เกร็ดความรูท้ ว่ั ไป
หลกั การจาแนกประเภทวสั ดแุ ละครภุ ัณฑ์
เอกสารประกอบการจดั ซอ้ื จัดจา้ ง
การควบคุมบญั ชวี สั ดแุ ละครุภณั ฑ์ สาหรับหนว่ ยงาน
กระบวนการจัดซือ้ จดั จา้ ง
ขน้ั ตอนกระบวนการเดนิ เอกสาร
ตัวอยา่ งการเขียนคุณลกั ษณะเฉพาะครุภัณฑ์
ตวั อยา่ งปฏิทนิ การจดั ซ้ือจัดจ้างปงี บประมาณ ๒๕66
ตวั อยา่ งเอกสาร
สำนกั งำนอธิกำรบดี สถำบนั เทคโนโลยปี ทมุ วนั
คำนำ
ตามที่ฝ่ายพัสดุ กองกลาง สานักงานอธิการบดี มีหน้าที่ในการการบริหารจัดการพัสดุ ซึ่งทุกหน่วยงาน
มีบทบาทที่จะทาให้กลไกของการบริหารจัดการพัสดุของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน
เนื่องจากทุกหน่วยงานมีหน้าท่ีเก่ียวข้องกับการบริหารพัสดุ ดังน้ันควรที่จะเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตนเองให้ชัดเจน
เพือ่ จะปฏิบตั ิหน้าท่ี ลดความผดิ พลาดของการปฏบิ ัตงิ านหรอื ความเสยี่ งที่อาจจะเกิดขน้ึ
สานกั งานอธกิ ารบดี ได้ให้ความสาคัญต่อการบริหารจัดการพสั ดุ รวมถึงตอ้ งการให้หน่วยงานทาความเข้าใจ
ถึงกระบวนการข้ันตอน เพื่อให้ผลการดาเนินงานของหน่วยงาน บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ อย่างมี
ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และหวังว่าแนวทางวิธีการจัดซื้อจัดจ้างจะทาให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจถึงขั้นตอนและวิธีการ
ดาเนินงานด้านการขอซื้อของจ้างในหน่วยงานตน การจัดทาคู่มือฉบับนี้ ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารให้คาปรึกษา
สานกั งานสภาสถาบนั ชว่ ยดาเนินการจัดทารูปเล่ม และทุกหนว่ ยงานทเ่ี ก่ียวขอ้ ง คณะผ้จู ดั ทาหวังอย่างย่งิ วา่ ผูอ้ า่ นจะได้รับ
ประโยชน์ไมม่ ากก็นอ้ ย หากผิดพลาดประการทางผจู้ ดั ทาพร้อมรับคาแนะนาและปรบั ปรุงแก้ไขต่อไป
คณะผู้จัดทำ
นำยกิตตศิ ักดิ์ กำญจนรัชต์ รักษำรำชกำรแทนผูอ้ ำนวยกำรสำนักงำนอธกิ ำรบดี
นำงสำวกัณฐกิ ำ บุญรำศรี รกั ษำกำรหัวหนำ้ ฝำ่ ยพัสดุ
นำงสำวสุมณำ ชำ้ งแก้ว นกั วชิ ำกำรพสั ดุ
สำรบัญ
หน้ำ
บทนำ
ระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยการพสั ดุ พ.ศ.๒๕๓๕ และท่ีแก้ไขเพ่ิมเตมิ ๑
คานิยาม 1
วธิ กี ารจดั ซ้อื และวธิ กี ารจ้าง ๒
หลักการจาแนกประเภทรายการวัสดุและครุภัณฑ์ 4
เอกสารประกอบการจัดซ้อื จัดจ้าง 5
ตัวอย่างบนั ทึกข้อความขออนุมตั ิจัดซ้ือวัสดสุ านักงาน 6
ตัวอยา่ งบันทึกข้อความขออนุมตั จิ ดั ซื้อครุภัณฑ์ 7
ตัวอย่างบัญชีคุม(วัสดุ) 8
ตัวอย่างใบเบิกภายใน 9
ตัวอย่างการสรปุ รายการพสั ดุคงเหลือ ๑0
กระบวนการขออนมุ ัติซอื้ จา้ งโดยวิธเี ฉพาะเจาะจง (ข้นั ตอน) ไม่เกนิ 500,000 บาท 11
การจัดซอ้ื จัดจ้าง (สาหรบั หน่วยงานทั่วไป) 12
ขน้ั ตอนกระบวนการเดินเอกสาร ฝา่ ยพสั ดุ (หน่วยงานภายใตค้ ณะ) 13
กรณกี ารจัดซอื้ โครงงานวิจัยนกั ศึกษา 14
ขนั้ ตอนกระบวนการเดนิ เอกสาร ฝา่ ยพสั ดุ (ศูนยภ์ าษาฯและสานกั วิจยั ฯ) 15
ขัน้ ตอนกระบวนการเดนิ เอกสาร ฝ่ายพัสดุ (สานกั งานอธิการบดี) 16
ขน้ั ตอนและระยะเวลาการซ่อมแซมครภุ ณั ฑ์ 17
ขั้นตอนและระยะเวลาดาเนินการจดั ซ้อื วสั ดุสานกั งาน ราคาไม่เกนิ ๕๐๐,๐๐๐ บาท 18
ปฏทิ ินแผนการจดั ซ้ือพัสดปุ ระจาปี 2566 19 - ๒๐
ตวั อย่างการเขยี นคุณลักษณะเฉพาะครุภัณฑ์ (เสปค็ ) 21
สรุปเกร็ดความรูท้ ห่ี นว่ ยงานต้องทราบ ๒2
นานาสาระงานพสั ดุ :ระเบยี บการจัดซื้อจัดจ้าง
สรุประเบยี บกระทรวงการคลัง
วา่ ดว้ ยการจัดซ้ือจดั จา้ งและการบริหารพัสดภุ าครัฐ พ.ศ. 2560
คานิยาม
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ
พ.ศ. 2560”
ขอ้ 2 ระเบียบนีใ้ ห้ใชบ้ งั คบั ตั้งแตว่ นั ถัดจากวนั ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป
ขอ้ 3 ให้รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการคลัง เปน็ ผ้รู ักษาการตามระเบยี บนี้
ขอ้ 4 ในระเบียบน้ี “หัวหน้าหนว่ ยงานของรัฐ”
1. ราชการสว่ นกลาง
2. ราชการส่วนภมู ภิ าค
3. ราชการส่วนทอ้ งถนิ่
4. รฐั วสิ าหกจิ
5. องคก์ ารมหาชน
6. องคก์ รอิสระ
7. องค์กรตามรัฐธรรมนญู
8. หน่วยธุรการของศาล
9. มหาวทิ ยาลัยในกํากบั ของรัฐ
10. หนว่ ยงานสังกัดรัฐสภาหรอื ในกาํ กับของรฐั สภา
11. หนว่ ยงานอสิ ระของรฐั
12. หนว่ ยงานอ่ืนตามท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง
“หัวหน้าเจ้าหน้าที่” ผู้ดํารงตําแหน่งหัวหน้าสายงานซ่ึงปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการ
บริหารพัสดุตามท่ีกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานของรัฐ น้ันกําหนด หรือผู้ท่ีได้รับมอบหมาย
จากหวั หนา้ หนว่ ยงานของรฐั ให้เป็นหวั หน้าเจา้ หน้าท่ี
รายงานขอซอ้ื หรือขอจา้ ง
ข้อ 22 ในการซอ้ื หรอื จา้ งแต่ละวธิ ี นอกจากการซ้อื ที่ดินหรือสิง่ ปลูกสร้าง ใหเ้ จ้าหน้าท่ีจัดทํา รายงานขอซ้ือ
หรอื ขอจา้ งเสนอหัวหน้าหนว่ ยงานของรัฐ ตามรายการดงั ตอ่ ไปน้ี
1. เหตผุ ลและความจําเป็นทต่ี ้องซือ้ หรอื จา้ ง
2. ขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือแบบรูปรายการ งานก่อสร้างท่ีจะซ้ือ
หรอื จา้ ง แลว้ แตก่ รณี
3. ราคากลางของพัสดทุ ่ีจะซ้อื หรือจา้ ง
4. วงเงนิ ทจี่ ะซ้อื หรือจา้ ง โดยใหร้ ะบุวงเงนิ งบประมาณ ถา้ ไมม่ ีวงเงนิ ดงั กล่าวให้ระบวุ งเงิน ที่ประมาณวา่ จะ
ซ้อื หรอื จา้ งในครง้ั น้นั
5. กําหนดเวลาท่ีต้องการใช้พสั ดุนั้นหรือใหง้ านนน้ั แล้วเสร็จ
6. วิธีท่ีจะซ้ือหรือจา้ งและเหตผุ ลท่ีตอ้ งซอื้ หรือจา้ งโดยวธิ ีนน้ั
7. หลักเกณฑก์ ารพิจารณาคดั เลือกข้อเสนอ
8. ข้อเสนออ่ืน ๆ เช่น การขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จําเป็นในการซื้อหรือจ้าง การออก
ประกาศและเอกสารเชิญชวน และหนงั สือเชิญชวน
หนา้ ๑
คณะกรรมการซอ้ื หรือจา้ ง
ข้อ 25 ในการดําเนินการซื้อหรือจ้างแต่ละคร้ัง ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้ง คณะกรรมการซ้ือหรือ
จา้ งขน้ึ เพ่อื ปฏิบตั กิ ารตามระเบยี บนี้ พรอ้ มกบั กําหนดระยะเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมการ แลว้ แต่กรณี คอื
1. คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
2. คณะกรรมการพจิ ารณาผลการสอบราคา
3. คณะกรรมการซือ้ หรอื จา้ งโดยวิธีคดั เลอื ก
4. คณะกรรมการซ้ือหรือจา้ งโดยวธิ ีเฉพาะเจาะจง
5. คณะกรรมการตรวจรบั พัสดุ
ข้อ 26 คณะกรรมการซอ้ื หรือจ้างตามข้อ 25 แตล่ ะคณะประกอบดว้ ย
ประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 2 คน ซึ่งแต่งตั้งจากข้าราชการ ลูกจ้างประจํา พนักงาน
ราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานของรัฐ หรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐที่เรียกช่ืออย่างอ่ืน โดยให้
คํานึงถึงลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ท่ีได้รับแต่งตั้งเป็นสําคัญ ในกรณีจําเป็นหรือเพ่ือประโยชน์ของ
หน่วยงานของรัฐจะแต่งต้ังบุคคลอื่นร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้ แต่จํานวนกรรมการท่ีเป็นบุคคลอื่นนั้นจะต้องไม่
มากกว่าจาํ นวนกรรมการตามวรรคหนงึ่ ในการซอ้ื หรอื จ้างครั้งเดยี วกัน หา้ มแตง่ ตั้งผ้ทู ี่เป็นกรรมการพิจารณาผลการ
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กรรมการพิจารณาผลการสอบราคา หรือกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือก
เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ คณะกรรมการซื้อหรือจ้างทุกคณะ ควรแต่งตั้งผู้ชํานาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับ
งานซื้อหรอื จา้ งนน้ั ๆ เข้ารว่ มเปน็ กรรมการดว้ ย
ขอ้ 27 การประชุมของคณะกรรมการแต่ละคณะ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกวา่ กึ่งหนึ่ง ของจํานวน
กรรมการทั้งหมด มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานกรรมการออกเสียง
เพ่ิมขนึ้ อกี เสยี งหน่ึงเป็นเสยี งชี้ขาด เวน้ แต่ คณะกรรมการ ตรวจรบั พัสดใุ ห้ถอื มตเิ อกฉันท์
ขอ้ 28 การซ้อื หรอื จา้ ง กระทาได้ 3 วธิ ี ดงั น้ี
1. วิธีประกาศเชิญชวนทวั่ ไป
2. วิธีคดั เลอื ก
3. วธิ ีเฉพาะเจาะจง
ข้อ 29 การซ้อื หรือจา้ งโดยวธิ ปี ระกาศเชิญชวนท่วั ไป กระทาํ ได้ 3 วธิ ี ดงั น้ี
1. วิธีตลาดอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
2. วิธปี ระกาศราคาอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
3. วิธีสอบราคา
ข้อ 30 วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e - market) คือ การซื้อหรือจ้างที่มีรายละเอียดคุณลักษณะ เฉพาะของ
พัสดุท่ีไม่ซับซ้อนหรือเป็นสินค้าหรืองานบริการท่ีมีมาตรฐาน และได้กําหนดไว้ในระบบ ข้อมูลสินค้า (e - catalog)
โดยให้ดําเนินการในระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Market : e - market) ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง
กาํ หนด ซึง่ สามารถกระทาํ ได้ 2 ลกั ษณะ ดงั นี้
1. การเสนอราคาโดยใบเสนอราคา คือ การซ้ือหรือจ้างคร้ังหนึ่ง ซ่ึงมีวงเงินเกิน 500,000 บาท
แต่ไม่เกนิ 5,000,000 บาท
2. การเสนอราคาโดยการประมูลอิเล็กทรอนิกส์คือ การซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่ง ซ่ึงมีวงเงิน เกิน
5,000,000 บาท
ข้อ 31 วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์(e - bidding) คือ การซ้ือหรือจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมี วงเงินเกิน
500,000 บาท และเป็นสินค้าหรืองานบริการที่ไม่ได้กําหนดรายละเอียดคุณลักษณะ เฉพาะของพัสดุไว้ในระบบ
หน้า ๒
ข้อมูลสินค้า (e - catalog) โดยให้ดําเนินการในระบบประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding : e -
bidding) ตามวิธีการท่ีกรมบัญชีกลางกําหนด
ข้อ 32 วิธีสอบราคา คือ การซ้ือหรือจ้างคร้ังหนงึ่ ซึ่งมีวงเงินเกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000
บาท ให้กระทําได้ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐนั้นต้ังอยู่ในพื้นท่ีท่ีมีข้อจํากัดในการใช้ สัญญาณอินเตอร์เน็ต ทําให้ไม่
สามารถดําเนินการผ่านระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ท้ังนี้ ให้เจ้าหน้าท่ี
ระบุเหตุผลความจําเป็นที่ไม่อาจดําเนินการซ้ือ หรือจ้าง ด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีประกวดราคา
อเิ ล็กทรอนกิ ส์ไว้ในรายงานขอซอื้ หรือ ขอจ้าง ตามข้อ 22 ดว้ ย
วิธคี ัดเลอื ก
ข้อ 74 เมือ่ หวั หนา้ หนว่ ยงานของรฐั ให้ความเห็นชอบ ดําเนินการดงั ตอ่ ไปนี้
(1) จัดทําหนังสือเชิญชวนผู้ประกอบการท่ีมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกําหนด ไม่น้อย
กว่า 3 ราย ใหเ้ ขา้ ยื่นข้อเสนอ
(2) การย่นื ซองข้อเสนอและการรบั ซองข้อเสนอ ให้ดําเนินการตามข้อ 68 โดยอนุโลม
(3) เมื่อถึงกําหนดวัน เวลาการรับซองข้อเสนอ ให้รับซองข้อเสนอของผู้ย่ืนข้อเสนอ เฉพาะรายที่
คณะกรรมการไดม้ ีหนังสือเชิญชวนเทา่ น้ัน พร้อมจัดทาํ บัญชีรายชือ่ ผู้มาย่ืนข้อเสนอ
(4) เมื่อถึงกําหนดวัน เวลาการเปิดซองข้อเสนอ ให้คณะกรรมการดําเนินการเปิดซอง ข้อเสนอ และ
ตรวจสอบเอกสารหลักฐานตา่ ง ๆ ของผ้ยู นื่ ข้อเสนอทุกราย
