MIND MAP
วิชาความร่วมมือทางการเมือง
สังคมและเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเอเชีย
น า ง ว า ส จ ริ ญ ญ า คั น ชั่ ง ท อ ง
รหัส ค บ6113120003 . . สังคมศึกษา กลุ่ม 1
ในทางบวก แบบเป็นทางการ เศรษฐศาสตร์
(ตัวละครเป็นรัฐ) นิติศาสตร์
ปฏิสัมพันธ์ สหวิชา ประวัติศาสตร์
จิตวิทยา
ข้ามพรมแดน ความหมาย ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
รัฐศาสตร์
ในทางลบ แลกเปลี่ยน
ไม่เป็นทางการ
(ตัวละครไม่ใช่รัฐ)
Maison des arts
ให้ความช่วยเหลือ เช่น พันธมิตร การล่าอนาณิคม การทำสงคราม
ความร่วมมือ ลักษณะที่ 2 ความขัดแย้ง
เข้มข้นรุนแรง
ตัวแสดงเป็ นรํฐ ลักษณะคว
ามสัมพันธ์ การเป็ น
พันธมิตรต่อกัน
ระหว่างประเทศ
แบบเป็ นทางการ
เช่น การดำเนินการ ลักษณะที่ 1 ลักษณะที่ 3 กาตัดสัมพันธ์
ทางการทูต ทางการฑูต
แบบไม่เป็ นทางการ
เช่น การก่อการร้าย
ห่างเหิน
ตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ การติดต่อปฏิสัมพันกัน
เพียงเล็กน้ อย
เพื่ออำนาจและผลประโยชน์ เช่น การทูต สงคราม การเป็นพันธมิตร
ด้านการเมือง การเเลกเปลี่ยน
- การศึกษา
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของรัฐอื่น - กีฬา
-สังคมและวัฒนธรรม
ด้านเศรษฐกิจ ขอบเขตความสัมพันธ์
การเเลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ
ตอบสนองความต้องการ ด้านสังคม
เพื่ อความเป็ นระเบียบเรียบร้อย
สงบสุขของสังคมโลก
ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านกฎหมาย
และเทโนโลยี
กำหนดระเบียบ แบบแผน แนวทางปฎิบัติ
แลกเปลี่ยนและพัฒนาองค์ความรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกัน
คอมมิวนิตส์ ชาตินิยม แนวคิด ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
(Communism) (Nationalism) (concep)
เสรีนิยมประชาธิปไตย ประเภท
(Liberal Democrary)
ปัจจัยทางลัทธิและอุดมการณ์
ฟาสซิสต์ องค์ประกอบ พฤติกรรม
(Fascism) และลักษณะ (Behavior)
นาซี จักรวรรดินิยม สภาพแวดล้อม
(์Nazism) (Imperailism) (Envieronment)
การแยกตัวเป็อิสระ ชาติมีความเป็นเอกภาพ
การล่าอณานิคม
ผลกระทบ ชาตินิยม (Nationalism) เกิดช่วงสตวรรษ 19-20
ลัทธิ/อุดมการณ์ การดำเนินนโยบายขยายดิน
แดน
จงรักภักดีต่อชาติ
ความยิ่งใหญ่ในเชื้อชาติ นำไปสู่สงครามความขัดแย้ง
ความเป็นอันหนึ่วอันเดียวกัน
ยุคเดิม วิวัฒนาการสังคมชนชั้น ทำลายระบบชนชั้น
ไม่มีชนชั้น การล่มสล่ายของรัฐ
คอมมิวนิสต์ ทุกคนในสังคมเท่าเทียมกัน
ยุคทาส (Communism)
เจ้านาย-ทาส
ยุคศักดินา
ผู้ดี-ไพร่
ยุคนายทุน
นายทุน - กรรมาชีพ
ชนชั้นนายทุนจะถูกแทนที่ด้วย คาล มาร์ค และเฮเกล
ชนชั้นกรรมมากร
นักวิพากษ์ชาวเยอรมันนี เชื้อ
ทุกคนในสังคมเท่าเทียมกัน สายยิว ชนชั้นปานกลาง
ไม่มีทรัพย์สินส่วนตัว ทุก ชนชั้นนายทุนเป็นชนชั้นที่ชอบ
อย่างถือเป็นของส่วนรวม เอาเปรี่ยบ
บิดาแห่งแนวคิดสังคมนิยม
หรือคอมมิวนิสต์
สานต่อนโยบายของเลนิน เชื่อว่ากษัตริย์ทำให้ ปฎิวัติล้มล้่างระบอบ
ประชาชนอดยาก กษัตริย์
เปลี่ยนเกษตรกรมเป็ฯ ผู้ประยุกต์แนวคิด เปลี่ยนจากรัสเซียเป็ น
ประเทศอุตสาหกรรมที่ สหภาพสาธารณรัฐ
joseph stalin vladimir lenin สังคมนิยมโซเวียต
ก้าวหน้า
รัฐที่ยากจนต้องปฏิวัติ
ดำเนินนโยบายภายใต้
โค่นล้มรัฐที่ร่ำรวย สโลแกนสันติภาพ
จัดตั้งพรรคบอลเชวิค
แนวความคิด “สังคมนิยม
=ลัทธิ มาร์ค-เลนินนิสต์ ขนมปัง และแผ่นดิน
ภายในประเทศเดียว”
เข้าร่วมส่งครามเย็น ผู้นำ
ลัทธิสังคมนิยม
การมีสิทธิเข้าถึงสิ่งต่าง อิสระที่จะกระทำสิ่งใด ๆ โดยต้อง
อย่างเท่าเทียม ไม่ละเมิดเสรีภาพของผู้อื่น
หลักเสมอภาค หลักเสรีภาพ กลไกราคา รัฐบาลไม่เข้า
แทรกแซง
ให้ความสำคัญ มติชน เอกชน
ประชาชนมีสิทธิเลือกผู้แทน เป็นเจ้าของปัจจัย
ราษฎร และวิจารณ์ได้อย่าง การผลิต
หลักปัจเจกชน เสรีบทหลักสำคัญ
เสรีนิยมประชาธิปไตย สิทธิ ประสชังาคชนม
ทุกคนมีศักยภาพของตนเองแตก Librelal Democracy
ต่างกัน มีความสำคัญเท่าเทียมกัน
เสรีภาพทาง
เศรษฐกิจ การเมือง สังคม
เชื่อว่าสืบเชื้อชาติ ชาตินิยมแบบ ชาร์ล ดาร์วิน เชื้อชาติ สายเลือด นายทุน-แรงงาน
จักรวรรดิโรมัน เบ็ดเสร็จ บริสุทธฺ์ เป็นสิ่งจำเป็น
(บิดาทฤษฎีวิวัฒนาการ)
ฟาสซิสต์(FASiCSM) ผู้เข้มเข็งเท่านั้นจะรอดในธรรมชาติ นาซี (NAZISM)
ทีโหดร้าย
เบนิโต มุสโสลินี สืบเชื้อสายมาจาก อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ผู้ก่อ
ผู้ก่อตั้งลัทธิในอิตาลี - เน้นสำคัญไปที่ตัวผู้นำต้องเเข็งแกร่ง ชาวอารยัน ตั้งพรรคนาซีเยอรมัน
- เผด็จการทหารแบบเบ็ดเสร็จ เน้นขยายดินแดน
ลัทธิชาตินิยม -ตรงข้ามกับเสรีนิยมประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์ กดขี่รังเกียจชาว
แบบเข้มข้น เซมิติก (ชาวยิว)
- เกิดขึ้นในทวีปยุโรปช่วง ค.ศ 19 จักรวรรดินิยม จักรวรรดินิยมสมัยใหม่ (Neo-Emperailism)
- เกิดขึ้นช่วงยุโรปสำรวจท้องทะเลและค้น (Emperailism) - ครอบงำทางด้านเศรษฐกิจ
พบแผ่นดิน - คาวขัดแย้งระหร่างประเทศร่ำรวยและจน
-ประเทศแถบยุโรปมุ่งขยายอิทธิพล -การเมือง เพื่อหาสิทธิในการครอบครองดิน - เอกชนข้านชาติไปลงทุนตั้งบริษัทประเทศ
แดนมากขึ้น ด้อยพัฒนาและสูบเอาทรัพยากร
- เศรษฐกิจ แสวงหาวัตถุดิบ ตลาด การค้า
-ทหาร เพื่อจัดตั้งฐานทัพเรื่อ
แนวคิดเรื่องการรวมกลุ่ม
แนวคิดในการรวมกลุ่ม
ความหมาย การกระทำร่วมกันเพื่อบรรลุเป้า ความร่วมมือระหว่างประเทศอาจเกิดขึ้นได้จาก
หมายที่ตั้งไว้นส่วนเนื้อหาเล็กน้อย เงื่อนไขของการที่รัฐเผชิญปัญหาที่ไม่สามารถดำเนิน
การแก้ไขได้ด้วยตนเอง ทำให้รัฐนั้นต้องหันมา
แสวงหาความร่วมมือเพื่อเป็นทางออกที่ดีกว่า
ความร่วมมือเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นที่จำเป็นในการ แนวคิการสร้างความ ความร่วมมือเป็นส่วนผสมผสานระหว่าง
เป็นรากฐานทางสังคมและจิตวิทยาของการบู ร่วมมือ ความขัดแย้งกับความพยายามของรัฐใน
รณาการ การขจัดความขัดแย้ง
ความร่วมมือก่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน (Mutual เงื่อนไขความร่วมมือในเบื้องแรก นำไปสู่
Understanding) และความเชื่อมั่นซึ่งกัน (Mutual การบูรณาการในการสร้างสังคมระหว่าง
Confidence) ระหว่างประเทศภาคีเมื่อเกิดการแบ่ง ประเทศ(Transnational Society) ได้ใน
