โครงงานอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เรื่อง ยำเขย่า อร่อยสงาด ผู้จัดทำ นางสาวสุดารัตน์ ถีระวงษ์ นางสาววาสินี สุวรรณา นางสาววราภรณ์ ม่วงสีไพล ครูที่ปรึกษา ครูอุทุมพร รัตนรังษี ครูนุชจรี ศรีมหาดไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ โรงเรียนสะตอวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจันทบุรี ตราด
2 บทที่ 1 บทนำ 1. ที่มาและความสำคัญ อาหารประเภทยำ เป็นการนำผักต่าง ๆ เนื้อสัตว์ และน้ำปรุงรส มาเคล้าเข้าด้วยกันเบาๆ จนให้รสซึม ซาบเสมอกัน ยำของไทยมีรสหลักอยู่ 3 รส คือ เปรี้ยว เค็ม หวาน สำหรับน้ำปรุงรสจะราดก่อนเวลารับประทาน เล็กน้อย ทั้งนี้เพื่อให้ยำมีรสชาติดี อาหารยำ จะมีรสชาติจัดจ้าน ไขมันต่ำ เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ เป็น เทคนิคการทำอาหารอย่างหนึ่งที่ปรุงโดยเอาผักและเนื้อสัตว์มาเคล้าเข้าด้วยกัน และ ปรุงรสให้มีรสชาติต่าง ๆ อาหารยำ เช่น ยำวุ้นเส้น ยำเล็บมือนาง ยำปลากรอบ ยำมาม่า ยำคะน้ากรอบกุ้งสด ยำปลาหมึก ยำหัวปลีกุ้งสด ยำแหนม ยำมะม่วง ยำขนมจีน เป็นต้น ยำเขย่า เป็นการนำอาหารประเภทยำ ที่มีส่วนผสมที่ต้องการมาบรรจุใส่ แก้วพลาสติก โดยไม่ต้องผสมน้ำยำ มีปิดฝาแก้ว แยกน้ำสำหรับยำ เมื่อต้องการรับประทานจะนำน้ำยำมาเทใส่ใน แก้วปิดฝาและเขย่าให้เข้ากัน จะทำให้ได้รับประทานยำที่มีรสชาติดี มีความสะดวกสบายในการรับประทาน ปริมาณอาหารในแก้วมีความพอดีกับการรับประทานต่อครั้งต่อคน ราคาไม่สูงมากนัก ที่สำคัญมีรสชาติที่ดี อาหารประเภทยำเป็นอาหารที่คนส่วนใหญ่ชอบรับประทาน สามารถเลือกใส่ส่วนผสมที่ชอบได้ตามความ เหมาะสม รับประทานง่าย ดีต่อสุขภาพ จากการวิเคราะห์ข้อมูล กลุ่มเป้าหมายของเราเป็นนักเรียนในโรงเรียนสะตอวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก เป็นกลุ่มวัยรุ่นซึ่งมีความชอบในอาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน ไขมันต่ำ กลุ่มของเรามีแนวคิดที่จะส่งเสริมให้นักเรียน ในโรงเรียน ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และสามารถเลือกรับประทานได้ตามความชอบ อาหารต้องมีความ แปลกใหม่ ราคาถูก จึงนำ “ยำเขย่า” มาจำหน่ายเพื่อเป็นทางเลือกในการบริโภคให้กับนักเรียนในโรงเรียนสะตอ วิทยาคม รัชมังคลาภิเษก และจะต่อยอดให้มีความหลากหลาย สามารถนำไปจำหน่ายในชุมชนต่อไป 2. วัตถุประสงค์ของโครงงาน 2.1 เพื่อฝึกประสบการณ์การทำอาหารยำประเภทต่าง ๆ 2.2 เพื่อฝึกทักษะอาชีพและสร้างเจตคติที่ดีในการประกอบอาชีพสุจริต 2.3 เพื่อให้มีรายได้ระหว่างเรียน 3. เป้าหมายของโครงงาน 3.1 ระยะเวลาในการดำเนินงาน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 3.2 จัดจำหน่ายที่ โรงเรียนสะตอวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก ทุกวันศุกร์ เวลา 15.30 -16.30 น. และ สามารถสั่งจองได้ทางช่องทางออนไลน์ 3.3 ได้รับผลตอบแทนไม่น้อยกว่าร้อยละ 30
3 4. วิธีการดำเนินการโครงงาน ขั้นตอนดำเนินงาน 4.1 ขั้นเตรียมการ 4.1.1 ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการทำยำประเภทต่าง ๆ 4.1.2 สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ปกครอง และครูที่ปรึกษาโดยการไปสอบถาม 4.1.3 ศึกษาลู่ทางความเป็นไปได้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น โดยพิจารณาจาก สภาพแวดล้อมภายในและสภาพแวดล้อมภายนอก 4.1.4 กำหนดวางแผนงานโดยการจำหน่ายยำเขย่าพร้อมจัดทำงบประมานการลงทุน และ งบประมาณรายรับ 4.1.5 เสนอโครงงานยำเขย่า อร่อยสงาด เพื่อขออนุมัติดำเนินการ 4.2 ขั้นดำเนินการ 4.2.1 จัดเตรียมสถานที่สำหรับการทำโครงงานยำเขย่า อร่อยสงาด 4.2.2 พิจารณาทางเลือกในการระดมเงินทุนจากสมาชิกในกลุ่ม 4.2.3 จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์สำหรับการทำยำเขย่า และออกแบบบรรจุภัณฑ์โลโก้ให้มี ความน่าสนใจ 4.2.4 จัดจำหน่ายตามแผนปฏิบัติการ 4.2.5 จัดทำแฟ้มโครงงานอาชีพสำหรับบันทึกผลการปฏิบัติงาน 4.2.6 ปฏิบัติการขายตามตารางการปฏิบัติงานที่กำหนดไว้ 4.2.7 บันทึกผลการปฏิบัติงาน 4.2.8 ทำบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงงาน 4.2.9 รับการนิเทศการปฏิบัติโครงงาน 4.3 ขั้นสรุปผล 4.3.1 ติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงงานยำเขย่า อร่อยสงาด โดยการเปรียบเทียบ งบประมาณการลงทุนและงบประมาณรายรับกับผลการปฏิบัติงานจริงในแต่ละครั้งหรือ ในแต่ละสัปดาห์ 4.3.2 อภิปรายสรุปผลการดำเนินโครงงานยำเขย่า อร่อยสงาด 4.3.3 นำเสนอโครงงาน 5. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 5.1 ได้เรียนรู้ขั้นตอนการทำยำประเภทต่าง ๆ ตลอดจนการเลือกวัตถุดิบที่นำมาทำยำประเภทต่าง ๆ 5.2 สามารถออกแบบบรรจุภัณฑ์และโลโก้เพื่อจำหน่ายได้อย่างน่าสนใจ 5.3 สามารถนำไปประกอบอาชีพในอนาคตได้ 5.4 ทำให้เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการเรียนวิชาโครงงานอาชีพ
4 6. การติดตามและประเมินผล 6.1 การประเมินผลก่อนทำโครงงาน 6.1.1 ประเมินผลและตัดสินใจการลงทุนในโครงงานด้วยการสำรวจความสนใจและความพร้อม ของ สมาชิกในกลุ่มโดยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน 6.2 การประเมินผลระหว่างการทำโครงงาน 6.2.1 จัดทำงบกำไรขาดทุนประจำสัปดาห์เพื่อสรุปผลการดำเนินโครงงานว่ามีผลกำไรหรือขาดทุน 7. งบประประมาณและทรัพยากร 7.1 แหล่งที่มาของเงินทุน 7.1.1 ระดมทุนกับสมาชิกในกลุ่มคนละ 300 บาท จำนวน 3 คน เป็นเงิน 900 บาท 7.2 รายละเอียดงบประมาณ 7.2.1 งบประมาณรายรับ 6,000 บาท (ตลอดโครงการ) 7.2.2 งบประมาณการลงทุน 4,425 บาท (ตลอดโครงการ) 8. ปัญหาหรืออุปสรรคที่คาดว่าอาจเกิดขึ้น 8.1 รสชาติของน้ำยำไม่คงที่ เนื่องจากมีเพิ่มลดปริมาณ รสชาติของมะนาว หรือปลาร้าที่ใช้ 8.2 ราคาวัตถุดิบในแต่ละครั้งอาจมีขึ้นลง 8.2 อาจมีสินค้าเหลือจากการจำหน่าย 9. นิยามศัพท์ 9.1 การยำ หมายถึงการนำผักต่าง ๆ เนื้อสัตว์ และน้ำปรุงรส มาเคล้าเข้าด้วยกันเบาๆ จนให้รสซึม ซาบเสมอกัน ยำของไทยมีรสหลักอยู่ 3 รส คือ เปรี้ยว เค็ม หวาน สำหรับน้ำปรุงรสจะราดก่อนเวลารับประทาน เล็กน้อย ทั้งนี้เพื่อให้ยำมีรสชาติดี 9.2 เขย่า หมายถึง อาการที่จับสิ่งใดสั่นหรือยกขึ้นยกลงเร็ว ๆ เพื่อให้สิ่งนั้นกระเทือนหรือเคลื่อนไหว 9.3 ยำเขย่า หมายถึงการนำผักต่าง ๆ เนื้อสัตว์ และน้ำปรุงรส มาบรรจุใส่แก้วพลาสติก ปิดฝา เขย่าให้ เข้ากันก่อนรับประทาน