ในกรณีที่ไม่มีผู้ย่ืนข้อเสนอหรอื มีแต่ไม่ถกู ต้องตรงตามเง่อื นไขท่ีกําหนดในหนังสือ เชิญชวน ให้เสนอหัวหน้า
หน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าท่ีเพ่ือยกเลิกการคัดเลือกคร้ังนั้น และ จะดําเนินการใหม่ -->โดยวิธี
เฉพาะเจาะจง ถ้าปรากฏว่าราคาของผู้ยื่นข้อเสนอท่ีคณะกรรมการเห็นสมควรซ้ือหรือจ้างยังสูงกว่าวงเงิน ที่จะซื้อ
หรอื จ้าง ใหค้ ณะกรรมการเรยี กผู้ยนื่ ข้อเสนอรายนนั้ มาต่อรองราคา
วธิ เี ฉพาะเจาะจง
ข้อ 78 เม่ือหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบแล้ว ให้คณะกรรมการซื้อหรือจ้างโดย วิธี
เฉพาะเจาะจง ดําเนินการจัดทําหนังสือเชิญชวนผู้ประกอบการท่ีมีคุณสมบัติตรงตามเง่ือนไขที่ หน่วยงานของรัฐ
กําหนดรายใดรายหนึ่งให้เข้าย่ืนข้อเสนอหรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคา ในกรณีที่มีความจําเป็นเร่งด่วนที่เกิดขึ้น
โดยไม่ได้คาดหมายไว้ก่อน และไม่อาจดําเนิน การตามปกติได้ทัน ให้เจ้าหน้าท่ีหรือผู้ที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงาน
น้นั ดาํ เนนิ การ ไปก่อนแล้ว รีบรายงานขอความเหน็ ชอบตอ่ หัวหนา้ หนว่ ยงานของรฐั
ข้อ 80 การซื้อหรือจ้างท่ีมีวงเงินเล็กน้อย --> หน่วยงานของรัฐอาจดําเนินการซื้อหรือจ้างผ่าน ระบบ
อิเล็กทรอนกิ สต์ ามวิธกี ารท่กี รมบัญชกี ลางกําหนดก็ได้
อานาจในการส่ังซอ้ื หรือสงั่ จา้ ง
ข้อ 84 วธิ ีประกาศเชญิ ชวนทว่ั ไป ครงั้ หนึ่ง
1. หวั หน้าหนว่ ยงานของรัฐ ไมเ่ กนิ 200,000,000 บาท
2. ผู้มีอาํ นาจเหนือข้นึ ไปหน่งึ ช้นั เกนิ 200,000,000 บาท
ข้อ 85 วิธีคดั เลือก คร้ังหนึง่
1. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ไมเ่ กิน 100,000,000 บาท
2. ผมู้ อี าํ นาจเหนอื ข้ึนไปหนงึ่ ช้นั เกิน 100,000,000 บาท
ข้อ 86 วธิ ีเฉพาะเจาะจง ครั้งหนง่ึ
1. หัวหนา้ หนว่ ยงานของรฐั ไม่เกิน 50,000,000 บาท
2. ผูม้ ีอาํ นาจเหนือขน้ึ ไปหน่ึงชั้น เกิน 50,000,000 บาท
หน้า ๓
ตารางสรปุ ความสอดคลอ้ งกบั การขออนมุ ตั ิจัดซอ้ื จัดจา้ งตามระเบียบฯ ด้านวงเงนิ งบประมาณ
วธิ ี วงเงิน/บาท หมายเหตุ
วธิ ีเฉพาะเจาะจง วงเงนิ ไม่เกนิ ๕๐๐,๐๐๐ กาํ หนดในกฎกระทรวง
วิธีสอบราคา ๕๐๐,๐๐๐ แตไ่ ม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐
พื้นทท่ี ม่ี ขี อ้ จํากัดในการใชส้ ัญญาณอินเตอรเ์ น็ต
วธิ ีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ มีกาํ หนดไว้ในระบบขอ้ มูลสินคา้ e-catalog
- ใบเสนอราคา ๕๐๐,๐๐๐ แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐
- ประมลู อเิ ล็กทรอนกิ ส์ วงเงินเกนิ ๕,๐๐๐,๐๐๐
วธิ ปี ระกวดราคาอิเล็กทรอนกิ ส์ วงเงินเกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ ไมไ่ ด้กาํ หนดรายละเอียดไว้ในระบบขอ้ มูลสินค้า
e-catalog
หลกั การจาแนกประเภทรายจา่ ยค่าวัสดุ ครภุ ณั ฑ์ ตามหลักจาแนกประเภทรายจา่ ยตามงบประมาณ
แนวทางการพจิ ารณาสิง่ ของทจี่ ดั เป็นวัสดุ ครุภณั ฑ์ ตามหลักจําแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณ เปน็ ดงั นี้
๑. ค่าวัสดุ หมายถึง รายจา่ ยเพ่ือใหไ้ ด้มาซง่ึ ส่งิ ของทม่ี ลี กั ษณะโดยสภาพไมค่ งทนถาวร หรอื ตามปกติมอี ายุการใช้งาน
ไม่ยืนนาน สนิ้ เปลือง หมดไป เปลยี่ นสภาพในระยะเวลาอนั ส้ัน รวมถงึ รายจ่ายดงั ตอ่ ไปนี้
๑.๑ รายจา่ ยเพ่อื ประกอบ ดดั แปลง ตอ่ เติมหรือปรบั ปรงุ วสั ดุ
๑.๒ รายจ่ายเพอ่ื จดั หาโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ทม่ี รี าคาต่อหน่วยหรอื ชุดไมเ่ กนิ 20,000 บาท
๑.๓ รายจ่ายเพ่ือการจดั หาสง่ิ ของทีใ่ ชอ้ มแซมบํารงุ รกั ษาทรพั ยส์ ินให้ใช้งานได้ตามปกติ
๑.๔ รายจา่ ยที่ต้องชําระพร้อมกบั คา่ วสั ดุ เช่น คา่ ขนสง่ ค่าภาษี ค่าประกันภัย ค่าตดิ ตงั้
๑.๕ ส่งิ ของท่จี ัดเปน็ ค่าวัสดุ แบง่ การพจิ ารณาออกเปน็ ๓ ประเภท ดังน้ี
ก. ประเภทวัสดุคงทน ได้แก่ สิ่งของท่ีโดยสภาพมีลักษณะคงทนแต่ตามปกติมีอายุ การใช้งานไม่ยืนนาน
หรือเม่ือนําไปใช้งานแล้วเกิดความชํารุดเสียหาย ไม่สามารถซ่อมแซมให้ใช้งานได้ดังเดิม หรือบํารุงซ่อมแซมแล้วไม่
คุ้มค่า
ข. ประเภทวัสดุสิ้นเปลือง ได้แก่ ส่ิงของที่โดยสภาพมีลักษณะเมื่อใช้แล้วส้ินเปลือง หมดไป แปรสภาพ
หรือเปลย่ี นสภาพไปในระยะเวลาอันสั้น หรือไมค่ งสภาพเดิม
ค. ประเภทวัสดุอุปกรณ์ประกอบและอะไหล่ ได้แก่ สิ่งของที่ใช้เป็นอุปกรณ์ ประกอบหรืออะไหล่สําหรับ
การซอ่ มแซมบาํ ารุงรักษาทรพั ย์สนิ ใหก้ ลับคนื สภาพดงั เดมิ ที่มีลกั ษณะเป็นการซอ่ มบาํ รงุ ปกติหรือคา่ ซอ่ มกลาง
๒. ค่าครุภัณฑ์ หมายถึง รายจ่ายเพ่ือให้ได้มาซึ่งส่ิงของที่มีลักษณะโดยสภาะคงทนถาวร หรือตามปกติมีอายุการใช้
งานยืนนาน ไม่สน่ิ เปลีอง หมดไป หรือเปลยี่ นสภาพไปในระยะเวลาอันสัน้ รวมถงึ รายจา่ ยดังตอ่ ไปน้ี
๒.๑ รายจ่ายเพื่อประกอบ ดดั แปลง ต่อเตมิ หรอื ปรับปรุงครุภณั ฑ์
๒.๒ รายจา่ ยเพอื่ จัดหาโปรแกรมคอมพวิ เตอรท์ ีม่ รี าคาต่อหนว่ ยหรือชดุ เกิน 20,000 บาท
๒.๓ รายจ่ายเพื่อซอ่ มแซมบํารงุ รักษาโครงสร้างของครภุ ัณฑ์ใหญ่ เชน่ เคร่อื งบนิ เครอื่ งจักรกลยานพาหนะ
เป็นต้น ซ่ึงไมร่ วมถงึ ค่าซ่อมบาํ รุงตามปกตหิ รือค่าซ่อมกลาง
๒.๔ รายจา่ ยทีต่ ้องชาํ ระพร้อมคา่ ครภุ ณั พ์ เชน่ ค่าขนส่ง คา่ ภาษี คา่ ประกันภัย คา่ ติดต้งั เปน็ ต้น
หน้า ๔
เอกสารประกอบการจัดซอ้ื จัดจ้างต้องมีเอกสารประกอบ ดังนี้
๑) บนั ทกึ ข้อความแจ้งความประสงค์แสดงความตอ้ งการซ้ือหรือขอจา้ ง มรี ายละเอียด ดังนี้
๑.๑ ได้รบั การอนมุ ตั จิ ากผ้มู ีอํานาจ และผ่านกองนโยบายและแผนเรยี บรอ้ ยแล้ว
๑.๒ มวี งเงนิ งบประมาณท่ตี ้องการซอื้ หรือจ้าง
๑.๓ มรี ายละเอยี ดพสั ดุ
๑.๔ รายงานยอดเงินทไ่ี ดร้ บั การจัดสรร ยอดเงินใช้ไป ยอดเงินคงเหลอื ปัจจุบัน
๑.๕ กรณเี ปน็ รายการครุภัณฑ์ ตอ้ งมกี ารกาํ หนดคณุ ลกั ษณะเฉพาะครภุ ัณฑ์
๑.๖ การซื้อหรอื จ้างในวงเงนิ ไมเ่ กิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท คณะกรรมการตรวจรับพสั ดุ ๑ คน
๑.๗ การซอื้ หรือการจ้างในวงเงินเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท คณะกรรมการตรวจรับพสั ดุ ๓ คน
๑.๘ ราคากลางมีทกุ วงเงิน ถา้ วงเงนิ ถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ต้องประกาศราคากลาง
๑.๙ กรณจี ้างก่อสรา้ ง มีคณะกรรมการดังนี้
- คณะกรรมการจดั ทาํ แบบรูปรายการงานก่อสร้าง
- คณะกรรมการจ้าง/พจิ ารณาผล
- คณะกรรมการราคากลาง
- คณะกรรมการตรวจรบั พสั ดุ
- ผู้ควบคุมงาน
๒) หากเป็นเรือ่ งซอ่ ม ต้องมีใบประวัตกิ ารซ่อม (แจง้ ความประสงค์ขอได้ท่ีฝา่ ยพัสด)ุ
หน้า ๕
ตวั อยา่ ง ๑ บันทกึ ข้อความขออนมุ ัตจิ ดั ซอ้ื /จา้ ง
บันทกึ ข้อความ
สว่ นราชการ ฝา่ ย.............. กอง..................ต้นสังกัด....................สถาบนั เทคโนโลยปี ทมุ วนั โทร ............
ที่ พด.................. /๒๕๖๕ วันท่ี ...........................................
เร่ือง ขออนมุ ตั ซิ ื้อ/จ้าง......................................
เรยี น อธกิ ารบดีสถาบนั เทคโนโลยปี ทมุ วนั
ด้วยหน่วยงาน................................มีความประสงค์จะดาํ เนินการจัดซ้ือ/จ้าง...........................................เหตุผลที่จะต้อง
ดําเนินการซื้อเนื่องจาก................................................จํานวน..................รายการ รวมเป็นวงเงินทั้งส้ิน ... ............บาท
(...........................................................) ดงั นี้
๑. ............................................... จาํ นวน............. หนว่ ยนบั ………. เป็นเงิน.............................บาท
๒. ............................................... จาํ นวน............ หน่วยนับ........... เปน็ เงิน.............................บาท
ยอดเงนิ ทไ่ี ดร้ บั การจดั สรร ยอดเงินใชไ้ ปคงเหลอื
ยอดเงินจัดซือ้ ครั้งน้ี ยอดเงนิ หกั คร้งั น้คี งเหลือ
ทั้งนี้ หนว่ ยงาน เสนอรายชือ่
คณะกรรมการซอื้ ฯ/จ้างฯ/พิจารณาผลฯ ดงั นี้
1. ประธานกรรมการ
2. กรรมการ
3. กรรมการ
คณะกรรมการตรวจรบั พัสดุ/ผู้ตรวจรบั พสั ดุ ดังนี้
1. ประธานกรรมการ
2. กรรมการ
3. กรรมการ
จงึ เรียนมาเพอ่ื โปรดทราบและพิจารณา
๑. อนมุ ัติ
๒. มอบฝ่ายพสั ดดุ ําเนินการในสว่ นทเี่ ก่ียวขอ้ ง
๓. เหน็ สมควรประการใดโปรดพจิ ารณาส่งั การ
(............................................)
ตาํ แหนง่
หน้า ๖
ตวั อยา่ ง ๒ บันทึกขอ้ ความขออนุมตั จิ ัดซือ้ ครภุ ัณฑ์
บันทึกข้อความ
ส่วนราชการ ฝา่ ย.............. กอง..................ต้นสังกดั ....................สถาบนั เทคโนโลยีปทุมวัน โทร .............
ที่ พด.................. /๒๕๕๖ วันที่ ...........................................
เรอ่ื ง ขออนมุ ัตซิ ้อื ครุภัณฑ.์ .....................................
เรยี น อธกิ ารบดสี ถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
ด้วยหน่วยงาน................................มคี วามประสงคจ์ ะดําเนินการจัดซ้ือ...........................................เหตุผลท่ี
จะต้องดาํ เนนิ การซือ้ เน่ืองจาก................................................จาํ นวน..................รายการ รวมเป็นวงเงนิ
ท้งั สนิ้ ...............บาท (...........................................................) ดงั น้ี
ท้งั นี้ หนว่ ยงาน เสนอรายชอ่ื แนบแผนปฏิบตั ิงานประจาปงี บประมาณดว้ ย
คณะกรรมการรา่ งขอบเขตงาน ดังน้ี
1. ประธานกรรมการ
2. กรรมการ
3. กรรมการ
คณะกรรมการกําหนดราคากลาง ดงั น้ี
1. ประธานกรรมการ
2. กรรมการ
3. กรรมการ
คณะกรรมการจ้าง/พิจาณาผล ดังนี้
1. ประธานกรรมการ
2. กรรมการ
3. กรรมการ
คณะกรรมการตรวจรบั พัสดุ ดงั นี้
1. ประธานกรรมการ
2. กรรมการ
3. กรรมการ
จึงเรียนมาเพ่ือโปรดทราบและพิจารณา
๑. อนมุ ัติ
๒. มอบงานพสั ดดุ ําเนินการในส่วนท่เี กย่ี วข้อง
๓. เหน็ สมควรประการใดโปรดพิจารณาสัง่ การ
(............................................)
ตําแหนง่
หน้า ๗
ตวั อยา่ งบัญชีคมุ /ใบเบ
บัญชีคุมพสั ด(ุวัสด)ุ
ว.ด.ป.1 หมายเลขวสั ดุ รายการ
เกณฑ์ส่ั ง วัน จานวน หมายเลขพัสดุแทนกนั ได้
จดุ ส่ังเพิ่มเตมิ
เกณฑ์ปลอดภยั ครุภณั ฑ์ท่ีเกย่ี วข้อง
ค้างรับ และ ค้างจ่าย
รับ รับ รับ ราคาต่อ
ว.ด.ป. หลักฐาน หน่วย จานวน ว.ด.ป. รับ หลักฐาน
ค้าง ค้าง ค้าง หน่วย
คําอธบิ ายเพม่ิ เติม ๑) หน่วยงานตอ้ งใช้บญั ชีควบคุมรายการพัสดุท่ีขอซ้ือทุกรายก
๒) หนว่ ยงานควรระบขุ ้อมลู ให้ครบถว้ น รวมถงึ ราคาต่อหน่วย
๓) ในการเบกิ พสั ดแุ ต่ละคร้ังใหข้ อสาํ เนาใบสง่ ของ และสําเนา
บกิ ย่อย /ใบเชค็ รายการ แบบ พ.3102-7
ท่ีเกบ็ ใส่ชื่อรายการพสั ดุ
เช็คจากงานพัสดุ
หมายเหตุ ใบเบิกภายในของหนว่ ยงาน
ใบส่งของ/ใบเบกิ
ความต้องการ ใสร่ าคาตอ่ หน่วยปจั จบุ ัน
จ่าย รวม คงคลัง ลายมอื ชื่อ ลงลายมอื ชื่อผู้จ่าย
ข้ันต้น ทดแทน
การ ๑ รายการ ต่อ ๑ ใบ ซ้ือ ๑๐ รายการ ตอ้ งมี ๑๐ ใบ
ยท่ีซ้ือแตล่ ะคร้งั
าใบเบกิ จากงานพสั ดุ ดว้ ยทุกครง้ั เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบ
หนา้ ๘
เลม่ ท.่ี ................. ตัวอย่าง ใบเบิกภายในทห่ี นว่ ย
ใบเบิกภายใน
สานักงานอธิการบดี
เลขท่.ี ...............
