The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2568

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pmjphuket, 2026-01-13 03:57:05

รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2568

รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2568

รายงานสถานการณ์กณ์ารค้ามนุษนุย์ จังจัหวัดวัภูเภูก็ต ประจำ ปี 2568และแผนปฏิบัติบั ติการป้อป้งกันและแก้ไขปัญปัหาการค้ามนุษนุย์จังจัหวัดวัภูเภูก็ต ประจำ ปี 2569ศูนย์ปย์ฏิบัตบัการสำ นักนังานพัฒพันาสังสัคมและความมั่นมั่คงของมนุษนุย์จัย์งจัหวัดวัภูเภูก็ตศาลากลางจังจัหวัดวัภูเภูก็ต ถ.เจ้าจ้ฟ้าฟ้ต.ตลาดเหนือนือ.เมือมืงภูเภูก็ต จังจัหวัดวัภูเภูก็ต โทร. 076 212 762ป้อป้งกันและปราบปรามการค้ามนุษนุย์จัย์งจัหวัดวัภูเภูก็ต


คำนำการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ยังคงเป็นวาระแห่งชาติของไทยอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลไทยมุ่งมั่นดำเนินการต่อต้านการค้ามนุษย์อย่างจริงจังในทุกภาคส่วน ด้วยตระหนักว่าปัญหานี้คือการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง การดำเนินงานได้มีการพัฒนาระบบ นโยบาย กฎหมาย มาตรการ และกลไกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้กลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถประสานความร่วมมือ การแบ่งปันข้อมูล และการส่งต่อความช่วยเหลือคุ้มครองบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ หรือผู้เสียหายจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ เป้าหมายหลักคือการขจัดการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ การปกป้องคุ้มครองประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยตามหลักสิทธิมนุษยชน และเพื่อให้บุคคลเหล่านี้สามารถเข้าถึงบริการการช่วยเหลือในเบื้องต้นได้อย่างทั่วถึงจังหวัดภูเก็ตในฐานะพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในระดับพื้นที่อย่างเข้มข้น จึงได้จัดทำรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2568 และแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2569 เพื่อใช้เป็นแนวทางหลักในการขับเคลื่อนงานด้านป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต (ศปคม.ภก) หน่วยงาน องค์กร และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในจังหวัดให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรมการจัดทำฉบับนี้ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนข้อมูล ข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์อย่างดียิ่งจากทุกภาคส่วน คณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานสถานการณ์ฯ ประจำปี 2568 และแผนปฏิบัติการฯ ประจำปี 2569 ฉบับนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงาน ทีมสหวิชาชีพ และผู้ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในพื้นที่ต่อไป คณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ตธันวาคม 256๘


สารบัญเรื่อง หน้าส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ - สถานการณ์การค้ามนุษย์ในประเทศไทย 1 - รูปแบบการค้ามนุษย์ที่พบในประเทศไทย 5 - กลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism : NRM) 7ส่วนที่ 2 สถานการณ์การค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต - สถานการณ์การค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต 11 - สถิติที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การค้ามนุษย์ของจังหวัด 11 - การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของจังหวัด 17 - ผลการดำเนินงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต 18 - ประมวลภาพกิจกรรม 19ส่วนที่ 3 ผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต ปี 2568 - ผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต ปี 2568 25ส่วนที่ 4 แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต ปี 2569 - แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต ปี 2569 45ส่วนที่ 5 บทสรุปและข้อเสนอแนะ - ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของจังหวัด 93 - บทสรุปและข้อเสนอแนะ 94


ส่วนที่ 1


๑ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการค้ามนุษย์สถานการณ์การค้ามนุษย์ในประเทศไทยกระทรวงการต่างประเทศรับทราบถึงการเผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี ค.ศ. 2025 (2025 Trafficking in Persons Report: 2025 TIP Report) ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 มีการจัดระดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ ใน 188 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ โดยประเทศไทยยังคงได้รับการจัดระดับให้อยู่ในระดับ 2 (Tier 2) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนถึงพัฒนาการสำคัญที่รัฐบาลไทยและภาคส่วนต่างๆ ได้บูรณาการร่วมกันในการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำ อาทิ การเพิ่มจำนวนการสืบสวน การดำเนินคดีและการตัดสินลงโทษคดีค้ามนุษย์ความร่วมมือกับรัฐบาลต่างประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งกลับผู้เสียหายชาวต่างชาติที่หลบ หนีจากการบังคับใช้แรงงาน และการบังคับให้ก่ออาชญากรรมในปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ในประเทศเพื่อนบ้านการจัดทำคู่มือด้านกงสุลเพื่อสนับสนุนผู้เสียหายที่ได้รับการช่วยเหลือ การเปิดและดำเนินการศูนย์บูรณาการการคัดแยกและส่งต่อผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และการรวมแบบฟอร์มคัดกรองเข้าด้วยกันเพื่อส่งเสริมความสอดคล้องในการระบุตัวผู้เสียหาย รวมถึงการปรับปรุงแนวทางให้ครอบคลุมถึงตัวชี้วัดการบังคับให้ก่ออาชญากรรมและแรงงานเด็กที่ถูกบังคับ จากข้อเสนอแนะของภาคประชาสังคมการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติของไทย โดยหน่วยงานในทุกภาคส่วนของรัฐบาลไทยมุ่งมั่นดำเนินการต่อต้านการค้ามนุษย์อย่างจริงจังมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องและคุ้มครองประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยตามหลักสิทธิมนุษยชน ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องและพัฒนาการทำงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานไทย และเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงกับสหรัฐฯ เพื่อขยายขีดความสามารถและเพิ่มประสิทธิภาพให้เกิดความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรมในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์รายงานการค้ามนุษย์ประจำปี พ.ศ. 2568ประเทศไทย : กลุ่มที่ 2 Tier 2ความพยายามในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้นประเทศไทยไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำ อย่างครบถ้วนในการขจัดการค้ามนุษย์ แต่มีความพยายามอย่างมีนัยสำคัญในการดำเนินการดังกล่าว และรัฐบาลแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่เพิ่มขึ้น โดยรวมเมื่อเทียบกับรอบระยะเวลาการรายงานปีที่ผ่านมา ดังนี้1. จำนวนการสืบสวน การดำเนินคดี และการตัดสินลงโทษคดีค้ามนุษย์ มีจำนวนเพิ่มขึ้น2. ความร่วมมือกับรัฐบาลต่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งกลับผู้เสียหายชาวต่างชาติที่หลบหนีจาการบังคับใช้แรงงาน และการบังคับให้ก่ออาชญากรรมในปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ในประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งจัดทำคู่มือด้านกงสุลเพื่อสนับสนุนผู้เสียหายที่ได้รับการช่วยเหลือ3. รัฐบาลได้เปิดและดำเนินการศูนย์ขนาดใหญ่ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะเพื่อใช้ในการระบุตัวผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และการส่งต่อเพื่อรับความช่วยเหลือ


๒4. รัฐบาลได้รวมแบบฟอร์มคัดกรอง 2 แบบเข้าด้วยกันเพื่อส่งเสริมความสอดคล้องในการระบุตัวผู้เสียหาย โดยเจ้าหน้าที่ด่านหน้าทุกหน่วยงาน และได้ปรับปรุงแนวทางให้ครอบคลุมถึงตัวชี้วัดการบังคับให้ก่ออาชญากรรมและแรงงานเด็กที่ถูกบังคับ โดยรับข้อเสนอแนะจากภาคประชาสังคมดำเนินการไม่สอดคล้องกับตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหรัฐฯ ในบางประเด็น เช่น1. ขาดความสม่ำเสมอในการสัมภาษณ์ระหว่างการตรวจแรงงานและการระบุตัวตนผู้เสียหาย ส่งผลให้ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หลายรายไม่ได้รับการระบุตัวตนและไม่ได้รับการช่วยเหลือ โดยเฉพาะผู้ที่ถูกบังคับใช้แรงงาน และการบังคับให้กระทำความผิดทางอาญา2. ข้อกำหนดให้ผู้เสียหายต่างชาติอยู่ในสถานคุ้มครองตลอดกระบวนการทางกฎหมาย ทำให้ผู้เสียหายจำนวนมากมีความกังวลในการรายงานการถูกแสวงประโยชน์หรือปฏิเสธเข้าร่วมเป็นพยาน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการบังคับใช้กฎหมายและการช่วยเหลือคุ้มครอง3. มีช่องว่างในการให้บริการผู้เสียหาย โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด รวมถึงความแตกต่างของคุณภาพการให้บริการในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ4. การทุจริตและการร่วมกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ ยังคงเป็นอุปสรรคต่อความพยายามในการต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านข้อเสนอแนะที่สำคัญต่อการดำเนินงานของประเทศไทย1. ดำเนินการเชิงรุกในการสืบสวนและดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ และพิจารณาบทลงโทษต่อผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ที่เหมาะสมและเพียงพอ ซึ่งควรรวมถึงโทษจำคุกระยะยาว2. ดำเนินการใช้กลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism : NRM) อย่างเต็มรูปแบบเพื่อระบุตัวและคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่ถูกแสวงหาประโยชน์จากการใช้แรงงานบังคับ และการบังคับให้กระทำความผิดทางอาญาในกรณีการหลอกลวงทางออนไลน์ (Online Scam) ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเดินทางเข้ามาหรือใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน และยุติการส่งผู้เสียหายไปยังสถานกักกัน (Immigration Detention Centers) รวมทั้งดูแลมิให้ผู้เสียหายถูกลงโทษอย่างไม่เหมาะสมจากการกระทำผิดกฎหมายอันเป็นผลโดยตรงจากการถูกค้ามนุษย์3. กำหนดให้มีการใช้แนวทางการยืดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง (Victim Centered) และการคำนึงถึงบาดแผลทางจิตใจ (Trauma - Informed) ซึ่งรวมถึงกระบวนการสัมภาษณ์ของทีมสหวิชาชีพและการตรวจแรงงาน และเพิ่มผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคม (NGOs) ในทีมสหวิชาชีพให้เป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานเพื่อสนับสนุนความพยายามข้างต้น4. บังคับใช้การคุ้มครองแรงงานในอุตสาหกรรมประมงและภาคส่วนการค้าต่าง ๆ รวมถึงระบบการจ่ายค่าจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และการกำหนดอายุขั้นต่ำในการทำงาน5. เสริมสร้างความตระหนักรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจข้อบ่งชี้ของการค้ามนุษย์ อาทิ การบังคับทำงานใช้หนี้ การทำงานเกินเวลามากเกินจำเป็น การยึดเอกสารของลูกจ้าง และการทำงานโดยไม่ได้รับผลตอบแทน6. เพิ่มการใช้ล่ามและการเข้าถึงบริการล่ามแปลภาษาเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายทั้งในสถานคุ้มครอง


