หน่วยที่ 1
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกิจการร่วมค้า
หน่วยที่ 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกิจการร่วมค้า
สาระสำคัญ
การร่วมค้าเป็นการประกอบกิจการร่วมกันตั้งแต่สองคน หรือสองกิจการขึ้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะ
เจาะจง เมื่อการค้าเสร็จสิ้นถือว่าการร่วมค้าสิ้นสุดลง
ตัวอย่างของธุรกิจร่วมค้าในประเทศไทย ได้แก่ การก่อสร้างทางยกระดับ การก่อสร้างอุโมงค์ข้ามแยก
การจัดสรรที่ดิน เป็นต้น
การบันทึกบัญชีของกิจการร่วมค้ามี 2 วิธี คือ
วิธีที่ 1 วิธีผู้ร่วมค้าแต่ละฝ่ายจดบันทีกรายการทั้งสิ้นในสมุดบัญชีของตน
วิธีที่ 2 วิธีใช้สมุดบัญชีชุดหนึ่งต่างหาก
ความหมายของการร่วมค้า
ความหมายของกิจการร่วมค้า ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 39
1. กิจการร่วมค้าตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ กิจการที่ดำเนินการร่วมค้าหรือหากำไรระหว่าง
บริษัทกับบริษัท บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนนิงหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือระหว่างบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน
นิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งกิจการที่จะเข้าลักษณะเป็น
กิจการร่วมค้าต้องมีลักษณะ ดังนี้
1.1 ได้ตกลงเข้าร่วมทุนกันไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สิน แรงงาน หรือเทคโนโลยีหรือร่วมกันในผลกำไรหรือขาดทุน
อันจะพึงได้ตามสัญญาที่กระทำร่วมกันกับบุคคลภายนอก
1.2 ได้ร่วมกันทำสัญญากับบุคคลภายนอก โดยระบุไว้ในสัญญาว่าเป็นกิจการร่วมค้า
1.3 ได้ร่วมกันทำสัญญากับบุคคลภายนอก โดยสัญญากำหนดให้ต้องรับผิดร่วมกันในงานที่ทำไม่ว่าทั้งหมด
หรือบางส่วนและต้องรับคำตอบแทนตามสัญญาร่วมกัน โดยสัญญาไม่ได้แบ่งแยกงานและค่าตอบแทนระหว่างกันไว้อย่าง
ชัดเจน
2. กรณีกิจการร่วมค้าฯ ได้มีการจัดทำสัญญาจัดตั้งกิจการร่วมค้า และดำเนินการเข้าลักษณะใดลักษณะหนึ่งตาม
1. พร้อมกับดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งกิจการร่วมค้าต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ ก ของกรมสรรพากรแล้ว กิจการร่วมค้าฯ
จะเข้าลักษณะเป็น "บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล" ตามมาตรา 39แห่งประมวลรัษฎากร และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้
นิติบุคคลตามมาตรา 66 แห่งประมวลรัษฎากร
ในทางปฏิบัติกรมสรรพากรได้วางบรรทัดฐานในการพิจารณาเพิ่มเติม โดยกำหนดว่ากิจการร่วมค้าจะต้องมีคุณสมบัติ
เข้าลักษณะใดลักษณะหนึ่งตังต่อไปนี้ด้วย
1) มีการร่วมทุนกัน ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สิน แรงงาน หรือเทคโนโลยี หรือร่วมกันในผลกำไรหรือขาดทุนอัน
จะพึงได้ตามสัญญาที่ร่วมกันทำกับบุคคลภายนอกหรือ
2) ได้ร่วมกันทำสัญญากับบุคคลภายนอก โดยระบุในสัญญาว่าเป็น " กิจการร่วมค้า " หรือ
3) ได้ร่วมกันทำสัญญากับบุคคลภายนอกโดยสัญญานั้นกำหนดให้ต้องรับผิดร่วมกัน ในงานที่ทำไม่ว่าทั้งหมด
