The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติประเทศจีน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by siroratnsriwichay25, 2020-11-04 07:58:02

ประวัติประเทศจีน

ประวัติประเทศจีน

ประวตั ปิ ระเทศจนี

ประเทศจนี เปน็ ประเทศทมี่ ีอารยธรรมยาวนานท่ีสุดประเทศหน่ึง โดย
หลักฐานทางประวตั ศิ าสตรท์ ่ีสามารถคน้ คว้าได้บง่ ช้วี ่าอารยธรรมจีนมี

อายถุ งึ 5,000 ปี

รากฐานทสี่ ำคัญของอารยธรรมจนี คือ การสร้างระบบภาษาเขยี น ใน
ยุคราชวงศฉ์ นิ (ศตวรรษที่ 3 กอ่ น ค.ศ.) และการพัฒนาแนวคิดลทั ธิ
ขงจือ๊ เมอ่ื ประมาณ ศตวรรษที่ 2 กอ่ น ค.ศ. ประวตั ิศาสตร์จนี มีทั้งชว่ ง
ทีเ่ ป็นปกึ แผน่ และแตกเป็นหลายอาณาจักรสลบั กันไป ในบางครงั้ ก็ถูก
ปกครองโดยชนชาติอื่น วัฒนธรรมของจนี มอี ิทธิพลอย่างสูงตอ่ ชาติ
อน่ื ๆ ในทวีปเอเชยี ซ่งึ ถ่ายทอดไปทั้งการอพยพ การคา้ และการยึด

ครอง

ยุคกอ่ นประวตั ศิ าสตร์นน้ั ไมม่ ีหลักฐานแนช่ ัดนักวา่ เรม่ิ ต้นเมอ่ื ไร แต่
จากการขดุ พบวัตถุโบราณตามลุม่ แม่นำ้ ฉางเจยี งและหวางเหอ แบ่ง
ช่วงเวลาน้ีออกไดเ้ ปน็ สังคมสองแบบ แบบแรกเปน็ ชว่ งทผี่ ู้หญงิ เปน็
ใหญ่เรยี กว่าชว่ งวฒั นธรรมหยางเซา และชว่ งทีผ่ ู้ชายเปน็ ใหญเ่ รยี กวา่
วัฒนธรรมหลงซาน ตำนานเลา่ กนั วา่ บรรพบรุ ษุ จนี มชี ือ่ เรยี กว่า หวางตี้

และ เหยยี นต้ี

สมัยกอ่ นประวัติศาสตร์ แบ่งออกไดด้ งั น้ี

1.ยุคหนิ เกา่ จนี เปน็ ดินแดนทีม่ นษุ ยอ์ าศยั เปน็ เวลานานที่สดุ ในทวปี
เอเชีย หลกั ฐานทพ่ี บคือมนษุ ยห์ ยวนโหม่ว (yuanmou man) มีอายุ

ประมาณ 1,700,000 ปี ลว่ งมาแล้ว พบที่มณฑลยูนนาน ภาค
ตะวนั ตกเฉยี งใต้ของจนี และพบโครงกระดูกมนุษย์ปักกงิ่

2.ยุคหนิ กลาง มีอายปุ ระมาณ 10,000 ปี - 6,000 ปลี ่วงมาแล้วใช้ชีวิต
ก่ึงเรร่ ่อน ไม่มีการตงั้ หลกั แหลง่ ถาวร มกี ารพบเคร่อื งถ้วยชาม หมอ้ มี
การลา่ สตั ว์ เกบ็ อาหาร เครือ่ งมอื หนิ ทใี่ ช้ในชวี ิตประจำวนั คือ หนิ สับ

ขดู หัวธนู

3.ยุคหนิ ใหม่ มอี ายุประมาณ 6,000 ปี - 4,000 ปีลว่ งมาแล้วเรม่ิ ตัง้
หลกั แหล่งเป็นชมุ ชน รจู้ ักเพาะปลูกขา้ วฟา่ ง เลย้ี งสตั ว์ ทอผา้ ปลกู
บา้ นมีหลังคา ในยคุ หินใหมน่ ีม้ ีมนุษย์ทำเครื่องป้ันดนิ เผาทส่ี วยงามมาก

ขึ้น และเขียนลายสี

4.ยุคโลหะ มอี ายุประมาณ 4,000 ปีล่วงมาแล้วหลกั ฐานทีเ่ ก่าสุดคือมีด
ทองแดง แลว้ ยงั พบเครือ่ งสำรดิ เก่าที่สุด ซึ่งนำมาใช้ทำภาชนะต่าง ๆ
เช่น ท่บี รรจุไวน์ กระถาง กระจกเงา มขี นาดใหญแ่ ละสวยงาม มาก

โดยเฉพาะสมัยราชวงคช์ าง และ ราชวงค์โจว

ยุคโบราณ

ราชวงศ์เซี่ย (2100-1600 ปกี อ่ นครสิ ตศ์ ักราช)

บทความหลกั ราชวงศเ์ ซี่ย

เขตแดนราชวงศ์เซย่ี

" ตงิ่ " ภาชนะดนิ เผาใช้ในการหุงหาอาหารปกครองจนี ในชว่ ง 2100-
1600 ปกี อ่ นครสิ ตกาล มอี ำนาจอยแู่ ถบมณฑลชานสีในปจั บุ ัน ใกล้ลุ่ม

น้ำเหลอื ง กษตั ริย์เซี่ยองค์แรก คอื พระเจา้ อี่ เร่มิ ประเพณกี าร
สืบราชสมบตั ิตามสายโลหติ ในระยะแรกสบื จากพี่มาสู่น้อง สมยั
ราชวงศเ์ ซยี นี้ มหี ลักฐานว่าผู้ปกครองมกั เปน็ หัวหน้าทางศาสนาหรอื มี
หนา้ ท่ที ำปฏทิ ินดว้ ย แตต่ อ่ มาความสำคญั ทางศาสนาหรอื ความเช่อื