๓7. ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้สามารถนำมาตรา 6/1 ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไปใช้ในการระบุตัวตนและคัดแยกผู้เสียหายจากการถูกบังคับใช้แรงงานหรือบริการอย่างมีประสิทธิภาพ8. กำหนดให้สถานคุ้มครองฯ ของรัฐและสถานคุ้มครองที่ดำเนินการโดยองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ (NGOs) ดูแลผู้เสียหายโดยคำนึงถึงบาดแผลทางจิตใจของผู้เสียหาย (Trauma - Informed) และให้การดูแลผู้เสียหายรายบุคคล (Individualized Care) อย่างเพียงพอ อาทิ การช่วยเหลือทางกฎหมายและการเยียวยาสภาพจิตใจรวมทั้งดำเนินนโยบายที่สม่ำเสมอในการให้บริการ ผู้เสียหายในสถานคุ้มครองทุกแห่ง9. กำหนดให้สืบสวนการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ในกรณีละเมิดสิทธิแรงงานและข้อร้องเรียนของแรงงานต่างด้าวที่มีข้อบ่งชี้ว่าเข้าข่ายการถูกบังคับใช้แรงงาน รวมถึงการบังคับใช้แนวทางการส่งต่อกรณีที่อาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์ด้านแรงงานจากพนักงานตรวจแรงงานไปยังทีมสหวิชาชีพ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย10. กำหนดและบังคับใช้นโยบายเพิ่มความสามารถให้กลุ่มผู้เสียหายโดยเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่ในการเดินทางเข้า - ออก สถานคุ้มครองโดยอิสระ และสามารเข้าถึงเครื่องมือสื่อสารได้อย่างสม่ำเสมอ11. ให้ข้อมูลแก่สาธารณชน รวมถึงแรงงานข้ามชาติ คนไร้รัฐ ชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์และศาสนา เกี่ยวกับการสรรหา การขนส่ง และการจ้างงานที่ไม่เป้นธรรม ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์ รวมถึงในการปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์และอุตสาหกรรมประมง ที่มา : กระทรวงการต่างประเทศ และกองต่อต้านการค้ามนุษย์ ณ วันที่ 30 ก.ย. 2568พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551มาตรา ๖ ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้(๑) เป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขังจัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งบุคคลใด โดยข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล หลอกลวง ใช้อำนาจโดยมิชอบ ใช้อำนาจครอบงำบุคคลด้วยเหตุที่อยู่ในภาวะอ่อนด้อยทางร่างกาย จิตใจ การศึกษา หรือทางอื่นใดโดยมิชอบ ขู่เข็ญว่าจะใช้กระบวนการทางกฎหมายโดยมิชอบ หรือโดยให้เงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นแก่ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลบุคคลนั้นเพื่อให้ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลให้ความยินยอมแก่ผู้กระทำความผิดในการแสวงหาประโยชน์จากบุคคลที่ตนดูแล หรือ(๒) เป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็กถ้าการกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า การแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี การผลิตหรือเผยแพร่วัตถุหรือสื่อลามก การแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่นการเอาคนลงเป็นทาสหรือให้มีฐานะคล้ายทาส การนำคนมาขอทาน การตัดอวัยวะเพื่อการค้าการบังคับใช้แรงงานหรือบริการตามมาตรา ๖/๑ หรือการอื่นใดที่คล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคลไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามมาตรา ๖/๑ ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำงานหรือให้บริการโดยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้(1) ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของบุคคลนั้นเองหรือของผู้อื่น(๒) ขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ(๓) ใช้กำลังประทุษร้าย(๔) ยึดเอกสารสำคัญประจำตัวของบุคคลนั้นไว้


๔(๕) นำภาระหนี้ของบุคคลนั้นหรือของผู้อื่นมาเป็นสิ่งผูกมัดโดยมิชอบ (๖) ทำด้วยประการอื่นใดอันมีลักษณะคล้ายคลึงกับการกระทำดังกล่าวข้างต้น ถ้าได้กระทำให้ผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานบังคับใช้แรงงานหรือบริการมาตรา ๖/๒ บทบัญญัติในมาตรา ๖/๑ ไม่ใช้บังคับกับ (๑) งานหรือบริการซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารสำหรับงานในหน้าที่ราชการโดยเฉพาะ(๒) งานหรือบริการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติหน้าที่พลเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตามรัฐธรรมนูญหรือตามกฎหมาย(๓) งานหรือบริการอันเป็นผลมาจากคำพิพากษาของศาลหรือที่ต้องทำในระหว่างการต้องโทษตามคำพิพากษาของศาล(๔) งานหรือบริการเพื่อประโยชน์ในการป้องกันภัยพิบัติสาธารณะ หรือในกรณีที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือในขณะที่ประเทศอยู่ในภาวะสงครามหรือการรบมาตรา ๗ ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์(๑) สนับสนุนการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ (๒) อุปการะโดยให้ทรัพย์สิน จัดหาที่ประชุมหรือที่พำนักให้แก่ผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์(๓) ช่วยเหลือด้วยประการใดเพื่อให้ผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์พ้นจากการถูกจับกุม(๔) เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์เพื่อมิให้ผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ถูกลงโทษ(๕) ชักชวน ชี้แนะ หรือติดต่อบุคคลให้เข้าเป็นสมาชิกขององค์กรอาชญากรรมเพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์มาตรา 33 ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์อย่างเหมาะสมในเรื่องอาหาร ที่พัก การรักษาพยาบาล การบำบัดฟื้นฟูทางร่างกายและจิตใจ การให้การศึกษา การฝึกอบรม การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย การส่งกลับไปยังประเทศเดิมหรือภูมิลำเนาของผู้นั้น การดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหายตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด โดยให้คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความแตกต่างทางเพศ อายุ สัญชาติ เชื้อชาติ ประเพณีวัฒนธรรมของผู้เสียหาย การแจ้งสิทธิของผู้เสียหายที่พึงได้รับการคุ้มครองในแต่ละขั้นตอนทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการช่วยเหลือ ตลอดจนขอบเขตระยะเวลาในการดำเนินการช่วยเหลือในแต่ละขั้นตอน ต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้เสียหายก่อนด้วยการให้ความช่วยเหลือตามวรรคหนึ่ง อาจจัดให้บุคคลซึ่งเป็นผู้เสียหายได้รับการดูแลในสานแรกรับตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี สถานแรกรับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก หรือสถานสงเคราะห์อื่นของรัฐหรือเอกชนก็ได้มาตรา๓๔ เพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้เสียหาย ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการแจ้งให้ผู้เสียหายทราบในโอกาสแรกถึงสิทธิที่จะเรียกค่าสินไหมทดแทน อันเนื่องมาจากการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ และสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย


๕มาตรา๓๕ ในกรณีที่ผู้เสียหายมีสิทธิและประสงค์ที่จะเรียกค่าสินไหมทดแทน อันเนื่องมาจากการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ให้พนักงานอัยการเรียกค่าสินไหมทดแทนแทนผู้เสียหายตามที่ได้รับแจ้งจากปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายรูปแบบการค้ามนุษย์ที่พบในประเทศไทยรูปแบบที่ 1 การแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีเป็นการแสวงหาประโยชน์จากการนำคนมาค้าประเวณี การค้าประเวณี หมายความว่า “การยอมรับการกระทำชำเรา หรือการยอมรับการกระทำอื่นใด หรือการกระทำอื่นใดเพื่อสำเร็จความใคร่ในทางกามารมณ์ของผู้อื่นอันเป็นการสำส่อนเพื่อสินจ้างหรือเพื่อประโยชน์อื่นใด ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ยอมรับการกระทำและผู้กระทำจะเป็นบุคคลเพศเดียวกันหรือคนละเพศ” การค้ามนุษย์ในรูปแบบนี้คือ การนำมนุษย์ไปเป็นโสเภณี อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539การกระทำชำเรา หมายความว่า การกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการเอาอวัยวะเพศของผู้กระทำ กระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือทางช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศ หรือทวารหนักของผู้อื่นคำว่า “การกระทำอื่นใดเพื่อสำเร็จความใคร่” อันเป็นการค้าประเวณี หมายความรวมไปถึงการสำเร็จความใคร่ด้วยปากให้แก่ผู้อื่นด้วย ส่วนคำว่า “เพื่อประโยชน์อื่นใด” นั้นไม่จำกัดว่าจะเป็นตัวเงิน อย่างเดียว แต่มีความหมายกว้างกว่าสินจ้างการกระทำความผิดฐานค้าประเวณีนั้น แม้ไม่มีการบังคับก็เป็นความผิด เพราะไม่มีคำว่า “ยอม\" หรือ \"ไม่ยอม” กรณีถ้าผู้ถูกกระทำเป็นผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป จะเข้าลักษณะความผิดฐาน ค้ามนุษย์ได้เมื่อผู้นั้นถูกข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ ฯลฯ ซึ่งหมายถึงการไม่สมัครใจตามมาตรา 6 (1) แต่ถ้าผู้ถูกกระทำเป็นเด็กอายุยังไม่ถึง 18 ปี ไม่ต้องมีการข่มขู่หรือใช้กำลังบังคับโดยผู้ที่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ก็เป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ตามมาตรา 6 (2) แล้ว ทั้งนี้ การแสวงหาประโยชน์จะกระทำเพื่อประโยชน์ทางตรงหรือทางอ้อมก็ได้รูปแบบที่ ๒ การผลิตหรือเผยแพร่วัตถุหรือสื่อลามกเป็นการแสวงประโยชน์จากการนำคนมาเป็นแบบหรือแสดงให้ปรากฏในสื่อลามกสื่อลามก หมายถึง วัตถุหรือสิ่งที่แสดงให้รู้หรือเห็นถึงการกระทำทางเพศ ซึ่งแสดงออกในรูปแบบของเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิงพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ หรือรูปแบบอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกัน ให้หมายความรวมถึง วัตถุหรือสิ่งต่างๆ ข้างต้นที่จัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นที่สามารถแสดงผลให้เข้าใจความหมายได้การเผยแพร่เป็นการเผยแพร่จากผู้ผลิต หรือเผยแพร่จากผู้อื่นที่รู้ว่าเป็นสื่อลามกที่มาจากการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์รูปแบบที่ ๓ การแสวงหาประโยชน์ในรูปแบบอื่นเป็นการแสวงหาประโยชน์จากการนำคนมาแสดงออกในทางเพศ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นการแสวงหาประโยชน์โดยการปฏิบัติต่อบุคคลที่หมายรวมถึง เด็กชาย เด็กหญิง ผู้ชาย และผู้หญิง เสมือนเป็นสินค้าหรือวัตถุทางเพศ ไม่ว่าโดยการบังคับ ล่อลวง หรือด้วยความสมัครใจของบุคคลที่ถูกกระทำโดยมีสิ่งตอบแทนในรูปแบบต่างๆ เช่น เงินสด ทรัพย์สิน สิ่งของ การบริการ (เช่น การให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ หรือการให้ความคุ้มครอง) และอื่นๆ ทั้งนี้ \"การปฏิบัติต่อบุคคลเสมือนเป็นวัตถุหรือสินค้าทางเพศ\" หมายรวมถึง การล่อลวงหรือ


๖ชักจงให้บุคคลเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศโดยการแต่งงานการนำบุคคลมาแสดงออก หรือใช้เพื่อก่อให้เกิดการแสดงออกทางเพศโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เช่นการนำบุคคลไปให้บุคคลที่สามจับต้องของสงวนเพื่อแสวงหาประโยชน์/ การแสดงที่นำบุคคลมาแต่งกายหรือให้แสดงออกในลักษณะส่อไปในทางลามกอนาจารรูปแบบที่ 4 การเอาคนลงเป็นทาสหรือมีให้มีฐานะคล้ายทาสเป็นการแสวงหาประโยชน์จากการนำคนมาเป็นทาส หรือให้มีฐานะคล้ายทาส โดยที่ทำให้บุคคลตกอยู่ใต้อำนาจของบุคคลอื่นโดยสินเชิง และจะต้องทำงานให้บุคคลอื่นนั้นทาส คือ บุคคลซึ่งตกอยู่ภายใต้อำนาจเสมือนเป็นสิ่งของของบุคคลอื่น ไม่มีอิสระในการดำรงชีวิต และมีหน้าที่รับใช้บุคคลที่เป็นเจ้าของโดยมิได้รับ ค่าตอบแทน นอกจากนั้น เจ้าของยังสามารถนำตัวไปซื้อขาย ให้บุคคลยืมไปใช้ หรือเอาตัวไปแลกเปลี่ยนกันก็ได้สถานะคล้ายทาส เช่น การทำให้ตกอยู่ในสภาพมีภาระหนี้สินผูกพัน (debt bondage) บังคับแต่งงาน (servile marriage) ขายเด็กหรือรับเด็กไปเป็น บุตรบุญธรรมเพื่อเอาตัวไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบการใช้แรงงานเกินกำลังของเด็กที่จะรับสภาพได้ กฎหมายแรงงานห้ามมิให้นายจ้างรับเด็ก อายุยังไม่ถึง 15 ปี ทำงานโดยเด็ดขาด และการทำร้ายร่างกายเด็กเพื่อให้เด็กทำงานเร็วขึ้น แต่เมื่อเกิดบาดแผล ก็ไม่รักษาพยาบาล ย่อมมีลักษณะเป็นการเอาคนลงเป็นทาส กรณีนี้จะเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ได้ก็ต่อเมื่อทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไม่ได้สมัครใจเป็นสำคัญรูปแบบที่ 5 การนำคนมาขอทานเป็นการแสวงหาประโยชน์จากการนำบุคคลมาขอทาน หมายถึง การให้บุคคลขอทรัพย์สินของผู้อื่นโดย มิได้ทำการงานอย่างใด หรือให้ทรัพย์สินสิ่งใดตอบแทน และมิใช่เป็นการขอกันในฐานะญาติมิตรตามพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2484 มาตรา 6 “ห้ามมิให้บุคคลใดทำการขอทาน\" แต่จะเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ ก็ต่อเมื่อมีบุคคลนำพามาบังคับใช้ให้เป็นขอทาน (ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ.2559) กรณีแม่เอาลูกมาเป็นขอทานย่อมเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ด้วยรูปแบบที่ ๖ การบังคับตัดอวัยวะเพื่อการค้าเป็นการตัดเอาอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายบุคคล นำไปเป็นสินค้าเพื่อจำหน่ายหรือแลกเอาทรัพย์สินของผู้ซื้อ ผู้ถูกกระทำต้องไม่สมัครใจ กล่าวคือ ต้องอยู่ในภาวะจำยอมหรือเป็นการบังคับถึงจะมีความผิดฐานค้ามนุษย์ กรณีนี้มักจะเกี่ยวข้องกับผู้มีวิชาชีพแพทย์รูปแบบที่ ๗ การบังคับใช้แรงงานหรือบริการตามมาตรา ๖/๑เป็นการข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำงานหรือบริการโดยที่ผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้๑) ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของบุคคลนั้นเองหรือของผู้อื่น๒) ขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ๓) ใช้กำลังประทุษร้าย๔) ยึดเอกสารสำคัญประจำตัวของบุคคลนั้นไว้๕) นำภาระหนี้ของบุคคลนั้นหรือของผู้อื่นมาเป็นสิ่งผูกมัดโดยมิชอบ๖) ทำด้วยประการอื่นใดอันมีลักษณะคล้ายคลึงกับการกระทำข้างต้น


๗อนุสัญญาว่าด้วยแรงงานบังคับขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 29 ให้นิยามคำว่า “แรงงานบังคับ” หมายถึง งานหรือบริการทุกชนิดซึ่งเกณฑ์เอาจากบุคคลใดใดโดยการขู่เข็ญ การลงโทษและซึ่งบุคคลดังกล่าวนั้นมิได้สมัครใจที่จะทำเองสัญญาจ้างแรงงานกับสัญญาจ้างทำของจะแตกต่างกัน เพราะสัญญาจ้างทำของจะยึดความสำเร็จของงานเป็นตัวตั้ง ผู้ว่าจ้างไม่มีอำนาจไปกำกับดูแลเหมือนสัญญาจ้างแรงงาน สาเหตุที่กฎหมายค้ามนุษย์ไม่ได้ระบุคำว่าสัญญาจ้างทำของลงไปด้วยนั้น เพราะคำว่า “ให้บริการ” มีความหมายกว้างกว่านั้น เช่น ให้เด็กไปขายดอกไม้ หรือขายยาเสพติด ก็ถือว่าเป็นการบังคับให้บริการ การบังคับใช้แรงงานและบริการ จะเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ได้กรณีนี้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต้องไม่สมัครใจ ซึ่งไม่ต้องถึงกับใช้กำลังกายภาพ แต่ถ้าทำให้บุคคลในภาวะเช่นนั้นไม่สามารถขัดขืนได้ เช่น นายจ้างยึดหนังสือพาสปอร์ตและไม่ยอมส่งเด็กลูกจ้างกลับบ้านในต่างประเทศ ก็เข้าข่ายเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์แล้ว จุดอ่อนของกระบวนการยุติธรรม คือ มองว่าต้องเป็นการบังคับทางกายภาพหรือต่อร่างกายเท่านั้น ซึ่งแต่เดิมถือว่าหากมีเสรีภาพในการเดินไปไหนมาไหนได้ ไม่ถือว่าเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ แต่ปัจจุบันหากเด็กประสงค์จะกลับบ้านแล้วนายจ้างไม่ให้กลับบ้าน กรณีนี้ก็อาจถือว่า ทำให้เด็กอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้เป็นการบังคับแล้ว กฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2541รูปแบบที่ 8 การอื่นใดที่คล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคลเป็นการกระทำในลักษณะเช่นเดียวกับการแสวงประโยชน์โดยมิชอบในรูปแบบข้างต้น แต่อาจจะยังไม่สามารถชี้ชัดว่าเป็นการแสวงประโยชน์ในรูปแบบนั้น แต่มีลักษณะ/พฤติการณ์ ที่คล้ายคลึงกัน โดยมีการขูดรีดบุคคลด้วย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม การขูดรีด หากกระทำแก่บุคคลไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ แม้จะยินยอมก็ตามก็ถือว่าเป็นการค้ามนุษย์ ซึ่งจะคล้ายคลึงกับรูปแบบที่ 1 ถึงรูปแบบที่ 7 ก็ได้ แต่ต้องทำการสอบสวนในประเด็นที่ว่ามีการกดขี่ ข่มเหง เอารัดเอาเปรียบกันโดยไม่เป็นธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ยกตัวอย่างเช่น มารดายินยอมปล่อยให้ลูกที่เป็นเด็กต่างด้าวเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรในลักษณะทอดทิ้งไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วนายจ้างก็ใช้แรงงานเด็กโดยขัดต่อกฎหมาย อันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก ซึ่งข้อแตกต่างของการหลบหนีเข้าเมืองกับการค้ามนุษย์ คือ ถ้าเป็นการค้ามนุษย์ คนหลบหนีเข้าเมืองจะหมดอิสรภาพไม่มีอำนาจตัดสินใจว่าจะไปในทิศทางใด แต่เป็นอำนาจตัดสินใจของคนนำพาเท่านั้นกรณีมีการจับกุมข้อหาค้ามนุษย์มาส่งพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนจะต้องซักถามให้ได้ความว่า เข้ากรณีในรูปแบบใด ถ้าหากไม่สามารถอธิบายได้ก็ต้องตัดข้อหานั้นออกก่อน จนกว่าจะทำการสอบสวน มีพยานหลักฐานตามสมควร จึงจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมได้กลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism - NRM)กลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism : NRM) เป็นกลไกที่ถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประสานความร่วมมือ การแบ่งปันข้อมูล การส่งต่อความช่วยเหลือคุ้มครองบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ หรือผู้เสียหายจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ และเพื่อช่วยให้บุคคลเหล่านี้สามารถเข้าถึงบริการการช่วยเหลือในเบื้องต้นได้สำหรับประเทศไทย กลไก NRM ได้พัฒนารูปแบบ โดยนำกรอบการดำเนินงานตามกฎหมายที่มีอยู่เดิม และแนว