5 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาโครงงานอาชีพเรื่อง “ยำเขย่า อร่อยสงาด” ผู้จัดทำได้รวบรวมแนวคิดต่าง ๆ จาก เอกสารที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ 2.1 ความหมายและความสำคัญของอาหารยำ 2.2 ทำไมต้องยำเขย่า 2.3 เคล็ดลับในการทำยำ 2.4 ส่วนผสมในการทำยำเขย่า 2.4.1 เนื้อสัตว์และอาหารแปรรูป 2.4.2 สมุนไพร ผัก และผลไม้ 2.4.3 เครื่องปรุงรสที่ทำให้เกิดรสชาติ 2.5 น้ำยำใส 2.6 น้ำยำน้ำปลาร้า 2.7 ยำวุ้นเส้น 2.8 ยำมาม่า (บะหมี่กึ่งสำเร็จ) 2.9 บรรจุภัณฑ์ 2.10 บรรจุภัณฑ์แบบแก้วพลาสติก 2.1 ความหมายและความสำคัญของอาหารยำ การยำ หมายถึงการนำผักต่าง ๆ เนื้อสัตว์ และน้ำปรุงรส มาเคล้าเข้าด้วยกันเบาๆ จนให้รสซึมซาบเสมอ กัน ยำของไทยมีรสหลักอยู่ 3 รส คือ เปรี้ยว เค็ม หวาน สำหรับน้ำปรุงรสจะราดก่อนเวลารับประทานเล็กน้อย ทั้งนี้เพื่อให้ยำมีรสชาติดี เอกลักษณ์ของอาหารยำ คือ รสชาติจัดจ้าน ไขมันต่ำ เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ คำว่า ยำ มีความ หวายว่า เคล้าคละ ปะปน ยำ อาหารยำ เช่น ยำวุ้นเส้น ยำเล็บมือนาง ยำปลากรอบ เป็นต้น
6 หลักง่ายๆ ของการทำ ‘ยำ’ การจะทำยำให้อร่อยนั้น หลักๆ เลยคือเครื่องปรุงที่ใช้ต้องสดใหม่ มีหลักการยำที่ถูกต้อง และที่สำคัญ รสมือต้องได้ เพียงเท่านี้ยำก็จะมีรสชาติที่อร่อย อาหารจานยำยังต้อง กินทันทีทันใดไม่ควรปล่อยทิ้งนานเกินรอ เพราะจะทำให้ยำเซ็งเอาได้ง่ายๆ ปัจจัยหลักของการทำยำมีอยู่ 4 อย่าง โดยเหล่านี้จะเป็นเครื่องชูรสให้ยำแต่ละจานมีเอกลักษณ์และรสชาติเป็นของตัวเอง ความสำคัญของเมนูยำ อาหารประเภทยำ ส่วนใหญ่เป็น ผักและเนื้อสัตว์ ใช้การลวกผักและเนื้อสัตว์ ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงให้มี รสชาติ เป็น เทคนิคการทำอาหาร ที่ไม่ใช้ การผัด การทอด ทำให้เมนูยำ มีไขมันต่ำ ไม่ทำให้อ้วน เหมาะสำหรับ คนรักสุขภาพ ต้องการควบคุมน้ำหนักตัว อาหารยำจึง เป็น อาหารที่เหมาะสำหรับการกินในทุกช่วงเวลา ทั้ง เป็นอาหารหลัก และเป็นอาหารสำหรับวันงานสังสรรค์ ประโยชน์ของอาหารประเภทยำ • อาหารยำจะมีรสชาติ เผ็ด ซึ่งสิ่งสำคัญ คือ ช่วยเรื่องการขัยของเสียออกจากร่ายกายทางผิวหนัง ออกมา เป็นเหงื่อ • เมนูยำต้องมีพริกเป็นส่วนประกอบ ซึ่ง สรรพคุณของพริกขี้หนู คือ ช่วยเจริญอาหารและรักษาอาการ อาเจียน รักษาโรคหิด กลาก รักษาโรคบิดสรรพคุณของมะนาว มะนาวมีวิตามินเอและซี รวมทั้งมีธาตุ แคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงกว่าในน้ำมะนาว มีสรรพคุณทางยาคือ เปลือกผล มีรสขม ช่วยขับลม รักษา อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด • เมนูยำ ส่วนใหญ่มี มะเขือเทศ ซึ่งมะเขือเทศเป็นพืชที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินต่างๆ เช่น เอ ซี และอี เป็นต้น สรรพคุณสำคัญของมะเขือเทศ คือ ช่วยเสริมสร้างพลังงาน ช่วยกำจัดสารพิษออกจาก ร่างกาย ทำให้ผิวสวย • ขึ้นฉ่าย ที่เป็นส่วนประกอบของยำ ทำให้มีกลิ่นหอม เป็นผักที่มีโพแทสเซียมสูง ช่วยในการขยายหลอด เลือด ป้องกันการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด ช่วยในการปรับสมดุลของกรดและด่างในเลือด ด้วย 2.2 ทำไมต้องยำเขย่า เทียบชัดๆ 3 เมนูยอดฮิต ก๋วยเตี๋ยว ยำ ส้มตำ ธุรกิจไหนคนสนใจมากสุด ถ้าพูดถึงอาหารยอดฮิต 3 อันดับแรกที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยและถูกนึกถึงกันมากต้องยกให้กับ "ก๋วยเตี๋ยว" "ยำ" และ "ส้มตำ" เลย จนทำให้หลายคนหันมาเปิดธุรกิจเหล่านี้ค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นอาหารที่ ผู้คนนิยมรับประทานกันมากในประเทศ จนเรียกว่าเป็นอาหารหลักเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะอาหารประเภทยำที่บู มมากในช่วงที่ผ่านมา วันนี้เราเลยนำข้อมูลมาบอกให้ทุกคนได้รู้กัน ซึ่งของมูลนี้ได้เอามาจาก Google Trend ประเทศไทย และ Google Trend เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีควรรู้ เพราะว่าสามารถบ่งบอกถึงความสนใจของ ผู้บริโภคในช่วงเวลานนั้นได้ และจะเป็นประโยชน์กับธุรกิจเป็นอย่างมาก ถ้ามีข้อมูลเหล่านี้ใช้ในการประกอบ ธุรกิจ เช่น ธุรกิจไหนที่อยากออกสินค้าตัวใหม่ขึ้นมาแล้วยังไม่รู้ข้อมูลมากพอ ลองเอาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวกับสินค้าไป ค้นหา คุณก็จะรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายมีความสนใจสินค้าประเภทนั้นอย่างไร เขาค้นหาอะไรบ้างที่เกี่ยวกับสินค้า ประเภทนั้นบ้าง เป็นต้น
