The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-09-18 12:58:06

FE9369B2-195B-42ED-8935-D4CB2F92D83C

สวนแก้ว

พรรณไม้สวนแก้วแบบชื้น

เฟิร์นเทพนม

ชื่อวิทยาศาสตร์: Heterogonium pinnatum (Copel.) Holttum
ชื่อสามัญ: –
วงศ์: TECTARIACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ต้น เฟินดิน เหง้าสั้นตั้งตรง มีเกล็ดปกคลุม
เกล็ด เกล็ดแคลทเรท
ใบ ลักษณะใบทวิสัณฐาน คือ ใบที่ไม่สร้างสปอร์และใบที่สร้างสปอร์ ใบไม่สร้าง
สปอร์ ก้านใบสีม่วงดำเป็นมัน มีขนปกคลุม แผ่นใบคล้ายรูปสามเหลี่ยม ยาว 15-30
เซนติเมตร ใบย่อยคู่ล่างมีก้านใบย่อยยาว 2 มิลลิเมตร ใบย่อยคู่บนมี 1-3 คู่ มักพบตา
พิเศษที่เจริญเป็นต้นใหม่ ใบสร้างสปอร์ก้านใบยาวอย่างน้อย 20-45 เซนติเมตร แผ่นใบ
ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร คล้ายใบไม่สร้างสปอร์แต่หยักลึกแผ่เป็นครีบตลอดเส้น
กลางใบย่อย
การปลูกเลี้ยง

•ดินร่วนผสมมะพร้าวสับ น้ำปานกลาง ร่มรำไร
การขยายพันธุ์

•เพาะสปอร์
การใช้ประโยชน์

•ปลูกประดับเป็นไม้กระถาง

พรมออสเตรเลีย

ชื่อวิทยาศาสตร์: Fittoniaver schaffeltii (Lem.) Coem. var.
argyroneura(Coem.) Nichols
วงศ์: Acanthaceae
ลำต้น:แตกกิ่งก้านแผ่คลุมดิน
ใบ ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปรีถึงรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม กว้าง 2 – 2.5 เซนติเมตร
ยาว 4 – 10 เซนติเมตร พื้นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน เส้นใบสีขาวสานกันเป็นร่างแห ก้านใบ
อ่อนมีขนสั้นนุ่มปกคลุม
ดอก เป็นช่อกระจะออกที่ปลายยอด ชูตั้ง ยาว 7 – 8 เซนติเมตร ดอกย่อยสีขาวถึงสี
เหลือง มีใบประดับสีเขียวซ้อนเหลื่อมกัน
การขยายพันธุ์: ปักชำกิ่ง
โรคและแมลงศัตรูพืช: เพลี้ยแป้ง หากระบาดควรฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดแมลงทุก
สัปดาห์
การใช้งานและอื่นๆ: เหมาะปลูกเป็นไม้กระถางหรือไม้คลุมดิน ปัจจุบันมีพันธุ์แคระ
(Compacta) และพรมออสเตรเลียเส้นใบสีชมพู(F. verschaffeltiivar. pearcei) ที่
มีเส้นใบสีชมพูอมแดงและมีนวลบางๆ ที่ใต้ใบ

เฟิร์นข้าหลวง

ชื่อสามัญ : Bird’s nest fern
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Asplenium nidus
ตระกูล : POLYPODIACEAE
ลักษณะทั่วไป
เฟิร์นชนิดนี้ ฝรั่งเรียกว่า “Bird’s nest fern” ชอบอาศัยอยู่ตามคาคบไม้ใหญ่ในเขต
อบอุ่นที่มีความชื้นสูง ถือว่าเป็นลักษณะของกาฝาก ใบของเฟิร์นข้าหลวง จะมีสีเขียวอ่อน
ขอบใบหยักเป็นคลื่น ก้านใบจะมีสีน้ำตาลเข้ม การเรียงตัวของใบจะเรียงตัวแบบเกลียว
คล้ายดอกกุหลาบ ใบที่เกิดใหม่จะอ่อนและเปราะหักได้ง่ายแต่พอเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว
จะมีความเหนียวและหนามาก เมื่อนำมาปลูกภายในอาคารบ้านเรือนจะต้องคอยทำความ
สะอาดเช็ดถูสิ่งสกปรกและฝุ่นละอองออกจากใบบ้าง เดือนละครั้งก็ยังดี เฟิร์นข้าหลวง
เป็นพืชที่ชอบความชื้นสูงถ้าอากาศแห้งแล้งควรฉีดสเปรย์ให้ใบของมันอย่างน้อยสัปดาห์
ละครั้งเพราะการฉีดละอองน้ำจะทำให้ใบของมันสดชื่นอยู่ตลอด
การขยายพันธุ์ : แยกกอ เพาะโดยใช้สปอร์ (spore)
โรคและแมลง : มด เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ ส่วนโรคไม่ค่อยพบ
การป้องกันกำจัด : มด โรยด้วยยาผงคลอเดนไปที่รัง หรือทางเดิน เพลี้ยอ่อน ใช้ยาเซวิน
ผล 1/2ช้อนชา

