงุ้ รสของก้งุ จะอร่อยยิ่งขึ้นเม่ือกินตะไคร้ตาม
คนไทยบริโภคข้าวเปน็ อาหารหลกั โดยนยิ มกัน 2 ชนิดคือ ขา้ วเหนยี วและขา้ วเจา้ คนไทย
ภาคอีสานและภาคเหนอื นิยมกินขา้ วเหนียวเปน็ หลัก สว่ นคนไทยภาคกลางและภาคใต้นิยมกินข้าวเจา้ เป็น
หลัก ประเทศไทยทผ่ี กู พันกับสายน้าเป็นหลกั ทาให้อาหารประจาครัวไทยประกอบด้วยปลาเปน็ หลัก ทั้ง
๔
ปลาย่าง ปลาปิ้ง จิ้มน้าพริก กินกับผกั สดทห่ี าไดต้ ามหนองน้า ชายป่า หากกนิ ปลาไม่หมดกส็ ามารถนามา
แปรรูปให้เกบ็ ไว้ได้นาน ๆ ไม่ว่าจะเป็นปลาแห้ง ปลาเค็ม ปลาร้า ปลาเจา่ อาหารรสเผ็ดที่ไดจ้ ากพริกนั้น
ไทยไดร้ ับนามาเป็นเคร่อื งปรงุ มาจากบาทหลวงชาวโปรตเุ กส ในสมัยพระนารายณ์ ส่วนอาหารประเภทผดั
ไฟแรง ไดร้ บั มาจากชาวจนี ท่ีอพยพมาอยู่ในเมืองไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
เมอ่ื มีการเล้ยี งสตั ว์ขายเปน็ อาชพี และมโี รงฆ่าสตั ว์ ทาให้มีการหาเนอ้ื สัตว์มารับประทานมาก
ข้นึ มกี ารใชเ้ ครื่องเทศหลากชนิดเพือ่ ช่วยดบั กล่ินคาวของเนื้อท่นี ามาปรงุ เปน็ อาหาร เคร่ืองเทศท่ีคนไทย
นยิ มนามาปรงุ อาหารประเภทนีเ้ ช่น ขงิ กระชาย ที่ดับกล่ินคาวปลามานาน ก็นามาประยุกตก์ ับเน้ือสตั ว์
ประเภทวัว ควาย เปน็ สูตรใหมข่ องคนไทย
อาหารไทยเป็นยา
อาหารไทยอดุ มด้วยพชื ผักสมุนไพรหลายชนิด ซง่ึ มีสรรพคุณทางยาจากสารพฤกษเคมี ช่วยในการรักษา
สขุ ภาพใหเ้ ปน็ ปกติกับปรับปรุงสขุ ภาพใหด้ ีขน้ึ เชน่ แกงเลยี ง แกงโบราณเก่าแก่ ช่วยในการขับลม ทง้ั ผกั ท่ี
ใสย่ งั ใหป้ ระโยชนต์ ่างกันออกไปข้ึนอยู่กบั ฤดูกาล
ฤดูรอ้ น เป็นชว่ งท่อี ากาศรอ้ นจดั เกดิ อาการรอ้ นในข้นึ บ่อย ๆ ควรใส่ผกั ที่ทาใหร้ ู้สึกเย็น เช่น ฟักเขียว
น้าเต้า แตงกวา หลีกเลย่ี งผักท่มี รี สเผ็ดร้อน ใสพ่ ริกไทยและใบแมงลักแต่พอสมควร
ฤดูฝน เปน็ ชว่ งที่มีอาการทอ้ งอดื ได้งา่ ย จึงควรใส่ผักท่ีมรี สเผด็ ร้อน ได้แก่ ตน้ ข่าออ่ น ตน้ กระทืออ่อน
ฤดูหนาว เปน็ ชว่ งที่มอี ากาศเยน็ แห้ง มีอาการท้องผูกได้ง่าย ควรเลือกผกั รสมนั เนื้อแขง็ กรอบ เพอื่
เพิม่ กากใย เชน่ ผกั เหมยี ง ผักหวานปา่ ผกั หวานบ้าน เป็นตน้
อาหารไทยเป็นท่นี ิยมของนานาชาติ
ตม้ ยากุ้ง, แกงเขียวหวาน ,ผดั ไทย, ผัดกะเพรา, แกงเผ็ดเป็ดย่าง, ตม้ ขา่ ไก่, ยาเน้ือ, หมูสะเต๊ะ, ไก่ผดั เมด็
มะม่วงหมิ พานต์, แกงพะแนง อาหารไทยถือเปน็ อาหารทไี่ ดร้ บั ความนิยมจากตา่ งชาติ ด้วยความพิถีพถิ นั ใน
ขนั้ ตอนการทาจนไปถงึ การใช้วตั ถดุ บิ ที่มีความเปน็ เอกลกั ษณ์เฉพาะตวั และใน ๑ คามีถึง ๗ รสชาติ จัดเป็น
อาหารที่อะเมซ่ิงและน่าลม้ิ ลองของชาวตา่ งชาติ
๕
บทที่ ๓
วิธีการดาเนนิ การศกึ ษา
๑. วิธีดาเนินงาน
๑.๑ เครอ่ื งมือทีใ่ ช้
- คอมพวิ เตอร์ / แทป็ เล็ท / สอ่ื อิเล็คทรอนิคส์
- ปากกา / กระดาษ / แบบสารวจ
๑.๒ แนวการศกึ ษาคน้ คว้า
- คน้ คว้าเอกลักษณ์อาหารไทย
- สารวจอาหารไทยท่ีได้รบั ความนยิ ม
- การปรงุ อาหารในแบบตา่ งๆ
