ปลาหางนกยงู
ลักษณะมาตรฐานของสายพันธปุ์ ลาหางนกยูง
ปลาหางนกยูง Poecilia reticulate (Peters, 1959) เป็นปลานำ้ จืดขนาดเลก็ มลี กั ษณะเดน่ คือ ลำตัวและครบี มีลวดลายและสีสนั
หลากหลายรูปแบบสดสวยสะดดุ ตา ครีบหางมีขนาดใหญ่มาก โดยเฉพาะในปลาเพศผู้ ซ่ึงนอกจากจะมคี รบี หางทีย่ าวเป็นพวง พลว้ิ
แผ่กว้างสวยงามขณะวา่ ยน้ำแลว้ ยังมลี กั ษณะรปู ร่างของครบี หางแตกตา่ งกันออกไปหลายรปู แบบ ปจั จุบนั ผปู้ ระกอบธรุ กิจการ
เพาะพันธปุ์ ลาหางนกยงู ไดพ้ ยายามใชห้ ลกั วิชาการทางด้านพนั ธกุ รรมดำเนนิ การคัดเลอื กพอ่ แม่พันธ์ุทม่ี ลี ักษณะเดน่ ตามความ
ตอ้ งการมาเพาะพันธุจ์ นไดป้ ลาหางนกยูงสายพนั ธุท์ แี่ ปลกใหม่และสวยงามอีกมากมายหลายสายพันธ์ุ ซง่ึ แต่ละสายพนั ธ์จุ ะเน้น
ความสำคญั ท่ี รปู แบบของครบี หาง ลักษณะลวดลายและสขี องลำตวั และ/หรือลวดลายและสขี องครบี เช่น
Blue cobra guppy หมายถึง ปลาทมี่ สี ฟี ้าและมลี วดลายบนลำตัวคลา้ ยหนังงู
Yellow tuxedo guppy หมายถึง ปลาทีม่ สี ีเหลืองและมีลำตวั สว่ นท้ายสดี ำ
Full yellow guppy หมายถงึ ปลาทมี่ สี เี หลอื งทองทัง้ ตวั
Multicolor platinum guppy หมายถงึ ปลาทมี่ ีหลายสแี ละมลี ำตวั เป็นสเี งินสะท้อนแสง
Snakeskin red tail หมายถึง ปลาทลี่ ำตวั มลี ายจดุ คลา้ ยหนังงูและครบี หางมสี แี ดง
ลักษณะมาตรฐานของสายพนั ธ์ุปลาหางนกยงู เพศผู้
ปลาหางนกยงู เพศผมู้ ลี กั ษณะ สสี ันและลวดลายสวยงามกว่าปลาเพศเมียมาก กล่าวคือจะมีครบี ยาวและแผก่ วา้ งกวา่ สี
จะเขม้ กว่า ลวดลายจะชดั เจนและเขม้ สะดุดตากวา่ ปลาเพศผู้จึงเป็นที่นิยมเลยี้ งและไดร้ บั การพฒั นาปรับปรุง เกดิ สายพันธุใ์ หมๆ่
ตลอดเวลา สายพนั ธ์ตุ า่ งๆ ของปลาหางนกยูงท่ีนยิ มเลย้ี งกันทว่ั ไปในปจั จบุ ันน้ี ได้แก่
สายพันธุโ์ มเสคหรือชลิ ี (Mosaic/Chili)
- ลำตวั จะมสี ใี ดก็ได้ แต่ตอ้ งไมม่ ลี วดลาย อาจมีความเงาแวววาว (แพลททีนั่ม) ได้
- ครีบหางมลี วดลายแบบโมเสค โดยลวดลายจะมลี กั ษณะเป็นแตม้ ใหญ่ ครีบหางอาจจะมสี แี ดง เหลือง นำ้ เงิน หรอื สใี ดกไ็ ด้
- ครบี หลังควรมลี วดลายและสที ี่สอดคล้องกับครีบหาง