ปันค่านิยม พฤติกรรม และความคาดหวังร่วมกัน ที่สุด
แนวคิดในการรวมกลุ่ม
ความร่วมมืออาจก่อให้เกิดความขัดแย้งได้หาก แนวคิการสร้างความ เพื่อตอบสนองผล ผลประโยชน์ร่วมกัน
ความร่วมมือนั้นก่อให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นคงแก่ ร่วมมือ ประโยชน์ของตน (Self- (Common Interest)
รัฐอื่น
interest)
กรณี ที่รัฐภาคีรู้สึกสูญเสียประโยชน์ นโยบาย
ภายในที่ขัดแย้งกับกรอบความร่วมมือนั้นความ โรเบิร์ต เคียวเฮน ความร่วมมือวเป็นการชักนำ
ขัดแย้งก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน ภาคีเข้าสู่กระบวนการต่อรองอันนำไปสู่การปรับ
เปลี่ยนพฤติกรรมซึ่งกันและกันผ่านนโยบาย
ฮาส (Haas) ให้ความสำคัญกับความร่วมมือใน
แง่ของกระบวนการและปัจจัยส่งเสริมความ สรุป ความร่วมมือเป็นเป้าหมายที่ตั้งอยู่บนพื้น
สำเร็จของความร่วมมือในการก้าวไปสู่ขั้นสูงสุด ฐานของผลประโยชน์ของรัฐเป็นหลักในการ
ของความร่วมมืออันหมายถึงการบูรณาการ ปฏิสัมพันธ์กับรัฐอื่น
การรวมกลุ่ม
“ภูมิภาคนิยม” ขนาดรองลงมากจาก ที่ตั้งใกล้เคียง-ภูมิภาค การรวมกลุ่มลักษณะ
(regionalism) ทวีป เดียวกันทางภูิศาสตร์ ภูมิภาค
การรวมกลุ่มระดับภูมิภาค การร่วมมือระหว่าง ภูมิภาคนิยมแบบปิด ภูมิภาคนิยมแบบเปิด
(regional grouping) ประเทศ
ส่งเสริมการค้าและขจัด
ค.ศ.1950 ทำข้อตกลงร่วมมือ การรวมกลุ่ม วิวัฒนาการการรวมกลุ่ม อุปสรรคทางการค้า
ระหว่างปรtทศทั่วโลก ภูมิภาค ชิฟ-วินเทอร์ ประเทศทีพัฒนา ร่ำรวย
ผลการทำงานตาม การรวมกลุ่มลักษณะ ประเทศกำลังพัฒนา
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ภูมิภาค
รูปแบบของการรวมกลุ่ม ด้านโครงสร้าง
แนวคิดการบูรณาการระหว่างประเทศ
สหพันธ์นิยม สถาบันนิยมระหว่างรัฐ/แนวทาง
ระหว่างรัฐนิยมแบบเสรี
สัมพันธ์นิยม ยุคดั้งเดิม แนวความคิดการบูรณา
ภารกิจนิยม หลังยุคดั้งเดิม
การระหว่างประเทศ
การบริหารจัดการหลายระดับ
ภารกิจนิยมใหม่
สหพันธ์นิยม
รัฐบาลรัฐ รวมตัวกันภายใต้กฏหมายแลtข้อตกลง กลุ่มความร่วมมือระหว่างรัฐชาติสมาชิก
จัดตั้งรัฐบาลกลาง บริหารงานกระจาย
รัฐบาลรัฐ นโยบายแก่รัฐสมาชิก ข้อตกลงนี้มีหลัก
การในการยึดถือทุกหน่วยที่เข้ามาร่วม
กำหนดและกระจายนโยบายแก่รัฐบาลมณฑล อย่างเท่าเทียมกัน การดำเนินนโบายของ
รัฐบาลกลางจะต้องไม่ส่งผลเสียให้แก่รัฐ
สมาชิก
รัฐบาลกลาง
สัมพันธ์นิยม
การสร้างส(tมrดaุลnsรaะcหtวi่oาnงก–าiรnตtิeดgต่rอaแtiลoะnกbาaรlบaูnรcณeา)การ ประชาคมของรัฐชาติต่างๆทีสามารถใช้
เทคนิคหรือกลไกทางการทูตเพื่อป้องกันการ
ใช้กำลังในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งใน
บรรดาชาติสมาชิก
การเปลี่ยนแปลงอย่างสันติ คือ ความสามารถของประชาคมในการสร้างและ
การแก้ไขปัญหาสังคมด้วย ใช้กำลังทหารร่วมกันในการต่อต้านตัวแสดง
กระบวนการที่มีรูปแบบสถาบัน ภายนอก ดังนั้นการเป็นองค์การระดับ
ชัดเจนโดยไม่ใช้กำลังขนาดใหญ่ ภูมิภาคนั้นก็ต้องมีสถาบันทำงานที่เติบโต
มั่นคงเพียงพอที่จะสร้างเทคนิคทางการทูต
เพื่อแก้ปัญหาและวิกฤตได้รวมทั้งที่ต้องมี
เจตจำนงร่วมกันในหมู่ชาติสมาชิกที่จะแก้ไข
ความรู้สึกเป็นประชาคม คือ ความเชื่อของคนในกลุ่มว่า
พวกเขานั้นสามารถตกลงเห็นพ้องอย่างน้อยหนึ่งเรื่อง ปัญหาความแตกต่างที่ระดับองค์การ
การบูรณาการ คือ สภาวะที่ภายในของเขตดินแดนหนึ่งนั้น มีการบรรลุซึ่ง
ความรู้สึกเป็นประชาคม การสร้างสถาบัน และวิถีปฏิบัติต่างๆ ที่เข้มแข็ง
ประชาคมความมั่นคง คือ กลุ
่มคนที่เข้ามาบูรณาการกัน
(integrated)
คาร์ล ดอยซ์
สรุป ยิ่งมีการติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างกันมากเข้มข้นขึ้น รัฐต่างๆ ก็จะยิ่งต้องพึ่งพาอาศัยระหว่างกัน (interdependence) มากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นหากการติดต่อ
แลกเปลี่ยนและการสื่อสารสร้างประโยชน์ที่เห็นชัด ก็ยิ่งจะส่งเสริมความเชื่อมั่นและความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างรัฐ และสามารถนำไปสู่การพัฒนาเป็นประชาคม
ควบรวมได้
ภารกิจนิยมและภารกิจนิยมใหม่ งานด้านการทำงานเพื่อ ผู้รับผิดชบงาน
เพิ่มพูนสวัสดิการของ ผู้ชำนาญ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค
(ลุ่มสมาคมวิชาชีพนั้นๆ
ประชาชน
มุ่งนำเสนอแนวทางสร้าง รัฐร่วมมือสร้างประโยชน์
สันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างรัฐ ร่วมกัน เอิร์นส์ ฮาส จะมีแนวโน้มประสบ
(Ernst Haas) ความความเร็จและลด
รัฐมีหน้าที่วางงกรอบกติกา เน้นตัวเเสดงที่ไม่ใช่รัฐ
ความตกลง ความขัดแย้ง
ปี ค.ศ. 1950 สหภาพยุโรป ปี ค.ศ. 1970 แนวคิดภารกิจนิยม
ภารกิจนิยม ภารกิจนิยมนิยม ใหม่
เดวิด มิทรานี ผู้ริเริ่มแนวคิด
ภารกิจนิยม ใหม่
ทำงานบรรลุภารกิจด้านใด ลดอำนาจรัฐเพิ่่มให้เเก่การ ความสำเร็จของการบริหาร การล้นไหล (spillover) การกล่อมเกลาทางสังคมของ การยุโรปมีลักษณะเป็น
ด้านหนึ่ง ปฏิบัติภารกิจ ภารกิจงาน การบูรณาการระหว่าง ชนชั้นนำ (elitesocialisation) แนวทางของชนชั้นนำ โดย
- แนวปฏิบัติผู้เชี่ยวชาญ ประเทศภายใด้ภารกิจด้านใด การที่ตัวแสดงที่ไม่ใ่รัฐ ผลัก เฉพาะกระบวนการการบูรณา
การบูรณาการความร่วมมือ ลดความขัดแย้งด้วยการสร้าง -หลักการตัดสินใจด้วยตนเอง ด้านหนึ่งสร้างแรงกดดันจน ดันให้รัฐบาลดำเนินนโยบาย การมักจะถูกผลักดันโดย
ด้านอื่นๆ ฉันทมติ ทางเทคนิค (technical self- เกิดการบูรณาการในอีกหลาย บูรณาการด้านอื่นๆ เนื่องจก ความจำเป็นของงานและผู้
determination) ๆ ด้าน ผลประโยชน์ของตน เชี่ยวชาญระดับสูง
แนวความคิดการบูรณาการระหว่างประเทศยุคหลังแนวคิดดั้งเดิม
รัฐเป็นตัวแสดงที่มีเหตุผล (rational
actor)
โมราฟซิก แนวทางระหว่างรัฐนิยมแบบเสรี
(Liberal Intergovernmentalism)
สมมุติฐาน
รัฐเป็นตัวสินใจอย่างมีเหตุผล
ปี 1970- 1980เป็นช่วงการ ตัวแสดงพื้นฐานในการเมืองมีเหตุผล ล้วน พัฒนาการและอัตราความก้าวหน้าของ
แข็งตัวของยุโรป (Euro ดำเนินการตัดสินใจเพื่อผลประโยชย์ของ ความร่วมมือการบูรณาการนั้นยังคงขึ้นอยู่ รัฐบาลเป็นตัวกำหนดความสัมพัน
sclerosis) หรือความชะงัก กับการตัดสินใจและการกระทำของรัฐชาติ ระหว่างรัฐ
ตนเอง
งันการพัฒนาการบูรณาการ