๒. วิธีการศกึ ษา
๒.๑ ขั้นที่ ๑ ขน้ั ศกึ ษา
๒.๑.๑ เสนอโครงสร้างของโครงงานต่อครทู ีใ่ ห้คาปรกึ ษาเร่ืองโครงงาน
๒.๑.๒ ประชมุ สมาชิกในกลมุ่ เพ่อื แบ่งการศึกษาค้นคว้า
๒.๑.๓ ศึกษาข้อมูลคน้ คา้ จากอนิ เตอร์เน็ต
๒.๑.๔ รวบรวมข้อมูลจากแหลง่ ตา่ งๆ เพิม่ เตมิ
๒.๑.๕ จัดทาเคา้ โครงงาน นาเสนอตอ่ ครทู ป่ี รกึ ษาโครงงาน เพื่อแกไ้ ขข้อบกพร่อง
๒.๒ ข้ันที่ ๒ ข้ันนาเสนอผลงาน
๒.๒.๑ ชี้แจงการจดั ทาโครงงาน
๒.๒.๒ นาเสนอโครงงาน
๒.๒.๓ แนะนานักเรียนให้คน้ ควา้ เพ่มิ เติม
๒.๒.๔ จัดทารูปเล่มโครงงาน
๖
บทที่ ๔
ผลการศึกษา
จดุ กาเนิดของอาหารไทยในแต่ละสมัย
อาหารไทยมจี ดุ กาเนดิ พร้อมกับการต้งั ชนชาตไิ ทย และมีการพฒั นาอย่างตอ่ เนื่องมาตง้ั แต่สมยั สุโขทัยจนถงึ
ปจั จุบัน เรื่องความเป็นมาของอาหารไทยยุคต่างๆ
สมัยสโุ ขทยั
อาหารไทยในสมยั สุโขทยั ได้อาศยั หลักฐานจากศลิ าจารึก และวรรณคดี สาคัญคือ ไตรภมู ิพระ
ร่วงของพญาลิไท ทไ่ี ด้กลา่ วถึงอาหารไทยในสมยั นว้ี ่า มีขา้ วเป็นอาหารหลกั โดยกินร่วมกับกับเน้ือสัตว์ ที่
สว่ นใหญ่ได้มาจากปลา มีเนื้อสัตวอ์ ่นื บ้าง การปรุงอาหารได้ปรากฏคาว่า “แกง” ใน ไตรภมู ิพระร่วงทีเ่ ปน็
ทม่ี าของคาวา่ ข้าวหม้อแกงหมอ้ ผกั ท่ีกล่าวถงึ ในศลิ าจารกึ คอื แฟง แตงและน้าเตา้ สว่ นอาหารหวานก็ใช้
วัตถุดบิ พนื้ บ้าน เชน่ ข้าวตอกและน้าผึง้ ส่วนหนง่ึ นยิ มกนิ ผลไม้แทนอาหารหวาน
สมัยอยุธยา
สมยั น้ถี ือวา่ เปน็ ยุคทองของไทย ได้มกี ารติดตอ่ กับชาวต่างประเทศมากขนึ้ ท้งั ชาวตะวนั ตก
และตะวันออก จากบันทึกเอกสารของชาวต่างประเทศ พบวา่ คนไทยกนิ อาหารแบบเรียบง่าย ยังคงมีปลา
เปน็ หลัก มตี ม้ แกง และคาดว่ามกี ารใชน้ า้ มันในการประกอบอาหารแตเ่ ป็นน้ามนั จากมะพรา้ วและกะทิ
มากกวา่ ไขมนั หรือนา้ มันจากสัตว์มาอาหารอยุธยามีเชน่ หนอนกะทิ วิธที าคือ ตดั ตน้ มะพร้าว แล้วเอา
หนอนทอ่ี ยู่ในตน้ นั้นมาใหก้ ินกะทิแล้วกน็ ามาทอดกก็ ลายเป็นอาหารชาววงั ขึ้น คนไทยสมัยนีม้ ีการถนอม
อาหาร เชน่ การนาไปตากแหง้ หรอื ทาเปน็ ปลาเค็ม มีอาหารประเภทเครื่องจม้ิ เช่นนา้ พริกกะปิ นิยมบริโภค
สตั ว์นา้ มากกวา่ สัตวบ์ ก โดยเฉพาะสัตวใ์ หญ่ ไม่นิยมนามาฆ่าเพื่อใชเ้ ปน็ อาหาร ไดม้ ีการกลา่ วถึงแกงปลา
ตา่ งๆ ทใี่ ช้เครื่องเทศ เช่น แกงท่ีใสห่ วั หอม กระเทียม สมนุ ไพรหวาน และเคร่ืองเทศแรงๆ ทีค่ าดวา่ นามาใช้
ประกอบอาหารเพ่ือดับกลนิ่ คาวของเนื้อปลา หลักฐานจากการบันทึกของบาทหลวงชาวต่างชาติที่แสดงให้
เหน็ ว่าอาหารของชาตติ า่ ง ๆ เร่มิ เข้ามามากขนึ้ ในสมเด็จพระนารายณ์ เชน่ ญ่ปี ุ่น โปรตเุ กส เหล้าองุ่นจาก
สเปนเปอรเ์ ซีย และฝร่ังเศส สาหรับอิทธพิ ลของอาหารจนี น้ันคาดวา่ เรม่ิ มีมากข้ึนในช่วงยุคกรงุ ศรีอยุธยา
ตอนปลายที่ไทยตดั สมั พนั ธ์กับชาติตะวันตก ดงั นน้ั จึงกล่าวไดว้ า่ อาหารไทยในสมัยอยุธยา ได้รบั เอา
วฒั นธรรมจากอาหารต่างชาติ โดยผ่านทางการมีสัมพนั ธไมตรีท้ังทางการทตู และทางการค้ากบั ประเทศ