๘ปฏิบัติในเรื่องของระยะเวลาการฟื้นฟูไตร่ตรอง (Reflection Period) มาพัฒนาเป็นกลไกการส่งต่อระดับชาติเพื่อให้สอดรับการดำเนินงานที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2565 ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้(1) ขั้นตอนการรับแจ้ง (Front Line) เป็นการดำเนินการก่อนเข้าสู่กลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) เป็นขั้นตอนที่เมื่อหน่วยรับแจ้งหรือผู้ที่รับแจ้ง ได้รับทราบ รับแจ้ง พบเหตุที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องหรือเป็นพฤติการณ์ที่อาจนำไปสู่การค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงานหรือบริการได้ โดยการรับแจ้งอาจจะรับแจ้งจากช่องทางต่าง ๆ เช่น สายด่วน แอปพลิเคชัน หรือการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เป็นต้น การรับแจ้งเพื่อให้มีการส่งต่อข้อมูล พฤติการณ์/เหตุการณ์ และนำไปสู่การให้ความช่วยเหลือบุคคล/กลุ่มบุคคลที่อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องได้รับการช่วยเหลือต่อไป กรณีเกิดนอกประเทศ ประสานกองต่อต้านการค้ามนุษย์ (กคม.) เพื่อแจ้งกรมการกงสุล และประสานหน่วยงานในประเทศนั้น ๆ ให้การช่วยเหลือต่อไป(2) ขั้นตอนการคัดกรอง (Screening Process)เป็นขั้นตอนที่หน่วยงานด่านหน้า (First Responders) ดำเนินการสัมภาษณ์เพื่อให้ได้ข้อมูล ข้อเท็จจริงเบื้องต้นจากบุคคล กลุ่มคน ที่ได้รับการส่งต่อมาจากหน่วยงานรับแจ้ง (Front Line Officer) โดยการสัมภาษณ์คัดกรอง จะเป็นการรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นตามที่มีการแจ้งเหตุ ประสบเหตุมาพิจารณาร่วมกับข้อบ่งชี้ของการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ เพื่อพิจารณาว่าบุคคลนั้นเป็นบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะเป็นผู้เสียหายหรือไม่ เพื่อให้การส่งต่อความช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะเป็นผู้เสียหายจะได้รับการช่วยเหลือและส่งต่อเข้าสู่ขั้นตอนการคัดแยกอย่างเป็นทางการ ต่อไป(3) ขั้นตอนการคัดแยก (Victim Identification) การดำเนินการคัดแยกอย่างเป็นทางการ โดยหน่วยงานที่มีหน้าที่ในศูนย์บูรณาการการคัดแยกรับข้อมูลบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะเป็นผู้เสียหายจากหน่วยงานด่านหน้า เพื่อเข้าสู่การให้บริการช่วงระยะเวลาการฟื้นฟูไตร่ตรอง (Reflection Period :RP) ซึ่งจะมีระยะเวลาที่เพียงพอและเหมาะสมในการที่จะทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น และพร้อมที่จะให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ ประกอบการคัดแยกอย่างเป็นทางการต่อไป โดยผู้มีหน้าที่ในการคัดแยก (Competence Authority) เป็นบุคคล/กลุ่มบุคคลที่มีหน้าที่ในการคัดแยกอย่างเป็นทางการ ภายใต้กลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism : NRM) โดยคำวินิจฉัยของผู้มีอำนาจในการคัดแยก จะถือเป็นการพิจารณาว่าบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าเป็นผู้เสียหายเป็นผู้เสียหายอย่างเป็นทางการหรือไม่ ก่อนจะดำเนินการในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยในขั้นตอนนี้บุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าเป็นผู้เสียหาย จะถูกส่งเข้ามาอยู่ในศูนย์บูรณาการการคัดแยกตามกลไก NRM โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการการดูแลและช่วยเหลือบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าเป็นผู้เสียหาย (4) ขั้นตอนการคุ้มครอง (Protection Process)เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) ในการคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ หรือผู้เสียหายจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะเป็นหน่วยงานในการทำหน้าที่ให้การช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายตามกฎหมาย และตามความสมัครใจของผู้เสียหาย ตลอดจนการติดตามผลการคืนสู่สังคมของผู้เสียหายเป็นระยะ จนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข จึงยุติการให้บริการ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการให้การคุ้มครองและช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์



๑๐เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism : NRM)- ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้เสียหาย- ให้ความช่วยเหลือและให้บริการสำหรับการฟื้นฟูร่างกาย จิตใจและการกลับคืนสู่สังคมและการฟื้นฟูบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้เสียหาย โดยร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ- สำหรับเป็นแนวทางในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้เสียหายได้รับการปฏิบัติในฐานะผู้เสียหายจากอาชญากรรม- เป็นแนวทางการตรวจสอบว่ากฎหมายมีประสิทธิผลในการดำเนินคดีอาญากับการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ- ทบทวนหรือเสริมสร้างให้มีการให้บริการระดับชาติ สำหรับบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้เสียหาย และผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ หรือผู้เสียหายจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ- ปกป้องความเป็นส่วนตัวและข้อมูลและประกันความปลอดภัยของบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้เสียหายและผู้เสียหายทั้งก่อนระหว่างและหลังจากเข้ารับการช่วยเหลือเบื้องต้นตามกลไก NRMแนวปฏิบัติตามหลักสากล- เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (Rights-Based Approach) ของผู้เสียหายทุกคน ผู้เสียหายทุกคนจะไม่ถูกเลือกปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ (Non-Discrimination) ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม- การปฏิบัติงานจะยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง (Victim-Centered Approach) และยึดประโยชน์สูงสุดที่ผู้เสียหายจะได้รับ (Best Interest Determination)- การคุ้มครองช่วยเหลือจะคำนึงถึงบาดแผลทางจิตใจของผู้เสียหาย (Trauma Informed Care) และจะไม่กระทำการใดที่ถือว่าเป็นการกระทำซ้ำต่อผู้เสียหาย- ให้ความสำคัญกับความละเอียดอ่อนในเพศสภาพ (Gender Sensitivity) ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อความแตกต่าง ทางเพศของผู้เสียหาย คำนึงถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรม (Cultural Diversity) ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมและประเพณีของผู้เสียหายแต่ละรายที่มีความแตกต่างออกไป- การปฏิบัติงานที่เป็นมิตรกับผู้เสียหาย (Victim Friendly Approach) ในทุกกระบวนการตั้งแต่กระบวนการคัดแยกจนถึงส่งกลับคืนสู่สังคม- ไม่ทำให้เกิดอันตราย (Do No Harm) และไม่ลงโทษผู้เสียหาย (Non-Punishment) ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม - มุ่งเน้นการเสริมพลังของผู้เสียหาย (Empowerment) เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน- การรักษาความลับ (Confidentiality) เพื่อให้ผู้เสียหายมั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่ถูกเผยแพร่และจะส่งต่อเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น


