The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชีวิตและสิ่งแวดล้อม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phongsathon, 2022-08-10 19:27:08

ชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ชีวิตและสิ่งแวดล้อม

SCIENCEวิชาวิทยาศาสตร์

ใบงาน ชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ป.5

ครูพงศธร เฉลยทรง
โรงเรียนวัดเทียนถวาย

ช่อื สกลุ __________________________ ชัน้ _______ เลขท่ี ___________ คะแนนรวม_____

วชิ าวิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 1
ใบงาน เรอ่ื ง ชวี ิตและสง่ิ แวดล้อม [ LIFE AND ENVIRONMENT ]

โครงสร้าง ลกั ษณะของส่ิงมีชีวติ และการปรับตัว ส่ิงมีชีวิต การปรบั ตัว

1. ส่ิงมชี ีวิต มีสมบัติอยา่ งไร รูปร่างท่ีเหมือนใบไม้
ของตัก๊ แตนใบไม้
______________________________________
______________________________________ เพนกวนิ มชี น้ั
ไขมนั ทห่ี นา
2. สิ่งมีชีวิตจะมีการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมเพ่ือ
จะทาให้สามารถดารงชวี ติ อยไู่ ด้อย่างเหมาะสม อูฐมขี นตาทย่ี าว
เช่น หมขี ้ัวโลกมีขนหนาปกคลุม นกเพนกวินมีช้ัน
ไขมันที่หนาและขนเปน็ มนั ผักตบชวาสามารถลอยนา้ การเปลี่ยนสีของหมกึ
ไดโ้ ดยไมต่ ้องยดึ เกาะ ต้นโกงกางมีรากค้าจุนงอก
ออกมาทางลาต้น ตัวนมิ่ มีเกลด็ ทแี่ ข็ง
การปรับตัวของส่ิงมีชวี ติ (Adaptation) มี 2 แบบ
กบมีขาหลังทย่ี าวกวา่
 การปรบั ตัวแบบชว่ั คราว คือ ขาหน้า
เปน็ การปรับตัวท่ีเกิดข้ึนในเวลาส้ันๆ สามารถกลบั มา
เหมือนเดิมได้

 การปรับตัวแบบถาวร คือ
เกดิ การเปลีย่ นแปลงภายใน และมกี ารถ่ายทอด
ลกั ษณะทางพันธุกรรมไปสรู่ ุ่นลกู ร่นุ หลาน
โครงสร้างและลักษณะของสิ่งมชี ีวิตต่อไปนี้
เปน็ การปรบั ตัวแบบช่ัวคราวหรอื ถาวร

สิง่ มีชีวิต การปรบั ตวั

การเปล่ียนสขี อง
กงิ้ ก่าคาเมเลยี น

ผักตบชวามกี ้านใบ
พองออกมา

รากคา้ จนุ
ของตน้ โกงกาง

ดอกคุณนายต่ืนสาย
บานตอนเช้า

3. พชื ที่อาศยั อยู่ในนา้ และบนบก แตกต่างกันอยา่ งไร  ตก๊ั แตนใบไม้,ตั๊กแตนกง่ิ ไม้ ใครถูกล่างา่ ยกว่ากัน 2

พชื ท่ีอาศยั ลักษณะแตกตา่ ง ตก๊ั แตน ถูกล่าไดง้ า่ ยกว่าเพราะ

ในน้า ใบไม้

บนบก กิ่งไม้

 ตน้ กระบองเพชร กบั ตน้ กลว้ ย มีลกั ษณะแตกต่าง
กนั อย่างไร

พชื ลักษณะแตกตา่ ง

กระบองเพชร

กล้วย 5. สัตว์และพืชท่อี ยู่ในน้ามีโครงสรา้ งและลักษณะของ
ร่างกายเหมาะสมกบั การดารงชวี ติ ในนา้ อยา่ งไร

สงิ่ มีชีวติ โครงสร้างและลกั ษณะ

4. สัตว์ท่อี าศัยอย่ใู นเขตหนาวและเขตรอ้ นมลี กั ษณะ ปลา
แตกตา่ งกันอยา่ งไร

สตั ว์ท่ีอาศัย ลักษณะแตกตา่ ง กบ

เขตหนาว

ผกั ตบชวา

เขตรอ้ น

ผกั
กระเฉด

7. สัตว์ท่ีอยู่บริเวณขั้วโลกมีโครงสร้างและลักษณะ 3
ของร่างกายเหมาะสมกับการดารงชีวิตในบริเวณ
ขว้ั โลกอยา่ งไร

