การเรียงคำในภาษาไทยมีความสำคัญ ถ7าตำแหน;งของคำเปลี่ยน ความหมายก็จะเปลี่ยนไป เช;น ๑.๑.๑ ภาษาไทยเป,นภาษาเรียงคำ
๑.๑.๒ ภาษาไทยเป,นภาษาวรรณยุกต9 คำในภาษาไทยจะมีเสียงสูง–ต่ำต;างกัน ซึ่งเรียกว;าเสียงวรรณยุกตK และระดับเสียงที่ต;างกันนี้ ทำให7ความหมายของคำต;างกันด7วย เช;น
ภาษาไทยเปOนภาษาที่มีลักษณะพิเศษ คือ มีคำที่บอกลักษณะของคำนามข7างหน7าโดยปกติ ลักษณนามจะใช7ตามหลังจำนวนนับ เช;น ๑.๑.๓ ภาษาไทยเป,นภาษาที่มีลักษณนาม ๑.๑.๔ ภาษาไทยเป,นภาษาที่มีระดับ ถ7อยคำในภาษาไทยมีหลายระดับ ในการติดต;อสื่อสารจำเปOนต7องเลือกใช7ให7เหมาะแก;กาลเทศะ บุคคลและโอกาสเพื่อให7การสื่อสารสัมฤทธิ์ผล
ภาษาแบ;งเปOนประเภทใหญ; ๆ ได7 ๒ ประเภท ได7แก; วัจนภาษา อวัจนภาษา ๑.๒.๑ วัจนภาษา การใช7วัจนภาษาอย;างมีประสิทธิภาพมีข7อควรระวัง ดังนี้ ๑. ออกเสียง ร, ล ควบกล้ำชัดเจน มิเช;นนั้นจะทำให7ผู7รับสารเข7าใจผิดได7 เช;น
๒. เว7นวรรคถ7อยคำได7ถูกต7อง หากจังหวะการเน7นเสียงผิด อาจทำให7ผู7รับสารเข7าใจผิดได7 เช;น “ห7ามครูพละใส;กางเกง ในเวลาสอน” ๓. ใช7คำสุภาพ ไม;ใช7คำขยะ คำซ้ำต;าง ๆ เช;น เอ7อ อ7านะฮะ พอดี…แบบว;าแบบว;า... มันเปOน อะไรที่... ฯลฯ ๔. มีความชัดเจนตรงตามความหมายที่ต7องการ ไม;ต7องตีความ ไม;ใช7คำกำกวม เช;น “ซื้อแสตมปe หนึ่งร7อย” (ร7อยดวงหรือจำนวนร7อยบาท ราคาดวงละเท;าไร) ๕. ไม;ใช7คำย;อ การสื่อสารด7วยการพูดต7องใช7คำเต็ม เช;น ผศ.ดร. ต7องใช7ผู7ช;วยศาสตราจารยK ดอกเตอรK ไม;ใช7 ผอ ศอ ดอ รอ ๖. ใช7ถ7อยคำสั้น ๆ กะทัดรัด ไม;ใช7คำพุ;มเฟkอย เยิ่นเย7อ เช;น “หล;อนเปOนหญิงชราอายุมาก”
๗. ใช7คำที่หลากหลาย ไม;ใช7คำซ้ำ ๆ กัน รู7จักใช7คำที่คล7ายกันหรือมีความหมายเหมือนกัน เช;น “ข7าพเจ7าชอบปลูกต7นไม7 ๘. ใช7สำนวนโวหาร สำนวนโวหารเปOนถ7อยคำที่อาจไม;ถูกต7องตามหลักไวยากรณK แต;ใช7แล7วทำให7 ข7อความสละสลวย กะทัดรัด ได7สาระ มีความหมายชัดเจนดีขึ้น เช;น “หนุ;มสาวคู;นี้เหมาะสมกันเหมือนกิ่ง ทองใบหยก” ๙. ไม;ใช7คำที่มีความหมายขัดแย7ง การใช7คำที่มีความหมายขัดแย7งกันในประโยคเดียวกันอาจทำ ให7 ผู7รับสารสับสน เช;น “ตำรวจสาดกระสุนใส;คนร7ายหนึ่งนัด” (ควรใช7ยิง) ๑๐. ใช7อารมณKขัน การใช7อารมณKขันจะมาพร7อมกับความเปOนมิตร เปpดเผย มั่นใจในตนเอง ห;วงใย ความรู7สึกของผู7อื่น