หรือบางส่วนและต้องรับคำตอบแทนตามสัญญาร่วมกัน โดยสัญญานั้นไม่ได้แบ่งแยกงานและค่าตอบแทนระหว่างกันไว้อย่าง
ชัดเจน
ความหมายของการร่วมค้า
ความหมายของกิจการร่วมค้า ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 39
1. กิจการร่วมค้าตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ กิจการที่ดำเนินการร่วมค้าหรือหากำไรระหว่าง
บริษัทกับบริษัท บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนนิงหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือระหว่างบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน
นิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งกิจการที่จะเข้าลักษณะเป็น
กิจการร่วมค้าต้องมีลักษณะ ดังนี้
1.1 ได้ตกลงเข้าร่วมทุนกันไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สิน แรงงาน หรือเทคโนโลยีหรือร่วมกันในผลกำไรหรือขาดทุน
อันจะพึงได้ตามสัญญาที่กระทำร่วมกันกับบุคคลภายนอก
1.2 ได้ร่วมกันทำสัญญากับบุคคลภายนอก โดยระบุไว้ในสัญญาว่าเป็นกิจการร่วมค้า
1.3 ได้ร่วมกันทำสัญญากับบุคคลภายนอก โดยสัญญากำหนดให้ต้องรับผิดร่วมกันในงานที่ทำไม่ว่าทั้งหมด
หรือบางส่วนและต้องรับคำตอบแทนตามสัญญาร่วมกัน โดยสัญญาไม่ได้แบ่งแยกงานและค่าตอบแทนระหว่างกันไว้อย่าง
ชัดเจน
2. กรณีกิจการร่วมค้าฯ ได้มีการจัดทำสัญญาจัดตั้งกิจการร่วมค้า และดำเนินการเข้าลักษณะใดลักษณะหนึ่งตาม
1. พร้อมกับดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งกิจการร่วมค้าต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ ก ของกรมสรรพากรแล้ว กิจการร่วมค้าฯ
จะเข้าลักษณะเป็น "บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล" ตามมาตรา 39แห่งประมวลรัษฎากร และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้
นิติบุคคลตามมาตรา 66 แห่งประมวลรัษฎากร
ในทางปฏิบัติกรมสรรพากรได้วางบรรทัดฐานในการพิจารณาเพิ่มเติม โดยกำหนดว่ากิจการร่วมค้าจะต้องมีคุณสมบัติ
เข้าลักษณะใดลักษณะหนึ่งตังต่อไปนี้ด้วย
1) มีการร่วมทุนกัน ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สิน แรงงาน หรือเทคโนโลยี หรือร่วมกันในผลกำไรหรือขาดทุนอัน
จะพึงได้ตามสัญญาที่ร่วมกันทำกับบุคคลภายนอกหรือ
2) ได้ร่วมกันทำสัญญากับบุคคลภายนอก โดยระบุในสัญญาว่าเป็น " กิจการร่วมค้า " หรือ
3) ได้ร่วมกันทำสัญญากับบุคคลภายนอกโดยสัญญานั้นกำหนดให้ต้องรับผิดร่วมกัน ในงานที่ทำไม่ว่าทั้งหมด
หรือบางส่วนและต้องรับคำตอบแทนตามสัญญาร่วมกัน โดยสัญญานั้นไม่ได้แบ่งแยกงานและค่าตอบแทนระหว่างกันไว้อย่าง
ชัดเจน
3. ความหมายของกิจการร่วมค้า ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 28 (ปรับปรุง 2561) เรื่องเงินลงทุนในบริษัท
ร่วมและการร่วมค้า ของสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์
การร่วมค้า หมายถึง การร่วมการงานซึ่งผู้ที่มีการควบคุมร่วมในการงานนั้น มีสิทธิในสินทรัพย์สุทธิ
ของการร่วมการงานนั้น
นอกจากนี้ มาตรฐานการบัญชีฉบับตังกล่าวยังได้ให้คำนิยามของศัพท์ที่เกี่ยวกับการร่วมค้าดังนี้
งบการเงินรวม หมายถึง งบการเงินของกลุ่มกิจการที่มีการนำเสนอสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ รายได้