สง่ิ มีชีวิต โครงสร้างและลกั ษณะ

หมขี ั้วโลก

6. บริเวณป่าชายเลนจะมีพืชและสัตว์ เช่น โกงกาง นกฮกู ขั้วโลก
ปลาตีน แสม ปูก้ามดาบ จะมีการปรับตัวแตกต่าง
จากบริเวณอ่ืนอยา่ งไร นกเพนกวนิ

สงิ่ มีชีวติ การปรบั ตวั หมาปา่
ข้วั โลก
โกงกาง

ปลาตีน

แสม 8. สตั ว์และพืชท่ีอยู่บริเวณทะเลทรายมีโครงสร้างและ
ปูกา้ มดาบ ลักษณะของร่างกายเหมาะสมกับการดารงชีวิตใน
บรเิ วณทะเลทรายอย่างไร

สงิ่ มีชีวิต โครงสร้างและลกั ษณะ

อฐู

สนุ ัขจง้ิ จอก
ทะเลทราย

กระบองเพชร

ระบบนิเวศ (ECOSYTEM)

4

9. เท้าของนก ไก่ และเป็ด มีโครงสร้างและลักษณะ 1. กลุม่ สงิ่ มีชีวิต คือ
แตกต่างกันหรือไม่ โครงสร้างและลักษณะนั้นๆ
เหมาะสมกับการดารงชีวิตในแหล่งท่อี ย่อู ยา่ งไร ______________________________________
______________________________________
สิ่งมีชวี ติ โครงสรา้ งและลักษณะของเทา้ 2. ระบบนเิ วศ คือ
______________________________________
นก ______________________________________

ไก่  ระบบนเิ วศแหลง่ น้าจดื ได้แก่
______________________________________
เป็ด  ระบบนิเวศทะเล ได้แก่
______________________________________
10. หากสิ่งมีชวี ติ ไม่มกี ารปรับตัวจะเปน็ อยา่ งไร
______________________________________  ระบบนิเวศปา่ ชายเลน ได้แก่
______________________________________

 ระบบนเิ วศปา่ ไม้ ไดแ้ ก่
______________________________________
 ระบบนิเวศชุมชนเมือง ไดแ้ ก่
______________________________________

3. ให้ระบุความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต
(ดา้ นแหล่งท่อี ยู่อาศัย แหล่งอาหาร แหล่งสืบพันธแุ์ ละ
เลย้ี งลูกออ่ น แหลง่ หลบภยั )

สงิ่ มีชวี ิตกับสิง่ มีชีวิต ความสัมพันธ์

มดกบั ตน้ มะม่วง

กลว้ ยไมก้ ับต้นหกู วาง

หนอนกบั ผกั กาด

สิ่งมีชีวิตกับส่งิ มีชีวติ ความสมั พนั ธ์ 5. ให้ระบุค วามสัมพันธ์ ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับ 5
นกกางเขนกบั แมลง ส่ิงไม่มีชีวิตในแหล่งทอ่ี ยู่ลงในตารางใหถ้ ูกต้อง
นกกระจอกกบั ตน้ หูกวาง สิ่งไมม่ ีชวี ิต ความสมั พนั ธก์ ับมนุษย์ พืช สัตว์
กระต่ายกบั ผัดกาด แสง

ปลาการต์ ูนกับ นา้
ดอกไมท้ ะเล
กวางกับต้นไม้ ดนิ
กาฝากกบั ต้นไมใ้ หญ่
นกกับตน้ ไม้
ผึ้งกับดอกไม้

4. ให้ระบุค วามสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับ อากาศ
สิ่งไม่มีชีวิต (ด้านแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร
แหลง่ สืบพันธุแ์ ละเล้ยี งลูกอ่อน แหลง่ หลบภยั ) 6. แหล่งที่อยู่แห่งหน่ึงเป็นบึงน้าจืดท่ีเกิดข้ึนตาม
ธรรมชาติ มสี ตั ว์และพืชอาศยั อยหู่ ลายชนิด
สิง่ มีชวี ติ กับส่ิงไม่มชี ีวิต ความสมั พนั ธ์
พืช A กา้ นใบและลาตน้ มีชอ่ งอากาศภายในจานวนมาก
จ้งิ จกกับกาแพง พืช B ไมม่ ใี บ แตม่ ีหนามแหลม ขนาดเล็ก
พืช C ระหวา่ งน้ิวเทา้ มีพังผืด
ปลาหางนกยูงกับน้า พืช D มีครบี
สงิ่ มชี ีวติ ใดต่อไปนมี้ โี ครงสรา้ งและลักษณะทีเ่ หมาะสม
ไสเ้ ดอื นดินกบั ดิน กบั การดารงชวี ิตอย่างไร (เลือกได้มากกว่า 1 ชนดิ )