ตา่ งๆ และจากหลักฐานที่ปรากฏทางประวัติศาสตร์วา่ อาหารต่างชาตสิ ว่ นใหญ่แพรห่ ลายอย่ใู นราชสานกั
ต่อมาจึงกระจายสู่ประชาชน และกลมกลืนกลายเป็นอาหารไทยไป ในท่ีสดุ
๗
สมยั ธนบุรี
จากหลกั ฐานทป่ี รากฏในหนงั สือแมค่ รวั หวั ปา่ ซง่ึ เปน็ ตาราการทากับข้าวเล่มที่ 2 ของไทย
ของท่านผูห้ ญงิ เปลี่ยน ภาสกรวงษ์ พบความต่อเนื่องของวัฒนธรรมอาหารไทยจากกรุงสุโขทยั มาถึงสมยั
อยธุ ยา และสมยั กรุงธนบรุ ี และยังเชือ่ วา่ เส้นทางอาหารไทยคงจะเชือ่ มจากกรุงธนบุรีไปยังสมัย
รตั นโกสินทร์ โดยผ่านทาง
สมัยรัตนโกสินทร์
การศึกษาความเป็นมาของอาหารไทยในยุครัตนโกสินทร์น้ไี ด้จาแนกตามยุคสมัยท่นี ัก
ประวัตศิ าสตร์ได้กาหนดไว้ คือ ยุคท่ี 1 ตงั้ แตส่ มัยรชั กาลท่ี 1 จนถงึ รัชกาลที่ 3 และยคุ ที่ 2 ตัง้ แตส่ มยั
รชั กาลที่ 4 จนถึงรัชกาลปจั จุบัน ดงั นี้
พ.ศ. 2325–2394
อาหารไทยในยุคน้เี ปน็ ลักษณะเดียวกันกับสมยั ธนบุรี แตม่ ีอาหารไทยเพิ่มขน้ึ อกี 1 ประเภท
คอื นอกจากมอี าหารคาว อาหารหวานแลว้ ยงั มอี าหารวา่ งเพ่มิ ขึ้น ในช่วงนี้อาหารไทยได้รับอิทธพิ ลจาก
วฒั นธรรมอาหารของประเทศจนี มากข้นึ และมีการปรับเปล่ียนเปน็ อาหารไทย ในทีส่ ุด จากจดหมายความ
ทรงจาของกรมหลวงนรินทรเทวี ทกี่ ลา่ วถึงเครื่องตัง้ สารบั คาวหวานของพระสงฆ์ ในงานสมโภชน์ พระพุทธ
มณรี ัตนมหาปฏิมากร (พระแกว้ มรกต) ได้แสดงให้เห็นวา่ รายการอาหารนอกจากจะมีอาหารไทย เช่น ผกั
น้าพรกิ ปลาแหง้ หน่อไมผ้ ัด แล้วยังมอี าหารท่ปี รุงด้วยเครื่องเทศแบบอิสลาม และมอี าหารจนี โดยสงั เกต
จากการใช้หมูเปน็ ส่วนประกอบ เนือ่ งจากหมเู ป็นอาหารทคี่ นไทยไม่นิยม แต่คนจนี นิยม
บทพระราชนิพนธก์ าพยเ์ ห่เรือชมเครื่องคาวหวาน ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หลา้ นภาลัยไดท้ รง
กล่าวถงึ อาหารคาวและอาหารหวานหลายชนิด ซง่ึ ไดส้ ะท้อนภาพของอาหารไทยในราชสานกั ท่ชี ัดเจนท่สี ุด
ซ่ึงแสดงใหเ้ หน็ ลักษณะของอาหารไทยในราชสานกั ทม่ี ีการปรงุ กลนิ่ และรสอยา่ งประณีต และให้
ความสาคญั ของรสชาติอาหารมากเปน็ พิเศษ และถือวา่ เป็นยุคสมยั ทีม่ ีศลิ ปะการประกอบอาหารทีค่ ่อนข้าง
สมบูรณท์ ส่ี ุด ทัง้ รส กลน่ิ สี และการตกแตง่ ใหส้ วยงามรวมทั้งมีการพฒั นาอาหารนานาชาติใหเ้ ป็นอาหาร
ไทย
พ.ศ. 2394–ปจั จุบนั
ต้ังแตส่ มัยรัชกาลท่ี 4 ประเทศไทยมกี ารพัฒนาอย่างมาก และมีการตั้งโรงพิมพแ์ หง่ แรกใน
ประเทศไทย ดงั นนั้ ตารับอาหารการกินของไทยเร่ิมมีการบนั ทกึ มากข้นึ โดยเฉพาะในสมยั รชั กาลท่ี 5 เชน่
ในบทพระราชนิพนธ์เร่อื งไกลบ้าน จดหมายเหตุ เสดจ็ ประพาสตน้ เปน็ ตน้ และยังมบี ันทกึ ต่างๆ โดยผา่ น
การบอกเลา่ สบื ทอดทางเครือญาติ และบนั ทึกทเ่ี ปน็ ทางการอ่ืน ๆ ซ่ึงข้อมูลเหลา่ นีไ้ ด้สะท้อนให้เห็นลกั ษณะ
๘
ของอาหารไทย ทม่ี ีความหลากหลายท้ังที่เปน็ กับข้าวอาหารจานเดยี ว อาหารว่าง อาหารหวาน และอาหาร