ค่าใช้จ่าย และกระแสเงินสดของบริษัทใหญ่ และบริษัทย่อยเสมือนว่าเป็นของหน่วยงานทาง
เศรษฐกิจหน่วยงานเดียว
วิธีส่วนได้เสีย หมายถึง เป็นวิชีการทางบัญชีซึ่งกำหนดให้ผู้ลงทุนบันทึกเงินลงทุนเมื่อเริ่มแรกด้วยราคาทุนและ
หลังจากนั้นให้ปรับปรุงตัวยการเปลี่ยนแปลงในส่วนแบ่งของผู้ลงทุนในสินทรัพย์สุทธิของผู้ได้รับ
การลงทุนภายหลังการได้มา กำไรหรือขาดทุนของผู้ลงทุนจะรวมเอาส่วนแบ่งในกำไรหรือ
ขาดทุนของผู้ใด้รับการลงทุนเข้าไว้ด้วย และกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นของผู้ลงทุนก็จะรวมเอา
ส่วนแบ่งในกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นของผู้ใด้รับการลงทุนเข้าไว้ด้วย
การร่วมการงาน หมายถึง การงานซึ่งบุคคลหรือกิจการตั้งแต่สองหรือมากกว่าสองรายมีการควบคุมร่วมกัน
การควบคุมร่วม หมายถึง การร่วมกันควบคุมการงานซึ่งได้ตกลงกันไว้ในสัญญา ซึ่งการควบคุมร่วมจะมีได้ก็ต่อ
เมื่อการตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องจะต้องได้รับความเห็นชอบอย่างเป็น
เอกฉันท์จากผู้ที่ร่วมกันควบคุมการงานแล้วเท่านั้น
ผู้ร่วมค้า ผู้เข้าร่วมในการร่วมค้าซึ่งมีการควบคุมร่วมในการร่วมค้านั้น
4. จากมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่11 (ปรับปรุง 2561) เรื่อง การร่วมการงาน ของสภาวิชาชีพ
บัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ให้ความหมายเกี่ยวกับ “การรวมกันงาน” ไว้ดังนี้
การร่วมการงาน
การร่วมการงาน หมายถึง การงานซึ่งบุคคลหรือกิจการตั้งแต่สองหรือมากกว่าสองรายมีการควบคุมร่วมกัน
การรวมกันงานมีลักษณะดังต่อไปนี้
1) ผู้เข้าร่วมการงานมีภาระผูกพันตามข้อตกลงตามสัญญา (ดูย่อหน้า ข2 ถึง ข4)
2) ข้อตกลงตามสัญญาดังกล่าวกำหนดให้ผู้เข้าร่วมการงานตั้งแต่สองหรือมากกว่าสองรายมีการควบคุม
ร่วมกัน (ดู ย่อหน้า 7 ถึง 13)
การร่วมการงานเป็นได้ทั้งการดำเนินงานร่วมกันหรือการรวมค้า
การควบคุมร่วม
การควบคุมร่วม หมายถึง การร่วมกันควบคุมการงานซึ่งได้ตกลงกันไว้ในสัญญาซึ่ง การควบคุมร่วมจะมีได้ต่อเมื่อ
การตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องจะต้องได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์จากผู้ร่วมกันควบคุมการงานแล้ว
เท่านั้น
ลักษณะของการร่วมค้า
จากที่กล่าวมา การร่วมค้าจะเป็นการที่บุคคลหรือกิจการตั้งแต่สองคนหรือสองกิจการขึ้นไปทำการประกอบกิจการร่วมกัน
เฉพาะกาลใดกาลหนึ่ง เมื่อการประกอบกิจการร่วมกันดังกล่าวนั้นเสร็จสิ้นถือว่าการร่วมค้ายุติลง และผู้ร่วมค้าทุกคนจะต้องมี
สิทธิ์ในการควบคุมการร่วมค้าด้วยกัน การดำเนินงานลักษณะนี้จะเป็นการดำเนินงานที่ต่างจากกิจการห้างหุ้นส่วน
การจัดตั้งกิจการร่วมค้าอาจตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย เช่น จัดตั้งในลักษณะห้างหุ้นส่วน บริษัท หรืออาจไม่ได้มีการจัดตั้ง
ขึ้นเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายก็ได้
ในปัจจุบันการร่วมค้าในประเทศไทยจะพบในการดำเนินธุรกิจบางประเภท เช่น การจัดซื้อที่ดินเพื่อทำการจัดสรรขาย การ
