The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nipapon.sang1987, 2022-05-23 03:50:40

วิชามนุษยสัมพันธ์ในการทำงาน

บทที่1 มนุษยสัมพันธ์

วิชารหมสั นวิุษชาย3ส0มั00พ0-น1ั 6ธ05ใ์ (น3 กชมา.ร3ทนกาํ .ง) าน

ครผู สู้ อเนบอครรนโู์ ทิภราคพรรู 0แ80ส-ง7จ5นั02ท3ร9์ 5(ครปู ้ยุ )

จดุ ประสงคร์ ายวิชามนุษยสมั พนั ธใ์ นการทาํ งาน

!.เขา้ ใจความสาํ คญั และหลกั มนุษยสมั พนั ธแ์ ละ
ธรรมชาตขิ องมนุษย์
B.สามารถพฒั นาตนเองและชมุ ชนตามกระบวนการ
ทางจติ วทิ ยาและหลกั ธรรม
G.มเี จตคตแิ ละกจิ นิสยั ทดIี ใี นการพฒั นาตนและชมุ ชน

สมรรถนะรายวิชา

ใปนรกะยารกุ 1ทต.าํ ใ์แงชสา้ ดนงความรเู้ กยIี วกบั หลกั มนุษยสมั พนั ธแ์ ละการ
B. วเิ คราะหบ์ ทบาทและสถานภาพของมนุษยใ์ นสงั คม

และชมุ Gช.เนสนอแนะแนวทางในการสรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งบุคคล
ดาํ เนินQช. วีนติ ําแกลระะกบาวรนปกราะรกทอาบงอจาติ ชวพีทิ ยาและหลกั ธรรมมาใชใ้ นการ

คาํ อธิบายรายวิชา

ศกึ ษาและปฏบิ ตั เิ กยIี วกบั ความหมายและความสาํ คญั
ของมนุษยสมั พนั ธ์ ธรรมชาตขิ องมนุษย์ กระบวนการ
ทางจติ วทิ ยาเพอIื สรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งบุคคลและ
ชมุ ชน การพฒั นาตนเพอIื ความกา้ วหน้าในชวี ติ และ
การทาํ งาน การนําหลกั ธรรมมาใชใ้ นการดาํ เนินชวี ติ
และการประกอบอาชพี

สารบญั (เนื้อหาม8ี บทดังน้ี)

1. มนุษยสัมพันธ์
2. ธรรมชาติของมนุษย์
3. สถานภาพและบทบาทของมนุษย์ในสังคม
4. กระบวนการทางจิตวทิ ยาเพอื่ สรา้ งความสัมพนั ธ์

ระหวา่ งบุคคลและชุมชน
5. การพัฒนาตนเพอื่ ความก้าวหน้าในชีวติ และการทาํ งาน
6. เจตคติและกิจนิสัยทด่ี ีในการพฒั นาตนและชุมชน
7. หลักธรรมกับการดําเนินชีวติ และการประกอบอาชพี
8. การนําหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ น

การดําเนินชีวิต และการประกอบอาชพี

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1

-------------

มนุษยสัมพนั ธ์

สาระการเรยี นรู้

1. ความรูเ้ บ้อื งต้นเก่ียวกับมนุษยสมั พันธ์
2. การสรา้ งมนุษยสัมพนั ธ์

ความรูเ้ บ้อื งต้นเกี่ยวกับมนุษยสัมพนั ธ์

“ มนุษยสัมพนั ธ์ หมายถึง การเกี่ยวข้อง

สมั พนั ธก์ ันระหวา่ งมนุษย์ ทั้งทางรา่ งกาย
จิตใจ และการกระทําเพอื่ ให้เกิดความรูส้ ึก
ผูกพันท่ดี ีต่อกัน เกิดความพงึ พอใจ รกั ใคร่
นับถือ ซงึ่ ก่อให้เกิดความรว่ มมือรว่ มใจกัน
อันจะชว่ ยให้เป้าหมายบรรลุผลสาํ เรจ็ ตาม
จดุ ประสงค์อย่างมีประสิทธภิ าพ