นานาชาติ ทงั้ ทเ่ี ปน็ วธิ ปี รงุ ของราชสานัก และวธิ ปี รุงแบบชาวบา้ นท่สี บื ทอดมาจนถงึ ปัจจุบัน
ประเภทของอาหารไทย มีวิธีปรุงอาหารไทยนน้ั มีหลายวธิ ี ดังน้ี
การตา หมายถึง การนาอาหารอย่างหน่งึ อยา่ งใด หรือหลายๆ อยา่ งมารวมกัน เชน่ น้าพรกิ สด น้าพรกิ แหง้
การยา หมายถึง การนาผักตา่ งๆ เนื้อสตั วแ์ ละนา้ ปรุงรสมาเคล้าเขา้ ดว้ ยกัน จนรสซมึ ทราบเสมอกนั ยาของ
ไทยมีรสหลกั อยู่ 3 รส คือ เปรีย้ ว เค็ม หวาน เช่น ยาผักกระเฉด ยาหมูยอ
การแกง หมายถึง อาหารน้า ซง่ึ ใชเ้ ครอ่ื งปรงุ โขลกละเอยี ด นามาละลายกับน้า หรอื น้ากะทิ ใหเ้ ปน็ นา้ แกง
มเี นอ้ื สัตว์ชนิดใดชนิดหนึง่ ผสมกบั ผักด้วย เชน่ แกงส้ม
การหลน หมายถึง การทาอาหารใหส้ ุกดว้ ยการใช้กะทิขน้ ๆ มี 3 รส เปรี้ยว เคม็ หวาน
การปงิ้ หมายถงึ การทาอาหารใหส้ กุ โดยวางของสิง่ นนั้ ไวเ้ หนอื ไฟไมส่ ู้แรงนักการปิง้ ต้องปิ้งให้ผิวสกุ เกรียม
หรือกรอบ เช่น การปิง้ ข้าวตงั การปง้ิ กล้วย การปิง้ ขนมหม้อแกง
การย่าง หมายถงึ การทาอาหารให้สกุ โดยวางอาหารไว้เหนือไฟอ่อนๆ หมัน่ กลับไปกลับมา จนขา้ งในสุก
และขา้ งนอกอ่อนนุ่มหรือแห้งกรอบต้องใชเ้ วลานานพอสมควร จึงจะได้อาหาร ที่มีลกั ษณะรสชาตดิ ี เช่น
การย่างปลา ยา่ งเนื้อสัตว์ตา่ งๆ
การตม้ หมายถงึ การนาอาหารทตี่ ้องการต้มใสห่ มอ้ พร้อมกับน้าตงั้ ไฟให้เดือดจนกวา่ จะสกุ ใช้เวลาตามชนดิ
ของอาหารนน้ั ๆ เช่น การต้มไข่ ตม้ ผัก ต้มเน้ือสัตว์ ฯลฯ
การกวน หมายถงึ การนาอาหารท่มี ลี ักษณะเป็นของเหลวมารวมกัน ตั้งไฟแรงปานกลางใช้เครอื่ งมอื ชนิดใด
ชนดิ หนง่ึ คนใหเ้ รว็ และแรงจนทั่วกนั คอื ขน้ และเหนยี ว ใชม้ ือแตะอาหารไม่ตดิ มือ เชน่ การกวน กาละแม
ขนมเปยี กปูน ตะโก้ ถั่วกวน ฯลฯ
จ่ี หมายถงึ การทาอาหารใหส้ กุ ดว้ ยน้ามนั โดยการทาน้ามันนอ้ ยๆ พอให้ทัว่ กระทะแล้วตักอาหารใส่ เช่น
การทาขนมแปง้ จี่ ขนมบา้ บนิ่ เป็นต้น
หลาม หมายถงึ การทาอาหารใหส้ กุ ในกระบอกไม้ไผ่โดยใช้ไม้ไผส่ ดๆ ตดั ให้มีข้อติดอยู่ขา้ งหน่งึ แลว้ บรรจุ
อาหารทีต่ ้องการหลามในกระบอกไม้ไผ่นั้น ก่อนหลามตอ้ งใช้กาบมะพร้าวหอ่ ใบตอง อดุ ปากกระบอก
เสยี ก่อน แลว้ นาไปเผาจนสุก เช่น การหลามข้าวหลาม ฯลฯ
๙
ความรู้เก่ยี วกบั วัฒนธรรมดา้ นอาหารไทย
วฒั นธรรมไทยดา้ นอาหาร มีความแตกต่างกันไปตามภูมภิ าค แต่โดยรวมแลว้ ก็เรียกวา่ อาหาร
ไทย อาหารไทยนน้ั มมี าตั้งแต่อดีตจนถงึ ปัจจบุ ัน มอี าหารไทยหลายอยา่ งทม่ี ีช่ือเสียงระดับโลก เช่น ตม้ ยากงุ้
ผัดไทย อาหารไทยน้นั ถือเปน็ วัฒนธรรมทีส่ าคญั ไม่แพด้ า้ นภาษาและการแตง่ ตาย คนไทยจงึ ควรให้
ความสาคัญและชว่ ยกนั อนุรักษว์ ฒั นธรรมทีน่ า่ ภาคภูมิใจนีใ้ ห้อยู่คูก่ ับคนไทยในรุ่นต่อไปอาหารไทยนัน้ มี
ความอร่อยไม่แพ้ชาติอืน่ ในโลก
ความหมายของวฒั นธรรมไทยด้านอาหาร
วฒั นธรรมทีม่ ีความสาคญั กบั คนไทยไม่น้อยไปกวา่ วัฒนธรรมดา้ นการแตง่ กายและวฒั นธรรม
ดา้ นภาษาคือวฒั นธรรมด้านอาหาร ซึ่งวัฒนธรรมดา้ นอาหารของคนไทยน้นั ก็มีมาตง้ั แตส่ มยั อดตี จนมาถึง