เรือ่ งนีเ้ สื่อมลงไป

เมอื่ พระเจา้ อีข่ ึ้นครองราชยแ์ ละสถาปนาราชวงศ์นย้ี งั ยดึ หลกั การสละ
ราชบัลลังก์ตามแบบประเพณีนิยมของพระเจา้ เหยาและพระเจ้าซนุ่ แก่
ผูท้ ีม่ คี วามสามารถ โดยเตรียมให้ อ้ี ผชู้ ว่ ยรับชว่ งสบื ราชสมบัติ แต่

หัวหนา้ เผา่ ตา่ งๆสนบั สนุน ฉ่ี โอรสของพระเจา้ อ่ี ซึ่งเปน็ ผ้ทู รง
คณุ ธรรมและมีความสามารถอกี คนหนงึ่ จงึ ไดส้ ืบทอดอำนาจตอ่ จาก
พระบดิ า ด้วยการสถาปนาราชวงศเ์ ซ่ียข้นึ นับเปน็ ครง้ั แรกท่ตี ำแหนง่
เจา้ ผูค้ รองราชยเ์ ปน็ การ สืบสนั ตติวงศ์ โดยการสืบทอดสมบตั ิจากพอ่ สู่
ลกู พส่ี ู่นอ้ งไปเรอ่ื ยๆ การสบื ทอดแบบนท้ี ำใหเ้ กิดลกั ษณะการปกครอง

ประเทศดว้ ยวงศส์ กุลเดยี วขนึ้ เปน็ ครงั้ แรกในประเทศจนี

ราชวงศ์เซย่ี มปี ระวตั ิยาวนานถงึ 500 ปี มีกษตั ริยป์ กครองท้ังสน้ิ 17
องค์ จนกระท่ังพระเจา้ เจ๋ยี ซ่งึ มีนสิ ัยโหดรา้ ย ไรค้ ณุ ธรรม จงึ เปน็ ท่ี

เกลยี ดชงั ของประชาราษฎร์ ผนู้ ำเผา่ ซาง ชอื่ ทัง ผนกึ กำลังกบั เผา่
ตา่ งๆทำสงครามขบั ไลพ่ ระเจา้ เจย๋ี และเอาชนะไดท้ ี่ หมงิ เถียว (ตงั้ อยู่
บรเิ วณใกลเ้ มืองไคฟง มณฑลเหอหนานในปัจจุบนั ) พระเจ้าเจย๋ี หนี

และสิน้ พระชนม์ทห่ี นานเฉา (อำเภอเฉาเซี่ยน มณฑลอานฮยุ ใน
ปจั จบุ นั ) ราชวงศเ์ ซย่ี จงึ ลม่ สลายอยา่ งสมบรู ณ์

ราชวงศ์ซาง (1600-1046 ปกี อ่ นครสิ ตศ์ กั ราช)

บทความหลกั ราชวงศ์ซาง

เขตแดนราชวงศซ์ างราชวงศซ์ างมอี ำนาจอยปู่ ระมาณ 550 ปี คือ
ตั้งแต่ 1600-1046 ปกี ่อนครสิ ตศ์ กั ราช ในชว่ งนเ้ี ริ่มมีการก่อตั้งกอง
ทหาร, ข้าราชการและมีการลงโทษตามกฎหมาย มีกษัตรยิ ์ปกครอง
ทง้ั สนิ้ 31 พระองค์ เมอ่ื พระเจ้าเจีย๋ แห่งราชวงศ์เซ่ยี ซง่ึ ไรค้ ณุ ธรรม
สร้างความเกลยี ดชงั แก่คนทงั้ แผ่นดนิ เพม่ิ ข้นึ จนกระทงั่ เปดิ โอกาสให้ผู้
ท่ีมิชอบพฤตกิ รรมของพระองคร์ วมตวั กนั เปน็ กองกำลังเพือ่ ต่อต้านการ
ปกครองของเจา้ แผ่นดิน ทงั มีอำนาจอยูแ่ ถบเมืองซางได้รบั การ
สนบั สนนุ จากหวั หน้าเผ่าต่างๆจงึ ใชก้ ำลังพลและอาวุธโค่นลม้ การ
ปกครองของราชวงศ์เซี่ย แล้วสถาปนาราชวงศ์ซางข้นึ โดยต้งั เมือง
หลวงท่ี เมืองปวั๋ (อำเภอเฉาเซย่ี น มณฑลซานตงปัจจบุ นั ) เนือ่ งจาก
ทังเปน็ ชนชน้ั สงู ในราชวงศเ์ ซี่ยมากอ่ น จึงถือว่าเป็นการปฏวิ ตั ิของชน
ช้ันสูงคร้งั แรกในประวตั ศิ าสตรจ์ นี นอกจากนน้ั ยคุ นี้ยังเรม่ิ มีการใช้

ภาชนะสำรดิ อยา่ งแพรห่ ลายโดยเฉพาะประเภท ถ้วยสุรา มดี วง
พระจันทร์ กลองสำรดิ ซ่ึงมกี ารขุดค้นพบเป็นหลักฐานกันมาก

การครองราชยช์ ว่ งแรกของพระเจา้ ซางทงั และทายาท บา้ นเมอื งมี
ความร่มเยน็ เปน็ สขุ จนกระทงั่ ไปถึงพระเจ้าโจ้วหวัง ซ่งึ เป็นกษตั รยิ ์องค์
สุดทา้ ยของราชวงศน์ ้เี ปน็ ผ้เู หย้ี มโหด ขูดรีดเงนิ ทองจากราษฎรอย่าง
หนักเพื่อสรา้ งอุทยานแห่งใหม่และลงโทษทัณฑ์แกผ่ ตู้ ่อต้านนโยบาย
หรือสร้างความขัดเคอื งใจดว้ ยการประหารชีวิต เหลา่ ขนุ นางเสพสขุ