ยุโรป .รัฐบาลเป็นตัวแทนของส่วนย่อยฃ ของสังคม พฤติกรรมของรัฐและรูปแบบต่างๆ ของ
ภายในรัฐที่มีผลประโยชน์ในลักษณะที่จำกัด ความขัดแย้งและความร่วมมือนั้นสะท้อน
ผลประโยชน์และอัตลักษณ์ของรัฐในระดับ ธรรมชาติและรูปแบบของผลประโยชน์ของ
ระหว่างประเทศ รัฐ
การบริหารจัดการหลายระดับ (Multi-Level Governance)
สหภาพยุโรป รัฐชาติ/รัฐบาล ระดับภูมิภาคในรัฐ หน่วยงานท้องถิน นโยบาย
( European Union: EU ) (National) (Regional) (Mucipical) (Policy option)
รัฐมีอำนาจปกครองตนเอง
แต่เป็นตัวแสดงหนึ่งในหน่วยยุโรป
การรวมกลุ่ม
ภูมิภา
ค
การรวมกลุ่มภูมิภาค Behr and Jokela แบ่งประเภทภูมิภาค
ระดับท้องถิ่น ตามลักษณะทางภูมิศาสตร์
ภูมิภาคย่อย จุลภูมิภาค (Micro-Regions) พื้นที่ใน
การสร้างอธิปไตร่วมกันของรัฐชาติ ระดับชาติ รัฐอยู่ติดกัน ในรูปแบบจังหวัด/มณฑล
รัฐภูมิภาค (region- การตัดสินใจแต่ออกเป็นระดับ ๆ ภูมิภาคข้ามพรมแดน (Cross-Border
มหภูมิภาค Regions) จุลภาคของรัฐหลายรัฐ รวม
state) การรวมตัวภูมิภาคอย่างเป็ฯทางการ
ภูมิภาคย่อยจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธุ์ ด้านความมั่นคง มีความใกล้ชิดผูกพันกัน ลดการแก้ไขปัญหาอย่าง ตัวกันข้ามพรมแดน
ประชาคมภูมิภาค (regional รุนแรง
community) ด้านเศรษฐกิจ เกิดตลาด สร้างความม้่นคง สวัสดิการ ดลุยภาพ ภูมิภาคข้ามพรมแดน (Cross-Border
Regions) จุลภาคของรัฐหลายรัฐ รวมตัว
ระบบสังคมภูมิภาคหรือกลุ่มสังคมภูมิภาค ความสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนพึ่งพากันที่เพิ่ม
กันข้ามพรมแดน เพื่อวัตถุประสงบาง
(regional complex) มากขึ้นจะนำไปสู่การมีอัตลักษณ์ชัดเจนของภูมิภาค ประการ
สังคมภูมิภาค (regional society) การติดต่อสื่อสารข้ามพรมแดน ทั้งตัวละครรัฐและ คือ พื้นที่อาณาเขตที่ครอบคลุมหลายรัฐ
ไม่ใช่รัฐ สะท้อนคาวมเป็น ภูมิภาคาภิวัฒน์ ชาติที่มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และ
พื้นที่ภูมิภาค (regional space) ที่ตั้งภูมิศาสตร์ยึดโยงกัน ความร่วมมือระหว่างหลายรัฐชาติที่มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และมี ประวัติศาสตร์ร่วมกัน เพื่อทำงานร่วนกัน
ทรัพยากร ค่านิยม ระเบียบสังคมคล้ายคลึงกัน ประวัติศาสตร์ร่วมกัน และมีความเหมือนกันในระดับหนึ่ง ด้านเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม
HETTNE AND SÖDERBAUM เพราะความใกล้ชิดระดับกลุ่มสังคมภูมิภาคขึ้นไปจะสามารถ
ได้จำแนกระดับความเป็นภูมิภาค (regionness) ก่อให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างรัฐในกลุ่มได้
ภูมิภาคนิยมและภูมิภาคา
ภิวัฒน์
ความหมายจากพจนานุกรม ภูมิภาค ไชยวัฒน์ ค้ำชู “ภูมิภาคนิยม”คือ การรวมกลุ่ม การบูรณาการส่วนภูมิภาค (regional integration)
นิยม ในความหมายเชิงการเมือง คือ ระหว่างประเทศภายในภูมิภาคเดียวกัน โดยผ่านการ เป็นแนวคิดที่เริ่มโดดเด่นในช่วงทศวรรษ 1950 เริ่มมา
ความรู้สึกในการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม จัดตั้งองค์การความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยที่แต่ละ จากการอธิบายการเปลี่ยนแปลงของสถาปัตยกรรม
ประเทศที่ปรารถนาจะเป็นอิสระมากขึ้นใน ยินยอมเข้าเป็นส่วนหนึ่งโดยการจัดทำข้อตกลงอย่าง (architecture) ทางเศรษฐกิจและการเมืองยุโรป
ทางการเมือง เป็นทางการ มีจุดมุ่งหมายคือ ความร่วมมือระหว่าง
กัน และสร้างข้อตกลงร่วมกัน การบูรณาการสามารถทาความ
เข้าใจได้ดีที่สุดในฐานกระบวนการ
กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประ ภูมิภาคนิยม ได้แก่
เทศ หมายถึง เป็นการรวมกลุ่มของ REGIONALISM
ประเทศในภูมิภาคเพื่อพัฒนาในด้าน
1.การเคลื่อนตัวไปสู่ความร่วมมือที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างรัฐ
ต่าง ๆ บนพื้นฐานประโยชน์ร่วมกัน
ส่งเสริมความมั่นคง 2.การค่อยๆ เปลี่ยนถ่ายอำนาจไปสู่สถาบันเหนือชาติ
ภูมิภาคนิยมแบบเปิด (open ภูมิภาคนิยมแบบปิด 3.กระบวนการสร้างลักษณะที่เหมือนกันของค่านิยม
regionalism) เป็นกระบวน (closed regionalism)
การรวมตัวและร่วมมือกันใน เป็นกระบวนการรวมตัวและ 4.การนำมาสู่ความเป็นประชาสังคมโลกและการสร้าง
ภูมิภาคเพื่อลดอุปสรรค ร่วมมือกันในภูมิภาคเพื่อลด ประชาคมทางการเมืองรูปแบบใหม่
ทางการค้าซึ่งกันและกันโดย อุปสรรคทางการค้าซึ่งกัน
ไม่มีการกีดกันประเทศ และกัน โดยมีการกีดกัน
ภายนอก ประเทศภายนอก
ใน ค.ศ.1952การบูรณาการส่วน การบูรณาการทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันถูกจัดว่าเป็นแนวคิด “ภูมิภาค แนวคิดของ Donald J. Puchala เสนอว่า
ภูมิภาคในช่วงแรกเป็นกิดขึ้นใน (economic integration) ที่นำไปสู่ นิยมคลาสสิค” (classic regionalism) การรวมกลุ่มในระดับภูมิภาค หมายถึง การค่อยๆ
กระบวนการที่เรียกว่า “การล้นออก” ลดอำนาจอธิปไตยและเอกสิทธิต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วย
ภูมิภาคยุโรป คือ การก่อตั้ง ทำให้เกิดควาร่วมมือด้านอื่นๆ ได้รับอิทธิพลทางความคิดอย่างมาก ความสงบ ประนีประนอมกัน เมื่อมีการลดอำนาจ
ประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้า เป้าหมายสูงสุดคือความเป็นหนึ่ง จากทฤษฎีบูรณาการทางเศรษฐกิจของ อธิปไตยและเอกสิทธิของรัฐเอกราชแล้ว จะมีหน่วย
เดียวกันทางการเมือง ที่มีอำนาจสิทธิ์ขาดเหนือทุกประเทศในภูมิภาคนั้น
(European Coal and Steel เบล่า บาราสซ่า (Bela Balassa) เกิดขึ้นมาแทน
Community – ECSC)
รัฐสมาชิกยอมสละอำนาจ ปัจจุบันถูกจัดว่าเป็นแนวคิด “ภูมิภาค แนวคิดของ Bela Belassa เป็นนำเสนอรูปแบบของการ แนวคิดของ George Liska เสนอว่า
อธิปไตยบางส่วน (ในประเด็น นิยมคลาสสิค” (classic regionalism) รวมกลุ่มทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาค การที่ประเทศต่างๆ รวมกลุ่มกันนั้น
เฉพาะ) ให้แก่องค์กรเหนือ qได้รับอิทธิพลทางความคิดอย่างมาก 1. ข้อตกลงหรือเขตการค้าเสรี (Free Trade Area: FTA) ย่อมทำให้ประเทศเหล่านั้นสูญเสีย
ชาติ (supranational organ) จากทฤษฎีบูรณาการทางเศรษฐกิจของ 2.สหภาพศุลกากร (Custom Union: CU)ก
และนำไปสู่ความร่วมมือใน 3.ตลาดร่วม (Common Markets: CM) อำนาจอธิปไตยบางส่วนไป