ปจั จุบนั ซง่ึ แตล่ ะพ้นื ท่ีจะมีลกั ษณะอาหารการกินทแี่ ตกต่างกนั ออกไป แตโ่ ดยรวมแล้วเราจะเรียกว่า
วฒั นธรรมอาหารไทย ซึ่งอาหารไทยนน้ั มีมากมายที่ข้ึนช่ือของไทย และโดง่ ดังไปทัว่ โลก ไมว่ า่ จะเปน็ ต้มยา
กุ้ง ผดั ไทย เป็นต้น อาหารถือเปน็ วฒั นธรรมอีกอยา่ งหนงึ่ ของไทย ทคี่ นไทยควรใหค้ วามสาคัญ
อาหารไทยเปน็ วัฒนธรรมที่สบื ทอดกนั มานาน ซ่งึ มเี อกลักษณอ์ ยู่ท่ีการปรุงรสชาตจิ ดั จ้านถงึ
เครอ่ื ง และมคี วามกลมกล่อมท่เี ขา้ กนั ได้อยา่ งลงตัว ไมว่ า่ จะเปน็ อาหารไทยภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้
หรือภาคอีสาน ล้วนมรี สชาติความอร่อยทเี่ ป็นเอกลักษณป์ ระจาท้องถนิ่ รวมถึงมีวตั ถุดิบทพ่ี เิ ศษตา่ งกัน
ออกไป
อาหารภาคกลาง
มาพร้อมรสชาติเปรย้ี ว เค็ม หวาน มัน และเผด็ แบบครบรส รวมถึงมเี ครอ่ื งแกงต่างๆ หรอื กะทิ เป็น
ส่วนประกอบสาคัญ และมกี ารตกแตง่ ท่ีประณีต เมนอู าหารเนน้ รสชาตทิ ไี่ มจ่ ัดจา้ น หรอื เผด็ จนเกนิ ไป
เพือ่ ใหช้ าวตา่ งชาติสามารถรับประทานได้ เมนูขนึ้ ชื่อของอาหารภาคกลาง ได้แก่ ต้มขา่ ไก่ ต้มยากุ้ง ฉฉู่ ่ี ข้าว
แช่ และผดั ไทย
อาหารภาคเหนือ
เนอ่ื งจากเป็นภมู ภิ าคที่อากาศหนาวเย็น อาหารสว่ นใหญจ่ ึงมไี ขมนั มาก เพ่ือจะไดม้ อบความอบอนุ่ แก่
ร่างกาย อาทิ นา้ พริกอ่อง แกงฮังเล ไส้อ่ัว และแคบหมู โดยนยิ มทานคู่กบั ข้าวเหนยี ว นอกจากน้ียังมเี มนู
พน้ื บา้ นขนึ้ ช่ือ ไม่ว่าจะเปน็ แกงแค แกงหยวกกลว้ ย รวมถงึ แกงบอน ท่ีน่าลิ้มลองไม่แพ้กัน
๑๐
ภาคใต้
จดุ เดน่ ของอาหารภาคใต้คือ รสชาตทิ ีจ่ ัดจา้ นและเผด็ ร้อน เมนขู น้ึ ชื่อได้แก่ แกงไตปลา น้าพริกก้งุ เสยี บ ขา้ ว
ยาน้าบูดู ผัดเผด็ สะตอ ใบเหลยี งผดั ไข่ และขนมจนี แกงปู
ภาคอสี าน
เมนูอาหารของภาคอีสานมักมีปลาร้าเป็นสว่ นผสมหลัก และมาพร้อมรสชาตทิ ่จี ดั จา้ น เมนูอาหารขึ้นช่ือ
ไดแ้ ก่ สม้ ตาปลารา้ ลาบเป็ด ตม้ แซบ่ หรือไส้กรอกอีสาน โดยนยิ มทานคู่กับข้าวเหนยี ว
จดุ เดน่ ของอาหารไทยทีไ่ ม่มีใครเหมอื น
อาหารไทยมขี น้ึ ตอนการทาที่พิถีพิถนั รวมถึงมรี สชาติที่หลากหลาย ทั้งเปรีย้ ว เผด็ หวาน มนั
และเค็ม ซึ่งเปน็ สว่ นผสมความอรอ่ ยท่ีลงตวั และอกี หนง่ึ เคล็ดลับความอร่อยคือ การปรุงรสด้วยเคร่ืองเทศ
และสมุนไพร ทชี่ ่วยชูรสความหอมอร่อย และน่ารบั ประทานขน้ึ อีกหลายเทา่ ทวีคูณ ทง้ั น้ีทง้ั นนั้ แต่ละเมนู
ยงั มีการตกแต่งจานด้วยความประณตี มีการแกะสลัก รวมถึงมีสีสนั ท่นี ่าลิม้ ลอง ถอื เป็นจดุ เด่นทห่ี าใคร
เปรยี บไม่ได้
รสชาติทีเ่ ปน็ เอกลักษณ์ของอาหารไทย ประกอบไปดว้ ย…
รสเผ็ด : ส่วนประกอบสาคัญคือ พริกขีห้ นู พริกช้ีฟ้าสด พริกแห้ง และพรกิ ปน่
รสเคม็ : ส่วนประกอบสาคญั คือ นา้ ปลา นา้ มันหอย และซีอิ๊วขาว
รสหวาน : ส่วนประกอบสาคัญคือ น้าตาลมะพร้าว น้าตาลทรายแดง หรือน้าตาลโตนด
