The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

SOP All

SOP All

Laryngoscope blade ชนิดตรงหมายเลข 0 และ 1 ทพี่ ร้อมใชง้ าน ต้องตรวจสอบวา่ มีหลอดไฟทีส่ วา่ งหรอื ไม่

- ดา้ มจับLaryngoscope และถ่านไฟฉายหรือแหลง่ จา่ ยไฟชนิดอ่นื ต้องตรวจสอบให้มไี ฟและเปิดหลอดไฟตดิ ทุกครั้ง
- ควรมีด้ามจบั และ blade พร้อมถา่ นไฟฉายส่ารองอกี 1 ชุด ทพี่ ร้อมใชง้ าน

3) การบันทึกข้อมลู
3.1 บันทึกขนาด ความลึกของท่อหลอดลมคอและ Setting เครือ่ งช่วยหายใจลงใน Neonatal intensive care unit

flow chart และ บันทกึ ทางการพยาบาล โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลมิ พระเกยี รติ ทุกเวร
3.2 สง่ ต่อขอ้ มลู ปัญหาท่อหลอดลมคอหลดุ ในทารกเมื่อมีการรบั -สง่ เวร

51

หอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลมิ พระเกียรติ

แนวปฏิบัติกำรพยำบำลเพ่ือปอ้ งกันทอ่ หลอดลมคอเลื่อนหลดุ ในทำรก

ระยะเตรยี มกำร

1. การเลอื กขนาดและความลึกของท่อหลอดลมคอ
- ตัดความยาวของท่อหลอดลมคอทพ่ี น้ รมิ ฝปี ากขึ้นมาประมาณ 4 ซม.
- ยืนยนั ตา่ แหน่งของท่อหลอดลมคอโดยฟังเสยี งหายใจและภาพรังสปี อด

2. การยดึ ตดิ ท่อหลอดลมคอให้มั่นคงด้วยนวตั กรรม Modify Logan’s Bow
3. การใชอ้ ุปกรณ์รองรับท่อวงจรเครื่องชว่ ยหายใจ (Tubing holder ท่าจากโลหะข้ออ่อน/พลาสตกิ )
4. การจดั ท่าทารก ให้อยใู่ นทีน่ อน Nest จดั ทา่ คอและศีรษะใหอ้ ยู่ในแนวกลาง (Neutral position)
5. การใหข้ ้อมูลแกญ่ าติถึงเหตุผลของการใส่ท่อหลอดลมคอ และประโยชนข์ องการยึดติดท่อหลอดลมคอ

ระยะใหก้ ำรดแู ล

1. ประเมินและติดตามทารกท่ีใส่ทอ่ หลอดลมคอ
- ติดตามประเมินสญั ญาณชพี ทกุ ๑ ช่วั โมง
- มกี ารตรวจสอบขนาดท่อหลอดลมคอและระดับขีดทมี่ ุมปากและความยาวของท่อหลอดลมคอท่ีพน้ ริมฝีปากทกุ
เวร และทกุ ครัง้ ที่มีการปฏิบตั ิกิจกรรมการพยาบาล
- ดูแลเปลยี่ นพลาสเตอรท์ ุกคร้งั เม่ือประเมินพบวา่ พลาสเตอรไ์ มย่ ดึ แนน่

2. ดแู ลลดปจั จัยเส่ียงตอ่ การเกิดท่อหลอดลมคอหลุด
- ดแู ลอุณหภมู ิของตูอ้ บให้อยใู่ น Neutral thermal environment temperature (NTE)
- ประเมินการปรับต้ังเครื่องชว่ ยหายใจตามแผนการรักษา
- ตรวจสอบอุณหภมู ิของเครื่องท่าความช้ืนในเคร่ืองช่วยหายใจ (Humidifier)
- เฝา้ ระวงั และติดตามค่าความอ่ิมตวั ของออกซิเจนโดยการมอนิเตอร์ Pulse oximeter
- จัดการอาการรบกวนทารก เชน่ ไม่สขุ สบาย เปียก แฉะ มีไข้ ท้องอดื มเี สมหะเป็นตน้

3. ประเมินความต้องการการดูดเสมหะ ตามความจ่าเปน็ และใช้ผูป้ ฏบิ ัตกิ ิจกรรมการพยาบาล 2 คน
4. การเตรยี มอปุ กรณ์สา่ หรับการใสท่ อ่ หลอดลมคอใหพ้ ร้อมใช้ในรถ Emergency

กำรบนั ทกึ ขอ้ มลู

1. บนั ทึกขนาด ความลึกของทอ่ หลอดลมคอและ Setting เคร่ืองชว่ ยหายใจลงใน Neonatal intensive care unit
flow chart และ บนั ทกึ ทางการพยาบาล โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลมิ พระเกียรติ ทุกเวร

2. สง่ ตอ่ ข้อมลู ปญั หาท่อหลอดลมคอหลดุ ในทารก เมือ่ มกี ารรับ-ส่งเวร (กรณีทอ่ หลอดลมคอหลุด)

52

หอผปู้ ว่ ยวกิ ฤตทารกแรกเกดิ โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลิมพระเกียรติ

5. เอกสำรอำ้ งอิง

เกรยี งศกั ด์ิ จรี ะแพทย์. (2536). การดูแลระบบหายใจในทารกแรกเกิด. กรุงเทพมหานคร: เรอื นแก้วการพมิ พ.์
ฉววี รรณ ธงชยั . (2548). การพฒั นาแนวปฏบิ ตั ทิ างคลนิ กิ . วารสารสภาการพยาบาล, 20(2), 63-76.
นภัสภรณ์ ดวงแก้ว. (2554). ประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติทางคลินิกส่าหรับการป้องกันท่อช่วยหายใจเล่ือนหลุดในหอผู้ป่วยหนักอายุรก
รรมโรงพยาบาลล่าปาง. เชียงใหม:่ บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยเชียงใหม.่
ปรีดาวรรณ บุญมาก. (2542). การประดิษฐ์ลวดโค้งและที่ยึดเพ่ือป้องกันการหลุดของท่อหลอดลมคอ. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ,

มหาวิทยาลัยมหิดล).
ปิยนันท์ ไพไทย. (2551). ผลของการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาล เพ่ือป้องกันท่อหลอดลมคอหลุดในทารก. (รายงานการศึกษาอิสระปริญญา

มหาบณั ฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น).
พรรณทพิ า กรีธาชาติ. (2548). “Happy Bridge” นวตั กรรมใหมส่ ่าหรบั ยึดตรงึ ท่อหลอดลมคอในทารก. สวรรค์ประชา

รกั ษเ์ วชสาร, 2(3), 173-184.
มาลัย มั่งชม และคณะ. (2547). Neonatal Critical Care. กรุงเทพมหานคร: ธนาเพรส จา่ กดั .
มาลัย มง่ั ชม และคณะ. (2550). แนวปฏิบัตใิ นการลดความเสี่ยงตอ่ การหลุดของท่อหลอดสอดคาท่อหลอดลม. ใน วณี า

จีระแพทย์ และ เกรียงศักด์ิ จรี ะแพทย์ (บรรณาธกิ าร), การบริหาร ความปลอดภัยของผูป้ ว่ ย: แนวคดิ กระบวน
การ และแนวปฏิบัติ ความปลอดภยั ทางคลนิ กิ . (น. 247-273). กรงุ เทพมหานคร: ด่านสธุ าการพิมพ.์
รัชตะ วรรณโอฬาพิริยกุล. (2544). การพยาบาลทารกแรกเกิดระยะวกิ ฤต. กรุงเทพมหานคร: เทก็ ซ์แอนด์เจอรน์ ัล พบั ลิ
เคชน่ั .
วนิ ติ ย์ หลงละเลิง. (2553). การพฒั นาแนวปฏิบัติการพยาบาลในการดแู ลช่องปากผปู้ ่วยที่ใสท่ ่อทางเดินหายใจในภาวะวกิ ฤต.ปทุมธานี: งานการ
พยาบาลผู้ป่วยวกิ ฤตโรคหัวใจ (CCU) โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลิมพระเกียรต.ิ
Alex Veldman, Tina Trautschold, Katja Weib, Doris Fischer and Karl Bauer. (2006). Characteristics and outcome of unplanned
extubation in ventilated preterm and term newborns on a neonatal intensive care unit. Pediatric Anesthesis, 16(9),
968-973.
Amy L. Richmond, Dena L. Jarog and Vicki M. Hanson. (2004, February). Unplanned Extubation in Adult Critical Care :
Quality Improvement andEducation Payoff. CRITICALCARENURSE, 24(1), 31- 37.
Anne Gardner. (2005). Best practice in stabilisation of oral endotracheal tubes: a systematic review. Australian Critical Care,
18(4), 158-165.
Ballard J. L. ,Khoury J. C., Wedig K., Wang L., and Eilers-Walsman B. L. (1991). New Ballard score : Expanded to include
extremely premature infant. The journal of Pediatric, 119, 417- 423.
Brown, M.S. (1988, November). Prevention of Accidental Extubation in Newborns. AJDC, 142, 1240-1243.
Bud, R. A. (1982). The “Logan Bow” method for securing endotracheal tubes in neonates. Critical Care Nurse, 2(3), 27-28.
Dejonge, M. H. and White, M. (1998, Nov-Dec). A Comparation of Two Methods of Oral Endotracheal Tube Stabilization in
Neonatal Patients.Journal of Perinatology, 18(6), 463-465.
Franck, L. S. , Vaughan, B. and Wallace, J. ( 1 9 9 2 , May – Jun) . Extubation and reintubation in the NICU: identifying
opportunities to improve care. Pediatric Nurse, 18(3), 267- 70.
Graham, I. D., and Harrison, M. B. (2005). Evaluation and adaptation of practice guidelines. Evidence – Based Nursing, 8,
68-72.
Hewitt Taylor J. (2004, Feb). Clinical guidelines and care protocols. Intensive and Critical Care Nursing, 45-52.
Hockenberry, M. J. and Wilson, D. (2007). Wong’s nursing care of infants and children, 8. St. Louis: Mosby Elsevier
Horimoto, Y., Tomie, H., Hanzawa, K. and Nishida, Y. (1991, Apr). Accidental extubations during respiratory management in
a children’s hospital. J Anesth, 5(2), 142-145.