วนั /เดือน/ปี ฝา่ ยพสั ดุ
ลาดบั ที่ รายการ หน่วยนับ จานวน หมายเหตุ
ผู้เบกิ พสั ดุ ผจู้ ่ายพสั ดุ
ยงานตอ้ งควบคมุ การเบิกจา่ ย
นาจานวนท่เี บกิ น้ี
ไปหกั จากบญั ชีคุมพัสดุ
หัวหน้าหน่วยพัสดุประจาหน่วยงาน หรือเจ้าหน้าท่ี ท่ีได้รับมอบหมาย
จากหน่วยงานเป็นผู้ส่ังจ่ายพัสดุ ต้องตรวจสอบความถูกต้องของใบเบิก
และเอกสารประกอบ (ถา้ มี) แลว้ ลงบัญชีหรอื ทะเบียนคุมทุกครง้ั ที่มีการ
จา่ ยและเกบ็ ใบเบิกไว้เป็นหลักฐานด้วย (เกบ็ ไว้ค่กู บั บญั ชคี ุมพัสด)ุ
หน้า ๙
ตวั อย่าง สรุปรายการพัสดคุ งเหลือ
หนว่ ยงาน................................................
รายงาน ณ วันที่.....................................................
ลาดับท่ี รายการ ราคา/บาท จานวน เบกิ ไป คงเหลอื
(ท่ีจดั ซื้อ) (จานวน)
ลงช่อื .........................................ผ้รู ายงาน/ผคู้ วบคมุ ลงช่ือ......................................หวั หนา้ งาน
หมายเหตุ
๑. ในการขอซื้อวัสดสุ ํานักงานแตล่ ะครั้งต้องมีใบควบคมุ สรุปรายการพสั ดุคงเหลือฉบับนเ้ี พ่ือขออนุมตั ิจัดซื้อ
ดว้ ยทกุ คร้ัง
๒. จัดทําใบสรุป และใบควบคุม และใบเบิกย่อยไว้สําหรับคณะกรรมการตรวจสอบพัสดุประจําปี /
สํานกั งานตรวจเงนิ แผ่นดิน ตรวจทกุ สิน้ ปีงบประมาณ
หน้า ๑๐
กระบวนการขออนุมตั ิซ้อื จ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง
ข้นั ตอนการให้บริการการจดั ซ้อื /จา้ ง โดยวิธเี ฉพาะเจาะจง วงเงนิ ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐.- บาท
๑.รับเรื่องจากหนว่ ยงานที่ขออนุมัติ มีรายละเอยี ดพัสด/ุ ยอดเงนิ
ผา่ นกองนโยบายและแผนแล้ว มรี ายช่ือกรรมการ
๒.ขอความเห็นชอบ/แตง่ ต้ังคาสง่ั เสนอลงนาม = ๑ วนั
(ฝ่ายพสั ดุ)
๓.ขอใบเสนอราคา รายละเอียดจากรา้ นค้า = ๕ วัน
จากรา้ นคา้ เอกสารอา้ งอิง
(งานพัสดุ) = ๑ วนั
= ๒ วัน
๔.ออกใบสั่งซื้อ/สั่งจ้าง/ขออนมุ ตั ิ = ๕ วัน
(ฝา่ ยพสั ดุ)
= ๓ วัน
๕. แจง้ บรษิ ทั /หา้ ง/ร้าน รบั ใบส่ังซ้ือ พร้อม PO ผ่าน
ระบบ New GFMIS Thai และสรา้ งข้อมูลผู้ขาย/
ผู้รบั จา้ ง (ฝา่ ยพสั ดุ)
๖.สง่ ของตามเง่ือนไข (ร้านคา้ )
๖. ตรวจรับพสั ดุ
(กรรมการตรวจรบั พัสดุ)
๗.ตง้ั เบกิ / ส่งการเงนิ ลงบญั ชีรบั – จา่ ยพัสดุ = ๑ วัน
(งานพัสด)ุ (งานพัสด)ุ
รวม ๑๘ วนั ทาการ
ขัน้ ตอนกระบวนการเดินเอกสาร ฝ่ายพัสดุ
หนา้ ๑๑
การจดั ซอื้ จัดจา้ ง (สาหรับหน่วยงานท่ัวไป)
ตามคําส่ังสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันท่ี ๐๕๒๕/๒๕๖๕ ลงวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๕ เร่ือง มอบ
อํานาจให้รองอธิการบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิการบดี ได้มอบอํานาจให้รองอธิการบดี ปฏิบัติราชการ
แทนอธิการบดี มีอํานาจสั่งการอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างท่ีได้รับการกํากับดูแล ในวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐
บาท (สามแสนบาทถ้วน) และให้เปน็ ไปตามระเบยี บราชการมีเส้นทางการเดินเอกสาร ดงั นี้
หน่วยงานเสนอขออนมุ ตั ิจดั ซือ้
รองอธกิ ารบดีท่กี ากบั ดแู ลเป็นผูอ้ นุมตั ิ และมอบฝ่ายพัสดุ
รบั เอกสารจากหนว่ ยงานต้นเรอ่ื ง
ฝ่ายพัสดุดาเนนิ การจัดซอ้ื จัดจ้าง
ฝ่ายพสั ดขุ ออนุมตั จิ ัดซือ้ ผู้มอี านาจพิจารณาลงนามอนุมตั ิ
ผ้มู ีอานาจลงนามในใบส่งั ซอื้ /สัญญาซอ้ื ขาย รอส่งมอบ
หน้า ๑๒
ขน้ั ตอนกระบวนการเดินเอกสาร ฝ่ายพัสดุ
การจดั ซื้อจัดจ้าง (สาหรับหน่วยงานภายใตค้ ณะฯ)
ตามคําสั่งสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันที่ ๐๐๑๓/๒๕๖๕ ลงวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๕ เร่ือง
เปล่ียนแปลงการมอบอํานาจให้คณบดี ผอู้ ํานวยการศูนยภ์ าษาและคอมพวิ เตอร์ ผ้อู าํ นวยการสาํ นักวิจัย
และบริการวิชาการ และผู้อํานวยการสํานักงานอธิการบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิการบดี การลงนาม
อนุมัติ จัดซ้ือครุภัณฑ์ วัสดุฝึก ของหน่วยงานในบังคับบัญชาตามท่ีได้รับอนุมัติในแผนปฏิบัติการ
ประจําปีของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หน่ึงแสนบาทถ้วน) โดย
พจิ ารณาให้สอดคลอ้ งตามระเบียบ และให้ถอื หลกั ความประหยัดและประโยชนข์ องราชการเป็นสําคัญ
สาขาวชิ าทาบนั ทกึ ข้อความเสนอขออนุมัติจดั ซอื้
คณบดีเปน็ ผพู้ ิจารณาอนุมตั ิ และมอบฝ่ายพสั ดุ
รับเอกสารจากหนว่ ยงานตน้ เร่ือง
ฝ่ายพสั ดดุ าเนินการจดั ซ้อื จดั จา้ ง
ฝา่ ยพัสดขุ ออนุมตั ิจัดซอ้ื คณบดีพจิ าณาอนุมัติ
คณบดีลงนามในใบสง่ั ซือ้ /สญั ญาซอ้ื ขาย รอสง่ มอบ
หน้า ๑๓
กรณกี ารจดั ซอื้ โครงงานวจิ ัยนักศกึ ษา
เป็นเป็นตามหนังสือของคณะกรรมการวินัจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
กรมบัญชีกลาง ท่ี กค (กวจ) ๐๔๐๕.๔/๕๑๘๙๔ ลงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ เรื่องการขออนุมัติผ่อน
ผันการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณีจัดซ้ือ
วัสดุโครงการวิศวกรรมนักศึกษา กรณีนี้เป็นการจัดสรรเงินไปให้กับนักศึกษา ดังนั้น กรณีดังกล่าวจึงไม่อยู่
ภายใต้บังคับทีต่ อ้ งปฏิบตั ิตามพระราชบัญญัติฯ แต่อย่างใด
โครงการวิจยั นักศกึ ษา ไมต่ ้องผ่านกระบวนการจดั ซ้ือจัดจ้าง !!
หน้า ๑๔
ข้ันตอนกระบวนการเดนิ เอกสาร ฝ่ายพสั ดุ
การจัดซื้อจัดจ้าง (ศูนย์ภาษาและคอมพวิ เตอร์ และสานักวิจยั และบริการวิชาการ)
ตามคําสั่งสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันที่ ๐๐๑๓/๒๕๖๕ ลงวันท่ี ๖ มกราคม ๒๕๖๕ เรื่อง
เปล่ยี นแปลงการมอบอาํ นาจให้คณบดี ผูอ้ าํ นวยการศนู ยภ์ าษาและคอมพวิ เตอร์ ผอู้ าํ นวยการสํานักวิจัย
และบริการวิชาการ และผู้อํานวยการสํานักงานอธิการบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิการบดี การอนุมัติ
จัดซ้ือวัสดุสํานักงาน ของหน่วยงานในบังคับบัญชาตามที่ได้รับอนุมัติในแผนปฏิบัติการประจําปีของ
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หน่ึงแสนบาทถ้วน) โดยพิจารณาให้
สอดคล้องตามระเบยี บ และให้ถอื หลกั ความประหยัดและประโยชนข์ องราชการเปน็ สาํ คญั
สาขาวิชาทาบนั ทกึ ขอ้ ความเสนอขออนมุ ตั ิจดั ซ้ือ
ผู้อานวยการเปน็ ผู้พิจารณาอนมุ ตั ิ และมอบฝา่ ยพัสดุ
รับเอกสารจากหนว่ ยงานตน้ เร่ือง
ฝา่ ยพสั ดุดาเนนิ การจดั ซือ้ จัดจ้าง
ฝา่ ยพสั ดุขออนุมัติจัดซอื้ ผอู้ านวยการพิจาณาอนุมตั ิ
ผอู้ านวยการลงนามในใบสัง่ ซื้อ/สญั ญาซือ้ ขาย รอสง่ มอบ
หนา้ ๑๕
ขน้ั ตอนกระบวนการเดนิ เอกสาร ฝา่ ยพัสดุ
การจัดซอ้ื จัดจา้ ง (สานกั งานอธิการบด)ี
ตามคําสั่งสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันท่ี ๐๐๑๓/๒๕๖๕ ลงวันท่ี ๖ มกราคม ๒๕๖๕ เรื่อง
เปลย่ี นแปลงการมอบอาํ นาจให้คณบดี ผูอ้ าํ นวยการศูนยภ์ าษาและคอมพวิ เตอร์ ผู้อาํ นวยการสาํ นักวิจัย
และบริการวิชาการ และผู้อํานวยการสํานักงานอธิการบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิการบดี การอนุมัติ
จัดซ้ือวัสดุสํานักงาน ของหน่วยงานในบังคับบัญชาตามที่ได้รับอนุมัติในแผนปฏิบัติการประจําปีของ
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ในวงเงินไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหม่ืนบาทถ้วน) โดยพิจารณาให้
สอดคลอ้ งตามระเบยี บ และใหถ้ อื หลักความประหยัดและประโยชนข์ องราชการเปน็ สําคัญ
สาขาวชิ าทาบนั ทกึ ขอ้ ความเสนอขออนุมตั จิ ัดซอื้
ผูอ้ านวยการเป็นผพู้ ิจารณาอนมุ ัติ และมอบฝ่ายพสั ดุ
รับเอกสารจากหน่วยงานต้นเรื่อง
ฝา่ ยพสั ดุดาเนนิ การจัดซอ้ื จดั จ้าง
ฝ่ายพัสดุขออนุมตั จิ ัดซอื้ ผ้อู านวยการพจิ าณาอนุมตั ิ
ผู้อานวยการลงนามในใบสัง่ ซ้อื /สัญญาซือ้ ขาย รอส่งมอบ
หนา้ ๑๖
ข้ันตอนและระยะเวลา
สง่ิ ทห่ี น่วยงานตอ้ งเตรียม
๑. บนั ทึกขออนุมัติ บอกรายละเอยี ดให้ชดั เจนเก่ยี วกับอาการทีเ่ สยี ระบหุ มายเลขค
๒. ขอประวัตกิ ารซ่อมทีฝ่ า่ ยพัสดุ
๓. สง่ ธุรการ/ผ่านกองนโยบายและแผน
าการซอ่ มแซมครุภัณฑ์
ครุภณั ฑ์
หน้า ๑๗
ขั้นตอนและระยะเวลาดาเนินการจัดซ้อื วัส
ส่งิ ท่หี น่วยงานตอ้ งเตรียม คือ เอกสารและหลักฐาน (หนา้ ที่ ๕ )
สดสุ านักงาน ราคาไมเ่ กนิ ๕๐๐,๐๐๐ บาท
หน้า ๑๘
ปฏทิ ินการปฏบิ ตั ิงานการจดั ซือ้ จดั จา้ งประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (ไตรมาศที่ 1-2)
หน้า ๑๙
ปฏทิ ินการปฏบิ ตั ิงานการจดั ซือ้ จดั จา้ งประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (ไตรมาศที่ 3-4)
หน้า ๒๐
ตวั อยา่ งรายละเอียดคณุ ลักษณะเฉพาะของพัสดุ
คุณลักษณะเฉพาะครภุ ัณฑ์ หนา้ ท่ี ........
ประจาปงี บประมาณ................
ชือ่ ครภุ ณั ฑ์ ...............................................................
หนว่ ยงาน สาขาวิชา.............................................
๑. ความเปน็ มา
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. .........................................................
๒. วัตถปุ ระสงค์
๒.๑ ........................................................................................................................................................................
๒.๒ ......................................................................................................................... ...............................................
๓. คณุ สมบัตขิ องผู้เสนอราคา
๓.๑ มีอาชพี ขายพสั ดดุ ังกลา่ ว
๓.๒ ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบคุ คลทีจ่ ดทะเบียนประเภทห้างหนุ้ สว่ นสามัญหรือหา้ งหุ้นส่วนจํากัด บริษัทจํากัด
หรอื บรษิ ทั มหาชนจาํ กัด
๓.๓ ผู้เสนอราคาจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอ
ราคาได้มคี ําสัง่ ให้สละสทิ ธิแ์ ละความคมุ้ กันเช่นน้นั
๓.๔ ........................................................................................................................................................................
๔. รายละเอียดคุณลกั ษณะเฉพาะ
๒.๑ ......................................................................................................................... ..............................................
๒.๒ ......................................................................................................................... ..............................................
๕. กาํ หนดการสง่ มอบ
............................................................................................................................. .................................................
๖. วงเงินงบประมาณ
...............................................................................................................................................................................
๗. สถานท่ีส่งมอบ
.................................................................................................................... ...........................................................