ตน้ หูกวางกับแสงแดด

ไก่กบั กอฟาง

แตงโมกบั ดนิ

หอยทากและเปลือกหอย

โซอ่ าหารและสายใยอาหาร 6
(FOOD CHAIN & FOOD WEB)

1. โซอ่ าหาร คอื การทีส่ ่งิ มีชีวติ มีการกินกนั เปน็ อาหาร  จัดกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่กาหนดให้ โดยใช้หน้าท่ีใน
โดยการกนิ ต่อกันเปน็ ทอดๆ โซอ่ าหารเป็นเกณฑ์
 สิง่ มีชีวติ ท่ีสามารถสร้างอาหารได้ เรียกวา่
______________________________________ กลว้ ย เสือ ลงิ
สรา้ งอาหารจากกระบวนการใด
_____________________________________ กระต่าย ปลานิล หนอน
ดังสมการ (ควรรู)้ *
นก สาหร่าย คะน้า
ในระบบนิเวศจะพบสิ่งมีชวี ิตน้ี มากท่ีสดุ **
หากสิ่งมชี ีวติ นีถ้ กู ทาลายจะส่งผลต่อผู้บริโภคทกุ ส่วน* หมี งู มนุษย์
 สง่ิ มชี ีวิตทไี่ มส่ ามารถสร้างอาหารได้ จงนาคาในตารางมาเติมให้ถูกตอ้ ง
ต้องกนิ สง่ิ มชี ีวิตอนื่ เป็นอาหาร เรียกวา่
______________________________________ กล่มุ สิ่งมีชีวิต ได้แก่
แบง่ ได้ 5 ประเภท ดังน้ี
 ผูบ้ ริโภคพืช (Herbivores) เช่น ผผู้ ลติ
กระตา่ ย กวาง วัว ควาย ชา้ ง มา้ แพะ หนอน
 ผู้บรโิ ภคสตั ว์ (Carnivores) เชน่ ผบู้ รโิ ภคพชื
สงิ โต งู เสือ จระเข้ เหย่ียว
 ผู้บริโภคทัง้ พืชและสัตว์ (Omnivores) เช่น ผู้บรโิ ภคสตั ว์
คน หมู ลิง สุนขั แมว
 ผ้บู ริโภคซากพชื ซากสัตว์ (Scavenger) เชน่ ผบู้ ริโภคพืช
แรง้ และสตั ว์
 ผูบ้ รโิ ภคเศษอนิ ทรยี สาร (Detritivores) เช่น
ไสเ้ ดือนดนิ  สิ่งมชี ีวิตท่ีไม่สามารถสร้างอาหารได้ แต่ต้องได้รับ
อาหารโดยการสร้างเอนไซม์ออกมายอ่ ยสลายซากของ
สิ่งมีชีวิต ของเสีย กากอาหาร แล้วดูดซึม เรียกว่า
____________________________________
ไดแ้ ก่ _________________________________

 เขียนโซอ่ าหารอยา่ งน้อย 5 สาย จากสิง่ มชี ีวติ ที่ 7
กาหนดให้ โดยโซ่อาหาร 1 สาย จะต้องมีผ้บู ริโภค
2. จากโซ่อาหาร จงตอบคาถาม อยา่ งน้อย 2 ลาดบั
 สิ่งมีชีวติ เหล่านม้ี คี วามสัมพนั ธ์กนั อยา่ งไร
______________________________________ กระต่าย นก ต๊กั แตน งู ผเี ส้ือ
______________________________________ อินทรี
 ตน้ หญ้ากินสิ่งมชี ีวติ ใดเป็นอาหาร
______________________________________ แคร์รอต กบ แมงมุม ข้าว ดอกไม้
 แลว้ ต้นหญา้ ได้รับอาหารจากไหน ตอบลงในตาราง
______________________________________ *หัวลูกศรในโซอ่ าหารจะชีไ้ ปทางผู้ได้รบั พลังงานเสมอ

ส่ิงมีชีวติ เป็นผผู้ ลติ หรอื ผู้บริโภคลาดบั ท่ี…..