7 อันดับแรก คือ ก๋วยเตี๋ยว มีคนให้ความสนใจมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 1 ปี คิดเป็น 58 % ของการค้นหาจากคนไทย อันดับสอง คือ ยำ มีคนให้ความสนใจรองลงมาเป็นอับดับสองในช่วงที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 1 ปี คิด เป็น 26% ของการค้นหาจากคนไทย และคำค้นหาที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับยำที่ติดอันดับ 3 แรก คือ 1. ยำแซ่บซิ่ง ที่คนให้ความสนใจร้านนี้ก็เพราะว่าเหล่ายูทูปเบอร์ไปรีวิว และโด่งดังมากใน TikTok และนี่ทำ ให้คนสนใจร้านนี้เป็นอับดับแรกของคีย์เวิร์ดว่า ยำ 2. ยำเขย่า คนให้ความสนใจคีย์เวิร์ดนี้ก็เพราะว่าเป็นไอเดียในการทำธุรกิจง่ายๆ ที่ได้กำไร ทำให้คนสนใจ อยากที่จะเอาเมนูนี้มาทำชีพเสริมกันมากขึ้น คีย์เวิร์ดนี้จึงเป็นสิ่งที่คนสนใจในช่วงที่ผ่านมา 3. ยำวุ้นเส้นกี่แคล จากคีย์เวิร์ดนี้จะเห็นได้ว่าผู้บริโภคใส่ใจในสุขภาพ ดังนั้นธุรกิจต้องใส่ใจสุภาพของ ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ถ้าต้องการจะเจาะลูกค้ากลุ่มนี้ อันดับสาม คือ ส้มตำ มีคนให้ความสนใจเป็นอับดับสามในช่วงที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 1 ปี คิดเป็น 16% ของการค้นหาจากคนไทย 2.3 เคล็ดลับในการทำยำ หัวใจหลักของยำ ก็คือน้ำยำที่รสชาติกลมกล่อม ไม่โดดไปทางใดทางหนึ่งจนเกินไป และ ส่วนประกอบที่จะทำให้ยำเกิดรสชาติที่กลมกล่อมครบทั้ง 3 รสก็คือวัตถุดิบหลักๆ ที่ทำให้เกิดทั้ง 3 รสชาติ ได้แก่ ‘ความเปรี้ยว’ ได้จากน้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก และน้ำส้มสายชู ‘ความเค็ม’ ได้จาก น้ำปลาและเกลือสมุทร ที่ให้รสชาติแตกต่างกัน ความเค็มจากน้ำปลาจะให้รสชาติเค็มนำ หอมตาม ส่วน ความเค็มจากเกลือสมุทรจะให้รสชาติที่อ่อนกว่า และมีความกลมกล่อมมากกว่า และ ‘ความหวาน’ ได้ จากน้ำตาลทรายและน้ำตาลมะพร้าว ซึ่งก็เหมือนกับความเค็มคือรสชาติแตกต่างกัน น้ำตาลทรายให้ ความหวานแหลม ส่วนน้ำตาลมะพร้าวให้ความหวานกลมกล่อมและมีกลิ่นหอมกว่า รสชาติทั้ง 3 นี้ เมื่อ ใส่ในปริมาณที่เป็นสัดส่วน ก็จะได้รสชาติที่อร่อยอย่างลงตัว
8 หลักพื้นฐานของการทำยำนั้นมีสัดส่วนในการผสมน้ำยำให้อร่อยแบบไม่ต้องยุ่งยากด้วย สูตร 2 : 1 : ½ (เปรี้ยว : เค็ม : หวาน) สัดส่วนนี้เอาไปยำกับอะไรก็อร่อย และจะเพิ่มความพิเศษลงไปใน น้ำยำก็เพิ่มได้ตามชอบ เคล็ดลับการทำอาหารประเภทยำ 1. เลือกใช้ส่วนผสมที่ดีมีความใหม่ สด และสะอาด เช่น เนื้อสดไม่มีกลิ่นเหม็น ผักสดอ่อนเก็บมาใหม่ๆ เครื่องปรุงรสต่าง ๆ ไม่มีกลิ่นเหม็น สีของเครื่องปรุงไม่ผิดเพี้ยนไปจากลักษณะของเดิม 2. เตรียมส่วนผสมให้พร้อม โดยคำนึงถึงความสะอาด ถ้าหากส่วนผสมไม่สดใหม่และสะอาดพอจะทำให้ ผู้บริโภคท้องเสียได้ง่าย เพราะยำเป็นอาหารที่มีรสจัด 3. การผสมยำควรคลุกเคล้าเบา ๆ ไม่หนักมือ มิฉะนั้นจะทำให้ผักช้ำได้ง่าย หรือคลุกส่วนประกอบ เนื้อสัตว์และส่วนอื่น ๆ ให้เข้ากัน ใส่ผักเคล้าเบา ๆ พอเข้ากัน 4. ผักสดหรือผักลวกที่ตัดตกแต่งและล้างทำความสะอาดแล้ว ควรผึ่งให้สะเด็ดน้ำ เมื่อเวลาที่จะทำยำจะ ได้ไม่มีน้ำมาก รสชาติของยำจะได้ไม่เสีย 5. การทำอาหารจานยำ เมื่อยำเสร็จแล้วควรจะจัดเสิร์ฟทันทีเพื่อไม่ให้ยำนั้น “เซ็ง” จึงควรเตรียม ส่วนผสมให้พร้อมที่จะปรุงยำ 6. การปรุงยำให้ได้รสอร่อย จะต้องทำให้ได้ 3 รส คือ เปรี้ยว เค็ม หวาน ยำไทยบางชนิดจะได้รสเปรี้ยว นำ และในบางชนิดก็หวานนำ ดังนั้นผู้ประกอบการอาหารจะต้องทราบถึงลักษณะยำในแต่ละลักษณะ เช่น ยำที่ ใส่กะทิส่วนใหญ่จะมีรสหวานนำเล็กน้อย 7. การรักษาความสะอาดในการยำ เช่น เครื่องปรุงบางอย่างที่ควรทำให้สุก ก็ควรทำให้สุกเสียก่อน เช่น น้ำมะขามเปียก ควรใช้น้ำสุกคั้นหรือนำไปต้มให้เดือด 8. เครื่องยำควรหั่นให้ค่อนข้างละเอียดฝอย สำหรับคลุกเคล้ากันได้ง่าย และเข้ากับน้ำคลุกได้ดีกว่าการ หั่นหยาบชิ้นโตๆ
9 9. ของกรอบสำหรับโรยหน้ายำบางชนิดควรโรยทีหลัง มิฉะนั้นจะทำให้แฉะ หายกรอบ เช่น หอมเจียว กระเทียมเจียว ถั่วลิสงคั่ว งาคั่ว เป็นต้น 2.4 ส่วนผสมในการทำยำเขย่า 2.4.1 เนื้อสัตว์และอาหารแปรรูป กุ้ง หอย ปู ปลา เนื้อหมู ไส้กรอก ลูกชิ้นต่าง ๆ ปูอัด เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถือเป็นตัวชูโรงของจานยำ ก็ว่าได้ เพราะยำแต่ละประเภทก็จะจำแนกแยกเรียกชื่อตามเนื้อสัตว์นำมายำ สิ่งสำคัญหนีไม่พ้นเรื่อง ความสดใหม่ของวัตถุดิบเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารทะเล เพราะบางครั้งเรามักนำอาหารทะเลมา ยำแบบสดๆ หรือนำมาดองก่อนแล้วค่อยนำไปยำ จึงต้องใช้วัตถุดิบที่สดเพื่อได้รสชาติหวานของอาหาร ทะเล 2.4.2 สมุนไพร ผัก และผลไม้ พืชผักสมุนไพรที่ใช้ใส่ในยำมีหลากหลาย บางชนิดก็ใส่แบบสดๆ นำมาซอยมาหั่นให้เป็นชิ้น พอเหมาะ หรือบางชนิดก็นำไปลวกก่อนจะนำมาปรุง ขึ้นกับประเภทของยำนั้น ๆ โดยผักและสมุนไพรที่ มักนำมาใส่ในยำก็ได้แก่ มะเขือเทศ กะหล่ำปลี ผักกาดหอม หอมใหญ่ ตะไคร้ พริกขี้หนู ขิง หอมแดง ซึ่ง ผักจำพวกนี้จะเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมของยำได้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงผักโรยที่เอาไว้โรยหน้ายำ อาทิ ผักชี ขึ้นฉ่าย สะระแหน่ ผักโรยเหล่านี้มักจะใส่หลังสุดคลุกเคล้ายำให้เสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยโรยลงไป เพื่อผัก โรยจะได้ไม่ช้ำ ส่วนผลไม้ที่ใส่ในยำนั้น ส่วนมากเป็นการใส่เพื่อให้ได้รสชาติเฉพาะมากยิ่งขึ้น เช่นมะม่วง เปรี้ยว มะขามอ่อน มะดัน ตะลิงปลิง หรือแม้กระทั่งมะเฟือง ผลไม้เหล่านี้ให้รสเปรี้ยวที่เป็นธรรมชาติ กินแล้วทำให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้น สมุนไพรที่ใช้ในการยำ รวมไปถึงผักที่เสริมประโยชน์ให้กับเมนูยำ ล้วนแล้วแต่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งนั้น ผักและสมุนไพรไทยที่เรานิยมใส่ลงไปในเมนูยำ มีสรรพคุณช่วยเราดูแลสุขภาพดังนี้ 1. หัวหอมใหญ่ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ และยังสามารถขับสารพิษทั้งที่เป็นโลหะหนักและพยาธิ มีเควอเซทินซึ่ง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แล้วยังช่วยลดคอเลสเตอรอลและความดันเลือดได้อีกด้วย 2. ขึ้นฉ่าย เพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติจึงนิยมใส่ในเมนูยำ หลักๆ แล้วช่วยกลบกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ มี สรรพคุณคล้ายกับหัวหอมใหญ่ช่วยลดคอเลสเตอรอลและปรับระดับความดันเลือดให้เป็นปกติ และยังอุดมไป ด้วยแคลเซียม ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง
10 3. พริก ประโยชน์ของพริกคือตัวช่วยในการชะลอวัยเพราะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ทานแล้วยังช่วยให้ อารมณ์ดี รวมไปถึงมีวิตามินซีที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนในร่างกาย 4. กะหล่ำปลีผักที่ควรคู่อยู่ในทุกเมนูยำ ไม่เว้นแม้แต่ยำมาม่า นั่นก็เพราะกะหล่ำปลี มีกรดทาร์ทาริก ช่วยยับยั้งและขัดขวางไม่ให้น้ำตาลและแป้งกลายเป็นไขมัน มีส่วนในการช่วยลดน้ำหนัก กะหล่ำปลีดิบได้วิตามิน ซี 5. มะเขือเทศ มีวิตามินซี วิตามิเอ วิตามินเค วิตามินพี วิตามินบี1 วิตามินบี2 และแร่ธาตุต่าง ๆ อีกมาก ที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด ขับปัสสาวะ และรักษาความดัน 2.4.3 เครื่องปรุงรสที่ทำให้เกิดรสชาติ ลักษณะของน้ำยำแบ่งออกเป็นหลายอย่าง แต่โดยพื้นฐาน ส่วนประกอบของน้ำยำก็จะมี กระเทียม พริก น้ำตาล น้ำปลา น้ำมะนาว โดยสามารถปรับเปลี่ยนวัตถุดิบในน้ำยำไปตามชนิดของยำ เช่น สามารถใช้น้ำตาลมะพร้าว กระเทียมโทน น้ำมะขามเปียกแทนรสชาตินั้น ๆ ได้น้ำยำยังสามารถทำ เก็บไว้ล่วงหน้าได้ ทำเสร็จก็ใส่ขวดโหลหรือภาชนะสะอาด ปิดให้มิดชิด แล้วนำไปแช่ตู่เย็น เก็บไว้ได้หลาย วัน 2.5 น้ำยำใส/น้ำยำกระเทียมดอง เป็นน้ำยำสูตรที่คนนิยมทำกันโดยทั่วไป โดยได้ความเค็มจากน้ำปลา หวานจากน้ำตาลทรายหรือน้ำตาล ปี๊บ เปรี้ยวจากมะนาว บางสูตรได้รชาติเปรี้ยวหวานจากน้ำกระเทียมดองด้วย และเผ็ดจากพริกสด ปรับเปลี่ยน เพียงแค่วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการทำยำเท่านั้น น้ำยำกระเทียมดอง น้ำยำที่ใส่น้ำกระเทียมดองลงไปเพื่อเพิ่มความหวานละมุนและความนัว เป็นอีกหนึ่งสูตรพื้นฐานที่ ใช้น้ำกระเทียมดองมาเป็นหลัก บวกความเผ็ดร้อนจากพริกจินดาแดง ทำให้น้ำยำออกมาสีสวยน่า รับประทาน เพิ่มรสเค็มเปรี้ยวด้วยน้ำปลาและน้ำมะนาวสดๆ น้ำยำกระเทียมดองสามารถนำไปยำกับ วัตถุดิบได้หลายชนิด เช่น วุ้นเส้น เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารทะเล โดยเมนูที่เหมาะสำหรับน้ำยำ ประเภทนี้ ได้แก่ ยำคะน้ากุ้งสด ยำหมึก ยำวุ้นเส้นทะเล ยำมาม่า ยำเห็ดนางฟ้า
11 วัตถุดิบ (สำหรับ 1 ที่) • พริกจินดาแดงซอย 8 เม็ด • น้ำตาลปี๊บ ½ ช้อนชา • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ นำน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมะนาวใส่ลงในชามผสมคนให้น้ำตาลละลายใส่พริกจินดาแดงซอย ลงไปในชามคนให้เข้ากัน เท่านี้ก็นำไปคลุกกับวัตถุดิบอื่น ๆ ได้เลย ตัวอย่างเมนู ยำวุ้นเส้น ยำหมูยอ ยำเล็บมือนาง ยำเส้นมาม่า ยำแซลมอน ยำไข่ดาว เป็นต้น
12 2.6 น้ำยำน้ำปลาร้า น้ำปลาร้าก็สามารถนำมาทำน้ำยำได้เช่นกัน แต่ต้องเป็นน้ำปลาร้าที่ต้มสุกแล้ว ใช้มะนาว น้ำตาล มะพร้าว น้ำปลาร้าหอมๆ โขลกพริกจินดาแดงและกระเทียมเข้าด้วยกัน ผสมกับน้ำยำ คนให้เข้ากัน มีรส เค็ม เปรี้ยว หวาน และเผ็ด เหมาะสำหรับยำอาหารทะเลสดๆ เช่น กุ้งสด ปูม้า ปูทะเล หอยโข่ง หอยแครง กุ้งเต้น และผลไม้รสเปรี้ยว อาทิ มะม่วงเปรี้ยว มะยม มะดัน มะกอก หรือจะยำกับเส้น ขนมจีนก็อร่อยเด็ด ส่วนผสม น้ำยำปลาร้า • น้ำมะขามเปียก 5 ทัพพี • น้ำปลาร้า 5 ทัพพี • น้ำตาลเคี่ยว 4 ช้อนโต๊ะ • ซอสพริก 1 ถ้วย • น้ำปลา 2 ทัพพี • พริกแห้งปั่น • พริกแดงจินดาปั่น • มะนาวสด 1-2 ลูก • สามารถใส่ผงนัวได้ตามชอบ วิธีทำ น้ำยำปลาร้า 1. เตรียมอ่างผสมหรือหม้อสำหรับผสมน้ำยำ จากนั้นใส่น้ำมะขามเปียกต้มสุกลงไป 2. ใส่น้ำปลาร้าต้มสุก หรือน้ำปลาร้าชนิดขวด แล้วคนผสมให้เข้ากัน 3. จากนั้นใส่น้ำตาลเคี่ยว (น้ำตาลมะพร้าว หรือน้ำตาลปี้บ 1 กิโลกรัม : น้ำเปล่า 2-3 ช้อนโต๊ะ) ตาม ด้วยน้ำปลาแล้วคนให้น้ำตาลเข้ากันกับน้ำปลาร้า 4. ใส่ซอสพริก เพื่อเพิ่มความเข้มข้น และเพิ่มสีสันให้น้ำยำ ตามด้วยพริกแห้งปั่น และพริกแดงจินดาปั่น แล้วผสมให้เข้ากัน 5. บีบน้ำมะนาวตามลงไป และใส่ผิวลงไปในชามผสมด้วย คนให้เข้ากัน พร้อมนำไปทำยำ
13 2.7 ยำวุ้นเส้น เป็นที่มียำรสเปรี้ยวนำมีส่วนประกอบของวุ้นเส้นลากซุงตามมาด้วยเช่น หมูสับ กุ้งสด ฯลฯ และผัก เป็นส่วนประกอบ หัวหอม ใบขึ้นฉ่าย 3 รสประกอบด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทรายกับพริกขี้หนูมีรสเปรี้ยว เค็มหวาน เทคโนโลยีประกอบอาหาร : ถ้าชอบรสจัดเพิ่มพริกขี้หนูได้ ยำวุ้นเส้น ถ้าปรุงไว้นานจะไม่อร่อยเมื่อปรุงให้ควรรับประทานทันที ประโยชน์ของวัตถุดิบในยำวุ้นเส้น วัตุดิบหลักที่อยู่ในยำวุ้นเส้น คือ วุ้นเส้น ซึ่งเป็นเส้นที่ทำมาจากถั่วเขียว ทำให้เป็นเส้นที่อุดมไปด้วย สารอาหารต่าง ๆ โดยเฉพาะโปรตีน นอกจากนี้ ยังอาจเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร วิตามินบี 6 ธาตุ เหล็ก โพแทสเซียม รวมถึงอาจมีน้ำตาลต่ำ ไม่มีกลูเตน และไม่มีไขมันอีกด้วย จึงเป็นเส้นที่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลัง ลดน้ำหนัก เพราะให้ทั้งพลังงานสูง และไม่ทำให้อ้วน นอกจากนี้พริกก็ยังเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่มีประโยชน์ต่อ ร่างกาย เพราะอาจช่วยในเรื่องของการนอนหลับ อาจส่งเสริมสุขภาพของหัวใจ และอาจช่วยรักษาระดับของ อินซูลินและน้ำตาลในเลือด สารอาหารสำคัญที่พบได้ในพริก เช่น สารแคปไซซิน (Capsaicin) อาจช่วยเพิ่ม กระบวนการเผาผลาญ และระงับความอยากอาหารได้ ดังนั้น ยำวุ้นเส้นอาจเป็นอาหารที่มีแคลอรี่น้อย และให้พลังงานสูง เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก แต่ ควรจะเลือกรับประทานอย่างพอดี เพราะในยำวุ้นเส้นมีกุ้งและปลาหมึกเป็นวัตถุดิบ ซึ่งอาจมีปริมาณแคลอรี่ที่ ค่อนข้างสูง รวมถึงควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาสมดุลและความแข็งแรงของร่างกาย คุณค่าทางอาหารของยำวุ้นเส้น 1 จาน พลังงาน 409.47 แคลอรี ไขมัน 2.73 มก.. โปรตีน 21.56 มก. เส้นใยอาหาร 1.30 มก. วิตามินเอ 162.92 ไมโครอินเรล แคลเซียม 135.98 มก.