บนความทุกขข์ องราษฎรโดยเจา้ แผน่ ดินไมเ่ หลยี วแล จงึ สรา้ งแรง
กดดนั และเกิดการรวมตัวของพวกเผา่ โจวซง่ึ อาศัยบนทรี่ าบสูงและมี
กำลงั เขม้ แขง็ โดยผู้นำ ชอ่ื จีฟา ได้รวมกำลังพลกบั เผา่ อ่ืนทป่ี ระสบ
ความเดือดร้อนเพือ่ โจมตีกองทัพของพระเจา้ โจ้วหวงั ซึ่งแตกพา่ ยแพ้
ยบั เยนิ ที่ มู่เหยีย พระเจา้ โจ้วหวงั ต้องฆา่ ตัวตายดว้ ยการเผาตัวเอง
ราชวงศซ์ างจงึ ล่มสลายลงแลว้ สถาปนาราชวงศ์โจวปกครองแผน่ ดนิ

แทนราชวงศซ์ างเมือ่ ประมาณ 1046 ปีกอ่ นครสิ ตกาล

ราชวงศ์โจว (1046-256 ปกี ่อนครสิ ต์ศกั ราช)

บทความหลัก ราชวงศ์โจว

เขตแดนราชวงศ์โจวนักประวัติศาสตรจ์ ีนแบง่ ราชวงศโ์ จวออกเปน็
ราชวงศโ์ จวตะวนั ตก และ ราชวงศ์โจวตะวันออก ซึง่ มรี ะยะครอง

แผน่ ดินต่อเน่ืองกนั แตม่ กี ารย้ายเมืองหลวงหลังจากแพช้ นะกนั จงึ แบ่ง
ราชวงศน์ ีด้ ว้ ยทิศทางของเมืองหลวงเป็นหลกั

ราชวงศโ์ จวตะวันตก (1046-771 ปกี ่อนคริสตศ์ ักราช)

เผ่าโจวเป็นเผ่าเกา่ แก่และใช้แซ่ จี โดยอาศัยแถบลุ่มน้ำเวย่ เหอ ต่อมา
ยา้ ยถิ่นไปอยู่ ฉซี าน (ดา้ นเหนืออำเภอฉีซาน มณฑลฉ่านซีปจั จุบนั ) ซง่ึ

มีความอดุ มสมบรู ณด์ า้ นการเพาะปลูกมากกวา่ แลว้ เรียกตนเองว่า
ชาวโจว ผูน้ ำเผ่าทกุ รนุ่ ตา่ งปรบั ปรงุ โครงสรา้ งเผา่ กอ่ สร้างบา้ นเรือน
และกำหนดตำแหนง่ ขนุ นาง ทำให้มลี ักษณะของชาติรัฐชดั ขนึ้ เมื่อผูน้ ำ
นามว่า จีฟา ทำลายราชวงศซ์ างสำเรจ็ แล้ว จงึ สถาปนาราชวงศ์โจ
วขึน้ ปกครองแผน่ ดิน และเปล่ียนพระนามเป็น พระเจ้าโจวอู่หวงั แล้ว
สรา้ งเมอื งหลวงใหมท่ ี่ เมอื งเฮ่า (ดา้ นตะวนั ตกอำเภอฉางอาน มณฑล
สา่ นซีปัจจบุ นั ) นกั ประวัติศาสตร์เรียกแผ่นดินโจวช่วงน้วี า่ ราชวงศโ์ จ
วตะวันตก นอกจากน้ันยังริเร่ิมปนู บำเหน็จความชอบดว้ ยที่ดินและ
ทรัพย์สนิ แก่ขุนนางซ่งึ สรา้ งความชอบแกแ่ ผ่นดินหรอื เจา้ แผ่นดินเปน็

ครัง้ แรกดว้ ย

ราชวงศโ์ จวตราระบบสบื สายวงศข์ นึ้ ใชอ้ ยา่ งชัดเจนเปน็ ครง้ั แรก โดย
กำหนดว่า ตำแหนง่ กษัตริยห์ รอื เจา้ นครรฐั ต่างๆต้องสบื ทอดเฉพาะ
บุตรคนโตของภรรยาเอกเท่านนั้ บตุ รทเ่ี หลอื จะรับการแตง่ ต้งั ใน

ตำแหนง่ ตำ่ ลงไป การสบื ทอดชดั เจนนส้ี รา้ งความมัน่ คงแกร่ าชวงศ์
ยงิ่ ขึน้

เมอ่ื ลว่ งถึงสมยั ของพระเจ้าโจวโยวหวัง เมอื งเฮา่ ซง่ึ เปน็ เมอื งหลวงเกิด
แผน่ ดนิ ไหวรา้ ยแรง เกิดโรคระบาด ประชาชนลำบากยากแค้นโดย

กษตั รยิ ไ์ มส่ นใจไยดี กลบั ลุ่มหลงสุรานารแี ละความบนั เทงิ หรหู รา ส่วน
ขุนนางประจบสอพลอ ไมท่ ำงานตามหนา้ ที่ ทำใหเ้ จ้านครรฐั บางคน
รวมตัวกับชนเผา่ ฉวี่ยนหรงเขา้ โจมตีและปลงพระชนม์กษัตรยิ ์ ถอื เปน็

จุดส้ินสดุ อาณาจกั รโจวตะวันตก

ราชวงศโ์ จวตะวนั ออก หรือ ยคุ ชนุ ชวิ (770-256 ปีก่อนคริสตศ์ กั ราช)