๑.๒.๒ อวัจนภาษา การใช&อวัจนภาษาที่เหมาะสมจะทำให&การสื่อสารสัมฤทธิ์ผล ซึ่งประกอบด&วย ๑. การแสดงออกทางดวงหน7า ๒. ท;ายืน ท;านั่ง และการทรงตัว ๓. การแต;งกาย ๔. การใช7มือและแขน ๕. การใช7นัยนKตา ๖. การใช7น้ำเสียง
ภาษาไทยเปOนภาษาที่มีระดับ การใช7ถ7อยคำในภาษาไทยต7องใช7ให7เหมาะสมกับบุคคลและโอกาส โดยทั่วไป ภาษาแบ;งเปOน ๓ ระดับ ได7แก; ๑.๓.๑ ภาษาเป,นทางการ ๑.๓.๒ ภาษาไมEเป,นทางการ ๑.๓.๓ ภาษากึ่งทางการ
ภาษาถนิ&เป็ นภาษาทใี&ช ้ เฉพาะท ้ องถนิ&นั6 น ๆ เช่น ภาคเหนือ แป๊ ะ หมายถึง ชนะ ลําแต้แต้ ” อร่อยจริงๆ ภาคใต้ ไปลาด หมายถึง ไปตลาด ทําไร่ ” ทําอะไร ภาคอีสาน หมากมีD หมายถึง ขนุน หมากหุ่ง, บักหุ่ง ” มะละกอ
๑.๕.๑ เครื่องหมายที่ตJองอEานออกเสียงเหมือนตัวอักษร เพื่อไมEใหJเสียความหมาย ” คือ เครื่องหมายบุพสัญญาเปOนเครื่องหมายที่ระบุให7ซ้ำคำที่อยู;ข7างบน เช;น กระเปqาราคา๑๐๐ บาท เสื้อราคา๑๕๐ ” (” อ;านว;าบาด) / คือ เครื่องหมาย “ทับ” ใช7คั่นระหว;างตัวเลข เช;น ๘๘/๑๑๘ อ;านว;าแปดสิบแปด– ทับหนึ่ง– หนึ่ง–แปด ( ) คือ เครื่องหมาย นขลิขิต หรือวงเล็บ อ;านว;าวงเล็บ ... คือ เครื่องหมาย จุดไข;ปลาอ;านว;าละ ฯลฯ คือ เครื่องหมายไปยาลใหญ; เมื่ออยู;หลังข7อความอ;านว;า ละ เมื่ออยู;กลางข7อความอ;านว;า ละ ถึง –คือ เครื่องหมายยัติภังคK เมื่ออยู;ระหว;างจำนวนหน7ากับจำนวนหลังอ;านว;าถึง เช;น วันที่ ๑–๕ (วันที่ ๑ ถึง ๕)
= คือ เครืDองหม า ยเสมอ ภ า ค อ่ า นว่ า เท่ ากับ % คือ เครืDองหม ายเปอร์เซ็นต์ อ่ า นว่ า ร้อยละ + คือ เครืDองหม า ยบวก อ่ า นว่ า บวก – คือ เครืDองหม า ยลบ อ่ า นว่ า ลบ × คือ เครืDองหม า ยคูณ อ่ านว่ า คูณ ÷ คือ เครืDองหม า ย ห า ร อ่ านว่ า ห า ร
๑.๕.๒ เครื*องหมายที*ไม่ต้องอ่านออกเสียง “.....” คือ เครืDองหมายอัญประกาศ ____คือ เครืDองหมายสัญประกาศ : คือ เครืDองหมายทวิภาค ; คือ เครืDองหมายอัฒภาค ! คือ เครืDองหมายอัศเจรีย์ ? คือ เครืDองหมายปรัศนี . คือ เครืDองหมายมหัพภาค , คือ เครืDองหมายจุลภาค