53

หอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกยี รติ

Howard Levy, FC.C.P and IJnda Griego. (1993). A Comparative Study of Oral Endotracheal Tube Securing Methods. Medical
intensive Care Unit, University of New Mexico Hospital. Department of Medicine.

Kapaadia, F. N., Bajan, K. B., Singh, S., Mathew, B., Nath, A., and Wadkar, S. (2001). Changing patterns of airway accidents in
intubated ICU patients.Intensive care medicine, 27, 296-300.

Kell MA, Finer NN. ( 1 9 8 4 ) . Nasotracheal intubation in the neonate: physiologic responses and effects of atropine and
pancuronium. J Pediatr, 18, 163-165.

Kempley ST, Moreiras JW, Petrone FL. (2008) Endotracheal tube length for neonatal intubation Resuscitation , 77, 369-
73.

Kleiber C, Hummel PA. (1989, Jul-Aug). Factors related to spontaneous endotracheal extubation in the neonate. Pediatric
Nurse, 15(4), 347-351.

Stanley, C. A., and Pallotto E. K. (2005). Disorders of carbohydrate metabolism. In H.W.
Volko, T. A. and Chatburn, R. L. (1997). Comparision of two methods for securing the endotracheal tube in neonate.

Respiratory Care, 42(3), 288-291.

6. ผังกำรไหลของงำน
-
-

7. ภำคผนวก
-

54

หอผูป้ ่วยวิกฤตทารกแรกเกดิ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกยี รติ

ผังกำรไหลของงำน

55

หอผ้ปู ว่ ยวกิ ฤตทารกแรกเกดิ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

56

หอผปู้ ว่ ยวกิ ฤตทารกแรกเกดิ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกยี รติ

1. MARKETING PLAN

4. จำกดั ควำม
เจ้ำหนำ้ ที่ หมายถงึ เจา้ หน้าทีข่ องหน่วยงานการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกดิ และบุคลากรท่เี กีย่ วข้อง
ผปู้ ่วย หมายถึง ทารกแรกเกิดอายุ 0-28 วัน ทีม่ ีอาการอยู่ในระยะวิกฤตป่วยหนกั ซับซ้อน ท้ังทเี่ กิดใน

โรงพยาบาลและสง่ ต่อมาจากโรงพยาบาลอืน่
ผิวหนงั ถกู ทำลำย หมายถึง ผิวหนงั ของทารกท่ีไดร้ ับความเสยี หาย/หรอื มีการเปลย่ี นแปลงจาd

สภาพเดิม
5. วตั ถปุ ระสงค์

- เพือ่ ใหเ้ จา้ หน้าทที่ ราบและมีแนวทางการปฏิบตั ิงานเพ่ือป้องกันผิวหนังทารกถูกท่าลาย
- เพือ่ ใหผ้ ู้ป่วยได้รบั การรกั ษาทถ่ี กู ต้องและปลอดภัย
6. หน้ำท่ีควำมรับผดิ ชอบ

ดแู ลผู้ป่วยทารกแรกเกดิ อายุ 0-28 วัน ทีม่ ีอาการอยู่ในระยะวกิ ฤตปว่ ยหนกั ซับซ้อนทั้งที่เกิดในโรงพยาบาล
และสง่ ต่อมาจากโรงพยาบาลอ่ืน แบ่งตามกลุ่มอาการดงั น้ี

18. ทารกแรกเกดิ ก่อนกา่ หนดท่ีมีนา้่ หนักไม่ต่ากวา่ 700 กรมั และมอี ายุครรภ์มากกวา่ 27 สัปดาห์
19. ทารกแรกเกิดท่ีมีภาวะหายใจลา่ บาก ทง้ั ที่ใส่และไม่ใสเ่ ครื่องช่วยหายใจ
20. ทารกแรกเกิดทมี ีภาวะติดเช้ืออยา่ งรุนแรงในรา่ งกาย (Severe sepsis) หรือมกี ารเปลย่ี นแปลงรวดเรว็

ตลอดเวลาและมีภาวะแทรกซ้อนต่อร่างกายทุกระบบ
21. ทารกแรกเกดิ ท่ตี ้องไดร้ บั การผา่ ตดั

7. ขน้ั ตอนกำรปฏบิ ตั ิ
แนวทำงกำรปฏิบตั ิ
1. กำรประเมนิ ผิวหนังเมื่อแรกรบั

ประเมินผิวหนังทารกแรกรบั ด้วยแบบประเมนิ การความเส่ียงผิวหนังถูกทา่ ลายในทารกแรกเกิด คือ neonatal skin
risk assessment scale : NSRAS (Quigley and Curley , 1996) และแบบประเมิน Modified Braden Q Scale (
ส่าหรบั เดก็ )

Neonatal skin risk assessment scale (NSRAS) 57
หอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกดิ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกยี รติ

4 3 2 1 Score
GA < 28 Wks GA > 28 Wks but < GA > 33Wks but < 38 GA > 38 Wks to
อำยคุ รรภ์ 33Wks Wks postterm
ของทำรก จา่ กดั ทง้ั หมด ไม่ จ่ากัดเป็นส่วนใหญ่ จา่ กัดเลก็ นอ้ ย คอ่ นขา้ งซึม ไม่บกพรอ่ ง ทารก
กำรรับรู้ ตอบสนองต่อความ ตอบสนองตอ่ การกระต้นุ ด้วย สามารถขยับแขนขาไดบ้ ้าง ต่ืนตัวดี
เจ็บปวด อาจเกดิ จาก ความเจบ็ ปวดเท่านัน้ แสดง
กำร ระดับการรับรหู้ รอื จากยา ท่ากระสับกระส่าย คราง เคลอื่ นไหวได้บา้ ง ทารก ไม่จา่ กดั ทารกดิน้ ขยับ
เคล่ือนไหว ไมส่ ามารถเคลื่อนไหวเอง เคล่ือนไหวไดเ้ ลก็ นอ้ ย ทารก สามารถขยับแขน ขาได้ แขนขา สามารถพลกิ
ไดเ้ ลย อาจขยับแขน ขาเองไดน้ านๆ เองโดยอิสระ ศีรษะเองได้
กำรทำ ครัง้ อยใู่ นตู้อบ มีผนังตู้ 2ช้นั อยู่ในเตยี งทารก(crib)
กจิ กรรม ตอ้ งอยู่บนเตยี งแผร่ ังสี อยู่บนเตียงแผร่ งั สีโดยไม่มี
และมพี ลาสตกิ ใสคลุม , พลาสตกิ ใสคลมุ ได้รับอาหารทางสายยาง ไดร้ บั นมแมจ่ ากขวด
ภำวะ อยใู่ นตอู้ บที่มีการให้ ซง่ึ เพยี งพอต่อการ หรอื กนิ นมแมเ่ องทกุ มอ้ื
โภชนำกำร ความชนื้ ได้รบั ไมเ่ พยี งพอตอ่ ความ เจริญเติบโต ซง่ึ เพียงพอต่อการ
งดนา่้ งดอาหาร ได้รบั ตอ้ งการของรา่ งกาย ท้ังนมแม่ เจรญิ เตบิ โต
สารอาหารทางหลอด หรอื นมผสม จา่ เปน็ ตอ้ งไดร้ ับ
เลือด ทางหลอดเลอื ดเพ่ิมเติม