บทความหลกั ยุคชนุ ชวิ

หลงั จากอาณาจกั รโจวตะวนั ตกของพระโจวโยวหวงั ลม่ สลายลงโดย
ความรว่ มมอื ของเจ้านครรฐั บางคนกับเผ่าเฉว่ยี นหรงแลว้ พวกเขา
สถาปนารัชทายาท อจี้ ิ้ว ขนึ้ เปน็ กษัตริย์องค์ใหม่ทรงพระนามวา่ พระ
เจา้ โจวผิงหวงั แลว้ ย้ายไปต้งั เมอื งหลวงใหม่ท่ี เมอื งลว่ั อ้ี เนื่องจาก
เมืองเฮ่าได้รบั ความเสียหายจากเพลิงไหมอ้ ย่างมาก นักประวตั ิศาสตร์
เรียกชว่ งการครองอำนาจของราชวงศ์นีว้ ่า ยคุ ชนุ ชิว (Spring and
Autumn Period) ซง่ึ มสี งครามแยง่ ชงิ ความเป็นใหญข่ องเจา้ นครรัฐ
ต่างๆเปน็ ระยะเพ่อื ความเปน็ เจา้ ผนู้ ำนครรฐั ยคุ นเ้ี ร่มิ ตน้ ในปี 770

ก่อนค.ศ. รัชสมัยพระเจ้าโจวผงิ หวงั ถงึ ปี 476 กอ่ นค.ศ.หรอื ปีท่ี 44
สมัยพระเจา้ โจวจิ้งหวัง

ยุคเลยี ดก๊ก

บทความหลัก ยุคเลยี ดกก๊

ตน้ ยคุ ชนุ ชวิ แผน่ ดนิ จีนมปี ระมาณสองรอ้ ยนครรัฐ แตส่ งครามแยง่ ชงิ
อำนาจหรือแผข่ ยายอทิ ธพิ ลตา่ งผนวกดินแดนต่างๆเขา้ กบั รฐั ผู้ชนะ
จนกระท่งั เหลือเพยี งรัฐใหญ่ เจด็ รฐั มหาอำนาจในตอนปลายยุคชุนชิว
นักประวตั ศิ าสตร์จนี เรยี กว่า เจด็ มหานครรัฐแหง่ ยคุ จั้นกวั๋ ได้แก่ รัฐฉี
รฐั ฉู่ รฐั เยยี น รัฐฉิน รฐั หาน รัฐเวย่ และ รฐั เจา้ ยุคสมัยนมี้ สี งคราม
ดุเดอื ดระหว่างรัฐต่อเน่ือง รัฐฉินกับรฐั ฉไี ด้รบั การขนานนามเป็นสองรฐั
มหาอำนาจฟากตะวนั ออกและฟากตะวันตก ซ่งึ ถอื เป็นดลุ อำนาจตอ่

กนั

ยุคน้สี นิ้ สดุ โดยการข้นึ ครองอำนาจของ อ๋งิ เจงิ้ แหง่ รัฐฉนิ หรือที่ร้จู กั กนั
ในนาม จิน๋ ซฮี อ่ งเต้ (พระเจา้ ฉนิ ส่อื หวงต)้ี โดยถือเปน็ จักรพรรดิองค์

แรกของจนี

สมัยราชวงศ์

ราชวงศฉ์ นิ (221-206 ปีกอ่ นครสิ ตศ์ กั ราช)

บทความหลัก ราชวงศ์ฉนิ

เขตแดนราชวงศ์ฉนิ นกั ประวัตศิ าสตรน์ ยิ มเรยี กประวตั ศิ าสตรจ์ ีนตงั้ แต่
ราชวงศฉ์ ิน ถึง ราชวงศช์ ิง ว่าเปน็ จีนยคุ จักรวรรดิ ถงึ แม้ว่าราชวงศฉ์ ิน

จะมีอายเุ พยี งแค่ 12 ปี แต่พระองค์ได้วางรากฐานสำคญั ของอารย
ธรรมชนเผ่าฮนั่ ไว้เปน็ จำนวนมาก เมอื งหลวงตง้ั อยทู่ ีเ่ ซยี งหยาง (咸

陽) (บริเวณเมืองซีอานปจั จบุ ัน)

พระเจา้ ฉินสื่อหวงต้ตี ้องการบังคบั ประชาชนใหใ้ ชม้ าตรฐานทีก่ ำหนด
ขนึ้ อย่างรวดเรว็ เพอื่ ให้การรวมประเทศสมบรู ณ์ จงึ เลือกใช้วธิ ีค่อนข้าง
บีบคั้นและรนุ แรงดว้ ยการประหารเหล่าปัญญาชนที่ตอ่ ตา้ นคำส่งั ของ
พระองค์และสานศุ ิษยข์ งจอื๊ นอกจากนัน้ ยงั ออกคำส่งั เผาหนังสือใน

ความครอบครองของขุนนางและชาวบ้านซง่ึ มิใช่มาตรฐานของ
พระองค์ทง้ั หมด แล้วเรง่ เผยแพรม่ าตรฐานของแผ่นดนิ โดยเร็ว

ส่ิงกอ่ สรา้ งท่สี ำคญั ของราชวงศ์ฉินคอื กำแพงเมืองจีน ซึง่ เปน็ การตอ่
แนวกำแพงเก่าใหเ้ ป็นปึกแผ่น ผลงานอื่นๆ ได้แก่ระบบกฎหมาย การ

เขียนหนงั สือ ระบบเงนิ ตรา เปน็ ตน้

ราชวงศ์ฮน่ั ตะวนั ตก (206 ปีกอ่ นครสิ ตศ์ ักราช - ค.ศ. 220)

บทความหลัก ราชวงศฮ์ น่ั (ภาษาจีน: 漢朝 พ.ศ. 337 - พ.ศ. 763)

