โคลงนิราศหริภุญชัย
หนังสื ออิเล็กทรอนิกส์ (E-book)
เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประกอบการศึ กษา
วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น
โคลงหริภุญชัย เลขที่ ๑๐
จัดทำโดย
๑. นายกฤติพัฒน์ พันธุ์เพ็ง
๒. นางสาวศิ รภัสสร ฐานมั่น เลขที่ ๑๔
๓. นางสาวธัญภัทร ศรีสนาย เลขที่ ๑๕
๔. นางสาวชนิดาภา จรสาย เลขที่ ๑๙
๕. นางสาวพิชญา ศรีประนม เลขที่ ๒๐
ชั้ นมัธยมศึ กษาปีที่๔/๗
เสนอ
คุณครูกรรณิการ์ พลพวก
โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช
คำนำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ภาษาไทย
(ท31102) เพื่อให้ได้ศึ กษาความรู้ในเรื่องราวของโคลงนิราศหริภุญชัย โดยได้ศึ กษาผ่านแหล่งความรู้
ต่างๆ อาทิเช่น ตำรา หนังสือ วารสาร ห้องสมุด และแหล่งความรู้จากเว็บไซต์ต่างๆ โดยหนังสือ
อิเล็กทรอนิกส์ เล่มนี้ ต้องมีเนื้ อหาเกี่ ยวกับโคลงนิราศหริภุญชั ย
คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่ งว่าการจัดทำหนังสื ออิเล็กทรอนิกส์ เล่มนี้ จะมีข้อมูลที่ เป็นประโยชน์ต่อ
ผู้ที่สนใจศึ กษาโคลงนิราศหริภุญชัยเป็นอย่างดี ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใดคณะผู้จัดทำ
ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
คณะผู้จัดทำ
ก
สารบัญ หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
ประวัติความเป็นมา 1
ประวัติของผู้แต่ง 2
ลักษณะคำประพันธ์ของนิราศหริภุญชัย 3
เนื้ อเรื่องย่อของนิราศหริภุญชัย 4
คุณค่าของนิราศหริภุญชัย 5
บรรณานุกรม 6
ข
ประวัติและความเป็นมา
โคลงนิราศหริภุญชัย เป็นกวีเก่าที่มีประมาณ 720 บรรทัด เดิมแต่ง
เป็นภาษาไทยถิ่นเหนือ โดยคำว่า นิราศ มาจากคำศัพท์ภาษาสันสกฤต
แปลว่า “ไม่มี” เป็นแนวการแต่งกวีที่มีการเดินทางไกลและแยกจากผู้เป็น
ที่รัก หริภุญชัยเป็นอาณาจักรโบราณที่มีศูนย์กลางที่จังหวัดลำพูน โดย
พญามังรายทรงผนวกเข้ากับอาณาจักรล้านนาในช่วงปลายคริสต์
ศตวรรษที่ 13 กวีนี้ กล่าวถึงการเดินทางจากเชียงใหม่ไปยังลำพูนเพื่อสัก
การะพระบรมสารีริกธาตุที่ วัดพระธาตุหริภุญชัยโดยไปเยี่ ยมชมวัดและ
ข้างทางประมาณ 20 แห่ง ในระหว่างการเดินทาง ผู้แต่งรู้สึกคร่ำครวญ
ถึงการแยกจากนางศรีทิพ ผู้เป็นที่รักของเขา การเดินทางใช้เวลาสองถึง
สามวัน กวีนี้ จบลงที่เทศกาลพระบรมสารีริกธาตุที่ราชินีกับพระราชโอรส
เสด็จมาด้วย เนื้อเรื่องเดิมสืบไปได้ถึง ค.ศ. 1517-1518 บทกวีได้รับการ
ชื่นชมเพียงเล็กน้อยจนกระทั่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากความยากของภาษา
เก่า
1
ประวัติของผู้แต่ง
บทเปิดกวีให้ปีหนไทว่า “ปีเมิงเป้า” ซึ่ งอาจเป็นไปได้ทั้งเดือนสิงหาคม พ.ศ.