( )( )( )
( )( )( )
ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ
หน้า ๒๑
สรุปเกรด็ ความรู้ท่หี นว่ ยงานควรทราบ
๑. มีแผนการซ้ือ มผี ลการซ้ือ
(ในการขออนมุ ตั จิ ดั ซ้ือต้องปฏิบตั ิตามปฏิทินแผนการจดั ซ้ือของงานพสั ดุ หน้า ๑๙-๒๐)
๒. มกี ารควบคุม (ใบคุม / ใบเบิก / ใบสรุป หน้า ๘-๑๐)
๓. รายการพัสดุท่ีไม่ควรซอื้ คือส่ิงประดบั ท่ีไมจ่ ําเป็นต่อการปฏิบัติงานไม่มกี ็ทาํ งานได้
๔. รายการครุภัณฑ์ต้องแยกซ้ือออกจากวสั ดุ สว่ นรายการหมกึ เครือ่ งพมิ พเ์ คร่ืองถ่ายเอกสาร ควรแยกซ้ือ
ต่างหากไมร่ วมกบั รายการอน่ื ๆ ตามนโยบายสถาบนั ฯเหน็ ควรให้จัดซอ้ื ในภาพรวม
๕. ไมร่ ะบยุ ี่ห้อของรายการพัสดุ จะเป็นการล็อคเสปค็
๖. ฝา่ ยพสั ดไุ ด้จดั ทาํ ราคากลางของพสั ดุไว้เรียบรอ้ ยและแจ้งเวียนใหท้ กุ หนว่ ยงานทราบแลว้ หากตอ้ งการ
ขอใหม่หรือมรี ายการใดเพิ่มเตมิ ของให้แจ้งได้ท่หี น่วยงานพัสดุ
หน้า ๒๒
เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๔ ก หนา้ ๑๓ ๒๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา
พระราชบญั ญตั ิ
การจัดซอื้ จัดจ้างและการบรหิ ารพสั ดุภาครฐั
พ.ศ. ๒๕๖๐
สมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู
ให้ไว้ ณ วนั ท่ี ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๐
เป็นปีท่ี ๒ ในรชั กาลปจั จุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศวา่
โดยท่ีเปน็ การสมควรมีกฎหมายวา่ ด้วยการจัดซ้ือจดั จา้ งและการบริหารพัสดุภาครัฐ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของ
สภานติ ิบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัติน้ีเรียกว่า “พระราชบัญญัติการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหาร
พสั ดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตนิ ใ้ี หใ้ ช้บงั คับเมอื่ พน้ กําหนดหน่งึ รอ้ ยแปดสบิ วันนับแต่วันประกาศ
ในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับพัสดุ การจัดซื้อจัดจ้าง หรือการบริหารพัสดุ
ในกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อบัญญัติ และข้อกําหนดใด ๆ ของหน่วยงานของรัฐท่ีอยู่
ภายใต้บงั คบั แหง่ พระราชบญั ญตั นิ ี้
มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญตั ินี้
“การจัดซื้อจัดจ้าง” หมายความว่า การดําเนินการเพ่ือให้ได้มาซึ่งพัสดุโดยการซ้ือ จ้าง เช่า
แลกเปลี่ยน หรอื โดยนติ ิกรรมอื่นตามที่กาํ หนดในกฎกระทรวง
“พสั ด”ุ หมายความวา่ สนิ ค้า งานบริการ งานกอ่ สร้าง งานจ้างทีป่ รึกษาและงานจ้างออกแบบ
หรอื ควบคมุ งานกอ่ สรา้ ง รวมท้งั การดําเนนิ การอน่ื ตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง
เลม่ ๑๓๔ ตอนท่ี ๒๔ ก หน้า ๑๔ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
ราชกจิ จานุเบกษา
“สินค้า” หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ ท่ีดิน สิ่งปลูกสร้าง และทรัพย์สินอื่นใด รวมทั้ง
งานบริการทรี่ วมอยใู่ นสินค้าน้นั ด้วย แต่มูลคา่ ของงานบรกิ ารตอ้ งไม่สงู กวา่ มลู ค่าของสนิ ค้านั้น
“งานบริการ” หมายความว่า งานจ้างบริการ งานจ้างเหมาบริการ งานจ้างทําของและการรับขน
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล แต่ไม่หมายความรวมถึงการจ้าง
ลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ การรับขนในการเดินทางไปราชการหรือไปปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐ
งานจ้างท่ีปรึกษา งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง และการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์
“งานก่อสรา้ ง” หมายความวา่ งานก่อสรา้ งอาคาร งานก่อสร้างสาธารณูปโภค หรือส่ิงปลูกสร้างอื่นใด
และการซ่อมแซม ต่อเติม ปรับปรุง ร้ือถอน หรือการกระทําอ่ืนที่มีลักษณะทํานองเดียวกันต่ออาคาร
สาธารณูปโภค หรือสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว รวมทั้งงานบริการที่รวมอยู่ในงานก่อสร้างนั้นด้วย แต่มูลค่า
ของงานบรกิ ารตอ้ งไมส่ ูงกวา่ มูลค่าของงานกอ่ สร้างนั้น
“อาคาร” หมายความว่า สิ่งปลูกสร้างถาวรที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ เช่น อาคารที่ทําการ
โรงพยาบาล โรงเรียน สนามกีฬา หรือส่ิงปลูกสร้างอย่างอื่นท่ีมีลักษณะทํานองเดียวกัน รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ
ซึง่ สร้างขนึ้ เพอ่ื ประโยชนใ์ ชส้ อยสําหรบั อาคารนั้น ๆ เชน่ เสาธง ร้ัว ทอ่ ระบายนา้ํ หอถังนํ้า ถนน ประปา
ไฟฟ้า หรือสิ่งอ่นื ๆ ซึ่งเป็นสว่ นประกอบของตวั อาคาร เชน่ เครือ่ งปรับอากาศ ลฟิ ท์ หรอื เคร่อื งเรอื น
“สาธารณูปโภค” หมายความว่า งานอันเกี่ยวกับการประปา การไฟฟ้า การส่ือสาร การโทรคมนาคม
การระบายนํ้า การขนส่งทางท่อ ทางน้ํา ทางบก ทางอากาศ หรือทางราง หรือการอื่นที่เก่ียวข้อง
ซง่ึ ดาํ เนนิ การในระดับพน้ื ดนิ ใตพ้ ื้นดนิ หรือเหนอื พื้นดนิ
“งานจ้างที่ปรึกษา” หมายความว่า งานจ้างบริการจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลเพ่ือเป็น
ผู้ให้คําปรึกษาหรือแนะนําแก่หน่วยงานของรัฐในด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ผังเมือง กฎหมาย
เศรษฐศาสตร์ การเงิน การคลัง ส่ิงแวดล้อม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สาธารณสุข ศิลปวัฒนธรรม
การศกึ ษาวจิ ยั หรือด้านอื่นที่อยใู่ นภารกิจของรฐั หรือของหน่วยงานของรัฐ
“งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง” หมายความว่า งานจ้างบริการจากบุคคลธรรมดา
หรือนิติบคุ คลเพื่อออกแบบหรอื ควบคมุ งานกอ่ สรา้ ง
“การบริหารพัสดุ” หมายความว่า การเก็บ การบันทึก การเบิกจ่าย การยืม การตรวจสอบ
การบาํ รุงรกั ษา และการจาํ หน่ายพสั ดุ
“ราคากลาง” หมายความว่า ราคาเพ่ือใช้เป็นฐานสําหรับเปรียบเทียบราคาที่ผู้ยื่นข้อเสนอ
ได้ยืน่ เสนอไวซ้ งึ่ สามารถจดั ซือ้ จัดจ้างได้จริงตามลําดับ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) ราคาท่ีไดม้ าจากการคาํ นวณตามหลกั เกณฑ์ทีค่ ณะกรรมการราคากลางกาํ หนด
(๒) ราคาท่ไี ด้มาจากฐานข้อมลู ราคาอ้างองิ ของพสั ดทุ ่ีกรมบัญชกี ลางจัดทํา
(๓) ราคามาตรฐานท่สี ํานักงบประมาณหรือหนว่ ยงานกลางอน่ื กาํ หนด
เลม่ ๑๓๔ ตอนที่ ๒๔ ก หนา้ ๑๕ ๒๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา
(๔) ราคาที่ไดม้ าจากการสืบราคาจากท้องตลาด
(๕) ราคาทีเ่ คยซือ้ หรือจา้ งครงั้ หลงั สดุ ภายในระยะเวลาสองปงี บประมาณ
(๖) ราคาอืน่ ใดตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร หรือแนวทางปฏิบัตขิ องหนว่ ยงานของรฐั นัน้ ๆ
ในกรณีที่มีราคาตาม (๑) ให้ใช้ราคาตาม (๑) ก่อน ในกรณีท่ีไม่มีราคาตาม (๑) แต่มีราคาตาม (๒)
หรือ (๓) ให้ใช้ราคาตาม (๒) หรือ (๓) ก่อน โดยจะใช้ราคาใดตาม (๒) หรือ (๓) ให้คํานึงถึงประโยชน์
ของหน่วยงานของรัฐเป็นสําคญั ในกรณที ่ไี ม่มีราคาตาม (๑) (๒) และ (๓) ให้ใช้ราคาตาม (๔) (๕) หรือ (๖)
โดยจะใชร้ าคาใดตาม (๔) (๕) หรือ (๖) ให้คํานงึ ถงึ ประโยชนข์ องหน่วยงานของรัฐเป็นสาํ คญั
“เงินงบประมาณ” หมายความว่า เงินงบประมาณตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย
กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ เงินซ่ึงหน่วยงานของรัฐ
ได้รับไว้โดยได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีให้ไม่ต้องนําส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
หรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง เงินซึ่งหน่วยงานของรัฐได้รับไว้โดยไม่ต้องนําส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
ตามกฎหมาย และเงิน ภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือผลประโยชน์อ่ืนใดท่ีตกเป็นรายได้ของราชการ
ส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายหรือท่ีราชการส่วนท้องถ่ินมีอํานาจเรียกเก็บตามกฎหมาย และให้หมายความ
รวมถงึ เงนิ กู้ เงนิ ชว่ ยเหลือ และเงนิ อน่ื ตามที่กําหนดในกฎกระทรวง
“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถ่ิน
รัฐวสิ าหกิจตามกฎหมายว่าดว้ ยวิธีการงบประมาณ องคก์ ารมหาชน องค์กรอิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
หน่วยธุรการของศาล มหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ หน่วยงานสังกัดรัฐสภาหรือในกํากับของรัฐสภา
หนว่ ยงานอสิ ระของรัฐ และหน่วยงานอ่ืนตามทีก่ าํ หนดในกฎกระทรวง
“เจา้ หนา้ ท่”ี หมายความวา่ ผ้มู ีหนา้ ที่เกีย่ วกบั การจัดซื้อจดั จ้างหรือการบริหารพสั ดุ หรือผู้ท่ีได้รับ
มอบหมายจากผมู้ อี ํานาจใหป้ ฏบิ ัติหนา้ ทีเ่ กยี่ วกบั การจัดซ้ือจดั จ้างหรือการบริหารพสั ดขุ องหน่วยงานของรฐั
“คณะกรรมการนโยบาย” หมายความว่า คณะกรรมการนโยบายการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหาร
พสั ดุภาครัฐ
“คณะกรรมการวินิจฉัย” หมายความว่า คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหาร
พสั ดุภาครัฐ
“คณะกรรมการราคากลาง” หมายความว่า คณะกรรมการราคากลางและขน้ึ ทะเบยี นผูป้ ระกอบการ
“คณะกรรมการ ค.ป.ท.” หมายความว่า คณะกรรมการความรว่ มมือป้องกนั การทุจรติ
“คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาอทุ ธรณ์และขอ้ รอ้ งเรยี น
“รฐั มนตร”ี หมายความวา่ รฐั มนตรผี ูร้ ักษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มี
อาํ นาจออกกฎกระทรวงและระเบยี บเพือ่ ปฏบิ ัตกิ ารตามพระราชบัญญัตนิ ี้
กฎกระทรวงและระเบยี บนน้ั เมื่อไดป้ ระกาศในราชกิจจานเุ บกษาแลว้ ใหใ้ ชบ้ ังคับได้
เล่ม ๑๓๔ ตอนท่ี ๒๔ ก หนา้ ๑๖ ๒๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา
หมวด ๑
บททัว่ ไป
มาตรา ๖ เพอ่ื ใหก้ ารปฏิบตั เิ ก่ียวกับการจดั ซอื้ จัดจา้ งและการบริหารพัสดุโดยใช้เงินงบประมาณ
เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่าต่อภารกิจของรัฐ และป้องกันปัญหาการทุจริต ให้หน่วยงานของรัฐ
ปฏิบัติตามแนวทางของพระราชบัญญัตินี้ และกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศที่ออกตามความใน
พระราชบญั ญตั ิน้ี
เพื่อให้การดําเนินงานของรัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ หน่วยงานของรัฐในต่างประเทศ
หรอื ส่วนงานของหน่วยงานของรฐั ท่ีตัง้ อยูใ่ นต่างประเทศ หรอื หน่วยงานของรฐั อื่นตามทกี่ ําหนดในกฎกระทรวง
เกิดความยืดหยุ่นและมีความคล่องตัว หากรัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐน้ัน
ประสงคจ์ ะจดั ให้มรี ะเบียบ ข้อบังคบั หรือข้อบัญญัติเก่ียวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุข้ึนใช้เอง
ท้ังหมดหรือแต่บางส่วน ก็ให้กระทําได้ โดยต้องดําเนินการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง
และการบรหิ ารพัสดุตามแนวทางของพระราชบญั ญตั นิ ี้ เวน้ แตใ่ นตา่ งประเทศที่หน่วยงานของรัฐหรอื ส่วนงาน
ของหนว่ ยงานของรฐั ต้ังอย่มู ีกฎหมาย ธรรมเนียมปฏิบัติ หรือจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่นของต่างประเทศนั้น
เปน็ การเฉพาะหรอื กําหนดไวเ้ ปน็ อยา่ งอื่น
ระเบียบ ข้อบังคับ หรือข้อบัญญัติตามวรรคสอง จะกําหนดให้การจัดซ้ือจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือก
หรอื วธิ เี ฉพาะเจาะจงตามมาตรา ๕๖ เป็นอย่างอืน่ กไ็ ด้
ระเบียบ ข้อบังคับ หรือข้อบัญญัติตามวรรคสองและวรรคสาม ต้องได้รับความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการนโยบาย และให้ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
มาตรา ๗ พระราชบัญญตั นิ ีม้ ิให้ใช้บงั คบั แก่
(๑) การจดั ซ้อื จดั จา้ งของรัฐวิสาหกิจทเี่ กย่ี วกบั การพาณิชยโ์ ดยตรง
(๒) การจัดซ้ือจัดจ้างยุทโธปกรณ์และการบริการที่เก่ียวกับความม่ันคงของชาติโดยวิธีรัฐบาล
ต่อรัฐบาลหรอื โดยการจัดซือ้ จดั จา้ งจากต่างประเทศทีก่ ฎหมายของประเทศนั้นกาํ หนดไว้เป็นอย่างอื่น