ส่วนที่ 2


๑๑ส่วนที่ 2 สถานการณ์การค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ตสถานการณ์การค้ามนุษย์ในจังหวัดภูเก็ตจังหวัดภูเก็ตในฐานะกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวหลักของประเทศ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ท่ามกลางการฟื้นตัวอย่างเต็มรูปแบบของภาคบริการ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การค้ามนุษย์ในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แนวโน้มปัญหาในปี 2568 ยังคงมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากกลุ่มผู้เสียหายที่เปราะบางที่สุดคือ เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีข้อมูลและเหตุการณ์ที่ปรากฏในช่วงปี 2568 แสดงให้เห็นว่า รูปแบบการค้ามนุษย์ที่พบยังคงเน้นไปที่ การแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี และ การผลิต/เผยแพร่วัตถุลามกทางอินเทอร์เน็ต โดยมีปัจจัยกระตุ้นหลักที่สามารถแบ่งสถานะของปัญหาฯ ได้เป็น ๒ สถานะ คือ1) ต้นทาง การล่อลวงผ่านช่องทางออนไลน์ สื่อสังคมออนไลน์ยังคงเป็นเครื่องมือหลักในการชักจูงเด็กและเยาวชน ด้วยคำกล่าวอ้างเรื่อง \"รายได้สูงและหาง่าย\" โดยอาศัยความเปราะบางทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้จ่ายของเยาวชนเป็นจุดอ่อนในการเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์โดยตรง2) ปลายทาง การหลั่งไหลของนักท่องเที่ยว การกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทำให้จังหวัดภูเก็ตกลับมาเป็น จุดหมายสำคัญสำหรับผู้ค้ามนุษย์ในการนำพาเหยื่อเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในแหล่งท่องเที่ยวและสถานบันเทิงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการแก้ไขปัญหา เพื่อตอบโต้กับความท้าทายนี้ จังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปรับแผนการทำงานเชิงรุกในปีงบประมาณ 2568 ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต จัดโครงการอบรมให้ความรู้เรื่องกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) และถอดบทเรียนการดำเนินงานในจังหวัดภูเก็ต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน มีการหารือและผลักดันการพัฒนาระบบช่วยเหลือผู้เสียหายตามกลไก National Referral Mechanism (NRM) และการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อให้แน่ใจว่าเหยื่อจะได้รับการคุ้มครองและฟื้นฟูสวัสดิภาพอย่างทันท่วงทีสถานการณ์การค้ามนุษย์ในภูเก็ตปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจ (การท่องเที่ยว) และปัจจัยทางสังคม (ช่องทางออนไลน์) เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของอาชญากรรมนี้ การต่อสู้กับการค้ามนุษย์จึงต้องดำเนินไปพร้อมกับการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสถิติที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การค้ามนุษย์ของจังหวัด ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖8 สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต ดำเนินการช่วยเหลือคุ้มครองบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism - NRM) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้1) ขั้นตอนการรับแจ้งเหตุ : รับแจ้งเหตุ จำนวน 25 ครั้ง 1,373 ราย2) ขั้นตอนการคัดกรอง : สัมภาษณ์คัดกรอง จำนวน 1,373 ราย3) ขั้นตอนการคัดแยก : สัมภาษณ์คัดแยก จำนวน 9 ราย เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ 1 ราย ไม่เป็น 8 ราย4) ขั้นตอนการคุ้มครอง : ไม่ประสงค์เข้ารับการคุ้มครอง จำนวน 1 ราย


๑๒ตารางที่ 1 สถิติรับแจ้งเหตุ/เบาะแสการค้ามนุษย์ในจังหวัดภูเก็ต ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖8การรับแจ้งเหตุ/เบาะแส จำนวน (ครั้ง)1. เจ้าหน้าที่รัฐ 252. ผู้เสียหาย -3. ภาคประชาสังคม -รวม 25ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖8 สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ตได้รับการแจ้งเหตุ/เบาะแสจากเจ้าหน้าที่รัฐ จำนวน 25 ครั้งตารางที่ 2 สถิติการคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในจังหวัดภูเก็ต ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖8หน่วยงานที่แจ้งเหตุจำนวน(ครั้ง)จำนวนผู้เข้ารับการคัดกรอง (คน)มีข้อบ่งชี้การค้ามนุษย์(คน)ไม่มีข้อบ่งชี้การค้ามนุษย์(คน)ประสงค์เข้าศูนย์บูรณาการการคัดแยก(คน)ไม่ประสงค์เข้าศูนย์บูรณาการการคัดแยก(คน)1. ทีมสหวิชาชีพ 6 116 0 116 - -2.จนท.ตำรวจ 7 29 1 28 0 13.ตรวจบูรณาการ 12 1,228 0 1,228 - -รวม 25 1,373 1 1,372 0 1ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖8 สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ตได้รับการแจ้งเหตุจากทีมสหวิชาชีพ จำนวน 6 ครั้ง สัมภาษณ์คัดกรอง 116 ราย ไม่พบข้อบ่งชี้การค้ามนุษย์ รับแจ้งเหตุจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 7 ครั้ง สัมภาษณ์คัดกรอง 29 ราย พบข้อบ่งชี้การค้ามนุษย์จำนวน 1 ราย ไม่พบข้อบ่งชี้การค้ามนุษย์จำนวน 28 ราย และพบเบาะแสจากการตรวจบูรณาการ จำนวน 12 ครั้ง สัมภาษณ์คัดกรอง 1,228 ราย ไม่พบข้อบ่งชี้การค้ามนุษย์1,228 ราย รวมได้รับการแจ้งเหตุ/เบาะแส 25 ครั้ง สัมภาษณ์คัดกรอง1,373 ราย พบข้อบ่งชี้การค้ามนุษย์จำนวน 1 ราย ไม่พบข้อบ่งชี้การค้ามนุษย์จำนวน 1,372 ราย ทั้งนี้ เนื่องจากสามารถสัมภาษณ์ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ได้ จึงไม่ประสงค์เข้าศูนย์บูรณาการการคัดแยก 1 ราย


๑๓ตารางที่ 3 สถิติการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในจังหวัดภูเก็ต ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖8ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖8 สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต สัมภาษณ์คัดแยกผู้ที่อาจตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์รวมจำนวน 9 ราย กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 7 ราย แบ่งเป็นเพศชาย 3 ราย และเพศหญิง 4 ราย กรณีอายุมากกว่า 18 ปี จำนวน 2 ราย แบ่งเป็นเพศชาย 1 ราย และเพศหญิง 1 ราย จากการสัมภาษณ์คัดแยกพบว่า เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จำนวน 1 ราย เป็นเพศชายซึ่งอายุต่ำกว่า 18 ปีตารางที่ 4 สถิติรูปแบบการค้ามนุษย์ภูเก็ต ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖8ประเภทของการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบปี รวม ค้าประเวณีสื่อลามกประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่นเป็นทาสขอทาน แรงงานแรงงานม.6/1ขูดรีด/อื่นขัดขวางการดำเนินคดีค้ามนุษย์ม.54แรงงานเด็กรูปแบบที่เลวร้ายม.56/12568 1 1 - - - - - - - - -ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖8 สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต พบรูปแบบการค้ามนุษย์ คือกรณี เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี จำนวน ๑ รายตารางที่ ๕ สถิติการคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ภูเก็ต ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖8จำนวนผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์(คน) ประสงค์เข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพ (คน) ไม่ประสงค์เข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพ (คน)รวม ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง11ต่ำกว่า 18 ปี ต่ำกว่า 18 ปี- -1ต่ำกว่า 18 ปี ต่ำกว่า 18 ปีในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖8 สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต มีผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จำนวน 1 คน แบ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพศชาย 1 ราย และไม่ประสงค์เข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ณ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ กลับไปอาศัยอยู่กับครอบครัวในจังหวัดนครศรีธรรมราชจำนวนผู้เข้ารับการคัดแยก (คน) เป็นผู้เสียหายฯ (คน)ไม่เป็นผู้เสียหายฯ (คน)วันที่คัดแยก สัญชาติ คัดแยก ชาย หญิง ต่ำกว่า 18 ปีมากกว่า 18 ปี ชาย หญิง ชาย หญิง4 พ.ย. 2567 ไทย 1 1 - 1 - 1 - - -26 พ.ย. 2567 ไทย 1 1 - 1 - - - 1 -21 ม.ค. 2568 ไทย 4 - 4 4 - - - - 413 ก.พ. 2568 รัสเซีย 1 - 1 - 1 - - - 14 ส.ค. 2568 จอร์แดน 2 1 1 1 1 - - 1 1รวม 9 3 6 7 2 1 - 2 6


๑๔ตารางที่ 6 ภาพรวมสถิติที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การค้ามนุษย์ของจังหวัดภูเก็ต ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖8เดือนรับแจ้งเหตุสัญชาติ คัดกรองผลการคัดกรองคัดแยกผลการคัดแยก ความประสงค์ครั้ง คนพบข้อบ่งชี้ไม่พบข้อบ่งชี้เป็นผู้เสียหายไม่เป็นผู้เสียหายประสงค์คุ้มครองไม่ประสงค์คุ้มครองตุลาคม 67 1 37 ไทย 37 - 37 - - - - -พฤศจิกายน 674 26ไทย 2 2 - 2 1 1 - 1กัมพูชา 9 - 9 - - - - -เมียนมา 15 - 15 - - - - -ธันวาคม 67 - - - - - - - - - - -มกราคม 683 241ไทย 79 4 75 4 - 4 - -เมียนมา 162 - 162 - - - - -กุมภาพันธ์ 684 356ไทย 140 - 140 - - - - -เมียนมา 172 - 172 - - - - -กัมพูชา 32 - 32 - - - - -ลาว 3 - 3 - - - - -รัสเซีย 1 1 - 1 - 1 - -จีน 8 - 8 - - - - -มีนาคม 682 88เมียนมา 72 - 72 - - - - -ไอริซ 1 - 1 - - - - -อเมริกัน 1 - 1 - - - - -จีน 1 - 1 - - - - -เยอรมัน 1 - 1 - - - - -ไทย 11 - 11 - - - - -ไม่มีสถานะทางทะเบียน 1 - 1 - - - - -เมษายน 681 42ไทย 12 - 12 - - - - -เมียนมา 30 - 30 - - - - -พฤษภาคม 68 1 247 เมียนมา 246 - 246 - - - - -กัมพูชา 1 - 1 - - - - -มิถุนายน 68 3 184 เมียนมา 184 - 184 - - - - -กรกฎาคม 682 93ไทย 41 - 41 - - - - -เมียนมา 43 - 43 - - - - -กัมพูชา 9 - 9 - - - - -สิงหาคม 682 18ไทย 6 - 6 - - - - -เมียนมา 9 - 9 - - - - -รัสเซีย 1 - 1 - - - - -จอร์แดน 2 2 - 2 - 2 - -กันยายน 682 41ไทย 36 - 36 - - - - -เมียนมา 5 - 5 - - - - -