เบล่า บาราสซ่า (Bela Balassa) 4. สหภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน (Economic and
ด้านอื่น
Monetary Union: EMU)
สหภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง (Economic and
Political Union: EPU)
1950-1960 ช่วงสงครามเย็น สหรัฐอเมริกาได้กำเนิดแผนมาร์แชลแพลน (Marshall แนวคิดภูมิภาคนิยมดั้งเดิม ระบบระหว่าง .ให้ความสำคัญกับการเป็นองค์การเหนือชาติ
เกิดมหาอำนาจสองฝั่งทาง Plan) โครงการเพื่อให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ ประเทศเป็นระบบสองขั้วอำนาจ (bipolar (supranational organization) ที่มีฐานอยู่บนพันธะ
อุดมการณ์ระหว่างเสรีนิยมและ แก่ยุโรปตะวันตก เพื่อฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจแบบ system) ในทางเศรษฐกิจการเกิดขึ้นของกา ผูกพันทางกฎหมาย (rule-based organization)
ทุนนิยมเกิดการจัดตั้งประชาคมแห่งภูมิภาค คือ รบูรณาการมักมีลักษณะปิด คือ ให้ความ ละเลยเงื่อนไขความแตกต่างโดยเฉพาะเรื่องระบบ
สังคมนิยม ประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้า (European Coal สำคัญกับสมาชิกภายในกลุ่มกีดกันการค้า การเมือง การพัฒนาทางเศรษฐกิจ และการพึ่งพา
and Steel Community: ECSC) จากประเทศภายนอก กันของทุนระหว่างรัฐ
ประเทศมหาอำนาจได้เริ่มผลัก ฝ่ายสหภาพโซเวียต ก่อตั้งกลุ่มความช่วยเหลือ การบูรณาการในแนวคิดภูมิภาคนิยมดั้งเดิมมี แนวคิดภูมิภาคนิยมดั้งเดิมมีข้อจำกัดใน
ดันให้ประเทศในแต่ละภูมิภาค ทางเศรษฐกิจร่วมกันของค่ายสังคมนิยมตะวันออก แนวโน้มที่ดำเนินตามวัตถุประสงค์ของการก่อตั้ง การนามาใช้กับการบูรณาการส่วน
รวมกลุ่มกันเพื่อสนับสนุนลัทธิ (The Council for Mutual Economic Assistance: อย่างเฉพาะเจาะจง มีลักษณะการยึดยุโรปเป็น ภูมิภาคอื่นของโลก ปัจจุบันที่โลกได้รับ
ทางการเมืองของฝ่ายตน ต่อ COMECON) เพื่อป้องกันมิให้ยุโรปตะวันออกเข้า ศูนย์กลาง (Eurocentrism) จะใช้ตัวแบบของยุโรป ผลกระทบจากกระแสโลกาภิวัตน์ การ
ต้านลัทธิทางการเมืองของคู่ เป็นเครื่องชี้วัดความสำเร็จของการบูรณาการแต่ ศึกษาการบูรณาการส่วนภูมิภาคจึง
ร่วมกับฝ่ายเสรีนิยมประชาธิปไตย เพียงอย่างเดียว ต้องตอบคำถามกับปรากฏการณ์และ
การเมืองฝ่ายตรงข้าม
ประเด็นใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น
ปี 1970-1980 กระแสภูมิภาค การบูรณาการส่วนภูมิภาคเปลี่ยนไป มีการ การศึกษามีลักษณะสหวิทยาการสาขา (Interdisciplinary) ความหมายทั่วไปภูมิภาคนิยม อาจหมายถึง
นิยมถูกลดความสำคัญลง เพราะ ตอบสนองต่อกระแส โลกาภิวัตน์และระบบ ได้แก่ เศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ รัฐศาสตร์ “โครงสร้าง กระบวนการ และการจัดการซึ่งทำงาน
ไม่ประสบความสำเร็จในการ โลกที่เปลี่ยนแปลงไปจากการสิ้นสุดของ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สังคมวิทยา และ เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่เกี่ยวเนื่องกันมากขึ้น
ดำเนินภารกิจของหลายๆ องค์กร สงครามเย็น คือ เป็นระบบหลายขั้วอำนาจ ภูมิศาสตร์เศรษฐกิจ (economic geography) เพื่อทำความ ภายในภูมิภาคระหว่างประเทศที่เฉพาะเจาะจง ใน
และปัญหาการลิดรอนอำนาจ (multipolar system) เข้าใจมิติการเมือง สังคม และอื่นๆ ที่นำไปสู่การบูรณาการ ด้านเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง สังคม
อธิปไตยของประเทศสมาชิก ส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะกระบวนการทางสังคม (societal วัฒนธรรม และอื่นๆ ซึ่งเชื่อมโยงกัน”
process)
ในช่วงปี 1980 เป็นต้นมาได้นำมาซึ่ง การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่ขอบเขต
ความหมายเฉพาะ ภูมิภาคนิยมหมายถึง กระบวนการ
การรวมกลุ่มทางภูมิภาคในรูปแบบ ของความตกลงมีความครอบคลุมยิ่งขึ้น บูรณาการส่วนภูมิภาคที่เกิดจากความริเริ่มของภาคนโยบาย ซึ่ง
ใหม่ เกิดการตอบสนองต่อกระแส บทบาทของตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐเริ่มมีเพิ่ม ให้ความสำคัญกับการศึกษาปรากฏการณ์ในหลาย มีลักษณะบนลงล่าง (top-down process) เป็นโครงสร้างและ
โลกาภิวัฒน์ ระบบหลายขั้วอำนาจ มากขึ้น การตกลงของการบูรณาการ ระดับและหลายรูปแบบ อาทิ รูปแบบที่รัฐผลักดัน กระบวนการระหว่างรัฐบาล หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ รูปแบบ
(Multipolar System) และการจัด ส่วนภูมิภาคเกิดขึ้นในหลายระดับ (state-driven) รูปแบบที่ตลาดผลักดัน ของภูมิภาคนิยม ตรงข้ามหากริเริ่มด้วยกระบวนการระดับ
(market-driven) อนุภูมิภาค (sub-regional) จุลภาคจากกิจกรรมภาคเอกชนและพลเมืองกระบวนการดัง
ระเบียบโลกใหม่ (New World
และข้ามภูมิภาค (trans-regional) กล่าวจะเรียกว่า “ภูมิภาคาภิวัตน์” (regionalization) มีลักษณะ
Order) ล่างขึ้นบน (bottom-up process)
ภูมิภาคนิ ยมเก่าทศวรรษที่ 1950-1960 ความแตกต่างระหว่างภูมิภาค ภูมิภาคนิ ยมใหม่ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980
นิยมเก่าและภูมิภาคนิยมใหม่
- ก่อตั้งภายใต้บริบทโลกยุคสงคราม - ก่อตั้งภายใต้บริบทโลกยุคใหม่ ภายใต้
เย็นที่โลกแบ่งเป็นสองขั้วอำนาจ เสรี โลกหลายขั้วอำนาจ และกระแส
ประชาธิปไตยกับคอมมิวนิ สต์ โลกาภิวัฒน์
- ประเทศมหาอำนาจเป็นผู้ริเริ่มในการ - ประเทศในภูมิภาคริเริ่มความร่วมมือ
ก่อตั้งและเข้ามาแทรกแซงการดำเนิ น และดำเนิ นกิจกรรมด้วยความสมัคร
งานเพื่อหาแนวร่วมในการถ่วงดุลอำนาจ ใจมากกว่าการถูกผลักดันจากประเทศ
กับฝ่ายตรงข้าม มหาอำนาจ ในบางกลุ่มถือว่าเป็นการ
สร้างอำนาจต่อรองกับประเทศ
- มีวัตถุประสงค์ด้านการเมืองและความ มหาอำนาจ
มั่นคงเป็นหลัก
- มีวัตถุประสงค์ด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก
- มุ่งเน้นความพอเพียงของภูมิภาค และขยายความร่วมมืออื่นๆร่วมด้วย
ปกป้องผลประโยชน์ ของประเทศสมาชิก
และใช้เครื่องมือกีดกันทางการค้า อาศัย - มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งของ
แนวคิดเสรีนิยมของ Bretton Woods ภูมิภาค ให้ความสำคัญกับการเปิดตลาด
การค้าเสรี การค้าเสรี การผ่อนปรนกฎ
. ระเบียบเพื่อความสามารถในการแข่งขัน
.