เขตแดนของราชวงศ์ฮ่ัน

สมเดจ็ พระจกั รพรรดฮิ ่ันเกาจู ปฐมจักรพรรดริ าชวงศฮ์ น่ั เมือ่ เล่าปัง
เอาชนะเซย่ี งอส่ี ำเรจ็ จงึ สถาปนาตนเองเป็นจกั รพรรดอิ งคแ์ รกของ
ราชวงศฮ์ ัน่ อนั ยง่ิ ใหญ่และยาวนาน มพี ระนามวา่ สมเด็จพระจักรพรรดิ
ฮั่นเกาจู โดยตง้ั เมืองหลวงที่ ฉางอาน (ใกลบ้ ริเวณเมอื งซีอาน มณฑล

สา่ นซีปัจจบุ นั ) แลว้ เรยี กชอ่ื ประเทศวา่ อาณาจกั รฮน่ั นกั
ประวัติศาสตรจ์ นี แบ่งยุคสมัยของราชวงศฮ์ ่นั เปน็ สองยุคตามทต่ี ง้ั ของ
เมืองหลวง คอื ราชวงศฮ์ ั่นตะวันตก (เริม่ ตน้ โดยพระเจ้าฮั่นเกาจู่) โดย
มีราชวงศซ์ ินของอองมังมาคั่นเปน็ ระยะส้ันๆ ก่อนทจ่ี ะเกิดการฟน้ื ฟู
ราชวงศฮ์ ่นั ตะวันออก (เรม่ิ ต้นทพี่ ระเจ้าฮ่นั กวงอู่) โดยย้ายนครหลวง

ไปทเ่ี มอื งลัว่ หยาง

ราชวงศ์ซนิ (ค.ศ. 9-23)

ราชวงศ์ซนิ มีเป็นราชวงศ์สัน้ ๆ ผู้กอ่ ตงั้ คอื อองมัง ทรงได้อำนาจมา
จากการปฏิวตั โิ ค่นลม้ จกั รพรรดิฮ่นั เมอื่ เสด็จสวรรคต ราชวศฮ์ น่ั ก็ฟนื้ ฟู

กลบั ข้นึ มาอีกคร้ัง

ราชวงศฮ์ ั่นตะวนั ออก (ค.ศ. 23-220)

ราชวงศน์ เ้ี ป็นราชวงศท์ ถ่ี กู กู้ขึ้นมา หลงั ถูกอองมังยึดอำนาจ เป็น
ราชวงศ์ฮ่ันดงั เดิม แต่ยา้ ยเมืองหลวงไปลั่วหยาง

ช่วงเสอื่ มของฮ่ันตะวนั ออก เกิดกบฎโจรโพกผา้ เหลือง (黃巾之亂)
ขึ้นใน ค.ศ. 184 ซ่งึ เป็นจดุ เรม่ิ ต้นของยคุ ขุนศึก หลังจากน้ันไดม้ ี

อาณาจกั รสามแห่งตงั้ ประชันกัน โดยเรยี กว่า ยคุ สามก๊ก เปน็ ทม่ี าของ
วรรณกรรมเร่ืองสามกก๊

เน่ืองจากความเจรญิ ของชนชาติจนี ในยุคราชวงศฮ์ ่นั คนจีนจงึ เรยี ก
ตัวเองว่าเป็น "ชาวฮัน่ " สืบทอดมาจนถึงปจั จบุ ัน
ยุคสามกก๊ (ค.ศ. 220-280)

เปน็ ยุคท่แี ผ่นดนิ จนี แตกออกเปน็ 3 กก๊ โดยมีกก๊ ของ เล่าป่ี , กก๊ ของ
โจโฉ และก๊กของ ซุนกวน ซ่ึงต่างรบแยง่ ชิงความเป็นใหญ่ในแผน่ ดิน
มงั กรทอง เริ่มจากการท่ีพระเจา้ เหีย้ นเต้ ถกู บุตรชายโจโฉขับออกจาก

บัลลงั ก์ แผน่ ดนิ จีนแตกออกเป็น 3 แควน้
ค.ศ. 263 ก๊กเล่าปล่ี ่มสลาย

ค.ศ. 265 กก๊ โจโฉถกู ขุนศึกภายในช่อื สมุ าเอ๋ยี น ยึดอำนาจ และสุ
มาเอี๋ยนก่อตง้ั ราชวงศ์จ้ิน และเรม่ิ ครองราชยใ์ นนามราชวงศจ์ ิ้น

ค.ศ. 280 กก๊ ซุนกวนลม่ สลาย สุมาเอ๋ยี นครองแผ่นดนิ จีนได้สมบูรณ์

ราชวงศ์จิน้ ตะวนั ตก (ค.ศ. 265-317)

บทความหลัก ราชวงศ์จ้ิน

เขตแดนของราชวงศ์จ้ินสุมาเอี๋ยน (司马炎) สถาปนาตนเองเปน็ จนิ้
อตู่ ี้ กอ่ ตง้ั ราชวงคจ์ นิ้ ตะวนั ตกใน ปคี รสิ ต์ศกั ราช 265 แทนท่ีราชวงศ์วุ่

ยของเฉาเชาหรอื โจโฉ เม่ือถึงปี 280 จ้นิ ตะวันตกปราบงอ่ กก๊ ลงได้
รวมแผน่ ดินเปน็ ปกึ แผ่น ยตุ ิยุคสามกก๊ ลง ราชวงศ์จนิ้ ไดเ้ ปดิ รบั เผา่ นอก
ดา่ นทางเหนอื เขา้ มาเปน็ จำนวนมาก หัวหนา้ ของชนเผา่ ซงหนู หลวิ
หยวน(刘渊)ก็ประกาศตั้งตวั เปน็ อิสระ โดยใช้ชอ่ื วา่ ฮน่ั กวอ๋ (

汉国)ภายหลงั หลิวหยวนสิน้ บุตรชายช่ือหลิวชง (刘聪)ยก

กำลังเขา้ บกุ ลั่วหยางนครหลวงของจน้ิ ตะวันตก จับจนิ้ หวยตี้ (晋怀
) เปน็ ตวั ประกันและสำเรจ็ โทษในเวลาต่อมา