14 ส่วนผสม ยำวุ้นเส้น (สำหรับ 3 ที่) 1. วุ้นเส้น 100 กรัม แช่น้ำให้นิ่ม 2. เห็ดหูหนูขาว 1/2 ถ้วยตวง 3. กุ้งสด 6-8 ตัว 4. ปลาหมึก 60 กรัม 5. หมูสับ 150 กรัม 6. มะเขือเทศ 1 ลูก 7. หอมหัวใหญ่ 1/2 หัว 8. ต้นหอม 1 ต้น 9. ขึ้นฉ่าย 1 ต้น ส่วนผสมสำหรับน้ำยำ 1. กระเทียมไทย 5-6 กลีบ 2. พริกขี้หนูแดง 8-10 เม็ด 3. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ 4. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ 5. น้ำมะนาว 3-4 ช้อนโต๊ะ วิธีทำยำวุ้นเส้น 1. นำหมูสับมารวนให้สุก โดยใส่น้ำเปล่ากับผงปรุงรสนิดหน่อย เพื่อเพิ่มรสชาติให้เนื้อหมู 2. ต้มน้ำเปล่าให้เดือด ใส่วุ้นเส้นลงไปลวกให้สุก แล้วพักไว้ให้เย็น ถ้าใครอยากให้เส้นดึ๋ง ๆ ตลอด หลังจาก ลวกเส้นเสร็จแล้วให้เอาไปล้างน้ำเย็นสัก 2 น้ำ 3. ต้มน้ำกระเทียมดอง ใส่ผงน้ำยำและพริกสดโขลกคนให้เข้ากัน 4. ใส่หมูสับ วุ้นเส้น หมูยอ ขึ้นฉ่าย หอมใหญ่ และมะเขือเทศลงไปคลุกเคล้ากับน้ำยำ ปรุงรสด้วยน้ำปลา พร้อมเสิร์ฟ 2.4 ยำม่ามา (บะหมี่กึ่งสำเร็จ) ยำมาม่า มีแคลลอรี่ 215 กิโลแคลลอรี่ หากลดเนื้อสัตว์ เพิ่มผักและสมุนไพรต่างๆ เข้าไปก็จะยิ่งได้ ประโยชน์
15 คุณค่าทางสารอาหารที่เมนูยำมาม่า 1. หอมใหญ่เป็นผักที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยอุดมไปด้วยวิตามินซี และมีสารเคอร์ซีทินซึ่งเป็นสารต้าน อนุมูลอิสระลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ 2. ขึ้นฉ่าย เป็นผักที่มีฤทธิ์ช่วยในการลดความดันโลหิต ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมัน ทั้ง คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ นอกจากนี้ ยังมีสารอนุมูลอิสระที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ได้ อีกมากมาย 3. แครอท ช่วยป้องกันผิวจากแสงแดด บำรุงกระดูกและฟัน พร้อมช่วยให้ผิวมีความเปล่งปลั่งสดใส กว่าเดิม อีกทั้งยังเป็นผักที่มีเส้นใยเป็นส่วนประกอบหลัก จึงช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. เนื้อสัตว์ที่อยู่ในยำมาม่ารวมมิตร เปี่ยมด้วยโปรตีนซึ่งมีคุณค่าทางสารอาหาร ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่ สึกหรอ และเสริมสร้างกล้ามเนื้อของร่างกาย ในเนื้อกุ้งมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ลดการเกิดโรค กระดูกพรุนได้ ส่วนปลาหมึกเป็นอาหารทะเลที่เปี่ยมไปด้วยสารอาหารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งโอเม ก้าสาม วิตามินอี โปรตีน นอกจากนี้เนื้อหมูมีโปรตีน วิตามินบีหนึ่ง ไนอาซีน และฟอสฟอรัส ช่วยลดไขมัน ลด การอักเสบของผิว บำรุงสมอง ลดอาการเหน็บชา 5. เส้นมาม่ามีคาร์โบไฮเดรตและไขมัน อันเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย ซึ่งในส่วนประกอบของ เส้นมาม่าจะใช้แป้งสาลีเป็นหลัก และใช้น้ำมันปาล์มในการทอด และมีการเพิ่มสารอาหาร ได้แก่ ไอโอดีน วิตามิน เอ ธาตุเหล็ก ส่วนผสมสำหรับ 4 ที่ - มาม่า 3 ห่อ - หมูยอ 2 แท่ง - หมูบด 2 ขีด - มะเขือเทศ 2 ลูก - หอมใหญ่ 1 ลูก - ผักชี 5 ต้น - น้ำมะนาว 1 ชต. - พริกขี้หนู 10 เม็ด - น้ำซุป 5 ชต. - น้ำตาลทราย 1 ชต. - น้ำปลา 1 ชต.
16 วิธีทำ 1. ลวกมาม่าจนสุก พักไว้ในกระชอน 2. ลวกหมูยอ หมูสับจนสุก พักไว้ 3. ทำน้ำยำ ใส่เครื่องปรุงมาม่า มะนาว น้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำซุป พริกขี้หนูซอย คนให้เข้ากัน 4. เทลงในมาม่า และหมูบด คลุกให้เข้ากัน 5. ใส่ผัก คลุกให้เข้ากันอีกรอบ พร้อมเสิร์ฟ 2.9 บรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์หรือการบรรจุหีบห่อ หมายถึงศาสตร์และศิลป์ที่ใช้ในการบรรจุสินค้าโดยใช้เทคโนโลยีที่ ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อการคุ้มครองปกป้องสินค้าจากผู้ผลิตจนถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัยด้วย ต้นทุนการผลิตที่เหมาะสม จากความหมายพอสรุปได้ว่า บรรจุภัณฑ์หมายถึง เรื่องของวิทยาศาสตร์ และเรื่อง ของศิลปะที่ใช้เพื่อการบรรจุสินค้าโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและทำให้เกิดความเสียหายกับสิ่งแวดล้อม และ บรรจุภัณฑ์จะต้องปกป้องตัวสินค้าให้อยู่ในสภาพที่ดีจากแหล่งผลิตจนถึงมือลูกค้าโดยไม่ให้ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้บรรจุภัณฑ์จะต้องมีต้นทุนของการผลิตที่ไม่สูงจนเกินไป ความสำคัญของการบรรจุภัณฑ์ประเทศของเรามีสินค้ามีผลิตผลทางด้านการเกษตรกรรม และการ ประมงมากมาย เช่นผักสด ผลไม้สด และสินค้าที่เป็นอาหารจากทะเล สิ่งที่กล่าวมานี้จะได้รับความเสียหายมาก เนื่องจากสภาวะของอากาศ การบรรจุหีบห่อ และการขนส่งที่เหมาะสม มีส่วนที่จะช่วยลดความเสียหายเหล่านั้น ลงได้ซึ่งเป็นการช่วยให้ผลผลิต ที่กล่าวถึงมือผู้บริโภคในสภาพที่ดี และจะทำให้ขายได้ในราคาที่สูงอีกด้วย นอกจากนี้แล้วผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากอาหารแปรรูปถ้าการบรรจุภัณฑ์และการขนส่งที่ เหมาะสมมี ส่วนที่จะช่วยลดความเสียหายและสามารถ จำหน่ายได้ในราคาที่สูงเช่นกัน จะเห็นได้ว่าการบรรจุภัณฑ์นั้นมี ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อผลผลิตทั้งหลาย ซึ่งสามารถสรุปได้ ดังนี้ 1. รักษาคุณภาพ และปกป้องตัวสินค้า เริ่มตั้งแต่การขนส่ง การเก็บให้ ผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมิ ให้เสียหายจากการปนเปื้อนจากฝุ่นละออง แมลง คน ความชื้น ความร้อน แสงแดด และการ ปลอมปน เป็นต้น 2. ให้ความสะดวกในเรื่องการขนส่ง การจัดเก็บมีความรวดเร็วในการ ขนส่ง เพราะสามารถรวม