จัดซื้อที่ตินปลูกสร้างอาคารเพื่อจัดสรรขายเป็นต้นหรืออาจจะพบได้ในการดำเนินงานของบริษัทข้ามชาติที่แสวงหางานในต่าง
ประเทศร่วมกับบริษัทในท้องถิ่นเพื่อทำงานในแต่ละโครงการ เช่น โครงการสำรวจขุดเจาะน้ำมันและก๊าซ การสร้างเขื่อน ฯลฯ
ข้อตกลงร่วมค้าตามสัญญา
ข้อตกลงตามสัญญาอาจปรากฎหลักฐานหลายลักษณะ เช่น ลักษณะของสัญญาระหว่างผู้ร่วมค้าหรือในลักษณะบันทึก
รายงานข้อตกลงระหว่างผู้ร่วมค้า ในบางกรณีข้อตกลงรวมอยู่ในข้อบังคับบริษัทหรือข้อกำหนดอื่นตามกฎหมายว่าด้วย
การร่วมค้า ข้อตกลงตามสัญญาไม่ว่าจะอยู่ในลักษณะใดโดยปกติต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรและเกี่ยวข้องกับเรื่องดังต่อไปนี้
1. กิจกรรม ระยะเวลา และภาระในการจัดทำรายงานของการร่วมค้า
2. การแต่งตั้งคณะกรรมการหรือคณะผู้บริหารอื่น ซึ่งมีอำนาจควบคุมเทียบเท่าคณะกรรมการของการร่วมค้ารวมถึงสิทธิ์
ในการออกเสียงของผู้ร่วมค้า
3. การลงทุนของผู้ร่วมค้า
4. ส่วนแบ่งของผู้ร่วมค้าในผลผลิต รายได้ ค่าใช้จ่าย หรือผลการดำเนินงานของการร่วมค้า
ข้อตกลงตามสัญญากำหนดให้มีการควบคุมร่วมกันในการร่วมค้า ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีผู้ร่วมค้ารายใดอยู่ในฐานะที่จะ
ควบคุมการดำเนินงานของการร่วมค้าได้แต่เพียงผู้เดียว
ประเภทของธุรกิจร่วมค้า
ธุรกิจร่วมค้ามีลักษณะคล้ายกับห้างหุ้นส่วน สามารถประกอบธุรกิจซื้อขายสินค้าหรือธุรกิจให้บริการได้ เช่น
1. ธุรกิจซื้อขายสินค้า ธุรกิจแบบนี้จะมีผู้ร่วมค้าตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ฝ่ายหนึ่งอาจทำหน้าที่จัดการหาสินค้าเพื่อขาย
ส่วนผู้ร่วมค้าอีกฝ่ายจะทำหน้าที่เป็นผู้จัดการขายหรือหาตลาด
2. ธุรกิจการจัดสรรที่ดิน/บ้านพร้อมที่ดิน ธุรกิจแบบนี้จะมีผู้ร่วมค้าตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป คนหนึ่งหรือหลายคนจะมี
กรรมสิทธิ์ในที่ดิน และนำที่ดินมาร่วมลงทุนในกิจการ ส่วนผู้ร่วมค้าคนอื่นๆ จะนำเงินสดสินทรัพย์และแรงงานมาลงทุน
3. ธุรกิจการสร้างภาพยนตร์/การจัดละคร ธุรกิจแบบนี้จะต้องมีผู้ร่วมงานจำนวนมากดังนั้นจึงมีผู้ร่วมค้าหลายคน
ช่วยกันทำหน้าที่ต่าง ๆ โดยแบ่งหน้าที่กันตามความสามารถและความถนัดของผู้ร่วมค้าแต่ละคน ประกอบไปด้วยผู้ที่ดำเนิน
การเกี่ยวกับการติดต่อนักประพันธ์ทั้งเนื้อเรื่อง เพลงประกอบ การทำบท การจัดหานักแสดง ผู้กำกับการแสดง ผู้อำนวยการ
สร้าง รวมถึงผู้ออกเงินทุน
สาเหตุที่มีการทำธุรกิจร่วมค้า
การดำเนินธุรกิจมีรูปแบบหลายรูปแบบให้นักลงทุนเลือก เช่น ธุรกิจเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วนบริษัทจำกัด บริษัท
มหาชนจำกัด แต่นักลงทุนบางส่วนเลือกทำธุรกิจแบบร่วมค้า ทั้งนี้มีสาเหตุมาจาก
1. เพื่อระดมเงินทุนช่วยให้ธุรกิจที่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนหรือทรัพยากรจำนวนมาก สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
2. เพื่อระดมบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ ช่วยให้ธุรกิจที่ต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถโดยเฉพาะทาง
ด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปด้วยดีมีประสิทธิภาพ