รสเปรย้ี ว : สว่ นประกอบสาคัญคือ มะนาว น้ามะขามเปียก น้ามะกรดู น้าส้มซ่า ใบมะขามอ่อน ใบมะดัน
ใบส้มป่อย มะดนั และนา้ สมสายชู
รสมนั : ส่วนประกอบสาคัญคือ นา้ กะทิ
๑๑
เมนูอาหารไทยยอดนิยม ถูกใจทงั้ ชาวไทยและชาวต่างชาติ
เป็นทีร่ ู้กันอยู่ว่าอาหารไทยน้ันโด่งดังไปไกลถึงทั่วโลก เพราะด้วยรสชาตทิ เ่ี ปน็ เอกลกั ษณ์และมีรสชาติอร่อย
จดั จา้ น อาหารไทยจงึ อร่อยไม่แพ้ชาตใิ ดในโลก และมีหลากหลายเมนทู เ่ี ป็นเมนยู อดนยิ มถกู ใจชาวต่างชาติ
และถูกใจชาวไทยไม่น้อย แต่จะมเี มนูไหนบา้ งไปดกู ันเลย
๑.ผัดไทย
เมนูน้ยี กใหเ้ ปน็ อนั ดบั 1 ที่ชาวตา่ งชาตชิ อบมากท่สี ุด ด้วยรสชาติทีไ่ ม่เหมือนใคร เสน้ จันทท์ ีเ่ หนยี วน่มุ รวม
ไปดว้ ยถว่ั เต้าหู้ ตน้ หอม กุง้ แหง้ ไข่ ไชโป๊ ถั่วงอกดบิ ผกั สด และมีรสชาตอิ ร่อยกลมกลอ่ มเป็นเอกลักษณ์
ของไทยเรา ไม่ใช่เพียงแคช่ าวตา่ งชาตเิ ท่านน้ั ท่ีถูกใจเมนูน้ี แตก่ ็เป็นเมนูท่ีถูกปากชาวไทยเชน่ กนั
๒.สม้ ตา
เปน็ อกี เมนยู อดฮิตของชาวไทยและยงั เป็นเมนูทถ่ี ูกใจชาวต่างชาตอิ ีกด้วย ดว้ ยรสชาตทิ ี่ท้ังเปร้ียว เค็ม
หวาน เผด็ อร่อยครบรส ทาใหก้ นิ แล้วรู้สึกสดชนื่ หาซ้ือกินง่ายแถมราคายังไมแ่ พงอกี ด้วย คนมกั จะเข้าใจ
วา่ “สม้ ตา” เป็นอาหารพนื้ เมืองของภาคอีสาน แต่ในความเปน็ จริงแลว้ สม้ ตาเป็นอาหารทถ่ี ือกาเนดิ ขึน้ ใน
ภาคกลาง ซงึ่ ในสมัยก่อนนน้ั ในประเทศไทยไม่ได้ปลกู ตน้ มะละกอ แต่มะละกอมตี ้นกาเนิดมาจากทวปี
อเมรกิ าใต้ จากนนั้ กถ็ ูกเผยแพรเ่ ขา้ มาสทู่ วีปเอเชีย และมีอยู่ท่ีเมืองมะละกาเปน็ หลัก ภายหลังกถ็ กู เผยแพร่
เข้ามาสปู่ ระเทศไทย โดยคนไทยเองก็เข้าใจว่าพชื ชนดิ นม้ี าจากมะละกา จึงมีการเรยี กชอ่ื เพีย้ นมาเปน็
มะละกอ เหมือนในปัจจบุ ัน
“คนไทยเราตามะละกอทเ่ี รียกวา่ ส้มตามาต้งั แต่สมยั กรงุ ศรีอยธุ ยา เนอ่ื งจากได้มะละกอและ
พรกิ ซงึ่ มาจากอเมริกาใตเ้ หมือนกนั นามาตาพร้อมๆ กนั และสมัยก่อนกย็ งั ไม่มกี ารใส่ปลารา้ ใส่มะกอก
แต่จะตาแบบไทยๆ คือ ใส่มะนาวและน้าตาลปีบ๊ เพราะคนไทยกินรสเปร้ยี วหวาน สว่ นส้มตาไทยแท้ๆ ก็จะ
ใสก่ ้งุ แห้ง และถวั่ ลสิ งดว้ ย แต่พอคนอีสานมาเห็นสม้ ตาไทย ก็ปรบั เปลี่ยนรสชาตติ ามท่ีชอบ คอื คนอีสาน
จะกินรสเค็มเผด็ จึงไม่ใสน่ ้าตาล และใส่ปลาร้าเพ่ิมเตมิ ”
นอกจากสม้ ตาแบบพื้นฐานแล้ว ก็ยงั มกี ารประยุกตส์ ม้ ตาใหเ้ ปน็ ไปตามแบบของแตล่ ะท้องถนิ่
หรอื ตามรสชาตทิ ชี่ อบอีกดว้ ย อาทิ สม้ ตาปปู ลาร้า ตาซั่ว ตาปา่ ตาไข่เค็ม ส้มตาหอยดอง และสม้ ตาปมู า้
หรอื จะนาผกั -ผลไม้อืน่ ๆ มาใช้แทนมะละกอ เช่น ตามะมว่ ง ตากล้วย ตาแตง ตาถัว่ เป็นตน้
๓.แกงเขยี วหวาน
“แกงเขยี วหวาน” เป็นแกงกะททิ ี่ถูกพฒั นามาจากแกงเผด็ แบบดง้ั เดิม คือ แกงเผ็ดจะใช้พรกิ แหง้ สแี ดงเป็น
สว่ นผสม จากนัน้ ก็เปลยี่ นมาใช้พริกสดสเี ขยี ว และใสใ่ บพริกสดตาลงไปพร้อมกบั เคร่ืองแกงด้วย เพื่อให้มสี ี
เขียวทเ่ี ดน่ ชดั ข้นึ
๑๒
ช่ือแกงเขยี วหวานมีที่มาจากสีเขียวของเครอื่ งแกง แตค่ าวา่ “หวาน” นัน้ ไม่ได้หมายถึง