รบิ บอนโมเสค (Ribbon mosaic)
แพลททนี ่มั โมเสค (Platinum mosaic) แอลบโิ นโมเสค (Albino mosaic)
สายพันธทุ์ ักซิโด้ (Tuxedo/Half black)
- ลำตวั จากบรเิ วณกง่ึ กลางลำตัวไปสดุ โคนหางมีสดี ำหรอื น้ำเงินเข้ม ลำตวั อาจจะมคี วามแวววาว (แพลททนี ่มั ) ได้ แตส่ ว่ น
ของแพลททีนัม่ ไม่ควรปนเปอ้ื นอยใู่ นชว่ งสดี ำ
- ครีบหางอาจเป็นสีพ้นื หรือมีลวดลาย
- ครีบหลังควรมสี แี ละลวดลายทส่ี อดคล้องกับครีบหาง
เยอรมนั เยลโลทักซโิ ด้ (German yellow tuxedo)
นีออนทักซโิ ด้ (Neon
ฮาฟแบล็คเยลโลเดลตา้ (Half black yellow delta)
แอลบโิ นนีออนทักซโิ ด้ (Albino neon tuxedo)
โมเสคทกั ซิโด้ (Mosaic tuxedo)
แอลบิโนทกั ซิโด้เรดเทล (Albino tuxedo red tail)
ฮาฟแบลค็ เดลตา้ (Half black delta)
สายพนั ธ์กุ ราซ (Glass/Grass)
- ลำตัวมสี กี ไ็ ด้ แตไ่ มค่ วรมีลายหรือแถบสี สที ่พี บมาก ไดแ้ ก่ สีขาวงาช้าง สีเหลอื ง สนี ำ้ เงนิ และสีแดง
- พนื้ ครีบหางมสี อี อ่ น คอ่ นขา้ งโปรง่ แสง มจี ุดหรือแตม้ ขนาดเล็ก กระจายทวั่ หางและมีขนาดของจุดหรือแตม้ สมำ่ เสมอ
กัน ในสายพนั ธบุ์ ลกู ราสไมค่ วรมีสเี หลืองแทรกทค่ี รีบหาง และครีบหางไมห่ างไม่ควรมขี อบสดี ำหรือสอี นื่ ๆ
- ครบี หลงั ควรมสี ีและลวดลายทสี่ อดคลอ้ งกบั ครีบหาง
บลูกราซ (Blue grass)
เมดดซู า่ กราซ (Medusa grass)
แอลบโิ นเรดกราซ (Albino red grass)
สายพันธุ์คอบบรา้ หรือสเนค็ สกนิ (Cobra or Snake skin)
- ลำตัวมีลายจุดคลา้ ยหนังงู ไม่ควรเปน็ ลายแถบแบบมา้ ลาย
- ครีบหางมีลาย สว่ นมากจะเป็นสีน้ำเงนิ เหลอื ง แดง หรอื อาจจะเปน็ สเี ดยี่ วกไ็ ด้
- ครบี หลงั ควรมสี แี ละลวดลายสอดคล้องกับครบี หาง ครีบหลงั อาจจะมขี นาดเลก็ กว่าครบี หลงั ของสายพันธุ์อ่ืนๆ
หมายเหตุ สายพนั ธุ์กาแลคซ่ีและเมทเทิลจัดอยู่ในกลมุ่ คอบบร้าได้ แต่สายพนั ธ์เุ มดดซู า่ จะไมจ่ ดั อยู่ในกลมุ่ คอบครา้
คงิ คอบบร้า (King cobra)
เลซคอบบรา้ (Lace cobra)
โมเสคคอบบรา้ (Mosaic cobra)
สเนค็ สกนิ (Snake skin)
แวรเิ กทดิ สเน็คสกิน (Variegated snake skin)