กำรเปยี กชุ่ม เปยี กชมุ่ ตลอด จาก ค่อนข้างเปียกชุ่มบอ่ ยคร้งั แต่ เปียกชน้ื เปน็ บางครง้ั อาจ ไม่เปียกชน้ื ผวิ แห้งปกติ
ทา่ การเปลยี่ นผา้ ปูท่ี
ของผิวหนัง ปสั สาวะ อุจจาระ ตรวจ ไม่ตลอดเวลา อาจต้องเปล่ียน ตอ้ งเปล่ียนผา้ ปทู นี่ อน นอนได้ตามตารางปกติ

พบทกุ ครง้ั ทม่ี กี ารเปล่ยี น ผ้าปทู ่นี อนเวรละครั้ง อยา่ งนอ้ ย 1คร้ังใน 1 วนั

ท่าหรอื เคลอ่ื นยา้ ยผปู้ ่วย

เร่ิมใช้แนวปฏิบัติเพือ่ ปอ้ งกนั ผวิ หนังถูกทา่ ลายในทารกแรกเกดิ ถา้ < 13คะแนน

Modified Braden Q Scale ( สำหรับเดก็ ) 4 คะแนน

1 23

58

หอผู้ป่วยวกิ ฤตทารกแรกเกดิ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลมิ พระเกียรติ

การเคลื่อนไหว 1. ไมส่ ามารถเคลือ่ นไหว 2. จ่ากัดมาก : เปลย่ี น 3. จ่ากดั เลก็ น้อย : 4. ไมม่ ขี ้อจา่ กดั :

ความสามารถในการ โดยสิน้ เชิง : ไม่สามารถ ทา่ ทางหรือขยบั แขนขา เปลีย่ นทา่ ทางหรอื สามารถเปลยี่ นทา่ ทาง

เปลี่ยนและการ เปลีย่ นทา่ หรอื ขยบั แขน ได้เลก็ น้อยเป็นครัง้ คราว ขยับแขนขาได้ หรอื ขยบั แขนขาไดเ้ อง

ควบคุมท่าทางของ ขาแม้เพียงเลก็ นอ้ ยโดย แตไ่ มส่ ามารถ เลก็ น้อย แตบ่ อ่ ยคร้ัง อย่างอิสระ โดยไม่

ร่างกาย โดยปราศจากความ เคลอื่ นไหวไดอ้ ยา่ งอสิ ระ อยา่ งเปน็ อิสระ ตอ้ งการความ

ชว่ ยเหลือ ชว่ ยเหลือ

กิจกรรมระดบั ของ 1. ติดเตยี ง : จ่ากัดอยใู่ น 2. นงั่ มัน่ คง : 3. เดนิ บ้างบางคร้งั : 4. ไมบ่ กพร่อง :

การท่ากจิ กรรมของ เตยี ง ความสามารถในการเดนิ เดินบางครัง้ ในระหว่าง ตอบสนองต่อคา่ สัง่

ร่างกาย จ่ากัดไมส่ ามารถทรง วนั แต่ระยะทางสัน้ ๆ ดว้ ยวาจาไมม่ คี วาม

ตวั เองไดแ้ ละ/หรือตอ้ ง โดยมหี รือไม่มผี ู้ จา่ กัดในการรับ

ชว่ ยเหลอื ไปยงั เก้าอี้หรือ ช่วยเหลอื แตใ่ ชเ้ วลา ความรสู้ ึกความ

รถเขน็ น่งั ส่วนใหญ่อยู่ในเตยี ง เจบ็ ปวดหรือไมส่ ขุ

หรอื น่งั เกา้ อี้ สบาย

การรบั รทู้ าง 1. จ่ากัดโดยส้ินเชิง : ไม่ 2. จ่ากดั มาก : 3. จ่ากัดเลก็ น้อย : 4. ไมบ่ กพรอ่ ง :

ประสาทสมั ผสั ตอบสนองต่อส่งิ เรา้ (ไม่ ตอบสนองต่อความ ตอบสนองต่อค่าสัง่ ตอบสนองต่อค่าสงั่

ความสามารถในการ ครางหรอื สะดงุ้ ) ตอ่ เจบ็ ปวด ไมส่ ามารถ ดว้ ยวาจา แตไ่ ม่ ด้วยวาจาไมม่ ีความ

ตอบสนองที่ ความเจ็บปวดเนอื่ งจาก สือ่ สารความรสู้ ึกไมส่ ขุ สามารถสื่อสาร จ่ากดั ในการรับ

เหมาะสม ตาม ระดับความรสู้ กึ ตัวลดลง สบาย แตส่ ง่ เสยี งคราง ความรสู้ ึกไมส่ บาย ความรสู้ กึ ความ

พฒั นาการเกี่ยวข้อง หรือไดย้ าระงบั หรือกระสบั กระส่าย หรือความตอ้ งการ เจ็บปวดหรือไมส่ ุข

กบั ความรสู้ กึ ไมส่ ขุ ความรสู้ กึ หรอื ถูกจา่ กัด หรอื การรบั ความรสู้ กึ พลกิ ตัวไดเ้ สมอ หรือ สบาย

สบายทีก่ ดดนั ความสามารถในการรบั บกพรอ่ งบางสว่ นมีความ การรับความรสู้ ึก

ความรสู้ ึกเจ็บปวด จา่ กัดในการรับ บกพรอ่ งบางสว่ น มี

มากกวา่ พน้ื ผิวของ ความรสู้ กึ เจ็บปวด ความจา่ กดั ในการรับ

ร่างกาย หรอื ไมส่ ขุ สบาย ความรสู้ กึ เจบ็ ปวด

มากกวา่ คร่งึ หน่ึงของ หรือไมส่ ุขสบาย 1

รา่ งกาย หรือ 2 สว่ นของ

รา่ งกาย

ความชื้นระดบั ของ 1. เปยี กช้ืนตลอดเวลา : 2. เปยี กชอ้ื มาก : 3. เปยี กชน้ื บางครั้ง : 4. ไม่ค่อยเปียกช้นื :

ผวิ ที่สมั ผสั ของ ผวิ หนังสัมผัสกบั ผวิ หนังมักจะเปยี กชนื้ ผิวหนังเปยี กช้อื บ้าง ผวิ หนงั มักจะแห้ง

ความชน้ื ความช้นื เกือบ แตไ่ มต่ ลอดเวลา เปลีย่ น บางครัง้ ต้องเปลีย่ น เปล่ยี นผ้าออ้ ม

ตลอดเวลาจากเหงือ่ ผา้ ขวาง/ผา้ ปูอยา่ งน้อย ผ้า ผ้าขวาง/ผ้าปู ทกุ ตามปกติ เปลย่ี นผา้

ปัสสาวะส่ิงคัดหล่ัง ฯลฯ ทุก 8 ชว่ั โมง 12 ชัว่ โมง ขวาง/ผา้ ปู ทกุ 24

มีการตรวจพบความ ชวั่ โมง

เปยี กชนื้ ทุกคร้ังทีม่ ีการ

เคลอื่ นยา้ ยหรอื พลิกตวั

ผ้ปู ่วย

แรงเสียดทาน 1.ปญั หาส่าคัญ : การ 2. เปน็ ปญั หา :ต้อง 3. ปญั หาที่อาจเกิด : 4. ไมป่ รากฏปญั หา ;

แรงเลอ่ื นไถลแรง เกร็ง , ขอ้ ตดิ แขง็ , ช่วยเหลอื ปานกลางถงึ เคล่อื นไหวไดบ้ า้ ง ยกผู้ป่วยในระหว่าง

เสียดทาน: เกดิ ขน้ึ อาการคนั หรือ มากทีส่ ดุ ในการ หรือต้องการความ เปล่ยี นทา่ การเลอื่ น

เมื่อผวิ หนังเสยี ดสี กระสับกระสา่ ยไม่อยู่น่ิง เคลื่อนย้าย ต้องช่วยยก ช่วยเหลอื เล็กนอ้ ย ใน ไหวในเตียงและเก้าอี้

ต้านกบั พื้นผวิ ที่ น่าไปส่กู ารนวดหรือการ ตวั ทัง้ หมด อาจมีการ ระหว่างเคลอื่ นยา้ ย ได้ดว้ ยตวั เองอยา่ ง

รองรบั ถูไถ เสียดสีกับผ้าปู มีการ ผวิ หนงั อาจเสยี ดสกี ับ อิสระและมคี วาม

59

หอผปู้ ว่ ยวิกฤตทารกแรกเกดิ โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลมิ พระเกยี รติ