ตน้ หญ้า

ตก๊ั แตน

กบ

งู

เหยยี่ ว

 ถ้ากบมีจานวนลดลงอย่างรวดเรว็ จะส่งผลกระทบ
อยา่ งไร

______________________________________
______________________________________
______________________________________
______________________________________

หากเรานาโซอ่ าหารหลายๆ โซ่อาหารในระบบนเิ วศ
หน่งึ ๆ มาเขยี นความสัมพันธ์รวมกัน จะเรียกวา่
______________________________________

8

โซ่
อาหาร ประกอบดว้ ย
สายที่

6

7

3. จากสายใยอาหาร จงตอบคาถาม 8
 สิ่งมีชีวติ ใด เปน็ ผผู้ ลิต
______________________________________ 4. นักเรียนคิดว่า ระหว่างผู้ผลิตลดจานวนลง และ
 สง่ิ มีชีวิตใด เปน็ ผบู้ ริโภคลาดบั สดุ ทา้ ยบา้ ง ผู้บริโภคเพิ่มจานวนขึ้น เหตุการณ์ใดทาให้สิ่งมีชีวิต
______________________________________ เส่ยี งต่อการสูญพันธ์มุ ากกว่ากนั เพราะเหตใุ ด
 จากสายใยอาหาร ประกอบด้วย 8 โซ่อาหาร  ผู้ผลติ ลดจานวนลงทาให้สง่ิ มีชีวิตเสย่ี ง
จงเขยี นโซอ่ าหารทงั้ หมด ตอ่ การสญู พันธ์ุมากกวา่ เพราะ ?
______________________________________
โซ่ ______________________________________
อาหาร ประกอบดว้ ย  ผู้บริโภคเพิม่ จานวนขนึ้ ทาให้สงิ่ มชี ีวติ เส่ียง
สายท่ี ต่อการสูญพนั ธ์มุ ากกว่าเพราะ ?
______________________________________
1 ______________________________________

2

3
4

5

การดูแลรักษาสิง่ แวดล้อม การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม (GENETIC) 9

1. สง่ิ แวดล้อมมีความสาคัญตอ่ ส่ิงมชี ีวติ อย่างไร 1. ลักษณะของนกั เรยี นท่เี หมอื นพ่อแม่มาจากไหน
______________________________________
______________________________________ ______________________________________
______________________________________ 2. การถา่ ยทอดลักษณะทางพันธกุ รรม คือ
______________________________________ ______________________________________
______________________________________
2. นกั เรยี นจะมีวธิ ีการในการดแู ลรกั ษาสิง่ แวดล้อม
อยา่ งไร (3 ข้อ) 3. ลกั ษณะท่ีถ่ายทอดทางพันธุกรรม ไดแ้ ก่
______________________________________ ______________________________________
______________________________________ ______________________________________
______________________________________
______________________________________

3. ปัจจุบันอากาศบนโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น (ร้อนโลก)
ส่งผลใหน้ ้าแข็งบริเวณขั้วโลกละลายมากข้ึน นักเรียน
คิดว่าเหตุการณ์น้ีเกิดจากสาเหตุใด และส่งผลกระทบ
ต่อส่งิ มชี วี ติ อย่างไร

สาเหตุ
______________________________________
______________________________________
สง่ ผลกระทบ
______________________________________
______________________________________

4. ปั จ จุ บั น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ก า ลั ง ป ร ะ ส บ ปั ญ ห า
เรื่อง ฝุ่น PM 2.5 ท่ีส่งผลต่อคนในประเทศเป็นอย่าง
มาก นักเรียนคดิ ว่าเหตกุ ารณ์น้ีเกิดจากสาเหตุใด และ
ส่งผลกระทบต่อสิง่ มชี วี ิตอย่างไร
สาเหตุ
______________________________________
______________________________________
ส่งผลกระทบ
______________________________________
______________________________________

4. โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ได้แก่ 7. นกั เรียนคดิ วา่ พ่ีนอ้ งท่ีเกดิ จากพอ่ แม่เดียวกันจะมี 10
______________________________________ หน้าตาคล้ายคลึงกนั หรือไม่ เพราะเหตใุ ด
______________________________________
5. ลักษณะทไี่ มส่ ามารถถ่ายทอดทางพนั ธุกรรม ไดแ้ ก่  คลา้ ยคลึงกนั เพราะ
______________________________________
______________________________________ ______________________________________
______________________________________

 ไม่คล้ายคลึงกัน เพราะ

______________________________________
______________________________________

8. นอ้ งลาไยวาดรปู เก่งเหมือนแม่ เปน็ การถ่ายทอด
ลักษณะทางพันธกุ รรมหรือไม่อยา่ งไร