โมเสคคอบบรา้ (Mosaic cobra)
บลูโมเสคคอบบรา้ (Blue mosaic cobra)
แอลบโิ นเรดคอบบรา้ (Albino red cobra)
สายพนั ธุร์ บิ บอน (Ribbon)
- ครีบทุกครบี ยาวและควรมีขนาดยาวใกลเ้ คียงกัน
- ครบี หางควรยาวกว่าลำตัว
- ลกั ษณะอ่ืนๆ ต้องมลี กั ษณะถกู ตอ้ งตามสายพันธ์นุ ้นั ๆ
หมายเหตุ ในการสง่ ปลาเขา้ ประกวดควรมีตัวผแู้ ละตวั เมยี รบิ บอนอย่างล่ะ 1 ตัว (การใหค้ ะแนนตวั ผู้ 90 คะแนน และตัวเมีย 10
คะแนน)
ริบบอนทกั ซโิ ด้ (Ribbon tuxedo)
เลซคอบบร้ารบิ บอน (Lace cobra ribbon)
ริบบอนกราซ (Ribbon grass)
แพลททนี ่ัมเยลโลร่ บิ บอน (Platinum yellow ribbon)
สายพนั ธุ์สวอลโล (Swallow)
- ครบี ทกุ ครบี ต้องมลี ักษณะคล้ายคลึงกนั และครบี ทุกครบี มีการแตกแขนงไดส้ ัดส่วน
- ลักษณะอน่ื ๆ ตอ้ งมลี กั ษณะถูกตอ้ งตามสายพันธุ์นั้นๆ
แอลบโิ นสวอลโล (Albino swallow)
คอบบร้าสวอลโล (Cobra swallow)
แอลบโิ นเยลโลสวอลโล (Albino yellow swallow)
สายพนั ธ์แุ อลบโิ น่ (Albino)
- ตามสี แี ดง หรือชมพู หรือม่วง
- สลี ำตัว ครบี หลงั และครีบหางต้องมลี กั ษณะถกู ตอ้ งตามสายพนั ธ์นุ ้นั ๆ
แอลบิโนโกลดเ์ ดลต้า (Albino gold delta)
แอลบโิ นเรดคอบบรา้ (Albino red cobra)
แอลบโิ น โมเสค (Albino mosaic)
เมดดซู า่ (Medusa)
ลกั ษณะทด่ี ีของปลาหางนกยงู
1. ลำตวั
1.1 ลำตวั ควรมขี นาดใหญ่
1.2 ลำตวั และครบี ควรจะมีสเี ข้มโดยสีและลวดลายของลำตวั ควรจะมคี วามคลา้ ยคลึงกบั สแี ละลวดลายของครบี หางและครีบหลงั
1.3 รปู รา่ งทีไ่ ดม้ าตรฐานจะต้องมลี ำตัวกลม อกไม่กว้างเกนิ ไป และมคี อดหางท่ีไดส้ ัดสว่ นกบั ลำตัว ช่วงหวั ถึงลำตัวโคง้ ได้รูป
1.4 สภาพของตัวปลาสมบรู ณ์ เกลด็ จะตอ้ งไมห่ ลดุ ร่วง ตาใสไมข่ นุ่ แผน่ ปิดเหงอื กสมบรู ณป์ ดิ สนิท ไมเ่ ผยหรืออ้า
2. ครบี หลัง
2.1 ครีบหลงั ควรมีขนาดทไี่ ด้มาตรฐาน กลา่ วคอื ควรมีความสูงและความยาวของครบี ในอัตราส่วน 1:3 และความยาวของครีบหลัง
ควรจะแผย่ าวเลยคอดหาง
2.2 สีของครบี หลงั จะตอ้ งมสี ีคลา้ ยคลงึ กบั ครบี หาง และมีการกระจายของสีใกลเ้ คียงกนั
2.3 ครีบหลงั จะตอ้ ไมม่ ว้ นพับ