กวนอิมเงิน

ชื่อวิทยาศาสตร์: Dracaena braunii Engl.
ชื่อสามัญ: Belgian Evergreen
วงศ์: ASPARAGACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ต้น ไม้พุ่ม สูง 1-1.3 เมตร ลำต้นตั้งตรง ทรงกระบอก ข้อปล้องเห็นได้ชัดเจน แตกยอด
ตามข้อ
ใบ ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน ปลายแหลม โคนสอบ ขอบเป็นคลื่น
เล็กน้อย ผิวเกลี้ยง เป็นมัน แผ่นใบสีเขียวเข้ม มีด่างสีขาวนวลที่ขอบใบทั้งด้านบนและใต้
ใบ ก้านใบเป็นกาบห่อหุ้มข้อ
ดอก ดอกเป็นช่อแบบคล้ายช่อกระจะหรือคล้ายช่อซี่ร่ม อออกตามซอกกาบใบ ดอกสีขาว
มีจำนวนมาก
การปลูกเลี้ยง

ดินร่วน ต้องการน้ำปริมาณปานกลางถึงมาก แสงแดดรำไร สามารถปลูกในน้ำได้
การขยายพันธุ์

เพาะเมล็ด
การใช้ประโยชน์

นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เป็นไม้มงคล ไม้ในอาคาร

กวนอิมทอง

ชื่อสามัญ Ribbon plant
ชื่อวิทยาศาสตร์ Dracaena sonderiana"Gold"
ตระกูล LILIACEAE
ลักษณะทั่วไป

กวนอิมทองเป็นพรรณไม้ยืนต้น คล้ายกับสกุลหวายลำต้นโตประมาณ 1-2 เซนติเมตร ลำต้นมีความสูง
ประมาณ 1-3 เมตร ลำต้นกลมตรงเล็กลำต้นเป็นข้อๆสีเขียวไม่มีกิ่งก้านสาขามีการเจริญการยืดตัวของข้อใบ
เป็นใบเดี่ยวแตกออกจากส่วน ยอดของลำต้นมีกาบใบหุ้มห่อลำต้นสลับกันเป็นชั้นๆตามข้อของลำต้นใบแคบ
เรียวยาวปลายใบแหลมโคนใบสอบลงมาถึง กาบใบ พื้นใบมีสีเขียวหรืมีสีขาวพาดตามยาวของใบ ขนาด
ความกว้างของใบประมาณ 2-3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6-8 เซนติเมตรกวนอิมทองต่างกับกวนอิมเงินที่
ลำต้นมีสีขาวหรือเหลืองส่วนของใบนั้นกวนอิมทองพื้นใบสีเขียวอ่อนสลับกับสี เหลืองอ่อน หรือเหลืองทอง
พาดไปตามยาวของใบ
การดูแลรักษา
แสง ต้องการแสงแดดจัดหรือแสงรำไร
น้ำ ชอบน้ำมาก การให้น้ำ 5 - 7 วัน ต่อครั้ง
ดิน ชอบดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย มีความชื้นสูง
ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก
การขยายพันธุ์ การปักชำ
โรคและแมลง ไม่ค่อยพบและมีปัญหาเรื่องโรค แมลง จะพบเพลี้ยแป้ง
อาการ ซอกใบหรือโคนใบจะมีกลุ่มผงสีขาว หลังจากนั้นใบจะเหลืองซีด แคระแกร็น
การป้องกันกำจัด รักษาความสะอาดบริเวณพื้นที่ปลูก ฉีดพ่นด้วยยาไดซินอนตามคำแนะนำที่ระบุไว้