______________________________________
______________________________________
______________________________________
_

6. พจิ ารณาลักษณะทางพนั ธุกรรมของครอบครัวน้ี 9. กฎของเมนเดล
 เกรกอร์ โยฮนั น์ เมนเดล (Gregor Johann Mendel)
บคุ คล ลักษณะ
ผไู้ ด้ช่ือว่าเปน็ ___________________________
พ่อ ผมหยกั ศก ผิวสแี ดงดา ตาสองชน้ั  ลกั ษณะท่ีปรากฏในรนุ่ ลูก มีเพียงลกั ษณะเดยี ว
เรยี กวา่ ________________________________
แม่ ผมตรง ผิวสีแดงดา ตาสองช้ัน
 ลักษณะท่ีปรากฏในรนุ่ หลาน มีโอกาสปรากฏใน
ลกู ชาย ผมหยักศก ผิวสแี ดงดา ตาสองชั้น รุน่ ตอ่ ไปได้นอ้ ยกว่า เรียกว่า _________________
ในรนุ่ หลานจะไดล้ กั ษณะเดน่ และลักษณะดอ้ ย
ลกู สาว ผมหยกั ศก ผิวสแี ดงดา ตาสองช้นั ปรากฏออกมาเป็นอัตราส่วน
 ลกั ษณะใดบ้างทมี่ กี ารถ่ายทอดทางพันธุกรรมใน ลักษณะเดน่ : ลกั ษณะด้อย = ____________
ครอบครวั น้ี
______________________________________
 หากครอบครวั นี้มลี กู คนต่อไป มโี อกาสเกดิ ผมตรง
ในลกู คนตอ่ ไปหรือไม่
______________________________________
______________________________________

ลกั ษณะ การถ่ายทอด 11. ลกู นกตวั ท่ี 1 2 3 มีลักษณะ ดังรปู ลกู นกแต่ละ 11
ทาง ตัวน่าจะเป็นลูกของพ่อแม่นกคใู่ ด เพราะเหตุใด

พนั ธุกรรม ลกั ษณะเดน่ ลกั ษณะด้อย

ต่งิ หู

ลกั ยม้ิ

เส้นผม

การหอ่ ล้ิน

หนังตา

ลกั ษณะเด่นข่มลกั ษณะด้อยเสมอ เช่น ลักษณะสูงขม่ ลกั ษณะเตี้ย

10. เมนเดลทาการศึกษาตน้ ถ่ัวล่นั เตา โดยเลอื กต้นถว่ั  ลกู นกตวั ที่ 1 เป็นลูกของพอ่ แมน่ กคู่ _________
ลันเตาพนั ธุ์แท้ท่ีมีลักษณะแตกตา่ งกนั มาผสมกัน แลว้
ศึกษาลักษณะท่ปี รากฏในร่นุ ลูก ไดผ้ ลดงั ตาราง เพราะ _________________________________
______________________________________
ลกั ษณะทาง ตน้ พ่อ ต้นแม่ ต้นลกู
พันธุกรรม  ลกู นกตวั ท่ี 2 เป็นลกู ของพอ่ แม่นกคู่ _________

รปู ร่างของเมลด็ เมลด็ กลม เมลด็ ขรขุ ระ เมล็ดกลม เพราะ _________________________________
______________________________________
สขี องใบเลีย้ ง สเี ขียว สีเหลือง สีเหลอื ง
 ลกู นกตัวที่ 3 เป็นลูกของพอ่ แม่นกคู่ _________
รปู รา่ งของฝกั ถ่ัว ฝักอวบ ฝกั แฟบ ฝกั อวบ
เพราะ _________________________________
สีของฝกั อ่อน สเี ขียว สีเหลือง สีเขยี ว _____________________________________

ส่วนสูงของลาตน้ เต้ยี สงู สงู

 ลักษณะเดน่ ได้แก่
______________________________________
______________________________________
 ลักษณะดอ้ ย ไดแ้ ก่
______________________________________
______________________________________

ข้อสอบ O-NET 12

1

ข้อสอบ O-NET 13

2

ข้อสอบ O-NET 14

3

ข้อสอบ O-NET 15

4

ข้อสอบ O-NET 16

5

ข้อสอบ O-NET 17

6

ขอ้ สอบ O-NET 18

7

8

SCIENCE

ครูพงศธร เฉลยทรง
โรงเรียนวัดเทียนถวาย


Click to View FlipBook Version