ภูมิภาคาภิวัฒน์
ความร่วมมือในภูมิภาค ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด การค้าระดับภูมิภาคที่มี ภูมิภาคนิยมใหม่ยังมีลักษณะ
ภาครัฐ ของโลกขยายตัวขึ้นอย่าง ลักษณะเปิดต่อภายนอก (กลุ่ม) หลายมิติเป็ นพหุนิยมมากขึ้นด้วย
รวดเร็วภายหลังการเสื่อมสลาย มีลักษณะที่เป็ นภูมิภาคที่มีการ การทำงานร่วมกันไม่จำกัดเพียง
ของค่ายสังคมนิยม ภูมิภาค กีดกัน (protectionism) ด้านความมั่นคงและด้านการค้า
นิยมแบบเก่าจึงแปรสภาพและ ลดลง และมีลักษณะต่อต้านการ qภาคธุรกิจและประชาสังคมมี
เกิดเป็ นภูมิภาคนิยมแบบใหม่ ครอบงำ (hegemony) ความสำคัญมากขึ้นใน
ระดับโลก กระบวนการภูมิภาคาภิวัตน์ ตัว
แสดงที่ไม่ใช่รัฐก็มีบทบาทสำคัญ
ในภูมิภาคนิยมใหม่
ภาคเอกชนและพลเมือง
ตัวแสดงภาคธุรกิจมีความ กลุ่มผลประโยชน์ธุรกิจที่เป็ น ถ้าภาคประชาชนร่วมมือกันหลัง ในกรณีตัวอย่างของกลุ่มอาเซียน
โดดเด่นมากในการผลักดัน ผู้ผลักดันให้เกิดข้อตกลงการ การก่อตั้งอาเซียนแสดงว่าภูมิภาคนิยม
เสรีอเมริกาเหนือ (North เกิดก่อนภูมิภาคาภวัตน์ ซึ่งเท่ากับว่า อาเซียนเริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2510 ภูมิภาคนิยมได้
ให้เกิดตลาดร่วมยุโรป ความร่วมมือในภูมิภาคมีภาครัฐเป็ น เกิดขึ้นแล้วในภูมิภาคเพราะมีประเทศสมาชิก 5
(เรียกชื่อเฉพาะว่า “ตลาด American Free ฝ่ ายนำ ประเทศ แต่ภูมิภาคาภิวัตน์อาจเกิดขึ้นก่อนหรือหลัง
เดียว” -The Single Trade Agreement: ภูมิภาคนิยมก็ได้ ถ้าภาคประชาชนมีการร่วมมือกัน
ภูมิภาคาภิวัฒน์ ก่อนการก่อตั้งอาเซียนแสดงว่าภูมิภาคาภวัตน์เกิด
Market) NAFTA) ก่อนภูมิภาคนิยม ซึ่งเท่ากับว่าความร่วมมือใน
(regionalization) ภูมิภาคมีภาคประชาชนเป็ นฝ่ ายนำ
กลุ่มผลประโยชน์ภาคธุรกิจและบริษัทข้ามชาติ
ไม่เพียงแต่ทำธุรกิจในระดับโลก แต่สร้างรูปแบบ ภูมิภาคนิยมและภูมิภาคาภิวัตน์มีความเกี่ยว หมายถึง กระบวนการความ
พันกันอย่างยิ่ง กับกระบวนการทางสังคมอย่างไม่ ร่วมมือกันของภาคประชาชนของ
กิจกรรมทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค เป็ นทางการ ที่ดำเนินไปช่วงหนึ่งอาจสามารถ ประเทศในภูมิภาคนั้น ๆ อย่าง
กระตุ้นให้เกิดภูมิภาคนิยมที่รัฐเป็ นผู้นำได้หรือ น้อย 3 ประเทศ
เบรสลิน และฮิกกอตต์ (Breslin and กระบวนการอาจเกิดขึ้นในทิศทางตรงกันข้ามได้
Higgott) ชี้ว่าภูมิภาคาภิวัตน์เป็ นกระบวนการ การกำหนดว่าภาครัฐหรือภาคประชาชน
การบูรณาการที่แทบจะไม่รับผลจากนโยบายของรัฐ ฝ่ ายใดเป็ นผู้นำฝ่ ายใดเป็ นผู้ตามนั้นทำได้ยาก
แต่เป็ นการผลักดันโดยพลังของตลาดจาก ภูมิภาคนิยมกับภูมิภาคาภิวัตจึงเป็ นกระบวน
กระบวนการค้าและการลงทุนของเอกชน และจาก การที่เกื้อหนุนกัน แต่ทั้ง 2 กระบวนการ
นโยบายและการตัดสินใจของบรรดาบริษัทห้างร้าน นี้ต้องมีความเป็ นภูมิภาคเป็ นฐานเหมือนกัน
ภูมิภาคาภิวัฒน์
(regionalization)
(1) ประเทศไม่ติดกันและไม่พึ่งพาอาศัยกัน ภูมิภาคนิยมและภูมิภาคาภิวัตน์ไม่เกิด
ภูมิภาคนิยมและภูมิภาคาภิวัตน์ไม่เกิด
ภูมิภาคนิยมและภูมิภาคาภิวัตน์ไม่เกิด
(2) ประเทศไม่ติดกันแต่พึ่งพาอาศัยกัน ภูมิภาคนิยมและกูมิภาคาภิวัตน์เกิด
(3) ประเทศติดกันแต่ไม่พึ่งพาอาศัยกัน
(4) ประเทศติดกันและพึ่งพาอาศัยกัน
.