ราชวงศจ์ ้นิ ตะวนั ออก (ค.ศ. 317-420)

การล่มสลายของราชวงศ์จน้ิ ตะวนั ตก ทำใหแ้ ผน่ ดนิ จีนตกอย่ใู นภาวะ
แตกเป็นเส่ยี ง ๆ ราชสำนกั จ้นิ ยา้ ยฐานทีม่ ่ันทางการปกครองและเมอื ง
หลวงลงไปทางใต้ สถาปนา ราชวงศจ์ ้ินตะวนั ออก (ค.ศ. 317-420)
ขณะทส่ี ถานการณ์ทางตอนเหนอื วนุ่ วายหนกั แผ่นดนิ ทแี่ ตกออกเป็น
แวน่ แควน้ ของชนเผ่าต่างๆ 16 แคว้น โดยเรยี กยุคน้วี ่า ยุคห้าชนเผา่
สิบหกแควน้ เปน็ ยคุ ส้นั ๆ ท่ีเกิดการหลอมรวมทางวฒั นธรรมของชาว

จนี เช้ือสายตา่ งๆ

ราชวงศเ์ หนือใต้ (ค.ศ. 420-581)

บทความหลัก ราชวงศเ์ หนอื ใต้
หลังจากการล่มสลายของราชวงศ์จน้ิ ตะวันตก (265 – 316) ภาคเหนือ
ของจีนก็ตกอยู่ในภาวะจลาจลและสงครามชนเผา่ ของยคุ 16 แควน้
จวบจนค.ศ. 386 หวั หน้าเผ่าทั่วป๋าเซียนเปยได้สถาปนาแคว้นเปย่ วยุ่
(北魏)และตง้ั นครหลวงท่เี มืองผิงเฉงิ (ปัจจุบนั คอื เมืองต้าถงใน
มณฑลซันซ)ี ยตุ คิ วามวุ่นวายจากสงครามแยง่ ชงิ อำนาจทเ่ี กดิ ขึน้ ทาง

ภาคเหนอื ใน ค.ศ. 439

เมอ่ื ถึงปี 581 หยางเจียนปลดโจวจงิ้ ตี้(周静帝)จากบัลลงั ก์
สถาปนาราชวงศส์ ยุ (隋)จากนัน้ กรีธาทัพลงใต้ ยุตสิ ภาพการ

แบง่ แยกเหนอื ใตอ้ นั ยาวนานของแผน่ ดนิ จนี ไดเ้ ป็นผลสำเรจ็

เพิม่ เตมิ ทางฝา่ ยเหนือกอ่ นทรี่ าชวงศ์จนิ้ จะพบจุดจบ ทางเผา่ อนารยชน
เผ่าเชียง เผ่าซวงหนู เผา่ ตี เผา่ เซียนเปย่ (ท่ีแบ่งออกเปน็ ตระกูลมู่หยง
และตระกูลทัวปา) หลงั จากฝูเจยี นอ๋องแหง่ แคว้นเฉียนฉนิ พ่ายแพ้ที่
แม่นำ้ เฝ่ยสยุ่ กเ็ ริม่ ออ่ นแอลง โดยไดม้ ีการกลา้ แขง็ ขนึ้ ของกลุ่มท่เี หลอื
และฝูเจยี นได้ตายโดยน้ำมือของเหยาฉงั และทางแดนเหนือ (ท่ีว่าน้ี
เป็นแดนทอ่ี ยูเ่ หนอื แม่น้ำแยงซเี กียง) ก็เป็นการช่วงชงิ กนั ระหวง่ มหู่ ย
งย่ง เหยาฉงั มหู ยงฉุย (ตระกูลทวั ปาเริ่มกา้ วขึน้ มาอย่างง้ ียบ) โดยมู

หยงฉุยกวาดล้าง ม่หู ยงหยง่ กอ่ น แลว้ โดนทวั ปากุยทำให้พ่ายแพ้ โดย
ตามประวัติศาสตร์แล้ว ทัวปากยุ เปน็ โจรปล้นชงิ ม้ามาก่อน ก่อนกา้ ว

ขึ้นเปน็ ผยู้ งิ่ ใหญใ่ นแดนเหนอื

อกี ฝา่ ยทางใตน้ อกจากทัวปากยุ ทางแดนใต้ ตอ้ งเรม่ิ จากการชนะศกึ ที่
แมน่ ำ้ เฝยสยุ่ ของทพั จิ้น และผ้ปู รชี าของจ้นิ อนั ได้แก่ เซีย่ อานมหา
เสนาบดี และจอมทพั เซยี่ เสียน ล้มตายลง ทางทพั ของซุนเอินได้ก่อ
หวอด บวกกบั ทัพแดนจิงโจวของหวนเศยี น ได้ทำการกอ่ กบฏ โดยมี
วีรบรุ ษุ ในตอนนนั้ หลิวอวที้ ีพ่ ากเพียรจากทหารตำแหน่งเลก็ ๆใน
กองทพั เป่ยพู และได้ไตเ่ ต้าขนึ้ จนเปน็ ผนู้ ำในกองกำลงั เปย่ พู และ
ภายหลงั ไดบ้ ีบใหต้ ระกูลซอื หมา่ สละบลั ลงั ค์ และได้กอ่ ต้งั ราชวงศใ์ ต้ท่ี

มชี ่ือว่าราชวงศซ์ ่ง และได้ยกทพั ตีชิงแดนเหนือแต่เกิดเหตุ
หลวิ มู่จือคนสนิทเสียชีวิตระหว่างท่กี ำลังบกุ ตขี ้นึ เหนอื

หมายเหตเุ น่ืองจากการพ่ายแพ้ของฝูเจยี น ทำใหก้ ารรวมแผ่นดนิ ล่าชา้
ไปเกือบสองร้อยปี

ราชวงศส์ ยุ (ค.ศ. 581-618)