(๓) การจัดซ้ือจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนา เพ่ือการให้บริการทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษา
หรอื การจา้ งทป่ี รึกษา ท้งั นี้ ที่ไมส่ ามารถดาํ เนินการตามพระราชบญั ญตั ินไี้ ด้
(๔) การจดั ซอื้ จัดจ้างโดยใชเ้ งนิ กหู้ รอื เงนิ ชว่ ยเหลือจากรัฐบาลตา่ งประเทศ องค์การระหว่างประเทศ
สถาบันการเงินระหว่างประเทศ องค์การต่างประเทศทั้งในระดับรัฐบาลและท่ีมิใช่ระดับรัฐบาล มูลนิธิ
หรอื เอกชนตา่ งประเทศ ทสี่ ญั ญาหรือขอ้ กาํ หนดในการให้เงนิ กหู้ รือเงินช่วยเหลอื กําหนดไวเ้ ป็นอยา่ งอนื่
(๕) การจดั ซือ้ จดั จ้างโดยใช้เงินกหู้ รือเงนิ ชว่ ยเหลือจากรัฐบาลตา่ งประเทศ องค์การระหว่างประเทศ
สถาบันการเงินระหว่างประเทศ องค์การต่างประเทศทั้งในระดับรัฐบาลและที่มิใช่ระดับรัฐบาล มูลนิธิ
หรือเอกชนต่างประเทศ ท่ีสัญญาหรือข้อกําหนดในการให้เงินกู้หรือเงินช่วยเหลือกําหนดไว้เป็นอย่างอ่ืน
โดยใช้เงินกู้หรือเงินช่วยเหลือนั้นร่วมกับเงินงบประมาณ ซ่ึงจํานวนเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือที่ใช้น้ันเป็นไป
ตามหลกั เกณฑท์ ่ีคณะกรรมการนโยบายประกาศกําหนดในราชกิจจานเุ บกษา
เลม่ ๑๓๔ ตอนที่ ๒๔ ก หนา้ ๑๗ ๒๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๐
ราชกจิ จานุเบกษา
(๖) การจัดซื้อจัดจ้างของสถาบันอุดมศึกษาหรือสถานพยาบาลที่เป็นหน่วยงานของรัฐโดยใช้
เงนิ บรจิ าครวมท้ังดอกผลของเงินบรจิ าค โดยไมใ่ ชเ้ งนิ บริจาคนั้นรว่ มกบั เงินงบประมาณ
การจัดซ้ือจัดจ้างตาม (๑) (๒) และ (๓) ท่ีได้รับยกเว้นมิให้นําพระราชบัญญัติน้ีมาใช้บังคับ
ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ท่ีคณะกรรมการนโยบายประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา โดยประกาศ
ดังกล่าวจะกําหนดให้หน่วยงานของรัฐเสนอเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างใดตาม (๑) (๒) หรือ (๓) ต่อ
คณะกรรมการนโยบายเพ่อื อนมุ ตั ิใหไ้ ดร้ ับยกเว้นเป็นรายกรณีไปก็ได้
การยกเว้นมิให้นําบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับแก่การจัดซ้ือจัดจ้างใดทั้งหมด
หรือแต่บางส่วนนอกเหนือจากการยกเว้นตามวรรคหน่ึง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามข้อเสนอของ
คณะกรรมการนโยบาย
กรณีตามวรรคหน่ึงและวรรคสาม ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีกฎหรือระเบียบเก่ียวกับการจัดซ้ือ
จดั จา้ งและการบรหิ ารพัสดุตามหลักเกณฑแ์ ละแนวทางของพระราชบัญญัตินี้ โดยอย่างน้อยต้องมีหลักการ
ตามมาตรา ๘ วรรคหน่งึ
การจัดซื้อจัดจ้างตาม (๖) นอกจากสถาบันอุดมศึกษาหรือสถานพยาบาลที่เป็นหน่วยงานของรัฐ
ตอ้ งดาํ เนนิ การตามวรรคสีแ่ ล้ว ให้สถาบันอุดมศึกษาหรือสถานพยาบาลที่เป็นหน่วยงานของรัฐน้ันรายงาน
ผลการปฏบิ ัตงิ านตอ่ คณะกรรมการนโยบายตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด
มาตรา ๘ การจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุของหน่วยงานของรัฐต้องก่อให้เกิด
ประโยชนส์ ูงสดุ แกห่ น่วยงานของรฐั และต้องสอดคล้องกบั หลักการ ดังต่อไปน้ี
(๑) คุ้มค่า โดยพัสดุท่ีจัดซื้อจัดจ้างต้องมีคุณภาพหรือคุณลักษณะท่ีตอบสนองวัตถุประสงค์
ในการใชง้ านของหนว่ ยงานของรัฐ มรี าคาท่ีเหมาะสม และมีแผนการบริหารพัสดุท่ีเหมาะสมและชัดเจน
(๒) โปร่งใส โดยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุต้องกระทําโดยเปิดเผย เปิดโอกาสให้มี
การแขง่ ขันอย่างเปน็ ธรรม มีการปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายโดยเท่าเทียมกัน มีระยะเวลาที่เหมาะสม
และเพียงพอต่อการยื่นข้อเสนอ มีหลักฐานการดําเนินงานชัดเจน และมีการเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง
และการบริหารพสั ดุในทุกข้ันตอน
(๓) มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยต้องมีการวางแผนการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ล่วงหน้าเพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีกําหนดเวลาที่เหมาะสม
โดยมีการประเมนิ และเปิดเผยผลสมั ฤทธ์ิของการจัดซื้อจัดจา้ งและการบริหารพสั ดุ
(๔) ตรวจสอบได้ โดยมีการเก็บข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุอย่างเป็นระบบ
เพ่อื ประโยชน์ในการตรวจสอบ
ให้หน่วยงานของรัฐใช้หลักการตามวรรคหนึ่งเพ่ือเป็นแนวทางในการปฏิบัติเก่ียวกับการจัดซื้อจัดจ้าง
และการบริหารพัสดุ หากการจัดซื้อจัดจ้างไม่เป็นไปตามหลักการดังกล่าว แต่ไม่มีผลต่อการจัดซ้ือจัดจ้าง
อยา่ งมนี ยั สําคัญ หรือเกดิ จากกรณีเร่งด่วน หรือมเี หตผุ ลหรอื ความจําเป็นอ่ืน การจดั ซอ้ื จัดจา้ งนน้ั ยอ่ มไม่เสยี ไป
เลม่ ๑๓๔ ตอนท่ี ๒๔ ก หน้า ๑๘ ๒๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา
ใหใ้ ชห้ ลักการตามวรรคหนึ่งเป็นแนวทางในการปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบาย
คณะกรรมการวินิจฉัย คณะกรรมการราคากลาง คณะกรรมการ ค.ป.ท. และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์
โดยอนโุ ลม
มาตรา ๙ การกําหนดคณุ ลักษณะเฉพาะของพสั ดทุ จี่ ะทําการจัดซื้อจัดจ้าง ให้หน่วยงานของรัฐ
คํานงึ ถึงคุณภาพ เทคนิค และวัตถุประสงค์ของการจัดซ้ือจัดจ้างพัสดุนั้น และห้ามมิให้กําหนดคุณลักษณะเฉพาะ
ของพัสดุให้ใกล้เคียงกับย่ีห้อใดย่ีห้อหนึ่ง หรือของผู้ขายรายใดรายหน่ึงโดยเฉพาะ เว้นแต่พัสดุที่จะทํา
การจดั ซ้ือจัดจ้างตามวัตถปุ ระสงคน์ ัน้ มียหี่ อ้ เดยี วหรือจะต้องใช้อะไหล่ของย่ีหอ้ ใด ก็ให้ระบุยหี่ อ้ น้นั ได้
มาตรา ๑๐ ภายใต้บังคับมาตรา ๖๖ ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ
ในสว่ นที่เปน็ สาระสําคญั และเปน็ ข้อมูลทางเทคนิคของผยู้ ่นื ข้อเสนอ ซ่งึ อาจกอ่ ให้เกดิ การไดเ้ ปรยี บเสยี เปรยี บ
ระหว่างผู้ยื่นข้อเสนอด้วยกันต่อผู้ซ่ึงมิได้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างคร้ังน้ันหรือต่อผู้ย่ืนข้อเสนอรายอื่น
เว้นแต่เปน็ การเปิดเผยขอ้ มลู ตอ่ ผ้มู ีอาํ นาจหน้าท่ตี ามกฎหมาย หรอื การดาํ เนนิ การตามกฎหมาย
มาตรา ๑๑ ใหห้ นว่ ยงานของรฐั จดั ทาํ แผนการจัดซ้ือจัดจ้างประจําปี และประกาศเผยแพร่
ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของรัฐตามวิธีการท่ีกรมบัญชีกลางกําหนด
และให้ปดิ ประกาศโดยเปดิ เผย ณ สถานที่ปิดประกาศของหน่วยงานของรัฐนน้ั เวน้ แต่
(๑) กรณีท่ีมีความจาํ เป็นเร่งด่วนหรือเปน็ พสั ดุทใี่ ชใ้ นราชการลับ ท้งั น้ี ตามมาตรา ๕๖ (๑) (ค)
หรอื (ฉ)
(๒) กรณที ่มี วี งเงินในการจัดซอื้ จัดจ้างตามที่กําหนดในกฎกระทรวงหรือมีความจําเป็นต้องใช้พัสดุ
โดยฉุกเฉนิ หรือเปน็ พสั ดุทจ่ี ะขายทอดตลาด ทง้ั น้ี ตามมาตรา ๕๖ (๒) (ข) (ง) หรอื (ฉ)
(๓) กรณีท่ีเป็นงานจ้างท่ีปรึกษาที่มีวงเงินค่าจ้างตามที่กําหนดในกฎกระทรวงหรือที่มี
ความจําเปน็ เร่งด่วนหรือที่เกยี่ วกับความมนั่ คงของชาติ ทั้งน้ี ตามมาตรา ๗๐ (๓) (ข) หรอื (ฉ)
(๔) กรณีท่ีเป็นงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างท่ีมีความจําเป็นเร่งด่วนหรือที่เก่ียวกับ
ความมนั่ คงของชาตติ ามมาตรา ๘๒ (๓)
หลักเกณฑ์ วิธีการ และรายละเอียดการจัดทําแผนการจัดซ้ือจัดจ้างตามวรรคหน่ึง
และการเปล่ียนแปลงแผน ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบียบทรี่ ฐั มนตรีกําหนด
มาตรา ๑๒ หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีการบันทึกรายงานผลการพิจารณารายละเอียด
วิธีการและขั้นตอนการจัดซ้ือจัดจ้างและจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบ เพ่ือประโยชน์ในการตรวจดูข้อมูล
เมอ่ื มกี ารรอ้ งขอ
การจัดทําบันทึกรายงานผลการพิจารณา รายละเอียดวิธีการและข้ันตอนการจัดซ้ือจัดจ้าง
และการร้องขอเพ่ือตรวจดบู นั ทึกรายงานดงั กล่าว ให้เปน็ ไปตามระเบียบทร่ี ัฐมนตรกี ําหนด
มาตรา ๑๓ ในการจัดซื้อจัดจ้าง ผู้ที่มีหน้าท่ีดําเนินการต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับ
ผูย้ น่ื ขอ้ เสนอหรอื คสู่ ัญญาในงานน้ัน
เลม่ ๑๓๔ ตอนที่ ๒๔ ก หนา้ ๑๙ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
ราชกจิ จานุเบกษา
ในกรณีท่ีปรากฏในภายหลังว่าผู้ท่ีมีหน้าท่ีดําเนินการตามวรรคหนึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับ
ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาในข้ันตอนหนึ่งขั้นตอนใดของการจัดซื้อจัดจ้าง หรือเป็นกรรมการในคณะกรรมการ
การจัดซื้อจดั จา้ ง แต่ไม่มีผลตอ่ การจดั ซ้ือจดั จ้างอย่างมนี ยั สาํ คญั การจัดซ้อื จัดจ้างนน้ั ย่อมไม่เสียไป
มาตรา ๑๔ เพ่ือให้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปโดยเรียบร้อยและไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย
ต่อหน่วยงานของรัฐ ในกรณีท่ีหน่วยงานของรัฐได้ทําการจัดซ้ือจัดจ้างข้ันตอนหนึ่งขั้นตอนใดผิดพลาด
หรือผดิ หลงเลก็ นอ้ ยและไม่มผี ลตอ่ การจดั ซ้ือจัดจา้ งอยา่ งมนี ยั สาํ คัญ การจดั ซอื้ จัดจา้ งน้นั ยอ่ มไมเ่ สียไป
มาตรา ๑๕ ผู้มีอํานาจอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้างพัสดุโดยวิธีใดตามพระราชบัญญัติน้ีจะเป็น
ผูด้ ํารงตําแหน่งใดและภายในวงเงนิ เทา่ ใด ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บท่รี ฐั มนตรกี าํ หนด
หมวด ๒
การมสี ่วนรว่ มของภาคประชาชนและผปู้ ระกอบการในการป้องกันการทุจริต
มาตรา ๑๖ เพ่ือให้เกิดความโปร่งใสในการจัดซ้ือจัดจ้างภาครัฐ ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้
ภาคประชาชนมสี ว่ นร่วมในการสังเกตการณ์ข้ันตอนหนึ่งขั้นตอนใดของการจัดซ้ือจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ
ตามทก่ี ําหนดไว้ในหมวดนี้
มาตรา ๑๗ ในการดําเนินการตามมาตรา ๑๖ คณะกรรมการ ค.ป.ท. อาจกําหนดให้มี
การจัดทําข้อตกลงคุณธรรมตามโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซ้ือจัดจ้างภาครัฐ
ตามมาตรา ๑๘ ก็ได้ ทั้งนี้ การจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องจัดทําข้อตกลงคุณธรรมดังกล่าวให้เป็นไปตามที่
คณะกรรมการ ค.ป.ท. ประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา โดยอย่างน้อยให้คํานึงถึงวงเงินของการจัดซื้อ
จัดจ้าง มาตรการป้องกันการทุจริต การจัดซ้ือจัดจ้างที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริต และความคล่องตัว
ในการดําเนินงานของหนว่ ยงานของรัฐเพอ่ื ประกอบการพจิ ารณาดว้ ย
คณะกรรมการ ค.ป.ท. อาจกําหนดวิธีการนอกเหนือจากวรรคหนึ่งเพื่ออํานวยความสะดวก
ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดซ้ือจัดจ้างภาครัฐก็ได้ ท้ังน้ี ตามท่ีคณะกรรมการ ค.ป.ท.
ประกาศกาํ หนดในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๑๘ ขอ้ ตกลงคณุ ธรรมตามโครงการความร่วมมือปอ้ งกนั การทจุ ริตในการจัดซื้อจัดจ้าง
ภาครัฐ ให้จัดทําเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการและผู้ประกอบการที่จะเข้า
ย่ืนข้อเสนอ โดยฝ่ายหน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการและฝ่ายผู้ประกอบการที่จะเข้าย่ืนข้อเสนอต้อง
ตกลงกันว่าจะไม่กระทําการทุจริตในการจัดซ้ือจัดจ้าง และให้มีผู้สังเกตการณ์ซึ่งมีความรู้ ความเช่ียวชาญ
หรือประสบการณ์ ท่ีจําเป็นต่อโครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ๆ เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการจัดซ้ือจัดจ้างตั้งแต่
ขั้นตอนการจัดทําร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดของพัสดุที่จะทําการจัดซ้ือจัดจ้างและร่างเอกสาร
เชิญชวนจนถึงขั้นตอนสิ้นสุดโครงการ โดยผู้สังเกตการณ์ต้องมีความเป็นกลางและไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสีย
ในโครงการการจัดซื้อจัดจ้างน้ัน แล้วให้รายงานความเห็นพร้อมข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ ค.ป.ท.