๑๕เดือนรับแจ้งเหตุสัญชาติ คัดกรองผลการคัดกรองคัดแยกผลการคัดแยก ความประสงค์ครั้ง คนพบข้อบ่งชี้ไม่พบข้อบ่งชี้เป็นผู้เสียหายไม่เป็นผู้เสียหายประสงค์คุ้มครองไม่ประสงค์คุ้มครองรวม 25 1,373ไทย 364 6 358 6 1 5 - 1เมียนมา 938 - 938 - - - - -กัมพูชา 51 - 51 - - - - -จีน 9 - 9 - - - - -ลาว 3 - 3 - - - - -รัสเซีย 2 1 1 1 - 1 - -ไอริซ 1 - 1 - - - - -อเมริกัน 1 - 1 - - - - -เยอรมัน 1 - 1 - - - - -จอร์แดน 2 2 - 2 - 2 - -ไม่มีสถานะทางทะเบียน 1 - 1 - - - - -รวมทั้งหมด 25 1,373 - 1,373 9 1,364 9 1 8 - 1รายงานสถิติการคัดกรองบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะเป็นผู้เสียหายภายใต้กลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism : NRM) และรายงานคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และผู้เสียหายจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการของจังหวัดภูเก็ต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568สำนักงานพัฒนาสังคมฯ ได้รวบรวมข้อมูลและสรุปการติดตามการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จากการรับแจ้งเหตุจากหน่วยงานด่านหน้าและออกตรวจบูรณาการหน่วยงานภายในจังหวัดภูเก็ตประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 25 ครั้ง โดยมีการคัดกรอง จำนวน 1,373 ราย ประกอบด้วย สัญชาติไทย จำนวน 364 ราย สัญชาติเมียนมา จำนวน 938 ราย สัญชาติกัมพูชา จำนวน 51 ราย สัญชาติจีน จำนวน 9 ราย และสัญชาติลาว จำนวน 3 ราย สัญชาติรัสเซีย จำนวน 2 ราย สัญชาติไอริซ จำนวน 1 ราย สัญชาติอเมริกัน จำนวน 1 ราย สัญชาติเยอรมัน จำนวน 1 ราย สัญชาติจอร์แดน จำนวน 2 ราย และบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน จำนวน 1 ราย โดยจากการคัดกรองพบข้อบ่งชี้ที่อาจจะเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จำนวน 9 ราย และได้ทำการสัมภาษณ์คัดแยกผู้เสียหายฯ พบว่าไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเป็นผู้เสียหายฯ จำนวน 8 ราย และเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ กรณี เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี จำนวน 1 ราย มีสัญชาติไทย


๑๖ตารางที่ ๗ จำนวนผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จำแนกตาม เพศ อายุ และรูปแบบฯ ในช่วงปี 2563 - 2568ปี พ.ศ.จำนวน คดีการค้าประเวณี การผลิตหรือเผยแพร่วัตถุหรือสื่อลามก การบังคับใช้แรงงาน การอื่นใดที่คล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดรวมคนชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง ต่ำกว่า 18 ปี 18 ปี ขึ้นไป ต่ำกว่า 18 ปี 18 ปี ขึ้นไป ต่ำกว่า 18 ปี 18 ปี ขึ้นไป ต่ำกว่า 18 ปี 18 ปี ขึ้นไป ต่ำกว่า 18 ปี18 ปีขึ้นไปต่ำกว่า18 ปี18 ปีขึ้นไปต่ำกว่า18 ปี18 ปีขึ้นไปต่ำกว่า18 ปี18 ปีขึ้นไป2563 2 คดี - - - - - - - - 2 - 1 - - - - - 32564 - - - - - - - - - - - - - - - - - 02565 1 คดี - - 1 - - - - - - - - - - - - - 12566 17 คดี- - 16 - - - 1 - - - - - - - - - 172567 1 คดี - - 1 - 1 - - - - - - - - - - - 22568 1 คดี 1 - - - - - - - - - - - - - - - 1รวม (อายุ)22 คดี- - 18 - 1 - 1 - 2 - 1 - - - - -24รวม (เพศ) 1 18 1 1 2 1 - -


๑๗การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของจังหวัดนโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ตเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ปรากฏปัญหาการค้ามนุษย์ โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา พบรูปแบบการค้ามนุษย์ คือ การแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ แหล่งท่องเที่ยว และสถานบันเทิง รวมไปถึงการเข้าถึงสื่อออนไลน์ของคนทุกวัย ทำให้ผู้ค้ามนุษย์สามารถชักจูงเด็กเข้าสู่วงจรค้ามนุษย์ได้ง่าย ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวนี้ จังหวัดภูเก็ตจึงให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ โดยดำเนินการตามนโยบายยุทธศาสตร์ และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ตามแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2561 - 2580 ซึ่งขณะนี้แผนปฏิบัติการฯ เข้าสู่ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2560-2570) ประกอบด้วย 4 ประเด็นยุทธศาสตร์ และ 9 กลยุทธ์ดังนี้ประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ หน่วยงานที่รับผิดชอบยุทธศาสตร์ที่ 1ด้านการดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมาย1. พัฒนากฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีค้ามนุษย์2. การบริหารจัดการคดีค้ามนุษย์3. เพิ่มขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในบริบทต่างๆหน่วยงานหลัก : สตช.หน่วยงานรอง : พม. /ปปง. /อสส. / รง. /ศย. /DSI. /กคส./ปค. /กต. / กอ.รมน. /ศรชล.ยุทธศาสตร์ที่ 2ด้านการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์4. การป้องกันและปราบปรามการทุจริต/คอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์5. การบริหารจัดการแรงงานกลุ่มเปราะบางให้มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน6. การสร้างความรู้ ความเข้าใจและตระหนักถึงปัญหาการค้ามนุษย์แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย7. บูรณาความร่วมมือขอภาคีเครือข่ายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพหน่วยงานหลัก : รง.หน่วยงานรอง : ป.ป.ท. /ปปง. /กอ.รมน. /สธ. /กต. /พม. /สตช. /กปม. /DSI. /ปค. /ศรชล. /อสส.ยุทธศาสตร์ที่ 3ด้านการช่วยเหลือและคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์8. พัฒนากลไกและเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และกลุ่มเสี่ยงอย่างเป็นระบบหน่วยงานหลัก : พม. หน่วยงานรอง : รง. /อสส. /กอ.รมน./ ศย. /สธ. /กห. /DSI. /กคส. /ปค. /ศรชล.ยุทธศาสตร์ที่ 4ด้านการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลการค้ามนุษย์9. พัฒนาระบบฐานข้อมูลการค้ามนุษย์ให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยบูรณาการจากระบบฐานข้อมูลในทุกมิติหน่วยงานหลัก : พม.หน่วยงานรอง : สตช. /ศย. /ป.ป.ท. / /ปปง. /รง. / DSI. /กคส. /ปค. /กปม. /อสส. /สพร. /ป.ป.ช. /ศรชล.


๑๘ผลการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖81. จัดประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต- ประชุม ศปคม.จ.ภูเก็ต ครั้งที่ 1/2568 วันที่ 16 มกราคม 2568 ณ ห้องประชุมจันพันวาศาลากลางจังหวัด- ประชุม ศปคม.จ.ภูเก็ต ครั้งที่ 2/2568 วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต2. จัดทำรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2567 และแผนปฏิบัติการป้องกันและ ปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 25683. คัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์4. จัดประชุมการพิจารณากำหนดค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายจากการกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติมจำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นผู้เสียหายในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 1 ราย และเป็นผู้เสียหายที่ได้รับการส่งต่อจากจังหวัดอื่น แต่มีภูมิลำเนาในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 2 ราย5. การติดตามเยี่ยมบ้านผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หลังกลับคืนสู่สังคม- ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ กรณี ถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีจำนวน 15 ราย(ผู้เสียหายในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ จำนวน 14 ราย ผู้เสียหายในปีงบประมาณ ๒๕๖8 จำนวน 1 ราย)รับเงินช่วยเหลือจากเงินกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จำนวน 3,000 บาทแล้ว จำนวน 15 ราย และมีผู้เสียหายที่แสดงเจตนาไม่ประสงค์ขอรับการช่วยเหลือและคุ้มครองแล้ว จำนวน 3 ราย- ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ กรณี ถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีที่ได้รับการส่งต่อจากสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เนื่องจากครอบครัวไม่พร้อมดูแล ปัจจุบันฝึกอาชีพที่ มูลนิธิฟอร์ฟรีดอม อินเตอร์เนชั่นแนล (For Freedom International Foundation) จังหวัดภูเก็ต จำนวน 3 ราย6. การดำเนินกิจกรรม/โครงการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในจังหวัด- โครงการอบรมให้ความรู้เรื่องกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) และถอดบทเรียนการดำเนินงานในจังหวัดภูเก็ต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องประชุมบอน-ไม้ท่อน ชั้น ๒ โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต7. โครงการที่ได้รับการเห็นชอบให้ดำเนินการขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จำนวน 3 โครงการ ๒ หน่วยงาน- โครงการอบรมป้องกันภัยจากการค้ามนุษย์เด็กในสื่อออนไลน์ มูลนิธิฟอร์ฟรีดอมอินเตอร์เนชั่นแนลจำนวนเงิน 74,300 บาท- โครงการอบรมเสริมเกราะป้องกันการท่องเที่ยวปลอดภัยห่างไกลการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศต่อเด็ก มูลนิธิฟอร์ฟรีดอมอินเตอร์เนชั่นแนล จำนวนเงิน 68,600 บาท- โครงการประชาสัมพันธ์และอบรมเชิงปฏิบัติการรู้เท่าทันสื่อ ป้องกันภัยการค้ามนุษย์รูปแบบใหม่ จ.ภูเก็ต ( ปี4) สถานีวิทยุ อสมท. จังหวัดภูเก็ต จำนวนเงิน 278,370 บาท8. ร่วมตรวจบูรณาการเรือประมงในทะเล สถานประกอบกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ การแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมือง กลุ่มแรงงานต่างด้าว และร่วมตรวจสอบกรณีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์


๑๙ประมวลภาพกิจกรรมการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ตประชุม ศปคม.จ.ภูเก็ต ครั้งที่ 1/2568 วันที่ 16 มกราคม 2568 ณ ห้องประชุมจันพันวา ศาลากลางจังหวัดประชุม ศปคม.จ.ภูเก็ต ครั้งที่ 2/2568 วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต


๒๐คัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จัดประชุมการพิจารณากำหนดค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายจากการกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม


๒๑การติดตามเยี่ยมบ้านผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หลังกลับคืนสู่สังคมโครงการอบรมให้ความรู้เรื่องกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) และถอดบทเรียนการดำเนินงานในจังหวัดภูเก็ต


๒๒โครงการที่ได้รับการเห็นชอบให้ดำเนินการขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์“โครงการอบรมป้องกันภัยจากการค้ามนุษย์เด็กในสื่อออนไลน์ มูลนิธิฟอร์ฟรีดอมอินเตอร์เนชั่นแนล”โครงการที่ได้รับการเห็นชอบให้ดำเนินการขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์“โครงการอบรมเสริมเกราะป้องกันการท่องเที่ยวปลอดภัยห่างไกลการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศต่อเด็ก มูลนิธิฟอร์ฟรีดอมอินเตอร์เนชั่นแนล”


๒๓โครงการประชาสัมพันธ์และอบรมเชิงปฏิบัติการรู้เท่าทันสื่อ ป้องกันภัยการค้ามนุษย์รูปแบบใหม่ จ.ภูเก็ต ( ปี4) สถานีวิทยุ อสมท. จังหวัดภูเก็ตร่วมคณะทำงานบูรณาการความร่วมมือในการตรวจสภาพการจ้างสภาพการทำงาน และการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการประมงในทะเล


๒๔ร่วมบูรณาการตรวจสถานประกอบกิจการแปรรูปสัตว์น้ำร่วมตรวจบูรณาการการแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมือง กลุ่มแรงงานต่างด้าว


ส่วนที่ 3


แบบฟอร์มรายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการที่ โครงการ/กิจกรรม หน่วยงานรับผิดชอบ ผลผลิต ผลลัพธ์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านการดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมาย1 โครงการตรวจสอบปราบปราม แรงงานต่างด้าวจังหวัดภูเก็ตสำนักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ตสามารถตรวจแรงงานต่างด้าว จำนวน 5600 คนนายจ้าง/สถานประกอบการ 780 แห่งคนต่างด้าวและนายจ้าง/สถานประกอบการ ได้รับการตรวจสอบประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์1 ชุดปฏิบัติ การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ตที่ทำการปกครองจังหวัดภูเก็ต-มีการออกตรวจตราในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จำนวนรวม 96 ครั้ง-ตรวจสอบสถานประกอบการ จำนวน 1,230 แห่ง พื้นที่ 40 แห่ง -มีการตั้งจุดตรวจ สามารถป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์และการจัดระเบียบสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดเครือข่ายการปฏิบัติในพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพมีการบูรณาการทุกหน่วยงาน หน่วยราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ภาคเอกชน


25รป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ประจำปี 2568การใช้งบประมาณระยเวลาดำเนินการรายงานผลการดำเนินงาน/ความคืบหน้าหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน(ชี้แจงเหตุผล / ปัญหาอุปสรรค)ใช้งบประมาณตามที่ได้รับจัดสรร1 ตุลาคม 67 - 30 กันยายน 68ดำเนินการได้ตามแผน -ย์บติ- วันที่ 1 ตุลาคม 2567-30 กันยายน 2568มีการป้องกันการเกิดปัญหาการค้ามนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ-


ที่ โครงการ/กิจกรรม หน่วยงานรับผิดชอบ ผลผลิต ผลลัพธ์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์1 ชุดปฏิบัติ การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต (ต่อ)จุดสกัด จำนวน60 ครั้งตรวจสอบกลุ่มเป้าหมายเสี่ยง จำนวน 1,800 คนภาคประชาชนเป็นแนวร่วมในการปฏิบัติอย่างเข้มแข็งต่อเนื่อง2 การบูรณาการตรวจเรือสินค้า/เรือท่องเที่ยว ร่วมกับเจ้าท่าฯด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศท่าเรือภูเก็ต ด่านศุลกากรภูเก็ต และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ฯลฯศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแรงงานทางทะเลได้รับการคุ้มครองและได้รับความเป็นธรรมแรงงานทางทะเลมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น3 การบูรณาการตรวจเรือประมงหน้าท่า ร่วมกับชุดสหวิชาชีพศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมงจังหวัดภูเก็ตศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแรงงานประมงทะเลได้รับการคุ้มครองและได้รับความเป็นธรรมแรงงานประมงทะเลมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น4 โครงการให้ความรู้แก่เด็กเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทางอินเทอร์เน็ต ( TICAC )กก.สืบสวนภ.จว.ภูเก็ตได้สอนทักษะการหลีกเลี่ยงและรู้เท่าทันภัยทางอินเทอร์เน็ต1. นักเรียนได้มีความรู้เกี่ยวกับภัยทางออไลน์ เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก2. ได้เรียนรู้ทักษะการปฏิเสธการถูก


๒๖การใช้งบประมาณระยเวลาดำเนินการรายงานผลการดำเนินงาน/ความคืบหน้าหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน(ชี้แจงเหตุผล / ปัญหาอุปสรรค)งมน- 1 ตุลาคม2567 –30 กันยายน2568เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด -ลน- 1 ตุลาคม2567 –30 กันยายน2568เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด -บ40,000บาทพ.ย. 67 - มี.ค. 68- นักเรียนอย่างน้อย 80% มีคะแนนหลังการอบรมเพิ่มขึ้นจากก่อนอบรม- นักเรียนอย่างน้อย 70% ของนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถแสดงทักษะการปฏิเสธได้ถูกต้อง- นักเรียนอย่างน้อย 85% ของ-


ที่ โครงการ/กิจกรรม หน่วยงานรับผิดชอบ ผลผลิต ผลลัพธ์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์4 โครงการให้ความรู้แก่เด็กเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทางอินเทอร์เน็ต ( TICAC )(ต่อ)คุกคามและการล่วงละเมิดได้3. เป็นการป้องกันให้เด็กและเยาวชนรู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่ออาชญากร5 โครงการเยาวชนรณรงค์ต้านภัยการค้ามนุษย์กก.สืบสวนภ.จว.ภูเก็ตนักเรียนซึ่งเป็นเป้าหมาย ได้มีความรู้เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรในการค้ามนุษย์1. นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการค้ามนุษย์2. นักเรียนได้รู้เท่าทันเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์3. เพื่อให้นักเรียนเติบโตขึ้นเป็นเยาวชนของชาติ และรณรงค์ ในการป้องกันการค้ามนุษย์ และเติบโตสู่สังคมที่ดีต่อไป


๒๗การใช้งบประมาณระยเวลาดำเนินการรายงานผลการดำเนินงาน/ความคืบหน้าหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน(ชี้แจงเหตุผล / ปัญหาอุปสรรค)งนักเรียนที่เข้าร่วมสามารถระบุพฤติกรรมหรือสถานการณ์เสี่ยงได้อย่างถูกต้อง้ส40,000บาทก.พ.68 - นักเรียน 80% ของโรงเรียนเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม- นักเรียนที่เข้าร่วมสามารถตอบคำถามได้ถูกต้องหลังการอบรม- นักเรียนในโรงเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมจิตอาสา/ผู้นำเยาวชน-


ที่ โครงการ/กิจกรรม หน่วยงานรับผิดชอบ ผลผลิต ผลลัพธ์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์6 โครงการบริหารจัดการระบบแรงงานต่างด้าวจังหวัดภูเก็ต ปีงบประมาณ 2568กลุ่มงานประกันสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต1. แรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติได้รับการตรวจสุขภาพและมีสิทธิรักษาพยาบาล (บัตรประกันสุขภาพ)1.แรงงานต่างด้าวสามารถเข้าถึงหลักประกันสุขภาพและบริการขึ้นพื้นบานในการรักษาพยาบาลของแรงงานต่างด้าว2. แรงงานต่างด้าวได้รับบริการรักษาพยาบาลตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 25632. พัฒนาคุณภาพบริการที่เป็นมิตรแกกลุ่มแรงงานต่างด้าว3. แรงงานต่างด้าวที่เป็นโรคติดต่อ (วัณโรค ซิฟิลิส) ได้รับติดตามการรักษา3. มีการเฝ้าระวังโรคติดต่อ (วัณโรค,ซิฟิลิส) ในกลุ่มแรงงานต่างด้าวอย่างมีประสิทธิภาพ


๒๘การใช้งบประมาณระยเวลาดำเนินการรายงานผลการดำเนินงาน/ความคืบหน้าหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน(ชี้แจงเหตุผล / ปัญหาอุปสรรค)ง181,220 1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568- แรงงานต่างด้าวได้รับการตรวจสุขภาพ จำนวน 72,165 ราย- ขายบัตรประกันสุขภาพ จำนวน 63,686 ราย- ให้บริการคลอดจำนวน 1,253 คนไม่สามารถติดตามผู้ป่วยมารักษาได้ เนื่องจากมีการย้ายที่อยู่และกลับประเทศต้นทางก่ว- ให้บริการคลอดจำนวน 1,253 คน- ตรวจพบวัณโรค จำนวน 1,022 คน เข้ารับการรักษา จำนวน 295 คน- ซิฟิลิส จำนวน 339 คน เข้ารับการรักษา จำนวน 245 คน