หน่วย ของผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเป็นหน่วยเดียวได้ เช่น ผลไม้หลายผลนำลงบรรจุในลังเดียว หรือเครื่องดื่มที่เป็น ของเหลวสามารถบรรจุลงในกระป๋องหรือขวดได้เป็นต้น วัตถุประสงค์ของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ 1. เพื่อสร้างบรรจุภัณฑ์ให้สามารถเอื้อประโยชน์ด้านหน้าที่ใช้สอยได้ดี มีความปลอดภัย ประหยัด และมี ประสิทธิภาพ 2. เพื่อสร้างบรรจุภัณฑ์ให้สามารถสื่อสารและสร้างผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยใช้ความรู้แขนงศิลปะ เข้า มาสร้างคุณลักษณะ เช่น มีเอกลักษณ์มีลักษณะพิเศษที่ดึงดูดและสร้างการจดจำตลอดจนเข้าถึงความหมาย และ คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ 3. เพื่อปกป้องคุ้มครองและรักษาคุณภาพสินค้า
17 4. เป็นตัวชี้บ่งและสื่อสารรายละเอียดสินค้า ดึงดูดผู้บริโภค แสดงถึงภาพลักษณ์ 5. เป็นต้นทุนในการผลิตสินค้า เมื่อบรรจุภัณฑ์ดีย่อมมีส่วนช่วยให้มูลค่าสินค้าสูงขึ้น 2.9 บรรจุภัณฑ์แบบแก้วพลาสติก แก้วพลาสติก PET หรือ แก้วเพ็ท ทำจากพลาสติก โพลีเอทีลินเทอเรพทาเลท [ polyethylene Terephthalate] ซึ่งเป็นพลาสติกที่มีความโปร่งใส แข็งแรงทนทาน เหนียว ไม่แตก สามารถป้องกันการซึม ผ่านของก๊าซ [Gas] ได้ดีและทนต่อุณหภูมิได้ไม่เกิน 70 ถึง 100 องศาเซลเซียส มีความใสที่ใกลเคียงกับขวด แก้ว แต่มีน้ำหนักเบา และมีราคาที่ถูกกว่าแก้ว นิยมใช้เป็น แก้วกาแฟเย็น บรรจุน้ำอัดลม น้ำดื่ม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คุณสมบัติของแก้วพลาสติก PET แก้วพลาสติกPET หรือ เรียกอีกอย่างว่า แก้วเพ็ท คุณสมบัติของแก้วพลาสติกเพ็ต คือ เนื้อพลาสติกใส ไม่ขุ่นเหมือนแก้วพลาสติกแบบ PP แก้วพลาสติกPET จะมีความเหนียวไม่แตกจึงเป็นที่ยมใช้มากกว่า และ แตกต่างจากแก้วพลาสติกแบบ GPPS ที่มีความใส แต่เปราะและแตกง่าย มากไปกว่านั้นแก้วพลาสติก PET ยัง เก็บความเย็นได้นานกว่าแก้วพลาสติกประเภทอื่นๆ จึงทำให้เครื่องดื่มเย็นเสียรสชาติได้ช้ากว่าจากการละลาย ของน้ำแข็ง ทั้งยังสร้างภาพลักษณ์ให้ร้านกาแฟของคุณดูดีขึ้นอีกด้วย คุณสมบัติของ แก้วพลาสติก • แก้วพลาสติกทั่วไปมีราคาที่ค่อนข้างถูกกว่าบรรจุภัณฑ์กระดาษ • ตัวพลาสติกมีคุณสมบัติที่เหนียว น้ำหนักเบา • พลาสติกทำให้ตัวบรรจุภัณฑ์ไม่นำความร้อนและกระแสไฟฟ้า • แก้วพลาสติกสามารถป้องกันการรั่วซึมของอากาศ และน้ำได้ดี • แก้วพลาสติกยังมีความสามารถทนทานต่อความชื้นและสภาพอากาศได้ ทั้งยังไม่เป็นสนิม • สามารถพิมพ์ลวดลายต่างๆลงบนบรรจุภัณฑ์ได้เช่นกัน พลาสติก PET ในปัจจุบันเป็นเพียงพลาสติกชนิดเดียวเท่านั้นที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100%
18 ข้อดีของแก้วพลาสติก • สามารถบรรจุเครื่องดื่มทั่วไปได้ • เหมาะกับธุรกิจขายอาหารเครื่องดื่ม • ไม่เสี่ยงต่อการแตก ทำให้เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค • มีน้ำหนักเบา • จัดเก็บง่ายสามารถนำมาเรียกซ้อนกันได้ • มีราคาถูก เหมาะกับจัดงานเลี้ยง • มีหลายขนาด ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม • แก้วมีความโปร่งแสง สามารถมองเห็นเครื่องดื่มภายในแก้วได้อย่างชัดเจน
19 บทที่ 3 วิธีการดำเนินงานโครงงาน ขั้นตอนการดำเนินโครงงาน 3.1 วิเคราะห์ตนเองเกี่ยวกับการเลือกโครงงานและปรึกษา อภิปรายกลุ่มเพื่อเลือกโครงงาน 3.2 วางแผนงบประมาณการลงทุน 3.3 การวางแผนการทำโครงงาน 3.4 วิธีการปฏิบัติงานโครงงาน 3.4.1 การค้นคว้าข้อมูล 3.4.2 รวบรวมข้อมูล และอภิปรายสรุปประเด็นจากข้อมูลที่ได้ 3.4.3 ขั้นตอนการทำงาน 3.1 วิเคราะห์ตนเองเกี่ยวกับการเลือกโครงงานและปรึกษา อภิปรายกลุ่มเพื่อเลือกโครงงาน
20 ภาพที่ 1 แผนที่ความคิด วิเคราะห์ตนเองของสมาชิก
21 3.2 วางแผนงบประมาณการลงทุน
22 3.3 การวางแผนการทำโครงงาน
23 ภาพที่ 2 การวางแผนโครงงาน 3.4 วิธีการปฏิบัติงานโครงงาน 3.4.1 ศึกษาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ ดังนี้ 1) ค้นคว้าจากห้องสมุด หนังสือ นิตยสาร วารสาร 2) สืบค้นทางอินเตอร์เนต 3) สอบถามจากผู้รู้ ได้แก่ ครู ผู้ปกครอง ญาติ และ ผู้ใหญ่ในชุมชน ภาพที่ 3 สืบค้นทางอินเตอร์เนต 3.4.2 รวบรวมข้อมูล และอภิปรายสรุปประเด็นจากข้อมูลที่ได้ดังนี้ 1) ความหมายและความสำคัญของอาหารยำ 2) ทำไมต้องยำเขย่า 3) เคล็ดลับในการทำยำ 4) ส่วนผสมในการทำยำเขย่า 1. เนื้อสัตว์และอาหารแปรรูป 2. สมุนไพร ผัก และผลไม้
24 3. เครื่องปรุงรสที่ทำให้เกิดรสชาติ 5) น้ำยำใส 6) น้ำยำน้ำปลาร้า 7) ยำวุ้นเส้น 8) ยำมาม่า (บะหมี่กึ่งสำเร็จ) 9) บรรจุภัณฑ์ 10) บรรจุภัณฑ์แบบแก้วพลาสติก 3.4.3 ขั้นตอนการทำงาน ปฏิบัติงานโครงงาน ยำเขย่าตามสูตรต่าง ๆ โดยมีวิธีการดังนี้ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ 1. เตาแก๊ส 2. หม้อ 3. ชาม 4. ทัพพี 5. กระบวย 6. ช้อนตวง 7. ถ้วยตวง 8. กะละมัง 9. ถาด 10. มีด 11. เขียง 12. กระชอน 13. กล่องใส่อาหารมีฝาปิด 14. ขวดโหล 15. ตู้เย็น 16. ช้อนส้อม 17. แก้วพลาสติกพร้อมฝาโดม 18. ถ้วยน้ำจิ้มขนาด 1-2 ออนซ์ 19. สติกเกอร์โลโก้
25 ภาพที่ 4 หม้อ ภาพที่ 5 ช้อนตวง - ถ้วยตวง ภาพที่ 6 ทัพพี-กระบวย ภาพที่ 7 กระชอน ภาพที่ 8 ชาม ภาพที่ 9 ถาด ภาพที่ 10 มีด-เขียง ภาพที่ 11 กล่องใส่อาหารมีฝาปิด ภาพที่ 12 เตาแก๊ส
26 ภาพที่ 13 แก้วพลาสติกฝาโดม ขนาด 20 ออนซ์ ภาพที่ 14 ถ้วยน้ำจิ้มขนาด 1-2 ออนซ์ ภาพที่ 15 ส้อมพลาสติก ภาพที่ 16 สติกเกอร์โลโก้ ภาพที่ 17 ป้ายประชาสัมพันธ์ ภาพที่ 18 ป้ายราคา