ทราบด้วย
เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๔ ก หน้า ๒๐ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา
แนวทางและวิธีการในการดําเนินงานโครงการ แบบของข้อตกลงคุณธรรม การคัดเลือกผู้สังเกตการณ์
และการจดั ทํารายงานตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามท่ีคณะกรรมการ ค.ป.ท. ประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๑๙ ผู้ประกอบการท่ีอยู่ในประเภทหรือมีวงเงินในการจัดซ้ือจัดจ้างตามท่ี
คณะกรรมการ ค.ป.ท. ประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา หากประสงค์จะเข้ายื่นข้อเสนอกับ
หน่วยงานของรัฐในการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องจัดให้มีนโยบายในการป้องกันการทุจริต
และมีแนวทางป้องกันการทุจริตในการจัดซอ้ื จดั จ้างท่เี หมาะสม
มาตรฐานขั้นตํ่าของนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่ผู้ประกอบการ
ต้องจัดใหม้ ีตามวรรคหน่งึ ให้เปน็ ไปตามท่ีคณะกรรมการ ค.ป.ท. ประกาศกําหนดในราชกจิ จานเุ บกษา
หมวด ๓
คณะกรรมการ
ส่วนที่ ๑
คณะกรรมการนโยบายการจัดซ้อื จดั จา้ งและการบรหิ ารพัสดุภาครัฐ
มาตรา ๒๐ ให้มีคณะกรรมการนโยบายการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
ประกอบด้วย
(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังซึ่งรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงการคลงั มอบหมาย เป็นประธานกรรมการ
(๒) กรรมการโดยตําแหน่ง ได้แก่ ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการคลัง
ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้อํานวยการ
สํานักงบประมาณ อัยการสูงสุด อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน ผู้อํานวยการสํานักงาน
คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน
และปราบปรามการทจุ รติ แห่งชาติ
(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
จากสภาวิศวกร สภาสถาปนิก สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
แห่งละหนึ่งคน ในส่วนที่เหลือให้แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเช่ียวชาญ หรือประสบการณ์ด้านวิศวกรรม
สถาปัตยกรรม การเงิน การคลงั การบริหารจัดการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือด้านอื่น ๆ ท่ีเก่ียวข้อง
และเป็นประโยชนต์ ่อการดาํ เนินงานของคณะกรรมการนโยบาย
ให้อธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ข้าราชการของกรมบัญชีกลาง
ซงึ่ อธบิ ดีกรมบญั ชีกลางมอบหมายจํานวนสองคนเปน็ ผู้ช่วยเลขานุการ
เลม่ ๑๓๔ ตอนท่ี ๒๔ ก หนา้ ๒๑ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
ราชกจิ จานุเบกษา
มาตรา ๒๑ กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิตอ้ งมคี ุณสมบัตแิ ละไม่มีลักษณะตอ้ งหา้ ม ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) มีสญั ชาตไิ ทย
(๒) มีอายุไมต่ ํา่ กว่าสามสิบห้าปี
(๓) ไมเ่ ปน็ บคุ คลลม้ ละลาย หรอื ไมเ่ คยเปน็ บคุ คลล้มละลายทุจรติ
(๔) ไม่เป็นคนไรค้ วามสามารถหรอื คนเสมอื นไร้ความสามารถ
(๕) ไม่เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิด
ท่ไี ดก้ ระทําโดยประมาทหรือความผดิ ลหโุ ทษ
(๖) ไม่เป็นข้าราชการการเมอื ง ผดู้ าํ รงตําแหน่งทางการเมอื ง สมาชิกสภาทอ้ งถ่นิ หรอื ผู้บริหารทอ้ งถนิ่
กรรมการหรือผูด้ าํ รงตําแหน่งอ่นื ในพรรคการเมอื ง หรือเจ้าหน้าทข่ี องพรรคการเมือง
(๗) ไม่มสี ่วนได้เสียหรือมีผลประโยชน์ขัดแยง้ โดยตรงกับการปฏบิ ตั หิ น้าทใ่ี นตําแหน่งกรรมการ
มาตรา ๒๒ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับ
แตง่ ตงั้ อกี ได้ แต่จะดาํ รงตาํ แหน่งตดิ ตอ่ กันเกินสองวาระไมไ่ ด้
เม่ือครบกําหนดตามวาระในวรรคหน่ึง ให้ดําเนินการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ภายใน
หกสิบวัน ในระหว่างท่ียังมิได้แต่งต้ังกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิข้ึนใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซ่ึงพ้นจาก
ตําแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตําแหน่งเพื่อดําเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งต้ังใหม่
เขา้ รับหนา้ ท่ี
มาตรา ๒๓ นอกจากการพน้ จากตําแหน่งตามวาระ กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ พิ น้ จากตาํ แหน่งเมอ่ื
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตอ้ งห้ามตามมาตรา ๒๑
(๔) คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะหย่อนความสามารถ บกพร่องหรือทุจริตต่อหน้าท่ี
หรอื มคี วามประพฤติเสอ่ื มเสีย
ในกรณีทกี่ รรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหนง่ ก่อนวาระหรอื มีการแตง่ ตง้ั กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่แต่งต้ังไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตําแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มข้ึน
หรือแต่งตั้งแทนตําแหน่งท่ีว่าง ให้ผู้ท่ีได้รับแต่งต้ังน้ันดํารงตําแหน่งได้เท่ากับวาระท่ีเหลืออยู่ของกรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิท่ีแต่งตั้งไว้แล้วน้ัน ทั้งนี้ ในกรณีการแต่งต้ังแทนตําแหน่งท่ีว่าง หากวาระท่ีเหลืออยู่ไม่ถึง
เก้าสบิ วนั จะไม่แต่งตงั้ กรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิแทนกไ็ ด้
ในกรณีท่ีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการนโยบายประกอบด้วย
กรรมการท้ังหมดเท่าท่มี ีอยู่จนกว่าจะมีการแตง่ ตง้ั กรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิตามวรรคสอง
มาตรา ๒๔ ใหค้ ณะกรรมการนโยบายมอี ํานาจหนา้ ที่ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) เสนอแนะนโยบายการจัดซ้ือจัดจา้ งและการบรหิ ารพัสดภุ าครฐั ตอ่ คณะรฐั มนตรี
เลม่ ๑๓๔ ตอนท่ี ๒๔ ก หนา้ ๒๒ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
ราชกจิ จานุเบกษา
(๒) เสนอแนะแนวทางในการพฒั นาและปรบั ปรงุ ประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร
พสั ดุภาครฐั ต่อคณะรัฐมนตรี เพือ่ ให้เกิดความเป็นธรรมและมปี ระสทิ ธภิ าพย่ิงขนึ้
(๓) กํากับดูแลการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐของหน่วยงานของรัฐให้เป็นไป
ตามแนวทางของพระราชบญั ญตั ิน้ี
(๔) วินิจฉัยความเป็นโมฆะของสัญญาหรือข้อตกลงตามมาตรา ๑๐๔ รวมท้ังตีความและ
วินจิ ฉัยปัญหาขอ้ หารอื เก่ยี วกับประกาศทคี่ ณะกรรมการนโยบายออกตามความในพระราชบญั ญตั นิ ้ี
(๕) กาํ หนดมาตรฐานการปฏบิ ัตงิ านและจรรยาบรรณของเจ้าหนา้ ที่
(๖) กําหนดแนวทาง วิธีปฏิบัติ แบบหรือตัวอย่าง เก่ียวกับการปฏิบัติตามระเบียบท่ีออก
ตามความในพระราชบญั ญัตนิ ี้
(๗) จัดทํารายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้เสนอคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละ
หนึง่ ครั้ง
(๘) ปฏิบัติหน้าที่อ่ืนตามที่กําหนดในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามท่ีรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี
มอบหมาย
ในการปฏิบัติตามอาํ นาจหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการนโยบายอาจเชิญเจ้าหน้าท่ีที่เกี่ยวข้อง
หรือบุคคลอื่นใดมาแสดงความคิดเห็น ชี้แจง หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานท่ีเก่ียวข้องเพื่อประกอบ
การพจิ ารณาได้
ผลการดําเนินการตาม (๔) (๕) (๖) และ (๗) ให้ประกาศในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ
กรมบญั ชกี ลางตามวิธีการทกี่ รมบัญชกี ลางกําหนด
มาตรา ๒๕ การประชุมคณะกรรมการนโยบาย ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า
กง่ึ หน่ึงของจํานวนกรรมการท้ังหมด จงึ จะเป็นองค์ประชุม
ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจ
ปฏิบัติหน้าท่ไี ด้ ใหท้ ปี่ ระชุมเลือกกรรมการซึ่งมาประชุมคนหนึ่งเป็นประธานในทป่ี ระชุม
การวนิ ิจฉยั ชข้ี าดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหน่ึงในการลงคะแนน
ถา้ คะแนนเสียงเทา่ กนั ให้ประธานในท่ีประชมุ ออกเสียงเพมิ่ ข้นึ อกี เสียงหนง่ึ เป็นเสยี งช้ขี าด
ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในเร่ืองซ่ึงที่ประชุม
พิจารณา ห้ามมิให้เข้าร่วมประชุมหรือมีมติในเร่ืองน้ัน ในกรณีท่ีมีเหตุอันควรสงสัยว่าประธานกรรมการ
หรือกรรมการผู้น้ันมีส่วนได้เสียโดยตรงหรือโดยอ้อมในเร่ืองซึ่งที่ประชุมพิจารณาหรือไม่ ให้ที่ประชุม
พิจารณาตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนด ซึ่งในระหว่างท่ีประชุมพิจารณาเร่ืองดังกล่าว ประธานกรรมการ
หรือกรรมการผู้นั้นเม่อื ไดช้ ้ีแจงและตอบขอ้ ซกั ถามแล้วจะต้องออกจากท่ีประชุม และให้ถือว่าคณะกรรมการนโยบาย
ประกอบไปด้วยประธานกรรมการและกรรมการทุกคน แล้วแต่กรณี ที่ไม่ใช่ผู้ต้องออกจากที่ประชุม
เพราะเหตุดงั กล่าว
เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๔ ก หน้า ๒๓ ๒๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๐
ราชกจิ จานุเบกษา
มาตรา ๒๖ คณะกรรมการนโยบายมีอํานาจแตง่ ตงั้ คณะอนุกรรมการเพื่อทําการใด ๆ แทนได้
และใหน้ ําบทบัญญัตมิ าตรา ๒๕ มาใช้บังคับกบั การประชมุ ของคณะอนกุ รรมการโดยอนุโลม
สว่ นที่ ๒
คณะกรรมการวนิ ิจฉยั ปญั หาการจดั ซอื้ จดั จา้ งและการบรหิ ารพัสดภุ าครัฐ
มาตรา ๒๗ ให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
ประกอบด้วย
(๑) ปลัดกระทรวงการคลงั เป็นประธานกรรมการ
(๒) กรรมการโดยตําแหน่ง ได้แก่ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี
ผู้แทนสํานักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ผแู้ ทนสาํ นักงบประมาณ ผ้แู ทนสาํ นกั งานอัยการสงู สุด ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และผู้แทน
สาํ นกั งานคณะกรรมการนโยบายรฐั วิสาหกิจ
(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคนซึ่งปลัดกระทรวงการคลัง
แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม การเงิน การคลัง
การบริหารจัดการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อ
การดําเนินงานของคณะกรรมการวนิ จิ ฉัย
ให้อธบิ ดีกรมบญั ชกี ลางมอบหมายขา้ ราชการของกรมบัญชีกลางคนหน่ึงเป็นกรรมการและเลขานุการ
และอีกสองคนเปน็ ผูช้ ว่ ยเลขานกุ าร
มาตรา ๒๘ ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ มาใช้บังคับกับ
กรรมการผ้ทู รงคณุ วุฒิในสว่ นที่ ๒ ของหมวด ๓ คณะกรรมการ โดยอนุโลม
มาตรา ๒๙ ใหค้ ณะกรรมการวินจิ ฉยั มอี าํ นาจหนา้ ที่ ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) เสนอแนะแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหาเก่ียวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ต่อคณะกรรมการนโยบาย
(๒) ใหค้ าํ ปรึกษาแนะนําแก่เจ้าหน้าท่หี รือหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับการปฏิบัตติ ามพระราชบัญญัตนิ ี้
(๓) ตีความและวินิจฉัยปัญหาข้อหารือเก่ียวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ี กฎกระทรวง
หรือระเบยี บทอ่ี อกตามความในพระราชบัญญัติน้ี
(๔) ยกเวน้ หรือผอ่ นผนั การไม่ปฏบิ ตั ิตามกฎกระทรวงหรือระเบยี บท่ีออกตามความในพระราชบญั ญตั นิ ้ี
(๕) เสนอความเห็นต่อปลัดกระทรวงการคลังในการพิจารณาส่ังให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญา
เป็นผู้ท้ิงงาน และการเพิกถอนรายช่ือผู้ทิ้งงาน รวมท้ังเสนอความเห็นต่อปลัดกระทรวงการคลังและรัฐมนตรี
ในการพจิ ารณาอุทธรณค์ ําสั่งลงโทษให้เป็นผู้ท้งิ งาน
(๖) จัดทํารายงานเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุเสนอ
คณะกรรมการนโยบายอย่างนอ้ ยปลี ะหนึง่ คร้งั
เล่ม ๑๓๔ ตอนท่ี ๒๔ ก หน้า ๒๔ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา
(๗) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามท่ีกําหนดในพระราชบัญญัตินี้หรือตามท่ีคณะกรรมการนโยบาย
รัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรมี อบหมาย
ผลการดําเนินการตาม (๒) (๓) (๔) และ (๖) ให้ประกาศในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ
กรมบัญชกี ลางตามวิธีการทก่ี รมบัญชีกลางกําหนด
การตีความและวินิจฉัยปัญหาข้อหารือตาม (๓) ถ้าหน่วยงานของรัฐมีข้อหารือตามมาตรา ๘
มาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๔ ให้คณะกรรมการวินิจฉัยพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่
วันที่ได้รับข้อหารือ และให้คณะกรรมการวินิจฉัยมีอํานาจสั่งระงับการจัดซื้อจัดจ้างไว้ก่อนได้หากเห็นสมควร
เวน้ แตห่ น่วยงานของรฐั จะได้ลงนามในสัญญาจัดซอ้ื จดั จ้างแลว้
ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยได้มีคําวินิจฉัยตามวรรคสามว่าการไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘
มาตรา ๑๓ หรอื มาตรา ๑๔ มผี ลตอ่ การจัดซื้อจดั จ้างอยา่ งมีนัยสาํ คญั ใหค้ ณะกรรมการวินิจฉัยมีอํานาจ
ส่งั ยกเลกิ การจดั ซอื้ จดั จา้ งน้ัน เวน้ แต่หน่วยงานของรัฐจะได้ลงนามในสญั ญาจัดซ้อื จัดจา้ งแล้ว
มาตรา ๓๐ คณะกรรมการวนิ จิ ฉัยมอี ํานาจแตง่ ตัง้ คณะอนุกรรมการเพ่อื ทาํ การใด ๆ แทนได้
ให้นําบทบญั ญตั มิ าตรา ๒๕ มาใช้บังคับกบั การประชุมของคณะกรรมการวินิจฉัยและคณะอนุกรรมการ
โดยอนโุ ลม
มาตรา ๓๑ คณะกรรมการวินิจฉัยมีอํานาจเรียกให้เจ้าหน้าท่ีท่ีเก่ียวข้องหรือบุคคลอ่ืนใด
มาชีแ้ จงหรือใหถ้ ้อยคํา หรอื ให้สง่ เอกสารหรือหลักฐานทเี่ กีย่ วข้องเพ่อื ประกอบการพิจารณาได้
ส่วนท่ี ๓
คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบยี นผูป้ ระกอบการ
มาตรา ๓๒ ใหม้ ีคณะกรรมการราคากลางและขึน้ ทะเบียนผู้ประกอบการ ประกอบดว้ ย
(๑) อธบิ ดีกรมบัญชีกลาง เปน็ ประธานกรรมการ
(๒) กรรมการโดยตําแหน่ง ได้แก่ ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ผู้แทนกระทรวงการคลัง
ผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข
ผู้แทนสํานักงบประมาณ ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ผู้แทนกรมชลประทาน
ผู้แทนกรมทางหลวง ผู้แทนกรมทางหลวงชนบท ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง และผู้แทนสํานักงาน
การตรวจเงนิ แผ่นดิน