แรงเลื่อนไถล: 1. แยม่ าก : NPO และ/ เลือ่ นไถลลงในเตยี งหรอื ผา้ ปู ,เก้าอี้ , หมอน แขง็ แรงของกล้ามเนอื้
เกิดขนึ้ เมือ่ ผิวหนัง หรือรบั ประทานอาหาร เก้าอบ้ี ่อยคร้งั ทต่ี อ้ งการ รอง หรอื อปุ กรณอ์ ื่นๆ เพียงพอท่จี ะยกตัวขึ้น
และพน้ื ผวิ ที่ตดิ กบั เหลวใส หรือไดร้ บั IVS ความชว่ ยเหลอื อยา่ ง ทรงตัวไดด้ ีเมอื่ นง่ั อยู่ ในระหว่างการ
กระดกู ไถลจากดา้ น นานกวา่ 5 วัน หรือ มากในการเปล่ยี นทา่ ในเกา้ อีห้ รอื เตียงนอน เคลือ่ นย้าย ทรงตัวได้
หน่ึงขา้ มไปอีกด้าน อลั บูมนิ < 2.5.ml/dl แต่มีบางคร้งั ทเี่ ลื่อน ดีในเตียงหรือเกา้ อ้ี
หนง่ึ หรือไมเ่ คยรบั ประทาน 2. ไมเ่ พยี งพอ : ได้รบั ไถลลง ตลอดเวลา
โภชนาการรูปแบบ อาหารทีค่ รบถว้ นไมค่ อ่ ย อาหารเหลวหรืออาหาร 3. เพียงพอ : ไดร้ บั
ปกติของการ รบั ประทาน ไม่มากไป ทางสายยาง / TPN ท่ี อาหารเหลวหรอื 4. ดีเลิศ : รับปราน
รับประทานอาหาร กว่าคร่งึ หน่ึงของอาหาร ให้พลงั งานและเกลอื แร่ อาหารทางสายาง/ อาหารไดป้ กตไิ ด้รบั
ทีจ่ ดั ให้ รบั ประทาน ไม่เพียงพอตอ่ ความ TPN ท่ีใหพ้ ลงั งานและ พลังงานเพยี งพอ
การกา่ ซาบของ โปรตนี เพยี ง 2 สว่ นของ ตอ้ งการตามอายหุ รือ เกลือแร่ เพยี งพอต่อ สา่ หรบั อายุ
เน้อื เยือ่ และการ เนอ้ื สตั ว์หรอื ผลิตภณั ฑ์ อัลบูมิน < 3.0 mg/dl ความตอ้ งการตามอายุ ตัวอยา่ งเชน่
ไดร้ บั ออกซเิ จน จากนมต่อวัน ไดร้ บั นา่้ หรอื ไมค่ อ่ ยรบั ประทาน หรอื รับประทาน รบั ประทานอาหาร/
น้อย ไม่รับประทาน อาหารครบถว้ น และ อาหารมากกวา่ เคร่ืองดม่ื ทากทส่ี ดุ ของ
อาหารเสริมชนดิ นา้่ โดยท่ัวไปรับประทาน คร่ึงหนง่ึ ของอาหารท่ี ทกุ ม้อื อาหาร ไมเ่ คย
เพยี งปริมาณคร่ึงหนึ่ง จดั ให้ ในแต่ละวนั ปฏิเสธอาหารมกั จะ
1. อันตรายอยา่ งมาก : ของอาหารท่ีจัดให้ รับประทานโปรตีน 4 รับประทานโปรตนี ได้
ความดนั โลหิตต่า (MAP รับประทานโปรตนี เพียง ส่วนปฏเิ สธอาหารบา้ ง 4 สว่ นหรือมากกวา่
< 50 mmHg ) ; < 40 3 ส่วนของเนือ้ สตั ว์หรือ บางมื้อ แตไ่ ดร้ ับ ของเนอื้ สตั ว์และ
mmHg ในทารกแรก ผลิตภณั ฑจ์ ากนมตอ่ วัน อาหารทดแทน ผลติ ภณั ฑ์จากเน้อื สัตว์
เกดิ ) หรอื ผู้ป่วยไม่ รับประทานอาหารเสรมิ และนม บางครัง้
สามารถทนตอ่ การ บ้างบางครง้ั 3. เพียงพอ : รบั ประทานระหว่าง
เปลี่ยนแปลงทาง 2. อนั ตราย : Normotensive ; ค่า ม้อื อาหาร ไม่ต้องการ
สรีรวทิ ยาเมอ่ื เปล่ยี นท่า Normotensive ; ค่า O2 sat < 95% ; หรอื อาหารเสรมิ
O2 sat < 95% ; หรอื hemoglobin อาจจะ
hemoglobin อาจจะ < < 10 mg/dl ; หรือ 4. ดเี ลิศ :
10 mg/dl ; หรือการ การไหลคนื กลบั ของ Normotensive ; ค่า
ไหลคนื กลับของเลือด เลือดเข้าหลอดเลอื ด O2 sat < 95% ;
เข้าหลอดเลอื ดฝอย ฝอยอาจจะ > 2 hemoglobin ปกติ ;
อาจจะ > 2 วินาที : วินาที : serum pH และการไหลคืนกลบั
serum pH < 7.4 ปกติ ของเลอื ดเข้าหลอด
เลอื ดฝอย < 2 วินาที

ควำมเสี่ยงเล็กนอ้ ย ควำมเสยี่ งปำนกลำง ควำมเส่ยี งสงู ควำมเส่ยี งสูงมำก
16-23 13-15 10-12 ตงั้ แต่ 9 ลงมา

1.1 ปจั จัยเส่ียงต่อกำรเกิดผิวหนังถกู ทำลำยในทำรก
- อายคุ รรภน์ ้อยกว่าหรือเท่ากับ32 สปั ดาห์
- น้่าหนกั ตัวน้อยกว่า 1000 กรัม

60

หอผูป้ ว่ ยวิกฤตทารกแรกเกิด โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

- มกี ารบวมเฉพาะที่หรือการบวมท่วั รา่ งกาย
- ทารกไม่รูส้ ึกตัว มีการเคล่ือนไหวลดลงหรือไม่มีการเคลือ่ นไหว
- ผวิ หนังมีการเปล่ยี นแปลงท่ีผิดปกตติ ั้งแต่กา่ เนิด เช่น ไม่มผี วิ หนัง หรือแหง้ ลอก พุพอง
มีตุม่ น่้าใส ผืน่ แดง
- มีไข้และไดร้ ับการติด Probe ของเคร่ืองวดั อุณหภมู หิ รอื วัดคา่ ความอิ่มตัวของออกซิเจนที่
ผิวหนงั
- การไหลเวยี นของโลหติ ไมด่ เี น่ืองจากการกดทบั
- ใชอ้ ุปกรณเ์ ฝ้าตดิ ตามทางคลนิ ิกเชน่ Probe ของเคร่ืองวดั อุณหภูมิ เครื่องวัดคา่ ความอ่มิ ตัว

ของออกซิเจนทผ่ี วิ หนัง
- มกี ารใช้น้่ายาทีร่ ะคายเคอื งผวิ หนงั หรอื การตดิ แถบกาว
- ทารกไดร้ บั การท่าหตั ถการท่ีมกี ารสอดใส่อุปกรณ์ทางการแพทยเ์ ข้าไปในร่างกายทางช่องเปดิ

หรอื แทงผา่ นผวิ หนงั
- ได้รับการตดั สายสะดอื ท่ไี ม่สะอาด
- ใชเ้ ครือ่ งช่วยหายใจชนิดความถส่ี ูง
- ได้รบั ยากลมุ่ ที่มีผลต่อหลอดเลอื ด
- ใส่ท่อชว่ ยหายใจ ใสท่ อ่ จมูกโดยใช้แรงดันบวกอยา่ งตอ่ เนื่อง (NCPAP) , ใสท่ ่อใหอ้ าหารทาง

ปาก (Orogastric tube )
- มแี ผลผา่ ตดั ไดร้ ับการทา่ ศัลยกรรมที่มีรูเปิด (ostomies)