รสชาติของอาหารแต่อยา่ งใด กลับหมายถึงเป็นแกงทมี่ ีสเี ขยี วแบบหวาน คือเขยี วนวลๆ ไมฉ่ ูดฉาด ส่วน
รสชาตขิ องเมนนู จี้ ะเนน้ เค็มนา แล้วหวานตาม และจะมีความเผด็ มากกว่าแกงเผด็ ชนดิ อื่นเล็กน้อย เพราะใช้
พรกิ สดเปน็ เครื่องแกง
และจากกรณีที่มีขา่ วฟอรเ์ วิร์ดว่า พอ่ ครวั ชาวอเมริกนั ได้จดสทิ ธบิ ัตรแกงเขียวหวาน ซ่ึงเป็น
อาหารของคนไทย ในภายหลังไดม้ ีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแลว้ พบว่า ไมเ่ ปน็ ความจรงิ ยังไมม่ ี
ชาวต่างชาตจิ ดสิทธิบตั รแกงเขยี วหวานเปน็ ของตนเอง และการจดสทิ ธิบัตรแกงเขยี วหวานนนั้ มเี พยี งคน
ไทยเท่าน้ันท่เี ปน็ ผยู้ น่ื คาขอจดสิทธบิ ตั ร ดังนนั้ แกงเขียวหวานก็ยงั คงเปน็ อาหารของไทยตอ่ ไป
๔.ตม้ ยากุ้ง
ถือเป็นเมนูยอดฮติ ตลอดกาล เพราะ “ตม้ ยากุ้ง” ถือเปน็ เมนแู รกๆ ทช่ี าวโลกพูดถึงหากมีหัวข้อเก่ียวกบั
อาหารไทย โดยตม้ ยานน้ั ถือเปน็ อาหารประเภทแกง เน้นรสเปรี้ยวและเผด็ เป็นหลัก ผสมกับความเค็มและ
หวานเล็กนอ้ ย สว่ นใหญแ่ ลว้ คนจะรูจ้ ักต้มยากุ้งมากกวา่ ต้มยาท่ีใส่เน้ือสตั วช์ นดิ อ่นื มรี สชาตทิ ี่บง่ บอกถึง
ความเป็นไทย ไม่ว่าจะชาวตา่ งชาติหรอื ชาวไทยตา่ งก็ช่ืนชอบในรสชาติของต้มยา ไม่ว่าจะน้าใสหรือน้าข้น
กไ็ ดร้ สชาติความอร่อยแบบสุดๆ
๕.ขา้ วกะเพราไขด่ าว
เมนนู ้หี ลายคนชอบเรยี กวา่ เปน็ อาหารสนิ้ คดิ เพราะเวลาอยากกนิ อะไรแตน่ ึกไมอ่ อก สุดท้ายกจ็ ะมาจบท่ี
ข้าวกะเพรากันอย่างแนน่ อน ถึงจะเปน็ เมนูส้ินคดิ แต่กเ็ ป็นเมนูสุดฮติ ที่ชาวตา่ งชาตชิ ื่นชอบ ยิง่ กินคู่กบั ไข่
ดาวรอ้ นๆ ก็จะเพิ่มความอร่อยขึ้นไปอีก แถมราคาก็ไม่แพงอกี ด้วย
๖.ไกผ่ ดั เม็ดมะมว่ งหิมพานต์
เปน็ เมนยู อดนิยมทชี่ าวตา่ งชาติมาเที่ยวไทยก็ต้องส่ังกินทกุ ครั้ง เปน็ เมนทู ่ีมีกลิน่ หอมและรสชาติอรอ่ ย
เค้ียวมนั กรุบกรบิ เรยี กได้ว่าเป็นเมนูทร่ี สชาตถิ ูกปากชาวต่างชาตสิ ่วนใหญ่แน่นอน
๗.แกงมัสมนั่ ไก่
อกี หนึง่ เมนูอาหารทถ่ี ูกจัดอันดบั ให้เปน็ อาหารทีอ่ ร่อยทส่ี ดุ ในโลกมาแล้ว ดว้ ยเครื่องแกงและรสชาตทิ ห่ี อม
หวานมัน มกี ล่นิ เฉพาะทีเ่ ย้ายวนน่าลม้ิ ลอง แกงมสั มั่นไกจ่ งึ เปน็ เมนถู ูกใจชาวต่างชาตทิ ัว่ โลก
๘.ข้าวเหนียวมะมว่ ง
ปิดท้ายด้วยของหวานยอดนยิ มอยา่ งขา้ วเหนียวมะมว่ ง เป็นอกี หนง่ึ เมนทู มี่ ีให้กนิ ตลอดปี มีรสชาติหวานมนั
อร่อย ถูกใจชาวตา่ งชาติ และเนือ่ งจากหาซ้อื กนิ ไม่ได้ในตา่ งประเทศ หากอยากจะกนิ ข้าวเหนยี วมะมว่ งแสน
อร่อย ต้องบินมากินถึงเมืองไทยให้ไดเ้ ลยทเี ดียว
๑๓
๗ เอกลักษณอ์ าหารไทย เสน่ห์ที่คนไทยควรภมู ใิ จ
รปู ที่ ๑ ๗ เอกลกั ษณ์อาหารไทย
รูปที่ ๒ มขี า้ วเป็นอาหารหลัก
๑๔
รปู ที่ ๓ ในหน่ึงคามี ๗ รสชาติ
รูปที่ ๔ พิถีพถิ นั ทกุ ขัน้ ตอน
๑๕
รปู ที่ ๕ เนน้ ความประณีต
รปู ที่ ๖ การใชบ้ รรจภุ ณั ฑจ์ ากธรรมชาติ
๑๖
รูปท่ี ๗ ใช้เป็นยา