2.4 ครีบหลังมสี ภาพสมบูรณ์ ปลายก้านครบี ยาวเสมอกัน ไมฉ่ กี ขาด
3. ครบี หาง
3.1 ครีบหางควรมีขนาดใหญ่ และไดส้ ดั สว่ นกับความยาวของลำตวั ปลา (มีความยาว 2ใน 3 ของลำตัว)
3.2 ครบี หางควรมสี ีเข้ม มลี วดลายชัดเจนและมีการกระจายของสสี ม่ำเสมอ
3.3 ก้านครบี หางจะตอ้ งอยู่ในแนวเดยี วกันจากโคนหางถงึ ปลาหางผนังกา้ นครีบหางจะตอ้ งไมแ่ ตก
3.4 สภาพของครีบหางจะตอ้ งสมบรู ณ์ ไม่ฉีกขาดหรอื เปน็ รู
4. ลักษณะการวา่ ยนำ้ แขง็ แรง ปราดเปรยี ว
5. มีความสมส่วนของลำตัวและครีบหาง
6. มีความคลา้ ยคลงึ ของสีและลวดลายของลำตัว ครีบหลงั และครีบหาง
ลักษณะและรปู แบบของครบี หางปลาหางนกยูง
ลักษณะท่สี ะดดุ ตาของปลาหางนกยูงนอกจากสสี ันและลวดลายบริเวณลำตัวและบริเวณหางแล้ว ลักษณะและรูปแบบ
ของครบี หางกน็ บั ว่ามคี วามนา่ สนใจไมแ่ พก้ ัน เนอ่ื งจากครีบหางของปลาหางนกยงู มขี นาดใหญย่ าวและมีหลากหลายรูปแบบดงั ท่ีได้
กล่าวแลว้ ขา้ งต้น รปู แบบด้งั เดมิ ของหางปลาหางนกยงู จากแหลง่ น้ำธรรมชาตจิ ะมลี กั ษณะกลมและขนาดไม่ใหญน่ ักสว่ นรูปแบบ
ของหางปลาหางนกยูงที่ไดม้ กี ารพฒั นาจากการเพาะเลย้ี งมหี ลากรปู แบบซ่ึงสามารถแบง่ ได้ ดงั นี้
1. สเปค เทล (Spade tail) เป็นรปู แบบหางทีม่ ลี ักษณะคลา้ ยเสียมหรอื จอบซง่ึ แบง่ เปน็ 3 แบบ
ครบี หางคอ่ นขา้ งกลม (Round spade) ครีบหางจะมลี ักษณะคอ่ นข้างกลม ปลายมนและสั้น ครบี หลงั อาจจะแหลมหรือกลม
ครบี หางพกู่ นั (Pointet spade) ครบี หางจะมีรูปร่างค่อนขา้ งกลม แตก่ ้านครบี บริเวณตรงกลางยนื่ ยาวออกมา ตรงจดุ กง่ึ กลางของ
ปลายครบี หางมลี ักษณะแหลมคลา้ ยปลายพกู่ ัน
ครีบหางรปู หอก (Spear spade) รปู แบบครีบหางทม่ี ลี กั ษณะคลา้ ยหอก หรือคล้ายฉมวก (ปลายแหลม) ซึง่ จะมลี ักษณะคล้าย
ครบี หางพู่กนั แต่จะกลา้ งกวา่ เลก็ นอ้ ย ครบี หลงั จะแผ่ย่นื ยาวโดยมขี นาดความยาว 1 ใน 3 ของความยาวครีบหาง
2. หางดาบ (Sword tail)
หางดาบธรรมดาหรอื หางดาบคู่ (Double sword tail) กา้ นครบี หางท้งั บนและล่างจะย่ืนออกมาคล้ายดาบ