แนวปฎิบตั กิ ำรดแู ลผิวหนัง
1. กำรทำควำมสะอำดรำ่ งกำย

1.1 กำรอำบน้ำครง้ั แรก
- สวมถงุ มอื เพ่ือป้องกันบุคลากรมโี อกาสตดิ เช้อื
- น่า้ ทใี่ ชใ้ นการทา่ ความสะอาดรา่ งกายทารกให้ใช้นา่้ อุ่นท่มี ีอุณหภูมิใกล้เคียงกับอุณหภมู ิทารก (37-38 ºC)
- อาบน้า่ ท่าความสะอาดร่างกายทารก เมื่อทารกมีอณุ หภมู ิปกติและสัญญาณชีพปกติไม่มีปญั หาการหายใจ ไม่มี
แผลตามผิวหนงั
- ทารกทอ่ี ายคุ รรภ์น้อยกว่า 36 สัปดาห์ ใหอ้ าบน้่าคร้งั แรกหลัง 24ชั่วโมง / มากกวา่ 36 สัปดาห์ อาบน่้า หลัง
เกดิ อย่างนอ้ ย 2-4 ช่ัวโมง
- หากมีไขจา่ นวนมาก อาจเชด็ ไขท่ีมีจา่ นวนมากออก แต่ไม่จา่ เป็นตอ้ งเช็ดออกทงั้ หมด เนื่องจากไขมคี ุณสมบตั ิ
ป้องกันแบคทีเรยี สง่ เสรมิ การหายของแผล ช่วยในการยึดเกาะของผวิ หนัง ป้องกันการสูญเสียความร้อนและรกั ษา
ปฏิกิรยิ าไฟฟ้าของผิวหนัง
1.2 กำรอำบน้ำเป็นกจิ วตั ร
- สปั ดาหแ์ รก ควรท่าความสะอาดผวิ หนังดว้ ยความนมุ่ นวลโดยใช้ผา้ หรอื สา่ ลกี ้อนซ่งึ มคี วามนุ่ม ชบุ น้่าอุน่ เพยี งอยา่ ง
เดยี ว เชด็ เบาๆหลกี เล่ียงการขดั ถู อาจบีบน่า้ ราดตามลา่ ตัวได้ และให้อาบน่้าโดยใช้ sterile water ทีท่ ่าให้อ่นุ
บรเิ วณผิวหนังถูกท่าลาย

61

หอผปู้ ่วยวิกฤตทารกแรกเกดิ โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลิมพระเกียรติ

- สปั ดาหต์ อ่ มาสามารถใชส้ บู่หรอื สบเู่ หลวทม่ี ีฤทธเ์ิ ปน็ กลาง ไมผ่ สมวตั ถุกนั เสยี หรือนา่้ หอม แต่ไมค่ วรอาบน้่าโดยใช้
สบทู่ กุ วนั ในช่วงอายุ 1 เดือน โดยอาบสลับกับน่้าวนั เว้นวนั
- การอาบน่า้ ในอ่าง ควรประเมินจากความตอ้ งการและอาการของทารกแต่ละราย โดยอาการตอ้ งคงที่และได้นา่ สาย
สะดอื ออกแล้ว
- หลงั อาบนา่้ ต้องเชด็ ตัวให้แห้งทนั ที ด้วยผ้าทอี่ ุ่นและอ่อนนุ่ม และใสผ่ ้าอ้อม สวมเสือ้ ผา้
สวมหมวก หรือหอ่ ตัวด้วยผา้ อนุ่
1.3กำรทำควำมสะอำดโคนและสะดือ
- ทา่ ความสะอาดโคนและสะดือโดยใช้ chlorhexidine หรอื triple dye อย่างน้อยวนั ละ 1ครงั้
- ใชน้ า่้ ยาฆา่ เชื้อสัมผัสผิวใหแ้ คบทสี่ ุดที่ต้องการฆ่าเชอ้ื และระมดั ระวังไม่ใหย้ าฆา่ เช้ือรวมเปน็ แอ่งใต้ผิวหนงั

2. กำรใช้ Adhesive
- ใชพ้ ลาสเตอรห์ รอื เทปกาวใหน้ ้อยท่ีสุด
- ใช้adhesive coban ตดิ บริเวณท่ีติด probe และควรเปลย่ี นต่าแหนง่ ทุก 2-6 ชั่วโมง
- ดาม IV site โดยใช้ coban
- ใช้oil หรอื adhesive remover ท่ีไมด่ ูดซมึ เข้าผวิ หนงั หรือ sterile water ก่อนลอกเทปกาวทกุ ครงั้
- ใช้ hydrocolloid product เช่น coloplastหรอื tegaderm รองก่อนติดเทปกาวทุกคร้งั ในการ step ETT/
tube/Umbilical line/Central line/IV site /Oraogastrc tube /Urine catheter
- ในการยึดสายตอ่ electrode หรอื probe กบั แขนขาทารก ควรใช้วธิ พี นั ด้วยผา้ หรอื Gauze ท่มี ีความยดื หยุน่
เช่น easy fixed
- ในการตรวจคลน่ื หัวใจใหใ้ ช้ electrode ทมี่ ี hydrogel adhesive

3. กำรจัดสงิ่ แวดล้อมทส่ี ัมผัสกับผิวทำรก
- เลอื กเสื้อผ้า ผา้ อ้อม ผา้ ห่ม ที่สะอาดอ่อนนุม่
- เปล่ียนผา้ อ้อมทุกครั้งท่เี ปียกชืน้ โดยเช็ดกน้ และอวัยวะสบื พนั ธด์ ว้ ยส่าลชี ุบนา่้ อ่นุ ทุกครั้งหลงั การขับถ่าย
- กรณปี ผู า้ ยางรองเบาะให้ใช้ผา้ ออ้ มรองทุกครั้ง
- ปูผา้ รองทน่ี อนใหเ้ รยี บตงึ

4. กำรเปลย่ี นทำ่ นอนทำรก
- ทารกทส่ี ามารถทนต่อการจับต้องไดน้ อ้ ย มีการเปลี่ยนแปลงท่ผี ิดปกตขิ องสัญญาณชีพ และความอิ่มตวั ของ
ออกซิเจน ให้เปลีย่ นท่านอนหรอื พลิกตะแคงตัวทุก 3-4 ช่วั โมง
- ทารกทสี่ ามารถทนการจับต้องได้ดี ใหเ้ ปล่ยี นทา่ นอนหรอื พลิกตะแคงตัวทุก 2 ชว่ั โมง

5. กำรใช้ Emollient
- ทารกท่ผี วิ หนังแห้งแตก ให้ใชค้ รีมบา่ รงุ ผิวทท่ี า่ ให้ผวิ ชุ่มชนื้ เพ่อื ลดการเสียน้า่ และคงความสมบูรณข์ อง
สภาพผิวหนัง เชน่ ข้ีผึง้ ปโิ ตรเลยี ม ทาผวิ ทุก 12 ชว่ั โมงหรอื เม่ือจ่าเป็น
- เลือก emollient ทีป่ ราศจากเชื้อ ไมม่ ีสว่ นผสมของนา่้ หอม วตั ถกุ นั เสยี และผ่านการรับรองจากเภสัชกร
โรงพยาบาล และแยกใช้เฉพาะราย สามารถล้างออกไดง้ ่าย
- Emollient สามารถใช้ขณะทีใ่ หก้ ารรักษาโดยการส่องไฟ photo therapy หรอื ขณะใช้เครอ่ื งให้ความ
อบอุน่ โดยการแผร่ ังสี

62

หอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลมิ พระเกียรติ

กำรปอ้ งกันกำรสูญเสียนำ้ ทำงผวิ หนัง

ทำรกครบกำหนด
1. การตงั้ อุณหภูมติ ู้อบและเคร่อื งให้ความอบอนุ่ โดยการแผ่รงั สี ต้องปรบั อุณหภูมใิ หเ้ หมาะสมกับอายุและ

นา่้ หนกั ของทารก (neutral thermal environment temperature ) ให้ทารกมีการเผาผลาญและใชอ้ อกซิเจนน้อยทสี่ ุด
2. กรณีทารกอยใู่ นตู้อบ
- รกั ษาความช้ืนสมั พัทธ์ให้มากกว่ารอ้ ยละ 40 เพื่อความสุขสบายและป้องกันผวิ หนงั แห้งจากการระเหย
มากเกิน
- รวบรวมกิจกรรมท่าครัง้ เดียว เพอื่ รกั ษาความชืน้ สมั พทั ธ์ และความร้อนภายในตู้อบให้คงท่ี
3. กรณีทารกได้รับการดูแลใต้เคร่ืองให้ความอบอุ่นชนดิ แผ่รังสี
- ใช้พลาสตกิ หอ่ อาหาร คลมุ ตัวทารกเพื่อลดการสูญเสียน่า้ และความร้อนจากการระเหยพลาสติก
ที่ห่อคลมุ ไม่ควรถกู ผิงหนังเป็นเวลานาน
- ไมใ่ หใ้ ช้ plastic shield ครอบ เนอื่ งจากอินฟาเรดซง่ึ เป็นคลื่นแสงทใี่ หค้ วามร้อนไมส่ ามารถทะลุทะลวง
พลาสติก มผี ลให้อุณหภูมริ อบตวั ทารกได้พลาสตกิ ลดลง
4. เม่ือเคลื่อนยา้ ยทารกออกจากหอผูป้ ว่ ยให้ปฏบิ ตั ดิ ังนี้
- ใช้ตอู้ บเคลือ่ นที่ (Transport incubator ) ปรับอณุ หภมู ใิ ห้เหมาะสมกบั อายุและนา่้ หนักทารก กรณีใช้
เตยี งเด็กออ่ น (crib ) ให้ห่อศีรษะและลา่ ตัวทารกดว้ ยผา้ ขนหนูทีห่ นาแหง้ และอุ่น 2 ชัน้ และห่อตวั ด้วยผ้าขนหนู
สวมหมวก