2000, 2060, 2120, 2180 เป็นต้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรม
พระยาดำรงราชานุภาพ คาดการณ์ว่าอยู่ใน พ.ศ. 2180 ในรัชสมัยสมเด็จ
พระเจ้าปราสาททองหรือก่อนหน้านั้ น
ประเสริฐ ณ นคร กล่าวว่ากวีนี้ เขียนใน พ.ศ. 2060-2061 โดยในกวีกล่าว
ถึงพระแก้วมรกต ซึ่ งประดิษฐานอยู่ที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่
ซึ่ งเป็นจริงเฉพาะในช่วง พ.ศ. 2011 ถึง 2091 และพระพุทธสิหิงค์ประทับที่วัด
พระสิงห์วรมหาวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่ งเป็นจริงเฉพาะใน พ.ศ. 1950 ถึง
2091 ดังนั้น ช่วงปีที่ตรงกับปีนักษัตรนี้ คือ พ.ศ. 2060/2061 แต่มีนัก
วิชาการบางส่ วนตั้ งข้อสงสั ยถึงวันที่ เริ่มเขียน
เมื่อดูคำศัพท์ในกวี จึงเป็นที่กระจ่างว่าผู้แต่งกับผู้เป็นที่รักเป็นเชื้อพระวงศ์
เช่น เขากล่าวถึงของถวายของตนว่า ราชกุศล และกล่าวถึงผู้เป็นที่รักว่า
อัคคชา วินัย พงศ์ศรีเพียรเสนอว่าผู้แต่งคือพระเมืองแก้ว (ครองราชย์ พ.ศ.
2038–2068) กษัตริย์ล้านนา
ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2060 และศรีทิพดำรงตำแหน่งเป็นพระมเหสี ใน
ขณะที่อรุณรัตน์ วิเชียรเขียวเสนอว่าผู้แต่งคือศิริยวาปีมหาอำมาตย์ ขุนนางชั้น
มหาอำมาตย์จากลำปาง และศรีทิพคือภรรยาของเขา ส่วนโป่งน้อยคือพระราช
มารดาของพระเมืองแก้ว
2
ลักษณะคำประพันธ์ของนิราศหริภุญชัย
เดิมแต่งเป็นโคลงไทยเหนือ ต่อมามีผู้ถอดเป็นโคลงสี่ สุภาพ
แผนผังโคลงสี่ สุภาพ
โคลงสี่ สุภาพ เป็นโคลงชนิดหนึ่งที่กวีนิยมแต่งมากที่สุด ด้วยเสน่ห์ของการบังคับวรรณยุกต์เอกโทที่
ลงตัว ไพเราะสวยงาม คำว่า สุภาพ หมายถึงคำที่มิได้มีรูปวรรณยุกต์
โคลงสี่ สุภาพ มีมาตั้งแต่สมัยต้นอยุธยาในมหาชาติคำหลวง โคลงนิราศหริภุญชัย โคลงมังทราตี
เชียงใหม่ และลิลิตพระลอ โคลงนิราศพระบาท กาพย์ห่อโคลงพระราชนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร
สมัยธนบุรี ได้แก่ โคลงยอพระเกียรติพระเจ้ากรุงธนบุรี และลิลิตเพชรมงกุฎ
สมัยรัตนโกสินทร์ วรรณกรรมที่ใช้โคลงสี่ สุภาพที่เด่นๆ ได้แก่ ลิลิตตะเลงพ่าย โคลงนิราศนรินทร์
โคลงนิราศสุพรรณ โคลงโลกนิติ สามกรุง
โคลงสี่ สุภาพเป็นคำประพันธ์ที่กวีชอบแต่ง และผ่านการพัฒนามายาวนานจนมีฉันทลักษณ์ที่ลงตัว และ
เป็นแบบฉบับดังที่ ยึดถือกันในปัจจุบัน
3
เนื้อเรื่องย่อของนิราศหริภุญชัย
เริ่มบทบูชาพระรัตนตรัย บอกวันเวลาที่แต่ง แล้วกล่าวถึงการที่
ต้องจากนางที่ เชียงใหม่ไปบูชาพระธาตุหริภุญชัยที่ เมืองหริภุญชัย