ความสําคัญของมนุษยสมั พนั ธ์

- ทําให้มนุษย์มีคุณภาพชวี ิตท่ดี ีขึ้น
- ทาํ ให้มนุษย์เกิดความรูส้ กึ อบอุ่น
- ทาํ ให้สังคมมีคุณภาพมากขึ้น
- ทําให้การบรหิ ารงานมปี ระสิทธภิ าพ
- ทาํ ให้เกิดผลดีต่อการเมอื งการปกครอง
- ทาํ ให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจ

ประโยชน์ของมนุษยสัมพนั ธ์

1. ทําให้มคี วามสขุ ในการดําเนินชีวติ เพิม่ ขน้ึ
2. ทําให้บุคคลเกิดความรูส้ ึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
3. ทาํ ให้เกิดความเข้าใจผ้อู ื่นมากขน้ึ
4. ทําให้เห็นคณุ ค่าและภาคภมู ใิ จในตนเอง
5. ทาํ ให้บุคคลมแี รงจงู ใจในการทํางาน

ประวตั ิความเป็นมา

1. ก่อนศตวรรษท่ี 18 ประมาณ ค.ศ. 1601-7000
สมัยก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม

- ลกู จ้างเปน็ เหมอื นเครอื่ งจักรทต่ี ้องทาํ งานอยา่ งหนัก เพือ่ ให้ค้มุ
ค่าใชจ้ ่ายในการทํางาน
- นายจ้างไมไ่ ด้ให้ความสําคัญกับความต้องการ อารมณ์ และ
ความรูส้ ึกของลกู จ้าง
- ลูกจ้างมรี ายได้น้อย และสวสั ดิการไม่เพยี งพอ ทาํ ให้เกิดผลกระทบ
ต่อประสิทธภิ าพการทํางาน

2. ประมาณ ค.ศ. 1801-1900
สมยั หลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม

- โรงงานในยุโรปเปล่ียนจากการใช้
แรงงานคนเป็นใชเ้ ครอ่ื งจักรแทน
- ลกู จ้างเรมิ่ ขาดอิสระ ไมม่ เี วลาพกั ผอ่ น
ผลผลิตจึงไม่ได้คุณภาพ

- โรเบริ ต์ โอเวน เปน็ คนแรกทต่ี ระหนักถึงความต้องการ

พ้นื ฐานของลูกจ้าง ทําให้นายจ้างเรม่ิ เปลี่ยนแนวคิดการ
บรหิ ารมาให้ความสําคัญแก่บุคคล

3. ค.ศ. 1835

- แอนดรูว์ ยูริ เปน็ เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมทีใ่ ห้
ความสาํ คัญต่อสภาพแวดล้อมของลกู จ้าง โดยจัดให้มี
บรกิ ารด้านการรกั ษาพยาบาลและจ่ายค่าจ้างเม่อื
ลกู จ้างเจ็บปว่ ย

4. ค.ศ. 1911

- เฟรดเดอรคิ วินสโลว์ เทเลอร์ ได้ศกึ ษา
เรอื่ งเวลาและการเคลื่อนไหวในการ
ทาํ งานเปน็ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ศกึ ษาวิธกี ารแบง่ เวลาในการทํางาน เมื่อ
คนทาํ งานถกู วิธี ผลผลิตทไี่ ด้จะเพ่ิมขน้ึ

5. ค.ศ. 1930

- เอลตัน เมโย ได้ทดลองทาํ ฮอวธ์ อรน์ เพ่อื
ศกึ ษาถึงผลกระทบต่าง ๆ ท่มี ีต่อสภาพ
การทาํ งานที่ได้ ระยะเวลาหยุดพักงาน
และปจั จัยอื่น ๆ จากสงิ่ แวดล้อมด้าน
กายภาพ