รปู ที่ ๘ เป็นท่นี ิยมของนานาชาติ
๑๗
บทท่ี ๕
สรปุ ผลการศกึ ษา
การจดั ทาโครงงานเรื่องอาหารไทย เป็นไปเพ่ือทาการศึกษาเพม่ิ เติมและทาความเขา้ ใจ
เกยี่ วกับอาหารไทยให้มากยงิ่ ข้นึ รวมถงึ เล็งเหน็ ความสาคัญของอาหารไทยซ่ึงมชี ่ือเสยี งระดบั โลก และยงั
เป็นการส่งเสริมการแสวงหาความรนู้ อกห้องเรยี น โดยการศึกษาคน้ คว้าข้อมลู ผา่ นจากแหล่งสารสนเทศ
๑. ประโยชนท์ ี่ได้รบั จากการทาโครงงาน
๑.๑ ได้เรยี นรเู้ รอ่ื งเกย่ี วกบั อาหารไทย
๑.๒ ได้เรยี นรปู้ ระวตั ิความเป็นมาของอาหารไทย
๑.๓ ได้เรยี นรชู้ นดิ อาหารของอาหารและวฒั นธรรมของอาหารไทย
๑.๔ ไดเ้ รยี นรเู้ ร่ืองเอกลกั ษณ์จุดเด่นของอาหารไทย
๑.๕ ไดเ้ รียนรู้อาหารไทยที่ได้รบั ความนิยม
๒. การนาผลการศกึ ษาไปใช้
๒.๑ สามารถนาความรูเ้ รอื่ งอาหารไปเผยแพร่ให้ผอู้ ื่นไดเ้ รียนรูไ้ ด้อย่างลึกซง้ึ
๒.๒ สามารถรจู้ กั ส่วนผสมของอาหารและนาประกอบอาหารได้
๒.๓ สามารถเข้าถงึ ประวัตคิ วามเป็นมาของอาหารไทยในแตล่ ะชนดิ ได้อยา่ งถูกต้อง
๓. ข้อเสนอแนะ
ในการศึกษาเร่ืองอาหารไทย ทาให้เราเขา้ ใจเกย่ี วกับอาหารไทยมากข้ึน และมคี วามรู้
มากมาย และสามารถนาไปเผยแพรใ่ หร้ นุ่ หลงั ไดท้ าความรจู้ ัก เกย่ี วกับอาหารไทย มีอัตลกั ษณ์ท่ีสาคญั คือ
มีความอุดมสมบูรณแ์ ละความสดใหม่ของวตั ถดุ บิ ในการประกอบอาหาร มีกรรมวธิ ีในการทาซบั ซ้อน
ประณีต ต้องใชเ้ วลา มีลักษณะความแปลกแตกตา่ ง ความวิจติ รบรรจง รวมท้ังมรี สชาตเิ ป็นเอกลักษณ์ในแต่
ละชนดิ ของอาหาร หากมีโอกาสจะทาการศกึ ษาค้นคว้าเพิ่มเติมในเรอื่ งของวธิ กี ารประกอบอาหารแต่ละ
ชนิดให้มากย่งิ ขนึ้
๑๘
บรรณานกุ รม
ไกรวฒุ ิ แสงปญั ญา. (๒๕๖๒). เสน่ห์ของอาหารไทย. [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก :
https://sites.google.com/site/phasathaionline. (วันทส่ี ืบคน้ ข้อมลู : ๕ มกราคม ๒๕๖๕).
ประวตั คิ วามเปน็ มาของอาหารไทย. (๒๕๕๘). [ออนไลน]์ . เข้าถึงไดจ้ าก :
http://favoritepeoplethaifood.blogspot.com/p/html. (วนั ทีส่ บื ค้นขอ้ มูล : ๗ มกราคม
๒๕๖๕).
ผศ.ดร.แสงอรณุ เชือ้ วงษบ์ ุญ. (๒๕๕๔). การแกะสลักผกั และผลไม้เพ่ือการตกแตง่ . กรงุ เทพฯ: ศูนย์
หนงั สือมหาวิทยาลัยราชภฏั สวนดสุ ติ .
ผศ.เอกพล อ่อนน้อมพนั ธ.์ (๒๕๕๕). หลกั การประกอบอาหารไทย. กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือ
มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนดสุ ิต.
อาหารไทยมคี ุณค่าและประโยชนอ์ ยา่ งไร. (๒๕๖๓). [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก :
https://waterlibrary.com/how-is-thai-food-valuable/. (วนั ที่สืบคน้ ขอ้ มลู : ๗ มกราคม
๒๕๖๕).
๗ เอกลกั ษณอ์ าหารไทย เสน่หท์ ่ีคนไทยควรภูมใิ จ. (๒๕๖๑). [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก :
https://www.wongnai.com/food-tips/7-identities-of-thai-food. (วันท่สี ืบค้นขอ้ มลู :
๙ มกราคม ๒๕๖๕).