ทฤษฎีที่ใช้ในการวิเคราะห์บริบทความร่วมมือ
ทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ในภูมิภาคเอเชีย
การอธิบายลักษณะของภูมิภาค 1.Neo-realism (ทฤษฎีสัจนิยม 2.Constructivism (ทฤษฎีโครงสร้าง
นิยมยังไม่เป็ นที่ตกลงแน่นอนเนื่องจาก ใหม่) แนวคิดที่ให้ความสำคัญกับการถ่วง นิยม) แนวคิดที่ให้ความสำคัญกับโครงสร้าง
ภูมิภาคนิยมใหม่มีลักษณะที่ไม่ตายตัว ดุลอำนาจเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเป็ น มองว่าโครงสร้างแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์
จึงนิยมใช้กลุ่มแนวคิดและทฤษฎี (a หลัก มองว่าหากตนยังได้ผลประโยชน์จากการ ของสิ่งนั้น การที่ประเทศในภูมิภาครวมตัวกัน
set of theories) เพื่อทำความ รวมตัวกันก็ยังคงอยู่ หากต้องเสียผลประโยชน์ ก็เพราะต้องการสร้างโครงสร้างของภูมิภาคให้
เข้าใจลักษณะของภูมิภาคนิยมหนึ่ง จากการรวมตัวกันก็อาจสิ้นสุดลง หากประเทศ มีเอกลักษณ์ร่วมกัน ในทางกลับกันเมื่อ
สมาชิกเสียประโยชน์สามารถบอกเลิกการเป็ น โครงสร้างร่วมสำเร็จแล้วก็จะมีอิทธิผลเหนือรัฐ
qแนวคิดและทฤษฎีเฉพาะที่ สมาชิกได้ สมาชิก
อธิบายภูมิภาคนิยมที่ใช้ได้กับ
แนวคิดและ อาเซียนซึ่งมีจำนวน 4 แนวคิด
ทฤษฎีที่ใช้ใน ดังนี้
การอธิบาย
ลักษณะของ
ภูมิภาคนิยม
ในกรณีอาเซียน รัฐสมาชิกรวมตัวกัน ในกรณีอาเซียน รัฐสมาชิกได้ร่วมกัน
เพราะเห็นว่าจะเพิ่มอำนาจการต่อรองและ กำหนดโครงสร้างของอาเซียนว่าต้องประกอบ
ป้ องกันภัยคุกคามจากประเทศมหาอำนาจ ไปด้วย 3 เสาหลัก คือ เสาการเมืองและ
ภายนอกซึ่งอาจเข้ามาแทรกแซงอำนาจของ ความมั่นคง เสาเศรษฐกิจ และเสาสังคมและ
รัฐสมาชิก แต่เมื่อบางครั้งรัฐสมาชิกเองก็ไม่ วัฒนธรรม ซึ่งจะทำให้อาเซียนกลายเป็ น
ยึดมั่นในข้อตกลงของอาเซียนเมื่อเห็นว่ารัฐ ประชาคมที่มีวิสัยทัศน์และเอกลักษณ์เดียวกัน
ผลประโยชน์ของรัฐตน เช่น กรณีความขัด
แย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาเกี่ยวกับการปั กปั น
เขตแดน
3.Neo-liberalism 4.Functionalism (ทฤษฎีหน้าที่
(เสรีนิยมใหม่ทฤษฎี) แนวคิดที่ให้ นิยม) แนวคิดที่ให้ความสำคัญกับการแก้
ความสำคัญกับการเกื้อหนุนกันมองว่า ปั ญหาเฉพาะหน้าที่เกิดจากการอยู่ร่วมกัน
ประเทศทุกประเทศล้วนต้องการความ มองว่าทุกประเทศล้วนมีทั้งปัญหาและเป้ า
มั่นคงและความมั่งคั่ง จึงควรจะร่วมมือ หมาย สิ่งที่เป็ นปัญหาก็ยกไว้ก่อน ส่วนใด
กันเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้ ที่เป็ นเป้ าหมายร่วมกันก็ดำเนินการไปก่อน
ดำเนินไปสู่เป้ าหมายร่วมกัน เมื่ อร่วมมือกันมากขึ้ นก็จะช่วยแก้ปั ญหา
อื่น ๆ ได้ในภายหลัง
ปั จจัยขับเคลื่ อนภูมิภาค
ในกรณีอาเซียน รัฐสมาชิกได้ ในกรณีอาเซียน รัฐสมาชิกโดยมากมี นิยมมี 2 ปัจจัยหลัก
ตระหนักถึงความหวังของตนซึ่งก็เหมือน ปั ญหาเกี่ยวกับเขตแดนกับประเทศที่มี คือปั จจัยด้านการเมือง
กับประเทศสมาชิกอื่นคือความผาสุกของ อาณาเขตติดกัน ถ้าให้ความสำคัญความขัด หรือความมั่นคง และ
ประชาชนดังนั้นจึงหันมารวมมือกันเพื่อที่ แย้งอาจเกิดสงครามได้เพราะต่างฝ่ ายต่างไม่ ปั จจัยด้านเศรษฐกิจ
จะหาแนวทางทำความหวังนั้นให้สำเร็จ ยอมกัน ดังนั้นจึงหันมาให้ความสำคัญกับ นอกจากปั จจัยหลักแล้วยัง
โดยเร็วและร่วมกัน เป้ าหมายร่วมกันแล้วพักเรื่องที่มีปัญหาไว้ มีปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งถือเป็ น
โดยหวังว่าวันหนึ่งเมื่อความร่วมมือมีมาก ปั จจัยรอง
ขึ้นก็จะนำไปสู่การเห็นอกเห็นใจกัน
ปั จจัยขับเคลื่ อนภูมิภาคนิยม
ปั จจัยด้านการเมือง ปั จจัยด้านเศรษฐกิจ ปั จจัยด้านอื่ นๆ
1)เอกลักษณ์ ภูมิภาค 2)ภัยคุกคาม ผลักดัน เกิดมาจากการพึ่งพากัน สังคมอละ สิ่งแวดล้อม
นิยมจะเกิดได้เพราะ ให้รัฐบาลของประเทศใน ทางเศรษฐกิจของประเทศ วัฒนธรรม
ประเทศสมาชิกเห็นว่า ภูมิภาคนั้นร่วมมือกัน ในภูมิภาคที่เพิ่มมากขึ้น
ภูมิภาคควรมีเอกลักษณ์ เพื่อหาทางป้ องกันและ การขยายตัวทางการค้าและ
ร่วมกัน กำจัดภัยคุกคามต่อ การลงทุนระหว่างกัน การ
เสถียรภาพและความ ต่อรองของประเทศสมาชิก
มั่นคงของประเทศ กับประเทศคู่เจรจาเพื่อ ปัจจัยทั้ง 2 นี้ มีบทบาทมากยิ่งขึ้นใน
รักษาผลประโยชน์ของตน ยุคปัจจุบันโดยเฉพาะในแง่ที่เป็ นหาซึ่ง
3)กลุ่มการเมือง หรือ 4)ผู้นำ ภูมิภาคนิยม และการดึงดูดการลงทุนจาก ประเทศสมาชิกต้องรับผิดชอบร่วมกัน
กลุ่มผลประโยชน์ภายใน จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาด ต่างประเทศ เช่น ปัญหาจากสิ่งเสพติดซึ่งมีแหล่งผลิต
ประเทศผลักดันให้รัฐบาล ผู้นำไม่ว่าจะเป็ นบุคคล ในประเทศอื่น ปัญหาอันเกิดจากภัย
ของตนทำความตกลงเพื่อ หรือองค์กรหรือประเทศ พิบัติทางธรรมชาติ เป็ นต้น
เอื้อให้มีการขยายความ หนึ่งใดที่ต้องเป็ นผู้ริเริ่ม
ร่วมมือด้านต่าง ๆ
อุปสรรคและโอกาส
อุปสรรค โอกาส
ความมัjนคง ความมั่งคั่ง
1) ชาตินิยม หากมี 2) โลกนิยม โดย สร้างอำนาจต่อรอง
ระดับสูงมากจะเป็ น เฉพาะกระแสโลกาภิวัตน์
อุปสรรคทำให้ไม่ยอม ที่ก้าวข้ามภูมิภาคไปสู่การ 1.ความมั่นคงและความมั่งคั่ง เป็ นเป้ า
ร่วมมือกับชาติอื่นแม้อยู่ เชื่ อมโยงปั จเจกบุคคล หมายที่จะบรรลุร่วมกันของภูมิภาคนิยมทั่ว
ในภูมิภาคเดียวกันซึ่งอาจ เข้ากับโลกโดยไม่ต้อง โลก ซึ่งความมั่นคงและความมั่งคั่งนี้ประเทศ
จะเป็ นเพราะความถือตัว คำนึงถึงเพื่อนบ้านที่อยู่ หนึ่งใดเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคจะมีฝ่ าย
ว่าตนดีกว่าชาติอื่น ใกล้เฉพาะอย่างยิ่งเพื่อน เดียวเป็ นไปได้ยากเพราะประเทศเพื่อนบ้านที่
บ้านที่ไม่พึงประสงค์ อยู่ในสถานที่แย่กว่าจะก็ปั ญหาทั้งด้านความ