บทความหลกั ราชวงศ์สยุ

เขตแดนราชวงศ์สยุ สยุ เหวินต้ฮี ่องเต้ ได้รวบรวมประเทศให้เปน็ ปกึ แผน่
ได้อกี ครง้ั แต่โอรสคอื สุยหยางตไี้ ม่มีความาสามารถ ทำให้ซ้ำรอย
ราชวงศ์ฉิน บรรดาผปู้ กครองหัวเมอื งตา่ งตั้งตนเปน็ ใหญแ่ ละแยง่

อำนาจกัน ราชวงศส์ ยุ อยไู่ ด้เพยี งสองรัชกาลเชน่ กัน (พ.ศ. 1124 -
1160)

ภายหลงั การรวมแผน่ ดินของราชวงศส์ ุย สภาพสังคมโดยรวมได้รับการ
ฟืน้ ฟจู ากภาวะสงคราม มกี ารเติบโตด้านการผลติ เกิดความสงบสุข
ระยะหน่ึง สยุ เหวินต้ี ไดด้ ำเนนิ การปฏริ ูปการปกครองครง้ั ใหญ่ โดยยบุ
รวมเขตปกครองในทอ้ งถนิ่ ลดขนาดองค์กรบรหิ าร รวมศูนยอ์ ำนาจไว้
ท่สี ่วนกลาง ฮ่องเตก้ ุมอำนาจเด็ดขาดทั้งในทางทหาร การปกครองและ

เศรษฐกิจ โดยมีขุนนางเป็นเพยี งผูช้ ว่ ยในการบริหาร

ราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-907)

บทความหลัก ราชวงศถ์ งั

ภาพเขตแดนราชวงศ์ถังหลห่ี ยวน (หลีเ่ อียน) หรอื ถังเกาจูฮอ่ งเต้ ขุน
นางใหญใ่ นสมยั สยุ ไดล้ ุกฮือที่แดนไท่หยวน และไดบ้ ุตรชายคนรองหล่ี

ซื่อหมิน ทำการชนะศกึ อย่างต่อเนอื่ ง ไดต้ ้ังราชธานี ทเ่ี มอื งฉางอัน
(เมอื งฉางอนั เปน็ เมืองหลวงของหลายราชวงศ์ อาทิ ฮน่ั ตะวันตก
ราชวงศ์สุย ราชวงศ์จ้ินตะวันออก) ผนู้ ำของแคว้ นถังไดส้ ถาปนาตัวเอง
เป็นอิสระจากสยุ หยางต้ี และไดช้ ยั ชนะเดด็ ขาดจากแคว้นอืน่ ๆ ในทส่ี ุด
ภายหลัง โอรสองคร์ องหลีซ่ อ่ื หมนิ ยึดอำนาจจากรัชทายาท หล่ีเจยี้ น
เฉงิ และโอรสองคท์ ีส่ ามหลี่หยวนจ๋ี ในเหตุการณ์ทีป่ ระตเู สียนอู่

สุดทา้ ยหลี่เอยี นสละราชสมบัติ หลซี่ อื่ หมินขึน้ เปน็ ถงั ไทจ่ งฮ่องเต้ และ
เร่มิ ยคุ ถงั ซึง่ ร่งุ เรืองเทียบไดก้ ับยุคฮ่ัน เป็นยุดท่มี คี วามรงุ่ เรือ่ งทงั้

ทางด้าน แสนยานุภาพทางทหาร การค้า ศลิ ปะ ๆลๆ มีนครหลวงฉาง
อาน (ซีอานในปัจจบุ ัน) ราชวงศถ์ งั มีอาณาเขตกวา้ งใหญก่ วา่ ราชวงศ์
ฮ่นั มาก นอกจากจักรพรรดิถงั ไทจ่ งแล้วในสมัยถงั นย้ี ังมจี กั รพรรดิถงั

สวนจง ซง่ึ ในสมัยของพระองค์กวรี ุง่ เรอื่ งมาก นบั ว่าในสมยั ของ
พระองคย์ งั เปน็ ยดุ รุ่งเรื่องและเส่อื มลงเพราะปลายสมัยของพระองค์
ทรงลุ่มหลงหยางกยุ้ เฟย ไม่สนใจในราชกิจบ้านเมือง และในระหว่างได้
เกิดฮ่องเตห้ ญงิ คนแรกของประเทศจนี ซึ่งก็คอื พระนางบเู ช็กเทียน
อานลซู่ านแมท่ พั ชายแดนจงึ กอ่ กบฎและยึดเมอื งหลวงฉางอานเปน็ ปน็
ผลสำเรจ็ ทำใหร้ าชวงศถ์ ังเร่มิ เส่อื มตง้ั แต่บัดน้ันราชวงศถ์ ังมรี ะยะเวลา

อยู่ช่วงราวๆ พ.ศ. 1161-1450

ยคุ หา้ ราชวงศ์สิบอาณาจักร (ค.ศ. 907-960)

บทความหลัก ยุคหา้ ราชวงศส์ บิ อาณาจกั ร

ตอนปลายราชวงศถ์ งั มกี ารก่อกบฎประชาชนตามชายแดน ขนั ทีครอง
อำนาจบรหิ ารบา้ นเมืองอย่างเหมิ เกรมิ มีการแย่งชิงอำนาจกนั แมท่ ัพจู
เวิน (จเู ฉวยี นจง) สังหารขนั ทีทรงอำนาจในราชสำนัก แลว้ สถาปนา
ตนเปน็ จกั รพรรดิ ทำให้ราชวงศ์ถงั สนิ้ สุด บรรดาหวั เมืองต่างๆมกี าร
แบง่ อำนาจกันเปน็ ห้าราชวงศ์ สิบอาณาจักร คอื ราชวงศ์เหลยี ง ถัง