ครบี หางดาบบน (Top sword tail) ครีบหางจะเป็นรูปไข่ และครบี หางจะยนื่ ยาวเฉพาะดา้ นบน
ครบี หางด้านลา่ ง (Bottom sword tail) ครีบหางเปน็ รปู ไขเ่ หมอื นกับหางดาบบน (Top sword) ก้านครบี ของครบี หางดา้ นลา่ งจะย่นื
ยาวคลา้ ยดาบ ครีบหลงั ยืน่ ยาวเลยครบี หางประมาณ 1 ใน 3 ของครบี หาง
ครบี หางไลรเทล (Lyre tail) มลี ักษณะคล้ายพณิ โบราณเน่อื งจากตรงกงึ่ กลางปลายครีบหางจะเวา้ เขา้ ไปจงึ จดั อยูใ่ นพวกหางดาบ
และจะมคี วามยาวเป็นเศษ 4 ส่วน 5 ของความยาวลำตวั ครีบหลังยาวเศษ 1 สว่ น 3 ของความยาวครบี หาง
ครบี หาง วเี ทล (V-tail) เปน็ ครบี หางทม่ี ีลักษณะคลา้ ยตวั วี (V) แต่ขอบดา้ นบนด้านล่างของครีบหางมลี ักษณะโค้ง ครบี หางแบบ
นีม้ หี ลายรปู แบบแตจ่ ะส้นั จึงทำให้ไมน่ ิยมเพาะเลย้ี งงปลาหางนกยงู ท่มี ีลกั ษณะหางแบบนม้ี ากนกั
3. หางไวดเ์ ทล (Wide tail)
รูปแบบหางชนดิ น้จี ะมลี ักษณะกวา้ งและยาวใหญ่ ซ่ึงเป็นรปู แบบหางกำลังนิยมในปัจจุบนั ลักษณะหางแบบน้ียงั แบ่งออกไดเ้ ปน็
หลายรูปแบบ เช่น
3.1 ครบี หางรปู สามเหล่ียม (Delta tail หรอื Triangle tail) มลี ักษณะคล้ายรูปสามเหล่ยี มโดยขอบครีบหางดา้ นบนและล่างจะเป็น
เส้นตรงทำมมุ 70 องศา ความยาวของครีบหางอยา่ งนอ้ ยต้องมีความยาวเท่ากับคร่ึงหนงึ่ ของความยาวลำตวั และมมุ ปลายหางจะไม่
โค้งมน ครบี หลงั กว้างและปลายครบี หลังมีความยาวถึงคอดหาง ครบี หลังต้งั ตรงหรอื แผก่ วา้ ง
3.2 ครีบหางริบบอน (Ribbon tail) ครบี หางมีลักษณะยาวมาก แตข่ นาดจะไม่กวา้ งนัก
3.3 ครีบหางรูปพัด (Fan tail) มมุ ปลายครบี หางดา้ นบนและลา่ งโคง้ มนไม่ตดั ตรงเหมอื นหางรปู สามเหลยี่ ม (Delta tail) ครบี หางรูปพดั
(Fan tail) แบง่ เป็นสองแบบ คือ American fan tail และ European fan tail ครีบหางจะสั้นกวา่ ความยาวลำตวั นอกจากนนั้ จะตา่ งกันที่
ครบี หลังด้วย American fan tail ครบี หลงั จะยาวถึงกลางครีบหาง แต่ European fan tail ปลายครีบหลงั จะยาวถงึ คอดหาง
การเพาะพนั ธปุ์ ลาหางนกยงู
การเลีย้ งพอ่ แมพ่ นั ธ์ุ
ปลาหางนกยงู มวี ัยเจรญิ พันธ์ุเม่อื มอี ายุเพียง 3 เดอื น ดงั นัน้ เมือ่ ลกู ปลาโตพอทจ่ี ะแยกเพศได้ (อายุ 1-1.5 เดือน ) ควรเลยี้ งแยกเพศ