ข้าวตอกพระร่วง

ชื่อวิทยาศาสตร์: Ligustrum sinense Lour. cv. Variegata
วงศ์: Oleaceae
ประเภท: ไม้พุ่ม ไม่ผลัดใบ
ลำต้น: พุ่มสูง 1-2 เมตร ลำต้นสีน้ำตาล
ใบ: ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปไข่ถึงรูปขอบขนานแกมรูปรี ยาว 2-7 เซนติเมตร
หลายใบมน ก้านใบสั้น ใบเรียบหรือย่นเล็กน้อย ขอบใบมีสีขาว กลางใบสีเขียว
ท้องใบสีเขียวอ่อน
ดอก: ดอกเล็กสีขาว มีกลิ่นหอม ออกดอกดกในฤดูหนาว
อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง
ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี
แสงแดด: แสงแดดเต็มวันถึงครึ่งวัน ชอบอากาศเย็น
น้ำ: ปานกลาง
การขยายพันธุ์: ปักชำกิ่ง ตอนกิ่ง
การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับแปลง หรือไม้กระถางในสวนอังกฤษ ไม่
ควรปลูกเลี้ยงในสภาพที่มีน้ำท่วมขัง เพราะจะเกิดอาการทิ้งใบ

ออมทอง

ชื่อวิทยาศาสตร์: Syngonium hybrid
ชื่อสามัญ: –
วงศ์: ARACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ต้น ไม้คลุมดิน มีเหง้าใต้ดิน เส้นผ่านศูนย์กลางพุ่มประมาณ 35 เซนติเมตร
ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวลูกศร ปลายแหลมติ่ง โคนเงี่ยงลูกศร ขอบหยักเป็น
คลื่น แผ่นใบสีเขียวอ่อน ใบอ่อนเส้นใบและเส้นกลางใบสีขาว
ดอก ออกดอกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดมีกาบ คล้ายดอกหน้าวัว ออกดอกยาก
การปลูกเลี้ยง
ดินทุกชนิด น้ำปานกลาง ร่มรำไร
การขยายพันธุ์
ปักชำ แยกกอ
การใช้ประโยชน์
เป็นไม้มงคล ปลูกประดับในอาคาร ปลูกเป็นไม้กระถาง ปลูกคลุมดิน

ลายเบญจรงค์ใบแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์: Pilea involucrate (Sims) C.H.Wright& Dewar ‘Norfolk’
วงศ์: Urticaceae
ประเภท: ไม้ล้มลุกอายุหลายปี
ความสูง:15 – 20 เซนติเมตร
ลำต้น:ทอดเลื้อย ทุกส่วนอวบน้ำและมีขนอ่อนปกคลุม
ใบ: ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปรีถึงรูปไข่ กว้าง 2 – 3 เซนติเมตร ยาว 3 – 4
เซนติเมตร ยอดอ่อนมีสีแดง ใบแก่สีเขียวเหลือบเงินสลับกับแถบสีเทาเงินตามแนว
ยาวของใบ
ดอก:สีแดงเรื่อออกเป็นช่อกระจุกที่ซอกใบ
อัตราการเจริญเติบโต: เร็ว
ดิน: ดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุสมบูรณ์
แสงแดด:รำไร
น้ำ:ปานกลาง
ขยายพันธุ์:ปักชำกิ่ง
การใช้งานและอื่นๆ: ไม่ทนการเหยียบย่ำ หากปลูกในที่มีแสงแดดน้อยเกินไป ลำต้น
จะยืดยาว