จนิ้ ฮ่นั และโจว โดยปกครองแถบลมุ่ นำ้ ฮวงโหติดต่อกันมาตามลำดบั
สว่ นเขตลุ่มแน่นำ้ แยงซเี กยี งกบั ดินแดนทางใต้ลงไปเกดิ เปน็ รัฐอสิ ระอกี
10 รัฐ รวมเรยี กวา่ สิบอาณาจกั ร การแบ่งแยกอำนาจปกครองยคุ นี้
ขาดเสถยี รภาพ ชีวติ ของประชาชนเตม็ ไปด้วยความลำบากยากแค้น
ตอ่ มา เจา้ ควงอน้ิ ผบู้ ญั ชาการทหารองครกั ษช์ งิ อำนาจจากราชวงศ์

โจวตั้งตนสถาปนาราชวงศซ์ ง่ หรอื ซอ้ งเปน็ พระเจ้าซ่งไท่จู่ แล้ว
ปราบปรามรวมอาณาจกั รเรือ่ ยมา จนกระทง่ั พระเจา้ ซ่งไทจ่ ง ผู้สืบ
ทอดราชบัลลังก์ปดิ ฉากสภาพการแบ่งแยกดนิ แดนทง้ั หมดลงสำเรจ็ โดย

ใช้เวลาเกือบ 20 ปี

ราชวงศซ์ ง่ (ค.ศ. 960-1279)

บทความหลกั ราชวงศซ์ ง่

เขตแดนราชวงศ์ซง่

สมเด็จพระจักรพรรดซิ ง่ ไท่จปู่ ฐมจักรพรรดแิ ห่งราชวงศซ์ ง่ ปีค.ศ. 960
เจา้ ควงอนิ้ หรอื พระเจ้าซง่ ไท่จู่ สถาปนาราชวงศซ์ ่งหรือซ้องเหนือ เมือง
หลวงอยทู่ ไี่ คฟง (มณฑลเหอหนานในปัจจุบนั ) รวบรวมแผน่ ดนิ จีนเปน็
อันหนงึ่ อนั เดียวสำเร็จ แลว้ ใชน้ โยบายแบบ “ลำตน้ แขง็ ก่ิงกา้ นอ่อน”

ในการบรหิ ารประเทศ ปฏิรูปการปกครอง การทหาร การคลงั อนั มี
ประโยชน์ในการสรา้ งเสถียรภาพแก่อำนาจส่วนกลาง แตส่ ว่ นทอ้ งถิน่

กลับอ่อนแอ เมื่อตอ้ งทำสงคราม ยอ่ มไม่มกี ำลงั ตอ่ ตา้ นศัตรไู ด้ อำนาจ
การใชก้ ระบวนการยุติธรรมถกู ควบคมุ โดยสว่ นกลาง

ราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1279-1368)

บทความหลัก ราชวงศ์หยวน

เขตแดนราชวงศ์หยวนยุคนปี้ ระเทศจนี ถกู ปกครองโดยชาวมองโกล นำ
โดย หยวนชื่อจู่ (หรอื กุบไลขา่ น) ซง่ึ โค่นราชวงศ์ซ่ง ต้งั ราชวงศ์หยวน

หรือราชวงศ์มองโกลขน้ึ ยดุ สมยั นีไ้ ด้มีชาวตา่ งประเทศเดนิ ทางมา
คา้ ขายเช่น มารโ์ คโปโล มีการพิมพธ์ นบตั รจีนขึ้นครัง้ แรกมกี ารส่ง
กองทัพรุกราน ชวา เวยี ดนาม ญี่ปนุ่ แตไ่ มป่ ระสบความสำเรจ็

สมยั นอี้ าณาเขตมขี นาดใหญ่มาก ว่ากันว่าใหญก่ วา่ อณาจกั รโรมถึง4
เทา่ หลังจากกุบไลขา่ นสน้ิ พระชนม์ ชนชนั้ มองโกลได้กดขีช่ าวจนี อย่าง
รุนแรง จนเกิดกบฎ และสะสมกองกำลงั ทหารหรือกล่มุ ต่อตา้ นข้ึน ชว่ ง
ปลายราชวงศ์หยวนจูหยวนจางได้ปราบปรามกลมุ่ ต่างๆ และขับไล่

ราชวงศ์หยวนออกไปจากแผ่นดนิ จนี ไดส้ ำเร็จ

ราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368-1644)

บทความหลัก ราชวงศ์หมิง ราชวงศห์ มิงเปน็ ราชวงศ์ของจีนสถาปนา
โดยจหู ยวนจาง (จักรพรรดิหงหวู่) ซึง่ ในสมยั ราชวงศ์หมิงมกี ารส่งกอง
เรือออกเดนิ ทางจากจนี แผน่ ดินใหญ่ไปจนถึงแอฟริกา โดยทา่ นเจ้งิ เหอ

บางบันทึกที่ชาวองั กฤษเชื้อสายจนี บอกไว้ว่ามีหลกั ฐานแสดงวา่ จีน
เดินทางไปอเมริกากอ่ นโคลัมบสั

ราชวงศช์ ิง (ค.ศ. 1644-1912)

บทความหลัก ราชวงศ์ชงิ ราชวงศช์ งิ (ค.ศ. 1644-1911) เปน็ ราชวงศ์
สดุ ทา้ ยก่อนสถาปนาเป็นระบบสาธารณรฐั เปน็ ราชวงศข์ องเผ่าแมนจู

เปน็ ชนต่างชาตทิ ีเ่ ข้ามาปกครองจีน เปน็ สมยั ท่ีมกี ารตรวจตรา
ข้อบังคบั ของสังคม เช่น ให้ชายจนี ไวผ้ มหางเปียและใสเ่ สือ้ แบบแมนจู

ในราชสำนกั มีขุนนางตำแหนง่ สำคญั กำเนดิ ข้นึ ด้วย คอื "ขันท"ี


Click to View FlipBook Version