ที่ โครงการ/กิจกรรม หน่วยงานรับผิดชอบ ผลผลิต ผลลัพธ์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์7 โครงการยกระดับเพื่อขับเคลื่อนกลไกเชิงนโยบายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานไปสู่การปฏิบัติสำนักงานแรงงานจังหวัดภูเก็ตสถานประกอบการ 30 แห่ง ลูกจ้าง 400 คนดำเนินการได้ 36 แห่งลูกจ้าง 1,620 คน8 โครงการตรวจคัดกรอง คัดแยก ตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน เพื่อแสวงหาข้อบ่งชี้ผู้ที่อาจถูกแสวงหาประโยชน์ด้านแรงงาน แรงงานบังคับ (จัดจ้างผู้ประสานงานด้านภาษา) ภาษาเมียนมาสำนักงานแรงงานจังหวัดภูเก็ตมีผู้ประสานงานด้านภาษา(ภาษาเมียนมา) ประจำสำนักงานจำนวน 1 รายมีผู้ประสานงานด้านภาษา(ภาษาเมียนมา) ประจำสำนักงานจำนวน 1 ราย


๒๙การใช้งบประมาณระยเวลาดำเนินการรายงานผลการดำเนินงาน/ความคืบหน้าหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน(ชี้แจงเหตุผล / ปัญหาอุปสรรค)27,500 บาท ต.ค. 67-ก.ย. 68- ผลการตรวจตามแผนปฏิบัติการ ฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ไม่พบข้อบ่งชี้สำหรับบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยได้ว่าอาจเป็นผู้เสียหายจากการแสวงหาประโยชน์ด้านแรงงาน แรงงานบังคับ หรือการค้ามนุษย์ด้านแรงงานแต่อย่างใดดำเนินการได้ตามแผน ได้รับงบประมาณตลอดโครงการฯ จำนวน 220,000 บาท มีการเบิกจ่ายจริง จำนวน 160,000 บาท(เริ่มจ้างเดือน ก.พ. -ก.ย. 68 )ก.พ. 68-ก.ย. 681. ดำเนินการให้คำปรึกษา/รับเรื่องร้องทุกข์ร้องเรียน/ตรวจแรงงาน/คัดกรอง/คัดแยก/แปลภาษา ไม่น้อยกว่า 20 ครั้ง/คน/เดือน (ครั้ง ไม่ใช่ครั้งที่ออกดำเนินการ แต่เป็นครั้งที่ให้บริการ เช่น คัดกรอง 1 ครั้ง แปลให้ผู้เสียหาย 3 คน เท่ากับ ดำเนินการฯ 3 ครั้ง) ผลการดำเนินงานแผน 240 ครั้งผล 2,145 ครั้ง2. การประชาสัมพันธ์ ดำเนินการได้ 53 ครั้งดำเนินการได้ตามแผน


ที่ โครงการ/กิจกรรม หน่วยงานรับผิดชอบ ผลผลิต ผลลัพธ์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์9 บูรณาการตรวจคุ้มครองแรงงานในเรือประมงทะเล ในพื้นที่ ๒๒ จังหวัดติดทะเลสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต6 ครั้ง/170 คน 6 ครั้ง /228 คน 10 ตรวจสถานประกอบกิจการที่เสี่ยงต่อการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ แรงงานขัดหนี้ และการค้ามนุษย์ด้านแรงงานสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต29 แห่ง/1,200 คน29 แห่ง/1,245 คน11 ประชุมคณะทำงานศูนย์บริหารจัดการแรงงานประมงจังหวัดสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต1 ครั้ง 1 ครั้ง


๓๐การใช้งบประมาณระยเวลาดำเนินการรายงานผลการดำเนินงาน/ความคืบหน้าหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน(ชี้แจงเหตุผล / ปัญหาอุปสรรค) โครงการที่ 2 โครงการคุ้มครองสิทธิแรงงานประมงทะเลจำนวน 45,000 บาท12 เดือน บรรลุเป้าหมายร้อยละ 100-โครงการที่ 1 โครงการป้องกันและแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานและการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย จำนวน 63,800 บาท12 เดือน บรรลุเป้าหมายร้อยละ 100-โครงการที่ 1 โครงการป้องกันและแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน6 เดือน บรรลุเป้าหมายร้อยละ 100-


ที่ โครงการ/กิจกรรม หน่วยงานรับผิดชอบ ผลผลิต ผลลัพธ์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์11 ประชุมคณะทำงานศูนย์บริหารจัดการแรงงานประมงจังหวัด(ต่อ)12 บูรณาการตรวจสถานประกอบกิจการแปรรูปสัตว์น้ำในพื้นที่ 22 จังหวัดชายทะเลสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต2 แห่ง 2 แห่ง 13 ตรวจแรงงานนอกระบบเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต5 คน 5 คน


๓๑การใช้งบประมาณระยเวลาดำเนินการรายงานผลการดำเนินงาน/ความคืบหน้าหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน(ชี้แจงเหตุผล / ปัญหาอุปสรรค)และการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย จำนวน 3,100 บาทโครงการที่ 2โครงการคุ้มครองสิทธิแรงงานประมงทะเลจำนววน16,000 บาท6 เดือน บรรลุเป้าหมายร้อยละ 100-โครงการที่ 1 โครงการป้องกันและแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานและการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายจำนวน 3,100 บาท6 เดือน บรรลุเป้าหมายร้อยละ 100-


ที่ โครงการ/กิจกรรม หน่วยงานรับผิดชอบ ผลผลิต ผลลัพธ์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์14 โครงการโรงเรียนยุติธรรมอุปถัมป์สำนักงานยุติธรรมจังหวัดภูเก็ตเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา จำนวน 1,460 คนเด็กและเยาวชนในจังหวัดภูเก็ต มีความรู้ความเข้าใจ ลดการตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์


๓๒การใช้งบประมาณระยเวลาดำเนินการรายงานผลการดำเนินงาน/ความคืบหน้าหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน(ชี้แจงเหตุผล / ปัญหาอุปสรรค)อ281,215 บาทระหว่างวันที่ 13 ธ.ค. 67 –29 ม.ค. 681) เด็กนักเรียนเข้าร่วมโครงการจำนวนมากกว่าเป้าหมายที่กำหนด และมีความสนใจในกิจกรรมของสำนักงานยุติธรรมจังหวัดภูเก็ต ซึ่งผู้จัดโครงการมีการแจกสื่อประชาสัมพันธ์งานบริการกระทรวงยุติธรรมในรูปแบบแผ่นพับ รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องเขียนซึ่งเป็นของรางวัลในการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้เข้าร่วมโครงการ2) เนื้อหาที่ใช้ในให้ความรู้แก่นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีหัวข้อดังนี้ 2.1 ภัยสังคมและวิธีการป้องกันอันตรายต่างๆ “รู้เท่าทันป้องกันตนเอง จากภัยสังคม ปฎิบัติตัวอย่างไรไม่ให้ถูกดำเนินคดีอาญา และสถานพินิจกับวัยรุ่น” 2.2 สร้างจิตสำนึกและวินัยในตนเอง 2.3 โทษของยาเสพติด หัวข้อ “สร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดและแนวทางป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา”และ“บุหรี่ไฟฟ้า-


ที่ โครงการ/กิจกรรม หน่วยงานรับผิดชอบ ผลผลิต ผลลัพธ์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์14 โครงการโรงเรียนยุติธรรมอุปถัมป์(ต่อ)


๓๓การใช้งบประมาณระยเวลาดำเนินการรายงานผลการดำเนินงาน/ความคืบหน้าหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน(ชี้แจงเหตุผล / ปัญหาอุปสรรค)อันตรายและแนวทางป้องกันในสถานศึกษา” 2.4 การทุจริตคอร์รัปชั่นกิจกรรมกลุ่ม Work Shop สะท้อนปัญหาการทุจริต2.5 กิจกรรมระดมความคิดเห็นเพื่อป้องกันยาเสพติด ทั้งนี้ หมุนเวียนเด็กนักเรียนเป็นฐานการอบรมให้ความรู้ตามหัวข้อดังกล่าวครบตามจำนวนผู้เข้าอบรมในแต่ละโรงเรียน โดยผลจากการสังเกตการณ์ พบว่า เด็กนักเรียนให้ความสนใจและมีส่วนร่วมกับวิทยากรในการดำเนินกิจกรรมเป็นอย่างมาก และสามารถกำหนดจุดพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมของปัญหาการเสพบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษาและชุมชน3) กิจกรรมแต่ละฐานมีการยกตัวอย่างสถานการณ์ปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ เพื่อปลูกฝังแนวทางการหลีกเลี่ยงและหนีออกจากปัญหาต่าง ๆ ที่ถูกต้องและยั่งยืน นอกจากนี้มีการให้นักเรียน


ที่ โครงการ/กิจกรรม หน่วยงานรับผิดชอบ ผลผลิต ผลลัพธ์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์14 โครงการโรงเรียนยุติธรรมอุปถัมป์(ต่อ)15 การประชุมคณะอนุกรรมการ ศปคม. จังหวัดสนง.พมจ.ภูเก็ต จัดประชุมคณะอนุกรรมการศปคม. จังหวัด จำนวน 2 ครั้ง1. มีการพัฒนากลไกเชิงนโยบายและการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม2. มีการบูรณาการและแก้ไขปัญหาร่วมกันในพื้นที่3. มีการพิจารณาโครงการจะขอรับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปราม4. มีการพิจารณาองค์กรที่ขอจดทะเบียน เป็นองค์กร


๓๔การใช้งบประมาณระยเวลาดำเนินการรายงานผลการดำเนินงาน/ความคืบหน้าหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน(ชี้แจงเหตุผล / ปัญหาอุปสรรค)ร่วมเล่นเกมส์ตอบปัญหาโทษของยาเสพติด เพื่อเป็นการทดสอบความรู้ที่ได้รับจากการอบรม และเป็นการเน้นย้ำและฝังรากลึกในการไม่เข้าไปยุ่งต่อภัยปัญหาอาชญากรรมรอบตัว รวมทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสังคมรน44,750 บาท ต.ค. 67 – ก.ย. 68-ดำเนินการจัดประชุมคณะอนุกรรมการ ศปคม. จังหวัด จำนวน 2 ครั้งตามแผน-


Click to View FlipBook Version