บันไดเงิน/ว่านตีนตะขาบ

ชื่อวิทยาศาสตร์: Euphorbia tithymaloides L. subsp. smallii (Millsp.)
V.W.Steinm.
วงศ์: EUPHORBIACEAE
ประเภท: ไม้พุ่ม อายุหลายปี
ลำต้น: ลำต้นตั้งตรง สูง 50-80 เซนติเมตร ทุกส่วนอวบน้ำและมีน้ำยางสีขาวอยู่ภายใน
ใบ: ใบรูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้างประมาณ 0.5 เซนติเมตร ยาว 2-4 เซนติเมตร ปลาย
ใบแหลม แผ่นใบอวบหนา สีเขียวเข้ม ไม่มีก้านใบ
ดอก: ออกดอกยาก
อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง
ดิน: ชอบดินร่วนระบายน้ำดี
แสงแดด: แสงแดดปานกลางถึงตลอดวัน
น้ำ: ปานกลาง
การขยายพันธุ์: ปักชำ
การใช้งานและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้ประดับ และมีสรรพคุณเป็นสมุนไพร ตามตำราแพทย์
โบราณของจีน ใช้ต้นและใบสดผสมกับเหล้าแล้วคั้นเอาแต่น้ำ ใช้ทาบริเวณที่โดนแมลงสัตว์
กัดต่อย หรือมีอาการฟกช้ำ บวม ยอก เคล็ด หรือนำกากที่เหลือพอกบริเวณที่เกิดอาการ
ก็ได้ ในด้านสมุนไพรเป็นยาพื้นบ้าน แก้หูน้ำหนวก โดยนำต้นและใบสดตำให้ละเอียด ผสม
เหล้า ใช้หยอดหู 1-2 หยด เพียง 2-3 ครั้งจะแห้งหายไป

มงกุฎเพชร

ชื่อสามัญ Cordyline terminalis "tricolor"
ชื่อวิทยาศาสตร์ LILIACEAE
ตระกูล Pink Dracaena
ลักษณะทั่วไป
เพชรสามสี มงกุฎเพชรเป็นไม้พวกเดียวกับหมากผู้หมากเมีย ที่มีลำต้นตรงกลมขนาดเล็ก มี
ความสูงประมาณ 1-3 เมตร ลำต้นมีสีน้ำตาลมีข้อถี่ตามลำต้นซึ่งเป็นรอยของกาบใบ ลักษณะ
เป็นรูปหอก ปลายใบแหลม โคนใบสองสอบเข้าหาก้านใบ ขนาดใบกว้างประมาณ 2-3 นิ้วยาว
ประมาณ8-2 นิ้วใบอ่อนจะมีสีเขียวบนขาวและสีชมพูอ่อนเมื่อใบแก่ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวสีม่วง
หรือแดงเข้มใบเป็นมันจะแตกใบรวมกันตรงส่วนยอดของลำต้นสลับเป็นวงกลมก้านใบหรือกาบ
ใบสีแดงเข้ม ดอกจะแตกออกตรงส่วนยอดดอกเป็นช่อชูขึ้นมาดอกมีขนาดเล็กสีขาวมงกุฎเพชร
มีลักษณะทั่วไปเหมือนกับเพชรสายรุ้งต่างกันที่ใบคือเมื่อยังอ่อนพื้นใบมีสีเขียวด่างขาว และมีสี
แดงเป็นผืนใหญ่ เมื่อแก่จะเป็นสีเขียวเข้ม สีขาว และสีแดง ก็ค่อยจางหายไป ก้านใบมีสีเขียว
นวล
การป้องกัน รักษาความสะอาดบริเวณแปลงปลูก กำจัดมดที่เป็นพาหะแพร่ระบาด ด้วยยาเช่น
เดียวกับการกำจัด
การกำจัด ตัดกิ่งที่มีเพลี้ยหอยเผาไฟทำลายใช้ยาเมธาซีสทอกช์หรือ ยาไอโซทอกซ์อัตราและ
คำแนะนำระบุไว้ตามฉลาก
การขยายพันธ์ วิธีที่นิยมและได้ผลดี คือ การปักชำ
โรค ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรค เพราะเป็นไม้ที่ทนทานต่อโรคพอสมควร

เล็บครุฑด่าง

ชื่อวิทยาศาสตร์: Polyscias sp.
ชื่อสามัญ: Ming Aralia
ชื่ออื่น: เล็บครุฑ
วงศ์: ARALIACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ต้น ไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นสูง 1-3 เมตร เปลือกสีเขียวหรือสีน้ำตาลเปลือกเรียบหรือ
มีจุดเล็กๆ ประอยู่ทั่วต้น
ใบ ใบประกอบมีใบย่อย ขอบใบเป็นหยัก เส้นใบชัดเจน สีเขียวเข้ม มีสีขาวอมเหลือง
บริเวณของหรือแผ่นใบกลิ่นฉุนเล็กน้อย
ดอก ดอกขนาดเล็ก สีขาวอมเหลือง ออกเป็นช่อๆ ที่ปลายกิ่ง
ข้อมูลทั่วไป ถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะแปซิฟิกและเอเชียเขตร้อน
การปลูกเลี้ยง ดินร่วนซุยหรือดินปนทราย ระบายน้ำได้ดี ต้องการน้ำปานกลาง
แสงแดดร่มรำไรถึงจัด
การขยายพันธุ์ ตอนกิ่ง ปักชำ
การใช้ประโยชน์ ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับในอาคาร

ริบบิ้นเขียว

ชื่อวิทยาศาสตร์: Hemigraphis cf. repanda
ชื่อสามัญ: –
วงศ์: ACANTHACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ต้น ไม้พุ่ม สูง 15-20 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรง สีเขียว
ใบ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปแถบ กว้าง 7-8 มิลลิเมตร ยาว 3-7 เซนติเมตร ปลายมน
โคนสอบ ขอบหยักมน เกลี้ยง เป็นมัน แผ่นใบสีเขียว
ดอก ดอกเป็นช่อแบบช่อกระจุก ออกตามปลายกิ่ง ดอกสีขาว มีขนาดเล็ก กลีบเลี้ยงสีเขียว
กลีบดอกโคนเชื่อมติดกันคล้ายหลอดแคบ ปลายแยกเป็น 5 แฉก
ข้อมูลทั่วไป
ไม่ทราบถิ่นกำเนิดที่แน่ชัด
การปลูกเลี้ยง
ดินร่วน น้ำปานกลาง แสงแดดเต็มวัน
การขยายพันธุ์
ปักชำ
การใช้ประโยชน์
นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ

หนวดปลาดุกแคระ

ชื่อวิทยาศาสตร์: Ophiopogon japonicus (L.f.) Ker Gawl. ‘Kyoto Dwarf’
วงศ์: Convallariaceae
ประเภท: ไม้ล้มลุกอายุหลายปี
ความสูง: 3 – 5 เซนติเมตร
ลำต้น: คล้ายหนวดปลาดุก แต่มีขนาดเล็กกว่า เจริญเป็นกอแน่น
ใบ: เล็ก ยาว 3 – 10 เซนติเมตร สีเขียวเข้ม
ดอก: ขนาดเล็กสีม่วงจาง
อัตราการเจริญเติบโต: โตช้า
ดิน: ดินร่วนปนทราย
แสงแดด: ปลูกได้ทั้งกลางแจ้งและในที่มีแสงรำไร
น้ำ: ปานกลาง ชอบความชื้นสูง
ขยายพันธุ์: แยกกอ
การใช้งานและอื่นๆ: หากปลูกในดินที่ชื้นแฉะจะเน่าได้ง่าย

ไทรช้อนเงินช้อนทอง

ชื่อวิทยาศาสตร์ Ficus annulata
ชื่อวงศ์ MORACEAE
ชื่อสามัญ -
ประโยชน์ ปลูกเป็นไม้ประดับ
ลักษณะวิสัย ไม้พุ่ม
ลักษณะเด่น ไม้ต้น ทรงพุ่มรูปกลม สูง 1.4 เมตร กว้าง 0.7 เมตร พืชบก
ลำต้นตั้งตรงเองได้ เปลือกลำต้นสีน้ำตาลเทา มียางสีขาวใส ใบเดี่ยว สีเขียวเข้ม
กว้าง 1.8 เซนติเมตร ยาว 3.7 เซนติเมตร เรียงตัวแบบข้าม สลับตั้งฉาก แผ่น
ใบรูปวงกลม ปลายใบมน โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผลเดียว สดผลแบบแตง สี
ม่วงแดง

พลูงาช้าง

ชื่อสามัญ : ชื่อวิทยาศาสตร์: Epipremnum aureum (Linden & André)
G. S. Bunting
ชื่ออื่น : พลูด่างอินเดีย, พลูช้าง
วงศ์ : ARACEAE
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ต้น : ไม้อิงอาศัย ลำต้นสีเขียวอ่อน
ใบ : ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจถึงรูปไข่กว้าง ปลายเรียวแหลม โคนมนหรือรูป
หัวใจ ขอบเรียบ แผ่นใบบิดเล็กน้อย สีเขียวมีลายด่างสีขาว
ข้อมูลทั่วไป
มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย
การปลูกเลี้ยง
ดินร่วน ต้องการน้ำปานกลาง ชอบร่มรำไร-แดดปานกลาง
คุณสมบัติและประโยชน์
สามารถฟอกอากาศและช่วยลดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้


Click to View FlipBook Version