ทำรกเกดิ ก่อนกำหนด
2. ทารกท่ีอายคุ รรภน์ ้อยกว่า 30 สัปดาห์ จัดให้นอนตู้อบชนดิ ผนงั 2 ช้นั ถา้ มีตูอ้ บผนงั ช้ันเดียวให้ใช้ plastic
shield ครอบตัวทารก
2. ทารกท่ีมีอายคุ รรภ์น้อยกว่า 7 สัปดาห์ วนั แรกให้ใชค้ วามชน้ื สัมพทั ธ์ มากกวา่ ร้อยละ 70 หลงั สัปดาห์แรกให้ใช้
ความช้ืนสัมพัทธค์ งท่รี ะหว่าง รอ้ ยละ 50-60 จนทารกอายุครบ 30-32 สปั ดาห์ หลงั ปฏิสนธิ
3. การตั้งอุณหภูมติ อู้ บ เคร่ืองความอบอุน่ โดยการแผร่ งั สี หรือตู้อบส่าหรบั เคลือ่ นย้ายทารกใหป้ ฏิบัติเหมือนทารก

ครบกา่ หนด

63

หอผู้ปว่ ยวกิ ฤตทารกแรกเกดิ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกยี รติ

กำรประเมินผวิ หนังถกู ทำลำยตำมสำเหตุ

สำเหตขุ องควำมผดิ พลำด
3. พยาบาล/ผ้ชู ่วยพยาบาล/แพทย์ ขาดประสบการณ์/ขาดความรู้
กำรปฏิบตั ิ
- นิเทศบคุ ลากรใหม่ หรอื ผ้ขู าดประสบการณ์ ในการประเมนิ ลกั ษณะของผิวหนงั ถูกท่าลายชนดิ ตา่ งๆ และวิธใี ช้

แบบประเมินผิวหนังถูกท่าลาย

สำเหตุของควำมผดิ พลำด
4. บคุ ลากรไมเ่ พียงพอ
กำรปฏบิ ตั ิ
- พยาบาลท่ปี ฏิบัติงานในหอผู้ปว่ ยทารกแรกเกดิ ควรมีจ่านวนดงั น้ี
- ในหอผปู้ ว่ ยทารกแรกเกดิ ระยะวกิ ฤตมสี ดั ส่วนพยาบาลต่อทารก เท่ากับ 1 : 1-2 คน
- ในหอผู้ป่วยทารกแรกเกดิ กึ่งวิกฤตควรมีสดั สว่ นพยาบาลต่อทารก เท่ากบั 1 :2-3 คน

สำเหตขุ องควำมผดิ พลำด
3. กระบวนการขาดระบบเทคนคิ การประเมนิ ที่ถูกต้อง
กำรปฏิบัติ
- ประเมินผวิ หนงั แรกรับทุกครงั้ และเม่ือท่าความสะอาดรา่ งกายทุกเวร โดยใชแ้ บบประเมนิ ผวิ หนงั ทารก
- ขณะประเมนิ ต้องมีแสงสขี าวและมคี วามสว่างเพยี งพอ
- ในกรณสี อ่ งไฟรักษาให้ปิดไฟทใี่ ช้ส่องรักษาก่อนประเมิน

กำรเฝ้ำระวงั ผวิ หนังถูกทำลำยตำมสำเหตุ
กำรปอ้ งกันผิวหนังถูกทำลำยในทำรกกลุ่มเสี่ยง
สำเหตขุ องควำมผดิ พลำด
2. ทารกกลมุ่ เสย่ี ง คอื ทารกคลอดก่อนก่าหนด

กำรปฏบิ ัติ
ทารกคลอดก่อนก่าหนด

1. การทา่ ความสะอาดรา่ งกาย
1.1ทารกอายุครรภน์ ้อยกว่าหรือเท่ากับ 26 สปั ดาห์ หรอื น้่าหนักตวั น้อยกวา่ 1,000 กรัม
ใหใ้ ช้สา่ ลชี ุบน้า่ อุ่นไรเ้ ชือ้ ทา่ ความสะอาดร่างกายโดยซบั เบาๆไม่ขัดถูผวิ หนงั
2.1 ทารกท่ีมนี ่้าหนักแรกเกดิ มากกว่า 1,000 กรมั
- หากอณุ หภูมิกายไมค่ งที่ เช็ดผิวหนังเฉพาะสว่ นทีส่ กปรกดว้ ยส่าลชี ุบนา่้ อ่นุ (37-38oC)
- หากอุณหภูมิกายคงทใ่ี หป้ ฏิบัตดิ งั นี้
1) สัปดาหแ์ รก เช็ดเฉพาะผวิ หนงั ส่วนทสี่ กปรกดว้ ยส่าลีชุบนา้่ อ่นุ
2) อายุ2-3 สปั ดาห์ เชด็ ดว้ ยส่าลชี บุ นา่้ อุน่ 2-3 คร้ัง
3) อายุ 3 สัปดาห์ขึ้นไป เช็ดด้วยส่าลชี บุ น่า้ อุน่ /สบู่ หรือใชส้ บู่ก้อนท่ีมพี เี อชเป็นกลาง

64

หอผูป้ ่วยวิกฤตทารกแรกเกดิ โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลมิ พระเกียรติ

หรือดา่ งอ่อนและไมม่ ีส่วนผสมของวตั ถุกนั เสียและน้่าหอมร่วมดว้ ย
4) อาบน่้าในอา่ ง ท่าเฉพาะเมื่อ โคนสายสะดือหลดุ แล้ว
2. การใช้ emollient
2.1 เลอื ก emollient ทปี่ ราศจากเช้อื ไม่มีส่วนผสมของนา้่ หอม สารกันเสยี และแยกบรรจใุ น
ภาชนะสา่ หรบั ใชเ้ ฉพาะราย
2.2 ทา emollient บางๆ บนผิวหนังของทารกเกดิ ก่อนก่าหนด
2.3 เฝ้าระวังและสังเกตการติดเชอื้ โดยเฉพาะในรายที่มีน้่าหนกั นอ้ ยกวา่ 750กรมั
3. การปอ้ งกนั การสญู เสยี น่้า

สำเหตขุ องควำมผดิ พลำด
2. การตัดสายสะดือไมส่ ะอาด

กำรปฏบิ ตั ิ
ทารกเกิดนอกโรงพยาบาล
ทารกเกิดนอกโรงพยาบาลท่ีไม่มีประวตั ิการตัดสายสะดือด้วยใบมดี โกนหรอื กรรไกร ต้องตดั สายสะดือใหมด่ ้วยวิธกี าร

ไรเ้ ชือ้ และทา่ ความสะอาดร่างกายเนน้ เรอื่ งการอาบน้่าและท่าความสะอาดสะดอื

สำเหตขุ องควำมผิดพลำด
3.การใส่สายหลอดเลอื ดสายสะดอื

กำรปฏิบตั ิ
ทารกที่ได้รบั การใส่หลอดสวนในหลอดเลือดสายสะดอื
1. ดูแลบรเิ วณสะดอื ให้แห้งและสะอาดเสมอ
2. ยึดตรึงหลอดสวน UVC,UAC ด้วยการปดิ ด้วยแถบกาวชนดิ บางใส(Tegaderm)และทา่ สะพานยึดหลอด
สวน
3. เปิดบริเวณขัว้ สะดอื ใหโ้ ลง่ แห้งและสมั ผัสอากาศเสมอ

สำเหตุของควำมผิดพลำด
4.ทารกไม่มผี วิ หนงั แตก่ ่าเนดิ
กำรปฏบิ ตั ิ
ทารกไมม่ ผี วิ หนังแต่ก่าเนดิ )aplasia cutis(
1. ท่าแผลด้วยวิธปี ราศจากเชือ้ โดยใชน้ ้่าไรเ้ ช้ือที่อ่นุ 38-39 องศาเซลเซยี ส
2. ปิดด้วยกอ๊ ซชุบ ointment หรอื วาสลินก๊อซ
3. ใช้กอ๊ ซแห้งปดิ ทับอกี รอบ
4. ผ้าทุกชิ้นทใ่ี ชผ้ อ่ หุ้มทารกต้องไรเ้ ช้ือ