6. ค.ศ. 1945

- หลังจากสงครามโลกครงั้ ท่ี 2 มนุษยสมั พันธไ์ ด้รบั ความสนใจและ
เป็นท่แี พรห่ ลายมากขึน้ ทงั้ ในด้านการศกึ ษาค้นคว้าวจิ ัยเพิม่ เติม
จากนักวชิ าการ

“ ปรชั ญาพ้ืนฐานของมนุษยสมั พนั ธ์

“ ปรชั ญาพน้ื ฐานมนุษยสมั พันธ์ คือ

แนวคิดพ้นื ฐานที่กําหนดทศิ ทางหรอื
ขอบเขตของแนวคิดมนุษยสัมพนั ธ์ ซง่ึ เป็น
ลักษณะของการบรหิ ารจัดการทเี่ น้น
คุณค่าความเป็นมนุษย์ รว่ มกับทักษะและ
วธิ กี ารปฏิบัติงาน โดยมีรายละเอียดดังน้ี

1. มนุษย์มคี ุณค่าทเ่ี ทา่ เทยี มกัน
2. มนุษยป์ รารถนาทีจ่ ะสรา้ งความดี
3. มนุษย์มคี วามแตกต่างกัน
4. มนุษย์ปรารถนาท่ีจะประสบความสาํ เรจ็ ในชวี ติ
5. มนุษยม์ ศี กั ยภาพในการพฒั นา

องค์ประกอบของa มนุษยสัมพันธ์

การเขา้ ใจตนเอง เป็นลักษณะการรูจ้ ักตนเองอยา่ ง
แทจ้ รงิ ว่าตนเองเป็นใคร มีความรูค้ วามสามารถ ทักษะ
ประสบการณ์ใดบ้าง มีจดุ แข็งและจุดอ่อนอะไร การ
เขา้ ใจตนเองทาํ ให้บุคคลเกิดความรูส้ ึกยอมรบั ในคุณค่า
แห่งตน นับถือตนเอง และรูจ้ ักเขา้ ใจสทิ ธเิ สรภี าพ
หน้าท่ี ความรบั ผิดชอบของตนเอง และชว่ ยให้บุคคล
รูจ้ ักปรบั ตัวเข้ากับบุคคลอื่นได้ดี

การเข้าใจบุคคลอ่ืน เปน็ การเรยี นรูธ้ รรมชาติ
และความแตกต่างระหวา่ งบุคคล ตลอดจนความ
ต้องการและแรงจงู ใจของบุคคล โดยเมื่อเรา
ต้องการไปติดต่อสัมพันธก์ ับบุคคลใดก็ต้องทราบ
ว่าบุคคลน้ันมคี วามรู้ ความสามารถ
ประสบการณ์ใดบา้ ง

การเขา้ ใจสงิ่ แวดล้อม เป็นการเรยี นรูธ้ รรมชาติ
ของสง่ิ แวดล้อมท่อี ยูร่ อบตัวเราและบุคคลอ่ืน ซึ่งมี
อิทธพิ ลต่อการดําเนินชีวติ ประจําวันและการสรา้ ง

มนุษยสมั พันธ์ การเขา้ ใจสิ่งแวดล้อมชว่ ยให้สรา้ ง
มนุษยสัมพันธก์ ับบุคคลอ่ืนได้ดีมากยิง่ ขึ้น

แนวทางการสรา้ งมนุษยสัมพนั ธ์

- ทกั ทายด้วยคําสภุ าพ อ่อนน้อม ย้มิ แยม้
- แสดงความมีน้ําใจให้ความช่วยเหลือผู้อ่ืน
- เปน็ ผฟู้ ังและผู้พูดท่ีดี
- มีความเห็นใจต่อผู้อื่นทป่ี ระสบปญั หาความเดือดรอ้ น
- ให้ความเคารพและให้เกียรติกับทุกบุคคล


Click to View FlipBook Version