27 การทำยำเขย่า ยำม่า/วุ้นเส้น น้ำยำใส/น้ำยำปลาร้า วัตถุดิบใน 1 สูตร ภาพที่ 19 วุ้นเส้นลวก ภาพที่ 20 บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ก้อนใส่ได้ 2 แก้วลวก ภาพที่ 21 ปูอัด ลูกชิ้นปลา หมูยอ ลูกชิ้นปลาหมึก หั่นชิ้นลวก ภาพที่ 22 หมูสับรวนสุก ภาพที่ 23 เห็ดหูหนูขาวลวก ภาพที่ 24 ข้าวโพดหวานต้ม ภาพที่ 25 ผักกาดหอมหั่น
28 ภาพที่ 26 หอมแขกซอย ภาพที่ 27 ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน ภาพที่ 28 มะเขือเทศหั่นชิ้น ภาพที่ 29 ผักชีฝรั่ง วัตถุดิบน้ำยำ/น้ำปลาร้า ภาพที่ 30 พริกขี้หนูจินดา ภาพที่ 31 มะนาว ภาพที่ 32 น้ำตาลทราย ภาพที่ 33 น้ำกระเทียมดอง ภาพที่ 34 น้ำปลา ภาพที่ 35 น้ำปลาร้า
29 บรรจุภัณฑ์ในการจัดจำหน่าย ภาพที่ 36 แก้วพลาสติกฝาโดม ขนาด 20 ออนซ์ ภาพที่ 37 ถ้วยน้ำจิ้มขนาด 1-2 ออนซ์ ภาพที่ 38 ส้อมพลาสติก ภาพที่ 39 สติกเกอร์โลโก้ ภาพที่ 40 ป้ายประชาสัมพันธ์ ภาพที่ 41 ป้ายราคา การเตรียมวัตถุดิบ ภาพที่ 42 ข้าวโพดหวานตำ ฝานเมล็ด ภาพที่ 43 มะเขือเทศหั่นเป็นชิ้น
30 ภาพที่ 44 หอมแขกซอยเล็ก ๆ ภาพที่ 45 ขึ้นฉ่ายหั่นเป็นท่อน ภาพที่ 46 ผักกาดหอมหั่นฝอย ภาพที่ 47 ลูกชิ้นปลาหมึกผ่า 4 ชิ้น/ลูก ภาพที่ 48 ลูกชิ้นปลาผ่าครึ่งลูก ภาพที่ 49 ปูอัดหั่นท่อน 3 ท่อน/ชิ้น ภาพที่50 หมูบดลวนให้สุก ภาพที่ 51 ลูกชิ้นลวกน้ำร้อน ภาพที่ 52 บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลวกพอสุก ภาพที่ 53 วุ้นเส้นลวกพอสุก
31 ภาพที่ 54 ขั้นตอนการทำน้ำยำใย/น้ำกระเทียมดอง น้ำยำใส/น้ำยำกระเทียมดอง ส่วนผสมน้ำยำใส 1. พริกขี้หนูจินดาตำละเอียด 8 เม็ด 2. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ 3. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ 4. น้ำกระเทียมดอง 2 ทัพพี 5. น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา วิธีทำน้ำยำใส/น้ำยำกระเทียมดอง ตำ/โขลก/ปั่น พริกแดงจินดาให้พอละเอียด บีบมะนาว เตรียมอ่างผสมหรือหม้อสำหรับผสมน้ำยำ นำ น้ำตาลทราย น้ำกระเทียมดอง น้ำปลา และน้ำมะนาวใส่ลงในชามผสมคนให้น้ำตาลละลายใส่พริกจินดาแดงลง ไปในชามคนให้เข้ากัน เท่านี้ก็นำไปคลุกกับวัตถุดิบอื่น ๆ ได้เลย
32 ภาพที่ 55 น้ำยำน้ำใส วิธีทำน้ำยำปลาร้า ส่วนผสม 1. พริกขี้หนูจินดาตำละเอียด 8 เม็ด 2. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ 3. น้ำปลาร้า 1 ทัพพี 4. น้ำตาลทราย ½ ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตำ/โขลก/ปั่น พริกแดงจินดาให้พอละเอียด บีบมะนาว เตรียมอ่างผสมหรือหม้อสำหรับผสมน้ำยำ ใส่ น้ำปลาร้าชนิดขวด น้ำตาลทราย น้ำมะนาว คนให้น้ำตาลละลาย ใส่พริกจินดาแดงลงไปในชามคนให้เข้ากัน เท่านี้ก็นำไปคลุกกับวัตถุดิบอื่น ๆ ได้เลย ภาพที่ 56 ขั้นตอนวิธีการทำน้ำยำน้ำปลาร้า
33 3.4 วิธีทำจัดจำหน่าย ยำวุ้นเส้น น้ำใส/น้ำปลาร้า ภาพที่ 57 การจัดจำหน่ายยำเขย่า “ยำวุ้นเส้น/น้ำยำใส”
34 ภาพที่ 58 การบรรจุใส่แก้วพร้อมน้ำยำใส
35 ภาพที่ 59 การจัดจำหน่ายยำเขย่า “มาม่าน้ำยำปลาร้า”
36 3.5 จัดจำหน่าย ภาพที่60 การจัดจำหน่ายภายในโรงเรียน ทุกวันศุกร์ เวลา 15.00-16.30 น.
37 บทที่ 4 ผลการดำเนินงาน 4.1 ผลการดำเนินงาน โครงงานอาชีพ “ยำเขย่า อร่อยสงาด” ได้ดำเนินงานจัดจำหน่ายยำเขย่า ใส่น้ำยำแบบน้ำใส และน้ำปลาร้า น้ำยำมี 3 รสหลัก คือเปรี้ยว หวาน เค็ม ราดน้ำยำก่อนเวลารับประทาน และเขย่าให้เข้า กัน ในการจัดจำหน่ายในราคาแก้วละ 20 บาทสำหรับรับประทานทันทีไม่แยกน้ำยำ ราคาแก้วละ 30 บาทสำหรับแยกน้ำยำ และเพิ่มวุ้นเส้น กับมาม่า สำหรับความหลากหลายของเนื้อสัตว์ได้เลือกทำตาม ความชอบของเพื่อนๆ นักเรียน ครู ที่ให้คำแนะนำ รสชาติของน้ำยำได้รับคำแนะนำ ติชมจากการจัด จำหน่าย โดยเพื่อนๆ ในโรงเรียน ครูและผู้ปกครอง ได้ให้คำแนะนำปรับปรุงสูตรน้ำยำเพื่อให้มีรสชาติที่ เหมาะสม จัดจ้าน ภาพที่ 61 แสดงปริมาณของยำเขย่า 1 แก้วราคา 20 บาท เมื่อเทใส่จาน ภาพที่62 ยำเขย่าน้ำปลาร้า-แยกน้ำ ภาพที่ 63 ยำเขย่าน้ำใส-แยกน้ำ ภาพที่ 64 ยำเขย่าผสมน้ำยำ
38 ภาพที่ 65 การจัดจำหน่ายภายในโรงเรียน
39 4.2 สรุปผลการดำเนินงานดังนี้ 4.2.1 รายงานการฝึกทักษะและเทคนิคโครงงานอาชีพ
40 4.2.2 สรุปงบกำไร – ขาดทุน สรุปงบกำไร - ขาดทุน โครงงาน “ยำเขย่า อร่อยสงาด” โรงเรียนสะตอวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก รายรับ ยำเขย่า 5,680 บาท รวม 5,680 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ต้นทุนสินค้าขาย 1. หมูสับ 400.- 2. หมูยอ 175.- 3. ลูกชิ้นปลาหมึก 190.- 4. ลูกชิ้นปลา 450.- 5. ปูอัด 275.- 6. วุ้นเส้นสด 200.- 7. มาม่า 325.- 8. เห็ดหูหนูขาว 150.- 9. น้ำตาลทราย 68.- 10. น้ำกระเทียมดอง 50.- 11. น้ำปลา 88.- 12. น้ำปลาร้า 75.- 13. หอมแขก 175.- 14. มะเขือเทศ 175.- 15. ขึ้นฉ่าย 80.- 16. ผักกาดหอม 120.-
41 17. ข้าวโพด 230.- 18. มะนาว 120.- 19. ผักชีฝรั่ง 50.- 20. พริกขี้หนูจินดา 180.- รวม 3,576 บาท กำไรขั้นต้น 2,104 บาท ค่าใช้จ่ายในการขาย 1. แก๊ส 160.- 2. แก้วพลาสติก ขนาด 20 ออนซ์ 225.- 3. ฝาปิดแก้วแบบฝาโดม 150.- 4. ส้อม 125.- 5. สติกเกอร์ 30.- รวม 690 บาท กำไรสุทธิ 755 บาท กำไร = 5,680 – 4,266 = 1,414 บาท คิดเป็นกำไรร้อยละ 33.15