สำเหตขุ องควำมผดิ พลำด
5. ทารกท่ีมี ostomy
กำรปฏบิ ตั ิ

65

หอผู้ปว่ ยวิกฤตทารกแรกเกิด โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกยี รติ

ทารกที่มี Ostomy
1. ถา้ สิ่งคัดหลั่งจาก ostomy ระคายเคืองต่อผิวหนงั น้อย ให้เช็ดทา่ ความสะอาดดว้ ยน้่าสะอาด
อุน่ หรือนา้่ เกลอื นอร์มลั แลว้ ปดิ ด้วยcolostomy bag หรอื ผา้ ส่าลที ่ีอ่อนนุ่ม ไมห่ นาเกนิ
2. ถา้ สงิ่ คัดหลั่งจาก ostomy มลี กั ษณะเหลวและมีปรมิ าณมาก หลงั ท่าความสะอาด ostomy
ใหท้ า Zinc paste หรอื โรยผง stomahesive ทีบ่ รเิ วณรอบผิวหนงั เพ่ือให้แผลแหง้ ลด
การระคายเคือง และช่วยสมานแผล
3. ท่าความสะอาด ostomy และเปลีย่ นผ้าอ้อมทนั ทีทุกคร้ังทถี่ ่ายอุจจาระ หากทิ้งไวจ้ ะทา่ ให้
ผิวหนงั รอบ ostomy เป็นผื่นแดงและถลอก

สำเหตุของควำมผดิ พลำด
6.ทารกบวม/ไมม่ ีผวิ หนงั แต่ก่าเนิด/มีการไหลเวียนโลหติ ไม่ดีหรอื ไมร่ สู้ ึกตวั
กำรปฏิบัติ
ทารกบวม/ไมม่ ผี ิวหนงั แต่ก่าเนิด/มีการไหนเวยี นโลหิตไมด่ ี หรือไมร่ สู้ ึกตัว
- จัดให้นอนที่นอนน่้าหรอื ที่นอนเจล
- ทารกทีผ่ วิ หนังถกู ทา่ ลาย มีอาการบวก หรือมีการไหลเวียนของโลหติ ไปเล้ยี งผิวหนงั ไม่ดี ให้
เปล่ียนท่านอนหรือพลิกตะแคงตวั ทุก 2 ช่ัวโมง
- ทารกไม่รสู้ ึกตวั ให้เปล่ยี นท่านอน โดยพิจารณาตามการตอบสนองของทารกต่อการถูกจับตอ้ ง

กำรปอ้ งกันผิวหนังถูกทำลำยในสถำนกำรณเ์ สี่ยงตำมสำเหตุ

สำเหตุของควำมผดิ พลำด
1. เทคนคิ การให้ความอบอุ่นไมถ่ ูกต้อง
กำรปฏิบัติ
1. การใช้อปุ กรณ์ให้ความอบอนุ่
2. ไม่ให้ใช้กระเปา๋ น่้าร้อนหรือผ้าห่มไฟฟ้ากบั ทารกแรกเกิด
3. หากทารกมีภาวะอุณหภูมกิ ายต่า
4. หากไม่มีอุปกรณ์การแพทย์เพอ่ื ใหค้ วามอบอ่นุ ใหใ้ ชถ้ ุงผา้ บรรจุธัญพชื

สำเหตุของควำมผิดพลำด
2. การดูแลผวิ หนังบริเวณทีท่ ่าหตั ถการไมถ่ ูกต้อง
- อ่นุ เท้าก่อนเจาะเลือดไมถ่ ูกต้อง
- การใหส้ ารละลายทางหลอดเลอื ดด่า
- การใส่ ETT
กำรปฏบิ ตั ิ
1. การดูแลผวิ หนงั บรเิ วณท่ีท่าหัตถการ
2. ใช้นา่้ ยาฆา่ เชอื้ ท่าความสะอาดผิวหนงั ทารก ในบริเวณท่ีท่าหตั ถการทงิ้ ไว้อยา่ งน้อย 30วินาที

66

หอผู้ปว่ ยวิกฤตทารกแรกเกดิ โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลิมพระเกยี รติ

3. เชด็ นา้่ ยาฆ่าเชือ้ ออกจากผิวหนังทารกด้วยน้่าปราศจากเชอื้ หรอื NSS หลังเสรจ็ จากหตั ถการทันที
4. การประคบอนุ่ ก่อนเจาะเลือดจากสน้ เท้า ควรประคบส้นเทา้ ด้วยผ้าอุ่นที่มีอุณหภมู ปิ ระมาณ 38 º C หรือ

ทดสอบโดยใชห้ ลังมอื สัมผัสผ้าทอ่ี นุ่ ในระดบั ทท่ี นได้นาน 3นาที
5. การติดแถบกาวเพ่ือยึดตดิ IV catheter/ เขม็ กับผิวหนงั ใหป้ ฏบิ ัตติ ามแนวทางการปอ้ งกนั การเกิด IV

Ieakage
6. การตดิ แถบกาวเพื่อยึดหลอดสอดคาท่อลม ( endotracheal tube) ใหป้ ฏิบัตติ ามแนวทางการป้องกัน

ETT เลือ่ นหลุด

สำเหตขุ องควำมผิดพลำด
3.แถบกาวเหนียวลอกยากและมีขนาดใหญย่ าวเกนิ ไป
- แถบกาวสมั ผสั ผิวหนังทารกโดยตรงทา่ ให้ระคายเคืองและผิวหนงั หลุดลอกได้
- ทาทิงเจอรเ์ บนซอยน์กอ่ นติดแถบกาว
- แถบกาวติดแนน่ ดึงออกไม่ได้ใช้
- ใชเ้ บนซินเช็ดลอกแถบกาว
กำรปฏบิ ัติ
3.3 การตดิ และลอกแถบกาว
1.3 การตดิ แถบกาว
- เลือกแถบกาวที่ผา่ นการตรวจสอบว่าเหมาะสมและปลอดภยั ส่าหรบั ทารก แถบกาวชนิดบางใส
(Tegaderm , Opsite)เพคติน(pectin barrier )เช่น Duoderm, Coban, Micropore
- ตดั แถบกาวให้มีขนาดพอเหมาะกับบริเวณเทา่ ที่จา่ เป็นเพ่ือใหแ้ ถบกาวสมั ผสั ทารกน้อยทีส่ ดุ
- ใช้แถบกาวชนดิ บางใส( Tegaderm) ติดกับผิวของทารกก่อน เพื่อปกป้องผวิ หนังของทารกจากการตดิ แถบ
กาวเหนยี ว เช่นตดิ ทร่ี ิมฝปี ากท่ยี ึด ETT และหลอดให้อาหาร บรเิ วณที่ตดิ อปุ กรณเ์ ฝ้าตดิ ตาม เช่น probe ของ
เคร่ืองวดั อุณหภมู ิ หรอื ค่าความอ่มิ ตัวของออกซิเจนทผี่ ิวหนงั บริเวณทใ่ี หส้ ารละลายทางหลอดเลือดด่า ยึดหลอด
สวนในหลอดเลือดดา่ (UVC,UAC(รอบแผลช่องเปิด) ostsmy) บริเวณตดิ urine bag หรอื nasal cannula อาจ
ใชส้ า่ ลีแตะกาวทเ่ี หนยี ว เพ่ือลดความเหนยี วของแถบกาว
- หลังเจาะเลอื ด ควรใช้ก๊อซพันหรือสา่ ลรี องก่อนจงึ ใชแ้ ถบกาวปดิ ไม่ให้แถบกาวถกู ผวิ หนงั ทารก
โดยตรงและหลกี เลย่ี งการติดแถบกาวบริเวณทมี่ ผี ิวหนงั ถกู ทา่ ลาย บรเิ วณท่ีผดิ ปรกตหิ รือมผี นื่
3.4 การลอกแถบกาว
- ลอกแถบกาวโดยใชส้ ่าลชี ุบนา่้ ระหว่างผิวหนงั กบั แถบกาว
- ค่อยๆลอกแถบกาวออกในแนวนอนอยา่ งชา้ ๆ
- ขณะดึงเทปกาวออกให้ม้วนเก็บแถบกาวด้วย เพื่อป้องกนั ไมใ่ หต้ ดิ ผวิ หนงั ส่วนอนื่
- ถ้าเหนียวมาก ใชน้ า่ มันมะกอกหรือวาสลีนเช็ด ยกเวน้ บริเวณทจี่ ะติดแถบกาว
- ไม่ควรลอกแถบกาวใสทีใ่ ชป้ ้องกนั ผวิ หนงั ออก แต่ปลอ่ ยให้หลุดออกเองตามธรรมชาติ หาก
จา่ เปน็ ควรลอกออกหลังจากติดเกนิ 24 ช่วั โมง
- เช็ดผิวหนงั ที่เป้ือนกาวเหนยี วดว้ ยน้า่ มันทีไ่ ด้จากธรรมชาติ เช่น น่้ามันมะกอก ไมใ่ ชเ้ บนซิน