ไวเ้ พือ่ ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้ปลาผสมพนั ธุก์ นั เอง การเลยี้ งปลาหางนกยูงเพ่อื เปน็ พ่อแม่พนั ธคุ์ วรเลี้ยงบริเวณท่ีมแี สงแดดส่องถงึ ในตอนช่วง
เชา้ หรอื เย็น ถ้าเลยี้ งกลางแจง้ ควรใชต้ าขา่ ยบังแสงส่องผ่าน 25-40% ภาชนะทีใ่ ช้เลยี้ งใช้ได้ทั้งอ่างซีเมนตห์ รือตู้กระจก ควรมี
อปุ กรณเ์ พ่มิ ออกซเิ จนในน้ำตลอดเวลา นำ้ ท่ีใช้เลย้ี งควรเปน็ น้ำทสี่ ะอาดปราศจากคลอรีน มีความเปน็ กรดเป็นด่าง (pH) ทเ่ี หมาะสม
ประมาณ 6.8 ควรมอี ุปกรณ์เพิ่มออกซเิ จนในนำ้ ตลอดเวลา และมีอณุ หภมู นิ ้ำ 25-29 องศาเซลเซียส
อาหารท่ใี ช้เลย้ี งพ่อแมพ่ นั ธ์ไุ ดแ้ ก่ สัตว์นำ้ ขนาดเลก็ เช่น ลกู นำ้ ไรแดง ไรสนี ำ้ ตาล หรอื หนอนแดง หรืออาจจะเลย้ี งด้วย
อาหารสำเร็จรปู ทีม่ ปี รมิ าณโปรตีนไมต่ ่ำกว่า 40 % อาหารสดกอ่ นใหท้ กุ ครงั้ ควรฆา่ เชอื้ โรคทต่ี ดิ มากบั อาหารโดยการแชใ่ นด่าง
ทบั ทิมเข้มข้น 0.5-1.0 กรัมตอ่ นำ้ 1 ลติ ร ประมาณ 10-20 วนิ าที ปริมาณอาหารสดควรใหว้ ันละ 10% ของน้ำหนักตัวหรอื ให้กินแต่พอ
อ่มิ สว่ นอาหารแห้งให้วนั ละ 2-4 % ของนำ้ หนักตัวปลา โดยใหว้ ันละ 2 คร้งั ในตอนเช้าและเย็น การถา่ ยเทน้ำควรทำทุก
วัน โดยดดู น้ำในตู้ออกวนั ละประมาณ 1 ใน 4 ของปรมิ าณนำ้ ในตู้ แลว้ เตมิ น้ำให้เทา่ ระดับเดมิ
การคัดเลอื กพอ่ แม่พันธ์ุ
การคัดเลือกปลาเพศผแู้ ละเพศเมียเพ่อื ทำการผสม ควรเลอื กปลาท่มี ีอายุ 3 เดือนข้นึ ไป มีลักษณะลำตวั มขี นาดใหญ่ หนาสม
ส่วน ไม่คดงอ โคนหางใหญ่ แขง็ แรงครีบสมบูรณ์ ครบี หางใหญ่ พร้วิ หนา แขง็ แรงสมบรู ณไ์ ม่ฉีกขาด รปู ร่างไดส้ ดั ส่วน แข็งแรง ว่าย
นำ้ ปราดเปรยี ว มสี ีและลวดลายสวยงาม เพศผู้จะมลี กั ษณะต่างจากเพศเมียตรงทอี่ วัยวะในการสบื พนั ธุ์เรียกว่า gonopodium ซึ่ง
ดัดแปลงมาจากครีบกน้ ปลาเพศผแู้ ละเพศเมยี ควรมีลักษณะสีและลวดลายทเี่ หมือนกันหรอื คลา้ ยกนั มากทส่ี ดุ เพอื่ ใหไ้ ดล้ กู ปลาท่ี