3. เพื่อลดความเสี่ยงภัยอันเกิดจากการประกอบกิจการในภาวะขาดทุนหรือดำเนินกิจการล้มเหลว
4. เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เนื่องจากสามารถใช้เครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ร่วม
กันได้
5. ช่วยประหยัดภาษี ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.119/2545 เรื่อง การเครดิตภาษีเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของ
กำไรตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545
ข้อ 8 กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งเป็นบริษัทจำกัด ได้รับ
เงินปันผลจากบริษัทจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือสถาบันการเงิน ที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของ
ประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรมพาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม หรือได้รับเงิน
ส่วนแบ่งของกำไรจากทองทุนรวมตามมาตรา 39 แห่งประมวรัษฎากร ผู้ได้รับเงินปันผลและเงินส่วนแบ่งของ
กำไรได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินปันผลและเงินส่วนแบ่งของกำไรดังกล่าวจำนวนกึ่งหนึ่งมารวมคำนวณเป็นราย
ได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวล
รัษฎากร
กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง ได้รับเงินปันผลจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน
นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
และเป็นเงินปันผลที่จ่ายจากกำไรสุทธิของกิจการที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินใด้นิติบุคคล ผู้ใด้รับเงินปันผลได้รับ
ยกเว้นไม่ต้องนำเงินปันผลดังกล่าวจำนวนกึ่งหนึ่งมารวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ทั้งนี้
ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนใขที่กำหนดตามมาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร
กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง ได้รับเงินส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า ซึ่งมีหน้า
ที่ต้องเสียภาษีเงินใด้นิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวณรัษฎากร ผู้ใด้รับเงินส่วนแบ่งกำไรได้รับยกเว้นไม่
ต้องนำเงินส่วนแบ่งกำไรดังกล่าวทั้งจำนวนมารวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ทั้งนี้ ตาม
หลักเกณฑ์และเงื่อนใขที่กำหนดตามมาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตร่า 5 ทวิ (1) แห่งพระ
ราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500
วิธีการบัญชีของกิจการร่วมค้า
การบันทึกบัญชีของกิจการร่วมค้าโดยทั่วไปมี 2 วิธี ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของกิจการที่จะไปใช้ การบันทึกรายการ
ใช้หลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป ดังนั้น วิธีการบัญชีสำหรับกิจสามารถแบ่งได้ 2 วิธี ดังนี้
วิธีที่ 1 วิธีผู้ร่วมค้าแต่ละฝ่ายจดบันทึกรายการทั้งสิ้นในสมุดบัญชีของตน
วิธีที่ 2 วิธีใช้สมุดบัญชีชุดหนึ่งต่างหาก