42 บทที่ 5 สรุปผลการดำเนินการ/อภิปรายผลการดำเนินการ 5.1 สรุปผลการดำเนินโครงงาน ยำเขย่า อร่อยสงาด จัดจำหน่ายในทุกสัปดาห์ๆ ละ 1-2 วัน ในตอนเย็นเวลา 15.30-16.30 น. ทำให้กลุ่มของเรามีรายได้ระหว่างเรียน และได้รับประสบการณ์ตรง สมาชิกในกลุ่มได้ขยายผลโดยนำไป จำหน่ายในชุมชนในช่วงวันหยุด และเพิ่มเติมอาหารว่างประเภทอื่น ๆ เพื่อให้มีความหลากหลายในการ จำหน่ายในชุมชน สามารถหารายได้ระหว่างเรียนได้เป็นอย่างดีซึ่งประสบการณ์ดังกล่าวนี้ สมาชิกใน กลุ่มสามารถใช้เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพในอนาคต และเกิดเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริตต่อไป 5.2 ปัญหาและอุปสรรค 5.2.1 รสชาติของน้ำยำไม่คงที่ เนื่องจากรสชาติของมะนาว หรือปลาร้าที่ใช้ในแต่ละครั้งไม่คงที่ 5.2.2 ใช้เวลาในการปฏิบัติงานต่อครั้งเกิน 2 ชม. ไม่เพียงพอ 5.2.3 ราคาวัตถุดิบในแต่ละครั้งอาจมีขึ้นลง 5.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางในการพัฒนา 5.3.1 ใช้เวลาในการทำที่บ้านเสาร์-อาทิตย์ตามยอดสั่ง และจำหน่ายเพิ่มในวันอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กำหนดในโครงงาน 5.3.2 ขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้น และเพิ่มการผลิตให้มากขึ้น โดยการเพิ่มกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขวาง ออกไปในชุมชน เช่น ตามตลาดนัดในชุมชนที่มีทุกวัน 5.3.3 เลือกซื้อวัตถุดิบตามตลาดนัดในร้านที่ราคาต่ำ ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลเพื่อลดต้นทุนการผลิต ปรับเปลี่ยนวัตถุดิบตามความเหมาะสม ประโยชน์ที่ได้รับ 1. มีทักษะในการปฏิบัติงานอาชีพด้านอาหาร เพิ่มความรู้เรื่องการขาย การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพในอนาคต มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต 2. นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เห็นความสำคัญ และประโยชน์ ของการใช้เวลาว่างในชีวิตประจำวัน 3. นักเรียนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ สร้างประสบการณ์ในการทำงานกลุ่ม 4. นักเรียนมีรายได้เสริม
43 ข้อเสนอแนะ 1. ควรขยายกลุ่มเป้าหมายในการจำหน่ายแบบออนไลน์ภายในโรงเรียน และในชุมชน 2. เพิ่มโฆษณา ประชาสัมพันธ์ให้มากยิ่งขึ้น แนวทางการพัฒนาสู่อาชีพ 1. ขยายผลในการทำยำแบบอื่น ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มความหลากหลายในการรับประทาน 2. เพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้มากขึ้น 5.4 อภิปรายผลการดำเนินงาน 5.4.1 เปรียบเทียบการดำเนินโครงงาน เปรียบเทียบผลการดำเนินโครงงาน โครงงานอาชีพ “ยำเขย่า อร่อยสงาด” โรงเรียนสะตอวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก เปรียบเทียบผลการดำเนินงานในการจัดจำหน่าย 1 ครั้ง รายละเอียด/รายการ ประมาณการ ต่อ 1 ครั้ง (บาท) รับ/จ่ายจริง (บาท) ผลต่าง (บาท) หมายเหตุ ต้นทุนสินค้า 1.1 หมูสับ 80 80 - 1.2 หมูยอ 35 35 - 1.3 ลูกชิ้นปลาหมึก 38 38 - 1.4 ลูกชิ้นปลา 90 90 - 1.5 ปูอัด 55 55 - 1.6 วุ้นเส้นสด 40 40 - 1.7 มาม่า 65 65 - 1.8 เห็ดหูหนูขาว 30 30 - 1.9 น้ำตาลทราย 14 14 - 1.10 น้ำกระเทียมดอง 10 10 -
44 1.11 น้ำปลา 18 18 - 1.12 น้ำปลาร้า 15 15 - 1.13 หอมแขก 40 35 -5 1.14 มะเขือเทศ 40 30 -10 1.15 ขึ้นฉ่าย 20 15 -5 1.16 ผักกาดหอม 28 25 -3 1.17 ข้าวโพด 50 40 -10 1.18 มะนาว 25 20 -5 1.19 ผักชีฝรั่ง 10 10 - 1.20 พริกขี้หนูจินดา 40 35 -5 ยอดรวม 743 700 -43 รายละเอียด/รายการ ประมาณการ ต่อ 1 ครั้ง (บาท) รับ/จ่ายจริง (บาท) ผลต่าง (บาท) หมายเหตุ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ 2.1 แก๊ส 16 10 -6 2.2 แก้วพลาสติก ขนาด 20 ออนซ์ 45 45 - 2.3 ฝาปิดแก้วแบบฝาโดม 30 30 - 2.4 ส้อม 25 25 - 2.5 สติกเกอร์ 10 5 -5 ยอดรวม 126 115 -11 ยอดรวมทั้งสิ้น 869 815 -54
45 กำไร = 1,000 – 815 = 185 บาท คิดเป็นกำไรร้อยละ 22.70 เปรียบเทียบผลการดำเนินโครงงาน โครงงานอาชีพ “ยำเขย่า อร่อยสงาด” โรงเรียนสะตอวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก เปรียบเทียบผลการดำเนินงานในการจัดจำหน่ายตลอดโครงการ รายละเอียด/รายการ ประมาณการ (บาท) รับ/จ่ายจริง (บาท) ผลต่าง (บาท) หมายเหตุ ต้นทุนสินค้า 1.1 หมูสับ 400 400 - 1.2 หมูยอ 175 175 - 1.3 ลูกชิ้นปลาหมึก 190 190 - 1.4 ลูกชิ้นปลา 450 450 - 1.5 ปูอัด 275 275 - 1.6 วุ้นเส้นสด 200 200 - 1.7 มาม่า 325 325 - 1.8 เห็ดหูหนูขาว 150 150 - 1.9 น้ำตาลทราย 68 68 - 1.10 น้ำกระเทียมดอง 50 50 - 1.11 น้ำปลา 88 88 - 1.12 น้ำปลาร้า 75 75 - 1.13 หอมแขก 200 175 -25 1.14 มะเขือเทศ 200 175 -25 1.15 ขึ้นฉ่าย 100 80 -20 1.16 ผักกาดหอม 140 120 -20
46 รายละเอียด/รายการ ประมาณการ (บาท) รับ/จ่ายจริง (บาท) ผลต่าง (บาท) หมายเหตุ 1.17 ข้าวโพด 250 230 -20 1.18 มะนาว 125 120 -5 1.19 ผักชีฝรั่ง 50 50 - 1.20 พริกขี้หนูจินดา 200 180 -20 ยอดรวม 3,711 3,576 -135 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ 2.1 แก๊ส 160 160 - 2.2 แก้วพลาสติก ขนาด 20 ออนซ์ 225 225 - 2.3 ฝาปิดแก้วแบบฝาโดม 150 150 - 2.4 ส้อม 125 125 - 2.5 สติกเกอร์ 50 30 -20 ยอดรวม 710 690 -20 ยอดรวมทั้งสิ้น 4,425 4,266 -155 รายรับ/ยอดรายได้ จำหน่ายยำเขย่า ครั้งที่ 1 1,200 1,000 -200 จำหน่ายยำเขย่า ครั้งที่ 2 1,200 1120 -80 จำหน่ายยำเขย่า ครั้งที่ 3 1,200 1160 -40 จำหน่ายยำเขย่า ครั้งที่ 4 1,200 1180 -20 จำหน่ายยำเขย่า ครั้งที่ 5 1,200 1220 +20
47 ยอดรวม 6,000 5,680 -320 รายรับสูงกว่าค่าใช้จ่าย 320 ค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายรับ - - กำไร = 5,680 – 4,266 = 1,414 บาท คิดเป็นกำไรร้อยละ 33.15 5.4.2 ประเมินโครงงานอาชีพโดยสมาชิก
48
49
50