ลักษณะไมแ่ ปรปรวนมากในการผสมพนั ธุ์ หากจำเป็นต้องเก็บลกู ปลาทเ่ี พาะไว้เป็นพอ่ แมพ่ ันธุ์ในครัง้ ตอ่ ไป ควรหาพอ่ แมป่ ลาจาก
แหลง่ อนื่ มาผสมบ้าง เพือ่ ป้องกันการผสมเลือดชิด (Inbreeding) ซ่งึ เปน็ สาเหตุใหล้ กู ปลารุน่ ต่อๆ ไป มคี วามออ่ นแอและมีอตั ราการ
รอดต่ำ
การผสมพนั ธุ์
คดั เลอื กปลาเพศผแู้ ละเพศเมียตามลักษณะทีก่ ล่าวไว้ขา้ งต้นแล้วใสเ่ ล้ียงรวมกันในภาชนะทเี่ ตรยี มไวส้ ำหรับเพาะพันธ์ุ ซึ่ง
จะเป็นอ่างซีเมนต์หรือตู้กระจกก็ได้ ในอตั ราส่วนปลาเพศผู้ 2 ตวั ตอ่ ปลาเพศเมยี 5 ตวั โดยปล่อยในอตั ราส่วนเพศผู้ 10 ตัว ต่อ
ปลาเพศเมยี 25ตัวตอ่ พนื้ ท่ี 1 ตารางเมตร เมื่อปลาจะผสมพนั ธุก์ นั ปลาเพศผจู้ ะวา่ ยไปใกลป้ ลาเพศเมยี และจะปล่อยน้ำเชอ้ื ผา่ น
ทางอวัยวะชว่ ยในการสืบพันธุไ์ ปเกบ็ ไว้ในท่อนำไข่ของปลาเพศเมยี (นำ้ เชื้อของปลาเพศผ้สู ามารถเกบ็ ไว้ในทอ่ นำไขไ่ ด้นานถึง 8
เดือน) จากนนั้ ปลาเพศเมียจะใชเ้ วลาฟักในท้องนานประมาณ 22 - 30 วนั จึงจะฟกั ออกเป็นตัว เม่อื ลูกปลาออกจากท้องแม่หมด
ควรนำลกู ปลาออก เพ่ือป้องกนั ไมใ่ ห้แมป่ ลากนิ ลกู ปลาทเี่ กดิ มาใหม่ จำนวนลกู ปลาแตล่ ะครอกอาจมมี ากถึง 200 ตัว ท้งั นี้ขึน้ อยกู่ ับ
ขนาดของแม่ปลา แตโ่ ดยเฉลย่ี จะมีประมาณ 40-50 ตวั ในการเพาะพันธป์ุ ลาหางนกยูงเพ่อื การคา้ อาจปลอ่ ยพ่อแม่ปลาให้ผสมพันธ์ุ
ในบ่อซเี มนตข์ นาดใหญ่ แล้วคอยตกั ลกู ปลาออกทกุ ๆ วนั หรอื อาจจะปล่อยพ่อแมป่ ลาผสมพนั ธุใ์ นกระชัง หรอื ตระแกรงท่ีมขี นาด
ช่องตาทีล่ ูกปลาสามารถลอดออกมาไดโ้ ดยแขวนกระชังหรอื ตะแกรงดงั กล่าวไวใ้ นบ่อซีเมนต์ เมอ่ื ลูกปลาวา่ ยออกจาก
กระชัง สามารถแยกออกไปปล่อยในบอ่ อนบุ าลได้
การอนบุ าลลกู ปลา
ลูกปลาทเ่ี กดิ ใหมใ่ นระยะแรกให้ไรแดงหรอื ไรสนี ้ำตาลทฟี่ ักออกใหมๆ่ เปน็ อาหาร โดยให้ในปรมิ าณทลี่ กู ปลากนิ อ่ิม
พอดี วนั ละ 2 ครัง้ ในตอนเชา้ - เย็น ประมาณ 2 สปั ดาห์ จงึ เปล่ียนอาหารให้ลกู นำ้ แทนหรืออาหารสำเรจ็ รูป ควรเปลยี่ น
ถา่ ยนำ้ ประมาณ ? ของตทู้ ุกวนั และเมอื่ ลกู ปลาอายุประมาณ 1 – 1 ? เดือน ควรจะเลี้ยงแยกเพศ เพอ่ื ปอ้ งกันไม่ใหผ้ สมพันธก์ุ ันเอง