มั่นคงและบั่นทอนความมั่งคั่งของชาติ ดัง
นั้น จึงต้องร่วมกันสร้าง
ภูมิภาคนิยมเกิดขึ้นใน ภูมิภาคนิยมไม่ได้อยู่ลำพัง เมื่อประเทศยังไม่เข้มแข็ง
ภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก จนบางครั้ง กับประเทศสมาชิกแต่ยังแสวงหา พอที่จะแข่งขันหรือร่วมมือใน
นำมาซึ่งคำถามว่า ความเป็ นรัฐ ความร่วมมือกับประเทศและกลุ่ม ระดับโลกก็ร่วมมือกับรัฐใน
จะยังคงอยู่ไหมเพราะรัฐสมาชิก ประเทศนอกภูมิภาค ภูมิภาคเมื่อเข้มแข็งแล้วก็
ให้อำนาจแก่องค์กรเหนือรัฐที่ สามารถร่วมมือกับรัฐนอก
สมาชิกร่วมกันก่อตั้งขึ้น ภูมิภาคได้
ภูมิภาคนิยมจะขัดขวางการ สรุปภูมิภาคนิยมในภูมิภาคต่างๆ ของโลก ในทางตรงกันข้ามภูมิภาค
ร่วมมือกันระดับโลกหรือไม่ นิยมกลับเป็ นตัวเชื่อมระหว่างรัฐ
เพราะภูมิภาคต่างๆ อยู่ได้ด้วย
กับโลก
การพึ่งพารัฐสมาชิกในภูมิภา
คนั้นๆ
ไม่จำเป็ นต้องพึ่งพารัฐนอก ความกังวลใจเหล่านี้ได้รับการ
ภูมิภาคหรือแม้แต่การเห็น พิสูจน์ในเชิงประจักษ์แล้วว่า
ภูมิภาคอื่นเป็ นคู่แข่งหรือศัตรู ภูมิภาคนิยมไม่ได้เป็ นทั้งตัว
ทำลายอำนาจอธิปไตยของรัฐและ
ไม่ได้ขัดขวางโลกาภิวัตน์
ทฤษฎีการรวมกลุ่มระหว่างประเทศ (International Robert O. Keohane
Integration Theory) และJoseph S. Nye มองว่า
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศใน
การรวมกลุ่มของรัฐมีลักษณะเป็ น ปั จจุบันมีลักษณะการพึ่งพาอาศัยซึ่ง ทฤษฎีนี้สามารถ
“รัฐเหนือชาติ” (Supranational กันและกัน เช่น การพึ่งพาสินค้า นำมาใช้ในการ
Trait) เป็ นการรวมตัวกันของรัฐ พึ่งพาการลงทุน พึ่งพาเทคโนโลยี วิเคราะห์ความ
สมาชิก รวมทั้งสถาบันหรือหน่วยงาน พึ่งพาทรัพยากรต่างๆ สัมพันธ์ทางการค้า
ภายในซึ่งมีอำนาจเหนือรัฐใด และเศรษฐกิจ
ประกอบไปด้วย สภา คณะรัฐมนตรี 1.ทฤษฎีพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและ
คณะกรรมาธิการ และศาลยุติธรรม กันระหว่างประเทศ
(Interdependence
Theory)
ความสัมพันธ์ในแบบพึ่งพาอาศัยซึ่ง
กันและกันจะทำให้เกิดเหตุการณ์
ภารกิจหลักของสภารัฐกลุ่มใหม่ 2.ทฤษฎีบูรณาการทาง ระหว่างประเทศขึ้น แม้ว่าการพึ่งพา
จะเป็ นการร่วมตัดสินใจกับคณะ เศรษฐกิจระหว่างประเทศ อาจจะเป็ นไปในลักษณะที่ไม่เท่าเทียม
กันแต่โลกทั้งโลกก็ต้องพึ่งพาอาศัยกัน
มนตรีในประเด็นต่างๆ (International
Integration Theory)
ตัวอย่างเช่น การพิจารณาร่างกฎหมาย
ของกลุ่มรัฐซึ่งริเริ่มโดยคณะกรรมมาธิการ
การอนุมัติงบประมาณของกลุ่มซึ่งรัฐให้การ เป็ นทฤษฎีที่สนับสนุนให้
รับรองความตกลงระหว่างประเทศของกลุ่ม ประเทศต่างๆ มีการรวมกลุ่ม
ประเทศสมาชิกกับประเทศนอกกลุ่ม และที่ กันเพื่อสร้างความร่วมมือใน
สำคัญคือการให้การรับรองผู้ดำรงตำแหน่ง ทางเศรษฐกิจ
ในคณะกรรมาธิการ
ทฤษฎีบูรณาการทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
(International Integration Theory)
Bela Balassa เสนอว่าขั้น
ตอนของการบูรณาการทาง การร่วมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้าง
เศรษฐกิจ ไม่เป็ นแบบแผน
1.ความร่วมมือจัดตั้งเขต
1.การร่วมมือทาง 2.เขตเศรษฐกิจอนุภาค
การค้าเสรี 2.สหภาพศุลกากร เศรษฐกิจ (Economic (Sub-regional
(Custom Union)
Cooperation) Economic Zones)
เช่น ความร่วมมือทาง เช่น โครงการพัฒนาความร่วม
3.ตลาดร่วม (Common 4.สหภาพทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจเอเชีย – แปซิฟิก มือทางเศรษฐกิจในอนุภาคลุ่ม
(Economic Union)
Market) (APEC) แม่น้ำโขง (GMS) มี 6
ประเทศได้แก่ ไทย พม่า ลาว
กัมพูชา เวียดนาม และมณฑลยู
5.สหภาพการเมือง นานทางตอนใต้ของจีน
(Political Union)
รัฐแกนกลาง (Core)
ทฤษฎีที่ใช้ในการ ทฤษฎีพึ่งพิง ซึ่งเป็ นประเทศพัฒนา รัฐแกนกลางมักเข้ามากอบ
วิเคราะห์ความร่วมมือ (Dependency Theory) โกยผลประโยชน์ด้านต่างๆ
ทางการเมืองทฤษฎีดุลแห่ง
จากประเทศปริมณฑล ส่งผล
อำนาจ (Balance of
รัฐปริมณฑล (Periphery) ให้ประเทศปริมณฑลต้องด้อย
Power) เป็ นทฤษฎีที่ใช้ พัฒนา ไม่มีโอกาสในการ
ในการวิเคราะห์ความร่วม
ซึ่งเป็ นประเทศกำลัง พัฒนา พัฒนาตนเอง
มือทางการเมือง
การเมือง
ทฤษฎีดุล ทฤษฎีที่ใช้ ทฤษฎีระบบโลก (World มองว่าประเทศต่างๆ ในโลกแบ่ง
แห่ง วิเคราะห์ความขัด System Theory) เป็ นสามกลุ่มคือ ประเทศศูนย์กลาง
อำนาจ แย้งทางเศรษฐกิจ (Core) ประเทศกึ่งปริมณฑล
(Balanc กล่าวว่าโลกจะไม่เกิดปั ญหา แนวคิดพาณิชยนิยม (Semi-periphery) และ
e of ความรุนแรง ไม่มีสงคราม หากได้ ประเทศปริมณฑล (Periphery)
ดุลในอำนาจของความสัมพันธ์
Power) ระหว่างประเทศ รัฐแต่ละรัฐจะสร้างความมั่งคั่ง
(Mercantilism) ของตนเองด้วยการพยายามส่ง ประเทศที่พัฒนาแล้วมักจะอ้าง
ออกให้มากที่สุดแต่นำเข้าให้ เหตุผลเหล่านี้เพื่อกีดกัน
การนำเข้าจากประเทศกำลัง
น้อยที่สุด พัฒนา
เช่น รัสเซียก็พยายามสร้าง ปั จจุบันแนวคิดนี้ถูกเรียก เป็ นแนวคิดการ
ว่าการปกป้ องแบบใหม่ (New ปกป้ องทางการค้า
ดุลอำนาจกับสหรัฐอเมริกา หรือ Protectionism) ประเทศ Protectionism
เช่น มาตรการด้านสิ่ง
ในยุค ของสงครามเย็นฝ่ าย ต่างนำมาใช้ในการปกป้ อง แวดล้อม มาตรการด้านแรงงาน
คอมมิวนิสต์พยายามรวมกลุ่มกัน ทางการค้า
มาตรการด้านสิทธิมนุษยชน
เพื่อสร้างดุลอำนาจกับฝ่ ายโลกเสรี และมาตรการด้านคุณภาพสินค้า
มีกา
รพัฒนำรูปแบบใช้มาตรการทาง
ภาษี
(Tariff Barrier) ด้วยการ
ตั้งภาษีนำเข้าแพงๆ
ทฤษฎีระบบโลก (World System Theory)
ประเทศศูนย์กลาง (Core) ประเทศปริมณฑล (Periphery)
ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายทั้งใน
สหรัฐฯ ยุโรปตะวันตก แคนาดา กอบโกยผ