67

หอผปู้ ่วยวิกฤตทารกแรกเกดิ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลมิ พระเกียรติ

กำรดแู ลเมือ่ ผวิ หนังถูกทำลำย
1. การประเมินและบันทึกสภาพผิวหนังทถี่ ูกทา่ ลาย

เพอื่ ใชเ้ ป็นขอ้ บ่งชีถ้ งึ สาเหตุและการเลอื กวธิ ีการดูแล ให้ทา่ ทุกเวรอย่างต่อเนื่อง โดยมีการใชแ้ บบประเมินกบั ทารกทุก
ราย

- กรณีสงสยั มีการติดเช้ือแบคทีเรยี สง่ เพาะเชื้อและยอ้ มสีแกรมกรณีท่สี งสัยเชอื้ รา ควรส่งตรวจโดยใชโ้ ปตัสเซียม
ไฮดรอกไซด์กรณที ี่สงสยั เชอ้ื รา
2. การดแู ลผิวหนงั ทารก

ทารกท่ีมีผวิ แห้ง
- ใช้ emollient
- หากทารกอยใู่ นตู้อบใหเ้ พมิ่ ความชื้นสมั พทั ธ์ ≥%70

2.1 ผวิ แดงผน่ื แดง
- เปลี่ยนผา้ ออ้ มทุกครั้งที่มีการขับถา่ ย
- ใชน้ ่้าอุน่ ทา่ ความสะอาดบรเิ วณกน้ และอวัยวะสบื พนั ธ์ุ
- ไม่น่งุ ผา้ อ้อม จบั นอนคว่า หรือตะแคง
- ปูผา้ อ้อมบนผา้ ยางเบาะทกุ ครง้ั เพ่ือไม่ให้ก้นทารกสัมผสั กับผา้ ยางโดยตรง
- ไมใ่ ชแ้ ปง้ เด็ก เพราะเปน็ แหล่งเพาะเช้ือรา และแบคทเี รยี
- ทาหรอื หล่อลืน่ ด้วย ขผ้ี ้ึงปิโตรเลียมหรอื ครีมที่มสี ่วนผสมของ zinc oxide
- ผืน่ ผ้าออ้ มที่ไมม่ ีการตดิ เชื่อใช้ 1%hydrocortisone cream ทาวันละ 2 ครง้ั
- ถา้ เกดิ การติดเชือ่ ให้วิเคราะห์ และรักษาตามสาเหตุ

3.2รอยแดงจากการกดทบั
- ไม่ใหท้ ารกนอนทบั บริเวณท่ีมีรอบแดงจากการกดทับจนกว่าแผลหาย
- ใชอ้ ุปกรณ์บรรเทาการกดทับ เช่น ทีน่ อนนา้่ ท่นี อนลม ที่นอนเจล
- ดแู ลผวิ หนังให้สะอาดและมีความชุ่มชน้ื

4.2 แผลฉกี ขาด/รอยไหม้/ถลอก
แผลแห้งขนาดเล็ก

- ทายาปฏิชีวนะชนดิ ointment เพอื่ ปอ้ งกันการตดิ เชือ้
- ไม่จา่ เป็นต้องเชด็ ท่าความสะอาดครง้ั ต่อไปเพ่ือปอ้ งกันเนื้อเยอ่ื ท่งี อกใหม่ถูกท่าลาย
แผลบรเิ วณกว้าง
ทา่ ความสะอาดผวิ หนงั ที่แตกท่าลาย แตไ่ ม่มีการตดิ เชอื้ ควรปฏบิ ตั ดิ งั น้ี
- ถ้ามีเนอื้ เย่ือที่ตายแลว้ ใช้กระบอกฉดี ยาขนาด 20 ml บรรจนุ ่า้ เกลือที่มีอุณหภูมิใกลเ้ คียง 37oC ฉีดล้าง
เบาๆใหน้ ่้าไหลผ่านแผลเพือ่ ช่าระสง่ิ สกปรก
- ไมใ่ ชส้ า่ ลเี ชด็ บริเวณที่เนื้อเยื่อก่าลงั งอกใหม่
- เชด็ ผวิ หนังรอบขอบแผลให้แหง้ ด้วยส่าลไี ร้เช้ือ
- ใชก้ อ๊ ซชุบนา้่ เกลือนอร์มัลปิดแผล
- ปดิ แผลด้วยก๊อซชุบนา่้ เกลือนอร์มัลปิดทบั ดว้ ยกอ๊ ซแหง้ และปดิ ทับดว้ ยแถบกาวเหนียว
- ท่าความสะอาดแผลและเปล่ียนกอ๊ ซวันละ 2 คร้ัง หรือเมื่อมีสงิ่ สกปรก
- ไม่ตัดแต่งแผลของทารก

68

หอผปู้ ่วยวิกฤตทารกแรกเกดิ โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลมิ พระเกยี รติ

5.เอกสำรอำ้ งองิ
เครือข่ายการบริการทารกแรกเกดิ เชียงใหม่ ลา่ พนู แม่ฮ่องสอน. (2554). การดูแลผวิ หนงั ทารกแรกเกดิ . สบื ค้นเม่อื

21 ธ.ค 2562 .จาก http://www.nkp-hospital.go.th/th/department/clmnn/EditCNPG/ 17.pdf

6. ผงั กำรไหลของงำน

Admit
NICU

ใชแ้ นวปฏิบตั ิการพยาบาลเพือ่ ป้องกนั ผิวหนงั ถกู ทาลาย

ประเมนิ ความเส่ียงตอ่ การเกิดแผลกดทบั ทุกรายต้งั แตแ่ รกรับ และติดตามทุก 8 ชว่ั โมง

คะแนน Braden Q scale

คะแนน ≤ 9 คะแนน 10-12 คะแนน 13-15 คะแนน ≥16
มีความเส่ียงสูง มีความเสี่ยงปานกลาง มีความเส่ียงเลก็ นอ้ ย ไม่มีความเส่ียง

- ส่งเวรและบนั ทึกขอ้ มลู เกี่ยวกบั ระดบั ความเสี่ยง และการดูแล - พลิกตะแคงตวั เลก็ นอ้ ย
ทุกเวร - จดั ที่นอนเรียบตึง
- Turn position และเปลี่ยนตาแหน่ง probe ทกุ 2 ชว่ั โมง - ดูแลใหไ้ ดร้ ับสารอาหาร ประเมินซ้าเม่ือผปู้ ่ วยมี
(ยกเวน้ รายท่ีอาการไม่คงที่) (Enteral / Parenteral) หาก อาการเปล่ียนแปลง เช่น
- ใชว้ สั ดุปิ ดแผลปิ ดตามป่ มุ กระดูก/ร่อง อุปกรณ์พาดผา่ น เพ่อื พบปัญหา notify แพทย์ - การรู้สติลดลง สบั สน
ลดแรงกด เพอื่ ให้ไดร้ ับสารอาหารที่ - หลงั ผา่ ตดั ที่มีขอ้ จากดั
- ดูแลใหไ้ ดร้ ับสารอาหาร (Enteral / Parenteral) เหมาะสม
- ติดตามดูแลการไดร้ ับสารน้าอยา่ งเพยี งพอ บนั ทึกจานวน - ทาความสะอาดทกุ คร้ัง การคล่ือนไหว
Intake/Output ในแต่ละวนั หลงั ขบั ถ่ายดว้ ยน้าสะอาด
- ทาความสะอาดทุกคร้ังหลงั ขบั ถ่ายดว้ ยน้าสะอาด / Skin -ประเมินผิวหนงั วนั ละ 1
cleanser ซบั ผิวหนงั เบาๆ คร้ัง
- ทาผลิตภณั ฑป์ กป้องผิวหนงั ตามแนวทางการดูแล IAD
- เปล่ียน Diaper ทกุ คร้ังหลงั ขบั ถ่าย
- ประเมินผวิ หนงั ทุก 2 ชวั่ โมง

7. ภำคผนวก

-

69

หอผปู้ ่วยวิกฤตทารกแรกเกดิ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลมิ พระเกียรติ


Click to View FlipBook Version