ทม่ี า:สถาบันวจิ ยั สตั วน์ ำ้ สวยงามและพรรณไมน้ ำ้ (March, 2010)
โรคท่พี บในปลาหางนกยงู และวธิ รี กั ษา
1. โรคจุดขาว (White spot disease) เกดิ จากสัตวเ์ ซลลเ์ ดียว ช่ือ lchthyophthirus multifilis หรือช่อื ยอ่ ว่า lch (อ๊ิค)อิค๊ เข้าเกาะตวั
ปลาและฝังตวั ทผ่ี นงั ชน้ั นอกของปลา สรา้ งความระคายเคอื งปลาจะสรา้ งเซลลผ์ วิ หนังหมุ้ อคิ๊ ทำให้เหน็ เป็นจดุ สขี าว ยังไม่มวี ธิ กี าร
กำจัดอิค๊ ทฝี่ ังอยใู่ ตผ้ วิ หนัง แตว่ ิธกี ารท่ีไดผ้ ล คือ การทำลายตัวอ่อนในนำ้ สารเคมที ใ่ี ชไ้ ดผ้ ลดี คือ ฟอรม์ าลิน 25 - 30 ซีซี ตอ่ น้ำ
1,000 ลติ ร ผสมกบั มาลาไคท้ ก์ รนี 0.1 กรัม ตอ่ น้ำ 1,000 ลติ ร แชท่ ้งิ ไวต้ ลอด และควรจะแช่น้ำซำ้ อกี 3 - 4 ครงั้ หา่ งกันครงั้ ละ 7 วัน
จะใหผ้ ลดมี าก โดยเฉพาะเม่ือน้ำมอี ณุ หภูมิประมาณ28- 30 องศาเซลเซียส
2. โรคทเ่ี กดิ จากปลิงใส เกิดจากปรสิตตวั แบน 2 ชนิด คอื Gyrodactylus และ Dactylogyrus มกั พบตามบรเิ วณเหงอื กและ
ผิวหนงั การรกั ษาใช้ฟอร์มาลินเขม้ ขน้ 40 ซีซี ต่อนำ้ 1,000 ลติ ร หรือดิพเทอรเ์ รก็ ซเ์ ข้มขน้ 0.25-0.5 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ทิง้ ไว้
ตลอดไป
3. โรคท่เี กดิ จากหนอนสมอ (Lerneae sp.) หนอนสมอมลี ำตัวเปน็ รูปทรงกระบอก ส่วนหวั คล้ายสมอทำหน้าที่ยดึ เกาะกับตัว
ปลา การรกั ษาใช้ดพิ เทอร์เรกซเ์ ขม้ ขน้ 0.25-0.50 กรมั ตอ่ น้ำ 1,000 ลิตร แช่ท้งิ ไวต้ ลอด แลว้ แชซ่ ำ้ 3-4 คร้ัง แต่ละครั้งหา่ งกนั 7 วนั
4. โรคท่เี กดิ จากแบคทีเรยี เกิดจากพวกแบคทเี รียสกลุ Aeromonas และ seudomonas อาการทพี่ บ คอื ครบี และหางกร่อน
ท้องบวมน้ำ เกล็ดพอง รกั ษาโดยใช้ยาปฏชิ วี นะ เชน่ ไนโตรฟรู าโซน 1 -2 กรัมต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ปลานาน 2 -3 วนั ออกซเี ตตรา้
ไซคลนิ หรือเตตรา้ ซัยคลนิ ผสมลงในน้ำในภาชนะที่เลย้ี งในอตั รา 10 - 20 มิลลิกรมั ต่อน้ำ 1 ลติ ร หรือจะใชเ้ กลือแกง 0.5-1% กไ็ ด้
ทม่ี า: การเพาะเลย้ี งปลาหางนกยูง. สถาบันวจิ ัยสัตว์นำ้ สวยงามและสถานแสดงพันธุส์ ตั วน์ ำ้ . (March, 2010