ลประโยชน์ ประเทศกึ่งปริมณฑล (Semi- กอบโกยผลป
ระโยชน์ ทวีปเอเชีย และทวีปอัฟริกา
ใหpมe่ r(ipNhIeCrys))ปรคืะอเท
ศญีอ่ปุุต่นสาหเกการหรมลีใต้
สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน บราซิล
กแีลดกีะกดักึนก่ังทนราอทงบากงนากรอาคกร้าคโจ้าดาจยกาปก
มรปะารเตะทรเศกทราศอรรตบอ่านบงอๆนกอก เม็กซิโก อาเจนตินาร์
และกึ่งรอบนอกโ
ดย มาตรการต่างๆ ประเทศกึ่งรอบนอกจะทำหน้าที่ 2 อย่าง
คือ ถูกกอบโกยจากประเทศศูนย์กลาง
และเข้าไปกอบโกยผลประโยชน์จาก
ประเทศรอบนอกเป็ นผู้ที่เดือด
ประเทศรอบนอก รวมทั
้งกีดกันทางการค้า ร้อนมากที่สุด ไม่มีโอกาสพัฒนา
และอาจนำมาซึ่งความขัดแย้ง
ไม่ให้สินค้าจากประเทศรอบนอกเข้าไปใน
ตลาด
เอ็มมานูเอล วอลเลอร์สไตน์ (Emmanuel Wallerstein) เน้นการอธิบายความขัด
แย้ง ทฤษฎีนี้มีจุดอ่อนเพราะไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ความร่วมมือที่เกิดขึ้นได้ เช่น
ทำไม WTO ไม่มีการรวมกลุ่มในระดับ ภูมิภาค
ทฤษฎีรัฐที่อาจเป็ นผู้นำ 1.กลุ่มภูมิภาคทางการทูต (regional
diplomatic group)
ทฤษฎีรัฐที่อาจเป็ นผู้นำหรือ ได้พัฒนาทฤษฎีนี้ขึ้นจากกลุ่มทฤษฎี ผลประโยชน์และต้นทุนมี
PRLT เขียนโดย Shintaro กระแสหลักต่างๆ โดยเฉพาะแนวคิด นัยสำคัญที่แตกต่างกันไป
Hamanaka ซึ่งเขามี จุดมุ่งหมาย สัจนิยม ซึ่งเน้นไปที่ทฤษฎีการถ่วงดุล ตามลักษณะของภูมิภาค
ที่จะคิดค้นทฤษฎีใหม่เพื่ออธิบาย (balancing theory) และทฤษฎี
ปรากฏการณ์ภูมิภาคนิยมของเอเชีย เสถียรภาพด้วยผู้เป็ นเจ้า (hegemonic นิยมหรือการรวมกลุ่ม 2.กลุ่มภูมิภาคทางการเงิน
ระหว่างรัฐ คือ (regional financial group)
(Asian regionalism) stability theory)
ต้องการค้นหาปัจจัยชี้ขาด (decisive รัฐผู้เสนอโครงการมักจะใช้
factor) ที่ทำให้รัฐตัดสินใจเสนอ การก่อตั้งเป็ นเครื่องมือเพื่อ 3.กลุ่มภูมิภาคทางการค้า (regional
trade group)
โครงการภูมิภาคนิยม (regionalist ให้ตนอยู่ในตำแหน่งผู้นำ
project) เพื่อก่อตั้งกรอบภูมิภาค (leading position)
(regional framework) และแนว ของกรอบภูมิภาคหรือกลุ่ม
การกำหนดเงื่อนไขเรื่องสมาชิกภาพก่อ
ตั้ง (original membership) ภูมิภาค (regional
group) ที่จะตั้งขึ้น
ทฤษฎีรัฐที่อาจเป็ นผู้นำ
กลุ่มภูมิภาคทางการทูต 3.กลุ่มภูมิภาคทางการค้า
(regional trade group)
(regional diplomatic
group) 2.กลุ่มภูมิภาคทางการเงิน
รัฐผู้นำภูมิภาคมีต้นทุนที่
(regional financial ค่อนข้างสูงในเชิงเปรียบเทียบ
group) รัฐผู้นำต้องทำหน้าที่เป็ นผู้นำ
เข้า (importer) รักษา
รัฐผู้นำภูมิภาคมีต้นทุนที่
การเปิดตลาด (open
ค่อนข้างต่ำหากเปรียบ market) ให้กับผลผลิตส่วน
เกิน (surplus goods)
เทียบกับผลประโยชน์ที่จะ การสร้างเกียรติภูมของ รัฐผู้นำภูมิภาคมีต้นทุนที่ เป็ นผู้จัดหาการสนับสนุน
ได้รับคือเสียงที่เพิ่มขึ้น ชาติ ค่อนข้างสูงในเชิงเปรียบเทียบ ทางการเงิน จากประเทศสมาชิก
(increasing voice) (prestige)การ เป็ นผู้สนับสนุนทางการเงินทั้ง (financial สามารถนำไปสู่ปั ญหา
ในเวทีระหว่าง ประเทศ แสดงอานุภาพที่รัฐมี ระยะสั้นและระยะยาว และทำ contribution) เพื่อ ดุลการค้าและสภาวะเศรษฐกิจ
หรือคิดว่ามีเพื่อให้รัฐ หน้าที่ผู้ให้กู้แหล่งสุดท้าย ถดถอย ในขณะที่ผลประโยชน์ที่
อื่นเชื่อว่ารัฐครองไว้ซึ่ง จัดตั้งและรักษาสภาพ
คล่องของระบบการเงิน ได้รับไม่มีความแน่นอน
เกียรติภูมิของความ อานุภาพดังกล่าว
ภูมิภาคที่ตนริเริ่ม
เป็ นผู้นำกลุ่ม ภูมิภาค
เป็ นแหล่งที่มาสำคัญ เช่น การทำหน้าที่หน่วย ผลประโยชน์ที่รัฐผู้นำภูมิภาคจะได้รับ
ของอิทธิพลของรัฐ ประสานงานระหว่างประเทศ คือ อิทธิพลของตนต่อรัฐสมาชิกที่เพิ่ม
การครองสถานะผู้น สมาชิก หรือเป็ นประเทศที่ตั้ง มากขึ้น รวมทั้งอิทธิพลที่สูงขึ้นในระบอบ
ในสถาบันหรือกรอบ
ของ สำนักเลขาธิการ การเงินระหว่างประเทศต่างๆ
ภูมิภาค (secretariat) ซึ่งมีเพียง
หนึ่งเดียว
แนวคิดสถานะ
ใช้สื่อความหมายทั่วไปภายใต้ ทฤษฎีที่สะท้อนแง่มุมของ รัฐอำนาจเหนือ (dominant nation) กรอบความคิดเรื่องสถานะนำ
บริบทเกี่ยวกับดุลแห่งอำนาจ สถานะคือทฤษฎีการเปลี่ยน รัฐเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่บนจุดยอดของ เสนอคำอธิบายเกี่ยวกับ
(balance of power) และ ผ่านอำนาจ (power transition พีระมิด ซึ่งมีอำนาจเหนือรัฐทั้งปวงใน
การเมืองเชิงอำนาจ (power theory) เสนอโดย A. F. K. ระเบียบระหว่างประเทศบระหว่าง พฤติกรรมของรัฐภายใต้ระบบ
ระหว่างประเทศ ซึ่งมีโครงสร้าง
politics) Organski ประเทศที่ดำรงอยู่
แบบลำดับชั้น ผ่านมุมของ
ในมุมมองแบบสัจนิยม รัฐมหาอำนาจ (great powers) รัฐที่มีอำนาจมากแต่ด้อยกว่ารัฐ การเมืองเชิงสถานะหรือการ
(realism) มองว่าธรรมชาติ อำนาจเหนือ ความแตกต่างพิจารณาได้จากความสามารถในการ แข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่งสถานะ
ของการเมืองระหว่างรัฐ คือ
ความขัดแย้งและสงคราม สร้างอิทธิพลต่อรัฐอื่น และผลประโยชน์ที่รัฐได้รับน้อยกว่า มหาอำนาจ
รัฐอำนาจกลาง (middle powers) รัฐที่มักถูกแบ่งชั้นเป็นอำนาจรอง หรือ อำนาจ
อันดับสอง เช้น แคนาดา ออสเตรเลีย และอาร์เจนติน
รัฐอำนาจน้อย (small powers) รัฐที่ปรากฏอย่างชัดแจ้งว่าไร้ซึ่งอำนาจ (powerless) ในระเบียบ
ระหว่างประเทศที่ดำรงอยู่ และจำต้องยอมรับระเบียบดังกล่าว แม้ว่าจะได้ผลประโยชน์อยู่บ้าง
ก็ตาม
อาณานิคม (colonies) ชาติที่ไม่ได้รับเอกราชและอยู่ในอารักขาของรัฐเจ้าอาณานิคม
มีอำนาจน้อยที่สุด แม้จะรวมอำนาจของชาติอาณานิคม
ไม่อาจต่อกรกับรัฐอำนาจเหนือเพียงรัฐเดียวได้
จบแล้ว ขอบคุณค่ะ
THANK YOU