(๓) กรรมการผูท้ รงคณุ วฒุ ิจํานวนไม่น้อยกว่าเจ็ดคนแต่ไม่เกินสิบเอ็ดคน ซ่ึงปลัดกระทรวงการคลัง
แต่งตั้งจากสภาวิศวกร สภาสถาปนิก สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
แห่งละหนึ่งคน ในส่วนท่ีเหลือให้แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเช่ียวชาญ หรือประสบการณ์ในด้านพัสดุ
หรือดา้ นอ่ืนอนั เปน็ ประโยชน์ต่องานของคณะกรรมการราคากลาง
ให้อธบิ ดกี รมบัญชีกลางมอบหมายขา้ ราชการของกรมบัญชีกลางคนหน่ึงเป็นกรรมการและเลขานุการ
และอกี สองคนเป็นผ้ชู ่วยเลขานกุ าร
เลม่ ๑๓๔ ตอนที่ ๒๔ ก หน้า ๒๕ ๒๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๐
ราชกจิ จานุเบกษา
มาตรา ๓๓ ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ มาใช้บังคับกับ
กรรมการผทู้ รงคณุ วุฒใิ นสว่ นท่ี ๓ ของหมวด ๓ คณะกรรมการ โดยอนโุ ลม
มาตรา ๓๔ ใหค้ ณะกรรมการราคากลางมอี าํ นาจหนา้ ที่ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) ออกประกาศกําหนดหลักเกณฑแ์ ละวิธีการกําหนดราคากลาง
(๒) กํากบั ดแู ลการกําหนดราคากลางให้เป็นไปตามแนวทางของพระราชบญั ญตั ิน้ี
(๓) ใหค้ ําปรกึ ษาแนะนําแกเ่ จา้ หนา้ ท่ีหรือหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับการดําเนินการตามหลักเกณฑ์
และวิธกี ารกําหนดราคากลาง
(๔) ตีความและวนิ จิ ฉยั ปญั หาขอ้ หารอื เกยี่ วกบั หลักเกณฑแ์ ละวิธีการกําหนดราคากลาง
(๕) ยกเว้นหรือผ่อนผันกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามรายละเอียดของหลักเกณฑ์และวิธีการ
กําหนดราคากลางตาม (๑)
(๖) พิจารณาข้อร้องเรียนกรณีที่เห็นว่าหน่วยงานของรัฐมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
และวิธีการกําหนดราคากลาง
(๗) ออกประกาศกาํ หนดหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการที่มีสิทธิ
เปน็ ผยู้ ่ืนขอ้ เสนอตอ่ หน่วยงานของรัฐ
(๘) จัดทํารายงานเก่ียวกับปัญหาและอุปสรรคในการดําเนินการกําหนดราคากลางของ
หน่วยงานของรัฐ และการข้ึนทะเบียนผู้ประกอบการท่ีมีสิทธิเป็นผู้ย่ืนข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐเสนอ
คณะกรรมการนโยบายอยา่ งนอ้ ยปีละหนึง่ ครัง้
(๙) ปฏิบัติหน้าท่ีอ่ืนตามท่ีกําหนดในพระราชบัญญัติน้ีหรือตามที่คณะกรรมการนโยบาย
รฐั มนตรี หรือคณะรฐั มนตรมี อบหมาย
ผลการดาํ เนนิ การตาม (๑) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ใหป้ ระกาศในระบบเครือข่ายสารสนเทศ
ของกรมบญั ชีกลางตามวธิ ีการทก่ี รมบญั ชีกลางกําหนด
ประกาศตาม (๑) และ (๗) ใหป้ ระกาศในราชกจิ จานุเบกษา
มาตรา ๓๕ คณะกรรมการราคากลางต้องพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์และวิธีการกําหนด
ราคากลางอย่างนอ้ ยปีละหนง่ึ คร้งั
เม่ือได้ทบทวนหลักเกณฑ์และวิธีการกําหนดราคากลางตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ประกาศในระบบ
เครอื ขา่ ยสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาด้วย
มาตรา ๓๖ คณะกรรมการราคากลางมีอํานาจแต่งต้ังคณะอนุกรรมการเพื่อทําการใด ๆ
แทนได้ ทง้ั น้ี ใหแ้ ตง่ ต้ังตามความเชี่ยวชาญในแต่ละประเภทของพัสดุ เช่น งานก่อสร้าง ยาและเวชภัณฑ์
หรอื พสั ดุท่ีเกีย่ วกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการราคากลาง
และคณะอนกุ รรมการโดยอนุโลม
เล่ม ๑๓๔ ตอนท่ี ๒๔ ก หนา้ ๒๖ ๒๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา
ส่วนที่ ๔
คณะกรรมการความรว่ มมือปอ้ งกันการทุจริต
มาตรา ๓๗ ให้มีคณะกรรมการความรว่ มมือปอ้ งกนั การทจุ ริต ประกอบด้วย
(๑) ปลัดกระทรวงการคลงั เปน็ ประธานกรรมการ
(๒) กรรมการโดยตําแหน่ง ได้แก่ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนสํานักงบประมาณ
ผู้แทนสํานักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และผู้แทนสํานักงาน
คณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทจุ ริตแหง่ ชาติ
(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน ซ่ึงปลัดกระทรวงการคลัง
แต่งต้ังจากองค์กรเอกชนท่ีจัดต้ังขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการต่อต้านการทุจริตหรือส่งเสริมด้านคุณธรรม
และจริยธรรม ทั้งนี้ องค์กรเอกชนดังกล่าวต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยท่ีมีผลงานเป็นที่ยอมรับ
และไดด้ ําเนินงานมาแล้วไมน่ อ้ ยกว่าสองปี
ใหอ้ ธิบดีกรมบญั ชกี ลางมอบหมายข้าราชการของกรมบัญชีกลางคนหน่ึงเป็นกรรมการและเลขานุการ
และอกี สองคนเป็นผ้ชู ว่ ยเลขานกุ าร
มาตรา ๓๘ ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ มาใช้บังคับกับ
กรรมการผทู้ รงคุณวุฒใิ นส่วนที่ ๔ ของหมวด ๓ คณะกรรมการ โดยอนโุ ลม
มาตรา ๓๙ ให้คณะกรรมการ ค.ป.ท. มอี าํ นาจหน้าท่ี ดังตอ่ ไปนี้
(๑) กําหนดแนวทางและวิธีการในการดําเนินงานโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริต
ในการจดั ซ้อื จัดจ้างภาครัฐ
(๒) กําหนดแบบของข้อตกลงคุณธรรมและแบบรายงานของผสู้ ังเกตการณ์
(๓) คัดเลือกโครงการการจัดซ้ือจัดจ้างเพื่อเข้าร่วมโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริต
ในการจดั ซอื้ จัดจ้างภาครฐั
(๔) คดั เลอื กผสู้ งั เกตการณเ์ พ่อื เข้ารว่ มโครงการความร่วมมอื ปอ้ งกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง
ภาครฐั
(๕) ตีความและวินิจฉัยปัญหาข้อหารือเกี่ยวกับแนวทางและวิธีการในการดําเนินงานโครงการ
ความรว่ มมอื ปอ้ งกันการทุจริตในการจัดซือ้ จัดจา้ งภาครฐั ตาม (๑)
(๖) ยกเว้นหรือผ่อนผันกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามรายละเอียดของแนวทางและวิธีการ
ในการดําเนินงานโครงการความร่วมมอื ป้องกันการทุจรติ ในการจดั ซ้ือจัดจา้ งภาครัฐตาม (๑)
(๗) พิจารณาข้อร้องเรียนกรณีที่เห็นว่าหน่วยงานของรัฐมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทาง
และวิธีการในการดําเนินงานโครงการความรว่ มมอื ป้องกนั การทจุ ริตในการจัดซอ้ื จัดจา้ งภาครัฐตาม (๑)
เลม่ ๑๓๔ ตอนที่ ๒๔ ก หน้า ๒๗ ๒๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา
(๘) จัดทํารายงานผลการประเมินโครงการการจัดซื้อจัดจ้างท่ีเข้าร่วมโครงการความร่วมมือ
ปอ้ งกนั การทจุ รติ ในการจดั ซ้อื จดั จ้างภาครฐั เสนอคณะกรรมการนโยบายอยา่ งน้อยปลี ะหนง่ึ ครั้ง
(๙) ปฏิบัติหน้าทอ่ี ่ืนตามทก่ี าํ หนดในพระราชบัญญตั ินี้
ผลการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ประกาศในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
ตามวธิ ีการทกี่ รมบญั ชกี ลางกําหนด
มาตรา ๔๐ คณะกรรมการ ค.ป.ท. มีอาํ นาจแต่งต้งั คณะอนุกรรมการเพ่อื ทาํ การใด ๆ แทนได้
ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการ ค.ป.ท. และ
คณะอนกุ รรมการโดยอนุโลม
สว่ นที่ ๕
คณะกรรมการพิจารณาอทุ ธรณแ์ ละข้อร้องเรียน
มาตรา ๔๑ ใหม้ ีคณะกรรมการพจิ ารณาอุทธรณ์และขอ้ ร้องเรยี น ประกอบด้วย
(๑) ปลดั กระทรวงการคลงั เปน็ ประธานกรรมการ
(๒) กรรมการโดยตําแหน่ง ได้แก่ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี
ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนสํานักงบประมาณ ผู้แทนสํานักงานอัยการสูงสุด
ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และผู้แทน
สํานักงานการตรวจเงินแผน่ ดนิ
(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน ซ่ึงปลัดกระทรวงการคลัง
แต่งตั้งจากสภาวิศวกร สภาสถาปนิก สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
แห่งละหน่ึงคน ในส่วนท่ีเหลือให้แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเช่ียวชาญ หรือประสบการณ์ด้านวิศวกรรม
สถาปัตยกรรม การเงนิ การคลงั การบริหารจัดการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือด้านอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง
และเป็นประโยชนต์ อ่ การดําเนนิ งานของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์
ให้อธบิ ดกี รมบญั ชีกลางมอบหมายขา้ ราชการของกรมบัญชีกลางคนหน่ึงเป็นกรรมการและเลขานุการ
และอีกสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
มาตรา ๔๒ ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ มาใช้บังคับกับ
กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิในสว่ นท่ี ๕ ของหมวด ๓ คณะกรรมการ โดยอนโุ ลม
มาตรา ๔๓ ใหค้ ณะกรรมการพจิ ารณาอุทธรณ์มอี ํานาจหน้าท่ี ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) พิจารณาและวินิจฉยั อุทธรณต์ ามมาตรา ๑๑๙
(๒) พิจารณาข้อร้องเรียนกรณีที่เห็นว่าหน่วยงานของรัฐมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางของ
พระราชบัญญตั ินี้ กฎกระทรวง หรือระเบียบทอ่ี อกตามความในพระราชบัญญตั นิ ี้
(๓) จัดทํารายงานเกี่ยวกบั ปญั หาและอปุ สรรคในการดําเนินการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน
เสนอคณะกรรมการนโยบายอย่างน้อยปีละหน่ึงคร้ัง
เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๔ ก หนา้ ๒๘ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา
(๔) ปฏิบัติหน้าท่ีอ่ืนตามท่ีกําหนดในพระราชบัญญัติน้ีหรือตามท่ีคณะกรรมการนโยบาย
รฐั มนตรี หรอื คณะรฐั มนตรีมอบหมาย
ผลการดําเนินการตาม (๑) (๒) และ (๓) ให้ประกาศในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ
กรมบญั ชกี ลางตามวิธีการท่กี รมบัญชีกลางกําหนด
การยน่ื ข้อร้องเรยี นและการพจิ ารณาข้อรอ้ งเรยี นตาม (๒) ให้เป็นไปตามระเบยี บทีร่ ฐั มนตรีกาํ หนด
ในกรณีที่พิจารณาข้อร้องเรียนตาม (๒) แล้วรับฟังได้ว่าหน่วยงานของรัฐมิได้ปฏิบัติ
ตามพระราชบัญญัติน้ี หรือกฎกระทรวงหรือระเบียบที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการ
พิจารณาอทุ ธรณ์มีอาํ นาจส่งั ระงับการจัดซอ้ื จัดจา้ งไวก้ ่อนได้ เว้นแตจ่ ะได้ลงนามในสญั ญาจัดซ้อื จัดจ้างแล้ว
ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์กระทําการตามหน้าท่ีโดยสุจริต ย่อมได้รับการคุ้มครอง
ไม่ตอ้ งรับผดิ ทงั้ ทางแพง่ ทางอาญา หรอื ทางปกครอง
มาตรา ๔๔ คณะกรรมการพิจารณาอทุ ธรณ์มีอาํ นาจแตง่ ตง้ั คณะอนกุ รรมการเพื่อทําการใด ๆ
แทนได้
ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์
และคณะอนุกรรมการโดยอนโุ ลม
ให้นําบทบัญญตั ิมาตรา ๔๓ วรรคหา้ มาใช้บังคบั กบั การกระทาํ การตามหน้าที่ของคณะอนุกรรมการ
โดยอนโุ ลม
มาตรา ๔๕ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีอํานาจเรียกให้เจ้าหน้าท่ีท่ีเก่ียวข้อง
หรือบุคคลอ่ืนใดมาช้ีแจงหรือให้ถ้อยคํา หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพ่ือประกอบ
การพิจารณาได้
หมวด ๔
องค์กรสนบั สนุนดแู ลการจัดซ้อื จดั จ้างและการบริหารพสั ดภุ าครัฐ
มาตรา ๔๖ ให้กรมบัญชีกลางมีหน้าที่ในการดูแลและพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้าง
ผา่ นระบบอิเล็กทรอนิกส์ และการประกาศเผยแพร่ข้อมูลเก่ียวกับการจัดซ้ือจัดจ้างในระบบเครือข่ายสารสนเทศ
ของกรมบัญชีกลาง เพื่อใหส้ าธารณชนสามารถเขา้ ตรวจดูได้
มาตรา ๔๗ ให้กรมบัญชีกลางมีหน้าที่จัดทําฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของพัสดุเพื่อให้หน่วยงาน
ของรัฐใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุน้ัน และให้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวในระบบเครือข่าย
สารสนเทศของกรมบัญชกี ลาง
การกําหนดราคาอ้างอิงของพัสดุต้องคํานึงถึงราคาตลาดของพัสดุนั้น และการกําหนดราคา
อา้ งอิงของพัสดอุ ย่างเดียวกันจะไม่ใช้ราคาเดียวกันทว่ั ประเทศก็ได้
กรมบัญชกี ลางตอ้ งปรบั ปรุงฐานข้อมูลตามวรรคหน่ึง อย่างน้อยปลี ะสองคร้ัง
เล่ม ๑๓๔ ตอนท่ี ๒๔ ก หนา้ ๒๙ ๒๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๔๘ ให้กรมบัญชีกลางมีหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์ และประเมินผลการปฏิบัติงาน
ตามพระราชบัญญัติน้ี และจดั ทาํ รายงานเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการดําเนินการพร้อมข้อเสนอแนะ
เพื่อพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐเสนอคณะกรรมการนโยบาย
อย่างน้อยปลี ะหนึง่ คร้งั
เพ่ือประโยชน์ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้หน่วยงานของรัฐส่งรายงานผลการปฏิบัติงาน
ตามพระราชบญั ญตั นิ ีต้ อ่ กรมบัญชกี ลาง ตามหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเงือ่ นไขทีก่ ําหนดในกฎกระทรวง
รายงานตามวรรคหนึ่ง เม่ือคณะกรรมการนโยบายให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ประกาศในระบบ
เครอื ข่ายสารสนเทศของกรมบัญชกี ลาง
มาตรา ๔๙ ให้กรมบัญชีกลางมีหน้าท่ีในการกําหนดและจัดให้มีหลักสูตรการฝึกอบรม
เพ่ือส่งเสริมและพัฒนาเจ้าหน้าท่ีให้มีความรู้และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหาร
พัสดุภาครัฐตามหลักวิชาชีพและตามพระราชบัญญัติน้ี ท้ังน้ี กรมบัญชีกลางจะดําเนินการเอง
หรือจะดาํ เนนิ การรว่ มกบั หนว่ ยงานอ่ืนหรอื เอกชนท่ีเกีย่ วขอ้ งกไ็ ด้
ให้เจ้าหน้าท่ีซึ่งผ่านการฝึกอบรมตามวรรคหน่ึงและได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งที่ปฏิบัติงาน
เกี่ยวกับการจดั ซ้อื จัดจา้ งหรอื การบริหารพสั ดุมีสทิ ธิได้รบั เงนิ เพ่มิ หรอื เงนิ อื่นทาํ นองเดียวกนั ดงั ต่อไปน้ี
(๑) ในกรณีที่เป็นข้าราชการพลเรือน ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งที่ปฏิบัติงาน
เกี่ยวกับการจัดซ้ือจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุเป็นตําแหน่งท่ีมีเหตุพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ
ข้าราชการพลเรือนและในการกําหนดให้ได้รับเงินเพิ่มสําหรับตําแหน่งที่มีเหตุพิเศษให้คํานึงถึงภาระหน้าท่ี
และคุณภาพของงาน โดยเปรียบเทียบกับผู้ปฏิบัติงานอ่ืนท่ีได้รับเงินเพิ่มสําหรับตําแหน่งท่ีมีเหตุพิเศษด้วย
ทัง้ นี้ ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบียบทร่ี ฐั มนตรีกําหนด
(๒) ในกรณที ี่ไม่เปน็ ข้าราชการพลเรือน ใหเ้ จ้าหน้าที่ซง่ึ ได้รบั แต่งตั้งให้ดาํ รงตําแหน่งท่ีปฏิบัติงาน
เก่ียวกับการจัดซ้ือจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุเป็นตําแหน่งท่ีมีเหตุพิเศษตามกฎหมายเก่ียวกับการบริหาร
งานบุคคลของหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่น้ันสังกัดอยู่และมีสิทธิได้รับเงินเพ่ิมสําหรับตําแหน่งที่มีเหตุพิเศษ
ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น หรือเป็นตําแหน่งที่มีสิทธิได้รับเงินอ่ืนทํานองเดียวกันตามกฎหมายเกี่ยวกับ
การบริหารงานบุคคลของหน่วยงานของรัฐท่ีเจ้าหน้าที่น้ันสังกัดอยู่ แล้วแต่กรณี ทั้งน้ี ในการกําหนด
ให้ได้รับเงินเพิ่มสําหรับตําแหน่งท่ีมีเหตุพิเศษหรือเงินอื่นทํานองเดียวกันให้เปรียบเทียบกับเงินเพิ่มสําหรับ
ตําแหนง่ ทม่ี ีเหตุพิเศษหรือเงินอื่นทํานองเดยี วกนั ของหน่วยงานของรฐั ประเภทเดียวกนั
มาตรา ๕๐ ให้กรมบัญชีกลางมีหน้าที่ปฏิบัติงานธุรการ งานประชุม งานวิชาการ
การศึกษาหาข้อมูล และกิจการต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องให้แก่คณะกรรมการนโยบาย คณะกรรมการวินิจฉัย
คณะกรรมการราคากลาง คณะกรรมการ ค.ป.ท. คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และคณะอนุกรรมการ
ทแี่ ต่งต้ังโดยคณะกรรมการดังกลา่ ว รวมท้งั ใหม้ ีอาํ นาจหน้าที่อน่ื ตามทีก่ าํ หนดในพระราชบญั ญัตนิ ี้
เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๔ ก หน้า ๓๐ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
ราชกจิ จานุเบกษา
หมวด ๕
การขึ้นทะเบียนผปู้ ระกอบการ
มาตรา ๕๑ ให้คณะกรรมการราคากลางมีอํานาจประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
ใหง้ านก่อสร้างในสาขาใด เป็นงานก่อสร้างท่ีผู้ประกอบการงานก่อสร้างในสาขานั้นจะเข้าร่วมเป็นผู้ย่ืนข้อเสนอ
ต่อหนว่ ยงานของรฐั ได้ ผูป้ ระกอบการงานก่อสรา้ งในสาขาน้นั ต้องเป็นผ้ทู ี่ได้ข้นึ ทะเบียนไวก้ บั กรมบัญชกี ลาง
คณะกรรมการราคากลางอาจประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา ให้งานก่อสร้างในสาขาใด
ที่ผู้ประกอบการงานก่อสร้างในสาขานั้นต้องขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลางตามวรรคหนึ่ง ต้องใช้
เงินงบประมาณในวงเงินเทา่ ใดหรอื ตอ้ งใช้ผปู้ ระกอบวิชาชพี ในสาขาใดด้วยก็ได้
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการข้ึนทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่จะเข้าร่วมเป็น
ผู้ยน่ื ขอ้ เสนอต่อหน่วยงานของรัฐตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการราคากลางประกาศกําหนด
ในราชกิจจานเุ บกษา ทง้ั นี้ จะตอ้ งเปดิ โอกาสใหผ้ ้ปู ระกอบการงานก่อสร้างทุกรายมีสิทธิขอขึ้นทะเบียนได้
ตลอดเวลา
มาตรา ๕๒ ในกรณีที่เห็นสมควร คณะกรรมการราคากลางอาจประกาศกําหนดใน
ราชกิจจานเุ บกษา ให้ผปู้ ระกอบการพสั ดอุ น่ื นอกเหนอื จากผู้ประกอบการงานกอ่ สร้าง เป็นผู้ประกอบการ
ที่จะเข้าร่วมเป็นผู้ย่ืนข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐได้ ผู้ประกอบการนั้นต้องเป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับ
กรมบัญชีกลางก็ได้
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการข้ึนทะเบียนผู้ประกอบการพัสดุอ่ืนที่จะเข้าร่วมเป็น
ผูย้ น่ื ขอ้ เสนอต่อหน่วยงานของรัฐตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการราคากลางประกาศกําหนด
ในราชกจิ จานุเบกษา ทัง้ นี้ จะต้องเปิดโอกาสใหผ้ ปู้ ระกอบการทุกรายมสี ทิ ธขิ อข้นึ ทะเบยี นไดต้ ลอดเวลา
มาตรา ๕๓ ให้กรมบัญชีกลางประกาศรายชื่อผู้ประกอบการงานก่อสร้างตามมาตรา ๕๑
และผู้ประกอบการพัสดุอ่ืนตามมาตรา ๕๒ ท่ีได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ
กรมบัญชกี ลาง และให้ปรบั ปรงุ ความถกู ต้องของข้อมลู ให้เป็นปจั จุบนั ทกุ ครั้งท่มี กี ารเปลยี่ นแปลงขอ้ มูล
ในกรณีท่ีกรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างและผู้ประกอบการพัสดุอื่น
ตามวรรคหน่ึงไว้แล้ว หน่วยงานของรัฐไม่ต้องจัดให้มีการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการประเภทนั้นอีก
และให้หน่วยงานของรัฐกําหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าย่ืนข้อเสนอตามมาตรา ๕๑ หรือมาตรา ๕๒
ในประกาศเชญิ ชวนใหเ้ ขา้ รว่ มการจัดซื้อจดั จา้ งของหนว่ ยงานของรฐั น้ันด้วย
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ประกอบการท่ีมีสิทธิขอขึ้นทะเบียน การตรวจสอบ
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามหรือการตรวจติดตาม การเพิกถอนรายช่ือออกจากทะเบียน และอัตรา
ค่าธรรมเนียมการขอขึ้นทะเบียน รวมท้ังหลักเกณฑ์และวิธีการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ในกรณี
ที่กรมบัญชีกลางไมข่ ้ึนทะเบยี นให้ผู้ประกอบการ ให้เปน็ ไปตามทีก่ ําหนดในกฎกระทรวง
เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒๔ ก หนา้ ๓๑ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา
หมวด ๖
การจดั ซื้อจัดจ้าง
มาตรา ๕๔ บทบญั ญัตใิ นหมวดนใ้ี หใ้ ช้บงั คับกบั การจดั ซือ้ จดั จา้ งพัสดุ ยกเว้นงานจ้างท่ีปรึกษา
และงานจ้างออกแบบหรอื ควบคมุ งานกอ่ สรา้ ง
มาตรา ๕๕ การจัดซ้ือจัดจ้างพสั ดอุ าจกระทําได้โดยวิธี ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ได้แก่ การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนผู้ประกอบการทั่วไปท่ีมี
คณุ สมบตั ติ รงตามเงือ่ นไขที่หน่วยงานของรฐั กําหนดให้เข้ายืน่ ขอ้ เสนอ
(๒) วิธีคัดเลือก ได้แก่ การท่ีหน่วยงานของรัฐเชิญชวนเฉพาะผู้ประกอบการท่ีมีคุณสมบัติ
ตรงตามเงื่อนไขท่ีหน่วยงานของรัฐกําหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามรายให้เข้าย่ืนข้อเสนอ เว้นแต่ในงานน้ัน
มีผู้ประกอบการที่มีคณุ สมบตั ติ รงตามทกี่ าํ หนดนอ้ ยกว่าสามราย
(๓) วิธีเฉพาะเจาะจง ได้แก่ การท่ีหน่วยงานของรัฐเชิญชวนผู้ประกอบการท่ีมีคุณสมบัติ
ตรงตามเงอ่ื นไขทีห่ น่วยงานของรัฐกาํ หนดรายใดรายหน่ึงให้เข้าย่ืนข้อเสนอ หรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคา
รวมท้ังการจัดซ้ือจัดจ้างพัสดุกับผู้ประกอบการโดยตรงในวงเงินเล็กน้อยตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง
ที่ออกตามความในมาตรา ๙๖ วรรคสอง
มาตรา ๕๖ การจัดซ้ือจัดจ้างพัสดุ ให้หน่วยงานของรัฐเลือกใช้วิธีประกาศเชิญชวนท่ัวไปก่อน
เว้นแต่
(๑) กรณดี ังตอ่ ไปนี้ ให้ใช้วธิ คี ัดเลอื ก
(ก) ใช้วิธีประกาศเชิญชวนท่ัวไปแล้ว แต่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ หรือข้อเสนอน้ันไม่ได้รับ
การคัดเลือก
(ข) พัสดุที่ต้องการจัดซ้ือจัดจ้างมีคุณลักษณะเฉพาะเป็นพิเศษหรือซับซ้อนหรือต้องผลิต
จําหน่าย ก่อสร้าง หรือให้บริการโดยผู้ประกอบการที่มีฝีมือโดยเฉพาะ หรือมีความชํานาญเป็นพิเศษ
หรอื มีทกั ษะสงู และผ้ปู ระกอบการน้นั มีจาํ นวนจํากัด
(ค) มีความจําเป็นเร่งด่วนท่ีต้องใช้พัสดุนั้นอันเนื่องมาจากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดหมายได้
ซึง่ หากใช้วธิ ปี ระกาศเชิญชวนทัว่ ไปจะทําให้ไม่ทันต่อความต้องการใชพ้ ัสดุ
(ง) เป็นพัสดุท่ีโดยลักษณะของการใช้งาน หรือมีข้อจํากัดทางเทคนิคที่จําเป็นต้องระบุย่ีห้อ
เป็นการเฉพาะ
(จ) เป็นพัสดุท่ีจําเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ หรือดําเนินการโดยผ่านองค์การ
ระหว่างประเทศ
(ฉ) เปน็ พสั ดุท่ีใชใ้ นราชการลบั หรอื เป็นงานที่ต้องปกปิดเป็นความลับของหน่วยงานของรัฐ
หรอื ทเ่ี กีย่ วกับความม่นั คงของประเทศ
เล่ม ๑๓๔ ตอนท่ี ๒๔ ก หนา้ ๓๒ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา
(ช) เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จําเป็นต้องถอดตรวจ ให้ทราบความชํารุดเสียหายเสียก่อน
จึงจะประมาณค่าซ่อมได้ เช่น งานจ้างซ่อมเคร่ืองจักร เครื่องมือกล เครื่องยนต์ เคร่ืองไฟฟ้า
หรอื เครอื่ งอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
(ซ) กรณอี ื่นตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง
(๒) กรณดี ังตอ่ ไปน้ี ให้ใชว้ ิธเี ฉพาะเจาะจง
(ก) ใช้ทั้งวิธีประกาศเชิญชวนท่ัวไปและวิธีคัดเลือก หรือใช้วิธีคัดเลือกแล้วแต่ไม่มี
ผ้ยู นื่ ข้อเสนอ หรือข้อเสนอนัน้ ไมไ่ ด้รับการคดั เลอื ก
(ข) การจัดซอื้ จัดจา้ งพัสดทุ ี่มกี ารผลติ จําหนา่ ย ก่อสรา้ ง หรือให้บริการทั่วไป และมีวงเงิน
ในการจัดซอ้ื จดั จ้างครงั้ หน่ึงไม่เกินวงเงินตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง
(ค) การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีผู้ประกอบการซ่ึงมีคุณสมบัติโดยตรงเพียงรายเดียว
หรือการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุจากผู้ประกอบการซ่ึงเป็นตัวแทนจําหน่ายหรือตัวแทนผู้ให้บริการโดยชอบ
ดว้ ยกฎหมายเพยี งรายเดยี วในประเทศไทยและไม่มพี ัสดอุ ื่นทจ่ี ะใช้ทดแทนได้
(ง) มีความจําเป็นต้องใช้พัสดุนั้นโดยฉุกเฉิน เน่ืองจากเกิดอุบัติภัยหรือภัยธรรมชาติ
หรอื เกิดโรคติดตอ่ อนั ตรายตามกฎหมายวา่ ด้วยโรคตดิ ต่อ และการจัดซือ้ จดั จา้ งโดยวิธีประกาศเชญิ ชวนทั่วไป
หรือวิธีคดั เลือกอาจกอ่ ให้เกดิ ความล่าช้าและอาจทาํ ให้เกดิ ความเสียหายอย่างรา้ ยแรง
(จ) พัสดุที่จะทําการจัดซ้ือจัดจ้างเป็นพัสดุที่เก่ียวพันกับพัสดุท่ีได้ทําการจัดซ้ือจัดจ้าง
ไว้ก่อนแล้ว และมีความจําเป็นต้องทําการจัดซื้อจัดจ้างเพ่ิมเติมเพื่อความสมบูรณ์หรือต่อเน่ืองในการใช้พัสดุน้ัน
โดยมูลคา่ ของพสั ดทุ ่ที าํ การจดั ซอื้ จัดจ้างเพิ่มเตมิ จะตอ้ งไม่สูงกวา่ พสั ดุทไ่ี ดท้ าํ การจดั ซอ้ื จัดจา้ งไวก้ อ่ นแล้ว
(ฉ) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยหน่วยงานของรัฐ องค์การระหว่างประเทศ
หรอื หนว่ ยงานของต่างประเทศ
(ช) เป็นพัสดุทีเ่ ปน็ ท่ดี นิ หรือส่ิงปลูกสร้างซ่ึงจําเป็นต้องซอ้ื เฉพาะแหง่
(ซ) กรณีอ่ืนตามทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง
รัฐมนตรีอาจออกกฎกระทรวงตาม (๑) (ซ) หรือ (๒) (ซ) ให้เป็นพัสดุท่ีรัฐต้องการส่งเสริม
หรือสนับสนุนตามมาตรา ๖๕ (๔) ก็ได้ หากรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงตาม (๒) (ซ) เป็นพัสดุที่รัฐต้องการ
ส่งเสริมหรือสนับสนุนตามมาตรา ๖๕ (๔) แล้ว เม่ือหน่วยงานของรัฐจะทําการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุนั้น
ใหใ้ ชว้ ธิ เี ฉพาะเจาะจงตาม (๒) (ซ) ก่อน
ในกรณีหน่วยงานของรัฐในต่างประเทศหรือมีกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติในต่างประเทศจะทําการจัดซ้ือ
จัดจ้างโดยใช้วิธคี ัดเลอื กหรือวิธีเฉพาะเจาะจง โดยไม่ใชว้ ิธีประกาศเชิญชวนทว่ั ไปกอ่ นกไ็ ด้
รัฐมนตรีอาจออกระเบียบเพ่ือกําหนดรายละเอียดอ่ืนของการจัดซ้ือจัดจ้างพัสดุตามวรรคหนึ่ง
เพม่ิ เตมิ ได้ตามความจาํ เป็นเพ่ือประโยชน์ในการดําเนนิ การ
มาตรา ๕๗ รายละเอียดของวิธกี ารจดั ซื้อจัดจา้ งพัสดุในหมวดนี้ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
ในระบบเครือขา่ ยสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบียบทร่ี ัฐมนตรกี าํ หนด
เลม่ ๑๓๔ ตอนท่ี ๒๔ ก หนา้ ๓๓ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๕๘ เพื่อประโยชน์ของภาครัฐโดยรวม หนว่ ยงานของรัฐแหง่ หนงึ่ แห่งใดอาจทาํ การจดั ซ้ือ
จดั จ้างพสั ดุให้กับหน่วยงานของรัฐแห่งอนื่ ๆ กไ็ ด้ ตามกรอบข้อตกลงระหว่างหน่วยงานของรัฐผู้ทําการจัดซ้ือ
จัดจ้างกับคสู่ ัญญา
การดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ต้องคํานึงถึงความคุ้มค่าและวัตถุประสงค์ในการใช้งานเป็นสําคัญ
ท้งั นี้ ใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บท่รี ฐั มนตรกี ําหนด
มาตรา ๕๙ เพ่ือประโยชน์ในการจัดทําร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดของพัสดุ
ท่ีจะทําการจัดซ้ือจัดจ้างและร่างเอกสารเชิญชวน ก่อนทําการจัดซ้ือจัดจ้างพัสดุด้วยวิธีประกาศเชิญชวน
ทั่วไป หน่วยงานของรัฐอาจจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดของพัสดุ
ทจี่ ะทําการจดั ซอ้ื จดั จา้ งและร่างเอกสารเชิญชวนจากผปู้ ระกอบการกอ่ นก็ได้
หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาการรับฟังความคิดเห็นร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียด
ของพัสดุที่จะทําการจัดซื้อจัดจ้างและร่างเอกสารเชิญชวน เพ่ือนําไปใช้เป็นเอกสารเชิญชวน ให้เป็นไป
ตามระเบยี บท่รี ฐั มนตรีกําหนด
มาตรา ๖๐ กอ่ นดําเนนิ การจดั จ้างงานกอ่ สร้างตามวิธีการตามมาตรา ๕๕ หน่วยงานของรัฐ
ต้องจัดให้มีแบบรูปรายการงานก่อสร้างซ่ึงหน่วยงานของรัฐจะดําเนินการจัดทําเอง หรือดําเนินการจัดจ้าง
ตามหมวด ๘ งานจา้ งออกแบบหรอื ควบคมุ งานก่อสรา้ ง กไ็ ด้
ในกรณีที่ต้องมีการจ้างออกแบบรวมก่อสร้างซ่ึงไม่อาจจัดให้มีแบบรูปรายการงานก่อสร้าง
ตามวรรคหนึ่งได้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องดําเนินการตามวรรคหนึ่ง โดยกรณีใดท่ีจะจ้างออกแบบรวมก่อสร้าง
ตอ้ งพจิ ารณาความเหมาะสมของโครงการและวงเงินด้วย ท้งั น้ี หลักเกณฑ์และวธิ ีการจ้างออกแบบรวมก่อสร้าง
ให้เปน็ ไปตามระเบยี บท่ีรฐั มนตรีกําหนด
มาตรา ๖๑ ในการจัดซ้ือจัดจ้างพัสดุแต่ละคร้ัง ให้ผู้มีอํานาจแต่งตั้งผู้รับผิดชอบการจัดซื้อ
จดั จ้างนั้น ซึง่ จะกระทําโดยคณะกรรมการการจัดซื้อจัดจ้างหรอื เจ้าหนา้ ท่ีคนใดคนหนึ่งก็ได้
องคป์ ระกอบและองค์ประชุมซึ่งกระทําโดยคณะกรรมการ และหน้าที่ของผู้รับผิดชอบการจัดซ้ือ
จดั จา้ งตามวรรคหนง่ึ ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บท่ีรัฐมนตรีกําหนด
คา่ ตอบแทนผู้รับผดิ ชอบการจัดซอื้ จัดจา้ งตามวรรคหน่ึง ใหเ้ ปน็ ไปตามที่กระทรวงการคลังกาํ หนด
มาตรา ๖๒ การจดั ซอื้ จัดจา้ งตามวิธีการตามมาตรา ๕๕ (๑) ให้หน่วยงานของรัฐจัดทําประกาศ
และเอกสารเชิญชวนให้ทราบเป็นการท่ัวไปว่าหน่วยงานของรัฐจะดําเนินการในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุใด
วนั เวลา สถานท่ียืน่ ข้อเสนอ และเงอ่ื นไขอืน่ ๆ
ประกาศและเอกสารเชิญชวนตามวรรคหนึ่ง ให้ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ
ของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของรัฐตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกําหนด และให้ปิดประกาศ
โดยเปดิ เผย ณ สถานทป่ี ดิ ประกาศของหน่วยงานของรัฐน้ัน ในการนี้ หน่วยงานของรัฐจะเผยแพร่ประกาศ
และเอกสารเชญิ ชวนดังกลา่ วโดยวิธีการอน่ื ด้วยก็ได้