(ลำพูน) ก่อนออกเดินทางได้นมัสการลาพระพุทธสิหิงค์ ณ วัดพระ
สิงห์ ผ่านวัดทุงยู วัดศรีเกิด วัดผาเกียร (ชัยพระเกียรติ) วัดอูปแป้น
ขอพรพระมังราชหรือพระมังรายซึ่ งสถิต ณ ศาลเทพารักษ์ ผ่านหอ
พระแก้ว (กุฏาราม) นมัสการลาพระแก้วมรกต ณ วัดเจดีย์หลวง
ผ่านวัดช่างแต้ม วัดเจ็ดลิน วัดเสฏฐา (วัดเชษฐา) วัดฟ่อนสร้อย
วัดเชียงสง ออกประตูเชียงใหม่ ผ่านวัดศรีมหาทวาร (วัดเชียงของ)
วัดพันงอม วัดเถียงเส่า วัดกุฎีคำ (วัดธาตุคำ) วัดน่างรั้ว ออกประตูขัว
ก้อม ขึ้นขบวนเกวียน ผ่านวัดกู่คำหลวง (วัดเจดีย์เหลี่ยม)
วัดพระนอนป้านปิง (วัดพระนอนหนองผึ้ง) วัดยางหนุ่ม (วัดกอง
ทราย) หยุดพักนอนที่กาดต้นไร (ตลาดต้นไทร) 1 คืน
เมื่ อเดินทางพบสิ่ งใดหรือตำบลใดก็พรรณนาคร่ำครวญรำพันรักไป
ตลอดทางจนถึงเมืองหริภุญชัย ได้นมัสการพระธาตุหริภุญชัยสม
ความตั้งใจ บรรยายพระธาตุ งานสมโภชพระธาตุ ก่อนแวะไป
นมัสการพระที่วัดพระยืน ตอนสุดท้ายลาพระธาตุกลับเชียงใหม่
4
คุณค่าของนิราศหริภุญชัย
1. คุณค่าด้านภาษา ใช้ภาษาล้านนาโบราณ บางคำได้สูญหายไปแล้ว บางคำยังคงใช้
อยู่ ผู้สนใจสามารถนำคำศัพท์ไป ศึกษาหารากที่มาของคำในภาษาล้านนาปัจจุบัน
ได้ นอกจากนั้น ยังพบร่องรอยของภาษาอื่นที่นิยมใช้ปะปนด้วยในยุคนั้น ทั้งภาษา
บาลี สันสกฤต มอญ ลัวะ และเขมร เป็นต้น
2. คุณค่าด้านประวัติศาสตร์ เป็นการบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 500 ปีก่อน ช่วย
สะท้อนให้เห็นความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีต การคมนาคม วัฒนธรรม ประเพณี คติ
ความเชื่อ ตลอดจนสิ่งแวดล้อม
3. คุณค่าด้านวรรณกรรมท้องถิ่น สะท้อนถึงจารีตในการเขียนวรรณกรรมล้านนา
โบราณ ที่ถือเป็นแบบอย่างต่อวรรณกรรมนิราศสมัยต่อๆ มา
4. คุณค่าด้านโบราณคดี ช่วยให้สามารถตรวจสอบเรื่องราว และที่ตั้งของวัดในเมือง
เชียงใหม่สมัยโบราณ ตลอดจนสถานที่ต่างๆ ที่ปรากฏในโคลง
5. คุณค่าด้านการผังเมือง สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการน้ำในเมืองเชียงใหม่
ไว้อย่างดี เช่น หนองน้ำ คลองระบายน้ำ และคลองที่ใช้คมนาคม ถนน กำแพง
สุสาน เป็นต้น
5
บรรณานุกรม
ประเสริฐ ณ นคร .๒๕๐๑.โคลงนิราศหริภุญชัย.
กรุงเทพมหานคร:มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
โคลงหริภุญชัย.[ออนไลน์].จากhttps://sites.google.com.
[ม.ป.ป] สืบค้นวันที่ 10 ธันวาคม 2565
กิตติพงษ์ พิศมร.“โคลงสี่ สุภาพ”.[ออนไลน์].จาก
https://www.trueplookpanya.com.6 สิงหาคม 2564.
สืบค้นวันที่ 10 ธันวาคม 2565.
6